โขนกับภาพนู้ด

เมื่อสองวันก่อนดูรายการถึงลูกถึงคน

ไม่ทราบว่ามีใครได้ดูบ้างแล้วรู้สึกอย่างไร



ความคิดเห็นที่ 10

ภูมิ
8 ก.พ. 2547 23:59
  1. ถอนแล้วก็โอเค ในระดับหนึ่ง

    แต่ฟังตอนสัมภาษณ์ แล้วก็ยังรู้สึกขัดๆในบางประเด็นที่พยายามแก้ตัว



ความคิดเห็นที่ 13

ภูมิ
9 ก.พ. 2547 14:55
  1. เรื่องเจตนาเป็นเรื่องที่พูดกันยากครับ

    บางทีเราไม่มีเจตนา แต่คนเขามองว่ามีเจตนา คนเขาก็ว่าเราผิด



    จริงๆแล้ว ผมว่า 4บรรทัดสุดท้ายของคุณCrazyHOrse น่าจะเป็นความรู้สึกของผมด้วย



    แต่เหตุการณ์ที่ดำเนินมาจริง ทำให้ผมอดคิดในทางลบไม่ได้



    ซึ่งก็คงต้องดูต่อไปในอนาคตว่า สิ่งที่แต่ละคนจะปฏิบัติจะเป็นเช่นไร



ความคิดเห็นที่ 11

บัวดิน
9 ก.พ. 2547 07:22
  1. เห็นรูปของคุณ จักรพันธุ์ โปษยกฤต แล้วชื่นใจมากค่ะ ชื่นชมและชื่นชอบผลงานของอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต มาโดยตลอด ขอบพระคุณอาจารย์เทาชมพูมากค่ะที่เอาภาพที่เจริญตาเจริญใจมาลงให้



ความคิดเห็นที่ 15

บัวดิน
9 ก.พ. 2547 19:35
  1. ดิฉันเห็นด้วยกับอาจารย์เทาชมพูค่ะว่า ถ้าหากว่าคนวาดไม่เอารูปทั้งสองมารวมกัน ก็คงไม่มีใครว่าอะไร และแน่นอนว่าดิฉันก็เห็นด้วยกับคุณ Crazy Horse ด้วยนะคะเรื่องที่คนเราคิดและมองอะไรต่างกัน



    สำหรับตัวดิฉันแล้วนั้นต้องขอมาพูดต่อหน่อยนะคะ สำหรับภาพนี้ ดิฉันไม่ได้บอกว่า ‘ไม่ชอบ’ หรือต่อต้านไม่ให้ขึ้นฝาผนัง Gallery ที่ไหน แต่ระบุลงไปแล้วว่า ‘ไม่ค่อยจะน่าดู’ สาเหตุก็คือเมื่อมองภาพที่ว่าแล้วนั้น ดิฉัน และคนอื่นๆ…เราคิดและมองอะไรต่างกัน ผลก็คือดิฉันและคนเหล่านี้ก็เลยออกมาพูดอย่างที่เห็น คนที่ติดกับสถาบันเขาก็ออกมาพูดในเชิงรักษาสถาบันของเขา ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยๆ หรือเหตุผลส่วนตัวอื่นๆ ส่วนดิฉันออกมาพูดเป็นการส่วนตัว ไม่ได้มีเจตนาที่จะเลือกที่รักมักที่ชัง



    มองภาพแล้วดิฉันเฉยๆ ไม่ชื่นชมในผลงาน ถ้าเห็นในร้านหรือห้องแสดง คงจะดูนิดหนึ่งแล้วก็เดินผ่านไป อาจจะชื่นชมในความสามารถในการพยายามที่จะสร้างภาพวาดขึ้นมา (ก็ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้ระบุลงไปในความคิดเห็นก่อนๆ) มีความคิดเห็นว่าไม่ว่าภาพไหนๆ แย่แค่ไหนทุกคนก็มีความพยายามและความตั้งใจเช่นเดียวกันล่ะค่ะ ตอนสอนลูกศิษย์ เวลาให้พวกเขาวาดรูปหรือทำอะไรๆ เคยบอกพวกแกว่า ‘อย่าเอาความพยายามของตัวเราไปเปรียบเทียบกับคนอื่น แต่ให้ใช้ความพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อตัวเราเองได้มีผลงานที่โดดเด่นเท่ากับคนอื่นๆ’ แต่พวกเขาไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ เพราะเพิ่งจะไม่กี่ขวบ อิ อิ...



