ครูภาษาไทย

ใครทราบบ้างว่า อ เป็นตัวสะกดได้จริงหรือ  อธิบายให้เข้าใจได้ไหม กำลังติวข้อสอบ O net พอดีเจอตัวอย่างข้อสอบ บอกว่า คำว่า "จะ" มี "อ" เป็นตัวสะกด




ความคิดเห็นที่ 1

NpEducate vcharkarn veditor
1 ก.พ. 2553 20:48
  1. เป็นครูภาษาไทยหรือเป็นครูวิชาอื่นแต่มาสอนภาษาไทย



    มาตราตัวสะกดในภาษาไทย



    ในภาษาไทยนั้น ก่อนที่จะเกิดเป็นพยางค์ หรือคำได้นั้น จะต้อง

    ประกอบด้วยเสียงสระ เสียงพยัญชนะ และเสียงวรรณยุกต์

    เสียงพยัญชนะมีทั้งหมด ๒๑ หน่วยเสียง ทำหน้าที่เป็นหน่วยเสียงพยัญชนะต้น

    ได้ทั้งหมด แต่เป็นเสียงพยัญชนะท้ายพยางค์

    ได้เพียง ๘ เสียงเท่านั้น โดยมีชื่อที่ติดหูคนไทยว่า “มาตราตัวสะกด ๘ มาตรา” ดังนี้



    ๑. แม่ กก คำที่สะกดในแม่ กก คือคำที่มี ก ข ค ฆ เป็นตัวสะกด

    และอ่านออกเสียงเหมือน ก สะกด

    เช่น นก สุข เมฆ มรรค เป็นต้น



    ๒. แม่ กง คำที่สะกดในแม่ กง คือคำที่มี ง เป็นตัวสะกด และอ่าน

    ออกเสียงเหมือน ง สะกด

    เช่น กลอง สงฆ์ กรง เป็นต้น



    ๓. แม่ กน คำที่สะกดในแม่ กน คือคำที่มี น ญ ณ ร ล ฬ เป็นตัวสะกด

    และอ่านออกเสียงเหมือน น สะกด

    เช่น เกิน เชิญ พรรณ มโหฬาร กมล ปลาวาฬ เป็นต้น



    ๔. แม่ กด คำที่สะกดในแม่ กด คือคำที่มี ด จ ช ซ ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ต ด ถ ท ธ
    ศ ษ ส เป็นตัวสะกด

    และอ่านออกเสียงเหมือน ด สะกด เช่น ขีด สำเร็จ ประโยชน์ ก๊าซ

    กฎหมาย ปรากฏ อูฐ ครุฑ พัฒนา

    ทูต โอสถ อาพาธ ประกาศ กระดาษ โอกาส เป็นต้น



    ๕. แม่ กม คำที่สะกดในแม่ กม คือคำที่มี ม เป็นตัวสะกด และอ่านออกเสียง
    เหมือน ม สะกด

    เช่น ชม อิ่ม แถม เป็นต้น



    ๖. แม่ กบ คำที่สะกดในแม่ กบ คือคำที่มี บ ป พ ฟ ภ เป็นตัวสะกด

    และอ่านออกเสียงเหมือน บ สะกด

    เช่น หลับ บุปผา ภาพ กราฟ ลาภ เป็นต้น



    ๗. แม่ เกย คำที่สะกดในแม่ เกย คือคำที่มี ย เป็นตัวสะกด

    และอ่านออกเสียงเหมือน ย สะกด

    เช่น สวย รวย มวย เป็นต้น



    ๘. แม่ เกอว คำที่สะกดในแม่ เกอว คือคำที่มี ว เป็นตัวสะกด

    และอ่านออกเสียงเหมือน ว สะกด

    เช่น ดาว สาว ขาว เป็นต้น









    ตรวจดูซิ มี อ.อ่างไหม



ความคิดเห็นที่ 2

nit_ja
3 ก.พ. 2553 15:55
  1. ขอบคุณค่ะ เป็นครูภาษาไทย จบเอกภาษาไทย สอนภาษาไทย แต่พบว่า อ.สนธยา ศักดิ์กาพย์ ติว Pre - Admission ที่ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา บอกว่า คำว่า จะ มี อ เป็นตัวสะกด ก็เลยสงสัย เพราะที่เรียนมาไม่เคยเจอ ก็เลยอยากทราบจากแหล่งข้อมูลอื่น ๆ บ้าง และจะได้นำไปบอกเด็กถูก



ความคิดเห็นที่ 3

นิรันดร์ vcharkarn vteam
3 ก.พ. 2553 21:18
  1. ผมเรียนภาษาไทยน้อย เพราะเป็นนักเรียนวิทยาศาสตร์

    เรื่องมาตราตัวสะกด เรียนเมื่อสักห้าสิบปีมาแล้วเห็นจะได้

    จำได้ว่าเหมือนที่พี่ np ท่านแนะนำไว้ในความเห็นที่ 1

    บทเรียนของผมก็คือ กาพย์พระไชสุริยา ของท่านสุนทรภู่ มหากวีของโลก

    เริ่มด้วย แม่ ก กา ที่ไม่มีตัวสะกดก่อน

    "สาธุสะจะขอไหว้ - - - พระศรีไตรรตนา

    พ่อแม่แลครูบา - - - - เทวดาในราศี

    ข้าเจ้าเอา กอ ขอ - - - เข้ามาต่อ ก กา มี

    แก้ไขในเท่านี้ - - - - ดีมิดีอย่าตรีชา ...



    ต่อไปก็เป็น แม่ กง กน กม เกย เกอว กก กด กบ

    แต่ท่านไม่ได้เรียงตามนี้ หากจำไม่ผิด บทต่อไปจะเป็น

    "ขึ้นใหม่ในกน ก กาว่าปน ระคนกันไป

    เอ็นดูภูธร มานอนในไพร มณฑลต้นไทร แทนไพชยนต์สถนา

    ส่วนสุมาลี วันทาสามี เทวีอยู่งาน

    เฝ้าอยู่ดูแล เหมือนแต่ก่อนกาล ให้พระภูบาล สำราญวิญญาณ์ ...



    ต่อไปถึงจะเป็นแม่ กง ที่ว่า

    ขึ้นกงจงจำสำคัญ ทั้งกนปนกัน รำพันมิ่งไม้ในดง

    ไกรกร่างยางยูงสูงระหง ตลิงปลิงปลิงประยง คันทรงส่งกลิ่นฝิ่นฝาง ...



    แม่กงนี้ ได้คัดมาบางส่วนให้เด็กรุ่นใหม่ได้เรียนนิดเดียว ที่ว่า

    เห็นกวางย่างเยื้องชำเลืองเดิน เหมือนอย่างนางเชิญ พระแสงสำอางข้างเคียง...



    แต่จะพิมพ์ให้ทั้งหมด ดูจะเป็นงานหนักเอาการ เชื่อว่าอาจารย์ nit_ja น่าจะลองเซิร์ชดูได้

    หากจำไม่ผิด บทสุดท้ายจะเป็นแม่เกย ที่ว่า

    "ขึ้นเกยเลยเล่าท้าวไธ ฟังธรรมน้ำใจ เลื่อมใสศรัทธากล้าหาญ

    เห็นภัยในขันธ์สันดาน ตัดห่วงบ่วงมาร สำราญสำเร็จเมตตา ....





ความคิดเห็นที่ 4

นิรันดร์ vcharkarn vteam
3 ก.พ. 2553 21:33
  1. สมัยก่อน สระ อำ สระ ไอ ใอ สระ เอา ถือเป็นสระ

    ได้ยินครูอาจารย์ภาษาไทยสมัยใหม่ว่า ไม่ใช่สระเสียแล้ว

    เพราะว่ามีเสียงมาตราตัวสะกดอยู่ด้วย

    เช่น กำ ออกเสียงเหมือน กัม

    ใจ ออกเสียงเหมือน จัย

    เอา เกา เหลา .. ไม่รู้จะเขียนอย่างไร เพราะจะไปพ้องกับสระ อัว

    แล้วก็ยังมีสระบางตัว โยนทิ้งไปจากภาษาไทยเฉย ๆ

    เช่น สระเอียะ และมีอีกบางตัวแต่ไม่ใคร่แน่ใจ คุณครูภาษาไทยลองช่วย

    ค้นคว้าต่อแล้วมาเผยแพร่ด้วยนะครับ



    และก็ยังมีบางคำที่ผมสงสัย แต่ไม่ได้ถามนักภาษาไทยที่ไหน

    ก็คือคำว่า มิ มี กับคำว่า มือ

    คิดว่าคงไม่ใช่ตัวสะกดอีกแม่หนึ่งหรอก แต่ทำไมเขียนไม่เหมือนกัน

    ยังมีที่สงสัยอีกมาก ไม่รู้ว่าทำไมก็จำจำไปใช้ตามพจนานุกรมครับ



ความคิดเห็นที่ 5

นิรันดร์ vcharkarn vteam
3 ก.พ. 2553 21:50
  1. ส่งท้ายกาพย์พระไชสุริยาว่า

    "...

    ระวังตัวกลัวครูหนูเอ๋ย ไม้เรียวเจียวเหวย กูเคยเข็ดหลาบขวับเขวียว

    หันหวดปวดแสบแปลบเสียว หยิกซ้ำช้ำเขียว อย่าเที่ยวเล่นหลงจงจำ

    รู้ไว้ให้ทราบบาปกรรม ...."

    จำไม่ได้เสียแล้วครับ



ความคิดเห็นที่ 6

tramp323
13 ก.ค. 2553 17:34
  1. “ขอบคุณค่ะ เป็นครูภาษาไทย จบเอกภาษาไทย สอนภาษาไทย แต่พบว่า อ.สนธยา ศักดิ์กาพย์ ติว Pre - Admission ที่ร.ร.เตรียมอุดมศึกษา บอกว่า คำว่า จะ มี อ เป็นตัวสะกด ก็เลยสงสัย เพราะที่เรียนมาไม่เคยเจอ ก็เลยอยากทราบจากแหล่งข้อมูลอื่น ๆ บ้าง และจะได้นำไปบอกเด็กถูก”


    ผมไม่ใคร่มีเวลาสำหรับคำอธิบายทางอินเทอร์เน็ตมากเท่าไรครับ จึงจะขอชี้แจงประเด็นการเข้าใจผิดอันเนื่องมาแต่กระทู้ข้างต้นเพียงสั้นๆ ดังนี้นะครับ


    การศึกษาภาษาของนักภาษาศาสตร์ยุคหลัง จะเน้นการศึกษาเรื่องเสียงเป็นประเด็นสำคัญ มิใช่เน้นเฉพาะภาษาซึ่งปรากฏอยู่ในรูปของการเขียนสะกดเท่านั้น  วิชาสัทศาสตร์ ( Phonetics)  จะเป็นวิชาที่ศึกษาถึงกระบวนการเปล่งเสียง และกระบวนการรับรู้เสียงพูดโดยละเอียด กลุ่มนี้จะอธิบายพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ในแง่ลักษณะของเสียง และหน้าที่ของเสียงอย่างละเอียด โดยมีทฤษฎีที่ใช้เพื่อการศึกษาวิเคราะห์ภาษาหลายทฤษฏี


    สำหรับหน่วยเสียงพยัญชนะ [ ] ในภาษาไทย เขียนสัทอักษร [ ? ] เป็นหน่วยเสียงพยัญชนะระเบิด  ไม่ก้อง  ไม่มีลม เกิดที่ช่องระหว่างเส้นเสียง ( voiceless unaspirated glottal plosive ) หน่วยเสียงนี้มี 2 เสียงย่อย เช่นเดียวกับพยัญชนะระเบิดอื่นๆ หลายเสียง ได้แก่ เสียงย่อยมีลักษณะเป็นเสียงระเบิด [ ? ]  เกิดในตำแหน่งพยัญชนะต้น  และเสียงย่อยซึ่งเป็นเสียงกัก [ ?’ ] เกิดในตำแหน่งพยัญชนะท้าย


    หน่วยเสียงพยัญชนะ [ ] ซึ่งเกิดในตำแหน่งพยัญชนะต้น นั้นผมขอข้ามนะครับ เพราะก็คือ เสียง อ อ่าง ที่เราคุ้นเคยกันดี แต่ ในตำแหน่งพยัญชนะท้าย เสียงย่อยซึ่งมีลักษณะเป็นเสียงกัก เรียกกันโดยทั่วไปว่า glottal stop  เสียงกักที่เกิดที่เส้นเสียงนี้จะปรากฏเป็นเสียงพยัญชนะท้ายเฉพาะในคำที่มีสระสั้น  คือเกิดได้เฉพาะตามหลังสระสั้นเท่านั้น  ในการเขียนจะไม่มีตัวอักษรเขียนแทนโดยตรง แต่จะแฝงอยู่ในรูปสระเสียงสั้นโดยทั่วๆ ไป เช่น


    ติ             [ t i` ? ]


    ดุ             [ d u` ? ]


    หากคุณ nit_ja ต้องการอธิบายนักเรียนก็ชี้แจงเพียงสั้นๆ ให้นักเรียนเป็นแนวทางเพื่อใช้ศึกษาต่อเท่านั้นก็พอครับ บอกว่าเสียง [ ]  ซึ่งเกิดในตำแหน่งพยัญชนะท้ายนั้น นักภาษาศาสตร์สังเกตว่า คนไทยออกเสียงคำว่า “จะ” แตกต่างกัน  ในบริบทที่ต่างกัน   แล้วลองยกตัวอย่างให้นักเรียนดูว่าคำว่า “จะ”  ในประโยคใดออกเสียงหนักกว่ากัน ?       ( ออกเสียงอย่างเสียงพูดนะครับ อย่าออกเสียงอย่างการอ่าน )


    เห็นกัน จะจะ เลย


    ฉันจะไปเอง


    จะเห็นว่าเสียง จะ ในบริบทแรกออกเสียงหนักกว่า นะครับ ทีนี้ลองดูเสียง สะ ในคำใดที่เน้นเสียงหนักกว่า


    สะสาง


    สะดวก


    จะเห็นว่าเสียง สะ ในคำแรกออกเสียงหนักกว่า นะครับ หรือ เสียง กะ ในคำใดที่เน้นเสียงหนักกว่า


    กะเกณฑ์


    กะทิ


    จะเห็นว่าเสียง กะ ในคำแรกออกเสียงหนักกว่า นะครับ ผมจะขอเรียกพยางค์ที่ออกเสียงหนักกลุ่มนี้ง่ายๆว่า พยางค์ลหุที่เน้นเสียง นะครับ  และนักภาษาศาสตร์สังเกตเห็นว่า พยางค์ลหุที่เน้นเสียง เหล่านี้จะปรากฏเสียงพยัญชนะ [ ] เกิดขึ้นที่ท้ายพยางค์  เขาจะเขียนสัทอักษรแทนเสียง จะ ในแต่ละบริบท ดังนี้ครับ


    เห็นกัน จะจะ เลย  [ c a` ?’ ]  จะเห็นว่ามีเสียง [ ?’ ] ที่ท้ายพยางค์นะครับ และเสียงวรรณยุกต์จะเป็นเสียงเอก


    ฉันจะไปเอง           [ c a ] จะเห็นว่าไม่มีเสียง [ ?’ ] ที่ท้ายพยางค์นะครับ และเสียงวรรณยุกต์จะเป็นเสียงสามัญ


    สะสาง    [ s a` ?’ ]  จะเห็นว่ามีเสียง [ ?’ ] ที่ท้ายพยางค์นะครับ และเสียงวรรณยุกต์จะเป็นเสียงเอก


    สะดวก   [ s a ]  จะเห็นว่าไม่มีเสียง [ ?’ ] ที่ท้ายพยางค์นะครับ และเสียงวรรณยุกต์จะเป็นเสียงสามัญ


    กะเกณฑ์  [ k a` ?’ ]  จะเห็นว่ามีเสียง [ ?’ ] ที่ท้ายพยางค์นะครับ และเสียงวรรณยุกต์จะเป็นเสียงเอก


    กะทิ        [ k a ]  จะเห็นว่าไม่มีเสียง [ ?’ ] ที่ท้ายพยางค์นะครับ และเสียงวรรณยุกต์จะเป็นเสียงสามัญ


    สรุปสั้นๆ บอกเด็กว่า เสียงพยัญชนะท้ายพยางค์ที่เป็น  glottal stop จะปรากฏเฉพาะในพยางค์ลหุที่เน้นเสียงเท่านั้นครับ


    ถ้ามีข้อสงสัยเกี่ยวกับภาษาไทย จะพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน เชิญที่ห้องภาษาไทยโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาได้ครับ มีอาจารย์ภาษาไทยรุ่นเก่าๆ ที่พูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันเสมอๆ สำหรับผมแล้วยังถือว่าเป็นแค่ครูเด็กๆ ครับ แต่ถ้ามีข้อสงสัยอะไรที่พอจะค้นคว้ามาตอบให้ได้ก็จะพยายามครับ ถามทางอีเมล ก็ที่ tujournal@hotmail.com หรือโทรศัพท์ก็ได้ครับ 08-1407-2343 ยินดีครับ


    หมายเหตุ คำอธิบายพวกนี้ศึกษาได้จากตำราสัทศาสตร์ทั่วไปนะครับ ขอแนะนำ หนังสือ “ระบบเสียงภาษาไทย” ของ ท่านศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.กาญจนา นาคสกุล ( ราชบัณฑิต และเวลานี้ผมเชื่อว่าท่านผู้นี้เป็นอาจารย์ของ ครูภาษาไทยค่อนประเทศครับ ) เล่มนี้อ่านง่าย และสามารถอ้างอิงได้ดีที่สุดครับ อย่าอ่านทางอินเทอร์เน็ตอีกเลย แต่ถ้าจะอ่านทางอินเทอร์เน็ตขอแนะนำเว็บไซต์ที่เป็นทางการอย่างของราชบัณฑิตยสถานครับ        http://www.royin.go.th/


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น