วิชาการดอทคอม ptt logo

อยากได้ข้อสอบครูปฐมวัย

โพสต์เมื่อ: 21:48 วันที่ 4 ก.พ. 2553         ชมแล้ว: 24,691 ตอบแล้ว: 6
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป

อยากได้แนวข้อสอบบรรจุครูปฐมวัย ใครมีบ้างขอหน่อย



น้องเสือ
ร่วมแบ่งปัน0 ครั้ง - ดาว 50 ดวง





จำนวน 6 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 8 มี.ค. 2553 (12:02)
ขอบคุณ
namo_city@hotmail.com (IP:203.172.201.96)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 10 มี.ค. 2553 (17:58)
แนวข้อสอบหลักสูตรและการจัดการศึกษาระดับปฐมวัย
1. ปรัชญาการศึกษาปฐมวัย ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. การศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 3 ปี บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ตามศักยภาพ
ข. การศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 4 ปี บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ตามศักยภาพ
ค. การศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ปี บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ตามศักยภาพ
ง. การศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปี บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ตามศักยภาพ
2. มาตรฐานการศึกษาปฐมวัยเพื่อการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ประกาศใช้เมื่อใด
ก. 15 พฤศจิกายน 2548 ข. 16 พฤศจิกายน 2548
ค. 15 พฤศจิกายน 2549 ง. 16 พฤศจิกายน 2549
3. มาตรฐานการศึกษาปฐมวัยมีกี่ด้าน
ก. 2 ด้าน ข. 3 ด้าน ค. 4 ด้าน ง. 5 ด้าน
4. ข้อใดไม่ใช่มาตรฐานการศึกษาปฐมวัย
ก. มาตรฐานคุณภาพด้านผู้เรียน ข. มาตรฐานด้านครู
ค. มาตรฐานด้านผู้บริหาร ง. มาตรฐานด้านการพัฒนาชุมชนแห่งการเรียนรู้
5. มาตรฐานการศึกษาปฐมวัยมีกี่มาตรฐานและกี่ตัวบ่งชี้
ก. 18 มาตรฐาน 80 ตัวบ่งชี้ ข. 18 มาตรฐาน 82 ตัวบ่งชี้
ค. 19 มาตรฐาน 80 ตัวบ่งชี้ ง. 19 มาตรฐาน 82 ตัวบ่งชี้
6. หลักการของการจัดการศึกษาปฐมวัยมีกี่ข้อ
ก. 3 ข้อ ข. 4 ข้อ ค. 5 ข้อ ง. 6 ข้อ
7. เป็นการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับแรกเพื่อวางรากฐานชีวิตของเด็กไทยให้เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์มีพัฒนาการเต็มวัยอย่างสมบูรณ์ทุกด้าน บนพื้นฐานความสามารถและความแตกต่าง คำกล่าวนี้หมายถึงข้อใดของการจัดการศึกษาปฐมวัย
ก. หลักการ ข. อุดมการณ์ ค. จุดมุ่งหมาย ง. วิสัยทัศน์
8. ข้อใดไม่ใช่หลักการของการจัดการศึกษาปฐมวัย
ก. หลักความร่วมมือ ข. หลักการพัฒนาเด็กโดยองค์รวม
ค. หลักการจัดประสบการณ์ที่ยึดเด็กเป็นสำคัญ
ง. หลักความสามาความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคล 9. เด็กปฐมวัย หมายถึงข้อใด ก. เด็กตั้งแต่แรกเกิด ถึง 5 ปีบริบูรณ์
ข. เด็กตั้งแต่แรกเกิด ถึง 6 ปีบริบูรณ์
ค. เด็กตั้งแต่แรกเกิด ถึง 5 ปี 11 เดือน 29 วัน
ง. เด็กตั้งแต่แรกเกิด ถึง 5 ปี 11 เดือน 30 วัน
10. เด็กเกิดเดือนมกราคม พ.ศ. 2552 จะเข้าเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 ในปีการศึกษาใด
ก. 2554 ข. 2555 ค. 2556 ง. 2557
11. หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ประกาศใช้เมื่อใด
ก. 1 เมษายน 2545 ข. 2 เมษายน 2545
ค. 1 เมษายน 2546 ง. 2 เมษายน 2546
12. หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยใช้จัดการศึกษาสำหรับเด็กในข้อใด
ก. เด็กอายุแรกเกิดถึง 3 ปี ข. เด็กอายุแรกเกิดถึง 5 ปี
ค. เด็กอายุ 3-5 ปี ง. เด็กอายุ 3-6 ปี
13. ข้อใดเป็นปรัชญาการศึกษาปฐมวัย
ก. เป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ปี
ข. บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองตามธรรมชาติและพัฒนาการของเด็กแต่ละคนตามศักยภาพ ภายใต้บริบทสังคมวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรักความเอื้ออาทรและความเข้าใจของทุกคน
ค. เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เกิดคุณค่าต่อตนเองและสังคม
ง. ถูกทุกข้อ

14. ข้อใดคือจุดหมายของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี
ก. มุ่งส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญาที่เหมาะสมกับวัย ความสามารถ ความสนใจ และความแตกต่างระหว่างบุคคล
ข. พัฒนาเด็กโดยองค์รวมผ่านการเล่นและกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัย
ค. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้สามารถดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพและมีความสุข
ง. ประสานความร่วมมือระหว่างครอบครัว ชุมชนและสถานศึกษาในการพัฒนาเด็ก 15. 15.คุณลักษณะที่พึงประสงค์ ข้อใดสำคัญที่สุด
ก. ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขภาพดี
ข. ใช้อวัยวะของร่างกายได้อย่างคล่องแคล่วประสานสัมพันธ์กัน
ค. มีความสุขและแสดงออกทางอารมณ์ได้เหมาะสมกับวัย
ง. รับรู้และสร้างปฏิสัมพันธ์กับบุคลและสิ่งแวดล้อมรอบตัว 16. 16.คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี มีทั้งหมดกี่ข้อ
ก. 4 ข้อ ข. 5 ข้อ ค. 6 ข้อ ง. 7 ข้อ 17. 17.สบตาจ้องหน้าแม่ ยิ้มได้ เป็นพัฒนาการตามวัยด้านใด
ก. พัฒนาการด้านร่างกาย ข. พัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจ
ค. พัฒนาการด้านสังคม ง. พัฒนาการด้านสติปัญญา 18. 18.ส่งเสียงอ้อแอ้ พยายามทำเสียงต่างๆในลำคอ เป็นพัฒนาการด้านใด
ก. พัฒนาการด้านร่างกาย ข. พัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจ
ค. พัฒนาการด้านสังคม ง. พัฒนาการด้านสติปัญญา
19. นั่งได้โดยพ่อแม่ต้องประคอง เป็นพัฒนาการด้านใด
ก. พัฒนาการด้านร่างกาย ข. พัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจ
ค. พัฒนาการด้านสังคม ง. พัฒนาการด้านสติปัญญา
20. เริ่มกลัวคนแปลกหน้า เป็นพัฒนาการด้านใด
ก. ก. พัฒนาการด้านร่างกาย ข. พัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจ
ค. พัฒนาการด้านสังคม ง. พัฒนาการด้านสติปัญญา
21. เริ่มประโยคำถามว่า อะไร เป็นพัฒนาการด้านใด
ก. พัฒนาการด้านร่างกาย ข. พัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจ
ค. พัฒนาการด้านสังคม ง. พัฒนาการด้านสติปัญญา
22. สาระการเรียนรู้มีกี่สาระ
ก. 1 สาระ ข. 2 สาระ ค. 3 สาระ ง. 4 สาระ
23. ข้อใดไม่ใช่สาระการเรียนรู้
ก. สาระที่ควรรู้ ข. ประสบการณ์ที่สำคัญ
ค. แนวการจัดประสบการณ์ ง. ถูกทุกข้อ
24. สาระที่ควรรู้ ข้อใดถูกต้อง
ก. เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก ข. ธรรมชาติรอบตัวและสิ่งต่างๆรอบตัว
ค. เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อม ง. ถูกทุกข้อ
25. การจัดกิจกรรมประจำวันข้อใดถูกต้อง
ก. สอดคล้องกับความต้องการ ความสนใจ และความสามารถของเด็ก
ข. มีความสำคัญยิ่งต่อการวางรากฐานการเรียนรู้และพัฒนาทักษะพื้นฐาน
ค. บูรณาการผ่านการอบรมเลี้ยงดูตามวิถีชีวิตประจำวันและการเล่นที่เหมาะสมกับวัย
ง. ถูกทุกข้อ 26. ข้อใดถูกต้องเกี่ยวกับหลักการประเมินพัฒนาการของเด็ก
ก. บันทึกพัฒนาการลงในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็กของกรมอนามัย
ข. ประเมินด้วยวิธีการที่หลากหลาย ครอบคลุมการสังเกตพฤติกรรมของเด็ก
ค. ประเมินพัฒนาการของเด็กครบทุกด้านโดยประเมินเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง
ง. ถูกทุกข้อ
27. สมองของเด็กมีการเจริญเติบโตและพัฒนาอย่างรวดเร็ว ช่วงของชีวิตที่สำคัญที่สุดคือช่วงใด
ก. แรกเกิดถึง 5 ปี ข. แรกเกิดถึง 6 ปี
ค. ช่วง 3 ปีแรกของชีวิต ง. ช่วงปฐมวัย
28. การจัดการศึกษาในลักษณะการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษา เด็กจะได้รับการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญาตามวัย และความสามารถของแต่ละบุคคล เป็นการศึกษาสำหรับเด็กกลุ่มใด
ก. ต่ำกว่า 3 ปี ข. 3-5 ปี ค. 0-5 ปี ง. 3-6 ปี

29. มุ่งให้เด็กมีพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญาที่เหมาะสมกับวัย อยู่ในส่วนใดของหลักสูตร
ก. หลักการ ข. จุดหมาย ค. คุณลักษณะตามวัย ง. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 30. ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี การเคลื่อนไหวและรักการออกกำลังกาย อยู่ในส่วนใดของหลักสูตร ก. หลักการ ข. จุดหมาย ค. คุณลักษณะตามวัย ง. คุณลักษณะที่พึงประสงค์
31. รับประทานอาหารได้ด้วยตนเอง เป็นพัฒนาการตามวัยด้านใดของเด็กอายุ 3 ปี
ก. พัฒนาการด้านร่างกาย ข. พัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจ
ค. พัฒนาการด้านสังคม ง. พัฒนาการด้านสติปัญญา 32. เขียนรูปวงกลมตามแบบได้ เป็นพัฒนาการตามวัยด้านใดของเด็กอายุ 3 ปี
ก. พัฒนาการด้านร่างกาย ข. พัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจ
ค. พัฒนาการด้านสังคม ง. พัฒนาการด้านสติปัญญา
33. สนใจนิทานและเรื่องราวต่างๆ เป็นพัฒนาการตามวัยด้านใดของเด็กอายุ 3 ปี
ก. พัฒนาการด้านร่างกาย ข. พัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจ
ค. พัฒนาการด้านสังคม ง. พัฒนาการด้านสติปัญญา
34. ตัดกระดาษเป็นรูปเส้นตรงได้ เป็นพัฒนาการตามวัยด้านใดของเด็กอายุ 4 ปี
ก. พัฒนาการด้านร่างกาย ข. พัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจ
ค. พัฒนาการด้านสังคม ง. พัฒนาการด้านสติปัญญา
35. รู้จักชื่นชมความสามารถและผลงานของผู้อื่น เป็นพัฒนาการตามวัยด้านใดของเด็กอายุ 4 ปี
ก. พัฒนาการด้านร่างกาย ข. พัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจ
ค. พัฒนาการด้านสังคม ง. พัฒนาการด้านสติปัญญา 36. รู้จักแบ่งของให้คนอื่น เป็นพัฒนาการตามวัยด้านใดของเด็กอายุ 4 ปี
ก. พัฒนาการด้านร่างกาย ข. พัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจ
ค. พัฒนาการด้านสังคม ง. พัฒนาการด้านสติปัญญา
37. บอกชื่อและนามสกุลของตนเองได้ เป็นพัฒนาการตามวัยด้านใดของเด็กอายุ 4 ปี
ก. พัฒนาการด้านร่างกาย ข. พัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจ
ค. พัฒนาการด้านสังคม ง. พัฒนาการด้านสติปัญญา
38. เขียนรูปสามเหลี่ยมตามแบบได้ เป็นพัฒนาการตามวัยด้านใดของเด็กอายุ 5 ปี
ก. พัฒนาการด้านร่างกาย ข. พัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจ
ค. พัฒนาการด้านสังคม ง. พัฒนาการด้านสติปัญญา
39. มีความรับผิดชอบต่องานที่มอบหมาย เป็นพัฒนาการตามวัยด้านใดของเด็กอายุ 5 ปี
ก. พัฒนาการด้านร่างกาย ข. พัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจ
ค. พัฒนาการด้านสังคม ง. พัฒนาการด้านสติปัญญา
40. รู้จักใช้คำถามว่า ทำไม / อย่างไร เป็นพัฒนาการตามวัยด้านใดของเด็กอายุ 5 ปี
ก. พัฒนาการด้านร่างกาย ข. พัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจ
ค. พัฒนาการด้านสังคม ง. พัฒนาการด้านสติปัญญา
41. การรักษาความปลอดภัย อยู่ในประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านใด
ก. พัฒนาการด้านร่างกาย ข. พัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจ
ค. พัฒนาการด้านสังคม ง. พัฒนาการด้านสติปัญญา
42. ดนตรี สุนทรียภาพ การเล่น คุณธรรม จริยธรรม อยู่ในประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านใด
ก. พัฒนาการด้านร่างกาย ข. พัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจ
ค. พัฒนาการด้านสังคม ง. พัฒนาการด้านสติปัญญา
43. การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเคารพความคิดเห็นของผู้อื่น อยู่ในประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านใด
ก. พัฒนาการด้านร่างกาย ข. พัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจ
ค. พัฒนาการด้านสังคม ง. พัฒนาการด้านสติปัญญา
44. การคิด การใช้ภาษา การสังเกต การจำแนก การเปรียบเทียบ จำนวน มิติและเวลา อยู่ในประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านใด
ก. พัฒนาการด้านร่างกาย ข. พัฒนาด้านอารมณ์และจิตใจ
ค. พัฒนาการด้านสังคม ง. พัฒนาการด้านสติปัญญา
45. ข้อใดสำคัญที่สุดในสาระที่ควรรู้
ก. เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก ข. เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก
ค. ธรรมชาติรอบตัว ง. สิ่งต่างๆรอบตัวเด็ก
46. การจัดประสบการณ์สำหรับเด็กอายุ 3 – 5 ปี จัดในรูปแบบใด
ก. จัดเป็นรายวิชา ข. จัดในรูปแบบสหวิชาผ่านการเล่น
ค. เรียนด้วยการฏิบัติ ง. จัดในรูปแบบกิจกรรมบูรณาการผ่านการเล่น
47. หลักการจัดประสบการณ์ ข้อใดสำคัญที่สุด
ก. การเล่นและเรียนรู้เพื่อพัฒนาเด็กโดยองค์รวมอย่างต่อเนื่อง
ข. เน้นเด็กเป็นสำคัญ สนองความต้องการ ความสนใจและความแตกต่าง
ค. จัดให้เด็กได้รับการพัฒนาโดยให้ความสำคัญทั้งกับกระบวนการและผลผลิต
ง. ให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็ก
48. การจัดมวลประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย ควรคำนึงถึงข้อใดเป็นอันดับแรกสุด
ก. สอดคล้องกับจิตวิทยาพัฒนาการ
ข. สอดคล้องกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
ค. สอดคล้องกับลักษณะการเรียนรู้ของวัย
ง. จัดประสบการณ์ในรูปแบบบูรณาการ
49. การจัดมวลประสบการณ์หรือกิจกรรมที่ต้องใช้ความคิด ทั้งในกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ ควรใช้เวลาในการจัดกิจกรรมประมาณเท่าใด
ก. ไม่ควรเกิน 15 นาที ข. เวลาประมาณ 20 – 30 นาที
ค. ไม่ควรใช้เวลาต่อเนื่องนานเกินกว่า 20 นาที ง. ใช้เวลาประมาณ 40 – 60 นาที
50. ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการประเมินพัฒนาการเด็กอายุ 3 – 5 ปี
ก. เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงพัฒนา วางแผนการจัดกิจกรรม
ข. เป็นส่วนหนึ่งของการจัดกิจกรรมในแต่ละวัน
ค. เพื่อประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย
1.ค 11.ง 21.ง 31.ค 41.ก
2.ก 12.ค 22.ข 32.ก 42.ข
3.ค 13.ง 23.ค 33.ง 43.ค
4.ก 14.ก 24.ง 34.ก 44.ง
5.ข 15.ก 25.ง 35.ข 45.ก
6.ค 16.ก 26.ง 36.ค 46ง
7.ข 17.ค 27.ค 37.ง 47.ก
8.ง 18.ง 28.ข 38.ก 48.ก 9.ค 19.ก 29.ข 39.ค 49.ค
10.ค 20.ข 30.ง 40.ง 50.ง

แนวข้อสอบวิชาเอกปฐมวัย
1. ปรัชญาการศึกษาปฐมวัย กำหนดอายุการพัฒนาเด็กไว้เท่าใด
ก. 3 – 5 ปี ข. 4 – 6 ปี
ค. แรกเกิด – 5 ปี ง. 0 – 6 ปี
2. พัฒนาการแต่ละวัยอาจจะเกิดขึ้นตามวัยมากน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อใด
ก. สภาพแวดล้อม
ข. การอบรมเลี้ยงดู
ค. ประสบการณ์ที่เด็กได้รับ
ง. ถูกทุกข้อ
3. ระยะเวลาเรียนที่ใช้ในการจัดประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัย คำนึงถึง
ก. ประสบการณ์ที่เด็กได้รับ
ข. อายุ
ค. สิ่งแวดล้อม
ง. สภาพร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
4. สาระการเรียนรู้ของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็ก 3 – 5 ปี ประกอบด้วยกี่ส่วนอะไรบ้าง
ก. 2 ส่วน คือประสบการณ์สำคัญและสาระที่ควรเรียนรู้
ข. 2 ส่วน คือ ประสบการณ์สำคัญและพัฒนาการของเด็กทุกด้าน
ค. ส่วนเดียว คือ ประสบการณ์สำคัญ
ง. ส่วนเดียว คือ สาระที่ควรเรียนรู้
5. ข้อใดไม่ใช่ สาระที่ควรเรียนรู้ตามโครงสร้างหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2546
ก. เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลและสถานที่แวดล้อมเด็ก
ข. เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเด็ก
ค. ธรรมชาติรอบตัว
ง. สิ่งมีชีวิตบนโลก
6. การสอนตามแนวคิดนีโอ – ฮิวแมนิส (Neo – Humanist) มีแนวคิดที่เชื่อว่า….?
ก. เด็กปฐมวัยเรียนรู้จากการเลียนแบบ
ข. การสอนภาษาให้กับเด็กต้องเป็นการสอนภาษาที่สื่อความหมายกับเด็ก
ค. เด็กเปรียบเสมือนกิ่งไม้ไผ่อ่อนๆ ที่ดัดได้
ง. เด็กจะสืบค้นหาข้อมูลเพื่อหาคำตอบของตนเอง
7. ข้อใดคือระยะความสนใจของเด็กปฐมวัยในช่วงอายุ 4 ปี
ก. ประมาณ 5 นาที ข. ประมาณ 8 นาที
ค. ประมาณ 12 นาที ง. ประมาณ 15 นาที
8. กิจกรรมที่เด็กมีอิสระเลือกเล่นเสรี ควรใช้ระยะเวลาในการจัดกิจกรรมเท่าใด จึงจะเหมาะสม
ก. ประมาณ 20 นาที
ข. ประมาณ 20 – 30 นาที
ค. ประมาณ 30 – 40 นาที
ง. ประมาณ 40 – 60 นาที
9. ข้อใดไม่ใช่กิจกรรมเสริมประสบการณ์
ก. เล่านิทาน
ข. การทดลอง/ปฏิบัติการ
ค. การศึกษานอกสถานที่
ง. การวาดภาพระบายสี
สอบครูดอทคอมแนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย
10. ข้อใดคือขั้นตอนแรกในการจัดทำแผนการจัดประสบการณ์ให้บรรลุจุดหมายของหลักสูตร
ก. วิเคราะห์หลักสูตรสถานศึกษา
ข. ศึกษาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ค. วิเคราะห์สาระการเรียนรู้
ง. กำหนดรูปแบบการจัดประสบการณ์


11. การกำหนดหัวเรื่องในการจัดประสบการณ์ให้กับเด็ก สามารถทำได้ 3 วิธี ข้อใดไม่ใช่
ก. ผู้สอนและเด็กร่วมกันกำหนด
ข. ผู้สอนเป็นผู้กำหนด
ค. ผู้บริหารกับผู้สอนร่วมกันกำหนด
ง. เด็กเป็นผู้กำหนด
12. ข้อใดคือองค์ประกอบที่สำคัญในการเขียนแผนการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
ก. จุดประสงค์, สาระการเรียนรู้
ข. กิจกรรม, สื่อ
ค. การประเมินผล
ง. ถูกทุกข้อ
13. ข้อใดคือการจัดมุมประสบการณ์ที่เหมาะสมที่สุด
ก. มุมวิทยาศาสตร์อยู่ใกล้มุมศิลปะ
ข. มุมบล็อกอยู่ติดกับมุมหนังสือ
ค. มุมหนังสืออยู่ใกล้มุมบทบาทสมมุติ
ง. มุมบล็อกอยู่ห่างมุมบทบาทสมมุติ
14. ข้อใดคือคุณสมบัติข้อแรกของครูผู้สอนปฐมวัย ที่ผู้บริหารสถานศึกษาควรคำนึงถึง
ก. มีความเป็นระเบียบ สะอาด รู้จักประหยัด
ข. รักเด็ก จิตใจดี ใจเย็น
ค. มีวุฒิทางการศึกษาด้านการอนุบาล หรือผู้ที่ผ่านการอบรมเกี่ยวกับการจัดการศึกษาปฐมวัย
ง. พูดจาสุภาพเรียบร้อย ชัดเจนเป็นแบบอย่างได้
15. ข้อใดคือบทบาทของชุมชนในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ก. สนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของสถานศึกษา
ข. นิเทศ กำกับ ติดตามการใช้หลักสูตรอย่างเป็นระบบ
ค. เป็นผู้เสริมสร้างการเรียนรู้
ง. จัดทำแผนการจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ
16. ข้อใดคือ ความหมาย ของคำว่า “เด็กที่เป็นกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ”
ก. เด็กพิการ
ข. เด็กที่มีสภาพร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ จิตใจ ที่แตกต่างจากเด็กปกติทั่วไป
ค. เด็กที่มีความสามารถพิเศษ
ง. เด็กด้อยโอกาส
17. ใครเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างรอยเชื่อมต่อระดับปฐมวัยกับระดับประถมศึกษาปีที่ 1
ก. ผู้บริหารสถานศึกษา
ข. ครูผู้สอน
ค. ตัวเด็กเอง
ง. คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
18. ข้อใดคือช่วงของวัยเด็กที่สำคัญที่สุดที่สมองของเด็กเจริญเติบโตและพัฒนาอย่างรวดเร็ว
ก. 0 – 1 ปี ข. 0 – 3 ปี
ค. 1 – 3 ปี ง. 3 – 5 ปี
19. การจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัยอายุ 3 – 5 ปี ควรจัดลักษณะรูปแบบใด
ก. กิจกรรมบูรณาการผ่านการเล่น
ข. จัดเป็นรายวิชา
ค. จัดเป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้
ง. จัดตามประสบการณ์ของครูผู้สอน
20. ข้อใดคือประสบการณ์ที่สำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา
ก. การคิด, การใช้ภาษา
ข. ดนตรี, การเล่น
ค. การรักษาสุขภาพ, การรักษาความปลอดภัย
ง. การปฏิบัติตามวัฒนธรรมท้องถิ่นที่อาศัยอยู่
21. การจัดการศึกษาปฐมวัย สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ ที่มีความเสี่ยงต่อสภาพความผิดปกติ ซึ่งพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดู ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดมากที่สุดคือ กลุ่มเด็กอายุเท่าใด
ก. ต่ำกว่า 1 ปี ข. ต่ำกว่า 2 ปี
ค. ต่ำกว่า 3 ปี ง. ต่ำกว่า 4 ปี

22. กิจกรรมที่ต้องใช้ความคิด ทั้งในกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ ไม่ควร ใช้เวลาต่อเนื่องนานเกินกว่ากี่นาที
ก. 10 นาที ข. 15 นาที
ค. 20 นาที ง. 25 นาที
23. การประเมินเด็กปฐมวัยยึดวิธีการใดเป็นส่วนใหญ่
ก. การสัมภาษณ์ ข. การสังเกต
ค. การทดสอบ ง. การตอบคำถาม
24. พัฒนาการของเด็กมีผลมาจากอะไร
ก. วุฒิภาวะ
ข. การเรียนรู้
ค. ประสบการณ์ที่เด็กได้รับทั้งทางตรงและทางอ้อม
ง. วุฒิภาวะ และการเรียนรู้
25. พฤติกรรมที่เด่นชัดที่สุดของเด็กวัยก่อนเข้าเรียน คือพฤติกรรมใด
ก. นอน ข. หยิบจับสิ่งของ
ค. เล่นสมมติ ง. ทำตามกลุ่ม
26. บุคคลใดที่มีอิทธิพลในการพัฒนาพฤติกรรมพึงประสงค์ หรือไม่พึงประสงค์ของเด็กทารก และเด็กวัยก่อนเข้าเรียนมากที่สุด
ก. พ่อแม่ ข. พี่น้อง
ค. ปู่ย่า ง. ตายาย
27. พ่อแม่ที่อบรมเลี้ยงดูลูกอย่างเข้มงวด กวดขัน จะมีพฤติกรรมใดต่อไปนี้มากที่สุด
ก. ทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกพอใจ
ข. ส่งเสริมในสิ่งที่เป็นประโยชน์
ค. โอนอ่อนผ่อนตามถ้าเด็กมีเหตุผล
ง. ให้ลูกปฏิบัติตามทุกสิ่งที่ตนคิดว่าถูกต้องเหมาะสม
28. การใช้เพลงประกอบการสอน ช่วยฝึกทักษะด้านใดมากที่สุด
ก. ภาษา ข. ความคิด
ค. การกระทำ ง. ถูกทุกข้อ
29. การเลือกเพลงประกอบการสอน เน้นในเรื่องใดเป็นสำคัญ
ก. ดนตรี ข. เนื้อร้อง
ค. ทำนอง ง. จังหวะ
30. การเลือกใช้เกมประกอบการสอน ควรคำนึงถึงข้อใด
ก. สถานที่ ข. วัยของผู้เล่น
ค. วิธีสอน ง. ผู้สอน
31. ข้อใดเป็นการเล่นที่บูรณาการเพลงเข้ามาด้วย
ก. กาฟักไข่ ข. ลิงชิงหลัก
ค. ขี่ม้าส่งเมือง ง. งูกินหาง
32. “เกม” ส่งเสริมการเรียนในข้อใด
ก. คุณธรรม ข. ทักษะ
ค. ความรู้ ง. ถูกทุกข้อ
33. ผู้ที่กล่าวว่าเด็กเปรียบเสมือนผ้าขาวสะอาด ผู้ใหญ่สามารถจะแต่งแต้มให้เป็นรูปอะไรก็ได้ คือใคร
ก. ฝน ข. ฟรอยด์
ค. รุสโซ ง. อีริคสัน
34. เพราะเหตุใด การอบรมเลี้ยงดูเด็กจึงมีความสำคัญมาก
ก. เพราะเป็นความต้องการของเด็กที่ใคร่จะให้มีผู้สนใจตน
ข. เพราะเราสามารถจะพัฒนาพฤติกรรมเด็กให้ออกมาตามแนวทางที่ปรารถนาได้
ค. เพราะพ่อแม่จะได้เป็นผู้มีอำนาจเหนือเด็ก
ง. เพราะไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก
35. แนวคิดในการอบรมเลี้ยงดูเด็กวัยทารกของนักจิตวิทยา ชื่อ ซิกมันด์ ฟรอย์ ได้เน้นความพึงพอใจของเด็กต่ออวัยวะส่วนใดของร่างกาย
ก. รูปร่าง ข. ปาก
ค. ตา ง. ใบหน้า

36. เด็กสามารถเล่นรวมเป็นกลุ่มได้ เมื่อเด็กอยู่ในวัยใด
ก. 1 – 2 ปี ข. 2 – 3 ปี
ค. 3 – 6 ปี ง. 6 – 8 ปี
37. การเล่นต่อไปนี้ ข้อใด ไม่ได้ เป็นพฤติกรรมการเล่นของเด็ก
ก. การขว้างปาวัตถุไปมา ข. การอ่านหนังสือ
ค. การหัดร้อยลูกปัด ง. การทำสวนดอกไม้
38. ในการจัดการเล่นให้แก่เด็ก สิ่งสำคัญประการแรกที่ครูควรจะทำคือ
ก. กำหนดจุดมุ่งหมาย
ข. กำหนดอุปกรณ์
ค. กำหนดสถานที่
ง. กำหนดแผนการณ์
39. งานศิลปะของเด็กมีลักษณะดังนี้
ก. แสดงออกโดยวางแผนงานอย่างกว้างๆ
ข. แสดงออกโดยหวังผลการยอมรับจากผู้อื่น
ค. แสดงออกโดยคำนึงถึงคุณค่าทางความงาม
ง. แสดงออกอย่างง่ายๆ ตรงไปตรงมา
40. การแสดงออกทางศิลปะของเด็กวัย 2 – 3 ปี มีลักษณะดังนี้
ก. ใช้สีอย่างเด่นชัด
ข. ขีดเขียนซ้ำๆ กัน
ค. แสดงรูปทรงง่ายๆ
ง. นิยมรูปทรงเรขาคณิต
41. วิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กที่เหมาะสมที่สุดของพ่อแม่ในการปลูกฝังจริยธรรมให้แก่เด็ก คือ วิธีการแบบใด
ก. แบบรักมาก ข. แบบลงโทษ
ค. แบบควบคุมเข้มงวด ง. แบบประชาธิปไตย
42. ในการปลูกฝังสร้างเสริมจริยธรรมให้แก่เด็ก พ่อแม่ และครู ปฏิบัติตนอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุด
ก. เป็นแบบอย่างที่ดี
ข. พยายามศึกษาหลักธรรมให้แตกฉาน
ค. มุ่งสร้างปัญหาเพื่อรู้ว่าสิ่งใดดี สิ่งใดชั่ว
ง. ค้นคว้าหาวิธีการที่ดีที่สุดในการอบรมเลี้ยงดูเด็ก
43. บุคลิกภาพของครูแบบใดที่จะเอื้ออำนวยต่อการพัฒนาจริยธรรมให้แก่เด็กได้ดีที่สุด
ก. พูดจาไพเราะอ่อนหวานอยู่เสมอ
ข. มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง
ค. มีความเมตตากรุราและมีอารมณ์ที่มั่นคง
ง. มีอารมณ์ขันเวลาสอนพยายามสอดแทรกเรื่องตลกให้เด็กได้หัวเราะบ่อยๆ
44. เด็กทารกสามารถเรียนรู้พฤติกรรมเชิงจริยธรรมโดยวิธีใดมากที่สุด
ก. จากประสบการณ์ตรงของเด็กเอง
ข. จากคำอบรมสั่งสอนของแม่
ค. การเลียนแบบพฤติกรรมเชิงจริยธรรมจากคนเลี้ยงหรือผู้ใกล้ชิด
ง. ถูกทุกข้อ
45. การฝึกเด็กตักอาหารรับประทานเอง ควรทำได้เมื่อใด
ก. เมื่อเด็กอายุ 2 ปี
ข. เมื่อเด็กอายุ 3 ปี
ค. เมื่อเด็กแสดงท่าทีว่าอยากจะตักอาหารรับประทานเอง
ง. เมื่อเด็กเริ่มเข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาล
46. การจัดกิจกรรมศิลปะสำหรับเด็กจะต้องคำนึงถึง
ก. วุฒิภาวะของเด็ก
ข. ผลงานที่จะได้รับ
ค. กิจกรรมที่ต้องแก้ปัญหา
ง. ความพอใจของเด็ก


47. พฤติกรรมในข้อใดที่ครูไม่ควรปฏิบัติในขณะที่เด็กกำลังเล่น
ก. เข้าไปเล่นร่วมกับเด็ก
ข. เตรียมวางแผนการเล่นสำหรับวันต่อไป
ค. สังเกตอยู่ภายนอก
ง. คอยดูแลช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหา
48. สิ่งที่สำคัญที่ครูควรคำนึงถึงในการกำหนดจุดมุ่งหมายในการเล่นของเด็กคือ
ก. ประสบการณ์การเล่นของเด็กแต่ละคน
ข. อุปกรณ์การสอน
ค. การวางแผนการเล่น
ง. ความต้องการของเด็ก
49. ข้อใดไม่จัดเป็นพฤติกรรมการเล่นของเด็ก
ก. การดูโทรทัศน์
ข. การก่อทรายเป็นรูปบ้าน ภูเขา
ค. การวิ่งไล่จับกัน
ง. การทำสวนดอกไม้
50. การเขียนของเด็กที่เปลี่ยนไปชี้ให้เห็นถึงอะไร
ก. ความเติบโต
ข. ลักษณะเฉพาะตัว
ค. สื่อสารการติดต่อ
ง. อารมณ์ความรู้สึก
51. สิ่งที่ให้แก่ผู้เรียนและมีผลทำให้ผู้เรียนทำพฤติกรรมที่พึงปรารถนาซ้ำอีกเรียกว่า
ก. รางวัล
ข. แรงเสริม
ค. การตอบสนอง
ง. ตัวแหย่หรือสิ่งเร้า
52. พัฒนาการทางเพศในช่วงใดที่ ซิกมันด์ ฟรอยด์ กล่าวว่าเป็นช่วงที่ควรส่งเสริมเรื่องการเลียนแบบบทบาททางเพศที่เหมาะสม
ก. ระยะปาก ข. ระยะทวาร
ค. ระยะอวัยวะเพศ ง. ระยะแฝง
53. การสอนของมอนเตสเชอรี่ จะเน้นพัฒนาการด้านใด
ก. พัฒนาการทางร่างกาย
ข. พัฒนาการสังคม
ค. พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ
ง. พัฒนาทางด้านสติปัญญา
54. มอนเตสเชอรี่ พบว่าเด็กมีความสนใจศิลปะและการอ่านช่วงอายุใด
ก. 1 – 2 ปี ข. 2 – 3 ปี
ค. 3 – 4 ปี ง. 4 – 5 ปี
55. ข้อใดเป็นคำกล่าวของ จอห์น ดิวอี้
ก. การศึกษาคือชีวิต
ข. การศึกษาทำให้คนเป็นคน
ค. การสร้างคนให้เป็นคนดีที่สมบูรณ์
ง. งานพัฒนาคนให้มีคุณธรรมจริยธรรม
56. จุดมุ่งหมายของการนิเทศการศึกษาปฐมวัยเพื่ออะไร
ก. เพื่อให้เด็กเรียนเก่ง
ข. เพื่อจับผิดครู
ค. เพื่อปรับปรุงกิจกรรมการเรียนการสอน
ง. เพื่อช่วยเหลือเด็ก
57. ข้อใดต่อไปนี้ ไม่ใช่ เครื่องมือการวัดและประเมินผล
ก. แบบทดสอบ ข. แบบสอบถาม
ค. แบบสำรวจ ง. การประชุมปรึกษา
58. แหล่งที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาความเชื่อมั่นในตนเองของเด็กต่อจากครอบครัว คือ
ก. โรงเรียน ข. วัด
ค. บ้าน ง. สังคมทั่วไป
59. เด็กในวัยใด สามารถบอกชื่อ นามสกุล ตนเองได้
ก. 4 ปี ข. 3 ปี
ค. 2 ปี ง. 1 ปี
60. กิจกรรมประจำวันที่ควรจัดสำหรับเด็กปฐมวัยมีกี่กิจกรรม
ก. 5 กิจกรรม ข. 6 กิจกรรม
ค. 4 กิจกรรม ง. 3 กิจกรรม 61. กิจกรรมใดที่ช่วยให้เด็กได้แสดงออกทางอารมณ์โดยใช้ศิลปะมากที่สุด
ก. กิจกรรมเกมการศึกษา
ข. กิจกรรมเสริมประสบการณ์
ค. กิจกรรมสร้างสรรค์
ง. กิจกรรมกลางแจ้ง
62. การปั้นดินน้ำมันเป็นการพัฒนากล้ามเนื้อส่วนใดของร่างกาย
ก. กล้ามเนื้อใหญ่
ข. กล้ามเนื้อเล็ก
ค. พัฒนาสมอง
ง. พัฒนาทางด้านร่างกาย
63. กิจกรรมใดเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กเล่นตามความสนใจของตนเอง
ก. กิจกรรมสร้างสรรค์
ข. กิจกรรมเสริมประสบการณ์
ค. กิจกรรมเกมการศึกษา
ง. กิจกรรมเสรี
64. กิจกรรมใดที่ส่งเสริมพัฒนาการทางด้านภาษาของเด็กปฐมวัย
ก. มุมบ้าน ข. มุมหนังสือ
ค. มุมเกมการศึกษา ง. มุมบล็อก
65. กิจกรรมใดที่ส่งเสริมให้เด็กได้คิดและแก้ปัญหา
ก. กิจกรรมเสรี
ข. กิจกรรมการเคลื่อนไหวและจังหวะ
ค. กิจกรรมสร้างสรรค์
ง. กิจกรรมเสริมประสบการณ์
66. วิธีการใดที่ช่วยปลูกฝังเด็กให้เกิดคุณธรรมจริยธรรม
ก. การเล่านิทาน
ข. การสนทนา
ค. การสาธิต
ง. การศึกษานอกสถานที่
67. หม้อ เตา เครื่องครัว ควรนำมาจัดอยู่ในข้อใดต่อไปนี้
ก. มุมหนังสือ ข. มุมพยาบาล
ค. มุมบทบาทสมมติ ง. มุมวิทยาศาสตร์
68. ข้อใด ไม่ควรปฏิบัติ หลังจากเด็กเล็กเลิกเล่นกิจกรรมกลางแจ้ง
ก. ทำความสะอาดร่างกาย
ข. นั่งพักผ่อน
ค. ดื่มนมทันที
ง. ล้างเท้า
69. การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในระดับปฐมวัยควรเน้นในเรื่องใด
ก. อ่านออก ข. เขียนหนังสือ
ค. ความพร้อม ง. คิดเลขได้
70. ข้อใดคือขั้นตอนแรกในการเขียนแผนการจัดประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย
ก. ระดมความคิด ข. เลือกหัวข้อเรื่อง
ค. วางแผนจัดกิจกรรม ง. แยกกิจกรรม
71. ข้อใดคือจุดประสงค์ที่แท้จริงของการเขียนแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
ก. เพื่อส่งเสริมพัฒนาการ
ข. จัดสภาพแวดล้อมของเด็ก
ค. เพื่อให้เด็กได้ทดลอง
ง. เพื่อให้ครูได้วางแผนจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับเด็ก
72. มาตรฐานปฐมวัยพุทธศักราช 2546 มีกี่มาตรฐาน
ก. 11 ข. 12
ค. 13 ง. 14 73. ข้อใดเป็นพฤติกรรมทางด้านพุทธิพิสัย
ก. ความรู้สึก ข. ความสนใจ
ค. ค่านิยม ง. ความจำ
74. สิ่งใดเป็นตัวถ่ายทอดทางพันธุกรรม
ก. ยีนส์ ข. โครโมโซม
ค. DNA ง. เอนไซม์
75. พัฒนาการทางร่างกายของเด็ก จะเคลื่อนไหวสิ่งใดก่อน
ก. คลาน ข. คืบ
ค. ยืน ง. เดิน
76. ฟันของเด็กทารก จะเริ่มขึ้นเมื่ออายุกี่เดือน
ก. 4 เดือน ข. 5 เดือน
ค. 6 เดือน ง. 7 เดือน
77. ผู้ที่คิดริเริ่มพัฒนาการทางด้านสติปัญญาของเด็กคือใคร
ก. อิริคสัน ข. ซิกมัน ฟรอยด์
ค. มอนเตสเชอรี่ ง. เพียเจท์
78. อิริคสัน (Erikson) ได้ให้ความสำคัญของเด็กปฐมวัยว่าอย่างไร
ก. เป็นวัยที่กำลังเรียนรู้สิ่งแวดล้อมรอบตัว
ข. เด็กวัยแรกเกิด – 5 ปี เป็นวัยที่สำคัญที่สุดในชีวิต
ค. การเรียนรู้ของมนุษย์เกิดจากพฤติกรรม
ง. ผิดหมดทุกข้อ
79. จุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย มุ่งเน้นให้เด็กได้พัฒนาครบทุกด้าน ยกเว้นข้อใด
ก. ร่างกาย ข. อารมณ์ – จิตใจ
ค. การสังเกต ง. สติปัญญา
80. ในการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย ใครเป็นผู้ที่มีความสำคัญที่สุด
ก. พ่อ แม่ ข. เพื่อนๆ
ค. ตัวเด็ก ง. ครูผู้สอน
81. การให้เด็กประดิษฐ์เศษวัสดุเหลือใช้ เป็นการทำในกิจกรรมใด
ก. กิจกรรมเคลื่อนไหวจังหวะ
ข. กิจกรรมสร้างสรรค์
ค. กิจกรรมในวงกลม
ง. กิจกรรมเสรี
82. กิจกรรมใดที่ไม่ปรากฏในตารางกิจกรรมประจำวัน
ก. กิจกรรมกลางแจ้ง
ข. กิจกรรมเสรี
ค. กิจกรรมการร้องเพลง
ง. กิจกรรมในวงกลม
83. คำคล้องจอง มีวัตถุประสงค์ในการสอนเด็กอย่างไร
ก. เพื่อพัฒนาทางด้านภาษา
ข. เพื่อฝึกความจำ
ค. เพื่อฝึกระเบียบวินัย
ง. ถูกทุกข้อ
84. การจัดการเรียนการสอนในระดับปฐมวัย ยึดหลักการที่ว่า “หนึ่งแนวคิดเด็ก สามารถเรียนรู้ได้หลายกิจกรรม หนึ่งกิจกรรม สามารถเรียนรู้ได้หลายทักษะและหลายประสบการณ์สำคัญ” เป็นหลักการจัดการศึกษาปฐมวัยในข้อใด
ก. การจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก
ข. การบูรณาการเรียนรู้
ค. การประเมินพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก
ง. การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก

85. กิจกรรมที่ฝึกให้เด็กได้เปล่งเสียงเลียนแบบคำพูดของคน เสียงสัตว์ต่างๆ เป็นการส่งเสริมทักษะทางด้านใด
ก. การส่งเสริมจิตนาการและความคิดสร้างสรรค์
ข. ทักษะทางด้านอารมณ์และจิตใจ
ค. ทักษะทางสังคม
ง. ทักษะทางภาษา
86. หน่วยที่เล็กที่สุดในสังคม และเป็นหน่วยที่สำคัญในการป้องกันไม่ให้เด็กเกิดพฤิตกรรมที่เป็นปัญหาในเบื้องต้นคือ
ก. โรงเรียน
ข. ครอบครัว
ค. สังคมโดยทั่วไปรอบตัวเด็ก
ง. รัฐบาล
87. ข้อใดเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมทางด้านคุณธรรม จริยธรรม
ก. น้องไก่เล่นมอญซ่อนผ้ากับเพื่อน
ข. น้องไก่นั่งดูหนังสือนิทาน
ค. น้องไก่แบ่งของเล่นให้กับเพื่อนๆ
ง. น้องไก่ปั้นดินน้ำมัน
88. ข้อใดเป็นการแสดงออกทางด้านการสังเกต จำแนกเปรียบเทียบ
ก. น้องเก๋ไปดูเขาเล่นรีรีข้าวสาร
ข. น้องเก๋แบ่งขนมให้เพื่อน
ค. น้องเก๋นำจานมาวางเท่ากับจำนวนผลไม้
ง. น้องเก๋ยืนกับเพื่อนแล้วพูดว่า “เธอตัวสูงกว่าเรา”
89. ข้อใดเป็นการแสดงออกทางด้านการ “คิด”
ก. น้องกุ้งชี้ภาพในหนังสือนิทานแล้วพูดว่า “ตลกจัง”
ข. น้องนิดหยิบส้อมขึ้นมาแล้วพูดว่า “เหมือนที่หวีผมเล
sincerelove97@hotmail.com (IP:125.26.19.107)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 25 มี.ค. 2553 (16:26)
ต้นน้ำ


อยากได้ข้อสอบครูวิชาเอกสังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม


ขอขอบคุณมากนะคะ
jan.tana.1@windowslive.com (IP:113.53.230.50)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 20 เม.ย. 2553 (21:14)
ขอขอบคุณค่ะ สำหรับข้อสอบค่ะ
น้องเสือ (IP:125.25.165.88)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 23 เม.ย. 2553 (16:25)
เอกสารติวแนวข้อสอบครูผู้ช่วย ครู สอศ. สพฐ. กทม. ครูเทศบาล ทั่วประเทศ ที่กำลังเปิดสอบ
รวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก รวมแนวข้อสอบวิชาเอกต่างๆที่ออกบ่อยมาก
ข้อสอบเก่าวิชาเอกมากกว่า 300 ข้อ พร้อมเฉลย ให้ท่านรู้ทุกแง้ ทุกมุมข้อข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วยที่จะออกข้อสอบ
แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วยวิชาเอกนาฎศิลป์ วิชาการศึกษา วิชาชีพครู วิชาเอกปฐมวัย
แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย วิชาเอกภาษาไทย วิชาเอกคณิต วิชาเอกวิทยาศาสตร์ วิชาเอกเคมี
แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย วิชาเอกฟิสิกส์ วิชาเอกชีววิทยา วิชาเอกอังกฤษ วิชาเอกสังคม วิชาเอกคอมพิวเตอร์
แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย วิชาเอกการงาน วิชาเอกศิลปะ วิชาเอกอุตสาหกรรมศิลป์ วิชาเอกสุขศึกษาพละ

กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ชุดที่ 1 - 5 (พร้อมเฉลย)
ข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไป ชุดที่ 2 (ภาษาไทย)
ข้อสอ
บความรู้ความสามารถทั่วไป ชุดที่ 4 (เงื่อนไขทางสัญลักษณ์)
ข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไป ชุดที่ 6 (การวิเคราะห์สรุปเหตุผลจากบทความ)
ข้อสอบความรู้ความสามารถทั่วไป ชุดที่ 7 (แบบทดสอบด้วยตนเอง)
ความรู้ความสามารถทั่วไป ชุดที่ 1 (อนุกรม)
ความสามารถทางพื้นฐานคณิตศาสตร์
แนวข้อสอบครูผู้ช่วย ความรอบรู้ ชุดที่ 1 - 4 (พร้อมเฉลย)
แนวข้อสอบครูผู้ช่วย วิชาชีพครู ชุดที่ 1 - 3 (พร้อมเฉลย)
แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย วิชาการศึกษา ชุดที่ 1 - 5 (พร้อมเฉลย)
แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย วิชาความสามารถทั่วไป ชุดที่ 1 - 2 พร้อมเฉลย
แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย วิชาเอกประถมศึกษา ชุดที่ 1 - 2
แนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย วิชาเอกวิทยาศาสตร์ ชุดที่ 1 - 5
แนวข้อสอบวิชาชีพครูรวมแนวข้อสอบเก่าเด็ดๆๆ และข้อสอบที่ออกบ่อยมาก รวมแนวข้อสอบวิชาเอกต่างๆที่ออกบ่อยมาก
ส่งทางอีเมล์เป็นไฟเอกสาร และแนวข้อสอบเก่ากว่า 300 ข้อ ตลอดจนแนววิชาเอกที่จะสอบ
สามารถนำไปปริ้นเพื่นอ่านได้เลย

ดาวโหลดได้ที่ http://www.dimonload.com/index.php?board=6.0
decho2526
ร่วมแบ่งปัน67 ครั้ง - ดาว 61 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 24 ก.ย. 2553 (09:57)
แนวข้อสอบการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัย
nakondum@hotmail.com (IP:125.26.106.225)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม