วิชาการดอทคอม ptt logo

การบริจาคเลือด ทำให้ความเข้มข้นของเลือดลดลงหรือเปล่าค่ะ

โพสต์เมื่อ: 15:12 วันที่ 2 มิ.ย. 2552         ชมแล้ว: 23,044 ตอบแล้ว: 8
วิชาการ >> กระทู้ >> สุขภาพ

อยากทราบว่าหลังจากที่ไปบริจาคเลือดมาแล้ว
จะมีผลทำให้ความเข้มข้นของเลือดลดลงไปด้วยหรือเปล่า?
ผลตรวจเลือดหลังจากบริจาคเลือดได้ 1 เดือนค่ะ
เลือดเข้มข้น 32 % ปีก่อนตรวจได้ 37 %


ปล.กรรมพันธุ์ทางครอบครัวเป็นโลหิตจาง 



plaifar
ร่วมแบ่งปัน8 ครั้ง - ดาว 148 ดวง





จำนวน 8 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 2 มิ.ย. 2552 (20:28)

ความเข้มข้นของเลือด 32% หรือ 37% นั้นเข้าใจว่าหมายถึง hematocrit ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้จากการเอาเลือดไปปั่นอย่างเร็ว (centrifuge)  แรงเหวี่ยงจะทำให้เม็ดเลือดแยกออกจากส่วนที่เป็นของเหลว (plasma) ไปนอนทีก้นหลอด อ่านตรงรอยต่อของเม็ดเลือดกับส่วนของเหลว ออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์

เวลาเสียเลือดกระัทันหันรวมทั้งบริจากเลือดด้วย ตอนแรก hematocrit จะไม่เปลี่ยนเพราะร่างกายปรับตัวไม่ทัน แต่ภายในไม่กี่ชม.ร่างกายจะเริ่มเอาน้ำในส่วนอื่นของร่างกายใส่เข้าในวงจรเลือดเพื่อรักษาปริมาณเลือดให้คงที่ (เขาถึงให้ดื่มน้ำหลังบริจากเลือด) ภายในไม่กี่ชม.ปริมาณเลือดจะกลับไปเหมือนเดิม แต่ความเข้มข้น (hematocrit) น้อยลงเพราะเติมแต่น้ำ ไม่ได้เติมเม็ดเลือด เปรียบได้กับว่าคุณดื่มกาแฟไปได้หน่อยเห็นว่าหวานไปหรือขมไป คุณก็เอาน้ำเติมทำให้มีน้ำกาแฟมากขึ้น แต่ความเข้มข้น (ความหวานหรือความขม)จะน้อยลง  ภายในไม่กี่วันร่างกายจะผลิตเม็ดเลือดขึ้นมาทดแทนที่เสียไป ความเข้มข้นก็จะกลับมาเหมือนเดิม เขาถึงให้รอระหว่างบริจากเลือด จำได้ว่าราวๆ ๖ อาทิตย์

สรุป หลังบริจากเลือดใหม่ๆ (สองสามชม.) ความเข้มข้นไม่เปลี่ยน ต่อจากนั้นจะลดลงหน่อย แล้วภายในไม่กี่อาทิตย์จะคืนเป็นปกติ (ในคนที่สุขภาพดี)


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5738 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 21 เม.ย. 2553 (12:01)
มีปํยหาต้องการจะถามดังนี้
ผมอายุ 42 ปี ปัจจุบันเป็นเบาหวานมามากกว่า 25 ปี เตยทำบานพาสเส้นเลือดหัวใจมาแล้ว 1 ครั้ง ตอนนี้ก็ทาน แอสไพรินอยู่ทุกวัน เห็นหมอบอกว่าเพื่อให้เลือดแข็งตัวถ้าเกิดแผลขึ้น แต่พอก็ไม่เห็นความแตกต่างเลย บางครั้งจะมีอาการเท้าบวม ตึง เดินไม่สะดวก ค้องขยับขาตลอดเวลา อ้อแล้วก็ใช้เส้นเลือนที่ขา มาทำการบายพาสด้วยครับ คำถามดังนี้
1. แอสไพลินช่วยให้เลือดแข็งตัวได้จริงหรือ
2. ถ้าทานมากๆ จะมีผลกระทบอะไรไหม
ปกติจะพบายามว่างน้ำสัปดาห์ประมาณ 4-5 วัน วันละ 1 ชม.
เป็นตะคริวป่อยมาก ขาดสารอาหารใดหรือเปล่าครับ
ขอบคุณ
วิทยา เกียรติสินทรัพย์
vittaya@ku-ler.com (IP:58.9.14.109)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 22 พ.ค. 2553 (19:13)
ความเข้มข้นของเลือด 31 และเป็นพาหะธาลัชซีเมียแบบเบต้าจะมีบุตรได้ไหม
ink-lovely@hotmail.com (IP:124.121.126.189)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 8 ก.ค. 2553 (06:23)