    แต่สำหรับรูปนี้ต้องขอบอกตามตรงว่าถ้ามีใครให้ดิฉันไปติดฝาบ้านในห้องรับแขกที่บ้าน หรือแม้แต่ห้องนอน จะเอาไหม? ดิฉันไม่เอาหรอกค่ะ



    เพราะอะไร?



    อย่างที่บอกไปแล้วว่าดิฉันใช้เวลา ๕ วันนั่งดูภาพและคิดตาม แล้วจึงเข้ามาเขียนในเวบนี้ เพราะถ้าหากว่าเข้ามาเขียนแบบวู่วามตามนิสัยเดิมของดิฉันล่ะก็ ‘เละ’ เหมือนกัน! เวลาที่ใช้ไปในการเฝ้ามองดูภาพ ดิฉันกลับมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากสิ่งที่ได้บอกไปแล้ว ก็ต้องยอมรับล่ะค่ะว่ามองได้ไม่เหมือนกับคนอื่นๆ ที่อาจจะชื่นชอบภาพทำนองนี้ และดิฉันเองก็เคารพในส่วนนั้น อาจจะขอหยอกล้อหน่อยว่า เก็บเอาภาพในนิตยสารที่เขาเก็บไว้มาวาดหรือเปล่าเท่านั้นเอง ถ้าหากว่ามันไม่ควรล่ะก็ ต้องกราบขอโทษด้วยนะคะ



    ถ้าหากอยากจะสื่ออย่างที่เขาบอกมาจริงๆ ดิฉันว่ามันก็น่าจะมีทางออกมากมายในการสื่อให้เห็นเรื่องกิเลส ตัณหา และการหลงอำนาจ แต่ภาพที่ว่ายังไงเสียมันก็ไม่สื่อออกมาอย่างที่เขาระบุ หรือถ้ามีใครอธิบายให้ดิฉันฟังหน่อยว่าตรงไหนเป็นตัวสื่อของอะไร? ดิฉันอาจจะเข้าใจได้มากกว่านี้ค่ะ



    ทั่วโลกมีรูปโป๊เปลือยตั้งเยอะแยะมากมาย ขนาดจิตรกรรมฝาผนังตามวัด อย่างภาพในวรรณคดีอย่างรามเกียรติ์ ก็มีภาพวาดที่เป็นภาพไทยแบบเปลือยๆ ที่ชุดของบรรดาผู้หญิงในภาพนั้นเปลือยท่อนบน… ดิฉันเรียกไม่ถูกแล้ว ไม่ทราบว่าจะเรียกอย่างไรดี? เวลาที่ไปดู ดิฉันเดินดูได้เป็นหลายสิบรอบ โดยที่ไม่เคยเลยที่จะคิดไปในทางไม่ดี จิตใจดิฉันไม่ได้จดจ่อกับสิ่งเหล่านี้ แต่กลับมองได้มองดีและได้เรื่องราวและเนื้อหาอย่างอื่นมากกว่า



    ภาพเปลือยทั้งหลาย ดิฉันไม่เคยคิดต่อต้านว่ามันเป็นความลามกอนาจาร ผลงานของศิลปินชื่อดังของเมืองไทยก็อีกเยอะ ผลงานของอาจารย์จักรพันธุ์อย่างที่คุณ CH ว่าดิฉันก็เคยเห็น ดิฉันชื่นชมและชอบไปหมดแหละค่ะ แต่มาเทียบกับภาพนี้แล้วนั้น ต้องขอบอกว่าเมื่อมองภาพแล้วนั้นก็คงหนีไม่พ้นที่จะเอาเรื่องเทคนิกการวาดมาพูดด้วย…เพราะดิฉันไม่ได้กำลังมองคน ตึก หรืออื่นๆ เกณฑ์ในการมองจึงออกมาในรูปที่ว่า… มองดูความปราณีตในงานวาด การลงเส้น ความบางหนักเบาหนาลึก ความอ่อนไหวอ่อนช้อยในภาพ การใช้สี การแสดงรายละเอียดของภาพและเนื้อหาของภาพ เพื่อติดต่อสื่อสารระหว่างคนวาดและคนมอง…และอื่นๆ มันไม่เหมือนกันนะคะ



