แรงเสียดทาน

-ทำไมเวลาวัตถุจะเคลื่อนที่ต้องมีแรงเสียดทาน แล้วใครหรอคะที่เป็นคนบอกว่ามี



-แล้วสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานคืออะไรหรอคะ
5 ม.ค. 2547 18:14
302 ความเห็น
100016 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1  ..... (Guest)

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับ ทำไมต้องมีแรงเสียดทาน ถ้าเราลองถามตัวเองว่า ถ้าไม่มีแรงเสียดทานล่ะ มันก็จะรักษาสภาพเดิมใช่มั้ยครับ แรงเสียดทาน มันก็เหมือนแรงอื่นที่มากระทำมัน เช่น พื้นที่ดูเหมือนเรียบ ที่จริงมันก็ไม่เรียบถ้าขยายมันขึ้นมา มันก็เสียพลังงานไปเมื่อเคลื่อนที่บนพื้นนั้น ถ้ามันอยู่นิ่งๆ มันก็จะไม่เสียพลังงานถ้ามันวิ่งไป มันก็จาตกหลุมบ่อเล็กๆ นี่คือแง่มุมนึงแต่ก็ใช่ว่าจะมีแรงเสียดทานแค่ตอนเคลื่อนที่อย่างเดียว ตอนนิ่ง มันก็มีแรงเสียดทาน เราลองดึงโต๊ะไม่ต้องแรงมาก โต๊ะมันยังอยู่เฉยๆ เพราะแรงเสียดทานที่พื้นกระทำกับโต๊ะนั้น ต้านแรงของเราไว้ แต่ถ้าเราไม่ดึง กล่องมันก็อยู่นิ่งอยุ่แล้ว ก็ไม่มีแรงเสียดทาน แรงลัพธ์ก็เป็น0เหมือนกัน



ส่วน สปส.ความเสียดทานก้อดูเหมือนเป็นค่าคงที่ ระหว่างคู่ผิวสัมผัส ลองอ่านหนังสือดูก้อได้ มีจลน์ กับสถิต เหมือนที่เคยเห็นสมการ f=มิวN แรงเสียดทานมันแปรผนตรงกับแรงปฏิกิริยาที่พื้นทำ
6 ม.ค. 2547 19:02


ความคิดเห็นที่ 2 jjllcool j (Guest)

แล้วทำไมเวลาเราออกแรงยกของถึงไม่เกิดแรงเสียดทาน จะเกิดก็ต่อเมื่อผลักหรือลากเท่านั้น
8 ม.ค. 2547 17:25


ความคิดเห็นที่ 3 ต้าหมิงซื่อ (Guest)

เคยทำโจทย์ฟิสิกส์ สมัยเรียน ม.4 ยังไม่คิดการมีแรงเสียดทานเลย

เช่นการคำนวณเรื่องกฏของนิวตันแบบต่าง ๆ มักตั้งโจทย์โดยใช้

- พื้นราบลื่นไม่มีแรงเสียดทาน

- รอกลื่นไม่มีแรงเสียดทาน

- เพลาล้อลื่นไม่คิดแรงเสียดทาน

- ฯลฯ



ก็เห็นว่ากฏนิวตันยังคำนวณกันได้เลย....
9 ม.ค. 2547 07:51


ความคิดเห็นที่ 4 ... (Guest)

ก็ เวลายก ของมันไม่ได้ติดกับพื้น มันก้ไม่มีแรงจากพื้นสัมผัสทำกับวัตถุ อย่างไรก็ดี มันก็ยังมีอากาศที่ต้านอยู่ดีที่เราเรียนกันมักจะไม่คิด
9 ม.ค. 2547 21:54


ความคิดเห็นที่ 5 ต้าหมิงซื่อ (Guest)

คงไม่มีใครบอกครับ แต่เป็นสิ่งที่มนุษย์รับรู้กันมาช้านานแล้วครับ...

ซึ่งผู้ที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องแรงเสียดทานเป็นคนแรก ๆ เท่าที่มีบันทึกไว้ก็คือ Leonardo Da Vinci (1452-1519)
10 ม.ค. 2547 09:34


ความคิดเห็นที่ 6 ผู้ด้อย(ปัญญา) (Guest)

ลองคิดดูสิว่าถ้าโลกนี้ไม่มีแรงเสียดทานจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

(เหมือนในอวกาศที่ไม่มีแรงเสียดทานอะครับ)
10 ม.ค. 2547 21:12


ความคิดเห็นที่ 7 โดย นิรันดร์

นิยามของแรงเสียดทาน มันคือแรงที่เกิดขึ้นที่ผิวสัมผัส

แต่ไม่ใช่สมัผัสปุ๊บมีแรงเสียดทานปั๊บนะครับ

มันจะต้องมีแรงกดระหว่างผิวสัมผัสและผิวสัมผัสกำลังเลื่อนหรือพยายามเลื่อนออกจากกันในแนวที่ขนานกับผิว



ส่วนที่ถามว่าใครเป็นคนเจอ คงหาคนตอบยาก

เดี๋ยวก็จะมีคนถามอีกว่า ใครเป็นคนพบแรงดึงเชือก หรือแรงกดตั้งฉากผิว ฯลฯ กันอีก



ส่วนสัมประสิทธิของแรงเสียดทานคือ

อัตราส่วนของแรงเสียดทานจลน์หรือแรงเสียดทานสถิตสูงสุดต่อแรงที่กดตั้งฉากกับผิว ขึ้นกับว่าจะหาสัมประสิทธิแรงเสียดทานชนิดใดครับ
14 ม.ค. 2547 13:36


ความคิดเห็นที่ 8 โดย นิรันดร์

ส่วนสาเหตุที่ต้องมีแรงเสียดทานก็คือ

ผิวสัมผัสที่เราดูว่าเรียบ ๆ ดีนี่ เมื่อขยายให้เห็นมันใหญ่ขึ้น ก็จะพบกับความขรุขระ พื้นผิวที่สัมผัสกันก็จะเกี่ยว ๆ กันอยู่

เวลาเลื่อนออกจากกันก็ต้องเอาชนะแรงที่มันเกี่ยว ๆ เกาะ ๆ กันนี้แหละให้ได้
14 ม.ค. 2547 13:39


ความคิดเห็นที่ 9 :) (Guest)

ท่าน Wooddy ครับ ...



เคย ได้ยินมาว่าแรงเสียดทาน เป็น แรงไฟ้าสถิตย์ ... ไม่ทราบว่า เท็จ จริง ประการ ใด ขอ ความกรุณา ไขคำตอบเพื่อ เป็น วิทยาทาน แก่ สาธารณะ ชน ด้วย .... ขอรับกระผม



ขอ ขอบพระคุณอย่างสูง
14 ม.ค. 2547 16:17


ความคิดเห็นที่ 10 ทักสิน (Guest)

แรงพื้นฐานในธรรมชาติเท่าที่รู้ตอนนี้มี 4 ชนิด คือ

แรงโน้มถ่วง แรงแม่เหล็กไฟฟ้า

แรงนิวเคลียร์อย่างแรง และแรงนิวเคลียร์อย่างอ่อน

สองแรงหลังเป็นแรงในระดับนิวเคลียร์ซึ่่งมีช่วงระยะกระทำสั้นมาก

แรงเสียดทานเป็นปรากฏการณ์ในระดับมหภาคที่ปรากฏให้รู้ได้ในชีวิตประจำวัน

คำตอบน่าจะเป็นอะไร?
15 ม.ค. 2547 10:12


ความคิดเห็นที่ 11 โดย นิรันดร์

สรรพสิ่งที่เป็นวัตถุ ต่างก็ประกอบด้วยอะตอม

ส่วนประกอบของอะตอมก็มีแก่นที่มีประจุไฟฟ้าเป็นบวก

และห้อมล้อมห่าง ๆ ด้วยอิเล็กตรอนที่มีประจุไฟฟ้าเป็นลบ

วัตถุชิ้นหนึ่งประกอบด้วยอะตอมนับล้านๆๆๆ อะตอมอัดแน่นอยู่ด้วยกันและยึดกันไว้ด้วยแรงแม่เหล็กไฟฟ้าระหว่างแก่นอะตอมและอิเล็กตรอน

ที่ว่าแรงไฟฟ้านั้นใช่ แต่ไม่ใช่แรงไฟฟ้าสถิตเสียทั้งหมด

เพราะปฏิกิริยาที่เกิดขึ้น เนื่องมาจากการเคลื่อนไหวที่อยู่ภายในอะตอมด้วย จึงควรเรียกว่าแรงแม่เหล็กไฟฟ้าจึงน่าจะถูกต้องมากกว่าครับ
15 ม.ค. 2547 11:23


ความคิดเห็นที่ 12 ต้าหมิงซื่อ (Guest)

คำตอบที่ 7 ดูจะกำปั้นทุบดินไปหน่อยนะครับ

จากสมการ f=(สปส)*n : เอาค่า คูญกลับไปหาร)

ซึ่ง ถ้าอยากจะคำนวณแรงเสียดทาน ของวัตถุ แบบนี้ก็ไม่ต้องมานั่งหาค่า สปส. ซิครับ ก็รู้คำตอบตั้งแต่ตอนตั้งหารสัดส่วนแล้วซิครับ
15 ม.ค. 2547 17:21


ความคิดเห็นที่ 13 โดย นิรันดร์

ถูกต้องแล้วครับ

วิชาฟิสิกส์ก็เป็นวิชากำปั้นทุบดินอยู่แล้ว



วิชาฟิสิกส์ไม่ใช่วิชาแทนค่าสูตร คิดเลขแล้วตอบ

แต่เป็นวิชาธรรมชาติศึกษา



ถึงแม้ไม่มีใครนิยามค่าสัมประสิทธิ์ความเสียดทาน

แรงเสียดทานก็มีอยู่ตามธรรมชาติ



แล้วก็มีบางคนเข้าใจผิดอยู่ตลอดเวลา่ว่า

ค่าสัมประสิทธิความเสียดทานเป็นค่าคงที่

เมื่อไรอยากได้แรงเสียดทานก็เอาแรงตั้งฉากพื้นไปคูณ

ซึี่งทำไปเถอะ กี่ครั้งกี่หน ค่าที่ได้ก็ไม่เคยเท่าเดิม แล้วก็โทษเครื่องมือไม่ได้มาตรฐาน



ค่าสัมประสิทธิความเสียดทาน เป็นค่าที่เปลี่ยนไปมาตลอดเวลา

รอบ ๆ ค่าคงที่โดยประมาณค่าหนึ่ง



สังเกตว่า ค่าคงที่อื่น ๆ จะมีความแม่นยำหลายหลักทศนิยม

เช่น e = 1.60217733x10-19 C

แต่ค่าสัมประสิทธิความเสียดทาน จะบอกเลขหลักเดียวเช่น

0.8 หมายความว่า มันอาจเป็น 0.7 หรือ 0.8 หรือ 0.9 ก็ได้

หรือ มี error มากว่านี้ก็ได้



ก็ขอยืนยันว่าไม่ได้เกินไปหรอกครับ

แต่จงใจให้กำปั้นมันโดนดิน ไม่มีทางพลาดได้แน่

ผมสอนฟิสิกส์เรื่องแรงเสียดทานมากว่า 30 ปีแล้วครับ
15 ม.ค. 2547 17:35


ความคิดเห็นที่ 14 ต้าหมิงซื่อ (Guest)

ผมไม่ได้ว่าผิดนะครับ

... แต่นิยามดังกล่าว น่าจะ solve ต่อไปให้มองเห็นภาพกว่านี้ได้นะครับ

เพราะในความจริง เราจะคำนวณหาค่าสปส.ความเสียดทานของวัตถุนี้ เพื่อจะเอาไปหาค่าผลลัพธ์ของ f แต่ถ้ารู้ f แล้วก็ไม่ต้องย้อนกลับไปหาสปส.เพื่อกลับมาหา f
15 ม.ค. 2547 18:22


ความคิดเห็นที่ 15 :) (Guest)

เอา เอา เข้าไป ...



ถูกต้องแล้วครับ

วิชาฟิสิกส์ก็เป็นวิชากำปั้นทุบดินอยู่แล้ว



วิชาฟิสิกส์ไม่ใช่วิชาแทนค่าสูตร คิดเลขแล้วตอบ

แต่เป็นวิชาธรรมชาติศึกษา



ก็ขอยืนยันว่าไม่ได้เกินไปหรอกครับ

แต่จงใจให้กำปั้นมันโดนดิน ไม่มีทางพลาดได้แน่

ผมสอนฟิสิกส์เรื่องแรงเสียดทานมากว่า 30 ปีแล้วครับ
15 ม.ค. 2547 22:00


ความคิดเห็นที่ 16 รบพิเศษ (Guest)

หึหึหึหึหึหึหึหึหึหึ
16 ม.ค. 2547 07:57


ความคิดเห็นที่ 17 ต้าหมิงซื่อ (Guest)

- คือค่าสปส.ความเสียดทานนี่เป็นหลักการคิดแบบ Relative (ไม่มีหน่วย) ผลลัพธ์เป็นเลขทศนิยมของค่านี้ ก็ไม่จำเป็นต้องเกิน .4 หลัก อยู่แล้วครับผม



- ในทางการกำหนดค่า สปส.นี้ ก็จะทำการทดลองกับวัสดุ ที่เลือกเป็น Sample และทำการวัดหลาย ๆ ครั้ง แล้วเฉลี่ย เป็นค่าเดียว เพื่อใช้เป็นตัวแทนของแต่ละคู่วัสดุ เพื่อใช้คำนวณจริงกับงานระดับ large scale .



*ผมไม่ได้ว่าผิดนะครับ โปรดเข้าใจ เพียงแต่ผมเห็นว่าสปส.นี้มีคำจำกัดความ ซึ่งมาจากการทดลองความสมพันธ์ระหว่างแรงกดกับแรงดึง หรืออาจจะ Solve ต่อไปให้เป็นความสัมพันธ์ระหว่าง มวล/มวล ก็ได้ถ้าเราไม่มีเครื่องวัดแรง.
16 ม.ค. 2547 08:36


ความคิดเห็นที่ 18 good (Guest)

ตกลงแล้ว ถ้าเราออกแรง แล้ววัตถุยังไม่เคลื่อนที่ จะมีแรงเสียดทานเกิดมั้ยคะ แล้ว สปส จะคิดได้ต้องเอาแรงเสียดทานสถิตสูงสุดหรือจลล์ มาหารกันแรงกดในแนวตั้งฉากหรอคะ
16 ม.ค. 2547 19:47


ความคิดเห็นที่ 19 มิว (Guest)

จากความคิดที่7นะคะนิยามของแรงเสียดทาน มันคือแรงที่เกิดขึ้นที่ผิวสัมผัส

แต่ไม่ใช่สมัผัสปุ๊บมีแรงเสียดทานปั๊บนะครับ

มันจะต้องมีแรงกดระหว่างผิวสัมผัสและผิวสัมผัสกำลังเลื่อนหรือพยายามเลื่อนออกจากกันในแนวที่ขนานกับผิว



หมายความว่าอะไรหรอคะ ที่ว่าสัมผัสปุ๊บมีแรงเสียดทานปั๊บนะ

ยังไม่ค่อยเข้าใจคะ
16 ม.ค. 2547 19:50


ความคิดเห็นที่ 20 ต้าหมิงซื่อ (Guest)

ตอบความเห็นที่ 18

- ข้อ 1 ถ้าเราออกแรงลากหรือดึงวัตถุโดยที่วัตถุนั้นยังไม่เคลื่อนที่ นั่นคือมีแรงเสียดทานต้านแรงที่เราลากหรือดึงวัตถุนั้นอยู่ ก็คือได้เกิดแรงเสียดทานขึ้นแล้วครับ เราเรียกว่า "แรงเสียดทานสถิตย์"



- ข้อ 2 จากข้อความที่คุณอ่าน ก็นำไปคำนวณค่าแรงเสียดทานได้ไม่ผิดหรอกครับ *แต่ในชีวิตจริงแม้ในโจทย์ฟิสิกส์ ถ้าเราอยากทราบค่าสปส.นี้ เราจะต้องมานั่งวัดค่าแรงกดในแนวตั้งฉาก กับวัดค่าแรงเสียดทานนี้เสียก่อนจึงจะคำนวณได้ตามที่กล่าว ซึ่งถ้าของชิ้นใหญ่ ๆ ระดับรถยนต์ เครื่องบิน เรือ จะมีเครื่องมือใดมาวัดค่าแรงกดกับแรงเสียดทานของมันได้ไหม ?.... คุณลองไปคิดดูนะครับ ว่าทำกันอย่างไร ?
17 ม.ค. 2547 08:49

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น