วิชาการดอทคอม ptt logo

สนามแม่เหล็กโลก ที่เปลี่ยนนแปลงไป

โพสต์เมื่อ: 10:39 วันที่ 5 ก.พ. 2547         ชมแล้ว: 11,427 ตอบแล้ว: 24
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
ในปัจจุบันนี้ โลกของเรามีการเปลี่ยนแปลงไปมา สนามแม่เหล็กโลกก็เหมือนกัน จากที่ผมได้ติดตามสารคดีมานั้นผมได้ อยากจะขอความคิดเห็นด้วยครับ
ทุก 1ปี เมื่อสนามแม่เหล็กโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงองศาและทิศทางการไหลของสนามแม่เหล็กโลก จะทำให้มีคนต้องเสียชีวิต องศาละ 12 คน
ผมจึงขอความคิดเห็นจากทุกท่านด้วยครับ ความเป็นจริงเป็นเช่นไรโปรด บอกผมทีคับ


an-nop.yoo@chaiyo.com(203.148.159.60,203.148.157.88,)





จำนวน 20 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 6 ก.พ. 2547 (13:21)
ไม่จิง...ไม่เชื่อ สนามแม่เหล็กมันเกี่ยวกับเราตงไหน เราไม่ใช่คนเหล็กนี่นา แรงดึงดูดของโลกเท่านั๊นแหล่ะที่มีผลกับเราน๊า

...ผมคิดว่างั๊น
นายแมงสาบ++ (IP:203.148.159.60,203.148.150.55,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 6 ก.พ. 2547 (17:59)
สนามแม่เหล็กโลหเป็นเกราะกำบังรังสี cosmic จากนอกโลกเป็นอย่างดี

ถ้าไม่มีสนามแม่เหล็กโลก อนุภาคไฟฟ้าจากนอกโลกจะพุ่งเข้าชนโลกเราตรง ๆ สิ่งมีชีวิตทั้งหลายบนผิวโลกคงต้องมีรูปแบบชีวิตที่ต่างไปจากปัจจุบันจึงจะอยู่ได้

สนามแม่เหล็กโลกจะผลักให้อนุภาคไฟฟ้าเหล่านั้นไปเสียเวลาวิ่งอยู่นอกโลกนานหน่อย แล้วก็มักจะไปชนผิวโลกแถวที่ไม่ค่อยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่คือขั้วโลก

เวลาที่มันชนก็จะปล่อยพลังงานออกมาเป็นแสงเรืองรองที่เรียกว่า "แสงเหนือ-แสงใต้"

การเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กโลก ก็อาจทำให้สภาพสิ่งมีชีวิตบนโลกเปลี่ยนไปก็ได้(ในความคิดเห็นของผม)
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26617 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 17 ก.พ. 2547 (05:01)
มีความสำคัญนะ เพราะว่าถ้าไม่มีสนามแม่เหล้ก ก็จะทำให้แกนโลกของเราเกิดการแตกตัว เพราะว่าสนามแม่เหล็กโลกหมดไปจึงไม่สามารถหยุดการประทุของแมกม่าใต้โลก น้ำทะเลจะเดือดสัตว์ทะเลจะตายหมด ภูเขาไฟก็จะระเบิดทำให้เกิดขี้เถ้าฝุ้งกระจายไปทั่วทำให้อากาศเป็นพิษ สุดท้ายแล้วก็จะไม่มีสิ่งมีชีวิตเหลือรอด
บอย วิศวกรรมเครื่องกล (IP:203.113.37.9,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 17 ก.พ. 2547 (14:28)
สนามแม่เหล็กโลหเป็นเกราะกำบังรังสี cosmic จากนอกโลกเป็นอย่างดี

ถ้าไม่มีสนามแม่เหล็กโลก อนุภาคไฟฟ้าจากนอกโลกจะพุ่งเข้าชนโลกเราตรง ๆ สิ่งมีชีวิตทั้งหลายบนผิวโลกคงต้องมีรูปแบบชีวิตที่ต่างไปจากปัจจุบันจึงจะอยู่ได้

สนามแม่เหล็กโลกจะผลักให้อนุภาคไฟฟ้าเหล่านั้นไปเสียเวลาวิ่งอยู่นอกโลกนานหน่อย แล้วก็มักจะไปชนผิวโลกแถวที่ไม่ค่อยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่คือขั้วโลก

เวลาที่มันชนก็จะปล่อยพลังงานออกมาเป็นแสงเรืองรองที่เรียกว่า "แสงเหนือ-แสงใต้"

การเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กโลก ก็อาจทำให้สภาพสิ่งมีชีวิตบนโลกเปลี่ยนไปก็ได้(ในความคิดเห็นของผม)
4611110100 (IP:203.209.51.73,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 3 ธ.ค. 2547 (10:55)
บอย ดูหนังมากไปหรือเปล่า
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26617 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 29 ธ.ค. 2547 (11:54)
เอ แล้วสนามแม่เหล็กโลกมันเกิด ได้อย่างไร มาจากไหน