ตอบคำถามที่ ๒


1. แอสไพลินช่วยให้เลือดแข็งตัวได้จริงหรือ  ผมคิดว่าคุณฟังผิด แอสไปรินช่วยไม่ให้เกล็ดเลือด (platelets) เกาะตัวกันง่าย การที่เลือดจะแข็งตัวต้องอาศัยเกล็ดเลือดมาเกาะกัน ถ้ากันไม่ให้เกาะกันได้เร็ว เลือดก็แข็งตัวยากหน่อย ตรงกันข้ามกับที่คุณเข้าใจ เขาไม่ต้องการให้เลือดแข็งตัวเร็วเพราะถ้ามีที่ตีบในเส้นเลือดแล้วเลือดแข็งตัวง่าย ตรงที่ตีบอาจกลายเป็นตัน  ในขณะเดียวกันก็ไม่ต้องการให้เลือดไม่แข็งตัวเลย ม่ายงั้นมีดบาดนิดเดียวเลือดก็ไหลไม่หยุด  Coumadin กับ Plavix เป็นยาสองอย่างที่ต้องระวังมากไม่กินพร่ำเพรือเพราะเลือดจะไม่แข็งตัวหรือแข็งตัวช้ามาก ถ้าเกิดอุบัติเหตุเช่นรถชน ต้องทำการผ่าตัดจะมีอันตรายมากขึ้น นอกเสียจากเขาจะให้ยาแก้ หรือถ่ายเกล็ดเลือดให้ก่อนผ่าตัด


2. ถ้าทานมากๆ จะมีผลกระทบอะไรไหม   โดยปกติแอสไปรินกินขนาดสำหรับเด็กวันละเม็ด (๘๑ มิลลิกรัม) ก็ได้ผล ไม่ต้องกินเม็ดขนาดผู้ใหญ่กินคือ ๕ เกรน หรือ ๓๒๕ มิลลิกรัมก็พอ) การกินมากมีผลเสียได้มากเหมือนกัน เช่นเลือดออกในกระเพาะ แต่ถ้ากินเม็ดเดียวพร้อมกับกินกับอาหาร ไม่น่าจะมีผลเสียนอกจากบังเอิญแพ้ยา




ตอบความเห็นที่่ ๓  ถ้าพาหะ (carrier) ก่อนแต่งงานควรให้คู่สมรสไปตรวจดูว่าเป็นพาหะด้วยหรือไม่ แล้วปฤกษาแพทย์ทางพันธุกรรมว่าโอกาสทีลูกจะเป็นมากน้อยแค่ไหน 


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5738 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 16 ก.ค. 2553 (13:37)
ผมมีปัญหาจะถามครับ หลังจากที่ผมบริจาคเลือดมา มักจะปูด ตรงที่เจาะครับ เหมือนว่าเลือดไม่ไหลไปเหมือนเดิมๆ ต้องนั่ง คลึงให้เลือดไหลตัวครับ เส้นเลือดที่เจาะ หมอบอกเส้นเลือด เล็กมาก หาเจาะแทบไม่ได้เลยอยากทราบว่า เป็นอาการ เลือดเข้มไปไหมครับ เพราะกลัวเส้นเลือดอุดตันจะถามหา มีวิธีแก้ไขยังไงครับ ทุกๆวันนี้ออกกำลังกายโดยการวิ่ง วันละ 500 ม. ครับ ทุกๆวัน ครับ ผมสูง 167 หนัก 60 อายุ 32 ครับ...
matatama_3@hotmail.com (IP:202.129.32.165)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 25 ก.ค. 2553 (08:22)

ตอบข้อ ๕  การปูดตรงที่เข็มแทงเข้าผิวหนัง ถ้าปูดนิดหน่อยก็ธรรมดาครับ เป็นปฏิกริยาของผิวหนังต่อบาดแผล (เข็มแทง) แต่ถ้าปูดมากฟกช้ำก็อาจเป็นเพราะมีเลือดออกจากในเส้นเลือดมาอยู่ใต้ผิว  ถ้าเป็นอย่างนั้นอาจเป็นเพราะกดตรงรูเข็มนานไม่พอ หรือกดไม่ตรงจุด หรือคุณเป็นคนที่เลือดออกแล้วหยุดยาก (แบบหลังนี้โอกาสพบน้อยมาก)


เรื่องเส้นเลือดอุดตันไม่ต้องเป็นห่วงครับ ไม่อุดตันง่ายๆหรอก หรือถึงอุดตันก็ไม่สำคัญเพราะที่เขาเจาะเป็นเส้นเลือดดำ ไม่ใช่เส้นเลือดแดง จะไม่เกิดอันตรายแต่อย่างใด  ไม่ต้องมีการป้องกัน


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5738 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 19 พ.ค. 2554 (12:30)
อยากทราบความเข้มข้นเลือดปกติของคนเราอยู่ที่เท่าไหร่ค่ะ พอดีพ่อหนูไม่สบายความเข้มข้นเลือดน้อยมากทำให้ตัวเหลืองความเข้มข้นเลือดอยู่ที่ 18 หมอหาสาเหตุขอบโรคไม่ได้ไม่แน่ใจจะเกี่ยวกับมะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือเปล่ายังวิเคราะห์ไม่ได้ โอ๋
โอ๋ หาดใหญ่ (IP:223.206.73.233)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 20 พ.ค. 2554 (09:02)

สวัสดีค่ะ ถ้าสมมุติว่าเราบริจาคโลหิตทุกสามเดือน แล้วเวลาใกล้มีรอบเดือนแล้วเราจะไม่สบายทุกครั้ง
จะเกี่ยวข้องกับการที่เราบริจาคโลหิตไหมคะ


ปริศนาพิม
ร่วมแบ่งปัน525 ครั้ง - ดาว 0 ดวง

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม