ความเห็นเพิ่มเติมที่ 154 23 เม.ย. 2554 (13:08) เห็นอาจารย์นิรันคร์ขยันยิ่ง
ไม่หยุดนิ่งสอนไปสั่งศิษย์ทั้งหลาย
ขอชื่นชมตามประสาลูกผู้ชาย
ว่า "โอ้ นายเยี่ยมมาก" ครับอาจารย์
นายศรา
ร่วมแบ่งปัน993 ครั้ง - ดาว 276 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 155 30 มิ.ย. 2554 (20:12) สายลม...พัดพาย...แผ่วพลิ้ว
สายน้ำ...เฉื่อยฉิว...หลั่งไหล
สายหมอก...หยอกเย้า...กันไป
อยู่เป็น...เพื่อนใจ...นิรันดร์
สวัสดีครับมาขอสมัครเป็นสมาชิกกระทู้นี้ด้วยคนนะครับ
ครั้งแรกจะทิ้งกลอน 6 บทสั้นๆไว้แล้วกันครับ
Mosart
ร่วมแบ่งปัน18 ครั้ง - ดาว 49 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 156 30 มิ.ย. 2554 (22:31) มาเม้นท์ครั้งแรก ขอคำติชมด้วยนะครับ
Mosart
ร่วมแบ่งปัน18 ครั้ง - ดาว 49 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 157 30 มิ.ย. 2554 (23:41) ยินดีต้อนรับนับเพื่อน
อย่ามาเพียงเหมือนลมผัน
เข้ามาคุยกันทุกวัน
ผูกพันมิตรใหม่ไมตรี
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 158 1 ก.ค. 2554 (22:24) วันนี้มาต่อจากบทที่แร้วครับ
ราตรี...สดสวย...สกาว
ดวงดาว...พร่างพราว...ราวฝัน
แสงจันทร์...ส่องผ่าน...ม่านควัน
ผู้คน...นับพัน...รำพึง
พรุ่งนี้จะมาต่อให้อีกนะครับ
Mosart
ร่วมแบ่งปัน18 ครั้ง - ดาว 49 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 160 8 ก.ค. 2554 (09:47) หลังจากห่างหายไปนานหลายกาลอยู่
ก็แวะกลับมาดูกระทู้นั่น
มีคนใหม่เก่าแวะเวียนผลัดเปลี่ยนกัน
ยังมีใครจำฉันได้ไหมนะ
นายศรา
ร่วมแบ่งปัน993 ครั้ง - ดาว 276 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 161 8 ก.ค. 2554 (15:06) ๐ วันนี้มาวางแร้วไว้
พรุ่งนี้วันใหม่มาเก็บ
พบไก่ติดแร้วแล้วเจ็บ
หนาวเหน็บน้ำค้างทั้งคืน
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 162 8 ก.ค. 2554 (19:00) ๐ เกลอศราหายไปที่ไหนนั่น
คิดถึงฉันสหายเก่าบ้างหรือไม่
คุณอามาดักไก่ไปทำไม
หรือในใจอยากทานไก่ผัดฟักทอง
555+
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 163 8 ก.ค. 2554 (20:41) อาหาใช่ผู้วางแร้วดักไก่
Mosartใช่จะมาวันที่สอง
เจ็ดวันแล้วไก่ติดแร้วน้ำตานอง
ใครจะลองปล่อยไก่ให้เขาที
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 164 8 ก.ค. 2554 (21:49) Mosartอาจค่อยค่อยกลัวปล่อยไก่
เธออายใครก็ไม่รู้กู้ศักดิ์ศรี
เจ็ดวันลืมมัวหม่ำไก่เคเอฟซี
ไก่แร้วนี้ช่างน่าทานประหารเลย 
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 165 9 ก.ค. 2554 (08:11) เห็นอาหลานคุยเฟื่องด้วยเรื่องไก่
ที่ Mosart ดักแร้วไว้เมื่อกาลก่อน
แล้วหายวับไม่กลับมาลาจากจร
เลยอยากนอนกินไก่ย่างสมตำจัง
ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้มาเพราะสาเหตุสองประการครับ
ข้อแรกคือ ย้ายนิยายไปลงที่เว็บอื่นไปแล้ว เลยไม่ได้กลับมาที่วิชาการเท่าไร
ส่วนข้อสองคือ ตอนนี้ผมมีเรื่องยุ่งอีรุงตุงนังพอตัวน่ะครับ เลยไม่มีเลวว่างมาแต่งกลอน แหะๆ
นายศรา
ร่วมแบ่งปัน993 ครั้ง - ดาว 276 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 166 9 ก.ค. 2554 (14:46) ๐ เหตุอันใดจึงหน่ายย้ายเว็ปเล่า
หรือเว็ปเฉาเก่าคนชาดมนต์ขลัง
หากวันใดอยากเสริมเติมพลัง
ที่นี่ยังคอยเพื่อนมิเลือนเลย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 167 9 ก.ค. 2554 (15:29) มิได้หนีได้หายเพราะหน่ายหรอก
แค่อยากออกไปเผชิญโลกกว้างใหญ่
จึงได้โยกได้ย้ายนิยายไป
แต่มิได้ลืมที่วิชาการ
คือ..กลุ่มนักอ่านในเว็บนี้ยังไม่ค่อยกว้างเท่าไรน่ะครับ แล้วก็ยังไม่ค่อยมีการวิจารณ์แบบดุเด็ดเผ็ดมันให้คนเขียนได้เห็นข้อบกพร่องเท่าไร นักอ่านส่วนใหญ่จะชมมากกว่าติ ซึ่งให้กำลังใจดี แต่ทำให้ไม่ค่อยได้พัฒนาฝีมือน่ะครับ
ผมเลยย้ายออกไปเผชิญโลกกว้าง เพราะอยากพัฒนาฝีมือการเขียน ตอนแรกก็ลงสองเว็บควบ แต่ดูแลลำบากมาก สุดท้ายก็เลยย้ายนิยายจากวิชาการไปอยู่เว็บอื่น แล้วก็แจ้งผู้อ่านส่วนใหญ่ไปแล้ว ถึงการย้ายนิยายไปเขียนอีกเว็บ
พอย้ายนิยายไปแล้ว ผมก็ไม่ค่อยมีเวลาว่างเท่าไร เลยไม่ค่อยได้กลับมาน่ะครับ แหะๆ
นายศรา
ร่วมแบ่งปัน993 ครั้ง - ดาว 276 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 168 10 ก.ค. 2554 (16:04) ฉันเข้าใจเพื่อนจากลาหาความรู้
ได้พบครูวิจารณ์งานฉะฉาน
เอาเข้มงวดกวดขันมันอาจารย์
อธิษฐานเพื่อนเกลอเจอครูดี 
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 169 14 ก.ค. 2554 (13:40) แล้วก็ช่วงหยุดยาวอีกหนึ่งหน
แต่ละคนคิดจะไปที่ไหนหนา
จะทำบุญวันอาสาฬหบูชา
และวันเข้าพรรษาที่ไหนกัน
นายศรา
ร่วมแบ่งปัน993 ครั้ง - ดาว 276 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 170 11 ก.ค. 2555 (11:29) ในที่สุดเราก็ปิดต้นฉบับ
จึงขยับกลับมายังที่นี่
ขุดกระทู้ "ห้องสนทนา ประสากวี"
ให้น้องพี่ทั้งหลายนั้นประชันกลอน
ปิดต้นฉบับนิยายตัวเองไปเรียบร้อยแล้วครับ... ตอนนี้ก็รอผลการพิจารณาจากเพื่อนที่เป็น บก. ว่าจะต้องแก้ไขตรงไหนบ้าง บวกกับช่วงนี้ค่อนข้างว่างจากงานพอสมควร เลยแวะกลับมาที่นี่ครับ หวังว่าคงยังไม่ลืมผมกันหมดแล้วเน้อ
นายศรา
ร่วมแบ่งปัน993 ครั้ง - ดาว 276 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 171 11 ก.ค. 2555 (12:44) ๐ ยังคิดถึงเพื่อนเกลออยู่เสมอ
บ้างละเมอร้องเก้อเพ้อจิตหลอน
ฉันไหว้พระสวดมนต์ด้นขอพร
ขอศราย้อนอย่าลืมมาวิชาการ 
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 172 13 ก.ค. 2555 (08:36) ๐ อย่าละเมอเพ้อพร่ำร่ำถึงฉัน
นี่จากกันใช่ไปลับเสียที่ไหน
เพียงห่างหายชั่วคราวโปรดเข้าใจ
ว่างเมื่อไรก็กลับมาวิชาการ
นายศรา
ร่วมแบ่งปัน993 ครั้ง - ดาว 276 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 173 13 ก.ค. 2555 (16:16) ๐ ยังคิดถึงเพื่อนเกลอเสมอนะ
แต่ใช่จะละเมอถึงเพ้อฝัน
ด้วยยังมียาหยีของนิรันดร์
อยู่เคียงกันวันคืนและตื่นเคียง ฯ
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 174 22 ก.ค. 2555 (01:08) อิจฉาคนคิดถึงเพื่อนข้ามเดือนปี
ดูช่างมีความสุขสนุกสนาน
คนไร้เพื่อนแอบดูอยู่เนิ่นนาน
ขอส่งสาส์นคุยเสมือนเป็นเพื่อนกัน
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 175 22 ก.ค. 2555 (09:44) ฮะฮะฮ่าใครหนามาตีหนึ่ง
มารำพึงจึงจ้องแอบมองฉัน
ขอบอกก่อนที่นี่ครับรับน้องมัน
อย่าพึ่งฝันเป็นเพื่อนสบายอย่างง่ายดาย 
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 176 22 ก.ค. 2555 (22:55) อย่าไปเชื่อราณีที่เอื้อนเอ่ย
รับน้องมันเราไม่เคยมีหรอกหนา
เพื่อนส่งสารกานต์กลอนอักษรมา
ก็จะมาเป็นเพื่อนได้ไม่ยากเย็น
นายศรา
ร่วมแบ่งปัน993 ครั้ง - ดาว 276 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 177 23 ก.ค. 2555 (10:00) เพื่อนเอย เพื่อนรัก
คำนี้ยากนักจักให้
เปี่ยมด้วยมิตรภาพจากใจ
อะไรมาแลกไม่ยอม
ไข่มุกราณีมีขู่
ทุบตีฤาสู้ถนอม
มาใหม่ใคร่ขอนอบน้อม
ดอกหอมช่อนี้ให้คุณ
ขอบคุณศราน่ารัก
ประจักษ์น้ำจิตคิดหนุน
สัมผัสความเกื้อการุณย์
ของคุณนิรันตร์มั่นคง
มาใหม่ใคร่ขอฝากตัว
ด้วยกลัวพลาดผิดลุ่มหลง
ที่ใดพลั้งไปโปรดจง
เตือนลงตรงนั้น...วันทา...
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 178 23 ก.ค. 2555 (15:45) คารมคมคายใช่เล่น
นับเป็นกวีที่กล้า
ชาญเชี่ยวเชิงกลอนเพื่อนยา
จงมาร่วมด้วยช่วยกัน
สังเคราะห์บทกวีวรรณศิลป์
ให้ยินถึงแคว้นแดนสวรรค์
มาเถิดมาเป็นเพื่อนนิรันดร์
สัมพันธ์ไมตรีที่เยือน
สะดวกนักหนาถ้าเป็น
สมาชิกกรเห็นไหมเพื่อน
ใส่สีขีดเส้นอย่าเชือน
ชื่อสีฟ้าเหมือนเหมือนกัน
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 179 23 ก.ค. 2555 (20:46) ยินดีต้อนรับมิตรใหม่
ฉันใช่ใจดำขำขัน
เอ่ยถ้อยรับน้องสุดมัน
คือปันหวานมันโอชา
กาพย์กลอนสอนด้วยช่วยชี้
ราณีชอบสนุกหรรษา
ขอบคุณของขวัญจัดมา
ไหนนาดอกหอมช่อไม้ 
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 180 24 ก.ค. 2555 (16:05) ๐ จะหายไปหวนมากี่คราครั้ง
มิตรภาพก็ยังไม่จางหาย
ยังคิดถึงเพื่อนเก่าอยู่มิคลาย
สุขง่ายง่ายทุกทีที่เจอกัน
ขอต้อนรับเพื่อนใหม่ด้วยไมตรี
ดูพี่หน่อยราณีรับน้องขัน
ถ้าคุณกรอยากเอาใจพี่หน่อยนั้น
ซื้อของกินให้กันก็โอเค
คนๆนึง
ร่วมแบ่งปัน1934 ครั้ง - ดาว 786 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 181 25 ก.ค. 2555 (09:52) ฝัน
ฝันเอ๋ย ฝันดึ ฝันเด่น
ฝันเห็น ดอกไม้ ช่อใหญ่
หอมกรุ่น ละมุน ละไม
มอบให้ ราณี ผู้เดียว
เนื่องจาก เป็นดอก ในฝัน
ตานั้น ไม่อาจ ข้องเกี่ยว
มองเห็น ด้วยใจ อย่างเดียว
ชัดเชียว เฉิดฉาย ไฉไล
เพียงใจ ประสาน สอดคล้อง
ก็อาจ จะมอง เห็นได้
สัมผัส หยั่งรู้ เลศนัย
มิตรไม ตรีล้ำ นำมา
KornR
ร่วมแบ่งปัน270 ครั้ง - ดาว 54 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 182 25 ก.ค. 2555 (18:56) คุณบอกดอกไม้ในฝัน
ให้ฉันใช้ใจมองหา
เพ่งกสิณสมาธิปัญญา
ภาวนากรรมฐานห่อนเป็น
อย่างไรก็ขอขอบคุณ
ดวงลากมากบุญจึงเห็น
ตักบาตรบริจาคเช้าเย็น
ทุกข์เข็ญสิ้นได้ชื่นชม
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 184 26 ก.ค. 2555 (00:00) ดอกเอยดอกไม้สีขาว
สวยพราวถูกใจหนักหนา
น้ำคาค้างกลีบผกา
พระพายโชยมาชื่นใจ
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 185 26 ก.ค. 2555 (00:50) คุณอาคะ
ดอกไม้ช่างสวยจริงจริง
ชูกิ่งชูช่อสดใส
อยากทราบดอกนี้นามใด
โปรดแก้สงสัยศิษยา 
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 186 26 ก.ค. 2555 (01:19) ดอกไม้นี้มีนามว่ากาหลง
อาปลูกลงปลงในกระถางหนา
ถูกแดดเพียงครึ่งวันนะหลานยา
เศษข้าวเศษปลาสาดสาดไป
เลี้ยงง่ายน่าชื่นใจให้ดอกด้วย
ขาวสวยสะท้อนแดดดูสดใส
เกสรเหลืองอำพันคราสั่นไกว
กระจายไปถูกใจกลิ่นผกา
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 187 26 ก.ค. 2555 (02:09) 
กระจายไปถูกใจกลิ่นผกา
ธรรมดาดอกไม้สีไม่มีกลิ่น
แมลงบินไปตามสีที่ล่อหา
สีช่วยล่อภุมรินทร์บินตามมา
เหล่าผกาสมใจได้แพร่พันธุ์
ดอกสีขาวดูราวไร้คุณค่า
ช่างไม่น่าล่อใจให้เหลียวหัน
แต่กลิ่นหอมกลับล่อใจได้ฉับพลัน
ล่อพวกมันมาดมดอมหอมชื่นใจ
แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5958 ครั้ง - ดาว 451 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 188 26 ก.ค. 2555 (09:32)
ความสับสน ในใจ ใครคนหนึ่ง
สิ่งที่พึง มองง่าย แต่ไม่เห็น

KornR
ร่วมแบ่งปัน270 ครั้ง - ดาว 54 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 189 26 ก.ค. 2555 (09:46) ดอกไม้มอบ หวังราณี สิดูเป็น
คงมองเห็น สาละจริง และสิ่งปลอม
ความสับสน ในใจ ของไทยพุทธ
พระประสูติ ใต้ต้นใด สองไม้หอม
หวังไข่มุก ราณี มีบุญห้อม
ไม่ยินยอม เลือกข้างผิด สนิทใจ
KornR
ร่วมแบ่งปัน270 ครั้ง - ดาว 54 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 191 26 ก.ค. 2555 (14:04) อ้างอิง >>> http://www.kammatan.com/board/index.php?topic=230.0
ต้นสาละ (Shorea robusta Roxb.)
สาละ ชาวอินเดียเรียกว่า ซาล (Sal) เป็นไม้ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธองค์ตั้งแต่ประสูติจนถึงปรินิพพาน โดยที่พุทธมารดาคือพระนางสิริมหามายา เมื่อใกล้กำหนดจะให้พระสูติการก็เสด็จจากกรุงกบิลพัสดุ์ไป ยังกรุงเทวทหนคร อันเป็นเมืองต้นตระกูลของพระนาง ตามธรรมเนียมพราหมณ์ (ที่การคลอดบุตรฝ่ายหญิง จะต้องกลับไปคลอดที่บ้าน พ่อ-แม่ ของฝ่ายหญิง) ในระหว่างทางพระนางได้ทรงหยุดพักบริเวณป่าแห่งหนึ่ง ใต้ร่มต้นสาละ เขตตำบลลุมพินีสถาน คงจะเป็นด้วยทรงถูกกระทบกระเทือนจากการเดินทางไกล หรือจะ เป็นด้วยอำนาจบุญญาธิการของพระราชโอรส (คือพระพุทธเจ้าในเวลาต่อมา) พระนางทรงเจ็บพระครรภ์ ผู้ตามเสด็จก็คงจัดเตรียมกั้นเป็นฉากห้อง เพื่อใช้เป็นสถานที่พระสูติการภายใต้ร่มของต้นสาละนั้น สำหรับในช่วงสุดท้ายที่ต้นสาละเข้าไปเกี่ยวข้องกับพระพุทธประวัตินั้น ก็โดยที่พระพุทธองค์ได้เสด็จ ไปถึงยังเมืองกุสินาราของมัลละกษัตริย์ ได้ประทับในบริเวณสาลวโณทยาน ภายใต้ร่มต้นสาละคู่หนึ่ง ทรงเหน็ดเหนื่อยพระวรกายมาก จึงรับสั่งให้พระอานนท์ ซึ่งเป็นองค์อุปัฏฐากปูลาดที่บรรทมเอนพระวรกายลงโดยหันพระเศียรไปทางทิศเหนือ แล้วเสด็จดับขันธ์สู่ปรินิพพานภายใต้ต้นสาละนั่นเอง
ที่กล่าวมาแล้วเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธองค์ แต่สาละโดยตัวเองแล้วเป็นต้นไม้ขนาดกลางถึง ใหญ่ไม่ผลัดใบ อยู่ในสกุล (Genus) ไม้สยา (Shorea) วงศ์ (Family) ไม้ยาง (Dipterocarpaceae) ลำต้นเปลาตรง เปลือกสีเทา แตกเป็นร่องเป็นสะเก็ดทั่วไป เรือนยอดเป็นพุ่มทึบรูปเจดีย์หรือรูปไข่ เรือนพุ่มประมาณ 2/3 ของ ความสูงของต้น ปลายกิ่งห้อยลู่ลง ใบดกหนา กิ่งอ่อนเกลี้ยง ไม่มีขน ใบรูปไข่กว้าง โคนใบหยักเว้าเข้า ปลายใบหยักเป็นติ่งแหลมสั้น ๆ ผิวใบเป็นมันเกลี้ยง พื้นใบมักเป็นคลื่น รูปทรงทั่ว ๆ ไป คล้ายใบรังของไทย ดอกสีเหลืองอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อสั้น ๆ ตามปลายกิ่งและง่ามใบ
กลีบดอกและกลีบรองกลีบดอกมีอย่างละ 5 กลีบ ผลแข็ง มีปีก 5 ปีก ในจำนวนนี้จะยาว 3 ปีก และสั้น 2 ปีก แต่ละปีกมีเส้นตามยาวปีก 10 ? 15 เส้น
สาละเป็นไม้พื้นเดิมของอินเดีย มักขึ้นเป็นกลุ่ม ๆ ตามบริเวณที่ค่อนข้างจะชุ่มชื้น การขยายพันธุ์นิยมใช้เมล็ด เพาะหรือจะใช้การตอนกิ่งหรือทาบกิ่งก็ได้
แต่วิธีหลังเปอร์เซ็นต์การติดน้อยมาก ในประเทศไทยได้มีการ นำเอาต้นสาละหรือต้นซาลเข้ามาปลูกหลายครั้ง เท่าที่ทราบก็มีหลวงบุเรศบำรุงการนำมาถวายสมเด็จ พระมหาวีรวงษ์ วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน โดยทรงปลูกไว้ที่หน้าพระอุโบสถ 2 ต้น กับได้น้อมเกล้าถวาย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2510 อีก 2 ต้น ในจำนวนนี้ได้ทรงปลูกไว้ในพระตำหนัก จิตรลดารโหฐาน 1 ต้น กับทรงมอบให้วิทยาลัยการเผยแพร่พระพุทธศาสนาที่อำเภอบางละมุง
จังหวัดชลบุรีอีก 1 ต้น อาจารย์เคี้ยน เอียดแก้ว และอาจารย์เฉลิม มหิทธิกุลก็ได้นำต้นสาละมาปลูกไว้ในบริเวณคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
บางเขน ที่ค่ายพักนิสิตวนศาสตร์ สวนสักแม่หวด อำเภองาว จังหวัดลำปาง พระพุทธทาสภิกขุ ก็ได้ปลูกไว้ที่สวนโมกข์ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี
และนายสวัสดิ์ นิชรัตน์ ผู้อำนวยการกองบำรุง ก็ได้นำปลูกไว้ในสวนพฤกษศาตร์พุแค จังหวัดสระบุรี ซึ่งต่างก็มีความเจริญงอกงามดี และคาดว่าคงจะให้ผล
เพื่อขยายพันธุ์ไปตามสถานที่ต่าง ๆ ได้เพิ่มขึ้นในเวลาอันควร
เดิมที ความเข้าใจเกี่ยวกับต้นสาละหรือต้นซาล ของชาวไทยยังค่อนข้างสับสนกันอยู่ เช่นเข้าใจว่าต้นสาละ เป็นต้นเดียวกันกับต้นรัง ที่มีชื่อทางพฤกษศาตร์ว่า
Shorea siamensis Miq. เพราะรูปร่างและขนาด ของใบคล้ายคลึงกันมาก ประกอบกับต่างก็ชอบขึ้นเป็นหมู่ด้วยเช่นกัน แต่รังของไทยผิวใบไม่เป็นมัน พื้นผิว ค่อนข้างเรียบ บางสายพันธุ์ยังมีขนตามผิวใบ กับพอใบแก่จัดก่อนร่วงยังกลายเป็นสีแดงอิฐเสียอีกด้วย บางทีก็เข้าใจว่าต้นลูกปืนใหญ่หรือแคนนอลบอล ที่มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Couroupita guianensis Aubl. เพราะมีผู้นำต้นไม้ชนิดนี้มาจากประเทศลังกา และได้รับการบอกเล่าจากทางลังกาว่าเป็นต้นสาละ
ผู้นำเข้ามาส่วนใหญ่จะปลูกไว้ตามวัดต่าง ๆ เช่น วัดพระเชตุพนฯ วัดบวรนิเวศน์ฯ และที่สวนพฤกษศาตร์พุแค จังหวัดสระบุรี เป็นต้น พันธุ์ไม้ดังกล่าวจะมีช่อดอกออกตามลำต้น ดอกโตขนาดถ้วยแกง และมีผลกลม โต ขนาดผลส้มโอย่อม ๆ รูปข้างล่างนี้ผมถ่ายที่วัดเบญจมบิตรครับ

แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5958 ครั้ง - ดาว 451 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 192 26 ก.ค. 2555 (22:24) ที่เชียงใหม่ วัดสำคัญๆ เช่นวัดสวนดอก หรีอวัดที่สอนปฎิบัติเก่งๆเช่นวัดร่ำเปิงตโปทารามก็ปลูกต้น cannon ball (สาละลังกา) โดยเข้าใจผิดว่าเป็นต้นไม้ที่พระพุทธองค์ทรงประสูติ-นิพพาน เช่นเดียวกันครับอาจารย์
KornR
ร่วมแบ่งปัน270 ครั้ง - ดาว 54 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 193 26 ก.ค. 2555 (23:27) คุณKornคะ แล้วพระพุทธเจ้าประสูติ-ปรินิพานใต้ต้นอะไรแน่ค่ะ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 194 26 ก.ค. 2555 (23:32) ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลต้นสาละ
ผมก็เข้าใจว่าเป็นต้นเดียวกับต้นลูกปืนใหญ่ 
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 195 26 ก.ค. 2555 (23:34) คุณกรเป็นคนเชียงใหม่หรือครับ
หากมีโอกาสไปเทียวเชียงใหม่ คงได้พบกันบ้างนะครับ
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 196 27 ก.ค. 2555 (00:06) คุณKornคะ แล้วพระพุทธเจ้าประสูติ-ปรินิพานใต้ต้นอะไรแน่ค่ะ
ใต้ต้นสาละใหญ่ครับ ไม่ใช่สาละลังกา(ตรงตามความเห็นที่191ของอาจารย์แขชนะครับ)
คุณกรเป็นคนเชียงใหม่หรือครับ
หากมีโอกาสไปเทียวเชียงใหม่ คงได้พบกันบ้างนะครับ
ใช่ครับ ด้วยความยินดีครับ
KornR
ร่วมแบ่งปัน270 ครั้ง - ดาว 54 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 197 27 ก.ค. 2555 (00:16) ใต้ต้นสาละใหญ่ครับ ไม่ใช่สาละลังกา(ตรงตามความเห็นที่191ของอาจารย์แขชนะครับ)......
ผมขอสารภาพความจริงนะครับ ผมไม่เห็นและไม่ได้อยู่ด้วยตอนท่านประสูติครับ (ฮา!)
แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5958 ครั้ง - ดาว 451 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 198 27 ก.ค. 2555 (02:41) ยังมีเรื่องราวสมัยพุทธกาลที่เรายังคงสงสัยอีกหลายเรื่อง (แต่อันที่จริงไม่ควรคิด ทำใจให้วางเฉยเสียบ้าง จะได้ไม่เป็นทุกข์) มีเรื่องหนึ่งคือ อาหารที่พระพุทธเจ้าฉันก่อนปรินิพพานคืออะไร อาหารนั้นมีชื่อว่า สูกรมัทวะ สมัยที่ผมเรียนในโรงเรียน ครูบอกว่าเป็นเนื้อหมูอ่อนที่นายจุนทะจัดมาถวาย บางคนก็แย้งว่า ไม่น่าจะเป็นเนื้อหมู เพราะพระพุทธเจ้าไม่น่าจะฉันเนื้อสัตว์ แต่เป็นชื่อเรียกอาหารที่เกี่ยวข้องกับหมูหรือสุกร เช่น ขนมขี้หนู ไม่ได้หมายความว่าทำจากขี้หนู หรือ ขนมปังขาไก่ก็ไม่ได้ทำมาจากขาไก่จริง จริงๆแล้วเราก็ไม่รู้แน่ เพราะภาษาที่ใช้สมัยก่อนต่างกับปัจจุบันถึง 2 พันกว่าปี หากจะดูจากหลักฐานที่บันทึกไว้ในอรรถกถาปรินิพพานสูตรและอรรถกถามหาปรินิพพานสูตร ก็ยังไม่แน่ชัด ซึ่งสามารถตีความได้ 3 แนวทางคือ
1. เป็นเนื้อหมูอ่อน
2. เป็นอาหารพวกข้าวที่ปรุงจากปัญจโครส คือ นมสด นมส้ม เนยใส เปรียง และเนยแข็งที่ผสมกับถั่ว
3. เป็นอาหารที่ทำจากเห็ดที่หมูชอบกิน จึงมีชื่อเกี่ยวกับหมู
และเหตุที่เสวยแล้วพระพุทธเจ้าทรงอาพาธหนัก เพราะ
- ทรงมีพระอาการอาพาธอยู่ก่อนแล้ว ก่อนจะเสด็จมากุสินารา
- อาหารที่ฉันนั้นย่อยยาก ไม่เหมาะกับอาการอาพาธ
- อาหารนั้นอาจจะมีพิษอันเกิดจากเห็ด
แต่อันที่จริงท่านทรงสอนว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งสำคัญและไม่จำเป็นต้องรู้ คำสอนของพระพุทธองค์และการปฎิบัติธรรมต่างหากที่สำคัญ
พูดถึงเรื่องราวต่างๆที่มีการบันทึกไว้แล้ว ทำให้ผมเป็นห่วงวัฒนธรรมไทย หากเยาวชนไทยทำภาษาวิบัติมากมายขนาดนี้ ต่อไปหากมีการบันทึกเรื่องราวของวิวัฒนาการของสังคมไทยแล้ว คนในอนาคตจะได้ข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงเนื่องจากภาษา นี่ขนาดมีการบังคับว่าทางศาสนาต้องใช้ภาษาบาลีบันทึกเรื่องราวเพื่อถ่ายทอดแก่คนรุ่นหลัง เรายังได้ข้อมูลที่ไม่แน่ชัด หากภาษาของเราวิบัติด้วยแล้ว ผมไม่อยากคิดต่อเลยครับ พูดถึงภาษาไทยก็อดที่จะบ่นต่อไม่ได้ ขอยกข้อความที่ผมเขียนไว้ในกระทู้อื่นมาเล่าสู่กันฟังอีกครั้งสำหรับผู้ที่เข้ามาใหม่

