ผมเป็นอัมพฤกษ์ซีกขวามีสิทธ์หายไหม

หมอบอกว่าเป็นเส้นเลือดสมองตีบ เป็นสมองซีกซ้าย ทำให้ด้านขวาเป็นอัมพฤกษ์ สาเหตุคงมาจากโรคเครียส ผมเป็นผู้ป่วยทางจิตเวชครับ รักษาเกือบหาย แต่พอดีเป็นอัมพฤกษ์สะก่อน อยู่ดีก็เซ ลุกไม่ขึ้น พูดไม่รู้เรื่อง เช้าจึงไปหาหมอ admin ที่รพ.เพชรเวช เป็นเวลา 7 วัน หมอจึงให้กลับได้ เพราะขาขวาสามารถยกได้ และแขนขวาพอยกได้บ้าง หมอให้ยาสลายลิ่มเลือด ( แอสไพริน ) ยาวิตามินB1B6B12 ยาสลายไขมันในเลือด ผมอายุ 32 ปี พบนักกายภาพภาพทุกอาทิตย์ ( อาทิตย์ละ 1 ครั้ง ) ระยะเวลาถึงวันนี้ก็ 2 เดือน อีก6 วัน พูดชัดขึ้น เดินได้โดยไม่ไช้ไม้เท้าช่วย ( ใช้ไม้เท้าแค่อาทิตย์เดียว ) แขนยกได้ ลดอาการเกร็งลง แต่นิ้วมือยังสั่งงานไม่ได้ คือ กำได้แต่แบไม่ได้ ขาเวลาเดินงอขาได้นิดหน่อย ผมมีสิทธิ์หาย และใช้เวลาประมาณกี่เดือน เพราะผมกังวลมาก ผมตกงานครับ บริษัทจ้างออก ผมกลัวว่าเงินที่ได้มาจะหมดซะก่อนที่จะหาย ใตรรู้ช่วยตอบด้วย ตอนนี้ผมพิมพ์โดยใช้มือซ้ายเพียงข้างเดียวครับ



ความคิดเห็นที่ 84 

fer (Guest)
9 ธ.ค. 2553 19:48
  1. สู้สู้นะครับ
    ลองฝังเข็มดู



ความคิดเห็นที่ 13

chaiwat89@hotmail.com (Guest)
17 มิ.ย. 2552 12:12
  1. เดินรักษาอัมพฤกษ์


    คุณลุงประสงค์ เสพสมุทร วัย 72 ปี จะมาถ่ายทอดประสบการณ์ที่ได้เอาชนะโรคอัมพฤกษ์ด้วยการเดิน ทั้งยังเผยเคล็ดลับสุขภาพแข็งแรงกว่าคนรุ่นราวคราวเดียวกัน เรียกได้ว่าหายขาดจากอัมพฤกษ์ และกลับมามีสุขภาพดีเหมือนไม่เลยป่วยมาก่อนอีกด้วยค่ะ
    เดินพิชิตอัมพฤกษ์
    เมื่อเราพบกับคุณลุงประสงค์ในวัย 72 ปี สิ่งที่ฉายชัดคือ ความมีสุขภาพกายที่แข็งแรงและสีหน้าที่บ่งบอกถึงจิตใจที่สดชื่นแจ่มใสอยู่เสมอความมีสุขภาพกายที่ดี มีท่าทางอันแคล่วคล่องว่องไวโดยไม่เหลือเค้าคนเคยเป็นอัมพฤกษ์อย่างที่เห็นนี้ คุณลุงบอกกับเราว่าเป็นผลมาจากการเดินอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหลายปีตั้งแต่ล้มเจ็บ
    “ตอนที่เป็นอัมพฤกษ์ หลังจากกลับมาจากโรงพยาบาลมาอยู่บ้าน ขา แขน ก็ยังจะใช้งานไม่ได้ ขา แขนไม่มีแรง ยกแขนก็ไม่ได้ เอี้ยวตัวก็ไม่ได้ มันชาทั้งสองแขน ใส่เสื้อไม่ได้ แค่นั่งก็ปวดหมด ปวดก้นกบ โดยเฉพาะร่างกายข้างซ้าย หมอบอกว่าต้องออกกำลังกายนะลุง เราก็ตั้งใจและพยายาม กลับมาบ้านก็มานอนกับพื้น เราก็ช่วยตัวเองด้วยการยันตัวขึ้นคลาน แบบคลานสี่ขานี่แหละ คลานเรื่อยๆ จนค่อยๆ ลุกเดิน”
    “พอก้าวขาเดินได้ แรกๆ ก็ยังยืดตัวได้ไม่เต็มที่ เดินย่อๆ หลังไม่ตรงเพราะยังปวดอยู่ แต่ก็ต้องสู้ ไม่คิดถอยเลย ขาก็เริ่มมีกำลังมากขึ้น เดินได้ แต่ไม่ปกติ ขาจะยังปัดๆ แต่ต้องพยายามต้องเดินทุกวัน ตอนแรกเดินที่พื้นราบ เดินทีละน้อยก่อน ก้าวได้สั้นๆ เราก็นับทุกวัน วันนี้ได้ 10 ก้าว พรุ่งนี้ต้องได้ 15 ก้าว ต่อไปต้องได้ 20 ก้าว วันแรกๆ จึงยังเดินได้ไม่ไกล”
    หลังจากการเดินอยู่กับพื้นราบได้ระยะหนึ่งจนคล่องมากขึ้นแล้ว คุณลุงก็เร่มเดินในระดับที่ยากขึ้น ซึ่งถือเป็นยาดีที่ช่วยให้อาการอัมพฤกษ์ดีขึ้นมาก
    “บ้านเราเป็นบ้านสองชั้น มีบันไดที่พอจะเดินได้ ก็คิดว่าน่าจะดีเหมือนกัน ก็พยายามเดินขึ้นบันได ค่อยๆ ทำทีละน้อย ใช้วิธีโหนตัวกับราวบันไดขึ้นไป คลานขึ้นไปบ้าง เดินขึ้นไปบ้าง แรกๆก็นับขั้นเหมือนเดิม วันนี้ 5 พรุ่งนี้ 10 จนเดินขึ้นไปถึงขั้นบนสุดได้ ก็เดินขึ้นเดินลงได้ครบรอบ เมื่อได้ครบรอบ วันต่อมาเราก็เดินขึ้นเดินลงหลายรอบมากขึ้น เพิ่มไปวันละ รอบ สองรอบ ต่อมาก็ออกเดินรอบๆ บริเวณบ้าน แล้วก็เพิ่มรอบเหมือนกัน”
    “หลังจากนั้นก็ออกมาเดินรอบๆ ตัวบ้าน ที่เป็นพื้นปูนก่อน วันแรกๆ ก็เดินให้ครบรอบ แล้วค่อยๆ เพิ่มรอบขึ้น เดินตอนเช้าๆ จะดีที่สุด เพราะ รอบบ้านต้นไม้เยอะ อากาศดี หายใจแล้วสมองปลอดโปร่ง”
    ด้วยความตั้งใจจริง หลังจากออกจากโรงพยาบาล คุณลุงเล่าว่าเพียงหนึ่งเดือนก็เห็นผล อาการอัมพฤกษ์ค่อยคลายลง ร่างกายเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น
    “ที่ไม่มีแรงก็กลับมีแรงดีขึ้น กล้ามเนื้อที่เคยตึงก็หย่อน ที่เคยพูดไม่ชัดก็พูดได้ชัดเหมือนเดิม อาการรวมๆ ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนเดินได้เป็นปกติ ใช้เวลาราวหนึ่งปี และอาการตาพร่ามัว ขี้หลง ขี้ลืม ปวดต้นคอ ที่เป็นมาเป็นปีๆ จนมาเป็นอัมพฤกษ์ก็หายไปด้วย”
    คุณลุงบอกเคล็ดลับเอาชนะใจที่สามารถทำให้ลุกขึ้นเดินได้อย่างต่อเนื่อง จนได้สุขภาพดีคืนมาว่า “ถ้าเราสู้เราจะไม่ท้อเลย อย่าคิดอะไร อย่าท้อแท้ มันเป็นกฎธรรมชาติของสังขารมนุษย์ โรคภัยต้องมีเบียดเบียนเป็นธรรมดา เมื่อเป็นแล้ว เราต้องทำให้ดีที่สุด ช่วยตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่ายอมแพ้ ไม่คิดแต่พึ่งหมอ จริงอยู่ว่าหมอช่วยเรา แต่เราก็ต้องช่วยตัวเองด้วย ถ้าถอยก็คงไม่มีวันนี้หรอก”
    สุขภาพดีเพราะเดินเป็นอาชีพ
    “ตั้งแต่วันที่เป็นโฆษกช่วยงานอยู่ที่วัด แล้วอยู่ๆ ก็มีอาการพูดไม่รู้เรื่องได้หน้าลืมหลัง เวียนหัว เหมือนจะอาเจียน ก็เลยกลับบ้าน บอกให้ลูกไปส่งที่โรงพยาบาล หมอบอกเป็นไขมันอุดตันในเส้นเลือดจนเป็นอัมพฤกษ์นอนอยู่ในนั้น 34 วัน เข็ดเลย เรื่องการไม่ออกกำลังกาย และกินของมันๆ เข็ดจริงๆ ก็ได้การเดินนี่แหละที่ช่วยให้หาย ทุกวันนี้ไม่เคยหยุดเดิน ต้องเดินทุกวันไม่ได้ขาด”
    หลังจากหายเจ็บป่วย คุณลุงเล่าถึงกิจกรรมการเดินในแต่ละวันให้ฟังว่า “จะตื่นตั้งแต่ตี 4 –ตี 5 หุงข้าวหุงปลาเสร็จแล้ว ลงมาเดินรอบๆ บ้าน เดินหลายรอบ แล้วก็ออกไปเดินนอกบ้าน ส่วนใหญ่เดินไปอบต.ไปอ่านหนังสือพิมพ์บ้าง ได้พูดคุยกับเพื่อนฝูงบ้างก็ดี แรกๆ คนนอกบ้านก็ประหลาดใจว่า เดินได้แล้ว นึกว่าตาสงตายแล้ว (หัวเราะ) รวมๆ แล้วต้องเดินออกกำลังกายทุกวัน วันละครึ่งชั่วโมงบ้าง หนึ่งชั่วโมงบ้าง เหนื่อยเราก็หยุด ทำแบบสบายๆ แต่ไม่ควรเดินช้ามาก ควรเร่งให้เร็วหน่อยจะดี”
    นอกจากการเดินออกกำลังกายประจำวันแล้ว คุณลุงยังหาโอกาสเดินอยู่แถวละแวกบ้านเสมอๆ หากมีโอกาส “ถ้าอยู่ในบ้านเราก็เดินรดน้ำต้นไม้รอบบ้าน เพราะมีต้นไม้เยอะ ว่างๆ ก็เดินไปตลาด ไปซื้อของใกล้ๆ ไปวัด ไปเยี่ยมเยียนบ้านญาติ ถ้าไม่ไกลจนเกินไปนักเราก็เดินเอา ไม่ขึ้นมอเตอร์ไซค์ บางทีระยะทางก็เป็น อยู่ไกลเป็นกิโลๆ เหมือนกัน เดินสบายๆ แต่ให้ไวหน่อย เป็นการออกกำลังกายไปในตัว เหนื่อยเราก็หยุดซะที”
    ประสบการณ์สุขภาพในครั้งนี้คือเครื่องยืนยันว่า การออกกำลังกายด้วยการเดินเป็นของวิเศษสำหรับสุขภาพ เพราะปัญหาสุขภาพที่ทราบกันอยู่ว่าเอาชนะได้ยากยิ่งก็ต้องยอมศิโรราบถ้าเราตั้งใจออกกำลังกายอย่างจริงจัง
    นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 253
    เมษายน 2552