เพิ่ม ลด ได้หรือไม่

แต่ละตำแหน่งบนโลกความเข้มของสนามแม่เหล็กเท่ากันหรือ

ไม่เพราะอะไร บนพื้นดิน บนภูเขา ในอากาศ และ มหาสมุทร ต่างกันไหม



อยากรู้ งะ จะว่าถามโง่ ๆ ก็ไม่ว่ากัน




โก๋แก่
ร่วมแบ่งปัน2629 ครั้ง - ดาว 586 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 29 ธ.ค. 2547 (12:00)
อยากทำ magnetometer ใช้ hall effect generator ให้มีขนาดพกพาจะได้พกพาไปด้วย เวลาไปเที่ยว

ใครมี ไอเดีย บอกบ้าง ฮิๆ thank you เด้อ ล่า
โก๋แก่
ร่วมแบ่งปัน2629 ครั้ง - ดาว 586 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 2 มิ.ย. 2548 (21:23)
แหม! ดูวิชาการจังเลยนะคะ แต่ละคนเนี๊ยะ อยากรู้กันขนาดนั้นเลยหรอคะ แต่จิงหรอคะที่ว่าเวลาสนามแม่เหล็กโลกเปลี่ยนแปลงแต่ละทีเนียมีคนต้องเสียชีวิตตั้ง 12 คนเลยหรอ โห! เยอะจัง! แต่ก้อยังน้อยกว่าคดีฆาตกรรมในเมืองไทย ฆ่ากันได้ทุกวันเลย จิงม๊ะ! ^ o^
เค้ก@_@ (IP:203.209.121.162,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 9 ส.ค. 2548 (10:31)
สูตรการหาพื่นที่ของสนามแม่เหล็ก
อมร (IP:203.113.89.186,192.168.0.56,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 12 ธ.ค. 2548 (08:16)
ถ้าไม่มีสนามแม่เหล็กโลก โลกจะเป็นอย่างไร
mono (IP:203.172.54.157,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 23 ม.ค. 2549 (18:27)
แก่นโลกและการเปลี่ยนขั้วสนามแม่เหล็กโลกเกิดขึ้นอย่างไร


pum_pui (IP:202.142.210.99,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 7 ก.พ. 2549 (11:47)
สนามแม่เหล็กโลกมีการเปลี่ยนแปลงได้ค่ะ เปนเรื่องจิง ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นนั้นก้อมีส่วนจากการเปลี่ยนแปลงสนามแม่เหล็กโลกด้วยค่ะ การเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลกนั้นมีส่วนอย่างมากที่ทำหั้ยสนามแม่เหล็กโลกเปลี่ยนแปลง ทุกๆปีเปลือกโลกจะเคลื่อนตัวจากแนวเดิมเป็นฟุต แต่คุณทราบหรือไม่ว่าปีนี้มันเคลื่อนไปเปนกิโลเมตรเลย...ดิฉันไม่ได้เขียนเพื่อกุเรื่องหั้ยคุณเชื่อนะคะ แล้วในอนาคตเราจะได้เหนอานุภาพของธรรมชาติกัน
sirzaas@hotmail.com (IP:61.19.109.14,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 22 พ.ค. 2549 (09:18)
แล้วปรากฏการณ์ฮอลล์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเกิดขึ้นได้อย่างไรคะ ..ช่วยตอบด้วยนะคะ...ขอบคุณค่ะ
nanbabypig@hotmail.com (IP:202.28.169.165,10.9.22.219,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 23 มิ.ย. 2549 (10:19)
ความสำคัญนะ เพราะว่าถ้าไม่มีสนามแม่เหล้ก ก็จะทำให้แกนโลกของเราเกิดการแตกตัว เพราะว่าสนามแม่เหล็กโลกหมดไปจึงไม่สามารถหยุดการประทุของแมกม่าใต้โลก น้ำทะเลจะเดือดสัตว์ทะเลจะตายหมด ภูเขาไฟก็จะระเบิดทำให้เกิดขี้เถ้าฝุ้งกระจายไปทั่วทำให้อากาศเป็นพิษ สุดท้ายแล้วก็จะไม่มีสิ่งมีชีวิตเหลือรอด
นายแมลงวัน (IP:203.150.134.122,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 17 ก.ค. 2549 (17:51)
2.1.5 ปล่องน้ำเงิน ในท้องทะเลนอกฝั่งบาฮามัส มีสิ่งแปลกที่นักประดาน้ำพบเห็นอยู่บ่อย ๆ ซึ่งเรียกกันว่า ปล่องน้ำเงิน ปล่องชนิดนี้จะปรากฏอยู่ตามหุบผาใต้น้ำและแหล่งหินปะการัง มีลักษณะเป็นอุโมงค์หรือปล่องใต้ก้นทะเล บางปล่องมีความลึกจนไม่อาจสำรวจหรือคาดคะเนความยาวได้ ปล่องเหล่านี้เชื่อว่าเกิดจากถ้ำหินปะการังใต้น้ำที่ถูกกัดกร่อนโดยการเคลื่อนไหวของกระแสน้ำใต้ทะเลนานนับหมื่นปี โดยทั่วไปเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงปลาต่าง ๆ จากการสำรวจปล่องต่าง ๆ พบว่ากระแสน้ำภายในปล่องไหลเชี่ยวแรงเข้าสู่ส่วนลึก คล้ายกับถูกดูดด้วยกำลังอันมหาศาลซึ่งเป็นอันตรายอย่างมาก ลักษณะเช่นนี้ทำให้น้ำบริเวณปากปล่องไหลวนเข้าภายในอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดการหมุนวนเป็นรูปกรวยเหนือพื้นน้ำในลักษณะของวังน้ำวน สามารถดึงดูดเรือเล็กและคนบนเรือลงสู่ก้นปล่องอย่างรวดเร็ว





2.1.6 แคท ( Clear Air Turbulence , CAT ) เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจกาความผันผวนของอากาศที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและฉับพลัน แม้จะเป็นเวลาที่มีบรรยากาศปลอดโปร่งแจ่มใสอยู่ก็ตาม แคทเป็นปรากฏการณ์ที่ใม่อาจจะคาดคะเนหรือทำการพยากรณได้เช่นเดียวกับลักษณะภูมิอากาศโดยทั่วไป สาเหตุของปรากฏการณ์แคทในปัจจุบันยังไม่ทราบเป็นที่แน่ชัด แต่เชื่อกันว่าหากเกิดขึ้นขณะที่กระแสลมพัดแรงและรวดเร็ว จะทำให้เกิดสุญญากาศขึ้นในบริเวณนั้น เมื่อเครื่องบินบินเข้าสู่บริเวณนั้นก็อาจตกดิ่งสู่ทะเลได้โดยง่าย





2.1.7 การบิดเบือนของห้วงเวลาอวกาศ จากบทความของ ดร.อีวาน แซนเดอร์สัน เรื่อง จุดอันตราย 12 แห่งในโลก ได้เล่าว่า เขาได้ลองวาดแผนที่ของจุดต่าง ๆ ที่เครื่องบินตกหรือหายไปทั่วโลก พบว่าส่วนใหญ่ของอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นในบริเวณ 6 แห่ง ซึ่งแต่ละแห่งจะมีบริเวณเป็นรูปสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ตั้งอยู่ระหว่างเส้นแวง 30 องศาเหนือ กับ 40 องศาใต้ของเส้นศูนย์สูตร ผลจากการทดลองพบว่า สามเหลี่ยมเบอร์มิวดาเป็นแหล่งที่เกิดเหตุการณ์ผิดปกติบ่อยที่สุด ทั้งยังเป็นแหล่งที่มีการสัญจรทางทะเลและทางอากาศอย่างมาก และยังพบว่ามีเหตุการณ์ผันผวนของสนามแม่เหล็กและแรงดึงดูดของโลกมากกว่าบริเวณอื่น จุดอันตรายที่ตรวจพบต่างอยู่ในบริเวณที่กระแสน้ำอุ่นที่ไหลสู่ทางตอนเหนือของโลก ปะทะกับกระแสน้ำเย็นที่ไหลลงสู่ทางใต้ การปะทะของกระแสน้ำทั้งสองทำให้เกิดการอัดแน่นของกระแสน้ำอันเป็นผลทำให้กระแสเหนือพื้นน้ำไหลกลับไปทางหนึ่ง ส่วนกระแสน้ำใต้มหาสมุทรกลับไหลไปอีกทางหนึ่งในทิศทางตรงกันข้าม และเมื่อกระแสใต้พื้นน้ำที่ไหลเชี่ยวกระทบกับอุณหภูมิที่แตกต่างกันอย่างมากมาย ทำให้เกิดพลังหมุนวนของสนามแม่เหล็กขึ้น อันเป็นผลให้ระบบสื่อสารทางวิทยุ การทำงานของเข็มทิศ และแม้แต่แรงดึงดูดของโลกในบริเวณแห่งนั้นต้องผิดปกติไปโดยฉับพลัน ซึ่งจะทำให้เรือหรือเครื่องบินในบริเวณนั้นบินออกจากจุดของความแตกต่างของห้วงเวลาอวกาศ เป็นผลให้เรือหรือเครื่องบินหายไปโดยไร้ร่องรอย



ขอกล่าวถึงความหมายของคำว่า การบิดเบือนของห้วงเวลาอวกาศ (Time Space Warps) สักเล็กน้อย ตามกฏแห่งทฤษฎีสัมพันธภาพของอัลเบอร์ต ไอน์สไตน์ ระบุไว้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในเอกภพ ต่างมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ไม่ว่า สสาร พลังงาน อวกาศ หรือกาลเวลา และในทางคำนวน สามารถที่จะพิสูจน์ได้ว่า อย่างน้อย อวกาศ มี 3 มิติ แต่เนื่องจาก เวลา เป็นมิติที่ 4 ตามทฤษฎีของไอน์สไตน์ ดังนั้น ห้วงเวลาอวกาศ และทุกสิ่งทุกอย่างในเอกภพจึงต้องมีอย่างน้อยที่สุด 4มิติ และมิติที่ 4 คือ กาลเวลา ดังนั้นการบิดเบือนของห้วงเวลาอวกาศก็คือ การเปลี่ยนแปลงเวลาให้แตกต่างไปจากเดิมที่เป็นอยู่ในขณะนั้น และวัตถุใดที่ถูกกระทำเช่นนี้จะอันตรธานหายไปสู่ช่วงเวลาที่กำหนด และจะคืนสู่รูปเดิมเมื่อครบกำหนดเวลานั้น



2.2สมมุติฐานที่เกี่ยวข้องกับ ยูเอฟโอ ( Unidentified Flying Object )

หลังจากที่มีผู้พบเห็นวัตถุไม่ปรากฏสัญชาติหรือ ยูเอฟโอ หรือที่เรียกกันว่าจานบินปรากฏอยู่บนท้องฟ้าส่วนต่าง ๆ ของโลกอย่างมากมายนับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่มีหลักฐานใด ๆ ที่แสดงว่าจานบินเหล่านั้นร่อนลงมาจอดบนพื้นโลกแม้สักครั้งเดียว ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานของนักวิทยาศาสตร์อีกอย่างหนึ่งว่า บางทีพื้นที่โลกเกือบทั้งหมดอาจไม่เหมาะสมที่ยานพาหนะจากโลกอื่นนอกระบบสุริยจักรวาลจะลงจอดได้ ทั้งนี้อาจเนื่องจากจานบินดังกล่าวมีระบบการขับเคลื่อนที่ขัดกับพลังดึงดูดและแรงผลักดันของสนามแม่เหล็กโลก ดังนั้นจึงไม่สามารถลงจอดตรงจุดใดจุดหนึ่งตามความประสงค์ได้ นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ามีบริเวณบางแห่งบนพื้นโลกที่เป็นจุดบอดของแรงดึงดูดของสนามแม่เหล็กโลก อาณาบริเวณดังกล่าวสามารถใช้เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างโลกกับจักรวาลได้ อีกนัยหนึ่งคือ เป็นจุดที่ยานอวกาศจากนอกโลกสามารถลงจอดได้ โดยไม่มีผลต่อปฏิกิริยาดึงดูดและแรงผลักดันของสนามแม่เหล็กโลกนั่นเอง



จากการสำรวจต่าง ๆ เคยมีรายงานว่า ได้พบจานบินได้หายไปอย่างลึกลับตรงบริเวณรอยแตกของน้ำแข็งที่ปกคลุมอยู่เหนือผิวน้ำในแถบขั้วโลกเหนือ จากรายงานยังพบอีกว่าจานบินจำนวนหลายลำได้โผล่ขึ้นมาจากใต้น้ำจากรอยเดิมนั้นเอง สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา เป็นบริเวณที่สามารถพบจานบินได้บ่อย และมีความผันผวนของสนามแม่เหล็กอีกด้วย จากดังที่กล่าวมาแล้วนั้น จึงเกิดสมมุติฐานที่เกี่ยวข้องกับจานบินขึ้น



จะขอแบ่งสมมุติฐานออกเป็น2กรณีดังนี้

2.2.1 การสูญหายของเรือและเครื่องบินโดยความตั้งใจของยูเอฟโอ เพื่อนำไปทำการตรวจสอบวิเคราะห์ความก้าวหน้าทางเทคนิคของชาวโลก เนื่องจากกลัวว่าชาวโลกจะมีความก้าวหน้าทางเทคนิคจนเกินไป จนทำให้กลายเป็นเครื่องทำลายมนุษย์ด้วยกันเองหรือจะเป็นอันตรายกับพวกเขาได้ ความก้าวหน้าที่กล่าวถึงได้แก่การค้นพบและใช้พลังนิวเคลียร์อันเป็นพลังมหาศาลที่ไม่เพียงแต่จะทำลายโลกได้เท่านั้น อาจทำให้ระบบของดวงดาวต่าง ๆ ในจักรวาลต้องกระทบกระเทือนจากการเสียสมดุลย์ก็เป็นได้



ในการทดลองยิงจรวดโพลาริสที่แหลมเคเนดี้ปรากฏว่า มีจานบินลำหนึ่งได้ตามเข้าไปในเส้นทางของจรวดอย่างใกล้ชิดนานกว่า 14 นาที และในการยิงจรวดอวกาศเยมินิ 4และเยมินิ 7และจรวด อพอลโลก็เกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกัน ทำให้สันนิษฐานได้ว่า จานบินเหล่านั้นมาเพื่อสังเกตความก้าวหน้าทางเทคนิคและในบางครั้งก็อาจจะจับตัวมนุษย์ไปเพื่อทำการวิเคราะห์ก็เป็นได้



