ผมเป็นอัมพฤกษ์ซีกขวามีสิทธ์หายไหม

หมอบอกว่าเป็นเส้นเลือดสมองตีบ เป็นสมองซีกซ้าย ทำให้ด้านขวาเป็นอัมพฤกษ์ สาเหตุคงมาจากโรคเครียส ผมเป็นผู้ป่วยทางจิตเวชครับ รักษาเกือบหาย แต่พอดีเป็นอัมพฤกษ์สะก่อน อยู่ดีก็เซ ลุกไม่ขึ้น พูดไม่รู้เรื่อง เช้าจึงไปหาหมอ admin ที่รพ.เพชรเวช เป็นเวลา 7 วัน หมอจึงให้กลับได้ เพราะขาขวาสามารถยกได้ และแขนขวาพอยกได้บ้าง หมอให้ยาสลายลิ่มเลือด ( แอสไพริน ) ยาวิตามินB1B6B12 ยาสลายไขมันในเลือด ผมอายุ 32 ปี พบนักกายภาพภาพทุกอาทิตย์ ( อาทิตย์ละ 1 ครั้ง ) ระยะเวลาถึงวันนี้ก็ 2 เดือน อีก6 วัน พูดชัดขึ้น เดินได้โดยไม่ไช้ไม้เท้าช่วย ( ใช้ไม้เท้าแค่อาทิตย์เดียว ) แขนยกได้ ลดอาการเกร็งลง แต่นิ้วมือยังสั่งงานไม่ได้ คือ กำได้แต่แบไม่ได้ ขาเวลาเดินงอขาได้นิดหน่อย ผมมีสิทธิ์หาย และใช้เวลาประมาณกี่เดือน เพราะผมกังวลมาก ผมตกงานครับ บริษัทจ้างออก ผมกลัวว่าเงินที่ได้มาจะหมดซะก่อนที่จะหาย ใตรรู้ช่วยตอบด้วย ตอนนี้ผมพิมพ์โดยใช้มือซ้ายเพียงข้างเดียวครับ



ความคิดเห็นที่ 1 

ศานติ vcharkarn vteam
21 พ.ค. 2552 11:37
  1. เสียใจด้วยครับที่โชคไม่ดี ผมคิดว่าไม่มีใครตอบคำถามของคุณได้แน่นอน ข้อดีคือ อาการบรรเทาลงไปบ้างแล้ว ดูท่าทีว่ายังค่อยดีขึ้นเรื่อยๆ ทำให้พอจะหวังได้ว่าคงดีขึ้นต่อไป แต่ไม่มีใครบอกได้ว่าจะดีขึ้นแค่ไหน อายุน้อยก็ช่วยด้วย อย่าเพิ่งท้อครับ ทำกายบำบัดต่อไปเพื่อหม่ให้ข้อแข็งกล้ามเนื้ออ่อน เพราะถ้าดีขึ้นใช้การได้แต่ข้อแข็งเหยียดไม่ได้เต็มที่ก็จะน่าเสียดายมาก

    แพทย์บอกหรือเปล่าว่าเส้นเลือดส่วนไหนตีบ เป็นเส้นเลือดในสมอง หรือ เส้นเลือดไปสมองที่อยู่ที่คอ ( Internal Carotid artery) อันนี้มีความสำคัญเพราะถ้าเป็นเส้นเลือดในคอที่ไปเลี้ยงสมอง ก็น่าจะตรวจต่อไปว่าจะแก้ไขโดยการผ่าตัดได้หรือไม่ ถ้าเส้นเลือกไม่ได้อุดตัน ๑๐๐% คือไม่มีเลือดผ่านเลยก็ไม่ควรผ่าตัด แต่ถ้าตีบมากแต่ยังไม่ตัน เช่นตีบ ๘๐-๙๐% ก็น่าจะพิจารณาว่าควรผ่าหรือไม่ การผ่าจะไม่ทำให้ที่แล้วไปแล้วดีขึ้น แต่อาจป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก เพราะถ้าเกิดขึ้นอีกอาจรุนแรงกว่าเที่ยวนี้
    สาเหตุของอัมพาตในคนอายุน้อยที่พบบ่อยคือเส้นเลือดในสมองผิดปกติ มีจุดอ่อน ที่เรียก Berry aneurysm ทำให้เส้นเลือดแตกมีเลือดออกในสมอง  ไม่ทราบว่าการตรวจละเอียดแค่ไหน ใช้วิธีอะไรตรวจ เช่น ทำ CT สมอง หรือ Duplex scan เส้นเลือด carotid หรือเปล่า  ทั้งหมดนี้บางทีทำไม่ได้เพราะทุนไม่พอ ข้อสำคัญคืออย่าท้อครับ ถึงแม้โชคไม่ดี อาการไม่ดีขึ้นมากมาย ก็ต้องคิดหาทางอื่นที่ไม่ต้องใช้มือข้างที่ควบคุมไม่ได้ ในขณะเดียวกันก็หวังไว้ว่าอาการคงจะดีขึ้นมากถ้าให้เวลาพอ




ความคิดเห็นที่ 2

ครูไผ่ vcharkarn vteam
21 พ.ค. 2552 21:55
  1. มาให้กำลังใจค่ะ  ทำจิตใจให้ร่าเริงเบิกบานนะคะ


    อายุยังน้อยมาก  น่าจะหายได้ในไม่ช้าค่ะ 




ความคิดเห็นที่ 3

KNowarp
22 พ.ค. 2552 07:55
  1. มาให้กำลังใจด้วยคนคะ
    ใครๆก็มีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น
    อยู่ที่ว่าจะทำใจได้แค่ไหน

    การรักษาไม่ไปใช้บริการโรงพยาบาลของรัฐบาลล่ะ
    จะประหยัดเงินได้มากเลย

    ถ้าไม่มีใครพูดคุยด้วย ก็มาคุยที่ วิชาการดอทคอม นี้ได้
    โรงพยาบาลจิตเวช เราก็ไปทุกเดือนเลย
    อยากรู้เปล่าไปทำอะไร {#emotions_dlg.a7}




ความคิดเห็นที่ 4

อัศวินเพลิง (Guest)
22 พ.ค. 2552 16:01
  1. คุณพ่อของอัศวินเพลิงก็เส้นเลือดในสมองตีบ แล้วหมดสติ หกล้มอยู่ริมถนน โชดดีที่มีคุณคนขับแท็กซี่ใจดี(จนถึงเดียวนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร)พาไปส่งที่โรงพยาบาล แล้วทางโรงพยาบาลโทรมาตามญาติจากที่บ้านไปดูแล ตอนนั้น(๗๐กว่าๆ)ก็อัมพฤกษ์ซีกขวา แต่ที่บอกไม่ได้คือหน่วยความจำ น่าจะเสียหายด้วย ทำให้จำหายอย่างไม่ได้ แม้แต่เขียนหรืออ่านหนังสือ


    สี่ปีให้หลังต้องทำฟัน จึงงดยาละลายลิ่มเลือด เกิดความผิดพลาดอย่างไรไม่ทราบ เลยเป็นอัมพาสทั้งตัว ปัจจุบัน(๘๐กว่าๆ)ยังมีชีวิตอยู่ หมอบอกว่าเวลาทำกายภาพ ไม่ให้รีบแต่ให้ช้าๆเพื่อกล้าเนื้อจะได้ตามทัน ถ้าทำเร็วจะไม่ช่วยให้กล้าเนื้อฟื้นตัวได้ แต่เพื่อนบ้านสามารถหายและกลับมาทำงานได้อีก(เขาอายุ๔๐กว่าๆ ตอนออกอาการ)




ความคิดเห็นที่ 5

ครูไผ่ vcharkarn vteam
26 พ.ค. 2552 10:26
  1. สวัสดีค่ะ คุณ chaiwat89 เป็นยังไงบ้าง
    กำลังทำอะไรเอ่ย


    วันนี้บริหารร่างกายแล้วยัง

    เมื่อเช้าทานอะไร  อร่อยไหมคะ




ความคิดเห็นที่ 6

chaiwat89@hotmail.com (Guest)
26 พ.ค. 2552 13:45
  1. ขอบคุณทุกกำลังใจที่ให้มา  ผมอยากหาย  อยากใช้ชีวิตเหมือนเดิม  ผมทำกายภาพ ทุกวัน  อาการก็ดีขึ้นเรื่อย ๆๆ ครับ




ความคิดเห็นที่ 7

สิง
26 พ.ค. 2552 15:15
  1. กรณี สิทธิประโยชน์ทางประกันสังคม กรณีว่างงาน หรือทุพพลภาพ ลองโทรไปปรึกษา ที่สายด่วนประกันสังคมดูนะครับ เบอร์ 1506... มีคนบอกว่า ค่าโทรนาทีละ 9 บาท ครับ

    หรือลองหารายละเอียดที่ เว็บประกันสังคม http://www.sso.go.th/

    เป็นกำลังให้หายเร็วๆ ครับ...




ความคิดเห็นที่ 8

yama
1 มิ.ย. 2552 21:48
  1. ถึงคุณชัยวัฒน์89:


    อายุเป็นเพียงตัวเลข สุขภาพร่างกายเป็นของแท้จริง เนื่องจากไม่รู้จักคุณชัยวัฒน์ดีพอ จึงไม่กล้า comment แต่คนป่วยด้วยโรคอัมพฤกษ์-อัมพาตทุกราย เกิดจากเส้นเลือดสมองอุดตัน การอุดตันนี้เกิดมาจากไขมันเลว (LDL) ๆ มาจากครีมเทียม เนยเทียม น้ำมันพืชเติมไฮโดรเจน หรือที่เรียกรวมๆ ว่า Trans fat ทุกวันนี้คนไทยป่วยกันมากตั้งแต่เด็กจนวัยกลางคนเพราะสารพิษใน trans fat


    ต้องหยุดกินอาหารทอด อาหารผัดน้ำมันพืชฯ ให้กินอาหารที่ต้ม ปิ้ง นึ่ง ย่าง อบ และกินน้ำสมุนไพรกระเจี๊ยบแดงต้มพุทราจีน เพื่อลด LDL เพิ่ม HDL ในเลือด ไหว้พระสวดมนต์ อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร ทุกเช้า-ค่ำ บทสวดชัยมงคลคาถา (พาหุงมหากาฯ) เคยมีผู้สวดแล้วได้ผลหายจากอัมพาตใน ๖ ปี


    อยากรู้เกี่ยวกับวิธีดูแลสุขภาพที่แตกต่าง คลิกไปที่ http://cdri.multiply.com และ http://cdrit.multiply.com




ความคิดเห็นที่ 9

chaiwat89@hotmail.com (Guest)
2 มิ.ย. 2552 09:37
  1. ขอบคุณมากใน comment ผมจะบอกว่าที่ผมเป็นอย่างนี้ เป็นเพราะความเครียส ครับ โดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนดูแลสุขภาพมาก ชอบทานผัก ผลไม้  ผมไม่เป็นเบาหวาน ความดันปกติ อย่างที่ผมบอกผมเป็นผู้ป่วยทางจิตเวช แต่ดันเกิดเรื่องซะก่อน โดยส่วนตัวผมชอบเล่นกีฬาแบดมินตัน ว่ายน้ำ ครับ อาจเป็นเจ้ากรรมนายเวรก็เป็นได้ ผมไม่โทษใครทั้งสิ้น ทุกวันนี้ผมสวดมนต์แผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวรทุกวัน และขยันทำกายภาพบำบัดทุกวัน ออกกำลังกายทุกวัน แม้เพียงเล็กน้อยก็ไม่เป็นไร ผมเชื่อว่าผมต้องหายครับ ดูอย่างปิงปองสะแกวัลย์  ป่วย เป็นโรคสมองฝ่อ อาการหนักกว่า ยังหายเลย แม้จะต้องใช้เวลามากก็ตาม และตัวอย่างอีกหลายๆตัวอย่างครับ




ความคิดเห็นที่ 11

chaiwat89@hotmail.com (Guest)
4 มิ.ย. 2552 14:49
  1. ปิงปอง สะแกวัลย์ ยงใจยุทธ


    ได้ห่างหายไปจากวงการบันเทิงนานซะจน บรรดาแฟนหนังแฟนละครของสาวปิงปองได้ลืมเลือนเธอไปแล้ว


    โดยล่าสุดวันนี้(17 มี.ค.)สาวปิงปองได้มาร่วมแสดงความยินดีกับเพื่อนซี้ในงาน แถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้ม "ที่รักของใครสักคน" ของ "เต้ วิทย์สรัช" ที่ตึก จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ซึ่งสาวปิงปองได้กล่าวถึงสาเหตุที่ตนเองหายหน้าไปนานว่า


    "ที่หายไปประมาณ 2 ปีกว่า ก็เพราะตนเองป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์ แล้วก็เกิดสมองฝ่อจนทำให้ความจำสั้น ก็เนื่องมาจากอาการเครียดอย่างรุนแรง ตอนนี้ตนเองกำลังหายป่วยแล้ว แต่ต้องรออีก 6 เดือนเพื่อให้คุณหมอได้วินิจฉัยอาการว่าเป็นปกติไหม และตนเองก็พร้อมที่จะกลับมาวงการบันเทิงอีกครั้ง


    ซึ่งเร็วๆนี้อาจจะได้เห็นตนเล่นละคร แต่ขออุบไว้ก่อนยังไม่อยากพูดอะไรมาก ต้องรอให้ทางผู้ใหญ่สรุปกันก่อน แต่ตนเองขอไม่รับบทแม่นะ(หัวเราะ)"




ความคิดเห็นที่ 12

ครูไผ่ vcharkarn vteam
10 มิ.ย. 2552 05:53
  1. ยินดีกับข่าวการหายป่วยของคุณปิงปอง


    และยินดีกับคุณ chaiwat89 ที่มีตัวอย่างดี ๆ มายืนยันว่าจะหายเป็นปกติได้ในไม่ช้า

    ยินดีค่ะ  บริหารร่างกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ปฏิบัติตามคำแนะนำที่ดี ๆ และทำจิตใจให้ร่าเริงเบิกบานนะคะ




ความคิดเห็นที่ 13

chaiwat89@hotmail.com (Guest)
17 มิ.ย. 2552 12:12
  1. เดินรักษาอัมพฤกษ์


    คุณลุงประสงค์ เสพสมุทร วัย 72 ปี จะมาถ่ายทอดประสบการณ์ที่ได้เอาชนะโรคอัมพฤกษ์ด้วยการเดิน ทั้งยังเผยเคล็ดลับสุขภาพแข็งแรงกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกัน เรียกได้ว่าหายขาดจากอัมพฤกษ์ และกลับมามีสุขภาพดีเหมือนไม่เลยป่วยมาก่อนอีกด้วยค่ะ
    เดินพิชิตอัมพฤกษ์
    เมื่อเราพบกับคุณลุงประสงค์ในวัย 72 ปี สิ่งที่ฉายชัดคือ ความมีสุขภาพกายที่แข็งแรงและสีหน้าที่บ่งบอกถึงจิตใจที่สดชื่นแจ่มใสอยู่เสมอความมีสุขภาพกายที่ดี มีท่าทางอันแคล่วคล่องว่องไวโดยไม่เหลือเค้าคนเคยเป็นอัมพฤกษ์อย่างที่เห็นนี้ คุณลุงบอกกับเราว่าเป็นผลมาจากการเดินอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปีตั้งแต่ล้มเจ็บ
    “ตอนที่เป็นอัมพฤกษ์ หลังจากกลับมาจากโรงพยาบาลมาอยู่บ้าน ขา แขน ก็ยังจะใช้งานไม่ได้ ขา แขนไม่มีแรง ยกแขนก็ไม่ได้ เอี้ยวตัวก็ไม่ได้ มันชาทั้งสองแขน ใส่เสื้อไม่ได้ แค่นั่งก็ปวดหมด ปวดก้นกบ โดยเฉพาะร่างกายข้างซ้าย หมอบอกว่าต้องออกกำลังกายนะลุง เราก็ตั้งใจและพยายาม กลับมาบ้านก็มานอนกับพื้น เราก็ช่วยตัวเองด้วยการยันตัวขึ้นคลาน แบบคลานสี่ขานี่แหละ คลานเรื่อยๆ จนค่อยๆ ลุกเดิน”
    “พอก้าวขาเดินได้ แรกๆ ก็ยังยืดตัวได้ไม่เต็มที่ เดินย่อๆ หลังไม่ตรงเพราะยังปวดอยู่ แต่ก็ต้องสู้ ไม่คิดถอยเลย ขาก็เริ่มมีกำลังมากขึ้น เดินได้ แต่ไม่ปกติ ขาจะยังปัดๆ แต่ต้องพยายามต้องเดินทุกวัน ตอนแรกเดินที่พื้นราบ เดินทีละน้อยก่อน ก้าวได้สั้นๆ เราก็นับทุกวัน วันนี้ได้ 10 ก้าว พรุ่งนี้ต้องได้ 15 ก้าว ต่อไปต้องได้ 20 ก้าว วันแรกๆ จึงยังเดินได้ไม่ไกล”
    หลังจากการเดินอยู่กับพื้นราบได้ระยะหนึ่งจนคล่องมากขึ้นแล้ว คุณลุงก็เร่มเดินในระดับที่ยากขึ้น ซึ่งถือเป็นยาดีที่ช่วยให้อาการอัมพฤกษ์ดีขึ้นมาก
    “บ้านเราเป็นบ้านสองชั้น มีบันไดที่พอจะเดินได้ ก็คิดว่าน่าจะดีเหมือนกัน ก็พยายามเดินขึ้นบันได ค่อยๆ ทำทีละน้อย ใช้วิธีโหนตัวกับราวบันไดขึ้นไป คลานขึ้นไปบ้าง เดินขึ้นไปบ้าง แรกๆก็นับขั้นเหมือนเดิม วันนี้ 5 พรุ่งนี้ 10 จนเดินขึ้นไปถึงขั้นบนสุดได้ ก็เดินขึ้นเดินลงได้ครบรอบ เมื่อได้ครบรอบ วันต่อมาเราก็เดินขึ้นเดินลงหลายรอบมากขึ้น เพิ่มไปวันละ รอบ สองรอบ ต่อมาก็ออกเดินรอบๆ บริเวณบ้าน แล้วก็เพิ่มรอบเหมือนกัน”
    “หลังจากนั้นก็ออกมาเดินรอบๆ ตัวบ้าน ที่เป็นพื้นปูนก่อน วันแรกๆ ก็เดินให้ครบรอบ แล้วค่อยๆ เพิ่มรอบขึ้น เดินตอนเช้าๆ จะดีที่สุด เพราะ รอบบ้านต้นไม้เยอะ อากาศดี หายใจแล้วสมองปลอดโปร่ง”
    ด้วยความตั้งใจจริง หลังจากออกจากโรงพยาบาล คุณลุงเล่าว่าเพียงหนึ่งเดือนก็เห็นผล อาการอัมพฤกษ์ค่อยคลายลง ร่างกายเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
    “ที่ไม่มีแรงก็กลับมีแรงดีขึ้น กล้ามเนื้อที่เคยตึงก็หย่อน ที่เคยพูดไม่ชัดก็พูดได้ชัดเหมือนเดิม อาการรวมๆ ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนเดินได้เป็นปกติ ใช้เวลาราวหนึ่งปี และอาการตาพร่ามัว ขี้หลง ขี้ลืม ปวดต้นคอ ที่เป็นมาเป็นปีๆ จนมาเป็นอัมพฤกษ์ก็หายไปด้วย”
    คุณลุงบอกเคล็ดลับเอาชนะใจที่สามารถทำให้ลุกขึ้นเดินได้อย่างต่อเนื่อง จนได้สุขภาพดีคืนมาว่า “ถ้าเราสู้เราจะไม่ท้อเลย อย่าคิดอะไร อย่าท้อแท้ มันเป็นกฎธรรมชาติของสังขารมนุษย์ โรคภัยต้องมีเบียดเบียนเป็นธรรมดา เมื่อเป็นแล้ว เราต้องทำให้ดีที่สุด ช่วยตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่ายอมแพ้ ไม่คิดแต่พึ่งหมอ จริงอยู่ว่าหมอช่วยเรา แต่เราก็ต้องช่วยตัวเองด้วย ถ้าถอยก็คงไม่มีวันนี้หรอก”
    สุขภาพดีเพราะเดินเป็นอาชีพ
    “ตั้งแต่วันที่เป็นโฆษกช่วยงานอยู่ที่วัด แล้วอยู่ๆ ก็มีอาการพูดไม่รู้เรื่องได้หน้าลืมหลัง เวียนหัว เหมือนจะอาเจียน ก็เลยกลับบ้าน บอกให้ลูกไปส่งที่โรงพยาบาล หมอบอกเป็นไขมันอุดตันในเส้นเลือดจนเป็นอัมพฤกษ์นอนอยู่ในนั้น 34 วัน เข็ดเลย เรื่องการไม่ออกกำลังกาย และกินของมันๆ เข็ดจริงๆ ก็ได้การเดินนี่แหละที่ช่วยให้หาย ทุกวันนี้ไม่เคยหยุดเดิน ต้องเดินทุกวันไม่ได้ขาด”
    หลังจากหายเจ็บป่วย คุณลุงเล่าถึงกิจกรรมการเดินในแต่ละวันให้ฟังว่า “จะตื่นตั้งแต่ตี 4 –ตี 5 หุงข้าวหุงปลาเสร็จแล้ว ลงมาเดินรอบๆ บ้าน เดินหลายรอบ แล้วก็ออกไปเดินนอกบ้าน ส่วนใหญ่เดินไปอบต.ไปอ่านหนังสือพิมพ์บ้าง ได้พูดคุยกับเพื่อนฝูงบ้างก็ดี แรกๆ คนนอกบ้านก็ประหลาดใจว่า เดินได้แล้ว นึกว่าตาสงตายแล้ว (หัวเราะ) รวมๆ แล้วต้องเดินออกกำลังกายทุกวัน วันละครึ่งชั่วโมงบ้าง หนึ่งชั่วโมงบ้าง เหนื่อยเราก็หยุด ทำแบบสบายๆ แต่ไม่ควรเดินช้ามาก ควรเร่งให้เร็วหน่อยจะดี”
    นอกจากการเดินออกกำลังกายประจำวันแล้ว คุณลุงยังหาโอกาสเดินอยู่แถวละแวกบ้านเสมอๆ หากมีโอกาส “ถ้าอยู่ในบ้านเราก็เดินรดน้ำต้นไม้รอบบ้าน เพราะมีต้นไม้เยอะ ว่างๆ ก็เดินไปตลาด ไปซื้อของใกล้ๆ ไปวัด ไปเยี่ยมเยียนบ้านญาติ ถ้าไม่ไกลจนเกินไปนักเราก็เดินเอา ไม่ขึ้นมอเตอร์ไซค์ บางทีระยะทางก็เป็น อยู่ไกลเป็นกิโลๆ เหมือนกัน เดินสบายๆ แต่ให้ไวหน่อย เป็นการออกกำลังกายไปในตัว เหนื่อยเราก็หยุดซะที”
    ประสบการณ์สุขภาพในครั้งนี้คือเครื่องยืนยันว่า การออกกำลังกายด้วยการเดินเป็นของวิเศษสำหรับสุขภาพ เพราะปัญหาสุขภาพที่ทราบกันอยู่ว่าเอาชนะได้ยากยิ่งก็ต้องยอมศิโรราบถ้าเราตั้งใจออกกำลังกายอย่างจริงจัง
    นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 253
    เมษายน 2552



ความคิดเห็นที่ 14

ไข่มุกราณี (Guest)
17 มิ.ย. 2552 14:03

  1. อยู่

    เยี่ยงอย่าง

    ย่อมยิ่งเยี่ยม




ความคิดเห็นที่ 16

ผู้เฒ่าเต่า (Guest)
13 ก.ค. 2552 11:23
  1. ผมก็เป็นครับเป็นตอนอายุ35 ปีนี้38 แล้ว เป็นมาหลายปีก็ค่อยๆดีขึ้น เส้นเลือดสมองด้านขวาตีบ ไม่มีเลือดไปเลี้ยง เนื้อสมองด้านขวาตายไปบ้างแล้วครับ แต่แขนซ้ายยังแข็งแรงดี ดันพื้นได้ เหลือแต่มือซ้ายยังไม่ดี แบบมือไม่สุด  ยังไงก็เป็นกำลังใจครับ สมาชิกกลุ่มเดียวกัน มันทำให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปเยอะ เมื่อก่อนสูบบุหรี่ด้วย ตอนนี้เลิกแล้ว เมื่อก่อนชอบตกปลาตามบ่อด้วยประเภทแข่งกันมักใช้มือซ้ายอัดปลาตัวใหญ่ๆ สงสัยเวรกรรมครับ ตอนนี้เลิกหมดเลย หันมาสวดมนต์แทน




ความคิดเห็นที่ 17

chaiyasak_p@hotmail.com (Guest)
16 ก.ค. 2552 10:31
  1. ถึงคุณผู้เฒ่าเต่า คนเราถ้ามีความหวังอะไรก็เกิดขึ้นได้ ไม่ลองฝั่งเข็มดูละ หรือติดต่อโครงการสปสช เข้ากายภาพฟรีนะไม่เสียค่าใช้จ่าย ลองดู หรือจะโทรคุยกันก็ได้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันยินดีนะ โทร 081-9310012 ลีโอ

    ประชาสัมพันธ์เรื่องสมัครเข้าโครงการของทางกายภาพบำบัดมหิดลฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย


    สำหรับคนผู้ปว่ยอัมพฤกษ์ อัมพาตครึ่งซีก เนื่องจากหลอดเลือดสมองตีบ ตัน แตก ผู้ป่วย ญาติ หรือ ผู้ดูแลที่สนใจเข้าร่วมโครงการได้ งานนี้ ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น เดือนแรก เข้าจะมาเยี่ยมสัปดาห์ละคร้งเดือนที่ 2-4 ทุก 2 สัปดาห์ เดือน ที่ 5-6 เดือนละครั้ง มาเยี่ยมถึงที่บ้านเลยไม่ต้องเดินทาง เป็นโครงการของ สปสช.ร่วมกับคณะกายภาพบำบัดมหิดล เข้าจะฝึกนั่งยืน เดิน และการทำกิจวัตรประจำวันด้วยตนเอง แนะนำการปรับสภาพแวดล้อมในบ้านให้เหมาะกับผู้ป่วย สอนผู้ดูแลให้ช่วยเหลือผู้ปวยอย่างถูกต้อง แจกหนังสือคู่มือ VCD เพื่อให้ฝึกด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง สนใจติดต่อได้ที่เบอร์ 02-434-1588  บอกชื่อ นามสกุล อายุ ที่อยู่ แล้วทางโครงการจะติดต่อเอง  เราสมัครแล้วดีมากเลย เลยแนะนำเพื่อน หรือ ญาติ ที่เป็นเหมือนผมจะได้หาย และไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น  หรือ e-mail to:scc_pt@hotmail.comแต่เบอร์โทรจะเร็วกว่า   ด้วยความปรารถนาดี อยากให้รักษาให้ถูกต้อง  การรักษาอัมพฤกษ์ อัมพาต รักษาด้วยกายภาพบำบัด ออกกำลังกาย กินยาสมำเสมอ แล้วจะดีขึ้น

    การฝังเข็มรักษาโรคอัมพาตอัมพฤกษ์

    โรคอัมพาตเป็นโรคที่พบบ่อย ผู้ป่วยมักจะมีอาการแขนขาอ่อนแรงซีกใดซีกหนึ่ง
    จึงนิยมเรียกว่า “อัมพาตครึ่งซีก” ถ้าอาการแขนขาอ่อนแรงมากจนขยับเคลื่อนไหวไม่ได้ เลยเรียกว่า "อัมพาต" หากยังพอขยับเคลื่อนไหวได้บ้าง เรียกว่า "อัมพฤกษ์"
    ผู้ป่วยอาจมีอาการชาครึ่งซีก,ปากเบี้ยว,พูดไม่ชัด, กลืนลำบาก, เวียนศีรษะ ร่วมด้วย
    ในรายที่เป็นรุนแรง ผู้ป่วยอาจหมดสติหรือชักกระตุก และเสียชีวิตไปได้ในเวลา อันรวดเร็ว

    สาเหตุของโรคอัมพาตนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากความผิดปกติของหลอดเลือดสมอง
    ซึ่งมีได้ 2 แบบคือ หลอดเลือดตีบตัน ทำให้สมองขาดเลือด หรือหลอดเลือดแตก ทำให้
    เลือดออกในสมอง เนื้อสมองจะถูกทำลาย ทำให้เกิดอาการดังกล่าวขึ้น

    การรักษาโรคอัมพาตในทางการแพทย์แผนปัจจุบัน ส่วนใหญ่จะเป็นการรักษา แบบประคับประคองตามอาการให้รอดชีวิตในช่วงวิกฤตไปก่อน จากนั้นจึงไปทำกายภาพ บำบัดเพื่อฟื้นฟูความพิการในภายหลัง ซึ่งผลการรักษายังไม่เป็นที่น่าพอใจมากนัก

    ทางเลือกใหม่ในการรักษาโรคอัมพาต

    กล่าวสำหรับการแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว การรักษาโรคอัมพาตยังเป็นเรื่องที่ยาก มาก เพราะผลการรักษายังไม่ดีเท่าที่ควรเมื่อเทียบกับโรคอื่นๆหลายโรค จุดหนักของ การรักษาทางการแพทย์แผนปัจจุบันจะอยู่ที่การช่วยชีวิตให้รอด และการป้องกันมิให้เกิด อัมพาต ส่วนความพิการของร่างกายที่เกิดขึ้นได้แต่รอการฟื้นตัวของสมองและ ระบบประสาทของตัวผู้ป่วยเองเป็นสำคัญ

    แต่เดิมเราเข้าใจกันว่าระบบประสาทเมื่อเสียหายไปแล้วจะไม่สามารถฟื้นตัว ขึ้นมาได้ แต่ในช่วง10 กว่าปีมานี้ วงการแพทย์และวิทยาศาสตร์ได้พบว่า ระบบประสาทและสมองของคนเรามีกลไกในการฟื้นตัวขึ้นมาได้ เมื่อมีการกระตุ้นที่เหมาะสม ซึ่งเรียกคุณสมบัตินี้ว่า “ความยืดหยุ่นของระบบประสาท( Neuroplasticity)” ซึ่งแม้กระทั่งในผู้สูงอายุก็ยังมีกลไกการฟื้นตัวนี้อยู่