รูปบนขวามือเป็นรูปของท่านเจ้าพระยาโกษาปาน
ราชฑูตสยามที่ไปเจริญสัมพันธไมตรีกับฝรั่งเศสสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14
ส่วนรูปทางซ้ายมือเป็นลายมือของท่านจริง ซึ่งเราก็พอจะอ่านได้รู้เรื่อง

สมัยสมเด็จพระนารายณ์เรียกได้ว่าเป็นยุคทองของวรรณคดีไทย สิ่งที่น่าสนใจคือตัวหนังสือภาษาไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงและวางรากฐานเป็นหลักสำคัญที่ใช้กันต่อมาจนทุกวันนี้ จะสังเกตุเห็นว่า ตัวหนังสือภาษาไทยสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ราว พ.ศ.2223 กับ ปัจจุบัน แทบจะไม่มีความแตกต่างกันเลย แม้ว่าช่วงเวลาจะห่างกันถึงกว่า 300 ปี เราสามารถอ่านได้รู้เรื่องอย่างสบาย

ช่วงเวลา 300 กว่าปีตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์ เราสามารถรักษามรดกทางภาษาของเรามาได้อย่างเหนียวแน่น เราสามารถบันทึกเหตุการณ์สำคัญๆเอาไว้สื่อสารให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ได้อย่างแจ่มแจ้ง แต่สิ่งที่ผมรู้สึกเป็นห่วงก็คือ ภาษาไทยของลูกหลานของเราสมัยนี้ช่วงเวลาเพียง 20 กว่าปีมานี้ เยาวชนไทยมีนิสัยชอบสุกเอาเผากิน ช่างมีความสามาถในการทำให้มรดกทางภาษาไทยของเราเปลี่ยนแปลงและวิบัติไปได้อย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อเขียนแล้วก็สื่อสารกันไม่ค่อยรู้เรื่อง ช่างน่าชื่นชมยิ่งนัก พูดแบบรับประทาน(แดก)ดันนะครับ
เพื่อให้เนื้อหาเข้ากับชื่อของกระทู้ ผมมีเรื่องเล่าตลกๆจะเล่าให้ฟัง ..... เราคงทราบกันดีว่าในสมัยพระนารายณ์มหาราชนั้น มีกวีคนสำคัญคือศรีปราชญ์ แต่โคลงสี่สุภาพได้ไพเราะนักแต่วัยเด็ก จนได้รับพระราชทานแหวน แถมยังคุยกับทหารยามด้วยคำประพันธ์ที่เรารู้จักกันดี ตอนหลังสูกส่งไปอยู่นครศรีธรรมราช และถูกใส่ร้ายจนต้องถูกประหารชีวิต

รูปบนคืออนุสาวรีย์ของท่านในโรงเรียนกัลยาณ๊ฯ นครศรีธรรมราช ภาพล่างเป็นภาพ "สระล้างดาบ" เป็นสระที่เพชณฆาตใช้ล้างดาบ บ้างก็ว่าสระจริงไม่ได้อยู่ที่นี่
พูดกันตลกๆว่า ครูคนสำคัญของศรีปราชญ์นอกจากบิดาคือพระโหราธิบดีที่แต่งแบบเรียนประถมศึกษาจินดามณี แล้ว ยังมีครูอีกท่านหนึ่ง ไม่ระบุชื่อในประวัติศาสตร์ แต่ท่านศรีปราชญ์ได้เขียนบันทึกไว้ก่อนถูกประหารว่า อาจารย์ของท่านนั้น เป็น อาจารย์หนึ่ง ซึ่งตรงกับตำแหน่งของครูไทยในยุคนี้พอดี ก่อนถูกประหารท่านเขียนไว้ที่พื้นดิน ดังคำที่สลักบนหินอ่อนที่อนุสาวรีย์ว่า

จะเห็นว่าอาจารย์ของท่านศรีปราชญ์นั้นเป็น"อาจารย์หนึ่ง" แต่เนื่องจากมีการบังคับในลักษณะโครงสร้างของโคลงสี่สุภาพ จึงต้องแยกคำเป็น อาจารย์ หนึ่งบ้าง
ผมพูดเล่นสนุกๆ เด็กๆอย่าจำเอาไปอ้างอิงแบบผิดๆนะครับ
แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5958 ครั้ง - ดาว 451 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 199 27 ก.ค. 2555 (10:56) มุขหรือครับอาจารย์ ระวังก่อนบ่ายฯจะยิ่งเครียดแทนที่จะคลายเครียด เพราะตกงานโดนอาจารย์แย่ง แอ่ แอ้...
เรื่องต้นสาละ ผมก็เกิดช้าไปนิดหน่อยเหมือนกัน (แค่สองพันกว่าปีเอง อิ อิ) ก็จำอุจจาระปาก(เอีะ แปลงเป็นคำสุภาพหรือยัง?) ที่พี่แขกเขาโวยวายมาอีกที
แต่ความจริงแล้ว พระพุทธองค์ท่านจะประสูตฺิที่ไหน อย่างไร ก็หาสำคัญเท่าพระธรรมคำสั่งสอนของพระองค์ไม่(เผลอจำสำนวนขุนศึก เสมา ใช้สักหน่อย ชอบลีลาการ"ฟัน"ของอั้มมากๆ ฟันดาบนะครับ ย้ำ!)
KornR
ร่วมแบ่งปัน270 ครั้ง - ดาว 54 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 200 27 ก.ค. 2555 (13:54) เข้ามาแอบขำกับมุกอาจารย์หนึ่ง...
ส่วนเรื่องต้นสาละหรือต้นรังอะไรนี่ ผมไม่ค่อยใส่ใจเท่าไร เพราะมันเป็นส่วนที่เป็นปรัมปราของศาสนา ซึ่งผมไม่ได้ให้ความสำคัญหรือเชื่อมากนัก เพราะผมสนใจในคำสอนของศาสนามากกว่าปรัมปราน่ะครับ เหอๆ
นายศรา
ร่วมแบ่งปัน993 ครั้ง - ดาว 276 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 201 27 ก.ค. 2555 (21:40) เห็นเเต่งโคลง จรรโลงใจ ใครบ้างหนอ
ผมก็ขอ เป็นคํากลอน ก่อนได้ไม่
กลอนสุภาพ ราบรื่น ก็ชื่นใจ
คงหวังว่า ท่านจะได้ ใคร่ลองฟัง
.
.
.
ช่อผกา ชบาผ่อง จะส่องหา
กรรณิการ์ นามาเพราะ เสนาะหู
จะบานเช้า บานเย็น บานชื่นชู
ก็ใคร่ดู บานไหน ไม่รู้โรย
ดอกซ่อนกลิ่น กลิ่นไฉน กล้วยไม้หลัก
ดอกดาวเรือง เรืองมัก กลิ่นรักโฉย
ดอกกาหลง ขงโค โถชวนโชย
ชวนชมโรย ก็หมดงาม ตามเวลา
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 202 27 ก.ค. 2555 (22:09) 
เห็นลูกหมาตกร่องน้ำตามไปช่วย
เป็นความซวยร่องลึกมากลากไม่ถึง
เรียกเพื่อนยาหากระเป๋ามาช่วยดึง
ลากหมาถึงปากร่องได้สุขใจเอย
แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5958 ครั้ง - ดาว 451 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 203 28 ก.ค. 2555 (00:19) 
จากกรุงเทพลงทางใต้ไม่ไกลนัก
เห็นประจักษ์นาเกลือมีเหลือหลาย
สอนเรื่องเกลือให้เด็กฟังทั้งหญิงชาย
จะขอทายนาเกลือนี้อยู่ที่ใด
แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5958 ครั้ง - ดาว 451 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 205 28 ก.ค. 2555 (07:49) นาเกลือนี้อยู่ที่ใดฉันไม่รู้
พบเห็นอยู่ทั่วไปในทักษิณ
สมุทรสาครยันสงครามนามระบินทร์
ทุกท้องถิ่นเพชรบุรีมีมานาน
KornR
ร่วมแบ่งปัน270 ครั้ง - ดาว 54 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 206 28 ก.ค. 2555 (17:39) 
.....
ทุกท้องถิ่นเพชรบุรีมีมานาน
สมุทรสาครที่นี่มีอยู่มาก
นาเกลือหลากหายพลิบตาน่าสงสาร
แต่นี้ไปไม่เหลือเป็นเช่นวันวาน
วอนลูกหลานช่วยแผ่นดินสิ้นมลาย
แผ่นดินชายทะเลนี้เคยมีมาก
ทะเลหลากซัดแผ่นดินสิ้นสูญหาย
ไม้ไผ่ปักหักแรงคลื่นให้คืนคลาย
ขอบใจฝายชะลอคลื่นคืนแผ่นดิน
แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5958 ครั้ง - ดาว 451 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 207 28 ก.ค. 2555 (18:44) ขอบใจฝายชะลอคลื่นคืนแผ่นดิน
เกรงแต่ว่าชะลอได้ไม่กี่น้ำ
ทะเลล้ำรุกยาวยื่นกลืนเสียสิ้น
น้ำแข็งละลายสมทบกลบแผ่นดิน
กรีนแลนด์สิ้นน้ำแข็งไปได้เห็นกัน
เป็นเพราะเรามัวเผาไฮโดรคาร์บอน
เลยต้องร้อนเรือนกระจกโอ้โลกฉัน
ขุดปิโตรเลียมขึ้นมาผลาญโลกันตร์
ใกล้ถึงวันโลกเอาคืนขืนใจคน
KornR
ร่วมแบ่งปัน270 ครั้ง - ดาว 54 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 208 28 ก.ค. 2555 (19:52) ก่อนจะอ่าน วานช่วย ด้วยวิเคราะห์
หนึ่งเสนาะ ไพเราะความ ตามหรือไม่
สองถูกต้อง คล่องเเคล่ว ก็เเคล้วไป
สามถูกใจ จะใคร่อ่าน วานช่วยที
เเผ่นดินไทย ไม่สงบ พบสองฐาน
หนึ่งรุกราน ถิ่นฐานเขา เราไม่หนี
ร่วมสู้รบ ร่ามกู้ชาติ ศาสตร์เรามี
กู้ชาติไทย ให้สุขขี เปรมปรีดา
สองสงคราม เเก่งเเย่ง จะเเข่งเด่น
จึงรีบเร่ง เคร่งสู้ อยู่หนักหนา
มัวฆ่าฟัน กันเอง มิเลิกลา
จึงมิสุข ทุกข์นั้นหนา ว่าเมืองเรา
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 209 29 ก.ค. 2555 (23:40) ๐ ธรรมดาภาษิตลิขิตไว้
ไม่มีไฟไร้ควันยันเขม่า
ลมไม่พัดใบไม้ไม่กรากเกา
ไม่มีรูปจะมีเงาได้ฉันใด
๐ อย่าเพิ่งอ่านวานวิเคราะห์ให้เหมาะก่อน
อย่าเพิ่งนอนจงหลับฉะนี้ไฉน
ถึงที่หมายก่อนเดินก็เกินไป
ว่าอย่างไร Supawit ลองคิดตรอง 
Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน538 ครั้ง - ดาว 55 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 210 30 ก.ค. 2555 (00:48) ๐ เหตุนั้นก่อต่อผลอย่าง Ankkarn ว่า
ทำดีให้ได้ดีกว่ามาสนอง
ไม่เข้าใจไยคนผิดมิคิดตรอง
กลัวบาปมองพุ่งกลับทับหาตน
คนๆนึง
ร่วมแบ่งปัน1934 ครั้ง - ดาว 786 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 212 30 ก.ค. 2555 (11:39)
แต่งต่อส่วนที่ขาดไปของ #201 เป็นสีน้ำเงิน
เห็นเเต่งโคลง จรรโลงใจ ใครบ้างหนอ
ผมก็ขอ เป็นคํากลอน ก่อนได้ไม่
กลอนสุภาพ ราบรื่น ก็ชื่นใจ
คงหวังว่า ท่านจะได้ ใคร่ลองฟัง
.คอยสดับรับกลอน"ศุภวิทย์"(Supawit)
.ใจก็คิดคาดยินกลอนฉมัง
.จงร่ายมาข้าจะอ่านออกเสียงดัง
.จะสมหวังหรือไรใคร่คอยดู
ช่อผกา ชบาผ่อง จะส่องหา
กรรณิการ์ นามาเพราะ เสนาะหู
จะบานเช้า บานเย็น บานชื่นชู
ก็ใคร่ดู บานไหน ไม่รู้โรย
ดอกซ่อนกลิ่น กลิ่นไฉน กล้วยไม้หลัก
ดอกดาวเรือง เรืองมัก กลิ่นรักโฉย
ดอกกาหลง ชงโค โถชวนโชย
ชวนชมโรย ก็หมดงาม ตามเวลา
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 213 30 ก.ค. 2555 (11:46) จากความเห็น #208
สองสงคราม เเก่งเเย่ง จะเเข่งเด่น
จึงรีบเร่ง เคร่งสู้ อยู่หนักหนา
มัวฆ่าฟัน กันเอง มิเลิกลา
จึงมิสุข ทุกข์นั้นหนา ว่าเมืองเรา
วรรครับนั้นขาดสัมผัส(ไม่รับ)กับคำว่า"เด่น"ครับ
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 214 30 ก.ค. 2555 (13:09) เรื่องสงครามความขัดแย้งไม่แข่งด้วย
เรื่องจนรวย เก่ง-ขลาด ฉลาด-เขลา
เรื่องเหล่านี้มีแต่ทำลายเรา
อย่ามัวเมาทำหินแตกแยกแผ่นดิน
ขออภัย ผมไม่ถนัดเรื่องการสู้รบ สงคราม และการฆ่ากัน
ในความเห็นที่ 208
ขอย้อนกลับมาที่สมุทรสาคร.....
ผมพานักเรียนจาสิงคโปร์มาทัศนศึกษาในประเทศไทย อ่านเพิ่มเติมที่นี่ หากสนใจคลิก >>> นักเรียนประถมศึกษาสิงคโปร์ทัศนศึกษาในประเทศไทย

จุดสำคัญอีกจุกหนึ่งนอกเหนือจากการสำรวจนาเกลือแล้ว ผมก็พามายัง "อุทยานการเรียนรู้สิ่งแวดล้อม"
ของโรงเรียนพันท้ายนรสิงห์วิทยา ที่สมุทรสาคร โดยมี อาจารย์ประสาร เอี่ยมวิจารย์ เป็นผู้นำชม
อาจารย์ประสารเป็นผู้บุกเบิกอุทยานแห่งนี้ ท่านได้รับรางวัลมากมายทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ท่านเคยออกรายการโทรทัศน์ครู ชมได้ที่นี่ครับ >>> รู้เท่าทันอุทกภัย คุณครูประสาร เอี่ยมวิจารย์
รร.พันท้ายนรสิงห์
ในการเยี่ยมชมครั้งนั้น อาจารย์ประสารได้เตรียม
"รองเท้านินจา" เป็นรองเท้าที่เย็บขึ้นมาสูง เหมือนสวมกางเกง แล้วให้เด็กนักเรียนลงไปลุยปลูกต้นโกงกาง
เพิ้อรักษาป่าชายเลน ดังแสดงในรูป

บริเวณแถบนี้มีสิ่งที่น่าสนใจทางธรรมชาติมากมาย เช่น ป่าชายเลน
ชมโลมา ชมนก เป็นต้น อาจารย์ประสานได้พาผมมาเบี่ยมชม "ศูนย์เรียนรู้ปฎิบัติการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติมหาชัย
ฝั่งตะวันออก"

อาจารย์ประสาร (เสื้อสีชมพู) ได้พาผมมาพบกับ ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้าน
และผู้ร่วมช่วยกันรักษาชายฝั่ง ขณะที่เราหันหน้าออกไปในทะเลดังรูป ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า
เมื่อราว 30 ปีก่อนนี้ หมู่บ้านของเขาอยู่ห่างฝั่งออกไปราว 1-2
กิโลเมตร พวกเขาเคยยืนร้องเพลงชาติที่สนามของโรงเรียน ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นทะเลไปหมดแล้ว

บริเวณริมฝั่งทะเลที่เรายืนอยู่นี้ ลมแรงมากสังเกตได้จากคลื่นที่โถมกระหน่ำชายฝั่งอย่างรุนแรง
กัดเซาะหน้าดินไปที่ละเล็กทีละน้อย สังเกตเห็นธงชาติบนยอดเสาขาดจนเหลือสั้นนิดเดียว
ชาวบ้านเล่าว่าลมแรงมาก ต้องเปลี่ยนธงชาติผืนใหม่เป็นประจำ

เพื่อป้องกันชายฝั่งถูกทำลาย ทางกองทัพเรือเคยเอาถุงทรายขนาดใหญ่มาวางเรียงเป็นแนวยาว
หมดเงินไปหลายสิบล้าน แต่ก็สู้กำลังของธรรมชาติไม่ได้ อาจารย์ประสาร ก็ลองเอาไม่ไฝ่มาปักเพื่อชะลอคลื่นที่มากัดเซาะ
ไม่มีใครเชื่อว่าจะทำได้ บ้างก็ว่าไม้ไผ่จะต้องผุและถูกน้ำทะเลทำลายจนหมด
ไม่มีประโยชน์ แม้แต่ผมเองก้ไม่ค่อยเชื่อ แต่ปรากฏว่า ไม้ไผ่ที่ปักไว้นั้นอยู่คงทนได้หลายปี
กั้นคลื่นที่มากระแทก อีกทั้งยังช่วยยึดดินโคลนต่างๆที่ทะเลซัดเข้ามา ทำให้เกิดตกตะกอนหนาขึ้นเรื่อยๆ
เป็นที่อยู่ของสัตว์ต่างๆที่อาศัยอยู่ในป่าชายเลนซึ่งเป็นจุดสำคัญของห่วง โซ่อาหาร
เมื่อมีเนื้อดินโคลนเพิ่มขึ้น ก็ทำการปลูกต้นโกงกาง เพื่อยึดหน้าดินและปรับสภาวะแวดล้อมให้ดีขึ้น
หลายปีต่อมาผมกลํบไปเยี่ยมอาจารย์ประสารอิก ช่วงเวลาเพืยงไม่กี่ปี อาจารย์ประสาร
ก็สามารถยึดพื้นที่คินมาได้จากทะเลถึงครึ่งกิโลเมตร มิหนำซ้ำยังเป็นแหล่งที่ให้ชาวบ้านมาทำมาหากินได้อีก
เช่น การเลี้ยงหอย ที่จะทำรายได้เลี้ยงชุมชน

ผมจำได้ว่าตอนที่ผมไปสอนหนังสือที่มหาวิทยาลัยที่กุ้ยหลิน
ทางมหาวิทยาลัยได้พาผมไปเที่ยวเมืองโบราณชื่อซิงอาน เป็นอำเภอหนึ่งที่ห่างจากกุ้ยหลินไปประมาณ 90 กม. ที่เมืองนี้ตามประวัติเล่าว่า จิ๋นซีฮ่องเต้สั่งให้หทารขุดคลองเชื่อมแม่น้ำทางเหนือและแม่น้ำทางใต้
คลองนี้มีชื่อว่า "คลองหลิง" เนื่องจากแม่น้ำทางเหนือและทางใต้มีระดับต่างกัน
จังจำเป็นต้องมีเขิ่อนปรับระดับน้ำ ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่นี่เอาท่อนไม่ตัวอย่างที่ใช้ทำเขื่อน
ที่จมอยู้ใต้น้ำถึง 3 พันปี
ปรากฏว่ายังอยู่ในสภาพที่ดีแล้วใช้งานได้
จิ๋นซีฮ่องเต้เป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ สร้างกำแพงเมืองจีน และสุสานทหารหุ่นที่เมืองซีอานอันเลื่องชื่อ....... มีผู้เล่าว่า จิ๋นซีฮ่องเต้ยังมีพระเซษฐาอีก 2 พระองค์ แต่ไม่มีความสามารถเท่า จิ๋นซีเป็นพระอนุชาองค์ที่ 3 พระนามของพระเชษฐาอีก 2 พระองค์นั้นคือ จิ๋นเอ กับ จิ๋นบี องค์ที่ 3 คือ จิ๋นซีนั่นเอง
พูดเล่นสนุกๆ เด็กๆอย่าจำเอาไปผิดๆครับ
แขชนะ
ร่วมแบ่งปัน5958 ครั้ง - ดาว 451 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 215 30 ก.ค. 2555 (15:27)
เพียง 30 ปี แผ่นดินหายไปเป็นกิโลเมตร น่ากลัวมาก
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 216 30 ก.ค. 2555 (17:52) เพียงไม่กี่ปีประเทศล้มละลายน่ากลัวกว่าไหมครับ?
KornR
ร่วมแบ่งปัน270 ครั้ง - ดาว 54 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 217 30 ก.ค. 2555 (20:55) (เด่น-เร่ง)
มาขอโทษ คุณนิรันดร์ ฉันท์นั้นผิด
เพราะมัวคิด เลยสะเพร่า เศร้าหนักหนา (TT)
ต่อไปนี้ มีคติ ตริตรองมา
จะไม่ยอม พลาดท่า ว่าผิดไป
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 218 30 ก.ค. 2555 (23:28) ศุภวิทย์ไม่ได้ผิดต่อนิรันดร์
ที่เตือนนั้นฉันหวังให้เธอได้
เขียนกลอนเพราะอ่านเสนาะเสียงจับใจ
กาลต่อไปแกล้วกานท์ฉันจะคอย
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 219 31 ก.ค. 2555 (19:50) สวัสดี กวีหนา วิชาเด่น
มิว่างเว้น คุณนิรันดร์ สุขสันต์ศานต์
จะกล่าวถึง ครูบา เเลอาจารย์
ถึงกล่าวขาน สานศรี- กวีไทย
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 220 3 ส.ค. 2555 (18:25) กะเอ๋ย กวี
อย่า(เพิ่ง)ลี้หลบเร้นเผ่นหาย
กำลังสดชื่นสบาย
ใจกายผูกพันธ์ฉันท์กลอน
แต่งเพื่อจรรโลงภาษา
บรรพบุรุษพร่ำสอน
วัฒนธรรมไทยถาวร
บ่ห่อนลืมเลือนเชือนไป
หนุ่มเอ๋ย สาวน้อย
ฝากหน่อยหน่อเนื้อเชื้อไข
ช่วยดูแลความเป็นไทย
อย่าให้สูญหายอายชน
ไทยเป็นเช่นชาติอารยะ
ถึงจะไม่รวยเหลือล้น
แต่ก็ไม่เคยอับจน
ถึงปล้นชาติเขามาครอง
KornR
ร่วมแบ่งปัน270 ครั้ง - ดาว 54 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 221 3 ส.ค. 2555 (20:04) ๐ ภาเอ๋ยภาษา
ของฝากมากค่าไทยผอง
จากบรรพชนคิดตรอง
หมายปองส่งทอดตลอดไป
หวังให้เป็นสมบัติชาติ
หมายมาดลูกหลานได้ใช้
ร่วมกันอนุรักษ์ภาษาไทย
ภูมิใจในวัฒนธรรม
คนๆนึง
ร่วมแบ่งปัน1934 ครั้ง - ดาว 786 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 222 3 ส.ค. 2555 (20:29) ๐ หากกวีเร้นกายสลายแล้ว
แก้วน้ำคำร่วงหล่นคงหม่นหมอง
ขาดผู้สานสืบไปในร้อยกรอง
เกินประคองคงล่มล้มทั้งยืน
๐ เรามิใช่ดั่งกวีมีความรู้
แต่งพอถูพอไถไม่ถึงฝืน
จะอุตสาห์ธำรงให้คงคืน
มิเป็นอื่นจวบกาลผ่านเดือนปี
Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน538 ครั้ง - ดาว 55 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 223 4 ส.ค. 2555 (20:53) ต่อจาก #221
๐ ภาเอ๋ย โอ้ ภาษา
คู่บ้านเมืองมาเช้าค่ำ
ดั่งเทียนวาจาส่องนำ
ไขคำข้อความงามนัก
๐ เส้นเสียงสูงต่ำเปล่งปาก
ฉายฉากเป็นภาพประจักษ์
จารสักอักษรตอนวรรค
ถักร้อยถ้อยคำนำคิด
๐ นี้แลคุณค่าความหมาย
เกินถ้วนเม็ดทรายมิผิด
รู้รักษ์จรรโลงสัมฤทธิ์
ผลิตผลชนรุ่นต่อไป
๐ ภาษาวสีงามซึ้ง
ถามถึงว่าภาษาไหน
ตอบว่าคือภาษาไทย
ใจฟูมภูมิใจไม่เลือน
Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน538 ครั้ง - ดาว 55 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 224 5 ส.ค. 2555 (01:35) ๐ ความเป็นไทยใช่เพียงเสียงภาษา
งามคุณค่าของไทยหาใครเหมือน
ยิ้มสยามยามใดไม่เคยเลือน
มิแชเชือนเพื่อนทุกข์จะบุกไป
หากหยิบจับช่วยได้ไม่นิ่งเฉย
น้ำใจเอ่ยดั่งญาติมิตรสนิทไหน
กตัญญูรู้คุณเกื้อหนุนไทย
เอกลักษณ์รักษ์ไว้อย่าให้เลือน
คนๆนึง
ร่วมแบ่งปัน1934 ครั้ง - ดาว 786 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 225 5 ส.ค. 2555 (14:06) ๐ งามอันใดในหล้าใต้ฟ้าขาว
สุกสกาวนิรันดร์มิสั่นเลื่อน
ย่อมเบ่งบานจากใจไม่ฟั่นเฟือน
แต่ตามเตือนเน้นย้ำคือน้ำใจ
๐ ดั่งสายธารหลั่นพริ้วเป็นริ้วคลื่น
ขจายยความชุ่มชื่นแห่งผู้ให้
เมื่อผู้รับชุ่มฉ่ำในฤทัย
พร้อมจะแบ่งต่อไปไม่ร้างรา
๐ คือวิถีทางทองของผองเผ่า
อันผองเราคือไทยใจสง่า
สงบเงียบเรียบง่ายแต่ไรมา
ก่อกำเนิดวิชชาเป็นของตน
๐ อัตรูปเอกลักษณ์ประจักษ์แล้ว
ใสเหมือนแก้วเจียระไนไม่หมองหม่น
และต้องหยัดยืนได้ในสกล
ด้วยใจตนรู้รักสามัคคี
Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน538 ครั้ง - ดาว 55 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 226 6 ส.ค. 2555 (11:18) ๐ เข้าพรรษาเที่ยวนี้ ไปอิสาน
เทพสถิตมีอุทยาน ใหญ่กว้าง
ชัยภูมิป่าหินตระการ งามเด่น
ลานดอกกระเจียวอ้าง ว่าให้ไปชม
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 227 6 ส.ค. 2555 (14:24) คุณเจ็กคะ
๐ เข้าพรรษาอยู่บ้าน ร้านเปิด
ดูข่าวโรงแรมระเบิด ภาคใต้
หายป่วยท่องเที่ยวเถิด คลายเครียด
ถ่ายรูปมีฤไหม้(ไม่) จักได้เฝ้าชม 
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 228 9 ส.ค. 2555 (11:50) ๐ ลมพัดหนาวสั่นสะท้าน บนภู
ฝนตกนภาปิดดู เมฆป้อง
เดินชมเที่ยวปราศสู- รีย์ส่อง
ไม่เหนื่อยร่มไม่ต้อง ไม่ร้อนเดินสบาย
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 229 12 ส.ค. 2555 (14:44)
๐ บนภูหนาวเหน็บเนื้อ ลมแรง
มวลหมู่ธรรมชาติแสดง โลกกว้าง
ยลเพียงอักษราแจง ฤาอิ่ม
ผิว่ามีภาพบ้าง หยดย้อยเพียงไหน
Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน538 ครั้ง - ดาว 55 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 230 17 ส.ค. 2555 (17:15) ๐ ภาพภูเผือถ่ายได้ ก้อนหิน
ลมพัดฝนกร่อนจินต์ รูปคล้าย
นายช่างสลักเสลายิน กันทั่ว
นาม"ป่าหินงาม"ละม้าย เทพแสร้งเสกสรรค์
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 232 22 ส.ค. 2555 (17:59) ๐ มองหินฟีฟ่าคล้าย ถ้วยบอล
ปีนป่ายขึ้นบนดอน เท่แท้
ในใจกลับสั่นคลอน กลัวตก
ทำมาดเหมือนฉันแหน้ แต่แป้วปอดลอย

นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 233 26 ส.ค. 2555 (17:14) ปีนปีนขึ้นดอนก้อนหิน
ได้ยินเสียงเชียร์ใจกล้า
ถ่ายรูปมาฝากเป็นขวัญตา
เอาหล่ะว้า..จะลงอย่างไร!! 
คนๆนึง
ร่วมแบ่งปัน1934 ครั้ง - ดาว 786 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 235 26 ส.ค. 2555 (21:30) ถ่ายเองทุกช็อททุกตอน
งามงอนอย่าได้ฉงนฉงาย
รีโมทเป็นเพื่อนคู่กาย
ถ่ายตัวเองได้นะยุพา

นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 236 27 ส.ค. 2555 (01:10) 
ทายสิครับว่า ใครที่ชอบ " มอหำตั้ง"
แล้ว "ผาหำหด" ใครชอบ
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 237 27 ส.ค. 2555 (09:33) "มอหำตั้ง"สองคำหลังคิดว่าผมเข้าใจความหมายไม่ผิด แต่คำแรกคำว่า"มอ"ควรจะแปลว่า"เขาจำลอง" คือเลือนมาจากคำว่า"ถมอ"ที่แปลว่า"เขา" หรือ ควรจะแปลว่า"สีออกคล้ำๆ"กันแน่ครับอาจารย์
KornR
ร่วมแบ่งปัน270 ครั้ง - ดาว 54 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 238 27 ส.ค. 2555 (11:32) ในที่นี้ แปลว่า"ภูเขาเล็กๆ"ครับ
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 239 28 ส.ค. 2555 (00:23) ตั้งเองปีนเองถ่ายเอง
คุณตาสุดเจ๋งเลยหนา
ว่าแต่กำลังใจคุณตา
คุณยายหายหน้าไปที่ใด
ปล่อยให้รีโมทแย่งที่
เคียงข้างคู่พี่ได้ไฉน
มาเป็นรีโมทคู่ใจ
ระวังไว้คุณยายจะหึงเอา 
คนๆนึง
ร่วมแบ่งปัน1934 ครั้ง - ดาว 786 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 240 28 ส.ค. 2555 (12:12) 
คุณยายเธอสวมใส่หมวกชมพู
ไกลลิบลิบหนูเห็นหรือไม่เล่า
กลางภาพหลังก้อนหินคงพอเดา
ใช่จะเฉามัวเอาแต่จะงอน
ไกลไปเป็นหินมอหำตั้ง
คนสาวกลุ้มรุมดังผึ้งสลอน
สงสัยว่าจะไปอ้อนวอน
ว่าเสาอื่นอย่าอ่อนระทวยระทม
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 242 28 ส.ค. 2555 (22:41) ๐ ศิลารายต่างตั้ง บนดิน
รอยกร่อนลมฝนกิน แหว่งเว้า
ทรวดทรงอย่างศิลปิน มือหนึ่ง สลักนา
ควรทึ่งธรรมชาคิเจ้า เสกสร้างรังสรรค์
๐ ศิลารายแกร่งกร้าว เพียงผา
ลมอ่อนฝนพรมมา กร่อนได้
ภาษิตเก่าพรรณา ยินเอ่ย
น้ำหยดหินนานไซร้ อาจร้าวแหลกสลาย
ตาม #236 ของอาจารย์นิรันดร์
ผมเข้าใจว่ามอ ตามความหมายคือลูกเขาขนาดย่อมๆ ที่ไม่ได้ติดกันเป็นเทือกเขายาวๆ
แต่เห็นรูปเฉลยแล้วก็ อืม...อย่างนี้นี่เอง 
Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน538 ครั้ง - ดาว 55 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 243 29 ส.ค. 2555 (16:59) คนเราก็ช่างคิดไปตั้งชื่อเปรียบเทียบนะคะ ชัดเจนมากๆ 
คนๆนึง
ร่วมแบ่งปัน1934 ครั้ง - ดาว 786 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 245 30 ส.ค. 2555 (23:32) สังเกตคนรอบศิลามีแต่ผู้หญิงทั้งนั้นเลยนะคะ >/////<
จริงๆแล้วนัทว่า รูปร่างศิลาก็คล้ายตู้ไปรษณีย์นะคะ ไม่เห็นมีใครตั้งชื่อว่ามอไปรษณีย์บ้างเลย
คุณตาได้ถ่ายรูปผาอีกแห่งหนึ่งมาหรือเปล่าคะ นัทแอบอยากรู้ที่มาของชื่อผาจัง 555
คนๆนึง
ร่วมแบ่งปัน1934 ครั้ง - ดาว 786 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 248 1 ก.ย. 2555 (22:24) ๐ รอบแท่งศิลาล้วนแต่ ผู้หญิง
นัทพิศดูจริงจริง คลับคล้าย
ตู้หย่อนจดหมายติง สีต่าง
ไฉนไม่คิดติดป้าย ชื่อตู้ไปรษณีย์
๐ หากเรียกหินว่าตู้ ไปรษณีย์
สถิตที่ยอดคีรี สุดหล้า
คิดหรือว่าจักมี คนแห่
ไปเยี่ยมสุดแขนอ้า โอบตู้ไปรษณีย์ ฯ
๐ สาวสาวรายล้อมแท่ง ศิลา
เพราะไม่เคยสักครา ประจักษ์แจ้ง
ต่างคนต่างจินตนา- การดั่ง ใจเฮย
คนหนุ่มกลับคอยแกล้ง ยั่วเย้าหยอกเอิน
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 249 2 ก.ย. 2555 (00:09) ๐ ศิลานี้ที่แท้ อาจเป็น
บุรุษผู้ลำเค็ญ รักร้าง
ถูกคำสาปให้เป็น ศิลาแกร่ง
แม้นนุชล้อมรอบข้าง กลับไร้รักจริง 
คนๆนึง
ร่วมแบ่งปัน1934 ครั้ง - ดาว 786 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 250 2 ก.ย. 2555 (13:52) ๐ กรรมใดหนอจึ่งต้อง คำสาป
ดังว่าเป็นคนบาป อย่างนี้
คืนวันผ่านขวบคาบ ขมขื่น
รออีกเท่าใดถี้ ทุกข์พ้นคืนคลาย
Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน538 ครั้ง - ดาว 55 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 251 3 ก.ย. 2555 (00:12) ๐ อาจเกิดจากรักแท้ แน่ใจ
ไม่คิดเหลียวแลใคร รอบข้าง
เฝ้ารอมิหวั่นไหว นวลพี่
กลายกลับศิลาร้าง สักครั้งหวังเจอ
คนๆนึง
ร่วมแบ่งปัน1934 ครั้ง - ดาว 786 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 252 3 ก.ย. 2555 (21:05) ๐ งวยงงว่าท่านนี้ คือใคร
รอรักหรือกรรมใด สาปต้อง
กายจึงกลับกลายไป เป็นอื่น
เหตุแรกอันเกี่ยวข้อง หนึ่งนั้นคือไฉน
Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน538 ครั้ง - ดาว 55 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 253 3 ก.ย. 2555 (23:15) ๐ ใจเฝ้ารอท้อทุกข์ แรมเดือน
แม้นชีพวายมิเลือน รักได้
กำเนิดศิลาเหมือน คำสาป
ปักหลักรอเจ้าให้ ปลุกฟื้นคืนดี
5555 นัทแต่งไหลไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไรในหัวเลยค่ะคุณอังคาร >///<
คนๆนึง
ร่วมแบ่งปัน1934 ครั้ง - ดาว 786 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 254 3 ก.ย. 2555 (23:51) ๐ ตำนานกาลเก่าโน้น มีมา
ลิงชื่อหงอคงนา ฤทธิ์ร้าย
แผลงเดชป่วนเทวดา จนย่อย ยับเฮย
องค์พระสุคตคล้าย กักด้วยภูหิน
ไม่เป็นอย่างไรหรอกครับ ถือเป็นการฝึกเขียนโคลงไปเรื่อยๆ
ผมก็เขียนไม่ออกอยู่บ่อยๆเช่นกันครับ เขียนเอกโทผิดตำแหน่งก็เคย
หรืออาจเปลี่ยนสลับเป็นเขียนกลอนบ้างก็ได้ครับ 
Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน538 ครั้ง - ดาว 55 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 257 5 ก.ย. 2555 (13:42) ๐ หากนัทอยากจักรู้ เรื่องโคลง
ลองกดคำตาโยง เชื่อมให้
เอกโทติดอาจโกง กลับที่ กันนา
ทางที่ดีวางไว้ ถูกต้องตามผัง
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24820 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 258 5 ก.ย. 2555 (23:45) ขอบคุณค่ะคุณตา วันหลังจะไม่แต่งแบบขี้โกงแล้วค่ะ
คนๆนึง
ร่วมแบ่งปัน1934 ครั้ง - ดาว 786 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 259 14 ต.ค. 2555 (14:34) เคยอยู่บ้านคลองด่านไม่คลาดคลา กับข้าวยำทำด้วยปลามีมากเหลือ
แต่ตอนนี้มาอยู่นนท์ต้องจุนเจือ ไม่เหลือเฟืออาหารสำราญเคย
แถมช่วงนี้กินเจไม่ดีเลย โอ้แม่เอยลูกอดอยากมากแต่งาน
มา/maneenoisi@yahoo.com (IP:182.52.53.190)