ความคิดเห็นที่ 11

chaiwat89@hotmail.com (Guest)
4 มิ.ย. 2552 14:49
  1. ปิงปอง สะแกวัลย์ ยงใจยุทธ


    ได้ห่างหายไปจากวงการบันเทิงนานซะจน บรรดาแฟนหนังแฟนละครของสาวปิงปองได้ลืมเลือนเธอไปแล้ว


    โดยล่าสุดวันนี้(17 มี.ค.)สาวปิงปองได้มาร่วมแสดงความยินดีกับเพื่อนซี้ในงาน แถลงข่าวเปิดตัวอัลบั้ม "ที่รักของใครสักคน" ของ "เต้ วิทย์สรัช" ที่ตึก จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ซึ่งสาวปิงปองได้กล่าวถึงสาเหตุที่ตนเองหายหน้าไปนานว่า


    "ที่หายไปประมาณ 2 ปีกว่า ก็เพราะตนเองป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์ แล้วก็เกิดสมองฝ่อจนทำให้ความจำสั้น ก็เนื่องมาจากอาการเครียดอย่างรุนแรง ตอนนี้ตนเองกำลังหายป่วยแล้ว แต่ต้องรออีก 6 เดือนเพื่อให้คุณหมอได้วินิจฉัยอาการว่าเป็นปกติไหม และตนเองก็พร้อมที่จะกลับมาวงการบันเทิงอีกครั้ง


    ซึ่งเร็วๆนี้อาจจะได้เห็นตนเล่นละคร แต่ขออุบไว้ก่อนยังไม่อยากพูดอะไรมาก ต้องรอให้ทางผู้ใหญ่สรุปกันก่อน แต่ตนเองขอไม่รับบทแม่นะ(หัวเราะ)"




ความคิดเห็นที่ 73

naphas001@hotmail.com (Guest)
21 เม.ย. 2553 08:21
  1. ดิฉันก็มีแม่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ตอนแรกแม่ดิฉันก็เดินไม่ได้ ปากเบี้ยว เป็นธรรมดาของโรคนี้อ่ะค่ะ แต่ครอบครัวก็เครียดกันมากว่าจะทำอย่างไรให้แม่เดินได้ หาหมอทุกแขนงทั้งกายภาพ , กินยาแผนโบราณ ,แผนปัจจุบัน ก็ดีขึ้นนะค่ะแต่ก็ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ค่อยได้ และวันหนึ่งดิฉันก็ไปเจอรุ่นพี่คนหนึ่ง พี่เค้าแนะนำให้กิน อาหารเสริมชุดหนึ่ง นิวทริ-โปรตีน ดิฉันก็ไม่ค่อยเชื่อนะคะ แต่ก็ไม่มีทางเลือกขอลองอีกซักครั้ง ก็เลยซื้อมาทานหลังจากที่ทานหมดไปชุดแรกไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่าว่าก็ดีขึ้น ก็ทานไปเรื่อย ๆ ทานไปประมาณ4-5 ชุดแม่ก็ดีขึ้นมากแขนขามีแรกเดินช่วยเหลือตัวเองได้ ดิฉันก็ให้แม่ทานต่อไปค่ะ อยากให้ทุกคนมีความหวัง ให้กำลังใจนะคะ ถ้าใครสนใจดิฉันแนะนำให้ได้ค่ะ



ความคิดเห็นที่ 9

chaiwat89@hotmail.com (Guest)
2 มิ.ย. 2552 09:37
  1. ขอบคุณมากใน comment ผมจะบอกว่าที่ผมเป็นอย่างนี้ เป็นเพราะความเครียส ครับ โดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนดูแลสุขภาพมาก ชอบทานผัก ผลไม้  ผมไม่เป็นเบาหวาน ความดันปกติ อย่างที่ผมบอกผมเป็นผู้ป่วยทางจิตเวช แต่ดันเกิดเรื่องซะก่อน โดยส่วนตัวผมชอบเล่นกีฬาแบดมินตัน ว่ายน้ำ ครับ อาจเป็นเจ้ากรรมนายเวรก็เป็นได้ ผมไม่โทษใครทั้งสิ้น ทุกวันนี้ผมสวดมนต์แผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวรทุกวัน และขยันทำกายภาพบำบัดทุกวัน ออกกำลังกายทุกวัน แม้เพียงเล็กน้อยก็ไม่เป็นไร ผมเชื่อว่าผมต้องหายครับ ดูอย่างปิงปองสะแกวัลย์  ป่วย เป็นโรคสมองฝ่อ อาการหนักกว่า ยังหายเลย แม้จะต้องใช้เวลามากก็ตาม และตัวอย่างอีกหลายๆตัวอย่างครับ




ความคิดเห็นที่ 6

chaiwat89@hotmail.com (Guest)
26 พ.ค. 2552 13:45
  1. ขอบคุณทุกกำลังใจที่ให้มา  ผมอยากหาย  อยากใช้ชีวิตเหมือนเดิม  ผมทำกายภาพ ทุกวัน  อาการก็ดีขึ้นเรื่อย ๆๆ ครับ




ความคิดเห็นที่ 112

golden_apple3@hotmail.com (Guest)
15 ก.ย. 2554 01:09
  1. ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้รับหน้าที่เป็นหมอนวดจำเป็น เพราะว่าผู้ป่วยที่ไหนก็ไม่รู้ ซีกขวา ไม่มีแรง ขยับไม่ได้ มาให้ผมรักษา ผมลองนวดไป 2 วันแล้วดูอาการ อาการผู้ป่วยคนนี้หนักมาก ซีกขวามีความรู้สึก แต่ขยับไม่ได้ ปากเบี้ยว พูดไม่ชัด ลองนวดไป บริเวณหัวไหล่มีก้อนเนื้อที่ขึ้นผิดรูป ทำให้แขนขวา ไม่สามารถคืนรูปเวลานวดได้ นิ้วเป็นก้อน หนา (แต่วันนี้นวดแล้วไม่เป็นก้อน) ใช้เวลานวด 1 ชมครึ่ง เพราะว่าขี้เกียจ วันแรกที่นวด ผู้ป่วยบอกว่า รู้ว่าขามีแรงขึ้น ไอ้เราก็ตกใจเป็นไปได้ไง วันต่อมาก็ไม่ได้นวด แล้วก็มานวดวันนี้ ดูแล้วน่าสงสารผู้ที่เป็น จากที่เคยสามารถขยับได้ แต่ ลุงคนนี้ ได้แต่ดู แล้วค่อยให้มันขยับ แล้วถ้าไง มีความคืนหน้ายังไงก็จะมาโพสต์ให้อ่านแล้วกัน ถ้ายังจำเว็บได้ หรือถ้าใครสนใจก็ ติดต่อมาคุยได้ที่ golden_apple3@hotmail.com นะ เพราะที่อ่าน ๆ มามีทั้งที่เชื่อได้ และไม่ได้ ไม่รู้สิ ความรู้ผมอาจจะผิดก็ได้
    ผู้ป่วย อัมพาต คือไม่สามารถขยับส่วนที่มีความรู้สึกได้ หลังจากการรักษา ก็สามารถขยับได้
    ผู้ป่วย อัมพฤกษ์ คือสามารถขยับได้เล็กน้อยในพื้นที่ที่มีความรู้สึก หลังจากการรักษา ก็สามารถเกือบจะปกติได้

    เฉพาะ ผู้ที่เป็นอัมพาต จะต้องได้รับการรักษานานนนนนน กว่า ผู้ป่วยที่อัมพฤกษ์ ทั้งนี้ ใช้เวลานานรึป่าว ขึ้นอยู่สภาพจิตใจล่วง ๆ
    นั่งสมาธิ กำหนดลมหายใจ กินข้าวให้ได้สารอาหารเยอะ (แนะนำ ปลาไซมอล หรือ อกไก่) ทานยา และออกกำลังกายเป็นปะจำ
    น่าจะดีขึ้นนะคับ ผมคิดไว้ว่า 6 เดือนนี้จะมีอะไรดีขึ้น ถ้าไม่ดีขึ้นผมก็จะไม่นวดให้ใครอีก(ถ้าไม่มีใครมาขอร้อง) อยากเดิมพันเล่น ๆ ดู กับผู้ป่วยรายแรกของผม

    ขอบคุณที่เสียเวลามานั่งอ่าน คนบ้า ๆ พิมพ์มาให้อ่าน



ความคิดเห็นที่ 89

เขตโสภณ 08 6303 9205 (Guest)
28 ม.ค. 2554 22:22
  1. อัมพฤกต์ ไม่ใช่โรคกรรมพันธ์ โรคติดเชื้อ แต่เป็นโรคเสื่อมภายในร่างกายที่เกิดจากพฤติกรรมการบริโภคแบบสะสม

    YOU'RE WHAT YOU EAT. คุณจะเป็นในสิ่งที่คุณกิน ไขมัน อาหารทอด มัน ปิ้ง ย่าง หมู เนื้อ ไก่ ไข่ นม ข้าวขาหมู
    เหล้า บุหรี่ การนอนดึก ดื่มน้ำน้อย ไม่ค่อยขับถ่าย เครียดบ่อย ชอบกินยา ไม่ชอบออกกำลังกาย ไขมัน-เลือดข้น-
    ดื่มน้ำน้อย ไขมันเคลือบหลอดเลือดแบบสะสมทุกส่วนของร่างกาย จากทางเดินเลือดปกติเลือดไหลเวียนปกติ สะสม
    ไปจนทางเดินเลือดตีบตัน ตันตรงไหนปวดตรงนั้น ชาตรงนั้น บีบไม่รู้สึก หยิกไม่รู้สึก ไปจนถึงหลอดเลือดเลี้ยงสมอง
    ตีบ แตก ตัน ตีบ-แตกด้านขวาซีกซ้ายเ็ป็นอัมพฤกต์ ตีบ-แตกด้านซ้ายซีกขวาเป็นอัมพฤกต์ ล้มฟาด ไม่ล้ม จำไม่ได้
    ก็ตายคือกันถ้าไปหาหมอ หมอให้ยาละลายลิ่มเลือดดีตอนมีฤทธิ์ยา พอยาหมดฤทธิ์ก็กลับมาเหมือนเดิม ทรมานอยู่
    อย่างนี้หลายปี จนหมดกำลังใจและตายไป แต่ก่อนตายหมดเงินหลายแสนหลายล้านบาท

    โสม GIN SENG จากคอฟฟี่พลัส 4 in 1 สารจินซีโนไซน์และซาโปนินชะล้างไขมันชนิดเลวและขยายหลอดเลือดใน
    แบบธรรมชาติบำบัด พร้อมปรับระดับความดันและระดับน้ำตาลให้เป็นปกติ รับประทานก่อนอาหารเช้า-กลางวัน-เย็น
    ภายใน 1 เดือนร่างกายจะเริ่มเข้าสู่ภาวะสมดุลย์และกลับสู่ภาวะปกติ แต่คุณต้องจะมีวินัยในการกินงดกินเนื้อ นม ไข่
    อาหารทอด มัน ปิ้ง ย่าง ทุกชนิด ขณะดื่มควรใช้น้ำบียอนด์วอเตอร์แทนน้ำดื่มทั่วไปและคาดเข็มขัด M-BELT เพื่อชด
    เชยพลังงานแม่เหล็กและพลังงานไฟฟ้าชีวภาพในตัวคุณ การบำบัดด้วยแม่เหล็กพิเศษนี้เป็นการจัดระเบียบโมเลกุลใน
    กระแสเลือดใหม่ เพิ่มปริมาณออกซิเจนเพื่อลำเลียงออกซิเจนและสารอาหารไปเลี้ยงสมอง หัวใจ และอวัยวะที่อยู่ส่วน
    ปลายประสาททั่วร่างกาย ร่างกายสะอาด เลือดไหลเวียนดี อวัยวะทุกส่วนก็ทำงานเป็นปกติ

    หากคุณดูแลตนเองอย่างมีวินัย ออกกำลังกายสม่ำเสมอทุกวันไม่นานคุณจะค่อยๆพบสิ่งอัศจรรย์ การปั๊มเลือดจากหัวใจ
    ไปเลี้ยงจอประสาทตาและสมอง และระบบเซลล์ประสาททั่วร่างกาย แต่คุณจำเป็นต้องทำด้วยความศรัทธาและรักตัวเอง
    รอดูการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ชำระล้าง การฟื้นฟู และซ่อมแซมโดยตัวคุณเองและด้วยตัวคุณเองด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำ
    อย่าทำตัวแบบ "เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย" เด็ดขาด หาซื้อได้ที่ใด...ห้างสะดวกซื้อซูเลียนใกล้บ้านท่านโดยใช้
    รหัส 41-1832994 เขตโสภณ 08 6305 9625 , 08 6303 9205 "คุณต้องเป็นคนซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้ให้โอกาส"

    gps_thailife@hotmail.com



ความคิดเห็นที่ 4

อัศวินเพลิง (Guest)
22 พ.ค. 2552 16:01
  1. คุณพ่อของอัศวินเพลิงก็เส้นเลือดในสมองตีบ แล้วหมดสติ หกล้มอยู่ริมถนน โชดดีที่มีคุณคนขับแท็กซี่ใจดี(จนถึงเดียวนี้ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร)พาไปส่งที่โรงพยาบาล แล้วทางโรงพยาบาลโทรมาตามญาติจากที่บ้านไปดูแล ตอนนั้น(๗๐กว่าๆ)ก็อัมพฤกษ์ซีกขวา แต่ที่บอกไม่ได้คือหน่วยความจำ น่าจะเสียหายด้วย ทำให้จำหายอย่างไม่ได้ แม้แต่เขียนหรืออ่านหนังสือ


    สี่ปีให้หลังต้องทำฟัน จึงงดยาละลายลิ่มเลือด เกิดความผิดพลาดอย่างไรไม่ทราบ เลยเป็นอัมพาสทั้งตัว ปัจจุบัน(๘๐กว่าๆ)ยังมีชีวิตอยู่ หมอบอกว่าเวลาทำกายภาพ ไม่ให้รีบแต่ให้ช้าๆเพื่อกล้าเนื้อจะได้ตามทัน ถ้าทำเร็วจะไม่ช่วยให้กล้าเนื้อฟื้นตัวได้ แต่เพื่อนบ้านสามารถหายและกลับมาทำงานได้อีก(เขาอายุ๔๐กว่าๆ ตอนออกอาการ)




ความคิดเห็นที่ 95

korn (Guest)
22 มี.ค. 2554 13:56
  1. เรื่องอายุน้อยหรือมาก ก็มีสิทธิ์เป็นได้ทั้งนั้น เดี๋ยวนี้คนเป็นกันเยอะมาก 20 ต้นก็เป็นคับ ถ้าเครียส และพักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกาย อาการเป็นอย่างไรบ้าง จะค่อยๆๆดีขึ้นครับแต่ ไม่ 100% ครับ ต้องอาศัยเวลา ครับ



ความคิดเห็นที่ 97

ครูไผ่ vcharkarn vteam
26 มี.ค. 2554 12:08
  1. ขอบคุณ คุณ korn มากค่ะ
    มีหลากหลายตำรา  น่าจะดีต่อการเลือกมารักษาสมดุลของผู้ป่วยซึ่งมีสภาพพื้นฐานร่างกายแตกต่างกัน   เช่น
    ยาร้อนอาจเหมาะกับผู้ป่วยที่มีสภาพพื้นฐานร่างกายเย็นกว่าปกติ
    ยาเย็นอาจเหมาะกับผู้ป่วยที่มีสภาพพื้นฐานร่างกายร้อนกว่าปกติ

    หรือความแตกต่างในลักษณะอื่น ๆ 

    ตำรายาที่หลากหลายเป็นตัวชี้วัดว่า อาการป่วยลักษณะเดียวกัน อาจเกิดจากเหตุที่แตกต่างกันก็ได้

    จึงไม่ควรใช้สูตรการรักษาที่ตายตัวกับผู้ป่วยทุกคน 
    ต้องวิเคราะห์เป็นคน ๆ และยืดหยุ่นตามความแตกต่างระหว่างบุคคล
    อาจมีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่เสียชีวิตไปเนื่องจากการรักษาโดยใช้สูตรตายตัวของหมอบางคน

    ความเก่งของหมอวัดกันที่ความสามารถในการวินิจฉัยพบความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้ป่วยนี่เอง




ความคิดเห็นที่ 96

korn (Guest)
26 มี.ค. 2554 09:48
  1. ตำรับที่ 58 รักษาอัมพฤกษ์ อัมพาต
    ใบบัวบก เปลือกมะรุม เกลือทะเล หมาก เบี้ยจั่น ฟืน
    ต้มรับประทานต่างน้ำ หายแน่นอน ( แต่ผมหมอเมืองไม่แน่ใจนะครับ ผมว่ามันผิดหลัก อัมพฤกษ์ อัมพาต มันเกิดมาจากเส้นเลือดในสมองตีบ หรือแตก มันควรใช้ยาร้อนมากกว่ายาเย็น อย่างเปลือกมะรุมนี่พอเห็นด้วย นอกนั้นสงสัยครับ แต่ก็ลงไว้เพื่อแสดงภูมิปัญญาแพทย์ชนบทแต่ละแห่ง หรือแต่ละท่าน หรือเอาไว้เป็นหลักฐานให้แก่นักค้นคว้าทางการแพทย์นำไปวิจัยแยกแยะหาเหตุผลกันต่อไป
    ตำรับที่ 59 รักษาอัมพฤกษ์ อัมพาต
    ผักเสี้ยนผี ๑ กิโลกรัม ใบหนาด ๒ บาท ฝักราชพฤกษ์ ๓ ฝัก
    เถาวัลย์เปรียง ๑ ตำลึง ยาดำ ๒ บาท
    ต้มรับประทาน หลังอาหารเช้า – เย็น ครั้งละ ๑ ถ้วยชา ๓-๔ หม้อ หายแล ว่างั้น
    ตำรับที่ 60 รักษาอัมพฤกษ์ อัมพาต
    ขนานนี้ยกปทานุกรมพืชมาทำยาเลยครับ แต่นำมาให้ดูเป็นตัวอย่างยาที่มีตัวยามาก นี่ยังไม่เกินไปนะครับ บางขนานมีไม่ต่ำกว่าร้อยชนิด หมอผู้หาตัวสมุนไพรมาทำยาจะตายก่อนคนป่วยด้วยซ้ำ
    ขี้เหล็กทั้งห้า มะคำไก่ทั้งห้า แก่นลั่นทม ขมิ้นเครือ เถาวัลย์เปรียง สมอทะเล แสมสาร เปล้าน้อย เปล้าใหญ่ ปลาไหลเผือก ดีงูต้น เหมือดคน
    ขันทองพยาบาท ฝิ่นต้น ข่าต้น ขมิ้นอ้อย กะทือ ไพล
    กระชาย เปราะหอม เถาวัลย์เหล็ก พญามือเหล็ก สมอไทย สมอเทศ
    กำลังวัวเถลิง กำแพงเจ็ดชั้น ใบมะกา โกฏิทั้ง ๙ หัวดองดึง เทียนทั้งห้า
    ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กระวาน กานพลู ดอกคำฝอย สารส้ม
    เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิง ขิงแห้ง ฝักราชพฤกษ์ เกลือกสินเธาว์ ยาดำ
    อย่างละ ๒ บาท หรือจะมากว่านี้ก็ได้ แต่ต้องมีอัตราส่วนเท่ากัน เป็นตัวยามากว่า ๕๐ ชนิด ยาที่ใช้สมุนไพรมากชนิดส่วนมากจะทำเป็นยาผง กินกับน้ำร้อน ครั้งละ ๑ ช้อนคาว หลังอาหารเช้า-เย็น และก่อนนอน
    ตำรับที่ 61 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    หัวแห้วหมู สะค้าน ขิง ข่า ไพล กระชาย
    กะเทียม ช้าพลู แกแล รากแจง ลูกคัดเค้า
    สมอไทย สมอเทศ แสมทะเล เถาวัลย์เปรียง ยาดำ
    ทั้งหมดสัดส่วนเท่ากัน ตากแห้ง ทำเป็นยาผง บรรจุแคปซูล หรือผสมน้ำผึ้งปั้นเม็ดลูกลอนก็ได้ รับประทานก่อนนอน ครั้งละ ๕ แคปซูลหรือเม็ดลูกกลอน เป็นยาระบายถ่ายคล่อง สมควรกินเวลาเดียวคือ ก่อนนอน ถ้ากิน ๓ เวลา หลังอาหาร ก็ต้องถ่ายวันละมากกว่า ๓ เวลา คนป่วยเดินไม่ได้ก็เดือดร้อนคนดูแล เอากะโถนอึไปทิ้งทั้งวัน แต่ให้สังเกตให้ดี คนเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตนี้มักเกิดจากท้องผูกก่อนนะครับ ความจริงท้องผูกนี้เป็นสาเหตุของโรคเรื้อรังทั้งหลายทั้งปวงเลยทีเดียว คนที่ถ่ายวันละหลาย ๆ ครั้งมักไม่มีปัญหา (ยกเว้นคนป่วยโรคเอดส์ ท่าจะแย่หน่อย) อย่างมากก็ลำไส้เป็นแผลเรื้อรัง กินหนอนตายอยากอย่างเดียวก็หายวันหายคืน อย่าวิตกกังวลไปเลยครับ

    ตำรับที่ 62 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    พริกไทยล่อน เปลือกมะรุม ขิง รากชุมเห็ดไทย
    สมุลแว้ง สะค้าน ช้าพลู พิมเสนต้น
    ทำเป็นยาผง เอาน้ำส้มซ่าเป็นกระสาย (น้ำร้อนง่ายดีครับ) รับประทานหลังอาหาร เช้า-เย็น ครั้งละ ๑ ช้อนคาว จะหายในไม่ช้า ขนานนี้เข้าท่าดี เพราะเป็นยาร้อน จะทำให้โลหิตเดินสะดวก เส้นประสาททำงานได้คล่องตัว
    ตำรับที่ 63 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    หัวหอมแดง รากขี้กาแดง รากมะอึ ก แก่นสน บอระเพ็ด สมอไทย
    ต้มรับประทานก่อนอาหารเช้า-เย็น และก่อนนอน ครั้งละ ๑ ถ้วยชา ไม่เกิน ๔ หม้อ หายแน่ ว่างั้น (หมายถึงเจ้ายาว่าไว้นะครับ)
    ตำรับที่ 64 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    แก่นสน แก่นจันทน์ กรุงเขมา กะพังโหม
    ต้มเคี่ยวให้เดือดอย่างน้อย ๓๐ นาที รับประทานก่อนอาหาร เช้า- กลางวัน-เย็น และก่อนนอน ครั้งละ ๑ ถ้วยชา(ขนานนี้รักษาลม ตามความเชื่อว่าโรคนี้เกิดจากลมอัมพฤกษ์และลมอัมพาต ความรู้ผมไม่ถึง ไม่กล้าวิจารณ์ เพราะเรามักวิจารณ์จากความรู้ของคนสมัยใหม่ แต่ให้ดูการฝังเข็มของหมอจีนสิ มันเหนือสรีรวิทยาและกายวิภาคศาสตร์แผนปัจจุบัน เขาทำได้ และหายจริง ทำให้เลือดหยุดไหล สกัดความเจ็บปวด ทำได้หมด
    ตำรับที่ 65 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    แก่นมะซาง เปลือกมะซาง เปลือกไข่เน่า ชะเอมเทศ สักขี
    จันทน์แดง จันทน์ขาว ดอกพิกุล ดอกบุนนาค ดอกสารภี
    เกสรบัวหลวง หนักอย่างละ ๔ บาท
    ต้มหรือทำผงก็ได้ ละลายน้ำดอกไม้แทรกพิมเสนเป็นกระสาย เป็นยาแก้โรคลม บำรุงหัวใจ )
    ตำรับที่ 66 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    เถารางแดง เถาวัลย์เปรียง สมุลแว้ง ดอกมะลิ ดอกพิกุล ดอกบุนนาค
    เกสรบัวหลวง เกสรบัวสัตตบงกช จันทน์ขาว จันทน์แดง กฤษณา กะลำพัก
    แฝกหอม รากมะนาว เปราะหอม โกฏหัวบัว
    ทั้งหมดใช้น้ำหนักเท่ากัน จะใช้มาตราส่วนแบบไหนก็ได้ ตากแห้ง บดเป็นผง รับประทานกับน้ำร้อน ครั้งละ ๑ ช้อนคาว ๓ เวลา หลังอาหาร ดูตัวยาสมุนไพรแต่ละชนิดก็ล้วนเป็นยาหอมแก้โรคลมทั้งนั้นครับ เพราะคนโบราณท่านเรียกว่าลมอัมพฤกษ์ ลมอัมพาต เวลานวดท่านก็กดที่จุดลมเช่นกัน แต่ร่างกายของเรานี้มันเร้นลับอยู่นะครับ พริกเข้าตาเอาน้ำรดหัวแม่เท้ามันยังหาย ตาเป็นต้อ เอายาพอกที่ข้อมือก็ยังหาย สตรีคลอดลูกเลือดตกหนัก เอายาพอกหัวแม่เท้าเลือดยังหยุดไหล หาเหตุผลไม่ได้ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

    ตำรับที่67 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    ดีงูเหลือม ๔ บาท พิมเสน ๔ บาท รากพริกไทย ๘ บาท รากกรุงเขมา ๘ บาท
    ทำเป็นยาผงละลายน้ำผึ้ง รับประทานหลังอาหาร เช้า-เย็น ครั้งละ หัวแม่มือ จะพูดได้ชัดเจนขึ้น
    ตำรับที่ 68 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    หญ้าปากควาย ใบพลูแก่ ใบผักคราดหัวแหวน ใบแมงลัก
    ใบพรมมิ ข่าตาแดง สารส้ม เกลือทะเล
    สัดส่วนเท่ากัน ทำเป็นยาผง ละลายสุราแทรกพิมเสนหยิบมือ รับประทานก่อนอาหารเช้า-เย็น หายจากลิ้นกระด้างคางแข็ง (ตำราของพระสังฆราชสุก ไก่เถื่อน)
    ตำรับที่ 69 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    หัสคุณไทย หัสคุณเทศ เปล้าน้อย รากเจตมูลเพลิง
    ยางสลัดได ตรีกฏุก รากตองแตก เทียนดำ
    ทำเป็นยาผง รับประทานกับสุรา หรือน้ำร้อน ก่อนอาหารเช้า-เย็น ครั้งละ ๒ ช้อนชา
    ตำรับที่ 70 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    หัวไพล ใบพลับพลึง เทียนดำ อบเชย อย่างละ ๒ บาท ใบมะขาม ๑๖ บาท
    ตำให้ละเอียด ห่อผ้า นึ่งให้ร้อน ใช้ประคบเส้นทุกวัน ๗ วันจึงจะหาย

    ตำรับที่ 71 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    ลูกพิลังกาสา ผักแพวแดง กระวาน การบูร ว่านน้ำ มหาหิงคุ์
    พริกไทยล่อนเท่ายาทั้งหลาย ทำเป็นยาผง ละลายน้ำร้อนหรือสุรา
    รับประทานก่อนอาหาร เช้า-เย็น ครั้งละ ๒ ช้อนชา ๓-๔ อาทิตย์จะหายจากโรคแล.
    ตำรับที่ 72 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    หัวไพล พริกไทยล่อน
    น้ำหนักเท่ากัน ทำเป็นผง ละลายน้ำผึ้งรับประทานครั้งละหัวแม่มือ ก่อนอาหารเช้า-เย็น กิน ๑ เดือน โรคร้ายหายหมด กิน ๒ เดือน ผิวพรรณสวยงามดุจวัยรุ่น
    ตำรับที่ 73 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    หัวขิง หัวข่า หัวกะทือ หัวกระชาย หัวไพล กระเทียม
    พริกไทยล่อน ดอกดีปลี ยาดำ หนักอย่างละ ๑ ขีด เกลือทะเล ๓ ขีด
    ทำเป็นยาผง กินกับน้ำร้อน หลังอาหารเช้า และก่อนนอน ครั้งละ หัวแม่มือ
    ทำให้การหมุนเวียนโลหิตดีมาก รักษาได้ทุกโรค
    ตำรับที่ 74 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    หัวขิง หัวข่า หัวไพล หัวกะทือ พริกไทย ดีปลี กระเทียม ดองดึง กระวาน
    กานพลู สะค้าน ช้าพลู รากเจตมูลเพลิง เจตพังคี เกลือทะเล มหาหิงคุ์ ยาดำ
    น้ำหนักเท่ากัน ทำเป็นยาผง กินกับน้ำร้อน หรือสุรา ก่อนอาหารเช้า- เย็น ครั้งละ ๑ ช้อนแกง
    ตำรับที่ 75 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    หัวไพล หัวกะทือ หัวขิง หัวกะชาย แห้วหมู พริกไทย
    รากแจง ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้ มะขามเปียก อย่างละ ๑ ขีด เกลือทะเล ๑ ชาม
    ทำเป็นยาผง กินกับน้ำร้อนหรือสุรา ก่อนอาหารเช้า-เย็น ครั้งละ ๑ ช้อนแกง
    ตำรับที่ 76 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    ขมิ้นอ้อย ขิง พริกไทย สารส้ม เกลือทะเล ดินประสิว
    น้ำหนักเท่ากัน ทำเป็นยาผง รับประทานกับน้ำร้อนวันละ ๓ ครั้ง ก่อนอาหาร ครั้งละ ๑ ช้อนแกง หายภายใน ๑ เดือน
    ตำรับที่ 77 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    ดีปลี ช้าพลู สะค้าน เจตมูลเพลิง ขิง พริกไทย
    แก่นสน ลูกจันทน์ ดอกบุนนาค อย่างละเท่ากัน
    ทำเป็นยาผง กินกับน้ำร้อน หรือสุรา ก่อนอาหาร เช้า-กลางวัน – เย็น ครั้งละ ๑ ช้อนแกง หายแล
    ตำรับที่ 78 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    ขนานนี้มีคนกล่าวขานกันมากว่ารักษาคนหายมาหลายคนแล้ว ดูตัวยาแล้วเห็นจะจริง
    ดอกดีปลี ช้าพลู สะค้าน เจตมูลเพลิง ขิง พริกไทย
    เปลือกกุ่มน้ำ เปลือกกุ่มบก เปล้าใหญ่ เปล้าน้อย แสมทะเล สักขี
    แก่นสน ข่าตาแดง ข่าใหญ่ ข่าต้น กระชาย หัวไพล
    หัวกะทือ หัวแห้วหมู มะตูมอ่อน ผิวมะกรูด เทพทาโร แก่นกันเกรา
    แก่นประดู่ เถาวัลย์เหล็ก เถาวัลย์เปรียง แก่นขี้เหล็ก รากมะรุม รากเจตพังคี
    บอระเพ็ด ว่านน้ำ เป็นยา ๓๒ ชนิด เท่ากับอาการ ๓๒
    ยาทั้งหมดใช้น้ำหนักเท่ากัน ทำเป็นยาผง กินกับน้ำร้อน หรือน้ำผึ้ง หรือน้ำสุรา ก่อนอาหาร เช้า-กลางวัน-เย็น ครั้งละ ๑ ช้อนแกง ขนานนี้ผมจะปรุงไว้นะครับ ใครต้องการก็โทร.สอบถามได้ 081-1795197
    ตำรับที่ 79 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    เหงือกปลาหมอ ๑ ตำลึง เปลือกมะรุม ๑ ตำลึง หมาก ๒ ซีก เบี้ย ๓ ตัว
    ต้มรับประทานก่อนอาหาร เช้า กลางวัน –เย็น และก่อนนอน มื้อละ ๑ ถ้วยชา หายทุกรายว่างั้น
    ตำรับที่ 80 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    เทียนดำ เทียนขาว เจตมูลเพลิง อย่างละ ๒ บาท
    พญามือเหล็ก กระวาน กานพลู อย่างละ ๔ บาท
    ขิงแห้ง รากระย่อม ดอกดีปลี อย่างละ ๔ บาท
    ลูกผักชี การบูร อย่างละ ๔ บาท
    โกฏสอ โกฏเขมา โหราเท้าสุนัข อย่างละ ๑๐ บาท
    รงทองสะตุแล้ว ๑๒ บาท ยาดำ ๘ บาท
    ทำเป็นยาผง ผสมน้ำผึ้งปั้นลูกกลอน รับประทานก่อนอาหาร เช้า-เย็น ครั้งละ ๓ เม็ด หายหมด

    ตำรับที่ 81 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    มะกรูด มะคำดีควาย อย่างละ ๑๕ ผล
    เถาวัลย์เปรียง แก่นขี้เหล็ก อย่างละ ๑๕ บาท
    ยาดำ ดีเกลือฝรั่ง อย่างละ ๖ บาท
    เกลือทะเล ๓ กำมือ ใบมะกา ๓ บาท ใบส้มป่อย ใบมะขาม อย่างละ ๒ บาท
    ขี้กาแดง ๓ ลูก ฝักราชพฤกษ์ ๕ ฝัก ชุมเห็ดใหญ่ ๑ ต้น
    ต้มให้เดือดอย่างน้อย ๓๐ นาที รับประทานก่อนอาหารเช้า กลางวัน เย็น ครั้งละ ๑ ถ้วยชา หายแล
    ตำรับที่ 82 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    ใบสวาด หัวไพล เถาเอ็นอ่อน ผักเป็ดขาว อย่างละ ๑ กิโลกรัม ตำคั้นเอาน้ำทอดในน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันปาล์ม จนเด็ดน้ำแล้ว เอา การะบูร ๑ กิโลกรัม พิมเสน ๕ บาท เมนท่อล ๑ บาท ใส่ในโหลแก้วให้มันละลายก่อน แล้วเอาผสมลงในน้ำมันสมุนไพรที่ได้มา
    เอาน้ำมันนี้ไว้ทา ส่วนกากยาที่ตำคั้นเอาน้ำแล้วนั้น ให้ปั้นเป็นลูกกลอน รับประทานก่อนอาหาร เช้า-กลางวัน-เย็น ห้ามอาบน้ำ ๗ วัน หายแล
    ตำรับที่ 83 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    แสลงใจทั้งห้า สัตตบรรณทั้งห้า มะคำไก่ทั้งห้า
    แจงทั้งห้า เลี่ยนทั้งห้า ขี้เหล็กทั้งห้า เถาวัลย์เปรียงทั้งห้า
    น้ำหนักเท่ากัน ต้มรับประทานก่อนอาหาร เช้า-เย็น ครั้งละ ๑ ถ้วยชา
    ตำรับที่ 84 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    พริกไทยล่อน เปลือกมะรุม ขิง มะแว้งทั้งห้า
    เทียนเยาวภาณี ยาดำ ชะลูด สะค้าน พิมเสนต้น
    น้ำหนักเท่ากัน ตากแห้งทำผง รับประทานกับน้ำร้อนก่อนนอน ครั้งละ ๑ ช้อนแกง

    ตำรับที่ 85 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    เทียนทั้งห้า ขี้เหล็กทั้งห้า มะขามป้อม บอระเพ็ด อย่างละ ๒ บาท
    ใบมะกา โกฏน้ำเต้า แห้วหมู เถาวัลย์เปรียง อย่างละ ๒ บาท
    ฝักราชพฤกษ์ ๕ ฝัก ยาดำ ๑ บาท
    ต้มรับประทานก่อนนอนวันละครั้ง ๆ ละ ๑ ถ้วยชา จะหายภายใน ๑ เดือน ว่างั้น


    ตำรับที่ 86 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    ผักแพวแดง ๑ ตำลึง เปล้าน้อย ๑ บาท ว่านน้ำ ๓ บาท
    ชะเอมเทศ ๓ บาทหางไหลแดง ๑ บาท พริกไทย ๑ บาท
    กระเทียม ๒ บาท ปลาไหลเผือก ๑ ตำลึง แก่นขี้เหล็ก ๑ บาท
    ทุบยาทั้งหมดให้แตก ห่อผ้าขาว ใส่โหลดองสุราให้ท่วมยา
    ประมาณ ๑ อาทิตย์ จึงรับประทานก่อนอาหารเช้า-เย็น ครั้งละ ๑ ถ้วยชา
    ตำรับที่ 87 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    จันทน์ขาว จันทน์แดง สมอเทศ สมอไทย
    ชิงช้าชาลี แก่นแสมสาร แฝกหอม
    สัดส่วนน้ำหนักเท่ากัน ต้มกินก่อนอาหารเช้า-เย็น ครั้งละ ๑ ถ้วยชา ไม่นานก็หายว่างั้น
    ตำรับที่ 88 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    ยานี้ชื่อมหาอนันต์ แก้ได้ทั้งอัมพฤกษ์ อัมพาต แก้ท้องมาน แก้หืดหอบ แน่นท้อง แน่นอก โรคเส้นหัวใจตีบ แก้สะดุ้งผวา แก้ลมขึ้นเบื้องสูง แก้ท้องเดิน เหมาะสำหรับทำเป็นยาประจำบ้าน เวลาเจ็บป่วยจะได้กินรักษา แต่มิใช่กินประจำเช่นยาอายุวัฒนะ ตัวยามีดังนี้
    ลูกจันทน์ ๒ สลึง ดอกจันทน์ ๑ บาท กระวาน ๑ บาท การบูร ๑ บาท
    ดินประสิว ๑.๕๐ บาท เกลือสินเธาว์ ๑.๕๐ บาท ลูกพิลังกาสา ๒ บาท
    ว่านน้ำ ๒ บาท โกฏสอ ๒.๕๐ บาท โกฏเขมา ๒.๕๐ บาท เทียนดำ ๓ บาท เทียนแดง ๓ บาท เทียนขาว ๓ บาท เทียนตาตั๊กแตน ๔ บาท เทียนข้าวเปลือก ๔ บาท ขิงแห้ง ๑ บาท รากเจตมูลเพลิง ๔ บาทสมอไทย ๕ บาท บุกรอ ๕ บาท
    หัสคุณเทศ ๕ บาท พริกไทยร่อน ๓๕ บาท
    ทำเป็นยาผง กินกับน้ำผึ้ง น้ำร้อน หรือน้ำสุรา ครั้งละ ๑ ช้อนแกงก่อนอาหาร เช้า-กลางวัน-เย็น
    ตำรับที่ 89 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    พริกไทยล่อน ขิงแห้ง เทียนดำ มหาหิงคุ์ ว่านน้ำ โกฏพุงปลา ใบกระวาน
    เถาสะค้าน เกสรบัวหลวงแดง เกสรบังหลวงขาว หญ้าตีนนก เกลือสินเธาว์
    แก่นขี้เหล็ก น้ำหนักเท่ากัน ทำเป็นยาผง
    รับประทานกับน้ำต้ม หรือน้ำสุรา ก่อนอาหารเช้า-เย็น ครั้งละ ๑ ช้อนแกง
    ตำรับที่ 90 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    เจตมูลเพลิง แห้วหมู กระเทียม เปลือกมะรุม สมอร่องแร่ง พริกไทยล่อน
    น้ำหนักเท่ากัน ทำเป็นยาผง กินกับน้ำต้ม หรือน้ำสุรา ก่อนอาหารเช้า-เย็น ครั้งละ ๑ ช้อนแกง

    ตำรับที่ 91 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    ผักโหม รากตองแตก รากมะตูม รากมะนาว ขมิ้นอ้อย ขี้กาแดง ขี้กาขาว
    น้ำหนักเท่ากัน บดเป็นผง กินกับน้ำต้ม หรือน้ำสุรา ครั้งละ ๑ ช้อนแกง แก้มือเท้าเย็นได้ด้วย
    ตำรับที่ 92 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    หัวคล้า รากมะกล่ำ รากกุ่มน้ำ ไคร้น้ำ บอระเพ็ด
    น้ำหนักเท่ากัน ต้มกินก่อนอาหาร เช้า-เย็น ครั้งละ ๑ ถ้วยชา แก้มือเท้าเย็น ไม่มีแรง
    ตำรับที่ 93 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    ลูกจันทน์ ดอกจันทน์ กานพลู อย่างละ ๒ บาท
    มหาหิงคุ์ ยาดำ การบูร อย่างละ ๑๐ บาท พริกไทยล่อน ๓๖ บาท
    ทำเป็นยาผง รับประทานกับน้ำต้ม หรือน้ำสุรา ก่อนอาหารเช้า-เย็น ครั้งละ ๑ ช้อนแกง ๓ เดือนหาย ว่างั้น
    ตำรับที่ 94 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    บอระเพ็ดพุงช้าง ดอกดีปลี ช้าพลู เถาสะค้าน รากเจตมูลเพลิง ขิงแห้ง
    ตากให้แห้ง น้ำหนักเท่ากัน ดองสุราตั้งแต่ ๑๐ วันขึ้นไป รับประทานเช้า-เย็น ครั้งละ ๑ ถ้วยชา หายแน่นอน
    ตำรับที่ 95 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    ผักเสี้ยนผีทั้งห้า ๑ กิโลกรัม ใบหนาด ๒ บาท
    ฝักราชพฤกษ์ ๓ ฝัก เถาวัลย์เปรียง ๑ ตำลึง ยาดำ ๒ บาท
    ต้มเคี่ยวอย่างน้อย ๓๐ นาที รับประทานก่อนอาหารเช้า-เย็น ครั้งละ ๑ ถ้วยชา ๕ หม้อหายว่างั้น
    ตำรับที่ 96 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    ขิง ข่า กระชาย ไพล แห้วหมู สะค้าน
    กระเทียม ช้าพลู แกแล เถาวัลย์เปรียง รากแจง แสมทะเล
    สมอไทย สมอเทศ สมอพิเภก ลูกคัดเค้า ยาดำ อย่างละ ๙ บาท
    ต้มกินก่อนอาหารเช้า-เย็น ครั้งละ ๑ ถ้วยชา หรือทำผง กินกับน้ำผึ้ง หรือน้ำสุรา ครั้งละ ๑ ช้อนแกง

    ตำรับที่ 97 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    ใบบัวบก ๔ บาท เปลือกมะรุม ๔ บาท เกลือทะเล ๑ กำมือ ยาดำ ๒ บาท หมาก ๓ ผล
    เบี้ยจั่น ๓ ตัว ใบมะขาม ๓ กำมือ ต้มกินหลังอาหารเช้า-เย็น ครั้งละ ๑ ถ้วยชา หายภายใน ๑ เดือน


    ตำรับที่ 98 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    พริกไทยล่อน เปลือกมะรุม ขิง ชุมเห็ดไทย
    สมุลแว้ง ช้าพลู สะค้าน พิมเสนต้น
    น้ำหนักเท่ากัน ทำผง กินกับน้ำสุกหรือสุรา หลังอาหารเช้า-เย็น ครั้งละ ๑ ช้อนแกง
    ตำรับที่ 99 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    หญ้าปากควาย ใบพลู ใบแมงลัก เกลือสะตุ
    ใบผักคราดหัวแหวน ใบพรมมิ ข่าตาแดง สารส้ม
    น้ำหนักเท่ากัน บดเป็นผง รับประทานกับน้ำสุกหรือน้ำสุรา ก่อนอาหารเช้า-เย็น ครั้งละ ๑ ช้อนแกง
    ตำรับที่ 100 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    ดีงูเหลือม พิมเสน รากพริกไทย รากกรุงเขมา น้ำหนักเท่ากัน ทำเป็นผง ผสมน้ำผึ้ง รับประทานก่อนอาหารเช้า-เย็น
    ตำรับที่ 101 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    เทียนดำ อบเชย หัวไพล ใบพลับพลึง อย่างละ ๒ บาท ใบมะขาม หนัก ๑๖ บาท
    ตำห่อผ้าขาวนึ่ง ใช้ประคบเส้น
    ตำรับที่ 102 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    ลูกพิลังกาสา ผักแพวแดง กระวาน การบูร มหาหิงคุ์ พริกไทยล่อน
    หนักอย่างละ ๔ บาท บดเป็นผง ละลายน้ำสุกกินเช้า-กลางวัน-เย็น ครั้งละ ๑ ช้อนแกง ๙ วันหายแล
    ตำรับที่ 103 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    พริกไทยล่อน เปลือกมะรุม ขิงสด รากชุมเห็ดเทศ
    สมุลแว้ง เทียนเยาวภาณี ยาดำพิมเสนต้น ช้าพลู สะค้าน
    หนักเท่ากัน ทำเป็นผง ละลายน้ำผึ้งกินเช้า-เย็น ครั้งละ ๑ ช้อนแกง
    ตำรับที่ 104 รักษาอัมพฤกษ์อัมพาต
    ฟ้าทะลายโจร ใบชุมเห็ดเทศ เกลือสะตุ หนักอย่างละ ๑๐ บาท
    บดเป็นผง ผสมน้ำผึ้ง กินหลังอาหารเช้า-เย็น ขนาดปลายนิ้วชี้
    ยาสูตรนี้เจ้าของเป็นคนนครศรีธรรมราช หวงมาก เพราะเป็นหมออาชีพ ใช้รักษาคนหายมามากแล้ว
    ร.ต.อ.เปี่ยม บุณยะโชติ ไปอ้อนวอนขอเพื่อเอามาเผยแพร่ เจ้าของจึงยอมเปิดเผยสูตร



ความคิดเห็นที่ 98

korn (Guest)
27 มี.ค. 2554 10:09
  1. ครูไผ่ครับ ผมคือ เจ้าของกระทู้ เองครับ ตอนนี้อาการก็ดีขึ้นมากแล้ว เริ่มวิ่งช้าๆๆได้แล้ว กำ แบ มือได้ แล้ว ที่เอามาโพสเพราะอยากจะช่วยคนที่ป่วยเหมือนอย่างผม ต้องอดทน ออกกำลังกายให้มาก และควมคุมอาหาร ให้กำลังใจว่าต้องหาย ครับ กำลังใจคือสิ่งสำคัญมาก ผมขับรถได้ ขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้าBTS MRT สบายมาก ครับ ตอนนี้เกือบ80-90%แล้ว อยาก บอกว่า โรคนี้หายได้นะครับ อย่าท้อ เป็นอันขาด เป็นกำลังใจกับทุกคน ครับ ผมชื่อโอ คนเดียวกับ korn , chaiwat89,chaiyasak_p ครับ



ความคิดเห็นที่ 71

chaiwat89@hotmail.com (Guest)
27 มี.ค. 2553 20:54
  1. แนะนำไป หาหมอมาโนช สิ คนที่เป็น หาย มาเยอะ แล้ว เพราะ ตัว เองก็ไปรักษาเหมือนกัน คลีนิคหมอมาโนช 39/11 ถนนตรีโชติอ.เมืองจ.สุโขทัย 055-610093 081-2802288 ตรวจรักษาโรคอายุรกรรม-อัมพาต-อัมพฤกษ์ โรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน-ไขมัน โรคตับ-ไต โรคชรา โรคปอด-หอบหืด โรคไขข้อ กามโรค โรคกระเพาะ-ลำไส้ โรคเลือด โรคสมอง โรคจิตประสาท-โรคเอดส์
    เวลาทำงาน
    จ-ศ เช้า 07.00-8.30 น.
    กลางวัน 12.00-13.00 น.
    เย็น 17.30-20.00 น.
    ส-อา เช้า 08.30-12.00 น.
    และวันหยุดราชการ เย็น 17.30 -20.00 น.
    หยุดทุกเย็นวันอา



ความคิดเห็นที่ 70

docternoy@hotmail.com (Guest)
23 มี.ค. 2553 14:51
  1. แถว ๆ บ้านผม มีคนที่เป็น อัมพฤกษ์ หลาย ๆ คน กินสมุนไพร ชนิดหนึ่ง แล้วดีขึ้น แต่อยากให้ผู้ที่เป็น ให้ญาติ ๆ พาไปสัมผัส กับผู้ที่เป็นอาการแบบนี้ พอกิน สมุนไพรชนิดนี้ แล้วอาการหลาย ๆ อย่างดีขึ้น หลาย ๆ คน เริ่มเดินได้
    ยังไม่อยากบอกว่ามันคืออะไร อยากให้ไปรู้เห็นเอง เพราะคนเราสิบปากว่า ไม่เท่าตาเห็น สมุนไพร ถ้าใครใช้แล้วถูกกับธาตุเราเอง หลาย ๆ อย่างมันจะหายได้อย่างไม่น่าเชื่อ หรือไม่หายก็อาจจะดีขึ้น ที่สำคัญสมันไพร ไม่เป็นอันตราย ถ้าบังเอิญเราใช้แล้ว มันถูกกับเราก็ถือว่า โชคดี เราไปศึกษาดู ก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร ถ้าเราได้ไปสัมผัสพูดคุยกับผู้ที่เป็นอาการต่าง ๆ แล้วหาย หรือ ดีขึ้น เพราะกินสมุนไพรชนิดนี้ มันจะทำให้เรามั่นใจ และตัดสินใจได้ ลองติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์นี้ครับ 0812658392



ความคิดเห็นที่ 3

KNowarp
22 พ.ค. 2552 07:55
  1. มาให้กำลังใจด้วยคนคะ
    ใครๆก็มีปัญหาด้วยกันทั้งนั้น
    อยู่ที่ว่าจะทำใจได้แค่ไหน

    การรักษาไม่ไปใช้บริการโรงพยาบาลของรัฐบาลล่ะ
    จะประหยัดเงินได้มากเลย

    ถ้าไม่มีใครพูดคุยด้วย ก็มาคุยที่ วิชาการดอทคอม นี้ได้
    โรงพยาบาลจิตเวช เราก็ไปทุกเดือนเลย
    อยากรู้เปล่าไปทำอะไร {#emotions_dlg.a7}




ความคิดเห็นที่ 88

bell (Guest)
21 ม.ค. 2554 12:45
  1. ผมคือคนหนึ่งคนที่เจอคนในรูปแบบนี้มาแร้ว
    ผมขอเปนกำลังใจให้ทุกคน
    ที่เจอหรือผ่าน
    วิกิตรนี้มาได้



ความคิดเห็นที่ 87

kron (Guest)
20 ม.ค. 2554 13:03
  1. ดอน สอนระเบียบ หรือ ดอน พีเอ็มไฟว์ เขาเริ่มเป็นที่รู้จักของแฟนเพลงตั้งแต่ปลายยุค 70 ชื่อของดอนอยู่เคียงคู่กับวงการเพลงไทยลูกกรุงมาตลอด ด้วยลีลาการทำเพลงคัฟเวอร์ในภาคภาษาไทย ทั้งเพลงจีน เพลงฝรั่ง เพลงญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นบัลลาด ป๊อป แม้กระทั่งดิสโก้ ดอนนำมาร้องจนโด่งดังทุกครั้ง แม้ศิลปินรุ่นเดียวกันจะล้มหายตายจากไป แต่ดอนก็กลับมาโด่งดังตลอด เขาจึงเป็นศิลปินร่วมสมัยที่กลับมาสร้างสีสันให้กับวงการเพลงลูกกรุง จนคนกล่าวขานว่าดอน สอนระเบียบ คือ “ แมวเก้าชีวิต ”

