|
ฤาถึงการสังคายนา
โพสต์เมื่อ:
08:14 วันที่ 7 พ.ย. 2546 ชมแล้ว:
1,615
ตอบแล้ว:
10
โดย ดนัย จันทร์เจ้าฉาย
เห็นว่าน่าสนใจอาจจะยาวไปหน่อยแต่ถ้าอ่านก็ได้ประโยชน์นะคะ print ไปอ่านยามว่างก็ได้ หากพูดถึงกิจกรรมทางศาสนาพุทธโดยเฉพาะการนั่งวิปัสสนากรรมฐาน วัยรุ่นไทยมักจะหน้าเบ้ ส่ายหัวพร้อมกับบอกว่าเป็นกิจกรรมของคนแก่หรือคนที่มีปัญหาในชีวิต จึงต้องเอาธรรมะเข้าข่ม แม้แต่คนวัยทำงานยังมีมุมมองต่อการนั่งวิปัสสนากรรมฐานไม่แตกต่างไปจากกลุ่มเด็กวัยรุ่น แถมซ้ำยังคิดไปในทางลบหนักไปอีกว่าเป็นพวกอกหัก แฟนทิ้ง สามีทิ้งหรือสามีนอกใจจึงต้องเข้าวัดเพื่อสงบจิตสงบใจก่อนที่จะฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้ ทัศนคติเหล่านี้ทำให้คนบางคนที่ตั้งใจนั่งวิปัสสนากรรมฐานแต่จิตใจยังไม่หนักแน่นพอ ไม่กล้าเพราะเกรงจะถูกตราหน้าว่าเป็นพวก "มีปัญหาในชีวิต" เป็นภาพที่บางตามากที่จะเห็นเด็กวัยรุ่นไทยเข้าอบรมวิปัสสนากรรมฐานเพื่อฝึกจิตให้สงบ ก่อให้เกิดสมาธิและปัญญาตามมา ในทางกลับกันเรามักจะเห็นแต่ภาพแออัดยัดเยียดของกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่คลั่งไคล้ในศิลปินนักร้องที่ตนชื่นชอบแย่งกันซื้อบัตรคอนเสิร์ตด้วยราคาหลักพัน อย่าว่าแต่นั่งวิปัสสนาเลยครับ แม้แต่เข้าวัดทำบุญตักบาตรแทบจะไม่มีให้เห็นเพราะตื่นเช้าไม่ไหวเนื่องจากนอนดึก มัวแต่นั่งเฝ้าศิลปินในดวงใจผ่านจอตู้กระจกทั้งร้องทั้งตีแผ่ชีวิตส่วนตัว เกิดอะไรขึ้นกับสังคมไทยครับ เมืองพุทธศาสนาที่มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ลองจับเด็กไทย 100 คนมาให้ท่องศีล 5 ให้ฟังสิครับ ผมว่า มากกว่า 50 คนท่องศีล 5 ไม่ได้ แต่ลองถามสิ่งชอบสิ่งเกลียดของศิลปินในดวงใจ ตอบได้หมดทุกคำถาม ผมว่าเรื่องนี้น่าคิดนะครับ ว่าเกิดจากสาเหตุใดว่า ทำไมสิ่งยึดเหนี่ยวในจิตใจของเด็กรุ่นใหม่จึงแปรเปลี่ยนไป หรือผู้ใหญ่เราๆ ท่านๆ เป็นแบบอย่างที่ผิดๆ ให้กับเด็ก ทำเรื่องศาสนาให้เป็นเรื่องที่เข้าใจยากและที่สำคัญสร้างทัศนคติที่ผิดๆ ให้กับเด็ก อย่าเถียงนะครับว่าเป็นเพราะเด็กไทยรับวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามามากทำให้พฤติกรรมของเด็กรุ่นใหม่เปลี่ยนไป ผมว่าเป็นเพียงข้ออ้างหรือข้อแก้ตัวที่จะหาสาเหตุต้นตอเพื่อแก้ปัญหาอย่างจริงจังเท่านั้น เพราะล่าสุดผมเพิ่งได้อ่านข่าวของชิคาโก้ ทริบูน รายงานว่าขณะนี้ชาวอเมริกันตื่นตัวสนใจพุทธศาสนา ถึงขนาดที่เด็กนักเรียนนักศึกษาจำนวนมากสนใจแนวทางปฎิบัติของพุทธศาสนา จำนวน 9 ความเห็น, หน้า่ | -1- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 7 พ.ย. 2546 (08:16) วันนี้ผมจึงตัดทอนบางส่วนมาให้อ่านกันครับแล้วช่วยต่อยอดความคิดกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับพุทธศาสนาในประเทศไทยโดยเฉพาะกับเด็กรุ่นใหม่ที่ควรฝึกนั่งวิปัสสนากรรมฐานเพื่อฝึกจิตให้มีสมาธิและก่อให้เกิดปัญญาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เพื่อเป็นพื้นฐานที่ดีในการดำเนินชีวิตทุกๆ เรื่อง ที่ชิคาโกสหรัฐอเมริกา ทุกๆ เช้า คุณเควิน บัคเลย์ จะนั่งขัดสมาธิบนเบาะใบเล็กๆ ที่เรียกว่า ซาฟู ในที่ไม่สู้กว้างขวางนัก, คุณเควินได้สร้างสถานที่ปฏิบัติสมาธินี้ ขึ้นภายในห้องที่ชิคาโกมีระฆังเงินที่ใช้ในในพุทธศาสนานิกายวัชรยาน (ทิเบต) ประดับอยู่ มีรูปพระศาสดาและธงบูชาประกอบอยู่ด้วย อีก 20 นาที ต่อมาคุณเควินได้ปฎิบัติสมาธิกรรมฐาน มันเป็นวัตรปฏิบัติที่คริสต์ศาสนิกชนอย่างท่านยึดถืออย่างแนบแน่นมาโดยตลอด เช่นเดียวกันทุกเช้าหรือเย็น หรืออาจจะทั้ง 2 ช่วง ผู้การหญิง เชอรี เมเปิลส์ ก็ถือการปฏิบัติสมาธิกรรมฐานแบบนี้เช่นเดียวกัน ในบริเวณใดๆ ที่มีความสะดวกหรือเหมาะสม เช่น ในห้องออกกำลังกาย หรือห้องนอนของเธอที่ เมดิสัน การปฏิบัติสมาธิกรรมฐานนี้เป็นส่วนหนึ่งของชิวิตเธอและชีวิตรับราชการตำรวจของเธอด้วย คุณบัคเลย์ และผู้การหญิงเมเปิลส์ ยึดถือและปฏิบัติตามแนวทางของท่าน ติช นัท ฮันห์ พระอาจาร์เซ็น ที่มีชื่อเสียงและวัตรปฏิบัติที่น่าศรัทธา ผู้ซึ่งจะนำสาระเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมไปถ่ายทอดแก่ผู้สนใน ที่ชิคาโกในวันที่ 20 สิงหาคม ณ สาธารณะสถาน "Building a Century of Peace" คุณลอรี่ ลอเลอร์ กล่าวว่า "บัตรเข้าฟัง จำนวน 5,000 ที่นั่ง ถูกจองแล้ว 3,500 ที่นั่ง ในการบรรยายที่ Loyola University's Gentile Center ผู้จองบัตรส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษาและวัยรุ่น เป็นผู้ที่ให้ความสนใจในการเข้าฟังการบรรยายคราวนี้" คุณลอรี เป็นเจ้าของพุทธสถาน "Lakeside Buddha Sangha" และสมาคมปฏิบัติสมาธิกรรมฐาน ใน อีแวนสตัน ซึ่งก่อตั้งขึ้นหลังจากพระภิกษุในพระพุทธศาสนาเป็นผู้ริเริ่มที่ชิคาโก ในปี 1991 กิจกรรมนี้ได้รับการรื้อฟื้นจากความร่วมมือของผู้สนใจ ที่เลคไซด์ ขณะนี้มีผู้สนใจกว่า 100 คน คุณลอรี่ กล่าวอีกว่า"พุทธศาสนิกชน เพื่อนๆ และผู้เคร่งครัดในศาสนาอื่นๆ ศาสนิกชนชาวยิวและประชาชนอื่นๆ ที่ศรัทธาเลื่อมใสทั้งหมดจะได้รับสิ่งที่ทรงคุณค่าจากผู้บรรยายในครั้งนี้" เธอกล่าวอีกว่า "จริงๆ แล้วการจะทำให้เกิดรวมตัวกันของคนกลุ่มใหญ่เพื่อเป้าหมายเดียวกัน เป็นสิ่งที่ท้าทายและน่าสนใจ" คุณบัคเลย์ กล่าวว่า "เป็นโอกาสดี คริสต์ศาสนิกชน จะได้ศึกษาในเรื่องเกี่ยวกับพระสงฆ์ การปฏิบัติธรรม ปกติมีเป็นประจำทุกๆ วันอาทิตย์ ที่ศาสนสถานเลคไซด์ และคณะผู้เชี่ยวชาญตลอดจนนักศึกษาที่สนใจในศาสนาพุทธที่ Loyola จะได้บรรลุจุดมุ่งหมายเดียวกัน ในการบรรยายคราวนี้" ผมว่าถึงเวลาที่เราจะมาสังคายนาวิธีการเรียนการสอนและการอบรมเกี่ยวกับแนวทางพุทธศาสนากันใหม่ครับ เพราะถ้าเด็กรุ่นใหม่มีทัศนคติที่ดีแล้วก็มีชัยกว่าครึ่งครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 8 พ.ย. 2546 (20:48) ไม่ค่อยได้เข้าวัดเหมือนกันครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 11 พ.ย. 2546 (15:22) พระธรรมอยู่ในใจผมตลอดครับ จะเข้าวัดหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง จะทำบุญหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง จะนั่งสมาธิหรือไม่ก็อีกเรื่องหนึ่ง หากเราโยงเอาเรื่องการเข้าวัด การทำบุญ มาเป็นเครื่องวัดความเสื่อมของพุทธศาสนาแล้วละก็ นั่นหมายความว่าเราเน้นที่พิธีการมากกว่าเนื้อแท้ของคำสอน ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 12 พ.ย. 2546 (11:06) ในบทความไม่ได้เน้นว่าทุกคนต้องเข้าวัดนะคะ เพียงแต่พูดถึงเฉยๆว่าวัยรุ่นไม่นิยมเข้าวัด (ลิตเติ้ลไม่ได้เข้าข้างคนเขียนบทความนะคะ) การเข้าวัดไม่ได้หมายความว่าผู้นั้นจะได้บุญเสมอไปเพราะบางคนไปวัดไม่ได้ตั้งใจฟังธรรมแต่ไปคุยกันซะมากกว่า บาปหรือบุญมันอยู่ที่ใจของเรานี่เองคิดดี ทำดี พูดดี ทุกอย่างก็จะดี คนอื่นไม่รู้ไม่เห็นกับเราไม่เป็นไรเรารู้แต่ว่าเราทำดีแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนๆเราสามารถปฏิบัติธรรมได้ทั้งันั้น แม้กระทั่งเวลาทำงาน เราทำงานด้วยความมีสติ มีสมาธิ ทำโดยไม่โลภ หรือทำโดยไม่คิดแต่ที่จะเอาอย่างเดียวควรรู้จักให้บ้าง ให้ความช่วยเหลือเพื่อนร่วมงาน ให้อภัยถ้าเค้าทำไม่ดีกับเรา ลิตเติ้ล (IP:203.144.144.186,203.118.126.112,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 12 พ.ย. 2546 (17:57) ใช่ครับ ในบทความไม่ได้เน้นว่าทุกคนต้องเข้าวัด แต่บทความเขาเขียนในทำนองว่า ดูสิไม่มีใครเข้าวัดเลย จับเด็กมา 100คน ท่องศึล 5 กันได้ไม่ถึง 50คน เป็นต้น แบบนี้คือ ผู้เขียนวัดความเสื่อมของพุทธศาสนาด้วยเปลือกนอกนี่ครับ และอีกหลายๆท่านที่พยายามส่งเสริมศาสนาพุทธ แต่กลับไปเน้นเรื่องพิธีการมากกว่า ผมคิดว่านี่แหละคือสิ่งที่ทำให้เสื่อม ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 14 พ.ย. 2546 (08:33) ความคิดเห็นลักษณะนี้เราจะพบได้เสมอ แต่ก็ยังเป็นแค่ความคิดอยู่เห็นเท่านั้น ปัจจุบันเยาวชนคนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่ในบ้านเราก็ยังหลงไหล ได้ปลื้มกับวัตถุมากกว่าจิตใจ คงเริ่มที่ตัวเราก่อน บุญโทน (IP:203.147.0.42,203.156.1.216,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 16 พ.ย. 2546 (10:12) มีเรื่อง ไอ้ชาติคนมาให้อ่านค่ะ แต่งโดยพระพุทธทาสภิกขุ แม่หมาตัวหนึ่งชวนลูกไปฟังเทศน์...ทางที่จะไปวัดนั้นต้องผ่านป่าช้าที่ทิ้งศพมนุษย์.....ด้วยความเคารพในธรรมะ แม่หมาจึงเร่งลูกให้เดินไวๆ เพราะกลัวจะไปสายไม่ทันพระเทศน์ ส่วนลูกหมานั้นหิวเป็นกำลังจึงอ้อนวอนแม่ขอกินศพก่อน แม่หมา .....เจ้าจะกินตรงไหน ไวบอกแม่ ลูกหมา......รสเลิศแท้ตาผี ไม่มีสอง.. แม่หมา......อย่าเลยลูก ตามัน แส่ตามอง ทั้งโขนหนัง นั่งจ้อง กระจกเงา จะหาแล แต่สิ่งที่สวยงาม อย่านะ!! เจ้าจะทราม ขืนกินเข้า ลูกหมา......ถ้าอย่างนั้น ฉันกินหูมัน ได้ไหมเล่า ? แม่หมา......หูมันเฝ้า แต่จะฟัง เสียงสอพลอ ลูกหมา......(รำพึง) แม่จ๋า หูมันคงไม่ฟัง พระสั่งสอน ลูกขอวอน กินจมูกได้ไหมหนอ ? แม่หมา......อย่าเลยลูกถ้าเจ้าหยิ่งในเหล่ากอ มันชอบพอ แต่จะดม กลิ่นดีๆ ลูกหมา.......ถ้าอย่างนั้น ลูกจะกิน ลิ้นมันนะ. แม่หมา.......ตายละ....สับปลับ ปล้อนปลิ้น ลิ้นคนนี่ ปากว่าชอบ นิพพาน อย่างโน้นนี้ แท้จริงซิ สังสารวัฏ เต็มอัตรา ลูกหมา......ถ้าอย่างนั้น ฉันกินมือ ได้หรือแม่ แม่หมา......อัปรีย์แท้ เทียวลูก มือคนหนา หน้าไหว้ หลังหลอก ต่อครูบา ทั้งเข่นฆ่า เฆี่ยนตี พ่อแม่ตน ลูกหมา......อย่างนั้น ลูกจะขอ กัดกิน ตีนของมัน แม่หมา......ลูกเอ๋ย นั่นมันร้าย อยู่ในชั่ว ไม่ย่างเท้า เข้าฟังธรรม ประจำตัว เดินไปทั่วแต่ทาง แห่งอบาย ลูกหมา.....แม่จ๋า ลูกขอกิน หัวใจผี ( นะ แม่นะ) แม่หมา.....(ขู่คำราม ขนตั้งชัน) หยุดนะ..! .อย่านะ นั่นกาลี น่าใจหาย ตัวกู ของกูอยู่นั่นนะ ลูกชาย ใจคนร้ายโสมม เสียสิ้นดี ......นั่นแหละเจ้าลูกหมาที่น่าสงสารจึงได้รู้จักสัตว์ที่เรียกตัวเองว่า ...มนุษย์.. ซึ่งแปลว่าผู้มีใจสูง..ดีขึ้นจึงจ้องมองดูศพด้วยดวงตาเหยียดหยาม ถ่มเสลด ...ถุย..แล้วว่า.. ไอ้ชาติชั่ว เรียกตัวว่า มนุษย์ ผลที่สุด ไม่มีดี อะไรนี่ อนิจจา หมาไม่กิน ขำสิ้นดี เสียแรงที่ แสนฉลาด ไอ้ชาติคน..... แล้วแม่หมา ลูกหมาก็รีบไปฟังเทศน์ ที่วัดทันที เมื่อตายไปแล้ว ทั้งสองก็ได้ไปเกิดบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เสวยสุขชั่วกาลนาน......... ลิตเติ้ล (IP:203.149.54.130,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 16 พ.ย. 2546 (21:52) น่ารักดีนะครับ แต่เห็นด้วยครับ ช่วยหน่อยสิคะ กะลังหาข้อมูลสังคายนาค่ะ pp_p_ploy@hotmail.com (IP:125.24.73.233) |