    วิธีการฝังเข็มรักษาโรคอัมพาตนั้น ต่างจากการรักษาของการแพทย์แผนปัจจุบัน คือ มันสามารถกระตุ้นให้ระบบประสาทและสมองที่เสียหายมีการฟื้นตัวขึ้นมาได้โดยตรง แทนที่จะเฝ้าแต่รอดูว่า มันจะฟื้นตัวมาได้แค่ไหน

    แพทย์จีนรู้จักใช้การฝังเข็มรักษาโรคอัมพาตอัมพฤกษ์มานานนับกว่าพันปีมาแล้ว และมีการค้นคว้าพัฒนามาโดยตลอด ในครึ่งศตวรรษที่ผ่านมานี้ แพทย์และ นักวิทยาศาสตร์ได้สนใจค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับโรคนี้เป็นอย่างมาก จนสามารถยืนยันได้ว่า ผู้ป่วยอัมพาตที่ได้รับการฝังเข็มรักษาจะสามารถฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายได้ดีกว่า ผู้ที่ไม่ได้รับการฝังเข็ม อีกทั้งยังมีอัตราการตาย,การเกิดอาการแทรกซ้อนน้อยกว่าอีกด้วย

    องค์การอนามัยโลกแห่งสหประชาชาติ (WHO) ได้เห็นศักยภาพในการรักษา โรคนี้ด้วยการฝังเข็ม จึงจัดให้มีการศึกษาและได้รับรองผลการรักษาโรคอัมพาตด้วย การฝังเข็มมาตั้งแต่ปีพศ. 2522 แล้ว

    เดือนพฤศจิกายน พศ.2540 สถาบันสาธารณสุขแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา หรือ NIH ก็ได้ยอมรับเช่นกันว่า การฝังเข็มเป็น “วิธีการรักษาร่วมที่มีประโยชน์” และเป็น “ทางเลือกที่สมเหตุผล” ในการฟื้นฟูความพิการจากโรคอัมพาต

    การฝังเข็มจึงเป็นทางเลือกใหม่สำหรับผู้ป่วยโรคอัมพาต……



    เด็กที่เป็นอัมพาตก็สามารถฝังเข็มรักษาได้ และมักจะได้ผล
    ดีกว่าในผู้ใหญ่



    การฝังเข็มรักษาโรคอัมพาตได้อย่างไร

    การฝังเข็มเป็นการใช้เข็มปักลงไปยังจุดปลายประสาท เพื่อกระตุ้นระบบประสาท และระบบฮอร์โมน ทำให้สามารถ

    กระตุ้นให้เซลล์สมองที่เสียหายฟื้นตัวคืนมา

    กระตุ้นให้มีการสร้างวงจรประสาทใหม่ เพื่อทำงานทดแทนเซลล์สมองส่วน
    ที่ตายไปแล้ว

    กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดไปยังสมองและทั่วร่างกายมากขึ้น ลด
    ความหนืดของเลือด

    กระตุ้นให้กล้ามเนื้อมีการหดตัว ทำให้กล้ามเนื้อไม่ลีบ และฟื้นกำลังมาได้

    รักษาความพิการบางอย่างที่ไม่อาจใช้การทำกายภาพบำบัดทั่วไปมาฟื้นฟูได้เช่น
    การกลืนลำบาก พูดอ้อแอ้ไม่ชัด ปากเบี้ยว อาการชา อาการปวดแสบปวดร้อน
    ภาวะสมองเสื่อม อาการสั่นกระตุก เป็นต้น





    การฝังเข็มสามารถรักษาอาการกลืนลำบาก พูดจาอ้อแอ้ไม่ชัดของผู้ป่วยอัมพาตได้เป็นอย่างดี



    การฝังเข็มรักษาโรคอัมพาตควรรีบทำให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
    เพราะเป็น ”โอกาสทอง” ในการรักษา ผลการรักษาจะดีมากทีเดียว
    ผู้ป่วยอัมพาตที่มาฝังเข็มรักษาภายใน 1 เดือนแรกนับตั้งแต่เป็นอัมพาต จะได้ผล ถึง 80 % -ขึ้นไป หากมารักษาในภายหลัง ก็จะได้ผลการรักษาลดน้อยลงไป เนื่องจากสมองและระบบประสาทเสียหายจนถึงขั้นที่ไม่สามารถเอากลับคืนมาได้แล้วนั่นเอง

    ผู้ป่วยอัมพาตที่เป็นมานานก็สามารถฝังเข็มรักษาได้
    แม้ว่าอาจจะไม่สามารถทำให้เป็นปกติได้ แต่ก็สามารถทำให้ความพิการ ที่หลงเหลืออยู่นั้นทุเลาลงไปได้
    ตัวอย่างเช่น คุณลุงประยงค์ เป็นอัมพาตมา 4 ปีเศษ มีอาการแขนซ้ายเกร็งกระตุก
    อยู่ตลอดเวลา จนไม่สามารถจับถือสิ่งของได้เลย เมื่อมาฝังเข็มรักษาอาการกระตุก สามารถทุเลาลดลงได้ถึง 90%

    โดยทั่วไปแล้วแพทย์จะฝังเข็มรักษาสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ติดต่อกันประมาณ 10 ครั้งถือเป็น 1 ชุดการรักษา แล้วหยุดพักการรักษาประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อให้ระบบประสาท มีการปรับตัวไม่ล้าจนเกินไป หากยังไม่หายดีก็จะทำรักษาต่อไปอีก 10-20 ครั้ง ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพของผู้ป่วยแต่ละคนที่แพทย์จะต้องพิจารณา

    หากฝังเข็มรักษาครบ 30 ครั้งแล้วอาการไม่ดีขึ้น แสดงว่าระบบประสาทเสียหายมาก ควรหยุดทำการรักษา แต่ถ้าหากผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นเป็นลำดับ ควรฝังเข็มกระตุ้นระบบประสาทไปอีกเรื่อยๆ เพราะอาจสามารถฟื้นฟูสมรรถภาพได้อีก
    ตัวอย่างเช่น ป้ารัตนาเป็นอัมพาตครึ่งซีกจากสมองขาดเลือด มาทำการรักษารวม ทั้งหมด 90 ครั้ง สามารถฟื้นฟูสู่สภาพปกติได้ กระทั่งมือข้างอัมพาตสามารถทำงาน ละเอียดถึงกับสนด้ายผ่านรูเข็มได้

    โรคอัมพาตนั้นเป็นโรคที่สลับซับซ้อน แม้ว่าการฝังเข็มจะเป็นการรักษาที่ได้ผลดีมาก แต่ว่าผู้ป่วยยังต้องได้รับการรักษาวิธีอื่นๆร่วมไปด้วย อาทิเช่น

    ใช้ยารักษาโรคที่เป็นสาเหตุพื้นฐานเช่น เบาหวาน ความดันเลือดสูง ไขมัน
    ในเส้นเลือดสูง โรคหัวใจ เป็นต้น เพื่อป้องกันมิให้เกิดอัมพาตซ้ำอีก

    ทำกายภาพบำบัด

    การได้รับกำลังใจและความช่วยเหลือจากญาติหรือผู้ดูแล ทำให้ผู้ป่วยมี
    กำลังใจเข้มแข็ง สามารถยืนหยัด อดทนรักษาเป็นเวลานานได้ เช่นนี้จึงจะทำให้ได้รับผลการรักษาที่ดีได้


    อย่าลืม…..อัมพาตยังรักษาได้



ความคิดเห็นที่ 18

ผู้เฒ่าเต่า (Guest)
19 ก.ค. 2552 15:41
  1. ขอบคุณ คุณchaiyasak_p@hotmail.com ครับ ฝังเข็มลอง 1 คอรส์แล้วครับก็ดีขึ้นมานิดหน่อย จากที่เป็นทั้งแขนเหลือแค่มือซ้ายครับ ก็จะลองหาสมุนไพรกินไป เนื้อสมองมันตายไปแล้วมันทำอะไรไม่ได้ ก็หวังว่าเนื้อสมองข้างเคียงที่ยังไม่ตายจะกลับมาทำหน้าที่แทน ตอนนี้ก็ช่วยเหลือตัวเองได้สบย ขับรถยนต์ได้แต่ไม่อยากขับเพราะดึงและปลดเบรกมือลำบาก ก็ได้แต่ขี่มอเตอร์ไซด์ครับ เพราะครอบครัวไม่ยอมให้ขับรถยนต์กลัววูบ




ความคิดเห็นที่ 19

chaiyasak_@hotmailcom (Guest)
21 ก.ค. 2552 13:15
  1. ถึงคุณเผู้เฒ่าเต่า  มีเบอร์ติดต่อไหมครับ หรือ email ก็ได้ ผมอยากคุยด้วยครับ




ความคิดเห็นที่ 20

bankxl
21 ก.ค. 2552 13:31
  1. ระยะเวลาที่หายกี่เดือนนั้นตอบไม่ได้ครับ จะกลับมาดีเหมือนเดิมไหม อันนี้ก็ตอบไม่ได้เช่นกันครับ แต่จากการที่บอกว่าอาการดีขึ้น พูดชัดขึ้น อันนี้เปนคำตอบในทางที่ดีครับ

    จงพยายามสู้กับมัน และอยู่กับมันให้มีความสุขครับ ชีวิตจะดีขึ้นเอง
    ร่วมกับพยายามทำกายภาพบำบัดเพื่อให้กล้ามเนื้อที่อ่อนแรงกลับฟื้นฟูมาเหมือนเดิมครับ

    เอาใจช่วยครับ สู้ๆ



ความคิดเห็นที่ 21

ผู้เฒ่าเต่า (Guest)
27 ก.ค. 2552 23:21
  1. คุณchaiyasak_@hotmailcom emailของผม pom_pmel@hotmail.comครับ ติดต่อมาได้



ความคิดเห็นที่ 22

na55697@hotmail.com (Guest)
17 ก.ย. 2552 14:41
  1. สวัสดีค่ะคุณ chaiwat89 เห็นคุณอยากจะหายจากการป่วย ก็เลยมีเอกสารอยากจะส่งไปทาง email ให้คุณอ่าน(ส่งให้อ่านฟรีค่ะ) อาจจะช่วยคุณได้บ้าง/นา


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น