หูอื้อ !! ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ

คืออย่างงี้ค่ะ พอดีเป็นหวัด ไม่ได้มีอาการหูอื้อแต่อย่างใด แล้วไปหาหมอมา คุณหมอส่องดูหูแล้วบอกว่าขี้หูเยอะมาก ใช้คัดเติ้นบัตใช่ไหม คุณหมอก็ไม่ได้ทำอะไรให้ แต่บอกว่าให้ไปแคะออก หรือใช้น้ำมันมะกอกหยอดให้มันพองๆแล้วแคะออก แล้วพอกลับมาบ้าน ก็เลยให้แม่ไปซื้อ แต่ว่าแม่ไปซือน้ำยาที่ไว้สำหรับหยอดหูโดยเฉพาะ เพื่อให้ขี้หูหลุดออกมา พอหยอดไปความรู้สึกเหมือนน้ำเข้าหู พอครบเวลาที่กำหนดก็เอาคัตเติ้นบัตมาเช็ตออก ข้างซ้ายขี้หูออกมาเยอะมาก แต่ปั่นๆไปก็มีอาการปกติ แต่ข้างขวา  มันยังอื้ออยู่มาก เนื่องจากน้ำยาที่หยอดไป พอปั่น ก็ยังอื้ออยู่ พอนอนไป ตื่นมาตอนเช้าก็ยังอื้ออยู่ ปั่นก็ไม่หาย เจ็บหูแล้วด้วย ทำยังไงดูคะ ผ่านมา 1 คืนแล้ว ทำทุกอย่างแล้ว ทั้งเอาน้าปล่าวหยอดเข้าไปอีก กระโดด ฯลฯ ใครรู้ว่าต้องทำยังไงบอกด้วยนะคะ TT_TT



ความคิดเห็นที่ 5


14 มิ.ย. 2557 14:57
  1. เราก็เป็นพึ่งเป็นวันนี้เองอยุในห้องน้ำพอออกมาหูอื้อ ม๊ค่อยได้ยิน เราเลยรนะแคงคิดว่าน้ำเข้าหูแต่ก็ไม่มีไรออกมา เราก้เลยลองหยอดน้ำดู แล้วตะแคงมันก็ไม่ออก ปัจจุบันมันก้ยังอื้ออยุ ไม่ได้ยินไรเลย ได้ยินเหมือนพัดลมมันพัดอ่ะ แย่มากเลย

ความคิดเห็นที่ 4

14 พ.ค. 2555 14:37
  1. คือ ว่าเคยหูอื้อมาก่อนเหมือนกันค่ะ อาการ คือ หูอื้อ และก็เหมือนมีลมเป่าออกมาจากหู อีทั้งยังได้ยินเสียงเหมือนจิ้งหรีดเรไรร้องในตอนกลางคืน ซึ่งก่อนหน้าที่จะเกิดอาการเราแคะหูทุกวันเลย หลังจากที่หมอตรวจหมออธิบายว่า เวลาที่เราแคะหูจะทำให้เกิดแผลขึ้นหลังจากนั้นจะมีการสร้างน้ำเหลืองซึ่งเป็นแผ่นฟิล์มบาง ๆ ขึ้นมาเคลือบเพื่อเป็นการรักษา ซึ่งการที่เราหูอื้อเกิดจากน้ำเหลืองมันไปเคลือบต้องจุดที่จะเป็นปัญหาพอดี และหลังจากที่หมอเขี่ยเอาแผ่นน้ำเหลืองออกเราก็รู้สึกดีขึ้น

