สนุก : สอนอย่างไรให้สนุก

ใครมีวิธีสอนหนังสือให้สนุกบ้างครับ ...


มาช่วยกันเล่าประสบการณ์แห่งความสุขในห้องเรียน ที่เกิดขึ้นจริงกับ


"วิธีการสอนที่ไม่น่าเบื่อนั้น..ทำได้อย่างไร"



ความคิดเห็นที่ 1

myschool
18 เม.ย. 2553 06:52
  1. วิธีการสอนตามแนวทางแห่งพุทธศาสตร์ โดย อ.ภาษิต สุขวรรณดี อาจารย์ประจำ มมร.สธ. ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙ เป็นที่ประจักษ์ชัดในปัจจุบันว่านักการศึกษาเกือบทั่วโลก ต่างยอมรับนับถือคำสอนของพระพุทธเจ้าว่าประเสริฐและยอดเยี่ยมจริง ทั้งยังมีวิธีการสอนที่ทันสมัยอยู่เสมอ และใช้ได้ผลดีมาตั้งแต่โบราณกาล ดังนั้นนักวิชาการและนักการศึกษาหลายท่านได้ให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับวิธีการสอนตามแนวพุทธศาสตร์ไว้อย่างหลากหลาย ซึ่งล้วนแต่เป็นวิธีการที่น่าสนใจยิ่ง ในที่นี้จะขอเสนอความคิดเห็นเฉพาะบางท่านที่มีสาระต่อการเรียนการสอนโดยตรง มากล่าวโดยย่อ ดังต่อไปนี้ ๑. การสอนด้วยการยึด ๔ โก การสอนที่ได้ผลดีนั้น ต้องเป็นวิธีการสอนที่ประกอบด้วยวาทศิลป์ ซึ่งเป็นศิลปะในการสอนของพระพุทธเจ้าในการสั่งสอนสาวกทุกครั้ง อันประกอบด้วยคุณลักษณะ ๔ ประการ คือ ๑. สันทัสสโก สอนให้เห็นคือให้รู้แจ้งเห็นจริงด้วยใจเหมือนตาเห็น ๒. สมาทปโก สอนให้เชื่อคือชักชวนให้ปฏิบัติตาม ๓. สมุตตเตชโก สอนให้กล้าคือเร้าให้ผู้ฟังมีความกล้าหาญในการปฏิบัติตามนั้น ๔. สัมปหังสโก สอนให้สนุกคือให้ผู้ฟังมีความร่าเริงแจ่มใส แช่มชื่นในการฟังและปฏิบัติตาม ๑ ๒. การสอนแบบโบราณ ที่เรียกกันว่าหัวใจนักปราชญ์ ๔ ประการ คือ ดังต่อไปนี้ ๑. สุ (สุตตะ) คือสอนให้รู้จักฟัง ๒. จิ (จิตตะ) คือสอนให้รู้จักคิด ๓. ปุ (ปุจฉา) คือสอนให้รู้จักถาม ๔. ลิ (ลิขิตะ) คือสอนให้รู้จักเขียน ๒ ๓. การสอนแบบอริยสัจ คือสอนแบบตั้งปัญหา และแก้ปัญหา ๔ ประการ คือ ๑. ทุกข์ คือสอนให้รู้จักปัญหา ให้เห็นปัญหา คือตัวทุกข์ ๒. สมุทัย คือสอนให้รู้จักสาเหตุของปัญหา คือเหตุเกิดทุกข์ ๓. นิโรธ คือสอนให้รู้จักวิธีการแก้ปัญหาด้วยการทดลอง เก็บข้อมูลเพื่อนำมาแก้ปัญหาให้ได้จนหมดปัญหา ๔. มรรค สอนให้รู้จักสรุปผลที่เป็นแนวทางในการแก้ปัญหา แล้วสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ๓ สาโรช บัวศรี ได้กล่าวถึงวิธีการสอนตามขั้นทั้ง ๔ ของอริยสัจ ไว้ว่า “ด้านพุทธประวัติ ได้ปรากฏชัดว่าในการแก้ปัญหาชีวิตของพระพุทธองค์นั้น ได้ทรงคิดแก้ปัญหาด้วยพระองค์เอง ทรงทดลองและทรงปฏิบัติหรือกระทำด้วยพระองค์เองทั้งสิ้นผลก็คือทรงตรัสรู้ได้เรียนรู้อย่างแจ่มชัดหรือรู้แจ้งซึ่งเป็นการยืนยันว่า การคิดหรือคิดแก้ปัญหาด้วยตนเองนั้น ทำให้รู้แจ้งหรือเกิดการเรียนรู้ขึ้นเป็นอย่างดี ๔ พระราชวรมุนี ได้กล่าวถึงเรื่องวิธีการสอนตามขั้นทั้ง ๔ ของอริยสัจ นี้ว่า “การคิดแก้ปัญหาและการกระทำควบคู่กันไปนั้น ได้ปรากฏอย่างชัดเจนในขั้นตอนของอริยสัจ ๔ โดยเฉพาะในกิจของอริยสัจ ซึ่งเป็นหน้าที่ที่จะพึงกระทำต่ออริยสัจ ๔ แต่ละอย่าง ที่จะต้องปฏิบัติให้ถูกต้องและเสร็จสิ้นในอริยสัจ ๔ แต่ละอย่างด้วย จึงจะได้ชื่อว่ารู้อริยสัจ หรือเป็นผู้ตรัสรู้แล้ว ๕ วิธีการสอนนั้น เป็นการกระทำอย่างหนึ่งที่จะทำอย่างไร ผู้เรียนจึงจะเกิดความเข้าใจ หรือเกิดการเรียนรู้ขึ้นมาได้ ดังนั้นวิธีการสอนจะต้องประยุกต์จากกิจในอริยสัจ ๔ เป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นเรื่องของการปฏิบัติหรือการกระทำ มิได้ประยุกต์จากตัวอริยสัจ ๔ โดยตรง จึงเป็นวิธีสอนที่เรียกว่า “วิธีสอนทั้ง ๔ ขั้นขั้นของอริยสัจ” ๖ ๑. ขั้นกำหนดปัญหา (ขั้นทุกข์) ครูช่วยให้นักเรียนให้ได้ศึกษาพิจารณาดูปัญหา ที่เกิดขึ้นด้วยตนเอง ด้วยความรอบครอบ และพยายามกำหนดขอบเขตของปัญหาซึ่งนักเรียนจะต้องคิดแก้ไขให้จงได้ ๒. ขั้นตั้งสมมิฐาน (ขั้นสมุทัย) ๑. ครูช่วยให้นักเรียนให้ได้พิจารณาด้วยตนเองว่า สาเหตุของปัญหาที่ยกขึ้นมากล่าวในขั้นที่ ๑ มีอะไรบ้าง ๒. ครูช่วยนักเรียนให้ได้เกิดความเข้าใจว่า ในการแก้ปัญหาใด ๆ นั้น จะต้องกำจัดหรือดับที่ต้นตอ หรือแก้ที่สาเหตุของปัญหาเหล่านั้น ๓. ครูช่วยนักเรียนให้คิดว่า ในการแก้ที่สาเหตุนั้น อาจกระทำอะไรได้บ้าง คือให้กำหนดสิ่งจะกระทำนี้เป็นข้อ ๆ ไป ๓. ขั้นทดลองและเก็บข้อมูล (ขั้นนิโรธ) เป็นขั้นการทดลองและเก็บรวบรวมข้อมูลหรือขั้นนิโรธ มีวิธีการขั้นตอน ดังต่อไปนี้ ๑. สัจฉิกิริยา หมายถึงการทำให้แจ้ง หรือให้บรรลุจุดหมายที่ต้องการทำอย่างไรจึงจะทำให้แจ้งได้ ถ้าเจริญรอยตามพระพุทธองค์ก็ต้องกระทำด้วยตนเอง จะเห็นว่าพระพุทธองค์ทรงทดลองวิธีการต่างๆ ๆ ด้วยพระองค์เอง เช่น โยคะ ตบะ และทรงอดพระกระยาหาร เป็นต้น เมื่อทรงเห็นว่าไม่สามารถบรรลุจุดหมายปลายทางที่ต้องการได้ จึงใช้วิธีการของสมถะและวิปัสสนากรรมฐาน ดังนั้นในการสอนขั้นนี้ ครูต้องช่วยให้นักเรียนได้กระทำหรือทำการทดลองด้วยตนเองตามหัวข้อต่างๆ ที่ได้กำหนดไว้ว่า จะกระทำกันดังในข้อที่ ๒ ข้อที่ ๓ ๒. เมื่อทดลองได้ผลประการใด ต้องบันทึกผลของการทดลองแต่ละอย่าง หรือที่เรียกว่า “ข้อมูล” ไว้เพื่อพิจารณาในขั้นต่อไป ๔. ขั้นวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผล (ขั้นมรรค) ขั้นวิเคราะห์ข้อมูลและสรุปผลหรือขั้นมรรค มีวิธีการและขั้นตอน ดังต่อไปนี้ ๑. จากการทดลองกระทำด้วยตนเองหลาย ๆ อย่างนั้น ย่อมจะได้ผลออกมาให้เห็นชัด ผลบางประการชี้ให้เห็นว่า แก้ปัญหาได้บางประการ แต่ไม่ค่อยชัดเจนนัก ผลที่ถูกต้องจะชี้ให้เห็นว่า แก้ปัญหาได้แน่นอนแล้วและได้บรรลุจุดหมายแล้ว ได้แนวทางหรือข้อปฏิบัติที่เราต้องการแล้ว เหล่านี้หมายความว่าจะต้องวิเคราะห์และเปรียบเทียบข้อมูลที่ได้บันทึกไว้ในขั้นที่ ๓ ข้อ ๒ นั้นจนเห็นแจ่มแจ้งว่าทำอย่างไรจึงจะแก้ปัญหาที่กำหนดในขั้นที่ ๑ ได้สำเร็จ ๒. จากากรวิเคราะห์ดังกล่าวแล้วนั้น จะทำให้เห็นว่าสิ่งใดแก้ปัญหาได้จริง ต่อไปก็ให้สรุปการกระทำที่ได้ผลนั้นๆ ไว้เป็นข้อๆ หรือเป็นระบบ หรือเป็นแนวทางปฏิบัติแล้วให้ลงมือกระทำหรือปฏิบัติอย่างเต็มที่ตามแนวทางนั้นโดยทั่วกัน วิธีการสอนตามขั้นทั้ง ๔ ของอริยสัจนั้น ถือว่าเป็นแม่บท แต่โดยแท้จริงแล้วเป็นวิธีการแก้ปัญหานั้นเอง จึงกล่าวได้ว่าเป็นวิธีการสอนที่สำคัญยิ่ง และเป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพสูงในวิชาชีพครูด้วย สมควรที่ครูไทยทั้งหลายจงได้ตระหนักและภาคภูมิใจว่า เรามีวิธีสอนแม่บทของเราเอง และเป็นวิธีการสอนที่ได้ยึดแนวคิดและวิธีการสอนของพระพุทธองค์เป็นหลัก สุมน อมรวิวัฒน์ ได้นำเสนอแนวคิดจากหนังสือพุทธธรรมของพระราชวรมุนี ซึ่งได้เขียนเกี่ยวกับการสร้างศรัทธาและโยนิโสมนสิการมาสร้างเป็นหลักการ และขั้นตอนการสอนตามแนวพุทธวิธีขึ้น เรียกหลักการ และขั้นตอนการสอนนี้ว่า การสร้างศรัทธา และโยนิโสมนสิการ มีวิธีการดังต่อไปนี้ ๗ (๑) หลักการ ครูเป็นบุคคลสำคัญที่สามารถจัดสภาพแวดล้อม แรงจูงใจ และวิธีการสอนให้ศิษย์เกิดศรัทธาที่จะเรียนรู้ และได้ฝึกฝนวิธีการคิดโดยแยบคาย นำไปสู่การปฏิบัติจนประจักษ์จริง การสอนโดยการสร้างศรัทธาและโยนิโสมนสิการนี้ใช้สอนได้ทุกระดับการศึกษา มุ่งให้ครูเป็นกัลยาณมิตรของศิษย์ ครูและศิษย์มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน และศิษย์ได้มีโอกาสคิดแสดงออกปฏิบัติอย่างถูกวิธีจนสามารถใช้ปัญญาแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม (๒) ขั้นตอนการสอน ๒.๑ ขั้นนำ การสร้างเจตคติที่ดีต่อครู วิธีการเรียนและบทเรียน ๑. เหมาะกับระดับชั้นเรียน ๒. เหมาะกับวัยและภูมิของผู้เรียน ๓. เหมาะกับวิธีการเรียนการสอน ๔. เหมาะกับบทเรียนที่สอนและเนื้อหาวิชา ๒.๒ บุคลิกภาพของครูและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างครูกับศิษย์ ในการสอนแบบสร้างศรัทธานี้ ครูควรคงบุคลิกภาพของการเป็นครูไว้ ซึ่งพอจะสรุปเป็นข้อ ๆ ดังต่อไปนี้ ๑. บุคลิกภาพทางกาย มีความสะอาด แจ่มใส สงบและสำรวม ๒. เป็นผู้มีสุขภาพจิตดี กล่าวคือ มีจิตใจเป็นอิสระ ไม่ตกเป็นทาสของปัญหาและอามิส เพราะผู้ที่มีจิตใจเป็นอิสระ ปลอดโปร่งจากปัญหาเท่านั้นที่จะชี้แนะช่วยเหลือผู้อื่นได้ ๓. มีความมั่นใจในตนเอง เนื่องจากเป็นผู้ที่รู้จริงและปฏิบัติจริงในสิ่งที่สอนผู้อื่น ครูที่ดีจึงไม่มีปมด้อยหรือปมเด่น เป็นผู้ที่มีความเรียบง่ายฉันคนธรรมดา ๒.๓ การเสนอสิ่งเร้าและแรงจูงใจ พระพุทธเจ้าได้ทรงใช้วิธีการตรวจสอบความคิดและความสามารถของผู้เรียนก่อนที่จะทรงสอนเพื่อให้เหมาะกับบุคคล ทรงใช้เทคนิควิธีอุปกรณ์จากธรรมชาติและเหตุการณ์ต่างๆ มาเร้าให้เกิดความมานะพากเพียร ฝึกหัดอบรมตน การสอนโดยสร้างศรัทธาได้จัดขั้นตอนในการเสนอสิ่งเร้าและสร้างแรงจูงใจดังนี้ ๑. ใช้สื่อการเรียนการสอนหรืออุปกรณ์ และวิธีการต่างๆ เพื่อเร้าความสนใจ ๒. จัดกิจกรรมขั้นนำที่สนุกน่าสนใจ ๓. ให้นักเรียนได้ตรวจสอบความรู้ความสามารถของตนและได้ทราบผลทันท่วงทีเป็นการเสริมแรงกระตุ้นที่น่าสนใจ (๓) ขั้นสอน ๑. ครูเสนอปัญหาที่เป็นสาระสำคัญของบทเรียน หรือเสนอหัวข้อเรื่องประเด็นสำคัญของบทเรียนด้วยวิธีการต่างๆ ๒. ครูแนะนำแหล่งวิทยาการและแหล่งข้อมูล ๓. ให้นักเรียนฝึกรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง ความรู้ และหลักการ ๔. จัดกิจกรรมที่เร้าให้เกิดความคิดวิธีต่างๆ ต้องเป็นกิจกรรมที่นักศึกษาได้มีส่วนร่วม ได้ลงมือค้นคว้าได้พบสิ่งเร้า สนใจที่จะคิดต่อไป จนสามารสรุปความคิดได้ ๕. ฝึกการสรุปประเด็นของข้อมูลความรู้ และเปรียบเทียบ ประเมินค่าโดยวิธีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ทดลอง ทดสอบ จัดเป็นทางเลือกและทางออกของการแก้ปัญหา ๖. ดำเนินการเลือกและตัดสินใจ ๗. กิจกรรมฝึกปฏิบัติ เพื่อพิสูจน์ผลการเลือกและตัดสินใจนั้นให้ประจักษ์จริง (๔) ขั้นสรุป ๑. ครูและนักเรียนสังเกตวิธีการปฏิบัติ ตรวจสอบ และปรับปรุงแก้ไขให้ปฏิบัติถูกต้อง ๒. อภิปรายและสอบถามข้อสงสัย ๓. สรุปผลการปฏิบัติ ๔. สรุปบทเรียน ๕. วัดและประเมินผล วิธีการสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาตามขั้นตอนของอริยสัจ ๔ การใช้หลักการคิดอย่างแยบคายที่เรียกว่า โยนิโสมนสิการ และการใช้ลีลาการสอนของพระพุทธเจ้านั้น มีคุณลักษณะ ๔ ประการ ดังนี้ ๑. สันทัสนา อธิบายให้เห็นชัดเจนแจ่มแจ้ง เหมือนจูงมือไปดูให้เห็นกับตา ๒. สมทปนา ชักจูงให้เห็นจริงด้วยชวนให้คล้อยตามจนต้องยอมรับและนำไปปฏิบัติ ๓. สมุตเตชนา เร้าใจให้แกล้วกล้า บังเกิดกำลังใจ ปลุกให้มีอุตสาหะแข็งขัน มั่นใจ จะทำให้สำเร็จได้ ไม่หวั่นระย่อต่อความเหนื่อยยาก ๔. สัมปหังสนา ชโลมใจให้แช่มชื่น ร่าเริง เบิกบาน ฟังไม่เบื่อและเปี่ยมด้วยความหวัง เพราะมองเห็นคุณประโยชน์ที่ตนจะพึงได้รับจากการปฏิบัติ ดวงเดือน จันทร์เจริญ ได้กล่าวโดยสรุปถึงวิธีการสอนตามแนวพุทธศาสตร์ว่า “เมื่อกล่าวโดยรวมแล้ว เป็นวิธีการสอนตามหลักของพระพุทธองค์ ที่ได้ทรงสอนโดยพยายามถ่ายทอด จากสิ่งที่เป็นนามธรรมให้เป็นรูปธรรม และผลจากการสอนการอบรมก็คือ ได้ความรู้จริง รู้แจ้ง จนสามารถช่วยให้บุคคลดำรงชีวิตได้อย่างสงบสุขและมีอิสระภาพ ทำให้สามารถพัฒนาตนเองไปในวิถีทางที่ถูกต้อง และสามารถกำหนดบทบาทของตนเองได้อย่างเหมาะสมด้วย” ๘ เชิงอรรถ ๑. ฝ่ายวิชาการ กองศาสนศึกษา, คู่มือเทคนิคการสอนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม, (โรงพิมพ์การศาสนา : กรุงเทพมหานคร,๒๕๓๕), ๒๙. ๒. ฝ่ายวิชาการ กองศาสนศึกษา, คู่มือเทคนิคการสอนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม, (โรงพิมพ์การศาสนา : กรุงเทพมหานคร,๒๕๓๕), ๒๙. ๓. พระราชวรมุนี, ปรัชญาการศึกษาไทย, พิมพ์ครั้งที่ ๓, (โรงพิมพ์กรมการศาสนา : กรุงเทพมหานคร, ๒๕๒๘),๒๔๒-๒๔๓. ๔. สาโรช บัวศรี, ปรัชญาการศึกษาตามแนวพุทธศาสตร์, ศึกษาศาสตร์ตามแนวพุทธศาสตร์ (วารสารรวมเล่ม). (กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์ กราฟิค อาร์ต, ๒๕๒๖), ๕-๗. ๕. พระราชวรมุนี, ปรัชญาการศึกษาไทย, พิมพ์ครั้งที่ ๓, (โรงพิมพ์กรมการศาสนา : กรุงเทพมหานคร, ๒๕๒๘),๒๔๒-๒๔๓. ๖. ดวงเดือน จันทร์เจริญ, ศึกษาศาสตร์ตามแนวพุทธศาสตร์, (กรุงเทพมหานคร :สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง :, ๒๕๔๑),๔๕. ๗. อ้างใน ดวงเดือน จันทร์เจริญ, ศึกษาศาสตร์ตามแนวพุทธศาสตร์, (กรุงเทพมหานคร :สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง :, ๒๕๔๑),๔๙–๕๕. ๘. ดวงเดือน จันทร์เจริญ, ศึกษาศาสตร์ตามแนวพุทธศาสตร์, (กรุงเทพมหานคร :สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง :, ๒๕๔๑),๕๒. ที่มา : http://www.src.ac.th/web/index.php?option=content&task=view&id=404&Itemid=69