ในอีกแนวคิดหนึ่งนั้นกล่าวไว้ว่า มนุษย์จากอวกาศที่มากับจานบิน อาจจับเรือ เครื่องบินและมนุษย์เรากลับไปยังดวงดาวที่อาศัยของพวกเขาด้วยระบบการเปลี่ยนแปลงทางมิติ สาเหตุที่จับมนุษย์ไปนั้น อาจเพื่อรวบรวมไว้ใน สวนสัตว์อวกาศของพวกเขา เช่นเดียวกับที่มนุษย์ชอบดักจับสัตว์แปลก ๆ มากักขังไว้ในสวนสัตว์ของเราเช่นกัน หรือมนุษย์ต่างดาวเหล่านั้นอาจจะมีนิทรรศการแสดงความแตกต่างในการพัฒนาการของดวงดาวต่าง ๆ ในจักรวาลก็เป็นได้ หากข้อสันนิษฐานนี้เป็นจริง ก็อาจมีการจับมนุษย์ไปเป็นสัตว์เลี้ยงและทำเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ จึงได้มีการหายไปของมนุษย์อยู่บ่อย ๆ



2.2.2 การสูญหายของเรือและเครื่องบินโดยความบังเอิญที่เกิดจาก ยูเอฟโอ หมายถึงการนำยานขึ้นหรือลงจอดเป็นผลทำให้บริเวณรอบยานเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้วัตถุที่อยู่ใกล้เกิดการสูญหายไปอย่างรวดเร็ว ได้มีการคาดคะเนหลักการเคลื่อนไหวของจานบินดังนี้



จานบินมีลักษณะแบนราบคล้ายกับนำจานสองใบมาประกบกันจะมีเครื่องส่งรังสีอิเลคตรอนอยู่รอบ ๆ ขอบเป็นวงกลม เครื่องส่งรังสีเหล่านั้นจะส่งรังสีอิเลคตรอนอิสระออกไปทำให้เกิดการเพิ่มลดอนุภาค (IONIZED) ขึ้นในปรมาณูของอากาศ เป็นผลให้อากาศทางด้านหน้าของจานบินกลายเป็นสุญญากาศ ทำให้จานบินพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ในกรณีที่ต้องการเปลี่ยนทิศทาง ก็สามารถจะทำได้อย่างฉับพลันโดยการเปลี่ยนทิศทางการทำงานของเครื่องส่งรังสีอิเลคตรอน ด้วยเหตุที่จานบินใช้ระบบการสร้างสุญญากาศเป็นระบบขับเคลื่อน ทำให้เกิดปรากฏการณ์ผันผวนขึ้นในบรรยากาศตามที่เราเรียกกันว่า แคท ( Clear Air Turbulence , CAT )

การเคลื่อนไหวอีกวิธีหนึ่งเป็นวิธีการระบบเดียวกับการเคลื่อนไหวของจรวด แต่แตกต่างกันที่สามารถทำความเร็วได้ใกล้ที่เดียวกับความเร็วของแสง โดยมีปฏิกรณ์ปรมาณูเป็นตัวสร้างพลังงานและวิธีการหลอมละลายปรมาณู แทนที่จะใช้วิธีแยกปรมาณูตามปกติ สิ่งที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงคือสารที่หลอมตัวได้กับน้ำเท่านั้น หลักการนี้อาจอธิบายได้ว่าทำไมจานบินจึงต้องดูดน้ำจากทะเลสาบบางแห่ง





--------------------------------------------------------------------------------



ส่วนอีกวิธีหนึ่งเป็นทฤษฎีที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางมิติด้วยการบิดเบือนกาลเวลา หลักการพื้นฐานมาจากการใช้พลังของสนามแม่เหล็กไฟฟ้า

2.3 สมมุติฐานเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ใต้น้ำ แม้ในปัจจุบันโลกกำลังอยู่ในสมัยที่กำลังก้าวเข้าสู่อวกาศก็ตาม แต่ความลึกลับของท้องทะเลยังคงเป็นสิ่งที่เร้นลับสำหรับชาวโลกอยู่ ในความเป็นจริง มนุษย์รู้จักพื้นที่สามในห้าส่วนของพื้นใต้มหาสมุทรโลกน้อยกว่าปล่องภูเขาไฟบนดวงจันทร์หรือพื้นราบบนดาวอังคาร แผนที่ทางทะเลที่เขียนขึ้นนั้นเป็นการเขียนอย่างคร่าว ๆ จากการสำรวจโดยใช้เสียงสะท้อนของโซน่า การใช้เครื่องดำน้ำลึกหรือเรือดำน้ำก็มีขีดจำกัด สำรวจได้เฉพาะพื้นน้ำที่ไม่ลึกนักเท่านั้น จุดประสงค์ส่วนใหญ่ในการสำรวจเพื่อการค้นหาแหล่งน้ำมันหรือทรัพยากรธรรมชาติเท่านั้น พื้นที่ทะเลลึกและหุบเหวใต้ท้องทะเลอาจเป็นที่อาศัยของสิ่งมีชีวิตที่มีมันสมองและฉลาดเกินกว่าที่มนุษย์จะคาดคิดก็เป็นได้



2.3.1 สมมุติฐานเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใต้น้ำ สมมติว่ามีสิ่งมีชีวิตจำพวกหนึ่งซึ่งถือกำเนิดจากใต้ท้องมหาสมุท ร สิ่งมีชีวิตจำพวกนี้ได้เกิดขึ้นก่อนพวกมนุษ์เป็นเวลาหลายหมื่นหลายแสนปี เพราะตามหลักของชีววิทยา สิ่งมีชีวิตจะเริ่มต้นมาจากทะเลก่อน เนื่องจากท้องทะเลมีอาณาเขตมากกว่าพื้นดินถึง 2 เท่าสิ่งมีชีวิตใต้มหาสมุทรเหล่านั้นจึงมีเนื้อที่สำหรับการขยายการแพร่พันธุ์มาก จากเหตุที่สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นเกิดขึ้นก่อนมนุษย์ การพัฒนาทางเทคนิคของพวกเขาคงล้ำหน้ามนุษย์ไปมากทีเดียว ที่ผ่านมาเป็นเวลานานสิ่งมีชีวิตใต้มหาสมุทรจะไม่ติดต่อข้องเกี่ยวกับมนุษย์ โดยถือว่าต่างคนต่างอยู่ จากความก้าวหน้าทางเทคนิคของมนุษย์ในปัจจุบันทำให้เกิดอันตรายต่อสภาพสิ่งแวดล้อมใต้มหาสมุทร สิ่งมีชีวิตจำพวกนี้จึงเปลี่ยนโยบายที่เคยคิดว่าต่างคนต่างอยู่ ออกมาสังเกตความเป็นไปของมนุษย์อย่างลับ ๆ บางทีบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาอาจเป็นบริเวณที่สะดวกที่สุดในการที่พวกเขาจะออกมาสำรวจโลกข้างบนได้



2.3.2 สมมุติฐานเกี่ยวกับแหล่งพลังงานที่อยู่ใต้น้ำ โดยเชื่อว่านครแอตแลนติส ซึ่งเป็นนครที่รุ่งเรืองมากในอดีตเมื่อประมาณ 7,000 ปีก่อนได้จมลงสู่ใต้ท้องมหาสมุทรที่เป็นใจกลางของมหาสมุทรแอตแลนติสในปัจจุบัน จากหลักฐานหลายอย่างทำให้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่านครแอตแลนติสมีจริงเและเป็นนครที่มีความรุ่งเรืองมากในอดีต นครแอตอลนติสอาจมีการค้นพบเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ที่มนุษย์ในปัจจุบันยังรู้ไม่ถึงได้ โดยเฉพาะเทคโนโลยีทที่เกี่ยวกับหลุมดำ (Black Hole) ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในจักรวาลและมีแรงดึงดูดมหาศาลแม้แต่แสงยังไม่สามารถพ้นจากแรงดึงดูดของมันได้ หลุมดำเป็นแหล่งพลังงานและเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้มีการเชื่อมต่อระหว่างกาลเวลาและห้วงอวกาศ ชาวแอตแลนติสในอดีตนั้นคงจะมีการติดต่อกับสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกมาแล้วโดยผ่านทางใจกลางของหลุมดำ เมื่อนครแห่งนี้ได้จมลงสู่ท้องมหาสมุทรอุปกรณ์ที่ใช้ในการสร้างหลุมดำก็จมลงไปพร้อมกัน ดังนั้นการที่มีจานบินขึ้นลงจากท้องมหาสมุทร อาจเป็นการค้นหาเครื่องมือหรืออุปกรณ์ดังกล่าวก็เป็นได้



มีสมมุติฐานที่เกี่ยวกับนครแอตแลนติส โดย เอ็ดการ์ เคยซ์ ได้กล่าวไว้กว่าสิบปีก่อนที่มนุษย์จะรู้จักแสงเลเชอร์ว่า ชาวแอตแลนติสได้เคยใช้ผลึกแก้วเป็นแหล่งรวมของพลังงาน และเมื่ออาณาจักรของชาวแอตแลนติสได้จมสู่ก้นมหาสมุทรในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาใกล้ ๆ กับ บาฮามัส ที่นั่นจึงเป็นแหล่งที่รวมของพลังอันมหาศาลอยู่ใต้ท้องทะเลลึก และในบางครั้งมันจะส่งแรงดึงดูดอันมหาศาลขึ้นมาข้างบน ทำให้เรือและเครื่องบินต้องจมดิ่งลงสู่ทะเลโดยฉับพลัน





--------------------------------------------------------------------------------



3. วิเคราะห์หาสมมุติฐานที่สามารถนำมาอธิบายได้ จากสมมุติฐานที่กล่าวมาแล้วนั้นนำมาทำการวิเคราะห์ว่าสมมุติฐานใด ที่สามารถนำมาอธิบายเหตุการณ์การสูญหายของเรือและเครื่องบินในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาได้อย่างเหมาะสมบ้าง สามารถแบ่งตามหัวข้อของสมมุติฐานดังที่แบ่งไว้แล้วดังนี้



3.1 การวิเคราะห์สมมุติฐานที่เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติ

สมมุติฐานที่เกิดจากปรากฏการณ์ธรรมชาติแบ่งได้เป็นเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ทั่ว ๆ ไป และที่เกิดขึ้นได้จากสภาพการณ์ที่ผิดธรรมดาโดยที่ไม่สามารถพบได้บ่อยนัก เหตุการณ์ที่สามารถพบเห็นได้ทั่ว ๆ ไปดังเหตุการณ์ที่เกิดจากความปั่นป่วนของท้องทะเลอย่างกระทันหัน อุกกาบาต และพายุทอร์นาโดนั้น เป็นเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้จริง ในปัจจุบันเทคโนโลยีต่าง ๆ มีความสามารถที่จะตรวจวัดและคาดการณ์ในเหตุการณ์ดังกล่าว ถ้าเหตุการณ์เหล่านั้นเกิดอย่างกะทันหัน



เทคโนโลยีเหล่านี้ก็สามารถตรวจพบร่องรอยของการเกิดเหตุการณ์ หรือพบซากของเครื่องบินหรือเรือที่ประสบอุบัติเหตุได้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่เครื่องบินหรือเรือที่พบเหตุการณ์เช่นนี้จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้จากสภาพการณ์ที่ผิดธรรมดา เช่น การแปรผันของของสนามแม่เหล็กอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อุปกรณ์ในเครื่องบินขัดข้องจนตกได้ แต่สำหรับเรือนั้นเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเป็นอันตรายร้ายแรงจนทำให้เรืออัปปางลงไปเป็นจำนวนมากได้ ปล่องน้ำเงินที่เกิดจากการหมุนวนของน้ำ อาจก่อให้เกิดอันตรายกับเรือที่บังเอิญผ่านเข้าไปใกล้ได้และจะทำให้เรือนั้นถูกดูดหายไปอย่างทันที แต่ปล่องน้ำเงินจะไม่เป็นอันตรายกับเครื่องบินและยังไม่ทำให้สนามแม่เหล็กปั่นป่วนอีกด้วย แคท ( Clear Air Turbulence , CAT ) ปรากฏการณ์นี้ทำให้เกิดสุญญากาศอย่างรวดเร็วเป็นผลให้เครื่องบินถูกดึงดูดตกลงไปในทะเลได้ แต่แคทจะไม่ทำให้เกิดความผันผวนของเครื่องวัดต่าง รวมถึงระบบการติดต่อบนเครื่องบิน แต่เหตุการณ์ที่เกิดมักจะเกิดจากการหลงทางและการติดต่อทางวิทยุได้เงียบหายไป การบิดเบือนของห้วงเวลาอวกาศ เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่เป็นไปได้มากที่สุดเนื่องจาก ในเขตสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาเป็นเขตที่มีการผันผวนของสนามแม่เหล็กอย่างมาก และเหตุการณ์นี้ยังสามารถทำให้วัตถุหายไปในช่วงเวลาหนึ่งอย่างไร้ร่องรอย และสามารถกลับมายังสถานที่เดิมสภาพเดิมแต่ในเวลาถัดไป โดยเครื่องบินหรือเรือที่หายไปนั้นอาจปรากฏอีกครั้งใน 10-20 ปีข้างหน้าก็เป็นได้ การผันผวนของสนามแม่เหล็กอาจเป็นสาเหตุทำให้เครื่องวัดและเข็มทิศไม่สามารถทำงานได้อีกด้วย



3.2 การวิเคราะห์สมมุติฐานที่เกี่ยวข้องกับ ยูเอฟโอ

การสูญหายของเรือและเครื่องบินโดยความตั้งใจของยูเอฟโอนั้น จากสมมุติฐานแรกคือเพื่อการตรวจสอบวิเคราะห์ความก้าวหน้าทางเทคนิคของชาวโลกนั้น เป็นที่น่าเชื่อว่าจานบินอาจจะมาเพื่อสังเกตความเจริญก้าวหน้าของชาวโลก สมมุติฐานนี้ไม่ควรเกี่ยวข้องกับการสูญหายของเรือและเครื่องบินบริเวณสามเหลี่ยมเมอร์บิวดา เนื่องจากการนำตัวไปไม่ควรจะเกิดขึ้นบ่อยเท่าที่เป็นอยู่ และการสังเกตเทคโนโลยีนั้นไม่น่าที่เกิดเฉพาะเรือและเครื่องบิน แต่ควรจะเกิดเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างอื่นด้วย เช่น ตามสถานีอวกาศ เตาปฏิกรณ์ปรมาณู โรงไฟฟ้า หรืออาจจะจับเอาดาวเทียมไปด้วย หรือมีการติดต่ออย่างเป็นทางการกับมนุษย์เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ส่วนการจับไปเนื่องจากต้องการนำไปสะสมไว้ในพิพิธภัณฑ์หรือสวนสัตว์อวกาศอาจเป็นไปได้แต่ไม่น่าเกิดขึ้นบ่อยนัก ถ้าเป็นจริงก็ควรมีการจับสัตว์ชนิดอื่น ๆ ไปด้วย