ความคิดเห็นที่ 3

26 พ.ค. 2553 10:27
  1. เท่าที่รู้มานะค่ะ เค้าไม่ค่อยให้แคะขี้หูอ่ะค่ะ หูอื้อเนี๊ยะมีหลายสาเหตุมากนะค่ะ ลองอ่าน ดูนะค่ะ เผื่อจะมีประโยชน์อะไรกับท่านได้บ้าง 1........ ถ้ารู้ว่าหูอื้อควรทำอย่างไร? � ต้องแก้ไขตามสาเหตุ �โดยสาเหตุที่พบได้บ่อย �มีดังนี้คือ � � � �- ขี้หูอุดตัน � ไม่แนะนำให้ใช้การแคะหู �เพราะมักจะเอาขี้หูไม่ออก แล้วยังจะทำให้ขี้หูอัดแน่นและถูกดันลึกมากขึ้น นอกจากนั้นอาจทำให้ช่องหูชั้นนอกเกิดแผล มีเลือดออกและมีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำเติม ซึ่งเรียกว่าเกิดภาวะหูชั้นนอกอักเสบได้ �ส่วนวิธีที่ปลอดภัยกว่า และแนะนำให้ใช้คือ �ลองหยอดยาละลายขี้หู โดยหยอดให้ท่วมรูหู ทิ้งไว้สักครู่ �แล้วเทออก �ถ้ายังรู้สึกอื้อ ให้ทำซ้ำอีก �2-3 �ครั้ง �ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการปวดหูร่วมด้วย �ควรไปพบแพทย์ �หู �คอ �จมูก �เพื่อทำการตรวจหูโดยละเอียด �และทำความสะอาดช่องหู � 2............ ฉบับเดือน สิงหาคม 2545 หูอื้อ (น.พ.เติมศักดิ์ กุศลรักษา) ��� หูอื้อ เป็นอาการที่พบบ่อยมากในทุกเพศทุกวัย หูอื้อชนิดไหนที่จำเป็นต้องพบแพทย์ทันที ชนิดไหนที่พอจะ รอได้สักวันสองวัน ขึ้นอยู่กับอาการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะบ่งชี้ว่าสาเหตุของหูอื้อน่าจะเกิดจากบริเวณรูหู-หูส่วนนอก, หู ส่วนกลาง-ช่องหลังแก้วหู หรือหูส่วนในรวมถึงประสาทหู� ยกตัวอย่างเช่น � หูทำงานได้อย่างไร �อวัยวะของหูแบ่งได้เป็น 3 ส่วน คือ หูส่วนนอก, หูส่วนกลาง และหูส่วนใน หูส่วนนอก� � � คือ ใบหู รูหู� และมีขอบเขตต่อกับหูส่วนกลางที่แก้วหู หูส่วนกลาง� � �คือ แก้วหู ซึ่งติดต่อกับกระดูกหู 3 ชิ้น นำเสียงไปส่งให้หูส่วนใน มีท่อระบายอากาศ � � � � � � � � � � � � � �เปิดสู่ช่องจมูกด้วย หูส่วนใน� � � � จะรับเสียงจากหูส่วนกลาง แปรสัญญาณส่งต่อไปยังสมอง� �โดยผ่านเส้นประสาท � � � � � � � � � � � การได้ยิน � 1.)� หลังจากว่ายน้ำ หรือสระผม แล้วหูอื้อ โดยไม่มีอาการอื่นๆ เช่น ปวดหู เวียนศีรษะ มักเกิดจากขี้หู ซึ่งอมน้ำในรูหู เพราะถ้าไม่มีขี้หูแล้ว ปกติน้ำเข้าหูจะอยู่ไม่นานก็จะไหลออกมาเอง� � หูอื้อชนิดนี้ไม่เป็นปัญหารีบ ด่วนถ้าวันรุ่งขึ้นหูยังอื้อ ก็ไปพบแพทย์หูคอจมูก ล้างหู-ดูดขี้หูออกก็หมดปัญหา� � � �แต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้หลายๆ วัน อาจมีอาการปวดหู รูหูอักเสบ เพราะขี้หูที่ชื้นแฉะทำให้เกิดการติดเชื้ออักเสบของหูส่วนนอกได้ � � �ผู้ที่ชอบว่ายน้ำเป็นประจำ� ควรหมั่นดูแลความสะอาดของรูหู� อย่าให้ขี้หูมาก� �อาจใช้น้ำมันพวก Glycerine หรือ Baby oil� หยอดหูสัปดาห์ละครั้ง รูหูจะสะอาดเป็นมัน น้ำเข้าก็ไม่ขังอยู่นาน 2.)� บางคนมีอาการหวัดคัดจมูก เสลดลงคอ ประมาณ 4-5 วัน แล้วเริ่มมีอาการหูอื้อเป็นพักๆ� �หรือ เกิดการปวดหูอย่างฉับพลันแล้วหูข้างนั้นก็อื้อตลอดต่อเนื่องเหมือนมีน้ำขังในหู แต่ส่องดูรูหูแล้วก็ไม่มีขี้หู ไม่มี น้ำขังในรูหูส่วนนอก อาการชนิดนี้เกิดจากการอักเสบในหูส่วนกลาง� � อาจมีการติดเชื้ออักเสบ มีน้ำขังในหูส่วน กลางหลังแก้วหู ทำให้เสียงจากภายนอกผ่านไปถึงหูส่วนในไม่ได้ดี� �พบในเด็กเล็กมากกว่าผู้ใหญ่ � � � �อีกกรณีที่เกี่ยวกับหูส่วนกลาง คือ ในขณะที่เดินทางโดยเครื่องบิน� � โดยเฉพาะขณะเครื่องบิน ร่อนลงจอด เกิดปวดหู หูอื้อ� � อาจมีเลือดออกในหูส่วนกลาง หลังแก้วหู ทำให้หูอื้อต่อเนื่องได้� �ปัจจุบันเครื่อง บินโดยสาร� �มีระบบปรับความดันในห้องโดยสารดีมาก� � � ปัญหาชนิดนี้พบน้อยลง ยกเว้นผู้ที่มีการอักเสบใน โพรงจมูกเป็นหวัดเรื้อรัง แพ้อากาศทำให้ท่อระหว่างหูกับจมูก (Eustachian tube) บวม� � �ฉะนั้นผู้ที่เป็น หวัดรุนแรง, เป็นโรคไซนัส, คัดจมูก� �จะต้องระวังเป็นพิเศษถ้าจะเดินทางโดยเครื่องบิน� � ปรึกษาแพทย์หูคอ จมูกเพื่อตรวจเช็คไม่แต่เฉพาะแก้วหู� �แต่รวมถึงช่องจมูกเพื่อรักษาได้ถูกต้อง � � � �ปัญหาหูอื้อจากน้ำขังในหูส่วนกลาง สำหรับผู้ใหญ่ที่มีเชื้อสายจีนตอนใต้� �ซึ่งไม่มีอาการหวัด โพรงจมูกอักเสบชัดเจน� � � �ควรตรวจส่องกล้องในช่องจมูก-หลังจมูกเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีเนื้องอก-มะเร็งช่อง หลังจมูกซึ่งอุดท่อระบบอากาศของหูส่วนกลางอยู่ มะเร็งชนิดนี้ในระยะแรกๆ รักษาให้หายได้ถึงกว่า 80% 3.)� อาการหูอื้อที่ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องพบแพทย์ภายใน 24 ชั่วโมง� คือ� อาการหูดับฉับพลัน (Sudden hearing loss)� อยู่ๆ� ก็ไม่ได้ยินไปข้างหนึ่ง� � � � อาจมีเสียงในหู� บางรายมีอาการเวียนศีรษะ บ้านหมุน� คลื่นไส้อาเจียน อาการกลุ่มนี้มักเกิดจาก 2 สาเหตุ คือ 3.1 ประสาทหูอักเสบฉับพลัน อาจเกิดจากเชื้อไวรัส 3.2 เลือดที่มาเลี้ยงหูส่วนใน ถูกตัดขาดทันที เส้นเลือดอุดตัน � � � หูอื้อชนิดหูดับฉับพลัน (Sudden Hearing loss)� �ถ้าได้รับการรักษาด้วยยาอย่างทันที หรือใน� 24-48 ชั่วโมง การได้ยินอาจจะดีขึ้นได้มาก ถ้าทิ้งไว้หลายวันการรักษาจะไม่ได้ผลดี � � � ถ้าท่านมีอาการคลื่นไส้ บ้านหมุน เวียนศีรษะอย่างฉับพลัน ก็อย่าลืมสังเกตุด้วยว่าหูได้ยินปกติ ดีหรือไม่� �ถ้าหูอื้อด้วย ควรแจ้งให้แพทย์ทราบจะได้ปรึกษาแพทย์หูคอจมูก ให้การรักษาได้ทันท่วงที � � � ปัจจุบันผู้ที่หูอื้อหรือหูดับฉันพลันจากหูส่วนใน� � �ควรได้รับการตรวจด้วยภาพคลื่นแม่เหล็ก M.R.I.� (Magnetic� Resonance� Imaging) จะให้ข้อมูลที่ช่วยให้การรักษาถูกต้องขึ้น� � �บางราย พบว่าเกิดจากเนื้องอกในสมองหรือประสาทหูส่วนในสมอง ซึ่งการรักษาก็จะมีวิธีแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง � � � แต่ที่ยกตัวอย่างเกี่ยวกับหูส่วนนอก ส่วนกลาง และส่วนในนั้น� �บางครั้งคนที่หูอื้อ� อาจจะมี ปัญหาซ้อนกันอยู่ได้ เช่น บางคนมีขี้หูมาก ก็หลงเข้าใจผิดว่าหูอื้อเป็นเพราะขี้หู� � ทั้งที่อาจมีเรื่องประสาท หูอักเสบ-หูส่วนในผิดปกติอยู่ด้วยก็ได้ ฉะนั้นการพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ� � � � �การตรวจให้ละเอียดครบถ้วน จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยหลีกเลี่ยงความผิดพลาดจากการวินิจฉัยได้ สรุปได้ว่า หูอื้อ หรือหูดับฉับพลัน เป็นโรคที่ต้องได้รับการตรวจรักษาอย่างเร่งด่วน ถือว่าเป็น ปัญหาฉุกเฉินที่ต้องได้รับการรักษาโดยไม่รอช้า ���

ความคิดเห็นที่ 2

10 ก.พ. 2553 11:25
  1. ไปพบหมอแคะหูออกมา มีสำลีอยู่เป็นก้อนเลย ทั้ง 2 ข้าง หูเลยอื้อ เวียนหัว

ความคิดเห็นที่ 1

NpEducate
17 ธ.ค. 2552 17:58
  1. ไปหาหมอที่โรงพยาบาลราชวิถีนะครับเคยเป็นและเคยไปหายแล้ว


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น