    ความสวยงามนั้นขึ้นอยู่กับการมองของคนดูภาพหรือวัตถุอื่นๆ ความสวยงามของภาพไม่ได้มาจากส่วนประกอบของภาพหรืออย่างใดอย่างหนึ่งเพียงแต่อย่างเดียว แต่มันมีอะไรหลายๆ อย่างประกอบกัน จนสุดท้ายคนดูสรุปด้วยตัวเองว่าสวยไหม สวยในระดับไหน สวยอย่างไร และอื่นๆ



    บางภาพดูแว้บแรกก็ต้องบอกว่าไม่ไหว แต่ดูไป…ดูไป…เอ…มันมีอะไรบางอย่างที่เตะตา มีเสน่ห์ แต่บางภาพดูอย่างไร ดูกี่ทีๆ ก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมโนทัศน์ของคนดูได้ มันก็ยากที่จะเปลี่ยนความคิดของคนดู คงไม่สามารถที่จะบอกว่าสวยได้เพราะว่าคนวาดบอกว่าภาพของเขาสวย หรือเป็นเพราะว่าคนอื่นๆ บอกว่าภาพนี้ภาพนั้นสวย ดิฉันไม่ได้เป็นนักขายภาพที่พยายามตามหาภาพที่คนเขาบอกว่าสวยและราคาแพงแล้วจึงซื้อมาเพื่อขายต่อขอเก็งกำไร ดิฉันรู้ดีว่าตัวเองชื่นชมอะไรและชอบแบบไหนมากกว่าค่ะ บางทีก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ค่านิยม และ วัฒนธรรม



    อีกอย่างหนึ่งที่มักจะทำให้เกิดปัญหา ใช่ที่เขาเรียกว่า ‘พวกมากลากไป’ หรือเปล่าค่ะ? เพราะบางทีก็จะมีพวกที่คนส่วนใหญ่ว่าอะไรก็ตามเขาไป ก็เลยเกิดการตีกัน โดยเฉพาะสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์หรือหนังสือพิมพ์ หรืออื่นๆ ที่บางทีก็โจมตีเพื่อเรียกความสนใจของคนดูอย่างเดียว เราก็ต้องฟัง ดูและคิดตามไปด้วย แต่บางทีบางคนไม่ได้อ่าน ไม่ได้ดู ไม่ได้คิดตาม โจมตีร่วมไปกับสื่อลูกเดียว สังคมก็ไม่สร้างศิลปินใหม่ๆ ขึ้นมา เพราะกลัว ‘เละ’



    จิตใจเราและตัวเราเท่านั้นที่ควรจะตัดสินใจ…การเป็นตัวของตัวเองไม่ใช่เรื่องแปลก แต่คนเราแต่ละคนคิดและมองอะไรไม่เหมือนกัน ฉะนั้นก็ต้องทนคำวิพากษ์วิจารณ์เอาหน่อยนะคะ นอกจากทนแล้วก็ต้องให้การยอมรับและเคารพในการแสดงความคิดเห็นของคนอื่นด้วย ไม่ใช่เพียงแต่พูดว่าคนเราแตกต่างกัน แต่แกพูดอะไรมาฉันต้านรับและตอบกลับ ‘เละ’ ถ้าอยากจะให้คนส่วนใหญ่ยอมรับในผลงาน ก็เอาแรงไป ‘ปรับปรุง’ ผลงานคราวหน้าจะดีกว่า แต่ถ้าจะยืนยันที่จะทำตามความต้องการของตัวเองเหมือนเดิม ก็ทำไปไม่มีใครไปห้ามหรือหยุดคุณได้ แต่ก็ต้องเตรียมใจว่าอาจจะเจอเหมือนเดิมอีก



    ดิฉันไม่ได้รู้จักกับคนวาดคนไหนเป็นการส่วนตัว โมเน่ ปีกาสโซ่ หรือนักวาดโนเนมหรือมีเนมอื่นๆ ผลงานของบางคนดิฉันก็ต้องบอกว่า ‘ไม่ได้ชื่นชอบ’ อย่างภาพของปีกาสโซ่บางภาพ มองยังไงก็ไม่เข้าใจ ใครว่าเขาดังก็เป็นเรื่องของเขา แต่สำหรับดิฉันไม่เข้าใจค่ะ ไม่เคยพบอาจารย์จักรพันธุ์ หรือคุณสมศักดิ์เป็นการส่วนตัว และแน่นอนว่าไม่อยากจะเปรียบเทียบฝีมือบุคคลทั้งสองว่าใครจะเหนือกว่าใคร ไม่เคยเปรียบเทียบความพยายามและความแตกต่างของแต่ละบุคคล (อย่างน้อยๆ ก็พยายามเสมอที่จะไม่เอาใครมาเปรียบเทียบกับใคร) คุณค่าของคนและผลงานไม่ได้อยู่ที่การเอาความแตกต่างและความเป็น Individual มาเปรียบและเทียบกัน



    ดิฉันมีความคิดเห็นว่าคนวาดไม่ได้มีความแตกต่างจากคนที่ไม่ได้วาด ต่างคนก็มีความถนัดและความสามารถในการสื่อต่างกัน มองดูสิ่งเดียวกันแล้ว บางคนอยากจะวาดออกมาเป็นรูป บางคนถนัดพูด บางคนชำนาญการขอเก็บเงียบอยู่คนเดียว บางคนอยากเขียนเป็นกลอน เรื่องสั้น บทความและอื่นๆ บางคนอยากจะร้องเป็นเพลง บางคนขอเอาไปปั้น บางคนขอทำการวิจัยออกมาเป็นงานทางวิชาการ และหลายๆ รูปแบบ ความหลากหลายของบุคคลและอาชีพเป็นส่วนประกอบของสังคม ดิฉันไม่อยากมองว่าคนที่ถนัดด้านไหนมีความแตกต่างจากคนที่เหลือในสังคม



    เออ…พูดไปพูดมาก็ไม่ทราบว่าคนอื่นจะเข้าใจสิ่งที่เขียนไปกันหรือเปล่านะคะ แต่สิ่งที่พูดไปเป็นการขอเสนอความคิดเห็นเท่านั้นค่ะ ไม่ได้มีเจตนาที่จะลบหลู่ใครเหมือนกับศิลปินผู้วาดภาพ ‘อย่าเห็นกงจักรเป็นดอกบัว’ ผิดถูกอย่างไร ดิฉันยินดีเสมอที่ที่จะรับฟังความคิดเห็นและพร้อมเสมอที่จะได้รับการชี้แนะให้เห็นความกระจ่างและความถูกต้อง



ความคิดเห็นที่ 7

บัวดิน
6 ก.พ. 2547 17:47
  1. ภาพอันนี้มีชื่อว่า 'อย่าเห็นกงจักร เป็นดอกบัว' ค่ะ คนวาดบอกกับหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งว่า ไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่อะไรหรือว่าใครๆ เพียงแต่ต้องการสื่อเรื่องกิเลสและตัณหา เจ้าหัวยักษ์นั่นเป็นตัวสื่อกิเลสและการหลงอำนาจ!



    ดิฉันก็ขอบอกตรงๆ นะคะว่าอ่านคำวิพากษ์วิจารณ์แล้วก็เลยเอาภาพมาขยาย แล้วก็นั่งดูภาพนี้มาเป็นเวลา ๕ วันแล้ว ด้วยหวังว่ามันคงจะให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากครั้งแรกที่ดู...ดูครั้งแรกแล้วคิดว่า เป็นภาพวาดราคาถูก เหมือนป้ายหนังสมัยที่ยังใช้คนวาด... ความรู้สึกก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ก็เลยเข้ามาเขียนที่นี่ค่ะ ถึงแม้ว่าดิฉันจะไม่ได้มีครูบาอาจารย์เป็นหัวโขนที่ว่า แต่โขนเป็นศิลปะการแสดงที่งดงาม ก็เลยมีความรู้สึกว่าภาพไม่ค่อยจะน่าดู รายละเอียดของภาพไม่มีความสัมพันธ์กัน (หัวโขน คนสี่คนที่กำลังเล่นโขน กับผู้หญิงแก้ผ้าสวมแต่รองเท้ายืนหันหลังแยกเท้าจังก้าอยูด้านหน้าสุด....????) และไม่ได้สื่ออะไรมากกว่าสิ่งที่ทุกคนเห็นในภาพ!



    อ่านคำอธิบายของผู้วาดแล้วพยายามหาสื่อที่ว่า แต่ไม่เจอ ตาไม่ถึงหรือว่าปัญญาไม่ถึงก็แล้วแต่ใครจะว่าล่ะนะคะ



    สิ่งเดียวที่ชี้ให้เห็นก็คือ ความอยากและความรู้สึกนึกคิดส่วนลึกของผู้วาด กระมังคะ...



    ดิฉันไม่เข้าใจว่าทำไมพวกพวกนักวาดภาพชอบตั้งชื่ภาพมั่วๆ ประมาณว่าวาดแล้วเพื่อความเท่และเตะตาคนดู ก็ตั้งมันเข้าไป ดิฉันเป็นคนชอบดูรูปและวาดรูป(ที่ฝีมือไม่ถึง) เวลาที่เข้าไปตามที่แสดงภาพแล้ว บางครั้งต้องขอบอกว่าถ้าวาดแล้วหาความสวยงามไม่ได้ แถมมีชื่อที่สร้างความฉงน...ดิฉันว่าวาดเอาไว้ที่บ้านดีกว่าค่ะ



ความคิดเห็นที่ 8

บัวดิน
6 ก.พ. 2547 17:52
  1. ขอเสริมอีกหน่อยนะคะ คือดิฉันว่าภาพผู้หญิงแก้ผ้าเนี่ยน่าจะมาจากหนังสือนู้ดทั้งหลาย ที่อาจจะเป็นหนึ่งใน Collection ของเจ้าของภาพก็ได้นะคะ...



ความคิดเห็นที่ 5

เทาชมพู vcharkarn vmaster
6 ก.พ. 2547 10:42

  1. ได้ภาพ(หนึ่งในจำนวนคอลเลคชั่น) มาแล้วค่ะ
    ความคิดเห็นจะเป็นยังไง คงแล้วแต่บุคคล

    สำหรับดิฉัน
    ศิลปะ ควรเป็นงานที่ก่อให้เกิดความประทับใจ ไม่ใช่ความเจ็บช้ำน้ำใจ



ความคิดเห็นที่ 3

เทาชมพู vcharkarn vmaster
4 ก.พ. 2547 17:19
  1. โหลดรายการไม่ได้ค่ะ ใหญ่เกินไป เลยไม่เห็นรูปที่เป็นปัญหาถกเถียงกันว่าสมควรหรือไม่ยังไง



ความคิดเห็นที่ 9

เทาชมพู vcharkarn vmaster
7 ก.พ. 2547 11:06
  1. ดิฉันมีภาพวาดโขนเหมือนกัน ขอเอามาให้ดู เพื่อจะได้เปรียบเทียบถึงฝีมือผู้วาด และอารมณ์ในภาพ
    บางที เมื่อเห็นแล้วเราอาจจะมองเห็นได้เองว่า อะไรที่เขาเรียกกันว่าศิลปะ
    และอะไรไม่ใช่

    ภาพนี้ชื่อ "ขึ้นลอยสาม"
    เป็นภาพสีน้ำ ฝีมือ จักรพันธุ์ โปษยกฤต



ความคิดเห็นที่ 14

เทาชมพู vcharkarn vmaster
9 ก.พ. 2547 15:16
  1. คุณ CH ไม่เละค่ะ แต่ไม่รู้ว่ามือดิฉันจะหนักไปหรือเปล่านะคะ จะพยายามให้เบาที่สุด

    ขอแยกออกเป็นข้อ ๆดีกว่า เพราะคุณCH พูดรวมหลายประเด็นไว้ในข้อความเดียวกัน
    1)ผมมองว่าค่านิยมของสังคมไทยนี้มีแนวทางต่อต้านศิลปะแนวนี้อย่างสุดขั้ว ทั้งนี้ภาพพจน์ของแนวรูปวาดหรือรูปถ่ายก็ตามที่ให้แสงสีในแนวนี้มันเกาะติดอยู่กับแนวของปฏิทินสุราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    เอ้อ...ไม่ใช่นะคะ
    ภาพที่ว่านี้เขาไม่ได้ต่อต้านผู้หญิงนู้ด (หรือผู้ชายนู้ด) แต่ว่าองค์ประกอบทั้งหลายของภาพเมื่อมันรวมกันเข้ามาแล้ว บุคคลในกรมศิลปากรที่เคารพหัวโขนที่เป็นเครื่องหมายของครู เขาประท้วงว่ามันไม่เหมาะสม มันน่าเกลียด ที่เอามารวมกัน
    ถ้ามันแยกกันซะ คุณคนวาดแกวาดแต่หัวโขนเฉยๆ หรือแกวาดแต่ผู้หญิงเปลือย เฉยๆ แบ่งเป็น 2 ภาพ แบบทางใครทางมัน ไม่มีใครประท้วง

    ภาพนู้ดเยอะแยะไปในงานศิลป์ของไทย ก็ไม่มีใครว่า ศิลปินดังๆอย่างที่คุณยกมา หรือแม้แต่ไม่ดัง วาดนู้ดขายกันมาเป็นหมื่นภาพแล้ว ก็ไม่เห็นมีคนในหน่วยงานไหนมาประท้วง
    แต่เขาวาดในลักษณะไหน สื่ออารมณ์อะไร สื่อความหมายอะไร นั่นต่างหากล่ะคะที่เขามองกัน

    ขอยกตัวอย่างภาพนู้ดอีกภาพมาประกอบนะคะ เพื่อให้เข้าใจชัดเจนขึ้น
    เป็นภาพชื่อ Middle Path หรือ "ทางสายกลาง" ของถวัลย์ ดัชนี
    นี่คือภาพผู้ชายนู้ดชัดๆ แต่เป็นภาพที่ไม่เคยถูกประท้วง ไม่ใช่เพราะคนไม่เห็น บรรดาผู้เกี่ยวข้องในวงการศิลปะเห็นกันหมด คุณถวัลย์เป็นศิลปินแห่งชาติ ที่คนในวงการรู้จักดี
    ภาพนี้คุณถวัลย์ถือว่าเป็น พุทธศิลป์ คนก็ยอมรับ ไม่เห็นมีใครมาโวยวายว่าเขาเขียนรูปโป๊เปลือย เกี่ยวกับพุทธศาสนา ไม่มีใครหาว่าลามกอนาจาร

    เพราะอะไร?
    คุณมองภาพนี้แล้วเห็นว่ามันเหมือนภาพชายหนุ่มนู้ดที่โพสต์ท่ากันเกลื่อนในหนังสือสำหรับเกย์หรือเปล่าล่ะคะ
    มันชักจูงความคิดให้แล่นไปถึงภาพนู้ดของนายแบบเปลือยเหล่านั้นหรือเปล่า ก็เปล่า ดูแล้วไม่รู้สึกว่าคุณถวัลย์ไปจ้างนายแบบเหล่านั้นมายืนวางท่ายั่วยวน แล้ววาดตามสักนิด
    มันเป็นนู้ดที่ไม่ได้ส่อให้เห็นว่าลามกอนาจาร แต่ว่าเน้นความงามของสรีระ ของกล้ามเนื้อ โครงสร้าง สัดส่วน ของมนุษย์ ซึ่งนิยมกันว่าธรรมชาติสร้างมาอย่างสุดยอดความงามของสัตว์โลก นิยมกันมาตั้งแต่สมัยกรีก

    นี่เป็นข้อหนึ่งที่ทำให้ศิลปะแตกต่างจากอนาจาร

    ข้างล่างก็มีหน้าอะไรสองหน้าคล้ายหน้ายักษ์ หน้าสิงห์หรือหน้าวัว แต่ดูแล้ว เป็นหน้าที่สร้างขึ้นตามแบบของถวัลย์ ไม่ใช่หน้าที่ก๊อปมาจากแบบรูปหรือสัญลักษณ์เคารพของไทย

    กลับมาดูภาพผู้หญิงเปลือยยืนหันหลังมีอิริยาบถแบบไหนลองสังเกตให้ดี หล่อนยืนท่าตะกายฝา ก็ตะกายหัวโขนละค่ะ
    ดูไปก็ไม่ต่างจากนางระบำอโกโก้ ดูรองเท้าส้นสูงที่สวมสิคะ เหมือนไหมล่ะ
    ดูความแข็งทื่อของรูปทรง ดูความเกร็งของอิริยาบถ มันขาดความละมุนละไม หรือความเฉียบเนี้ยบของรูปทรงสัดส่วน ในแนวสุนทรียศาสตร์ที่ศิลปินรู้จัก
    มันไม่กลมกลืนกับภาพหัวโขน ที่สร้างขึ้นมาด้วยฝีมือช่างไทย ด้วยความงามตามแบบไทย
    นอกจากไม่กลมกลืนแล้วยังส่อนัยยะของภาพที่ลบหลู่อีกด้วย

    ศิลปินต่อให้วาดภาพนางในปฏิทินสุรา ถ่ายฝีมือห่วยๆ (ไม่ได้ระบุว่ายี่ห้อไหน) เขาก็ย่อมใช้ฝีมือศิลปะของเขานั่นแหละสื่อภาพออกมาให้แตกต่างจากภาพถ่ายห่วยๆนั้นจนได้
    ครูสอนศิลปะถึงพูดกันว่า ถ้าวาดให้เหมือนจริงทุกกระเบียดนิ้วแล้ว ก็ไม่ต้องวาด ไปถ่ายรูปให้ชัดๆเอาดีกว่า

    ต่อไป จะมาต่อข้อ 2 ว่าด้วยเรื่องการตัดสินว่าอะไรเป็นศิลปะ อะไรไม่ใช่
    (ชักมันแล้วซี)



ความคิดเห็นที่ 12

CrazyHOrse
9 ก.พ. 2547 12:09
  1. ผมนั่งดูรายการนี้พร้อมกับภรรยา แล้วก็บอกตั้งแต่เริ่มรายการเลยว่า งานนี้"เละ"แน่ๆ



    ความที่ว่า"เละ"คือ ผมมองว่าค่านิยมของสังคมไทยนี้มีแนวทางต่อต้านศิลปะแนวนี้อย่างสุดขั้ว ทั้งนี้ภาพพจน์ของแนวรูปวาดหรือรูปถ่ายก็ตามที่ให้แสงสีในแนวนี้มันเกาะติดอยู่กับแนวของปฏิทินสุราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



    แม้แต่ตัวผมเองก็รู้สึกเช่นนั้น





    แต่ความจริงเรื่องหนึ่งที่ต้องยอมรับคือ เราจะแยกรูปเปลือยแบบนี้ออกจากรูปเปลือยงานของอ.จักรพันธุ์ โปษยกฤตได้อย่างไร ในเมื่องานของอ.จักรพันธุ์นั้น ผู้คุ้นเคยย่อมทราบว่ามีหลายๆๆๆๆรูปมากที่เป็นรูปเปลือย ซึ่งถ้าจะบอกว่าเทคนิกการเขียนแตกต่างกัน หรือความละมุนละไมแตกต่างกันนั้น ผมคงต้องติงตรงนี้สักนิดว่าเรากำลังจะสรุปเรื่องสวย-ไม่สวยด้วยตนเอง ซึ่งโดยตัวผมเองรู้สึกว่าชอบงานอ.จักรพันธุ์เพราะดูสวยเป็นศิลปะดี แต่ไม่ชอบงานของศิลปินท่านนี้เพราะไม่ถูกโฉลกกัน



    แต่ก็ไม่สามารถอรรถาธิบายความเห็นของตัวเองในเชิงเหตุ-ผลได้



    เพราะคนเรานั้นมองต่างกัน และความสวยงามก็อยู่ที่คนมองเช่นกัน



    เท่าที่รู้จักจากบางคนที่เรียนด้านนี้มา ภาพเปลือยนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องผ่าน เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร เป็นสุนทรียภาพแบบหนึ่งซึ่งถูกหล่อหลอม ผมมองว่าเขาเหล่านั้นมี"ค่านิยม"ที่แตกต่างไปจากเรา-คนส่วนมากในสังคม



    เท่าที่ดูจากในรายการ ผมเชื่อสนิทใจว่าศิลปินที่วาดไม่ได้มีเจตนาหยาบโลนแต่อย่างใด เหล่าครูโขนที่ต่อต้านผลงานนี้ก็ไม่ได้หัวโบราณหรือคร่ำครึ แต่ท่านทำเพื่อปกป้อง"สถาบัน"ของพวกท่าน



    มันเป็นการชนกันของวัฒนธรรม



    เป็นการชนกันของค่านิยม



    อ.ปรีชา เถาว์ทองพยายามช่วยศิลปินท่านนี้ defend อย่างเต็มที่ แต่ผมก็รู้สึกว่าท่านเหนื่อยเหลือเกิน



    ศิลปินท่านนี้ก็ไม่ได้พยายามนำเสนอผลงานของตัวเองในงานแสดงภาพครั้งนี้ เขาถูกเชิญให้นำผลงานเข้าร่วมแสดงต่างหาก



    หากว่าจะผิด ผมว่าเขากระสากลิ่นช้าเกินไป



    ถ้าเป็นผม แค่มีกระแสต่อต้านถึงขนาดขอเชิญร่วมรายการโทรทัศน์แบบนี้



    ผมคงรีบขอถอนผลงาน และปฏิเสธที่จะร่วมรายการนี้ตั้งแต่ต้น



    มิฉะนั้น ตัวเองก็จะ "เละ" เช่นนี้แล





    ปล. ผมคิดอยู่นานว่าจะแสดงความเห็น ณ ที่นี้ดีหรือไม่ เพราะไม่อยาก"เละ"เหมือนกัน แต่ก็อยากลองนำเสนอแง่มุมที่แตกต่างแก่เพื่อนๆที่นี่บ้างครับ ยังไงก็เบาๆมือกันหน่อยนะครับ



ความคิดเห็นที่ 1

นิรันดร์ vcharkarn vteam
4 ก.พ. 2547 13:17
  1. ไม่ได้ดูครับ ลองเล่าหน่อยสิครับ



ความคิดเห็นที่ 2

นิรันดร์ vcharkarn vteam
4 ก.พ. 2547 14:03
  1. ไม่ต้องเล่าแล้วครับ ผมนั่ง time mechine ไปดูมาแล้วครับที่


    http://www.mcot.net/tltk/



    แล้วไปเลือกรายการย้อนหลัง



    วันที่ 04-02-02 : โขนกับนู้ด อิสระของ..



    จะโหลดรายการมาทั้งรายการได้เลย แต่เป็นภาพเล็ก ๆ

    มองภาพไม่ชัดแต่พอจับความได้ ส่วนเสียงชัดเจนดี



    ผมไม่แน่ใจว่าภาพนูด โป้มากขนาดไหน เพราะภาพเล็กมาก



    แต่ผมกลับมองว่า อาจทำให้คนสนใจที่จะมาดูโขนมากขึ้นก็ได้

    ผมไม่คิดว่าคนวาดภาพไม่ได้เจตนาจะลบหลู่อะไรทางโขน

    แต่ถ้าภาพโป้มากเกินไป ก็คงจะไม่เหมาะสม



    สำหรับคนไทยโดยทั่วไป เห็นภาพแบบนี้ ก็ต้องรู้ว่าเป็นยักษ์

    เด็กเห็นอาจถามพ่อแม่ว่า อะไร อาจจะทำให้อยากรู้ว่าโขนคืออะไร

    ศิลปะ ก็เหมือนอย่างอื่น คือต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา

    ศิลปะโขน อาจจะกำลังจะตายไปจากสังคมไทย

    ตอนนี้ คนอาจคิดอยากดูโขนมากขึ้นก็ได้(ผมคนหนึ่งละ)

    ลองเปรียบเทียบกับการแสดงลิเกดูสิครับ เดี๋ยวนี้ก็ต่างจากลิเกตอนผมเป็นเด็ก ๆ มากมาย และลิเกก็ยังอยู่ได้



ความคิดเห็นที่ 4

นิรันดร์ vcharkarn vteam
4 ก.พ. 2547 17:52
  1. เป็นภาพหัวโขนที่วาดไว้อย่างสวยงามมากครับ

    แต่มีภาพสาวเขาว่านูด ผมก็ดูเห็นไม่ค่อยชัดเท่าไร

    ก็เลยไม่คิดว่าน่าจะรุนแรงอะไร



    แต่คนที่เป็นครูโขนรู้สึกว่า ท่านจะโกรธแค้นมาก เพราะเขาถือว่า

    หัวโขนเป็นครูของเขา

    ส่วนคนที่วาดภาพก็ว่าไม่ได้ตั้งใจจะลบหลู่



    ในความเห็นของผม

    ถ้าภาพไม่เป็นเชิงอนาจาร แสดงศิลปะ ผมก็รับได้

    แต่มันเห็นไม่ชัดน่ะครับ เพราะที่โหลดมา ถึงเป็นไฟล์ใหญ่มาก(~30MB)

    แต่ขนาดภาพโตกว่าแสตมป์หน่อยเดียวครับ



    ผมก็เลยรู้สึกเห็นใจคนวาดภาพ เพราะเขาก็ยินดีที่จะถอนภาพที่ดูล่อแหลมเกินไปออก และให้กรรมการจากกรมศิลปากรเป็นผู้ตัดสิน

    ในมุมมองของผม จะมีคนไทยสักกี่คนที่ไม่ได้เรียนกรมศิลป์แล้วรู้ว่ายักษ์ที่คนรังเกียจเป็นหัวครูโขน แต่ถ้าเอาหัวฤาษีมาทำแบบนี้ แล้วบอกว่าไม่รู้ก็คงผิดถนัด เพราะทุกคนรู้ว่าฤาษีเป็นครู แต่ยักษ์เป็นมารที่น่ารังเกียจ(ในความเห็นของผมนะครับ)

    ในความเห็นของผม โฆษณายารักแร้ขาว โฆษณาน่าเกลียดกว่าแยะ



ความคิดเห็นที่ 6

นิรันดร์ vcharkarn vteam
6 ก.พ. 2547 17:19
  1. เห็นภาพแล้ว ก็รู้สึกว่ามันเกินไปจริง ๆ ครับ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น