ความคิดเห็นที่ 2

myschool
19 เม.ย. 2553 08:16
  1. วิธีการสอนคณิตศาสตร์ที่ทำให้ผู้เรียนไม่เบื่อ เดี๋ยวนี้หากทำอะไรในสิ่งที่ดีที่งาม โดยไม่มีการปรุงแต่งคนจะไม่สนใจ ไม่เหมือนอบายมุขที่ไม่ต้องปรุงแต่งมาก คนก็วิ่งเข้าหา การปรุงแต่งที่ทำให้คนสนใจที่นิยมกันก็คือทำให้มันสนุก ใครๆ ที่มีลูกที่ต้องเรียนหนังสือโดยเฉพาะคณิตศาสตร์ เรามีวิธีการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ให้สนุก (คล้ายๆ กับเอาเรื่ององค์กรปลา (Fish) มาประยุกต์ใช้งาน) ดังนี้ 1. การสอนต้องพยายามพูดตลกๆ แทรกเป็นระยะๆ (ทอร์คโชว์) 2. บางครั้งก็พาไปสวนสัตว์ แล้วให้เด็กอธิบายโครงสร้างกรงสัตว์ เช่นสามเหลี่ยม วงกลม(เรียนจากการเที่ยว) 3. เปลี่ยนอิริยาบถไปท่องอินเทอร์เน็ต เว็บไซด์คณิตศาสตร์ ทำให้ตื่นตาตื่นใจ ลดความจำเจ (จูงใจ) 4. เขียนการ์ตูนในหนังสือคณิตศาสตร์ เช่น 2+2 = 4 ก็เขียนเป็นรูปสัตว์ 2 ตัว + อีก 2 ตัว = รูปสัตว์ 4 ตัว (ใส่ศิลปะ) 5. แต่งเพลงมาร้องกัน เช่นเพลงหาครน. เพลงสูตรคูณ เอาแบบท่องอาขยานก็ได้ ร้องพร้อมๆ กันทั้งชั้นเรียนเลย (พักผ่อน) 6. สอนโดยแต่งเกมคณิตศาสตร์ บางครั้งใช้ไพ่ประสมสิบ แต่อย่าเผลอไปเล่นพนันกัน จะเป็นบาป (แข่งขัน) 7. สอนการตีโจทย์แบบง่ายๆ เล่าเรื่องจริงในชีวิตประจำวันแล้วให้นักเรียนตอบว่า แบบไหนดี เช่นการซื้อของ การคิดกำไรขาดทุนจากการขายปาท่องโก๋ (ฝึกสมอง) 8. สรุปบทเรียนโดยใช้เพลง หรือแข่งขันแต่งเพลงคณิตศาสตร์ อย่าลืมรางวัลแบบหอมปากหอมคอ (สรุปแนวคิด) 9. การจัดเข้าค่ายคณิตศาสตร์ อาจแบ่งเด็กออกเป็น 3 แบบ ดังนี้ (ก) แบบเฉพาะกลุ่มเด็กอัจฉริยะ สอนไม่ยากเลย (ข) แบบคละเด็ก (เก่งปานกลางกับไม่เก่ง คละกัน) มักเกิดปัญหาในการสอน (ค) แบบเฉพาะกลุ่มที่ไม่ชอบคณิตศาสตร์เลย ต้องใช้เวลาการทำกิจกรรม ต้องคิดค้น หาสาเหตุ/จุดชอบให้พอ สุดท้ายต้องสรุปบทเรียน 10. หาวิธีเอาคณิตศาสตร์ไปใช้ในงานประจำ เช่นเอาคณิตศาสตร์สามเหลี่ยม วงกลมไปสร้างงานศิลป์ สำหรับคนชอบงานศิลป์แต่ไม่ค่อยชอบคณิตศาสตร์ (ประยุกต์ใช้งาน) 11. ลองเอาคณิตศาสตร์ไปใส่ในวิชาจริยธรรม เช่นไปซื้อของในตลาด แม่ค้าทอนเงินเกินมา จะทำอย่างไร ควรคืนแม่ค้า หรือรีบเก็บเอาไว้ เอาคณิตศาสตร์ไปเชื่อมโยงกับความเชื่อ เมื่อมีคนมาเล่าให้ฟัง เช่นว่าเขาเดินจากบ้านมาถึงที่ทำงาน 10 นาที ระยะทาง 5 กิโลเมตร จะเชื่อหรือไม่ (สร้างจริยธรรม) 12. เอาคณิตศาสตร์มาสร้างแนวคิด สอนวิธีการทำกระเบื้องให้ออกลวดลายกระเบื้อง ให้หลากหลาย แล้วสามารถต่อลายกันได้ ลองใช้คณิตศาสตร์คำนวณ ดูความคิดสร้างสรรค์ (ฝึกสมองสร้างปัญญา) 13. การใช้โครงงาน โดยให้นักเรียน 3 คน/โครงงาน ให้หัดคิดวางแผน ใช้กระบวนการกลุ่มหัดแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น โครงงานการเปรียบเทียบราคาสินค้าเต่ละห้าง โครงงานประหยัดไฟฟ้า (ทีมงานสร้างโครงการ) 14. ทำนามธรรมให้เป็นรูปธรรม เช่น พาไปดูงานในสถาบันการเงิน ฝึกตัดสินใจวิธีการเลือกฝากธนาคาร การสอนตรีโกน ก็ให้ไปทดลองหาความสูงของเสาธงในโรงเรียน หรือของตึกอาคาร สอนเรื่องเมทริกซ์ ก็ใช้ชั้นวางหนังสือเป็นอุปกรณ์การสอน (สัมผัสได้) 15. วิชาสถิติ ก็ให้ไปนับลูกค้าเข้าร้านเซเว่นอีเลเว่น ในแต่ละชั่วโมงในแต่ละวันในหนึ่งสัปดาห์ ว่าเป็นอย่างไร ดูสถิติเพื่อทำนายลูกค้า เอาไปทำในลักษณะโครงงาน อาจให้ผู้ปกครองช่วยด้วย ลองให้เด็กนักเรียนเอาถ้วยน้ำแข็งใสมาชั่งน้ำหนักแต่ดูความแตกต่าง (SD) ของน้ำหนัก (นำสู่ชีวิตธุรกิจ) 16. การทำให้เด็กมีความสุขในการเรียนคณิตศาสตร์มีดังนี้ (สนุกและง่าย) (ก) การแปลงนามธรรม เป็นรูปธรรม เพื่อให้สัมผัสได้ (ข) การทำของยากให้เป็นของง่าย ไม่ต้องกลัวว่าจะสอนไม่ทัน ครูต้องคิดว่าตำราเป็นแค่แนวทาง เอาจุดประสงค์เป็นตัวตั้ง แล้วก็จะสอนทันเอง 17. ครูต้องการเด็กนักเรียนแบบไหนนั้น ครูไม่มีสิทธิเลือกลูกศิษย์ ใครที่ไม่มีทัศนคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ ไม่ชอบวิชานี้อย่าพึ่งปฏิเสธ เด็กอ่อนคณิตไม่เป็นไร อยากได้คนตั้งใจมากกว่า (ใจเป็นใหญ่) 18. หลักสูตรใหม่นั้นทั้งผู้เรียนและผู้สอน ต้องมีปฏิสัมพันธ์มากขึ้น ต้องมีการวางแผนการเรียน สมมติว่ามี 7 วิชา ครูกับนักเรียนประชุมกัน ไหนลองมาวางแผนร่วมกันว่าจะเรียนจะสอนวิชาอะไรก่อน (สร้างความพึงพอใจและการมีส่วนร่วม) 19. เรียนให้สนุก เล่นให้มีความรู้ ลองให้จัดทำกิจกรรมดู เช่นการแสดงละคร แล้วให้ลองประยุกต์วิชาต่างๆ มาใช้งานเช่นบัญชีรับจ่าย เงินที่เก็บจากค่าเข้าชม ใช้ศิลปะทำฉาก ใช้คณิตศาสตร์คำนวณกำไรขาดทุน ใช้วิทยาศาสตร์ในการเล่นละครเชิงเทคนิคแสง สี เสียงเป็นกิจกรรมบูรณาการสอนนักเรียน (สนุกแบบชีวิตงาน) 20. ทำให้มันง่าย เนื้อหาในหนังสือยุ่งยาก ซับซ้อน ทำอย่างไรจึงทำให้มันง่าย ครูต้องสอนให้เกิดความคิดรวบยอด วิธีจำสูตร เขียนสูตรทุกสูตร ตามประตู ตามฝาตู้เย็น มีทุกที่ เห็นทุกวันวิธีท่องสูตร ทำให้เป็นเหตุการณ์ที่น่าอัศจรรย์ เช่น นักเรียน ม.2 มี 2 โรงเรียน ทำสงครามกัน พบกันเมื่อไร ตีกันทันที นั่นคือ [2+]-[2-]=[0]ถ 21. โรงเรียนไม่มีเครื่องฉายแผ่นใส พูดอย่างเดียว จะน่าเบื่อ อาจจัดให้มีห้องพักนักเรียน เวลานักเรียนว่างก็เข้าไปในห้องนี้ เช่น เวลาสอนสูตรหาปริมาตรของปิรามิด V = (พื้นฐาน) (สูง) ก็ทำเป็นกล่องปิรามิดพับได้ พับไปพับมารูปปิรามิดกลายเป็นกล่องสี่เหลี่ยมที่สูงเพียง ของความสูง นอกจากนี้อาจทำโมบายวาดภาพศิลป์ เพลง ผลงานจากโครงงาน สื่อการสอนที่เกี่ยวกับวิชาคณิตไว้ในห้องนี้ (สร้างรูปธรรม) 22. เด็กที่ไม่ชอบคณิตศาสตร์จริงๆ ครูต้องใช้วิธีการเป็นเพื่อนไปกินข้าวด้วยกัน ทำให้เขารักครูก่อน อย่าสอนนาน สอนแพล็บเดียว (15 นาที) ก็ชวนไปห้องสมุด พูดเชียร์ไปเรื่อยๆ ค่อยๆ เพิ่มโจทย์ ให้กำลังใจหาโอกาสชมเชย อย่าพูดเปรียบเทียบกับคนอื่น หากนักเรียนสอบคะแนนเพิ่มจาก 1 เป็น 2 คะแนนเต็ม 10 คะแนน ก็น่ายินดีแล้วกับการดีขึ้น (ทำให้เกิดฉันทะ) 23. ปัญหาเวลานักเรียนเข้าสอบวิชาคณิตแล้วอึ้งไปพักใหญ่ให้แก้ไขโดยฝึกทำแบบฝึกหัดหรือโจทย์เป็นประจำ หาโจทย์มาทำซ้ำๆ เหมือนสอบตลอดเวลา จากง่ายไปยาก อ่านมากๆ ให้เคยชินกับการตีโจทย์คณิต (ทำให้เคยชิน) 24. พยายามหาสูตรลับ คณิตคิดลัด ของตนเองให้ได้ (รู้แจ้ง) 25. เวลาสอนให้สอนแบบสนุก ผิดถูกไม่ว่า วาดรูปลงไปก็ได้ สุดท้ายก็สรุปให้เขาฟัง (สอนสนุก) 26. สอนให้นักเรียนฟัง แต่เขาไม่เข้าใจ ให้ค่อยๆ อธิบายยกตัวอย่างมาประกอบเปรียบเทียบให้เห็นชัด (สอนคนเข้าใจยาก) 27. ปัญหาการเรียนสมัยใหม่ เรียนไม่ต่อเนื่องเชื่อมโยง เรียนไปเรียนมาแล้วกับมาที่เดิม อย่างนี้นักเรียนสับสน (การเชื่อมโยงเนื้อหา) 28. ปัญหาครอบครัวหย่าร้าง พ่อแม่เสียชีวิต เป็นปัญหาต่อการเรียน การสอน พยายามสอนให้นักเรียนว่าสิ่งนี้เป็นปัญหาของผู้ใหญ่ อย่ามานั่งทุกข์แทนผู้ใหญ่ แล้วจะเรียนไม่รู้เรื่อง ให้ตัดใจ แล้วมาเรียนดีกว่า ให้ปลอบใจ (สอนให้ไม่ทุกข์) 29. เรียนคณิตนานๆ จะรู้สึกเบื่อ ควรสลับเป็นเรื่องอื่นๆ เป็นระยะ ๆ (แก้เบื่อ) 30. ปัญหาฐานะการเงินของครอบครัว มีผลต่อการเรียน การให้งานนักเรียน แล้วต้องหาอุปกรณ์ ต้องใช้คอมพิวเตอร์ อย่างนี้พ่อแม่นักเรียนจนๆ เป็นปัญหาสนับสนุนแน่ๆ สร้างความเครียดให้นักเรียน (อย่าพึ่งเงินในการเรียนคณิตมากนัก) 31. นิสิต นักศึกษาที่ไม่กล้าถามอาจารย์ กลัวเพื่อนล้อเลียน ครูบางคนกลับมาต่อว่านักเรียนอีก ครูต้องเปิดใจ บางคนเรียนแล้วลืมง่าย ให้ฝึกบ่อย ๆ ชินตา ชินมือ เห็นทุกวัน ทำซ้ำๆ ก็จะแก้ปัญหาได้ (ไม่กล้าและขี้ลืม แก้ไขได้) 32. ต้องปฏิรูปครูด้วย ทำอย่างไรครูจึงจะมีทักษะทำให้คณิตเป็นของง่าย เรียนแล้วสนุก ประยุกต์ใช้ในชีวิต คิดแล้วสบายใจ หวังว่าแนวทางเรียนคณิตศาสตร์ให้สนุกนี้คงเป็นประโยชน์ต่อครู นักเรียน และประเทศชาติ นอกจากนี้ทักษะนี้อาจนำไปใช้กับวิชาอื่นๆ หรือการนำไปใช้ในการทำงานให้เรียบง่ายสบายใจ (Easy & Enjoy) ได้ ในสถานที่ทำงานได้อีกด้วย ที่มา : http://www.kusolsuksa.com/webboard/index.php?topic=819.msg2775

ความคิดเห็นที่ 4

myschool
25 เม.ย. 2553 06:16
  1. :D คลังสื่อการสอน Update ใหม่ทุกวัน พยายามจะหามารวบรวมไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ครับ ตามลิงค์นี้ http://www.learnsanook.info/?cat=103 (เปิดรูปที่ต้องการ คลิกขวาที่รูป แล้ว Save ใส่ใน Folder ที่ต้องการครับ)

ความคิดเห็นที่ 5

myschool
28 เม.ย. 2553 08:17
  1. :) "สอนอย่างไร...ให้สนุก" Update ใหม่ทุกวัน พยายามจะหามารวบรวมไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ครับ ตามลิงค์นี้ http://www.learnsanook.info/?cat=5

ความคิดเห็นที่ 6

myschool
1 พ.ค. 2553 05:27
  1. เทคนิคการสอนวิทยาศาสตร์ให้สนุก 7 ประการ การสอนวิทยาศาสตร์ตามรูปแบบ 7 ประการที่จะกล่าวถึงในบทความนี้ได้ผสมผสาน วิธีการสืบเสาะหาความรู้ด้วยตนเอง การใช้ความคิดทางด้านต่างๆ และการเรียนรู้ โดยนักเรียนเป็นศูนย์กลางเข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งเด็กๆ โดยเฉพาะในระดับประถมและมัธยมต้น จะสนุกกับวิธีการสอนและอุปกรณ์ต่างๆ ที่นำมาให้พวกเขา ได้ทดลองวิธีนี้จึงจัดว่าเป็นการสอนโดยใช้นักเรียนเป็นศูนย์กลาง รูปแบบ 7 ข้อนี้ได้เรียงลำดับ ไว้เพื่อความเหมาะสมในการสอนทุกๆ ข้อมีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกันและไม่จำเป็นว่าจะต้องนำไปปฏิบัติ เรียงตามลำดับนี้ เพราะจุดประสงค์ของรูปแบบการสอนนี้มีไว้เพื่อเป็นกรอบความคิดทาง การสอนได้หวังว่าครูจะต้องนำไปปฏิบัติตาม การสอนแบบนี้จะเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียน และค้นพบความรู้ด้วยตนเอง บนโครงสร้างพื้นฐานของการเรียนรู้จากหลายๆ แขนง เช่น ตรรกวิทยา คณิตศาสตร์ ดนตรี ภาษาศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งจะเปิดโอกาสให้นักเรียนค้นพบ วิทยาศาสตร์ จากแง่มุมต่างๆ ได้ องค์ประกอบทั้ง 7 ประการคือ การคาดหมาย (Expectation) หมายถึง วัตถุประสงค์กว้างๆ เป็นแนว ความคิดหรือการสร้างภาพกว้างๆ เกี่ยวกับบทเรียนขึ้นมา ครูจะต้องมีความยืดหยุ่นที่จะ ปรับเปลี่ยนวัตถุประสงค์นี้ไปตามสถานการณ์ จึงจะมีประสิทธิภาพ เพราะหากเราจำกัดวัตถุ ประสงค์เกินไป ไม่เปิดกว้าง จะทำให้ไม่สามารถเห็นความสนใจและความก้าวหน้าของ นักเรียนได้อย่างแท้จริง ดังนั้นผลสุดท้ายของวัตถุประสงค์จึงอาจจะถูกเปลี่ยนไปได้จาก แรกเริ่มอย่างที่เรียกว่าหน้ามือเป็นหลังมือก็ได้ ตัวอย่างเช่น ในการสอนเรื่องวงจรไฟฟ้า วัตถุประสงค์เริ่มต้นนั้นมีเพียงแค่ให้นักเรียนเกิดความสนใจในรูปแบบของวงจรเปิด วงจรปิด วงจรขนาน แต่เมื่อจบบทเรียนจริงๆ แล้วเด็กๆ อาจจะถึงกับสามารถสร้าง เครื่องวิทยุอย่างง่ายๆ ขึ้นเองได้ ดังนั้นเมื่อเด็กๆ รู้ว่าตนได้รับการเปิดกว้างในการเรียน วิทยาศาสตร์จากครูเต็มที่ เขาก็จะเริ่มตั้งคำถามต่อสิ่งต่างๆ และค้นหาสิ่งที่อยากรู้มากขึ้น สิ่งล่อใจ (Enticement) คือ กิจกรรมที่จะสามารถชักชวนให้เด็กๆ สนใจ จะเรียนรู้ อาจจะออกมาในรูปแบบต่างๆ เช่น การใช้วีดีโอ การเล่าเรื่องสั้น การจัดตกแต่ง ห้องเรียน การใช้เสียงประกอบ ใช้อารมณ์ขันหรือการสาธิตให้ดู การเข้าร่วมกิจกรรม (Engagement) ช่วยให้เกิดความเข้าใจใน บทเรียน โดยอาจจะเป็นการนำเสนอหน้าชั้น การสาธิต หรือการทำกิจกรรมร่วมกัน การอธิบาย (Explanation) หลังจากที่ได้ช่วยกันพิจารณาวัตถุประสงค์ ที่ตั้งไว้จนเกิดความเข้าใจแล้ว ก็จะเป็นช่วงที่นักเรียนจะมีการอภิปรายร่วมกัน ในการอธิบาย แนวความคิดหลักต่างๆ ทั้งครูและนักเรียนอาจเป็นผู้ริเริ่มหัวข้าสนทนาได้ทั้งในกลุ่มเล็กและ กลุ่มใหญ่ แหล่งที่มาของข้อสนทนาก็อาจจะมาได้จากแหล่งต่างๆ นอกเหนือจากในหนังสือ เรียนสื่อที่จะช่วยการอธิบายก็มีเช่น การใช้สมุดภาพ การไปทัศนศึกษาเพื่อให้นักเรียนเห็น ของจริง ข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต หรือห้องสมุดโรงเรียนก็จะเป็นแหล่งข้อมูลทั้งทางทฤษฎี และปฏิบัติ นอกจากนี้กิจกรรมภายในบ้าน เช่น การใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ก็ช่วยเชื่อมโยง กับบทเรียนได้อีกด้วย การค้นหา (Exploration) จะช่วยผลักดันให้นักเรียนพิจารณาความรู้ และประสบการณ์ที่มีอยู่ นำมาเชื่อมโยงกับวัตถุประสงค์ของชั้นเรียน การทำกิจกรรมด้วย ตนเอง เป็นสิ่งสำคัญในการเรียนวิทยาศาสตร์ และสิ่งนี้จะดึงดูดความสนใจนักเรียนและ จะช่วยทำให้บรรยากาศในชั้นเรียนดีขึ้นได้ การที่ครูจัดเตรียมอุปกรณ์การทดลอง และ การทดลองหลากหลายไว้ให้ จะช่วยเพิ่มขอบเขตความคิดของนักเรียน การขยายความ (Extension) เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนนำความรู้ ของตนมาปรับใช้กับสถานการณ์ต่างๆ รู้จักหาคำตอบต่อคำถามที่ว่า “มันจะเป็นอย่างไรถ้า…..” ครูสามารถจะให้นักเรียนใช้ความรู้ของตนมาใช้ทดลองเองกับอุปกรณ์ที่มีอยู่ในห้องเรียน ให้ทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับบทเรียน เพื่อที่จะให้นักเรียนสามารถค้นพบคำตอบด้วยตนเอง หลักฐาน (Evidence) เป็นการเปิดโอกาสให้นักเรียนสะท้อนความรู้ ความคิดของตนออกมาทางการเขียนที่มิใช่การทำข้อสอบ นักเรียนจะต้องเขียนผลลัพธิ์ของ การทดลองเพื่อฝึกการจัดระบบความคิด และเชื่อมโยงความคิดกับความรู้สึก ประสบการณ์ที่มี และเรามีแนวการเขียนรายงานสั้นๆเรียกว่า ฟอร์ กอล์ฟเฟอร์ (FGOLFeRS) ซึ่งเป็นการ เขียนรายงานที่เริ่มด้วยการวาดโครงร่างของกระบวนการและผลลัพธ์ของการทดลอง จากนั้น ให้สะท้อนความรู้สึกในระหว่างที่ทำกิจกรรมนั้น เชื่อมโยงกับประสบการณ์ที่ผ่านมาและแนวคิด ทางวิทยาศาสตร์ต่างๆ ฟอร์ กอล์ฟ เฟอร์ประกอบด้วย F – Find กล่าวถึงสิ่งที่เราต้องการจะค้นหา โดยให้วัตถุประสงค์ของการทำการทดลองนั้นๆ G – Guess กล่าวถึงผลลัพธ์ที่เราคาดเดาไว้ก่อนทำการทดลอง O – Order กล่าวถึงลำดับขั้นของการทำการทดลอง L – Learn กล่าวถึงสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากการทำการทดลองนั้น Fe – Feeling เรามีความรู้สึกอย่างไรในระหว่างที่ทำการทดลอง และรู้สึกอย่างไรหลังจากทดลองแล้วเสร็จ R – Remind กล่าวถึงประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากการทดลองนี้ทำให้เรานึกถึงเหตุการณ์อื่นๆที่ผ่านมาบ้างหรือไม่ และเกี่ยวข้องกันอย่างไร S – Science คิดว่าการทดลองนี้มีผลกระทบต่อวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันและอนาคตอย่างไร เราคิดว่ามันมีประโยชน์หรือไม่ อย่างไร เพราะวิชาวิทยาศาสตร์จะต้องอิงอยู่กับการทดลองเสียเป็นส่วนมาก ดังนั้น การเขียนรายงานจึงเป็นวิธีหนึ่งที่จะแสดงความเข้าใจในเนื้อหา แต่อย่างไรก็ตามการ เขียนรายงานก็อาจจะต้องเสียเวลามาก ดังนั้นการประมวลความรู้ ร่วมกับเพื่อนๆ จะช่วยเพิ่มคุณภาพของการเขียนและลดเวลาที่ครู จะให้คะแนนลงไปได้ หรือเราอาจจะให้นักเรียนในกลุ่มเล็กๆ ช่วยกัน เติมข้อความหรือวาดโครงร่างเกี่ยวกับสิ่งที่เขาได้เรียน ได้ใช้กลยุทธ ในการเรียนหลายๆ แบบ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดในการใช้แนวคิดนี้ อาจกล่าวได้ว่าเป็นอิสรภาพ ในการเลือกและเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์เข้ากับชีวิตจริงของเรา

ความคิดเห็นที่ 7

myschool
3 พ.ค. 2553 16:22
  1. สนุกกับโปรเจคเตอร์ (Interactive Projector) เรียนรู้วิธีสร้างจอโปรเจคเตอร์แบบ “อินเตอร์แอคทีฟ” เพิ่มความสนุก สร้างความกระตือรือร้น ให้กับการเรียนของเด็ก และการสอนของคุณครู สามารถทำใช้ได้เอง งบประมาณไม่เกิน 2,000 บาท ใช้ได้กับเครื่องโปรเจคเตอร์ทุกรุ่น จอทุกประเภท ติดตามได้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=5

ความคิดเห็นที่ 8

myschool
6 พ.ค. 2553 09:28
  1. Study Chart (แผ่นโปสเตอร์) รวบรวมสรุปเนื้อหาไว้หลายวิชา เช่น ชีววิทยา, คณิตศาสตร์ ฯลฯ ติดตามได้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=319

ความคิดเห็นที่ 9

myschool
9 พ.ค. 2553 06:11
  1. สอนอย่างไรให้เด็กรักการอ่าน ติดตามได้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=303

ความคิดเห็นที่ 10

myschool
10 พ.ค. 2553 08:55
  1. สอนอย่างไรให้เด็กไทยโง่ทั้งประเทศ ติดตามได้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=322

ความคิดเห็นที่ 11

myschool
11 พ.ค. 2553 09:07
  1. ปากกาต้นแบบเสร็จแล้วครับ ด้ามนี้เป็นด้ามแรก ทดลองแล้วใช้ได้ดีมากๆ ความไวสูง ไม่สะดุด ลื่นไหล เหมือนใช้เมาส์ปกติเลย ผมทดลองใช้กับจอ LCD 17″ ของคอมพิวเตอร์ และบนจอ TV LCD 32″ ใช้ได้ดีจริงๆ แต่ยังไม่ได้ลองกับจอโปรเจคเตอร์ ใครมีจอโปรเจคเตอร์ให้ลองบ้างครับ (อ่านเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ที่ : http://www.learnsanook.info/?p=342)

ความคิดเห็นที่ 12

myschool
13 พ.ค. 2553 08:38
  1. ความรู้เรื่องยาเสพติด (มีทั้งโปรแกรม และเกม ให้ดาวน์โหลด..ฟรี) ติดตามได้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=376

ความคิดเห็นที่ 13

15 พ.ค. 2553 13:44
  1. ใครจะ สอนวิชาอะไร สอนอย่างไร สอนสนุกแค่ใหน ก็ แล้ว แต่ .... สอน แล้ว กรุณา ถามผู้เรียนด้วย ... รู้เรื่องใหม ครับ เข้าใจใหมครับ ได้ประโยชน์ใหมครับ รู้มากขึ้นใหมครับ ฉลาดขึ้นใหมครับ คืดได้มากขึ้นใหมครับ ทำได้มากขึ้น ใหมครับ พัฒนาขึ้นใหมครับ สนุกใหมครับ ชอบใหมครับที่ผม(ครู) สอนแบบนี้ ถ้าคุณ กล้าถามผู้เรียน ก็ถือว่า ผ่าน ได้ ระดับ หนึ่ง ถ้า มีคำตอบ ว่า OK (ทุก ๆ ครั้งที่สอน) .... คุณ แน่มาก ...

ความคิดเห็นที่ 14

myschool
18 พ.ค. 2553 06:40
  1. Human Body ชีววิทยา "ร่างกายมนุษย์" รวมรูปภาพ และคำอธิบาย (ภาษาอังกฤษ) ติดตามได้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=474

ความคิดเห็นที่ 15

NpEd
18 พ.ค. 2553 08:34
  1. กระทู้นี้...บ่งบอกถึงความเป็นครูในระดับต่างๆ คือ 1. ไม่อ่านกระทู้นี้... 2. อ่านแล้วก็แล้วไป... 3. อ่านอย่างพินิจพิเคราะห์ 4. อ่านแล้วคัดลอกไว้ 5. อ่านแล้วนำไปทดลองปฏิบัติ 6. อ่าน คัดลอกไว้ ทดลอง นำผลการมาเผยแพร่หรือแสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16

นิรันดร์
18 พ.ค. 2553 09:57
  1. ขอบคุณพี่ Np ที่เข้ามาเตือนสติผมได้ลบกระทู้ที่พี่ว่าไม่สนุกไปแล้ว เพราะผมตอบเจ้าของกระทู้ไปแล้ว และมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับใครอีกขอบพระคุณอีกครั้งครับ


ความคิดเห็นที่ 17

myschool
18 พ.ค. 2553 15:50
  1. ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ในกระทู้นี้ หวังแต่เพียงว่า คงจะเกิดมรรคผลกับการศึกษาไทย ไม่มากก็น้อยครับ ผมว่า "กระทู้" น่าจะมีประโยชน์กว่า "กระแทก" นะครับ :D

ความคิดเห็นที่ 18

NpEd
18 พ.ค. 2553 20:26
  1. บางท่าน ฟังคนอื่นเล่าเรื่อง ขำขัน คนหัวเราะจนงอหาย น้ำหูน้ำตาไหล ปัสสาวะเรี่ยราด คนที่ฟังนำไปเล่าต่อ บางคนเล่าแล้ว ได้ผลเหมือนต้นฉบับ แต่บางคน เล่าแล้ว คนฟังเฉยๆ ไม่ขำเลย สำหรับครูบางท่าน ทั้งๆที่อ่านแล้ว คิดพินิจพิเคราะห์แล้ว เข้าใจดีแล้ว ถึงเวลาสอนจริง ก็ยังสอนไม่สนุกอยู่ดี

ความคิดเห็นที่ 19

นิรันดร์
19 พ.ค. 2553 09:19
  1. จำได้ กับเข้าใจ ไม่เหมือนกันรู้ตามทฤษฎีกับมีทักษะก็ไม่เหมือนกันมีทักษะกับเป็นไปโดยธรรมชาติก็ไม่เหมือนกันคนที่สอนหนังสือตามสูตรแบบอย่างที่เรียนมากับคนที่สอนหนังสือด้วยหัวใจที่รักจะทำให้คนอื่นรู้ฉลาดคิดเป็นก็ไม่เหมือนกันแบบอย่าง แนวปฏิบัติ เป็นสิ่งที่ดี แต่ก็ใช่ว่า เมื่อครูแต่ละคนนำไปปฏิบัติแล้วจะได้ผลอย่างเดียวกันครูที่เรียนมาจากสถาบันเดียวกัน ได้คะแนนเท่ากัน เวลาออกไปสอนก็ทำคล้าย ๆ กันบางคนก็ประสบความสำเร็จ บางคนก็ท้อถอยเลิกเป็นครู ไปหาอาชีพอื่นทำบางคนที่ไม่ได้เรียนวิชาชีพครูมาเลย แต่ก็สามารถเป็นครูที่ดีได้ตลอดชั่วชีวิต


ความคิดเห็นที่ 20

myschool
19 พ.ค. 2553 12:32
  1. ใครคือครู ครูคือใคร ในวันนี้ ใช่อยู่ที่ ปริญญา มหาศาล ใช่อยู่ที่ เรียกว่า ครูอาจารย์ ใช่อยู่นาน สอนนานในโรงเรียน ครูคือผู้นำทางความคิด ให้รู้ถูก รู้ผิด คิดอ่านเขียน ให้รู้ทุกข์ รู้ยาก รู้พากเพียร ให้รู้เปลี่ยน แปลงสู้ รู้สร้างงาน ครูคือผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์ ให้สูงสุดกว่าสัตว์ เดรัจฉาน ครูคือผู้สั่งสม อุดมการณ์ มีดวงมานเพื่อมวลชนใช่ตนเอง ครูจึงเป็นนักสร้างผู้ยิ่งใหญ่ สร้างคนจริง สร้างคนกล้า สร้างคนเก่ง สร้างคนให้ ได้เป็นตัว ของตัวเอง ขอมอบเพลงนี้มาบูชาครู แต่งโดย : อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

ความคิดเห็นที่ 21

NpEd
19 พ.ค. 2553 15:07
  1. อยากสอนให้สนุกเป็น ต้องมีคนสอนให้ดู เมื่อดูแล้ว และนำไปสอนเอง บางคนก็สอนได้สนุก บางคน สอนแล้วความสนุกลดลงนิดหน่อย บางคนสอนแล้วไม่สนุกเลย บางคนสอนสนุกว่าต้นแบบเสียอีก บางคน อยากสอนให้สนุก ก็เก้บสะสม"มุข"ไว้เยอะๆ แล้วนำออกมาใช้ คิดว่า แบบนี้ ช่วยได้มาก บางคนไม่ต้องเก็บสะสม แต่มันมีขึ้นมา ผุดขึ้นมาเองเมื่อถึงเวลาสอน บางคนก็ไม่สนใจเรื่อง "มุขสนุกๆ" ฉันจะสอนอย่างนี้ บางคน สอนแล้วจะให้สนุก (ชำ) ตัวเองต้องสนุก(หรือขำ)นำไปก่อน บางคนสอนแล้ว ตัวเองสนุกอยู่คนเดียว ผู้เรียนไม่สนุกด้วย แต่บางคน ขณะสอน ตีหน้าเศร้า เล่าความจริงไปเรื่อยๆ แต่ผู้เรียน กั้ก กั้ก กั้ก ตลอดคาบเรียน การสอนสนุก กับการสอนแล้วผู้เรียนขำหรือหัวเราะ นั้น มันคนละเรื่อง สนุก อาจจะไม่ขำ ขำ อาจจะไม่สนุก สนุก อาจจะขำ การขำ อาจจะขำเพราะผู้สอนตั้งใจจะให้ขำ หรืออาจจะเป็นเพราะผู้สอน ทำเปิ่น ๆ ผิดๆถูกๆ งกๆ เงิ่นๆ ก็ได้ ครูอาจารย์ท่านใดมีวิธีการสอนที่สนุก ช่วยนำมาเผยแพร่ด้วย ท่านใดอยากได้วิธีการสอนเรื่องใดให้สนุก ขอมาได้ (อาจจะมีผู้แนะนำ)

ความคิดเห็นที่ 22

myschool
20 พ.ค. 2553 10:25
  1. ภาพการประกอบคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเอง แนะนำการประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์หลายประเภท พร้อมรูปชัดเจน เหมาะสำหรับนำไปทำบทเรียนสอนคอมพิวเตอร์ เข้าใจง่าย เช่น - SOHO Server - Mainstream PC - Gaming PC - Media Center PC - Small Form Factor (SFF) PC - Budget PC - Small Form Factor(SFF) PC ติดตามได้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=488

ความคิดเห็นที่ 23

myschool
24 พ.ค. 2553 10:49
  1. 1. ภาพประกอบของตารางธาตุ 2. ดาวน์โหลดโปรแกรมช่วยสอน (e-Learning) - โปรแกรมแสดงตารางธาตุ เหมาะสำหรับวิชาเคมี ได้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=503

ความคิดเห็นที่ 24

NpEd
24 พ.ค. 2553 17:59
  1. ดีมากเลยครับ อ.สุรัช ท่านมักจะมีของดีๆมาฝากเยาชนผู้ไฝ่เรียนเยอะเลย

ความคิดเห็นที่ 25

myschool
25 พ.ค. 2553 05:44
  1. ขอบคุณครับ คุณ NpEd ตอนนี้กำลังรวบรวมโปรแกรมช่วยสอน (e-Learning) อยู่หลายโปรแกรม บางส่วนก็เขียนโปรแกรมขึ้นใหม่เพิ่มเติมเองด้วย เช่น โปรแกรมที่ใช้กับ Interactive Projector คอยติดตาม update ใน www.learnsanook.info นะครับ สุธัช

ความคิดเห็นที่ 28

NpEd
26 พ.ค. 2553 20:14
  1. [[205617]] ...

ความคิดเห็นที่ 29

NpEd
28 พ.ค. 2553 22:05
  1. ไม่สนุกเลยหรือครับ (เลยไม่ทำต่อ)

ความคิดเห็นที่ 30

myschool
29 พ.ค. 2553 05:46
  1. พอดียุ่งนิดหน่อยครับ เพราะมีคุณครูอยากได้ Interactive Projector ไปใช้ที่โรงเรียน เลยต้องรีบเตรียมโปรแกรมกับอุปกรณ์ให้ (ได้ลองของจริงแล้ว) ตามนี้ครับ 1. IR Pen 2 ด้าม (สำหรับครู และนักเรียน) ** ถ้าใช้บน Windows 7 ก็สามารถทำเป็น Multitouch ได้ (คือ..เขียนบนจอพร้อมกันได้หลายๆคน เช่น ให้เด็กมาช่วยกันวาดรูปบนจอภาพได้พร้อมๆกันหลายคน) 2. WiiMote 1 ชุด 3. ขาตั้ง WiiMote 1 ชุด 4. อุปกรณ์ Bluetooth สำหรับ PC 1 ชุด 5. ชุดโปรแกรมสำหรับสอนผ่านจอ LCD 52" หรือ Projector ประกอบด้วย - Wii Board Controller - White board Program - Bluetooth Manager - โปรแกรมช่วยสอนอีกหลายตัว 6. ติดตั้ง พร้อมอบรมวิธีใช้ ถ้าทำเสร็จ ลองแล้วได้ผลยังไง จะมารายงานให้ทราบครับ เดี๋ยววันนี้คงมีเนื้อหาเพิ่มเติมใน "เรียนสนุก" ครับ ที่จริงเตรียมไว้เยอะแล้ว แต่ยังไม่ได้มีโอกาสเอาขึ้นเว็บไซต์ คุณ NpEd หรือครูท่านใดจะใช้พื้นที่ของ LearnSanook.info ก็ยินดีครับเพราะ Server ที่ผมใช้เป็นแบบ Colo เนื้อที่บน Hard Disk ยังเหลืออีกมากครับ (ความจุ 2TB) ผมจะได้เตรียม user และ password ให้

ความคิดเห็นที่ 31

myschool
30 พ.ค. 2553 08:20
  1. ดาวน์โหลดหนังสือสารานุกรมวิทยาศาสตร์ (e-Book) เป็นหนังสือที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาตร์ไว้อย่างเป็นระบบ เรียงตามช่วงระยะเวลา (ปี ค.ศ.) รูปภาพประกอบสวยงาม จำนวน 517 หน้า ประเภทไฟล์ .zip ขนาดไฟล์ 120MB ได้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=565

ความคิดเห็นที่ 32

ครูไผ่
30 พ.ค. 2553 17:34
  1. กระทู้นี้ดีจังเลย ขอบคุณมากค่ะ


ความคิดเห็นที่ 33

myschool
31 พ.ค. 2553 13:20
  1. กำลังใจเป็นยาวิเศษ อ่านแล้วหายเหนื่อย แต่ทำคนเดียวไม่ไหว ขอแรงช่วยด้วยครับ :D

ความคิดเห็นที่ 34

NpEd
1 มิ.ย. 2553 09:55
  1. ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 ..................................................................................... ถ้าทำเสร็จ ลองแล้วได้ผลยังไง จะมารายงานให้ทราบครับ ===================================== รอชมอยู่ครับ แต่ไม่ต้องรีบก็ได้นะครับ (นานเท่าไรก็รอได้)

ความคิดเห็นที่ 35

myschool
1 มิ.ย. 2553 11:42
  1. โปรแกรมเลี้ยงปลาสวยงาม (น้ำจืด) ในจอคอมพิวเตอร์ มาเลี้ยงปลาสวยงามกันดีกว่า เปลี่ยนน้ำ ให้อาหาร เพิ่มปลาได้หลายชนิด เปลี่ยนตู้ปลาได้ด้วย (คลิกขวาเพื่อเรียกเมนูใช้งาน) ติดตามได้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=595

ความคิดเห็นที่ 36

myschool
2 มิ.ย. 2553 09:39
  1. คุณเป็นครูประเภทไหน ครูประเภทที่ 1 ถ้าครูแสดงความเป็นมิตร นักเรียนจะอบอุ่นใจ ถ้าครูยิ้มแย้ม นักเรียนจะแจ่มใส ถ้าครูมีอารมณ์ขัน นักเรียนจะเรียนสนุก ถ้าครูกระตือรือร้น นักเรียนจะกระปรี้กระเปร่า ถ้าครูมีนำเสียงนุ่มนวล นักเรียนจะสุภาพอ่อนน้อม ถ้าครูแต่งตัวเรียบร้อย นักเรียนจะเคารพ ถ้าครูให้ความเมตตาปรานี นักเรียนจะมีจิตใจอ่อนโยน ถ้าครูให้ความยุติธรรม นักเรียนจะศรัทธา ติดตามต่อได้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=604

ความคิดเห็นที่ 37

myschool
5 มิ.ย. 2553 10:22
  1. 5 โปรแกรมช่วยสอนวิชาฟิสิกส์ให้สนุก ง่ายๆแค่วาดรูป ถ้าใช้ร่วมกับ Interactive Projector ยิ่งสอนสนุกมากๆ ให้เด็กมาลองวาดรูปด้วยตัวเอง บนจอ LCD หรือจอโปรเจคเตอร์ ด้วย IR Pen 1. Physic Draw 2. Phun 3. Numpty Physics 4. Crayon Physics Deluxe 5. Crayon Physics ติดตามต่อได้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=614

ความคิดเห็นที่ 38

myschool
6 มิ.ย. 2553 07:32
  1. World Cup 2010 มีส่วนร่วมกับ "การแข่งขันฟุตบอลโลก 2010" ด้วยกิจกรรมสร้างโมเดลกระดาษ เช่น ธงของประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขัน เกมยิงประตู megaphone กระปุกออมสินรูปฟุตบอล ติดตามต่อได้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=625

ความคิดเห็นที่ 39

myschool
7 มิ.ย. 2553 07:58
  1. โปรแกรมสอน และแก้ปัญหาโจทย์พีชคณิต ติดตามได้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=654

ความคิดเห็นที่ 40

NpEd
7 มิ.ย. 2553 11:31
  1. เข้ามาดูทุกวัน วันละหลายๆครั้ง

ความคิดเห็นที่ 41

myschool
8 มิ.ย. 2553 08:28
  1. หนังสือเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ ระบบขับถ่าย ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ ระบบหายใจ ระบบสัมผัส ระบบกล้ามเนื้อ ติดตามต่อได้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=675

ความคิดเห็นที่ 42

NpEd
9 มิ.ย. 2553 10:34
  1. ทดลองดูสัก 1ภาพ

ความคิดเห็นที่ 43

NpEd
9 มิ.ย. 2553 10:36
  1. ของเขาดีจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 44

myschool
10 มิ.ย. 2553 09:11
  1. โปรแกรมสร้างบรรยากาศธรรมชาติ ด้วยเสียง น้ำไหล ทะเล ฝนตก ลม กบ แมลง ฯลฯ ดาวน์โหลดได้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=713

ความคิดเห็นที่ 45

myschool
14 มิ.ย. 2553 06:06
  1. หนังสือชีววิทยาเล่มสมบูรณ์ หนากว่า 1400 หน้า ดาวน์โหลดได้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=726

ความคิดเห็นที่ 46

14 มิ.ย. 2553 21:40
  1. ทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย ....แล้วจะสนุกกับมันเอง

ความคิดเห็นที่ 47

myschool
15 มิ.ย. 2553 10:38
  1. เครื่องมือช่วยให้เรียนคณิตศาสตร์ได้สนุก ดาวน์โหลดได้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=748

ความคิดเห็นที่ 51

myschool
25 มิ.ย. 2553 06:50
  1. วิดีโอสอนเล่นแบดมินตัน (รวม 12 ตอน มีครบทุกช็อต ทุกสไตล์ ดูจบเล่นเป็นเลยครับ) ติดตามได้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=980

ความคิดเห็นที่ 52

myschool
29 มิ.ย. 2553 15:52
  1. มาฝึกทำสมาธิกันด้วยโปรแกรม “ภวังค์จิต” (Subconscious Sound) กันเถอะครับ ดาวน์โหลดไปใช้ฟรีที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=1025

ความคิดเห็นที่ 54

NpEd
29 มิ.ย. 2553 22:39
  1. [[208650]]

    ขอเสนอสื่อการสอนให้ครูไผ่ พิจารณาติฉิน เอ๊ย ติชม-เสนอแนะเพิ่งทำได้แบบเดียว (รอคำเสนอแนะอยู่)เป็นการแสดงการแก้สมการโดยใช้รูปภาพ


ความคิดเห็นที่ 55

myschool
30 มิ.ย. 2553 04:56
  1. สื่อที่คุณ NpEd ทำออกมา น่าสนใจมากครับ โดยเฉพาะรูปแบบและสีสรร 

    ถ้ามีโอกาสเผยแพร่ให้นักเรียนได้ดูผ่านเว็บไซต์ (ฟรี) 

    คงจะช่วยให้เด็กที่ไม่เข้าใจตอนเรียนในห้อง ได้ถึงบางอ้อแน่ครับ 

     

    เอ้า..ร่วมด้วยช่วยกัน...ทำให้เด็กไทยฉลาดที่สุดในโลกให้ได้ !

    {#emotions_dlg.d1}

     


ความคิดเห็นที่ 56

myschool
3 ก.ค. 2553 07:20
  1. ดาวน์โหลดสื่อการเรียน-การสอน...ฟรี ที่นี่ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=1080


ความคิดเห็นที่ 57

NpEd
3 ก.ค. 2553 10:16
  1. ทำไม ลิงค์ไม่แอคตีฟ : http://www.learnsanook.info/?p=1080


ความคิดเห็นที่ 58

myschool
3 ก.ค. 2553 10:47
  1. ลองดูให่มครับ หน้านี้ใช้ได้ไม่มีปัญหา 

    แต่ถ้าต้องการไปหน้าเฉพาะสมาชิก

    ให้ไปที่ Menu bar แล้วเลือก "สำหรับผู้มีรหัสผ่าน" ครับ


ความคิดเห็นที่ 60

myschool
4 ก.ค. 2553 13:57
  1. เอาเลยครับจะ ฉก ชิง วิ่งราว ยังไงก็ได้ กระผมยินดีให้ทำตามสบาย เพราะเรา รักลูก รักหลาน รักเด็กๆ เหมือนๆกัน อยากให้เขาตักตวง ความรู้ไปให้ได้มากที่สุด ความรู้ที่ไม่มีในตำราเรียน ก่อนที่ชีวิตของพวกเราจะหาไม่ครับ�{#emotions_dlg.a2}


ความคิดเห็นที่ 61

myschool
10 ก.ค. 2553 06:04
  1. โปรแกรมเปลี่ยนภาพถ่ายให้เป็นภาพวาดดาวน์โหลดไปทดลองใช้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=1154


ความคิดเห็นที่ 62

myschool
13 ก.ค. 2553 04:57
  1. โปรแกรมสอนการคำนวนจากคัมภีร์ฮินดูโบราณ

    เป็นเทคนิคการคิดเลขเร็วจากคำภีร์พระเวท ของประเทศอินเดีย ภายในโปรแกรมแสดงเทคนิค และวิธีการคิดลัดในรูปแบบอินเตอรแอคทีฟ เข้าใจง่าย นึกไม่ถึงว่าจะมีวิธีคิดเลขแบบนี้ด้วย ทั้งหมดมี 3 ชุดด้วยกัน (ไม่ต้องเรียนคุมองกันแล้ว) http://www.learnsanook.info/?p=1080

ความคิดเห็นที่ 63

myschool
14 ก.ค. 2553 08:02
  1. โปรแกรมอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษดาวน์โหลดไปทดลองใช้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=1180


ความคิดเห็นที่ 64

myschool
17 ก.ค. 2553 08:24
  1. ดูวิธีติดตั้ง “Interactive Projector” โดยละเอียด

    http://www.learnsanook.info/?p=1194


ความคิดเห็นที่ 65

myschool
22 ก.ค. 2553 09:03
  1. แผนที่จาก National Geographic 500 กว่าแผ่น (ขนาดใหญ่มาก)

    ที่นี่ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=1230


ความคิดเห็นที่ 66

myschool
31 ก.ค. 2553 12:13
  1.  

    หนังสือวิทยาศาสตร์ 12 เล่ม (พร้อมภาพประกอบ 4 สี)

    ที่นี่ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=1259


ความคิดเห็นที่ 67

myschool
5 ส.ค. 2553 06:13
  1.  

    เรียนภาษาอังกฤษกับ Cambridge University (ผ่านเว็บไซต์)

    ตามลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=1291

     


ความคิดเห็นที่ 68

myschool
8 ส.ค. 2553 15:36
  1. Visual Dictionary 5 languagesพจนานุกรมรูปภาพ 5 ภาษา

    ประกอบด้วย

    ภาษาอังกฤษ ภาษาสเปน ภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน ภาษาอิตาเลี่ยน รูปประกอบมากกว่า 6,000 รูป คำศัพท์มากกว่า 35,000 คำ ละเอียดที่สุดเท่าที่เคยมีมา ตามลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=1308


ความคิดเห็นที่ 69

myschool
11 ส.ค. 2553 10:08
  1. เพลงวันแม่ 8 เพลง

    ตามลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=1339

     


ความคิดเห็นที่ 70

myschool
19 ส.ค. 2553 11:19
  1. ภาพพุทธประวัติ (35 ภาพ และ 81 ภาพ)

    สวยมากจริงๆ

    ที่นี่ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=1359    (35 ภาพ)

    และที่ : http://www.learnsanook.info/?p=1378    (81 ภาพ)


ความคิดเห็นที่ 71

myschool
24 ส.ค. 2553 05:58
  1. โปรแกรมสร้างตารางสอน และแผนการสอน

    ช่วยโรงเรียนทำตารางสอนของนักเรียนและแผนการสอนของครู

    สามารถกำหนดคาบสอนในแต่ละชั้นเรียนได้ สามารถระบุเนื้อหาที่จะต้องสอนในคาบนั้นๆ ล่วงหน้า พิมพ์ออกมาทางเครื่องพิมพ์ได้ ส่งออกไปใช้กับ Excel และโปรแกรมอื่นๆได้ ฯลฯ

    ดาวน์โหลดได้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=1406


ความคิดเห็นที่ 72

myschool
28 ส.ค. 2553 07:11
  1. โปรแกรมสร้างตัวอักษรจีน ช่วยแปลงภาษาอังกฤษเป็นภาษาจีน 3 แบบ 3 สไตล์ สามารถกำหนดขนาดของตัวอักษรได้ แปลงจากคำที่พิมพ์เข้าไป หรือจากคำที่นิยมใช้กัน เช่น ความสุข โชคดี ฯลฯ บันทึกเป็นไฟล์ Image (Bmp, Png) หรือไฟล์ Vector (Eps) ได้ ใช้งานง่ายมากๆ เหมาะสำหรับใช้ทำสื่อสอนภาษาจีน เช่น บัตรคำ การ์ดชนิดต่างๆ ดาวน์โหลดได้ที่ลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=1476

ความคิดเห็นที่ 73

myschool
29 ส.ค. 2553 14:39
  1. รูปสำหรับตกแต่ง PowerPoint หรือ งานนำเสนอให้น่าสนใจมากขึ้น

    ตามลิงค์นี้ครับ�http://www.learnsanook.info/?tag=scrapbook


ความคิดเห็นที่ 74

myschool
2 ก.ย. 2553 07:00
  1. ขำๆ..กับแมลงหลังบ้าน (ชุดที่ 1 ตอนที่ 1-20)

    หากใครดูเรื่องนี้แล้วประทับใจกับภาพและบรรยากาศ (หรือทุกอย่างๆในเรื่องนี้)คงไม่ต้องแปลกใจเพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นจากผลวิจัยของฝรั่งเศสที่ว่ามันเป็นภาพยนตร์ที่เพิ่มขีดความสามารถ ในการอยากรู้อยากเห็นแก่เด็กที่ดีที่สุดในโลกไม่มีพิษมีภัยและไม่ผิดหวังจริงๆ ขนาดผู้ใหญ่ที่ดูเรื่องนี้ยังติดอกติดใจประทับใจกันเป็นแถวๆ ดังนั้นผลของการวิจัยไม่ใช่จะใช้กับเด็กได้เพียงกลุ่มเดียวแต่ยังใช้กับผู้ใหญ่หลายๆ คนอีกด้วย

    ติดตามดูทั้ง 20 เรื่องของชุดที่ 1 ได้ที่นี่ครับ

    http://www.learnsanook.info/?p=1521


ความคิดเห็นที่ 75

myschool
5 ก.ย. 2553 05:37
  1. ขำๆ..กับแมลงหลังบ้าน (ชุดที่ 2 ตอนที่ 1-20)

    ติดตามดูทั้ง 20 เรื่องของชุดที่ 2 ได้ที่นี่ครับ

    http://www.learnsanook.info/?p=1552


ความคิดเห็นที่ 76

myschool
7 ก.ย. 2553 05:18
  1. ขำๆ..กับแมลงหลังบ้าน (ชุดที่ 3 ตอนที่ 1-19)

     

    ติดตามดูทั้ง 19 เรื่องของชุดที่ 3 ได้ที่นี่ครับ

    http://www.learnsanook.info/?p=1560


ความคิดเห็นที่ 77

myschool
8 ก.ย. 2553 04:44
  1. ขำๆ..กับแมลงหลังบ้าน (ชุดที่ 4 ตอนที่ 1-19)  

    ติดตามดูทั้ง 19 เรื่องของชุดที่ 4 ได้ที่นี่ครับ

    http://www.learnsanook.info/?p=1564

ความคิดเห็นที่ 78

myschool
17 ก.ย. 2553 15:48
  1. โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๑๖ จนถึงปัจจุบัน �มีรายละเอียดดังนี้ เล่มที่ ๑ พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๑๖ มีทั้งหมด ๙ เรื่อง คือ

    ดวงอาทิตย์�อุปราคา�ท้องฟ้ากลางคืน�นก�ปลา�เครื่องจักรกล�พลังงาน�อากาศยาน�และ�ดนตรีไทย

    เล่มที่�๒ พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๑๘ มีทั้งหมด�๑๐ เรื่อง คือ

    การจำแนกและจัดลำดับหมวดหมู่ของสัตว์�เวลา�บรรยากาศ�การตรวจอากาศ�อุตสาหกรรม�อุปกรณ์ขยายขอบเขตของสัมผัส�มหาราชในประวัติศาสตร์ไทย�การศึกษา�กรุงเทพมหานคร�และ�ตราไปรษณียากรไทย

    เล่มที่ ๓ พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๒๐ มีทั้งหมด ๑๐ เรื่อง คือ

    ข้าว�ข้าวโพด�ฝ้าย�ยางพารา�ทรัพยากรป่าไม้�ผลิตผลป่าไม้�การทำไม้�วัชพืช�วัวควาย�และ�ช้าง

    เล่มที่ ๔�พิมพ์ขึ้นใน พ.ศ. ๒๕๒๑ มีทั้งหมด ๑๐ เรื่อง คือ

    การเรืองแสงของสิ่งมีชีวิต�การหายใจ�ความสมดุลของของเหลวในร่างกาย�ไวรัส�ปรากฎการณ์ของอากาศภูมิอากาศ�รถไฟ�การศาสนา�การต่างประเทศสมัยรัตนโกสินทร์�และ�ลำดับพระมหากษัตริย์ไทย

    อ่านต่ออีก 30 เล่มได้..ตามลิงค์ข้างล่างนี้ครับ

    http://www.learnsanook.info/?p=1596

ความคิดเห็นที่ 80

myschool
28 ก.ย. 2553 16:38
  1. โยคะ..กับสรีระของเรา การเล่นโยคะ “มีประโยชน์“ อย่างไร ?…ในเชิง “วิทยาศาสตร์“

    ตามลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=1675

     


ความคิดเห็นที่ 81

myschool
2 ต.ค. 2553 12:49
  1. รวมภาพน้องหมี..Teddy Bears

    ตามลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=1690

     


ความคิดเห็นที่ 82

myschool
5 ต.ค. 2553 05:00
  1.  

    ถาม-ตอบ..ปัญหา IT

    http://www.learnsanook.info/?page_id=1239

    http://www.learnsanook.info/?page_id=1239

     


ความคิดเห็นที่ 83

myschool
29 ต.ค. 2553 08:57
  1. ตกแต่ง PowerPoint ด้วยรูปภาพน่ารักๆ

    ตามลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=1710


ความคิดเห็นที่ 84

1 พ.ย. 2553 15:21
  1. ข้อมูลการสอน

ความคิดเห็นที่ 85

myschool
17 พ.ย. 2553 10:22
  1. รูปสำหรับตกแต่งเทศกาลคริตมาส และปีใหม่

     

    http://www.learnsanook.info/?tag=christmas

     


ความคิดเห็นที่ 86

NpEdu
17 พ.ย. 2553 14:25
  1. ขอให้กระทู้นี้ เป็นกระทู้ อมตะ(ลิงค์ไม่ได้หรือ)http://www.learnsanook.info/?tag=christmas


ความคิดเห็นที่ 87

myschool
17 พ.ย. 2553 18:35
  1. แปลว่า "ฆ่าไม่ตาย" หรือว่า "แก่แบบยั่งยืน" ครับ {#emotions_dlg.d1}

     


ความคิดเห็นที่ 88

myschool
29 พ.ย. 2553 05:56
  1. Harry Potter 3D Stereogram

    ตามลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?tag=harry-potter

     


ความคิดเห็นที่ 89

myschool
9 ธ.ค. 2553 10:08
  1. อบรมการสร้าง "Flip Book" จาก PowerPoint

    เที่ยวงาน Flora Fantasia 2010 ที่วังน้ำเขียว สูดโอโซนบริสุทธิ์อันดับ 5 ของโลก สัมผัสลมหนาว และสายหมอก 3 วัน 2 คืน ระหว่างวันที่ 14-16 มกราคม 2554

    ที่..บ้านสวนสุภัทรา วังน้ำเขียว นครราชสีมา

    ตามลิงค์นี้ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=1794

ความคิดเห็นที่ 90

myschool
16 ธ.ค. 2553 10:20
  1. ขอเชิญช่างภาพมืออาชีพ และมือสมัครเล่นทุกท่าน เข้าร่วมกิจกรรมการถ่ายภาพธรรมชาติโดยส่งผลงานเข้าประกวดในหัวข้อ “ดอกไม้ที่รัก” และ “พืชผักสวนครัว”ชิงรางวัล ที่พัก และอาหาร ฟรี 1 ปี ที่บ้านสวนสุภัทรา และครัวธรรมริน จำนวน 5 รางวัล

    เงื่อนไขการส่งภาพ

    จำนวนภาพ : ไม่เกิน 5 ภาพ ต่อหนึ่งหัวข้อ ไฟล์ภาพ : ไฟล์ภาพจากกล้องถ่ายรูปดิจิตอล ขนาดไฟล์ : ขนาดพื้นที่ไม่เกิน 10 MB ต่อไฟล์ รูปแบบไฟล์ : รับ JPEG เท่านั้น

    ส่งภาพประกวด** ได้ที่ “ครัวธรรมริน” ตรงข้ามบ้านไร่คุณนาย เขาแผงม้า อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมาหรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ 081-984-1607 และ 084-084-5557

    ** ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 28 ก.พ. 2554ประกาศผลทางเว็บไซต์ www.wangnamkeaw.info และที่ “ครัวธรรมริน” ในวันที่ 5 มี.ค. 2554


ความคิดเห็นที่ 91

นิรันดร์
16 ธ.ค. 2553 11:05
  1. ดูดอกไม้ เปิด 9 โมง มันไม่สายเกิดไปหน่อยหรือครับน่าจะเปิดตั้งแต่ตีห้าหรือหกโมง ดอกไม้มีน้ำค้างเกาะ กำลังสวยผมตั้งใจจะไปวันที่ 20 นี้ครับ


ความคิดเห็นที่ 92

myschool
16 ธ.ค. 2553 11:53
  1. ถ้ามีโอกาส อ.นิรันดร์แวะไปที่ "ครัวธรรมริน" อยู่ตรงข้ามกับ "บ้านไร่คุณนาย" เขาแผงม้า6 กม. จากทางแยกศาลเจ้าพ่อ (ทางหลวงสาย 304 ที่มาจากกบินทร์บุรี) ก่อนถึงงาน Flora Fantasia 2 กม. และก่อนถึง a Cup Of Love 1 กม.ครับ

    ผมจะอยู่ที่นี่ตลอด 2 เดือนที่มีงานเลยครับ

    หลังที่ว่าการอำเภอวังน้ำเขียว เป็นแหล่งปลูกผักไร้สาร (แบบชาวบ้านของแท้) มีผักสดๆ หลากหลายชนิด ให้ถ่ายรูปเยอะเลยครับ (ต้องไปถ่ายตอนเช้าๆ หมอกจางๆ แดดอ่อนๆ พอดีสวยครับ)


ความคิดเห็นที่ 93

นิรันดร์
16 ธ.ค. 2553 14:24
  1. งานเขาเริ่ม 9 โมง มันก็สายเสียแล้วที่จะเห็นหมอกน่ะครับ


ความคิดเห็นที่ 94

นิรันดร์
16 ธ.ค. 2553 14:28
  1. หรือคุณสุธัชหมายถึงให้ผมไปถ่ายรูปจากสวนของชาวบ้านนอกงานเขาจะไม่เอาปืนมาส่องผมหรือครับ


ความคิดเห็นที่ 95

myschool
16 ธ.ค. 2553 15:22
  1. ครับ! {#emotions_dlg.d6} ผมจะพาไปถ่ายรูปนอกงานฯ อยู่หลังที่ว่าการอำเภอวังน้ำเขียว

    เป็นสวนของสมาชิก "กลุ่มปลูกผักไร้สารวังน้ำเขียว" ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมากและที่สำคัญ ผักแพงๆในซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่นี่เขาขายส่งกก.ละ 50 บาท ทุกชนิดเลยครับเช่น ผักสลัด, ผักกาดชนิดต่างๆ ต้นหอมญี่ปุ่น เป็นต้นในตลาด 79 ที่วังน้ำเขียวขายกก.ละ 70-90 บาท กรุงเทพฯขายต้นละ 20 บาท ครับ 

    ถูกที่สุด สดที่สุด เพราะถอนจากดินใส่ถุงให้เลย

    เป็นแหล่งซื้อผักสดๆของผม เอาไว้สำหรับปรุงอาหารที่ครัวธรรมรินครับ

     


ความคิดเห็นที่ 96

นิรันดร์
17 ธ.ค. 2553 13:43
  1. ต้องไปชิม {#emotions_dlg.q5}


ความคิดเห็นที่ 97

myschool
17 ธ.ค. 2553 16:29
  1. สุโก้ยๆๆ {#emotions_dlg.d1}


ความคิดเห็นที่ 98

ครูไผ่
18 ธ.ค. 2553 15:16
  1. อบรมการสร้าง "Flip Book" จาก PowerPoint

    เที่ยวงาน Flora Fantasia 2010 ที่วังน้ำเขียวสูดโอโซนบริสุทธิ์อันดับ 5 ของโลก สัมผัสลมหนาว และสายหมอก3 วัน 2 คืน ระหว่างวันที่ 14-16 มกราคม 2554ที่..บ้านสวนสุภัทรา วังน้ำเขียว นครราชสีมา3 กิจกรรมข้างบนนี้เป็นงานเดียวกันหรือเปล่าคะไปกันอย่างไร และพักที่ไหนคะ?อ.สุธัช เป็นเจ้าของครัวธรรมริน หรือคะ

     


ความคิดเห็นที่ 99

homosapian
18 ธ.ค. 2553 17:16
  1. เรียนรู้ด้วยการเห็น ก็ใช้สื่อการสอนที่น่าดู เช่น แผนที่อลังการ หรือ map google ประกอบการเรียนวิชาภูมิศาสตร์ เปนต้น เรียนรู้ด้วยการฟัง ใช้สื่อเสียงมาประกอบ ให้ทุกคนมีส่วนร่วม เรื่องที่เรียนเป็นเรื่องใกล้ตัว เช่น ยกมือนับสถิติในห้องบ้านใครมี ใครเป็น ใครมีประสบการณ์มาแชร์ แบ่งกลุ่มย้ายสลับที่นั่ง โต้ความคิดกัน  


ความคิดเห็นที่ 100

นิรันดร์
21 ธ.ค. 2553 20:07
  1. ไปมาแล้วครับ Flora fantasiaเหมาะสำหรับการไปเที่ยวชมแบบวันเดียวกลับจุดเด่นของงานอยู่ที่เขาวงกตดอกไม้ มีหอชมวิว 4 ชั้น แล้วแต่กำลังของผู้ชมชั้นบนสุด ไม่ค่อยมั่นคงสำหรับถ่ายรูป ด้วยคนเดินทำให้พื้นสั่นหากไม่ต้องการถ่ายรูป เพียงเดินเล่นชมดอกไม้เพลิน ๆ ก็ประมาณ 1 ชั่วโมงก็เดินทั่วแล้วครับต่างจากพืชสวนโลกที่เที่ยว 7 วัน 7 คืนก็ไม่ทั่วแต่หากต้องการเก็บภาพ ก็แล้วแต่รสนิยมของแต่ละท่านที่จอดรถเป็นดิน ฝุ่นแยะมากกกกจันทร์ถึงศุกร์ ค่าเข้าชม 100 บาทต่อคนเสาร์อาทิตย์ 200 บาทเทศกาลพิเศษ 400 บาท


ความคิดเห็นที่ 101

นิรันดร์
21 ธ.ค. 2553 20:13
  1. คุณครูไผ่ครับผมได้พบ อ.สุธัช และภริยาท่านมาแล้วท่านทั้งสองเป็นเจ้าของร้าน"ครัวธรรมริน"ครับหากไปเส้นทางกบินทร์บุรี ก็จะถึงครัวธรรมรินก่อนงานฯ ประมาณ 2 กิโลเมตรครับสังเกตร้านค่อนข้างยากเพราะป้ายไม่ชัดเจนผมไปถึงงานแล้วด้วยเลยร้านฯไปต้องโทรหาอ.สุธัชแล้วขับรถย้อนออกมาใหม่ 2 กิโลเมตรหากใครจะแวะไปอุดหนุน"ครัวธรรมริน"แนะนำให้สังเกต "บ้านไร่ คุณนาย" ไว้ให้ดี สังเกตง่ายครับร้านของอ.สุธัชท่านอยู่ตรงข้ามพอดี


ความคิดเห็นที่ 102

myschool
27 ธ.ค. 2553 07:06
  1. พอดีผมไปอยู่ที่วังน้ำเขียวซะหลายวัน เพิ่งกลับมาถึงเมื่อคืนนี้ครับ

    ก่อนอื่นผมขอตอบคำถามของคุณครูไผ่ก่อนนะครับ

    3 กิจกรรมข้างบนนี้เป็นงานเดียวกันหรือเปล่าคะไปกันอย่างไร และพักที่ไหนคะ?ใช่ครับ ไปรถตู้ พักที่ครัวธรรมริน จะนอนในเต้นท์ หรือบนบ้านก็ได้ครับ ถ้าเดินทางไปเองค่าใช้จ่ายก็ถูกกว่านี้ครับ เพราะค่ารถตู้วีไอพี 3 วัน@ 1,700 + ค่าน้ำมันอีก 3,000 รวมกันเป็น 8,100 บาท เฉลี่ย 10 คน ก็จะลดไปได้อีกคนละ 810 บาทครับอ.สุธัช เป็นเจ้าของครัวธรรมริน หรือคะใช่ครับ เพราะเตรียมที่ไว้สำหรับสมาชิกเรียนสนุกได้พบปะสังสรร ร่วมทำบุญหรือทำกิจกรรมร่วมกันครับ

    ผมพบกับอ.นิรันดร์ แล้วครับ ตื่นเต้น และดีใจมากเลย เจอแต่กระทู้ไม่เคยเจอหน้ากัน โอ้โฮ..ตอนแรกนึกว่าพระเอกหนังเข้ามาทานอาหารที่ร้านเสียอีก ตัวจริง..เสียงจริง เลยนะเนี่ย..{#emotions_dlg.q2}

ความคิดเห็นที่ 103

ครูไผ่
27 ธ.ค. 2553 13:19
  1. ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ  น่าสนใจมาก  ที่พักรับได้ถึงกี่คนคะคุณ myschool พบอาจารย์นิรันดร์ นึกว่าเป็นพระเอกหนังถ้าพบครูไผ่จะคิดว่าเป็นนางเอกหนังมั้ยหนอคงคิดว่าเป็นพี่สาวคนโตของนางเอก(ฮิ ๆ ไม่ยอมเป็นป้า)


ความคิดเห็นที่ 104

myschool
27 ธ.ค. 2553 16:48
  1. ที่พักตอนนี้ สามารถรองรับได้ประมาณ 25 คน แต่ถ้าเอาเต้นท์มาเอง�(พร้อมที่รองนอน+ผ้าห่มหรือถุงนอน+หมอน)�ก็สามารถรับได้เป็นร้อยคนครับ (เนื้อที่โดยรวมประมาณ 30 ไร่)

    วันหนึ่ง..ถ้าหากได้มีโอกาสพบกับคุณครูไผ่ ผมก็อาจจะคิดว่าเป็นผู้จัดละครช่อง 3 หรือผู้อำนวยการสร้างหนัง..ก็ได้ครับ�{#emotions_dlg.d4}


ความคิดเห็นที่ 105

myschool
27 ม.ค. 2554 06:34
  1. รายการ "เจียดเวลาหาสุข" พิธีกร "คุณไชยวัฒน์ อนุตระกูลชัย"วิทยากร "คุณเจษฏ์สุภา โพธิพิมพานนท์" รายการธรรมะ-วาไรตี้ รูปแบบใหม่ เสนอโดย โครงการธัมมะศึกษาและปฏิบัติ โดยเบนซ์ทองหล่อ ออกอากาศทาง สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ ช่อง สทท. (NBT) ทุกวันศุกร์ เวลา 9.35 น. ผู้สนับสนุน โครงการธัมมะศึกษาและปฏิบัติ โดยเบนซ์ทองหล่อ ประธานโครงการฯ : เจษฎ์สุภา โพธิพิมพานนท์ เลขที่ 540/5 ถนนสุขุมวิท 55 เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 โทร. 02-714-8888 โทรสาร. 02-714-9131 อีเมล์�webmaster@jiedvelahasuk.com ตัวอย่างรายการย้อนหลัง กรรมให้ผล คาถาคนแก่ คำถามของบัณฑิต ชีวิตซ้ำซาก อายุสั้น หลักการพระพุทธศาสนา 1 หลักการพระพุทธศาสนา 2 ติดตามได้ที่ : ห้องพักครู/เจียดเวลาหาสุข หรือที่ :�http://www.learnsanook.info/?page_id=1937

ความคิดเห็นที่ 106

myschool
5 มี.ค. 2554 11:32
  1. ภาพจากอดีต : สมเด็จพระเทพฯ ดูภาพเพิ่มเติมกว่า 100 ภาพ ได้ที่ : http://www.learnsanook.info/?p=2020

ความคิดเห็นที่ 107

myschool
17 มี.ค. 2554 09:08
  1. รวมภาพการ์ตูนสัตว์ต่างๆ มากมายที่ www.learnsanook.info


ความคิดเห็นที่ 108

myschool
21 มี.ค. 2554 05:07
  1. ภาพการ์ตูนเด็ก 48 แบบ สำหรับทำสื่อการสอน ที่ : http://www.learnsanook.info/?p=2046

     


ความคิดเห็นที่ 109

myschool
24 มี.ค. 2554 07:05
  1. รวมภาพวิบัติภัยทางธรรมชาติกว่า 300 ภาพ ที่ประเทศญี่ปุ่น http://www.learnsanook.info/?p=2048

    "มีชีวิตอยู่อย่างมีสติ ไม่ประมาทกันนะครับ อะไรๆก็เกิดขึ้นได้"


ความคิดเห็นที่ 110

myschool
4 เม.ย. 2554 09:20
  1. สารานุกรมรูปภาพสำหรับเด็ก 4 สี 600 กว่าหน้า (ปี 2554)

    ดาวน์โหลดได้ที่ :�http://www.learnsanook.info/?p=2200


ความคิดเห็นที่ 111

myschool
16 เม.ย. 2554 08:42
  1. รูปอวัยวะของร่างกายมนุษย์ (Anatomy) 

    เหมาะสำหรับใช้ประกอบการเรียนวิทยาศาสตร์ ชีววิทยา 

    ที่นี่ครับ : http://www.learnsanook.info/?p=2211


ความคิดเห็นที่ 112

myschool
25 พ.ค. 2554 09:05
  1. เห็นกันชัดๆ แมลงและเพื่อนๆ

    http://www.learnsanook.info/?p=2225


ความคิดเห็นที่ 113

NpEd
26 พ.ค. 2554 14:17
  1. ติดตามอยู่ครับดีมากครับ


ความคิดเห็นที่ 114

myschool
14 ก.ค. 2554 05:10
  1. ภาพระบายสี : รามเกียรติ์ เกือบ 200 ภาพ

    http://www.learnsanook.info/?p=2231


ความคิดเห็นที่ 115

myschool
10 ส.ค. 2554 05:38
  1. ตกแต่งการ์ด - วันแม่ http://www.learnsanook.info/?p=1320

    รวมเพลง - วันแม่ http://www.learnsanook.info/?p=1339

    พ่อ - แม่ - ลูก http://www.learnsanook.info/?p=1912


ความคิดเห็นที่ 116

22 พ.ย. 2554 13:43
  1. หนูเป็นนักศึกษาฝึกประสบการณ์ สอนวิชาชีววิทยา สอนๆไป นู่คิดว่าเด็กคงไม่เข้าใจบางครั้งอาจไม่รุ้เรื่องด้วยซ้ำ ช่วยชี้แนะด้วยคร้า ^ ^ ^ ขอบตุณล่วงหน้าคร้า

ความคิดเห็นที่ 117

myschool
22 พ.ย. 2554 17:23
  1. สอนชั้นไหนบ้างครับ ?1. ก่อนอื่นคุณครูควรต้องสังเกตุกลุ่มของนักเรียนว่า จะสามารถแบ่งเป็นกลุ่มได้กี่กลุ่มๆละกี่คน    เช่น กลุ่มเรียนเก่ง กลุ่มตั้งใจเรียน กลุ่มขยัน กลุ่มชอบแสดงออก กลุ่มไม่พูด กลุ่มเด็กตลก    กลุ่มป่วน กลุ่มเด็กประหลาด เป็นต้น

    ทำข้อ 1. ให้ได้ก่อน ถ้าทำไม่ได้ ก็สอนให้สนุกยาก ครับ

     


ความคิดเห็นที่ 118

NpEd
22 พ.ย. 2554 21:48
  1. ความเห็นเพิ่มเติมที่ 116 22 พ.ย. 2554 หนูเป็นนักศึกษาฝึกประสบการณ์ สอนวิชาชีววิทยา สอนๆไป นู่คิดว่าเด็กคงไม่เข้าใจบางครั้งอาจไม่รุ้เรื่องด้วยซ้ำ ช่วยชี้แนะด้วยคร้า ขอบตุณล่วงหน้าคร้าpoonim_paty@hotmail.com (IP:113.53.235.252)---------------------------------------------------น่าเป็นห่วง หวังว่าคงไม่นำการใช้ภาษาวิบัติไปใช้กับเด็กนะครับ

     


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น