เป็นความสงสัยตามหัวข้อเลยจริงๆ
เอ็มโอยูดังกล่าวทำขึ้นเมื่อเดือน มิ.ย.2544 ในสมัยนายสุรเกียรติ เสถียรไทย ดำรงตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ เป็นกรอบการเจรจาเขตไหล่ทวีปทับซ้อนระหว่างกัน เพื่อหาข้อยุติเรื่องการแบ่งปันพื้นที่ปิโตรเลียมเหมือนกับพื้นที่ทับซ้อนไทย-เวียดนาม หรืออาจใช้วิธีการแบ่งปันผลประโยชน์เหมือนกับแหล่งเจดีเอ ไทย-มาเลเซีย โดยที่ผ่านมาคณะเจรจาจะมีรัฐมนตรีต่างประเทศเป็นประธาน แต่ในสมัยรัฐบาลชุดปัจจุบัน ได้เปลี่ยนจาก รมว.ต่างประเทศ เป็นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในขณะที่อนุกรรมการเจรจาไม่มีการหารือเรื่องนี้มานานกว่า 2 ปีแล้ว
สำหรับพื้นที่ทับซ้อนไทย-กัมพูชา มีพื้นที่รวม 26,000 ตารางกิโลเมตร โดยทั้ง 2 ฝ่ายให้ สิทธิสำรวจแก่ภาคเอกชน โดยมีเงื่อนไขว่าจะเข้าสำรวจได้ก็ต่อเมื่อไทย-กัมพูชามีข้อยุติเรื่องแหล่งทับซ้อนแล้ว โดยทางฝ่ายไทยได้ให้สัมปทานสำรวจแก่เอกชน ประกอบไปด้วย เชฟรอน และ IDEMMITZU ได้สิทธิในแปลง 5, 6 บริติชแก๊สและเชฟรอน ได้สิทธิในแปลง 7,8,9 ส่วน ปตท.สผ. ได้สิทธิในแปลง จี 9/43 (หรือแปลง 12,13) ส่วนฝั่งกัมพูชาให้สัมปทาน 3 แปลง ได้แก่ IDEMMITZU และ โคโนโคฟิลฟิปส์ ในพื้นที่ 1 (ตรงกับแปลง5, 6 ของไทย) และพื้นที่ 2 (ตรงกับแปลง7, 8, 9 ของไทย) ส่วนโททาลได้สิทธิในพื้นที่ 3 (ตรงกับแปลง 10, 11) และพื้นที่ 4 (ตรงกับแปลง 12, 13 ของไทย).