    ก่อนหน้านี้ประมาณ 2 ปี ดอนหรือนายอุดร สอนระเบียบ เคยป่วยเป็นอัมพฤกษ์จนเดินและพูดไม่ได้ต้องนั่งรถเข็น ปากเบี้ยว ต่อมาได้รักษาอาการป่วยจนเดินได้และพูดได้เหมือนปกติ สร้างความมหัศจรรย์ให้กับวงการเพลงมาแล้ว แต่ดอนต้องพบกับมรสุมครั้งใหญ่ของชีวิตอีกครั้ง เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 46 อาการป่วยของดอนกำเริบภรรยามาพบดอนขณะเขานอนตัวชาอยู่บนเตียง จึงรีบฉีดยาให้ แต่ครั้งนี้อาการของดอนไม่ดีขึ้น เนื่องจากความดันโลหิตสูงและเส้นเลือดในสมองแตก คณะแพทย์ได้ทำการผ่าตัดเพื่อดูดโลหิตออกจากสมองซึ่งค่าใช้จ่ายเบื้องต้นในการรักษาอยู่ที่หลักแสน หลังจากล้มป่วยเป็นโรคเส้นโลหิตในสมองแตกมาครึ่งปี ตอนนี้แม้อาการจะดีขึ้นแต่นักร้องแมวเก้าชีวิต ดอน สอนระเบียบ ก็ยังไม่สามารถเดินได้เป็นปกติ ยังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ จึงจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อยเป็นค่ารักษา แต่ดอน ไม่มีรายได้จากทางใดเนื่องจากไม่มีเสียง พูดไม่ชัด รายได้ต่าง ๆ ที่เคยมีก็ร่อยหรอลงจนไม่มีเงินรักษา

    ดอนกล่าวถึงอาการป่วยของตัวเองว่า “ เคยคิดฆ่าตัวตาย แต่มาคิดได้ว่า คนที่เขาเป็นโรคต้องตายแน่นอนเขายังไม่อยากตาย แต่เรายังมีแรงอยู่ ทุกคนเกิดมาชีวิตไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทุกคนต้องสู้ ผมจะต่อสู้จนกว่าจะหมด 9 ชีวิตที่เขาให้ไว้ ” ทุกคนล้วนกลัวความตาย แม้จะไม่รู้ว่าความตายนั้นคืออะไร ความตายไม่เคยให้ใครได้ทดลองทำความรู้จัก แต่สำหรับคนที่หมดซึ่งหนทาง และกำลังท้อแท้กับชีวิตอย่างหนัก ความตายคงไม่ใช่สิ่งน่ากลัวแต่สำคัญที่สุดคืออย่าให้ตัวเราหรือคนที่เรารักต้องท้อแท้และหมดหนทาง ส่วนคนที่ยังไม่เคยประสบกับปัญหาเหล่านี้อย่าปล่อยให้ชีวิตดำเนินไปโดยไม่มีการวางแผน เพราะสักวันอาจต้องเผชิญกับสิ่งที่ ดอนกำลังประสบอยู่ในขณะนี้



ความคิดเห็นที่ 8

yama
1 มิ.ย. 2552 21:48
  1. ถึงคุณชัยวัฒน์89:


    อายุเป็นเพียงตัวเลข สุขภาพร่างกายเป็นของแท้จริง เนื่องจากไม่รู้จักคุณชัยวัฒน์ดีพอ จึงไม่กล้า comment แต่คนป่วยด้วยโรคอัมพฤกษ์-อัมพาตทุกราย เกิดจากเส้นเลือดสมองอุดตัน การอุดตันนี้เกิดมาจากไขมันเลว (LDL) ๆ มาจากครีมเทียม เนยเทียม น้ำมันพืชเติมไฮโดรเจน หรือที่เรียกรวมๆ ว่า Trans fat ทุกวันนี้คนไทยป่วยกันมากตั้งแต่เด็กจนวัยกลางคนเพราะสารพิษใน trans fat


    ต้องหยุดกินอาหารทอด อาหารผัดน้ำมันพืชฯ ให้กินอาหารที่ต้ม ปิ้ง นึ่ง ย่าง อบ และกินน้ำสมุนไพรกระเจี๊ยบแดงต้มพุทราจีน เพื่อลด LDL เพิ่ม HDL ในเลือด ไหว้พระสวดมนต์ อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร ทุกเช้า-ค่ำ บทสวดชัยมงคลคาถา (พาหุงมหากาฯ) เคยมีผู้สวดแล้วได้ผลหายจากอัมพาตใน ๖ ปี


    อยากรู้เกี่ยวกับวิธีดูแลสุขภาพที่แตกต่าง คลิกไปที่ http://cdri.multiply.com และ http://cdrit.multiply.com




ความคิดเห็นที่ 91

korn (Guest)
3 ก.พ. 2554 19:56
  1. ความรู้ด้านแพทย์แผนไทย



    วิธีรักษาอัมพฤกษ์-อัมพาตของหมอโบราณ...




    แพทย์แผนโบราณเขาไม่มีเครื่องมือตรวจหาความผิดปกติของอวัยวะภายในเช่นแผนปัจจุบัน การรักษาของหมอโบราณในปัจจุบันทำได้ง่ายขึ้นเมื่อทราบคำวินิจฉัยจากแพทย์แผนปัจจุบัน ดังตัวอย่าง

    หากแพทย์แผนปัจจุบันลงความเห็นว่า เป็นอัมพฤกษ์-อัมพาต เพราะเส้นเลือดฝอยในสมองแตก
    วิธีการรักษาในเบื้องต้น

    หมอจะให้ผู้ป่วย นำใบหนุมานประสานกายมาครั้งละ ๗ ช่อ ตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าโรง ๑ ช้อนโต๊ะ

    ผสมด้วยน้ำต้มสุกอีก ๑ ช้อนโต๊ะ กินให้หมดในครั้งเดียว โดยให้กินหลังอาหาร ๑ ชั่วโมงวันละ ๒ ครั้ง เช้า-เย็น

    กินติดต่อกัน ๑๐ วัน พร้อมกับให้กินยาอื่นๆ ประกอบการ นวดรักษา หรือ ทำกายภาพบำบัด

    บางครั้งหมอจะให้ผู้ป่วย นำใบหนุมานประสานกายมาครั้งละ ๑๐ ช่อใหญ่ๆ ตำพอช้ำใส่หม้อดิน แก้ว หรือหม้อสเตนเลส ต้มกินน้ำให้หมดในครั้งเดียว โดยให้กินวันละ ๓ ครั้ง รวมเป็นต้องใช้ต้มน้ำกินวันละ ๓๐ ช่อ กินติดต่อกัน ๑๐ วัน พร้อมให้กินยาอื่นประกอบและนวดเส้นบ้าง

    *สรรพคุณของใบหนุมานประสานกายสด สามารถเข้าไปประสานเส้นโลหิตในสมองที่แตกให้ติดกันได้อย่างรวดเร็ว ช่วยให้อาการอัมพฤกษ์- อัมพาตหายเร็วขึ้นได้เป็นอย่างดี (แต่ต้องเริ่มกินในระยะเริ่มเป็น) คนโบราณจึงนิยมปลูกต้นหนุมานประสานกายไว้กันแทบทุกบ้าน*



    หากแพทย์แผนปัจจุบันลงความเห็นว่า เป็นอัมพฤกษ์-อัมพาต เพราะเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองตีบตันหรือเพราะการคั่งของเลือดในสมอง
    วิธีการรักษาในเบื้องต้น

    หมอจะให้ผู้ป่วย กินน้ำคั้นของใบคึ่นฉ่ายในบางวันประกอบบ้าง

    หมอจะให้ผู้ป่วย กินน้ำต้มของดอกและเมล็ดคำฝอยไปทุกวันบ้าง

    หมอจะให้ผู้ป่วย กินน้ำต้มลูกกระเจี๊ยบแดงไปทุกวันบ้าง

    หมอจะให้ผู้ป่วย กินใบหอม หัวหอมและหัวกระเทียมแห้งไปทุกวันซึ่งสามารถกินไปจนกว่าจะหาย

    หมอจะให้ผู้ป่วย กินน้ำปัสสาวะของเด็ก และ น้ำปัสสาวะของตนเองไปด้วยบ่อยๆ บ้าง

    *เพราะสรรพคุณของ ดอกและเมล็ดคำฝอย ใบหอม หัวหอมและหัวกระเทียมแห้ง ลูกกระเจี๊ยบแดงก็ดี
    มีสรรพคุณลดไขมันในโลหิต ป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด แก้ไขมันอุดตันในเส้นเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
    น้ำปัสสาวะเป็นยาป้องกันและรักษาหลอดเลือดในสมองหรือที่หัวใจตีบตันได้เป็นอย่างดี เพราะในน้ำปัสสาวะมีสารสำคัญคือ ?สารยูเรีย? อยู่มาก*
    พร้อมกับกินยาขนานอื่นๆ ให้การรักษาด้วยการนวดเส้นสายตามหลักหัตถศาสตร์ ประการสำคัญต้องสร้างกำลังใจและตั้งใจให้แน่วแน่ว่าตนเองจะต้องหาย จะต้อง นั่ง ยืน เดินและทำงานต่อไปได้อย่างแน่นอนและพยายามส่งกระแสจิตไปกระตุ้นยังอวัยวะที่เป็นนั้นๆ ด้วย คำว่า ?พุทโธ ๆ? เราต้องหายด้วยอานุภาพพระพุทโธ

    สำหรับการรักษาในเชิงลึก เป็นสิทธิของแพทย์แผนไทยจะวินิจฉัยว่าจะใช้ยาสมุนไพรโอสถสารใด วิธีการรักษาอาการใดๆ ประกอบตามความเหมาะสมในแต่ละกรณี จะมิได้นำมากล่าวไว้ณ ที่นี้

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น