อาจเป็นไปได้ว่าบนพื้นดินนั้นยานไม่สามารถลงจอดก็เป็นได้ จึงทำการดับจับเฉพาะวัตถุที่ผ่านในเขตสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาเท่านั้น การสูญหายของเรือและเครื่องบินโดยความบังเอิญที่เกิดจากยานยูเอฟโอลงจอด ทำให้เกิดการปั่นป่วนของสภาพอากาศและสนามแม่เหล็กไฟฟ้า และมีเครื่องบินเคลื่อนที่ผ่านบริเวณนั้นพอดี ทำให้เครื่องบินสูญหายไป เป็นเหตุผลที่น่าเชื่อ เพราะเนื่องจากปกติโดยทั่วไปไม่เคยมีรายงานว่าจานบินได้ทำอันตรายมนุษย์เลย ผู้ที่พบเห็นส่วนมากจะเห็นว่าจานบินได้ลอยผ่านไปเฉย ๆ โดยไม่มีวัตถุประสงค์ร้าย การสูญหายที่เกิดนั้น ส่วนมากจะเกิดเฉพาะในบริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวดาที่เชื่อกันว่าเป็นที่ลงจอดของจานบินเท่านั้น ดังนั้นการสูญหายน่าจะเกิดจากสาเหตุนี้มากกว่า



ในความคิดของเรา
tanida_s_p1745@chaiyo.com (IP:203.113.61.166,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 31 ก.ค. 2549 (01:46)
ที่ฟังมา ที่แกนกลางโลก สนามแม่เหล็กเกิดจาก แมกม่าไหลหมุนรอบโลหะอะไรไม่รู้ทำให้เกิดสนามแม่เหล็ก แต่ตอนนี้มันกำลังเปลี่ยนขั้วจากเหนือเป็นใต้ เค้าว่าเกิดมาตั้งหลายครั้งแล้ว 2แสนปีมั้ง่ะจะเกิดคร้ง ส่วนถ้าเราไม่มีสนามแม่เหล็กน่ะเหรอ ก็ดาวอังคารไงตัวอย่าง ก็คิดเอาสิว่าเป็นไปได้มั้ยแม็กม่าที่แกนโลกจะไม่มีวันที่จะเย็นตัวลง
Chompoo
ร่วมแบ่งปัน120 ครั้ง - ดาว 149 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 31 ก.ค. 2549 (01:49)
อ้อลองดู thinktank บ้างสิความรู้เยอะมาก ที่เราโม้ๆอยู่ก็เอามานี่แหละ
Chompoo
ร่วมแบ่งปัน120 ครั้ง - ดาว 149 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 6 ส.ค. 2549 (13:10)
การที่โลกเราหมุนรอบตัวเองนั้น(หมุนได้อย่างไร)เกี่ยวข้องกับสนามแม่เหล็กโลกหรือเปล่าอะครับ
NW_SP
ร่วมแบ่งปัน17 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 20 ก.ย. 2549 (14:55)
อื่ม สนามแม่เหล็กโลกไม่ได้เกิดจากการเคลื่อ่นที่ของอิเล็กตรอนหรอ การสปินของอิเล็กตรอนอะไรอย่างเงี้ย ??? อย่างแม่เหล็กถาวรเงี้ย สนามแม่เหล็กจากแม่เหล็กถาวรยังลดลงได้เลย แต่โลกก็ไม่ได้หยุดหมุนนี่เนอะ เพราะงี้ป่าวเลยทำให้ยังมีสนามแม่เหล็กอยู่ แล้วสนามแม่เหล็กจะมีผลต่อสิ่งมีชีวิตอ๊ะป่าวอย่างถ้าได้รับสนามแม่เหล็ก (B) มากๆเข้าจะทำให้เราปวดหัวเงี้ย ขนาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกยังเจ๊งเลยเวลาได้รับสนามแม่เหล็กมากๆ แล้วจากความรู้ที่มีสนาม B มีผลต่อนิวเคลียสของน้ำด้วย(มั้ง) แล้วน้ำที่อยู่ในร่างการเราละจะไม่มีผลเลยหรอ อื่ม

เนอะ
yaha (IP:58.9.39.77,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 13 พ.ย. 2549 (12:02)
แล้วเป็นไปได้รึเปล่าครับว่าสนามแม่เหล็กโลกจะเปลี่ยนแปลงองศาไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายกลับมาที่จุดเริ่มต้นใหม่
busluv (IP:161.200.255.162,,)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม