ทำอย่างไรจึงจะแต่งกลอนสุภาพ(กลอนแปด )ได้สละสลวย

ทำอย่างไรจึงจะแต่งกลอนสุภาพ( กลอนแปด )ได้สละสลวย บอกเทคนิคด้วย

6 ธ.ค. 2552 03:50
6 ความเห็น
50090 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1 โดย แขชนะ

 


67653

หลักการพื้นฐานขอเริ่มต้นด้วยโครงสร้างของคำกลอน

อยากจะตั้งข้อสังเกตของกลอนที่ไพเราะ โดยเฉพาะจากครูสุนทรโวหาร(ภู่)
นอกจากจะมีโครงสร้างการสัมผัสตามแบบกลอนแปดที่ถูกต้องทั่วไปแล้ว
ยังมีลักษณะพิเศษที่ทำให้ไพเราะ
ถ้าจะคำนึงถึงเฉพาะโครงสร้างที่ถูกต้องของกลอนแปดอย่างเดียว
จะทำให้แลดูขาดความไพเราะ และรสของภาษาไป
ถ้าลองนำเอามาขับเสภาก็ปรากฏว่าขับยากและไม่ไพเราะ
ขอตั้งข้อสังเกตว่า กลอนไพเราะควรมีการสัมผัสภายในจะเป็นสัมผัสสระ สัมผัสอักษร หรือทั้งสองอย่างก็ยิ่งดี หลักการที่พอสรุปได้มีดังนี้

ลักษณะของกลอน (ดูตัวอย่างประกอบ)
แม่รักลูก... ลูกก็รู้... อยู่ว่ารัก
คนอื่นสัก... หมื่นแสน... ไม่แม้นเหมือน
จะกินนอน... วอนว่า... เมตตาเตือน
จะจากเรือน... ร้างแม่... ไปแต่ตัว

กลอน 1 บท มี 4 วรรค (2 วรรค เท่ากับ 1 บาท ) กลอน 1 บท มี 2 บาท กลอนทั้ง 4 วรรค มีชื่อเรียกในแต่ละวรรค ดังนี้
1. วรรคสลับ คือวรรคที่ 1 ของกลอนไม่นิยมใช้เสียงสามัญในคำสุดท้ายของวรรค ในที่นี้คือคำว่า “รัก”
2. วรรครับ คือวรรคที่ 2 ของกลอน คำสุดท้ายนิยมใช้เสียงจัตวา
ห้ามใช้เสียงสามัญ นอกนั้นให้เลือกใช้ให้คล้อยตามเสียงของแต่ละบท
ในที่นี้คือคำว่า “เหมือน”
3. วรรครอง คือวรรคที่ 3 ของกลอน คำสุดท้ายนิยมใช้เสียงสามัญ ห้ามใช้เสียงจัตวา หรือคำที่มีรูปวรรณยุกต์ ในที่นี้คือ “เตือน”
4. วรรคส่ง คือวรรคที่ 4 ของกลอน คำสุดท้ายนิยมใช้เสียงสามัญ ในที่นี้คือ “ตัว”
5. ความไพเราะจะเกิดจากการสัมผัสภายใน ทั้งสัมผัสสระ และ สัมผัสอักษร เช่น
- แม่รักลูก ลูกก็รู้ อยู่ว่ารัก >>> “ลูก” สัมผัสกับ “ลูก” “รู้” สัมผัสกับ “อยู่”
- คนอื่นสัก หมื่นแสน ไม่แม้นเหมือน >>> “สัก” สัมผัสอักษรกับ “แสน” และ “แสน” สัมผัสกับ “แม้น”
- จะกินนอน วอนว่า เมตตาเตือน >>> “นอน”สัมผัสกับ”วอน”
“วอน”สัมผัสอักษรซ้อนอีกชั้นหนึ่งกับ”ว่า” และ”ว่า” สัมผ้สกับ “ตา” และ
“ตา”สัมผ้สอักษรซัอนอีกชั้นหนึ่งกับ”เตือน”
- จะจากเรือน ร้างแม่ ไปแต่ตัว >>>
“จะ”สัมผัสอักษรซ้อนภายในกับ”จาก” “เรือน”สัมผัสอักษรซ้อนภายในกับ”ร้าง”
และ “แม่” สัมผัสกับ”แต่”

คนที่แต่งกลอนประจำเก่งๆ เสียงเหล่านี้จะเข้าไปในหัว
และแต่งออกมาโดยอัตโนมัติ ควรฝึกการแต่งแบบไพเราะนี้บ้าง
นอกเหนือจากโครงสร้างบังคับหลัก
จะยกตัวอย่าง นิราศน์ภูเขาทอง มาให้ทดลองศึกษาดู

ถึงหน้าวังดังหนึ่งใจจะขาด
คิดถึงบาทบพิตรอดิสร
โอ้ผ่านเผ้าเจ้าประคุณของสุนทร
แต่กาลก่อนเคยเฝ้าทุกเช้าเย็น……….
……
ถึงอารามนามวัดประโคนปัก
ไม่เห็นหลักลือเล่าว่าเสาหิน
เป็นสำคัญปันแดนในแผ่นดิน
มิรู้สิ้นสุดชื่อที่ฤาชา

หรือนิทานเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน

จะกล่าวถึงพลายงามทรามสวาท
เฉลียวฉลาดแกล้วกล้าวิชาขยัน
เรืองฤทธิ์ประสิทธิ์ทุกสิ่งอัน
หมายประจันสงครามไม่ขามใคร

ขออนุญาตตบท้ายด้วยกลอนว่า

เอา... กลอนเพราะเสนาะโสตโลดมาฝาก
กลอน... มีหลากมากหลายมาให้เห็น
มา... เถิดมาแต่งกลอนเพราะเสนาะเย็น
ฝาก... มาเป็นตัวอย่างบ้างเป็นไร


ลองช่วยกันแต่งฝากมาดูเป็นตัวอย่างบ้างนะครับ สนุกดี

6 ธ.ค. 2552 15:24


ความคิดเห็นที่ 3 พจน์ (Guest)

29 กรกฏานี้
เราจึงมีการใช้ภาษาไทย
ถึงวันนี้เราจะอ่านไม่ได้
ถึงยังไงเราก็เป็นคนไทย

ขอบคุณนะค่ะ ที่สอน ถ้าไม่เพราะขออภัยไว้ด้วยนะค่ะ
26 ก.ค. 2554 18:50


ความคิดเห็นที่ 4 โดย wilawan Khamin

ความเห็นที่ 3  ขอบคุณมาก ที่ทักทายมา
เพราะไม่ว่ากัน   กลอนของคุณนี้สิสำคัญเน้นให้เห็นความสำคัญของภาษาไทย


ลองเข้าไปอ่าน   กลอนรูปแบบนักเรียน   ของฉันนะ  ไม่อยากบอกเลย  ว่ามันยังไม่ดี 

( แต่ภูมิใจเพราะเราแต่งเอง )

11 ส.ค. 2554 02:18


ความคิดเห็นที่ 5 โดย นิรันดร์

   หากตั้งใจจะแต่งกลอนเสนาะ
ให้หากลอนไพเราะมาลองอ่าน
ส่งสำเนียงเสียงดังจนกังวาน
จงเอื้อนเอ่ยพจมานเป็นกลอนไป
สุนทรภู่ครูแบบกลอนสุภาพ
จงซึมซาบวิธีดีไฉน
นึกถึงสาวที่ฝันฝังหัวใจ
แต่งกลอนให้เห็นใจว่ารักจริง

11 ส.ค. 2554 12:51


ความคิดเห็นที่ 6 โดย wilawan Khamin

คุณนิรันดร์แต่งกลอนได้สุดยอด
ข้าน้อยขอคารวะ

27 ส.ค. 2554 01:21

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น