วิชาการดอทคอม ptt logo

การแยกเชื้อ Lactic acid Bacteria

โพสต์เมื่อ: 22:32 วันที่ 16 ก.พ. 2547         ชมแล้ว: 115,014 ตอบแล้ว: 82
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
คือ อยากถามท่านผู้รู้ว่า วิธีการแยกเชื้อบริสุทธิ์มีวิธีใดบ้างที่เหมาะสมกับ LAB และ วิธีการตรวจสอบชนิดของ LAB มีวิธีใดบ้าง เช่น การย้อมสีแกรม การดูลักษณะโคโลนี วิธีใดที่สามารถใช้ได้กับ LAB และการเพาะเลี้ยง LAB ต้องเพาะในสถานที่มี CO2 ตามที่ LAB ต้องการ หรือไม่ต้องก็ได้ ขอความกรุณาด้วยครับ

ถ้าส่งรายละเอียดมาที่ vinicyplanetia@hotmail.com จะเป็นความกรุณนาอย่างสูงครับ


Vinicy de Planetia(203.113.40.73,,)





จำนวน 74 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 17 ก.พ. 2547 (07:59)
ติดต่อ ดร. มัลลิกา บุญมี

ภาควิชาเทคโนโลยีชีวภาพ

คณะเทคโนโลยี

มหาวิทยาลัยขอนแก่น

mboonmee@hotmail.com ครับ
Practical x 2 (IP:129.94.6.28,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 21 ก.ย. 2548 (17:01)
สวัสดีครับ ผมนักศึกษาภาควิชาเคมี มีความต้องการที่จะได้วิธีการย้อมแกรม หากท่าน ดร. มัลลิกา บุญมี มีวิธีการย้อมแกรม ผมขอความกรุณารบกวนให้ท่านส่งมาให้ ด้วยทาง e-mail นี้ko_pipe@hotmail.com จะขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
ko_pipe@hotmail.com (IP:203.151.140.121,203.113.46.4,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 23 ก.ย. 2548 (11:12)
เปิด textbook microbiology ทั่วไปดูได้ครับ มันจะบอกวิธีการย้อมแกรม ซึ่งเป็นวิธีพื้นฐานของการเรียน microbiology ครับ
chay_swu@yahoo.com
ร่วมแบ่งปัน683 ครั้ง - ดาว 195 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 27 ก.ย. 2548 (16:48)
อยากถามท่านผู้รู้ว่าลักษณะโคโลนีแบ่งหรือแยกเป็นประเภทได้หรือเปล่าถ้าแบ่งได้แบ่งได้เป็นแบบใดบ้างแล้วซิงเกิลโคโลนี

คือคำเดียวกันหรือเปล่าและใช้การแยกเชื้อหรือไม่ถ้าใช่มีกี่แบบ

อยากทราบมากคับขอแบบละเอียดเลยนะคับถ้ามีเป็นpaperจะ

ยิ่งเป็นความกรุณาเพราะตอนนี้ผมงงมากคับขอความกรุณาด้วยครับ
ko_pipe@hotmail.com (IP:203.151.140.123,203.113.46.4,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 27 ก.ย. 2548 (18:33)
ขอตอบทุกคำถามน่ะครับ

- วิธีการแยกจุลินทรีย์ให้บริสุทธิ์มีด้วยกันหลายวิธีน่ะครับ แต่ที่นิยมมีด้วยกันสองวิธีครับ คือ 1. streak plate หรือการใช้ห่วงเขี่ยเชื้อขีดเป็นเส้นหลายหลายครั้งบนอาหารแข็งน่ะครับเหมาะต่อพวกใช้อากาศ

2. spread plate เป็นการเกลี่ยเชื้อให้กระจายบนอาหารแข็งซึ่งจะต้องทำการเจือจางเชื้อก่อนจากนั้นจึงใช้แท่งแก้วรูปสามเหลี่ยมเขี่ยเชื่อให้ทั่วเหมาะต่อการคัดแยกพวกชอบอากาศ 3. Pour plate มีวิธีการคล้ายกับ spread plate คือต้องทำการเจือจางเชื้อก่อน และวิธีนี้เป็นการผสมเชื้อเข้ากับอาหารในจานเพาะเชื้อในขณะที่อาหารนั้นยังไม่แข็งโดยอุณหภูมิของอาหารจะประมาณ 45 องศาเซลเลซียส หรือต่ำกว่า เหมาะต่อการคัดแยกทั้งพวกที่ใช้อากาศและไม่ใช้อากาศ แต่ต้องเป็นพวกทนร้อนด้วยครับ ทั้งสามวิธีจะทำให้เราได้ single colony ของจุลินทรีย์ครับ ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ลองค้นหาวิธีทำในหนังสือจุลชีววิทยาทั่วไปได้ทุกเล่มครับ



สำหรับ LAB ทำได้ทั้งสามวิธีครับ แต่ไม่ควรใช้ pour plate เพราะอาหารอุณหภูมิสูงไป ดังนั้นจึงควรใช้ strak plate และ sprad plate ครับ เพียงแต่เวลาบ่มเชื้อต้องปิดปากถุงพลาสติกให้สนิท เนื่องจาก LAB เป็นพวกชอบอากาศปริมาณเล็กน้อย (microaerobe) และไม่จำเป็นต้องใช้ CO2 ส่วนอาหารที่ใช้คือ MRS medium



ในการตรวจสอบชนิดของ LAB ทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น

1. การพิจารณาลักษณะโคโลนี (เหมาะกับผู้ชำนาญแล้ว หรือคัดแยกเชื้อเบื้องต้น)

2. การย้อมสีแบบแกรม ซึ่งไม่ได้ช่วยอะไรมาก แต่ก็ใช้ในการคัดเลือกเชื้อได้ระดับหนึ่ง

3. ลักษณะการทดสอบทางชีวเคมี (Biochemical test) ส่วนมากใช้วิธีนี้น่ะครับ



4. การจัดจำแนกด้วย chemotaxonomy, molecular taxonomy เช่น บริเวณ 16s rDNA และยีนอื่นๆเป็นต้น



-การย้อมสีแกรม มีวิธีการในหนังสือจุลชีวิทยาทั่วไป ทุกเล่มน่ะครับ



-ลักษณะโคโลนีแบ่งหรือแยกเป็นประเภทได้หรือเปล่า

ลักษณะโคโลนีของแบคทีเรียมีหลายแบบ แต่ในเบื้องต้นจะอธิบายประกอบกันหลายลักษณะเช่น

- ลักษณะรูปร่าง-> กลม รี ไม่แน่นอน นูน แบน ฯลฯ

-ขนาด-> เล็ก ใหญ่

-ความโปร่งแสง-> โปร่งแสง โปร่งใส ทึบแสง มันวาว

-ขอบโคโลนี -> ขอบเรียบ ขอบหยัก หยักมาก หยักน้อย หยักต่อเนื่องหยักไม่ต่อเนื่อง ฯลฯ

-ผิวโคโลนี -> ผิวเรียบ ขรุขระ เป็นคลื่น เป็นเกร็ด ฯลฯ

-เนื้อโคโลนี -> เป็นเมือกเย้ม เหมือนเนย เป็นเกร็ด ฯลฯ

- สีโคโลนี -> สีแดง สีครีม สีขาว สีเหลือง สีชมพู สีม่วง สีแดง สีเขียว ฯลฯ

- กาสร้างสีบนอาหาร การสร้างclrear zone การสร้างกลิ่น และฯลฯ

ส่วนใหญ่เชื้อกลุ่มเดียวกันจะมีโคโลนีคล้ายกัน แต่ก็ไม่เสมอไป ดังนั้นการคัดเลือเชื้อคร่าวๆต้องอาศัยลักษณะโคโลนี และความเชี่ยวชาญด้วย



- Single colony แปลว่าโคโลนีเดี่ยว ซึ่งในทางทฤษฏีนั้นเขาถือว่า 1 colony เท่ากับ 1 เซลล์ แต่ในทางปฏิบัตินั้น 1 โคโลนี ประกอบด้วยหลายๆเซลล์ แต่ทุกเซลล์เหมือนกันหมดทั้งโคโลนี ดังนั้น เมื่อใดที่มันเป็น Single colony ก็แสดงว่ามันเป็นเชื้อบริสุทธิ์ และทั้งโคโลนีก็คือสายพันธุ์เดียวกันนั่นเอง (กรณีไม่คำนึงถึงการกลายพันธุ์)
malimas45@hotmail.com (IP:203.185.133.6,10.226.73.76,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 3 ต.ค. 2548 (19:22)
สวัสดีค่ะ หนูศึกษาวิจัยที่เกี่ยวกับจุลินทรีย์ค่ะ แต่อยากทราบว่า การวัดปริมาณ LPS ค่ะ หากท่าน ดร. มัลลิกา บุญมี มีวิธีการทำการวัดปริมาณ LPS หนูขอความกรุณารบกวนให้ท่านส่งมาให้ ด้วยทาง e-mail pj_Sci@hotmail.com จะขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
พลอย (IP:58.10.128.187,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 15 ต.ค. 2548 (15:55)
อยากทราบวิธีการเตรียมนำ้ตาลสำหรับทดสอบแบคทีเรียแลกติก(ไม่อยากให้ตอบว่าให้ไปดูใน bergey) กรุณาส่งคำตอบมาตามอีเมลล์ที่ให้ไว้ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
wee302@thaimail.com (IP:202.12.74.7,unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 17 ต.ค. 2548 (10:31)
อยากทราบเทคนิคการใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับทางด้านจุลชีววิทยาและทางเทคโนโลยีชีวภาพค่ะถ้ามีรูปภาพประกอบด้วยก็ยิ่งดีน่ะค่ะ
somnam_t@hotmail.com (IP:61.19.21.20,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 19 พ.ย. 2548 (10:08)
อยากทราบว่าในการย้อมสีแบบแกรมนั้น ถ้าใช้เชื้อทดสอบเป็นบาสิรัสสปีชีส์จะติอสีย้อมชนิดใดค่ะ แล้วเป็นแกรม+หรือ-ค่ะ และกลไกการติดสีของเซลล์เป็นยังไงค่ะ
บอล / pukie_maw@hotmail.com (IP:203.188.24.84,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 4 ธ.ค. 2548 (10:58)
เรื่องการย้อมแกรมดูในหนังสือจุลชีววิทยาทั่วไปของ นงลักษณ์และปรีชา สุวรรณพินิจ ก็มีนะค่ะ
tuiza_36@yahoo.com (IP:203.154.48.14,192.168.1.16,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 5 ธ.ค. 2548 (10:05)
พอดีว่าเพิ่งเรียนMicrobio. พอดีค่ะเลยคิดว่าน่าจะตอบคำถามได้ เรื่องการแยกเชื้อบริสุทธิ์ออกมา ทำไมไม่ลองเลี้ยงเชื้อในอาหารผสมพวกInsoluble carbonate eg.Chalk ล่ะคะ เพราะว่าถ้าเป็นพวก Lactic Acid Bact. มันจะสร้างกรดใช่ไหมคะ กรดที่มันสร้างจะไปทำปฏิกิริยากับ คาร์บอเนต เกิดเป็นClear ZoneรอบๆโคโลนีของLactic acid bact.ค่ะ

ส่วนGram Stainingของพวก Bacillus จะเป็นแบบแกรมบวกค่ะติดสีCrystal Violet ส่วนกลไกเนี่ยอธิบายนาน คงต้องหาหนังสือมาประกอบล่ะค่ะ เพราะว่ามันเกี่ยวกับองค์ประกอบของผนังเซลล์ ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแกรมบวกและแกรมลบค่ะ
เด็กปี 2 (IP:58.147.34.177,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 6 ธ.ค. 2548 (00:01)
เอ่อ คุณ ๆ ท่าน ๆ ครับ จะถามอาจารย์ มัลลิกา นี่ต้อง เมลล์ไปถามนะครับ ไม่ใช่เอาเมลล์มาแปะไว้ อาจารย์ไม่ได้เข้ามาเล่นนะครับ
เด็กไบโอเทค (IP:58.10.18.73,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 25 ธ.ค. 2548 (11:15)
คือผมอยากทราบว่าการวัดขนาดโคโลนีต้องทำอย่างไรครับขอบคุณมากครับ (ด่วนมากครับ พอดีต้องทำวิจัย ขออ้างอิงด้วยนะครับ)
404652038@bala.yru.ac.th (IP:202.29.32.71,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 25 ธ.ค. 2548 (18:31)
เป็นกระทู้ที่อายุยืนมั่กๆ

คุณ malimas45@hotmail.com ก็พูดถึงการเลี้ยงเพื่อแยกเชื้อได้ละเอียดพอสมควรแล้วนะคะ

ขอเพิ่มเติมเกี่ยวกับการทดสอบ LAB เบื้องต้นนิดนึงค่ะคือ

1. พวกนี้เป็น gram positive ค่ะ ย้อมแกรมก็เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยตรวจสอบ

2. นอกจากอาหาร MRS แล้วยังสามารถใช้อาหาร M17 ได้อีกด้วยในการเลี้ยงเพื่อแยกเชื้อ LAB เท่าที่เคยทราบมาคือ MRS จะสำหรับพวก lactobacilli แต่ M17 จะสำหรับ lactococci แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า lactococci จะไม่โตบน MRS นะคะ

3. อย่างที่คุณ "เด็กปี 2" บอกค่ะว่าให้ใส่พวก calcium carbonate ลงไปในอาหารแข็งที่จะใช้เลี้ยงเชื้อด้วย ถ้าเป็นเชื้อที่ผลิตกรดจะเกิดโซนใสขึ้นรอบๆ colony แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่ากรดที่ผลิตจะเป็นกรดแลกติกนะคะ อีกอย่างหนึ่งคือการเกิด clear zone นี้อาจจะไม่ได้เกิดมาพร้อมๆกับที่ colony ขึ้นนะคะ อาจจะต้องรอเพิ่มอีกเป็นวัน

4. อีกวิธีหนึ่งคือทำ catalase test พวก LAB นี่เป็น catalase negative คือพอหยด hydrogen peroxide ลงบนโคโลนีแล้วจะไม่เกิดฟองฟ่อดๆค่ะ



อย่างไรก็ตามที่พูดๆกันมาเนี่ยเป็นแค่การทดสอบเบื้องต้นนะคะ ถ้าจะเอาให้แน่ๆก็ต้องทดสอบเพิ่มเติมมากกว่านี้หรือว่าจะลองเลี้ยงเชื้อในอาหารเหลวแล้วลองดูก็ได้ว่ากรดที่ผลิตเป็นกรดแลกติกไหม



อ้อ แล้วถ้าจะเอาข้อมูลไปใช้ก็ไปหาเอกสารอ้างอิงเพิ่มเอานะคะ
Noi (IP:203.188.32.108,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 4 ม.ค. 2549 (18:42)
อยากทราบวิธีการทดสอบดูว่า cetypyridium chloride และกรดแลคติก สามารถยับยั้งจุสินทรย์ที่ก่อให้เกิดโรคได้ ยังงัยคะ
makoto_pp@hotmail.com (IP:202.28.35.241,10.100.54.63,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 4 ม.ค. 2549 (20:54)
ที่เคยเห็นเขาทดสอบอะไรคล้ายๆอย่างนี้ เขาเตรียม agar plate ที่มีเชื้อก่อโรคที่ต้องการยับยั้งอยู่ แล้วก็ใช้แผ่นกระดาษกรองกลมๆชุบสารที่ต้องการทดสอบวางแปะลงไปแล้วก็เอาไปบ่มที่อุณหภูมิเหมาะสม ถ้าสารนั้นยับยั้งเชื้อก่อโรคได้ก็จะเห็น clear zone อยู่รอบๆกระดาษ หรือบางทีก็เห็นเขาเจาะหลุมใน agar plate แล้วก็หยอดสารลงไปแทนที่จะใช้กระดาษกรองชุบสารค่ะ

ว่าแต่ รอคนที่ทำทางด้าน micro มายืนยันอีกครั้งนะคะว่าการเตรียม plate กับวิธีทดสอบที่แน่นอนชัดเจนเป็นอย่างไร
Noi (IP:61.7.140.164,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 14 มี.ค. 2549 (17:15)
ถ้ามีอะไรสงสัยเกี่ยวกับการคัดแยกเชื้อ lactic acid bacteria ก็ลองสอบถามมาทาง e-mail ของผมได้ครับ พอดีเคยทำโปรเจคที่เกียวกับการ screen และการ identify genus ของ LAB มาก่อนครับ สามารถให้ข้อมูลได้คับ ไงก็ติดต่อมาเมลล์นะคับ orca_4456@hotmail.com
คนเคย screen LAB (IP:203.116.21.19,unknown,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 7 ก.ย. 2549 (14:19)
ต้องการวิธีการ identification Lactobacillus and LAB กรุณาส่งผ่านทางเมลให้หน่อยนะครับ
g_supap@hotmail.com (IP:161.200.255.164,161.200.34.133,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 13 ก.ย. 2549 (00:06)
อยากได้เรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญของแลคติกแบคทีเรียค่ะ

ช่วยส่งมาทางe-mailได้นะค่ะ
frog_freedom2@yahoo.com (IP:125.24.245.201,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 13 พ.ย. 2549 (13:19)
อยากทราบว่าในการเลี้ยง LAB นั้นมักจะต้องเลี้ยงด้วย MRS เป็นส่วนใหญ่จึงอยากจะถามว่าสูตรอาหาร MRS นั้นเป็นอย่างไรและในแง่สารอาหารนั้นสามรถทำให้ LAB เจริญได้ดีเพราะอะไร ใครทราบช่วยตอบด้วยนะครับ..
atomos_mb@hotmail.com (IP:202.44.14.194,10.15.8.10,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 22 พ.ย. 2549 (18:35)
สวัสดีครับ คือกระผมอยากทราบว่าวิธีย้อมแกรม ของแบคทีเรีย ต้องใช้วิธีการย้อมยังัย และเราจะสามารถแยกแกรมของแบคทีเรียได้อย่างไร ว่าเป็นแกรมบวกกับแกรมลบ จึงใคร่ขอกราบเรียนถามครับ
pakpao_pp@yahoo.com (IP:202.28.35.1,10.1.5.67,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 24 พ.ย. 2549 (16:23)
แป๊บนะครับ (คือเมื่อกี้โพสรูปแล้วไม่โผล่)
pornlarpmek
ร่วมแบ่งปัน1337 ครั้ง - ดาว 170 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 24 พ.ย. 2549 (16:28)


19989
จะโผล่มั้ยเนี่ยรูป

pornlarpmek
ร่วมแบ่งปัน1337 ครั้ง - ดาว 170 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 19 ธ.ค. 2549 (18:13)
อยากทราบข้อมูลเกี่ยวกับ การคัดแยกแบคทีเรียแลคติกในลำไส้ไก่ และใช้อาหารชนิดใดในการเลี้ยงเชี้อ และวิธีการเพาะเลี้ยง LAB ใครทราบช่วยส่งข้อมูลมาทาง e-mail ( dek006@chaiyo.com ) ด้วยนะครับ จะขอบพระคุณเป็นอย่างสูง
dek006@chaiyo.com (IP:222.123.44.5)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 5 ก.พ. 2550 (11:12)
อยากได้เรื่องปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญของแลคติกแบคทีเรียค่ะ และอยากทราบส่วนผสมของ อาหาร MRS พร้อมกับคุณสมบัติของอาหารเลี้ยงเชื้อ กรุณาส่งมาให้ที่เมลล์ด้วยนะคะ
mabuchy01@hotmail.com (IP:202.12.74.5)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 21 ก.พ. 2550 (01:24)
การตรวจแบคทีเรีย ปกติ จะใช้อาหารเลี้ยงเชื้อ 3 อย่าง คือ Blood agar McConkey agar และ Choccolate agar ส่วนการดูโคโลนี จะดูหลายๆ อย่าง เช่น แกรม- จะไม่เจริญบน McConkey

ถ้า colony เป็นสีชมพู รูปพีช บน McConkey ก็เป็นพวก acenetobacter ถ้าcolony เป็นมูกเยิ้ม ทั้งบน Blood และ Mc ก็เป็นพวก proteus เป็นต้นคับ

..........ส่วนการย้อมแกรมไม่ใช่ว่า มีประโยชน้อยนะคับ สามารถช่วยได้มากเหมือนกัน ซึ่งเป็นตัวที่ประกอบการวิเคราะห์ของเรา เช่น พบ Gr+ cocci in chain เราก็จะรู้เบื้องต้นว่าเป็นกลุ่มไหน

............และไม่ใช่การย้อมแกรม อย่างเดียวที่จะใช้วิเคราะห์ แต่มีหลายวิธีมาก.. เช่น AFB ,india ink, Giemsa, เป็นต้นคับ...

ว่างๆ จะมาโพสใหม่
Med-Tech 2 (IP:58.137.16.2)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 20 มี.ค. 2550 (12:57)
อยากทราบว่าแบคทีเรียที่ทำให้บริสุทธิ์แล้วคือมีเพียงชนิดเดียว จะสามารถผลิต Lactide ที่เป็น L-Lactide หรือ S-Lactide เพียงอย่างเดียวได้หรือไม่
Keo/patara_of@yahoo.com (IP:202.28.179.3)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 10 เม.ย. 2550 (10:22)
Lactic Acid ถ้านำไปผสมในเครื่องสำอางมันจะมีสรรพคุณอย่างไร และมีข้อควรระวังอะไรบ้าง
หญิง (IP:202.12.97.111)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 27 พ.ค. 2550 (11:17)
อยากทราบวิธืการคักแยกแบคทีเรียจากดินในป่าว่ามีวิธีการอย่างไรและมีบทความหรืองานวิจัยที่เกี่ยวข้องบ้างหรือไม่เนื่องจากดิฉันกำลังอยู่ในช่วงการทำปัญหาพิเศษค่ะจึงอยากทราบข้อมูลหากอาจารย์มีข้อเสนอแนะอย่างไรขอความกรุณาส่งข้อมูลมาที่ Kanjana_phan@hotmail.com จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง
kanjana_phan@hotmail.com (IP:202.29.21.51)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 28 พ.ค. 2550 (20:19)
ถ้าในน้ำผมมี แต่วิธีการก็คงไม่ต่างกันหรอกครับ แต่แยกเชื้อพวกนี้ต้องเอาไปบ่มในสภาวะไร้อากาศ ทำง่ายๆครับ เอาปี๊บมาแล้วจุดเทียนข้างใน ใส่อาหารที่เราเพาะเลี้ยงเชื้อไปในปิ๊บ

ปิดฝาปิ๊บรอจนไฟดับนะครับ เท่านี้ก็สามารถแยกแบคทีเรียกลุ่มที่ไม่ใช้ออกซิเจนได้แล้ว

แต่ก็ขึ้นอยู่กับอาหารเลี้ยงเชื้อด้วยนะครับ
mattew
ร่วมแบ่งปัน10 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 20 มิ.ย. 2550 (22:07)
1.ถ้าต้องการคัดเลือกจุลินทรีย์ที่สามรถใช้สารบางอย่างที่ไม่ละลายน้ำหรือผสมกับ agar medium ไม่ได้ จะมีวิธีดำเนินอย่างไร
kessybasa@hotmail.com (IP:161.200.173.85)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 24 มิ.ย. 2550 (09:49)
ขอแลกเปลี่ยนด้วยค่ะ

LAB เป็นแบคทีเรียแกรมบวก ทีทั้งรู้กลมและรูปท่อน คุณสมบัติเด่นคือ สามารถย่อยนำตาลแลกโตส ได้กรดแลคติก ในสภาวะ anaerobe (อาจเลี้ยงใน candle jar) อาหารที่เหมาะสมคือ MRS media เนื่องจากเชื้อผลิตกรด ดังนั้นเพื่อให้การคัดแยกเห็นได้ชัดเจนอาตผสม calcium carbonet หรือ indicater เช่น Bromothymol blue ลงในอาหาร (ความเข้มข้นจำไม่ได้ค่ะ search จาก internet ได้ค่ะ) เลี้ยงที่ 35 องศาซี นาน 2-4 วัน สังเกตลักษณะโคโลนีจะเป็นสีขาว ขนาดเล็ก ให้ผล catalase เป็นบวก
k (IP:125.26.178.94)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 25 มิ.ย. 2550 (16:39)
อยากทราบว่าทำไมต้องเอา plate ที่ใส่วุ้นและเชื้อแล้วมาเรียงเป็นตั้งๆแล้วทำไมไม่วางเป็นแถวค่ะ คือว่าอยากรู้ว่าทำไมอาจารย์ต้องถามด้วย หรือว่า อาจารย์เค้าไม่มีอะไรจะถาม

ช่วยตอบหนูหน่อยน่ะค่ะ หนูไม่เข้าใจอาจารย์เลยจริงๆ
tippawinny@hotmail.com (IP:58.137.48.4)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 27 มิ.ย. 2550 (15:30)
อยากทราบว่าจะมีวิธีการคัดแยกเชื้ออย่างไรเพื่อให้ได้ปริมาณมากๆค่ะ

ซึ่งเชื้อเหล่านี้อาศัยอยู่ในไขมันที่ปนเปื้อนมากับน้ำเสียค่ะ

ช่วยตอบหน่อยนะคะ ขอบคุณมากๆเลยคะ
poojaa_038@hotmail.com (IP:203.154.175.98)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 1 ก.ค. 2550 (12:49)
1.เทคนิกการแยกเชื้อมีอะไรบ้างค่ะ ข้อดีข้อเสียของแต่ละประเภทมีอะไรบ้างค่ะ

2.ถ้ามีเชื้อจุลินทรีย์เลี้ยงในอาหารเหลวมา 1 หลอดจะทำยังไงถึงทราบว่าหลอดนั้นเป็นหลอดบริสุทธิ์ค่ะ

ช่วยส่งมาในเมลล์นี้ด้วยน่ะค่ะ

ขอบคุณค่ะ
ton_aome@hotmail.com (IP:202.28.21.4)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 5 ก.ค. 2550 (15:50)
กลไกลการย้อมสีแคปซูลเป็นยังไงคะ
www.tttt@sanok.com (IP:202.28.78.139)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 24 ก.ค. 2550 (21:41)
อยากได้รายละเอียดเกี่ยวกับ แบคทีเรียแลกติกทั้งหมด ทั้งรูปร่าง สายพันธ์ต่างๆ สภาวะการเจริญที่เหมาะสม รวมถึงอาหารเลี้ยงเชื้อที่เหมาะสมน่ะค่ะ ต้องทำproject หามาแล้วแต่ได้ยังไม่มากแล้วไม่ละเอียด เลยอยากได้แบบสมบูรณ์ ใครมีข้อมมูลอะไรก็ช่วยส่งมาให้เยอะๆนะคะ ขอบคุณผู้รู้ทุกๆคนจ้า
jimoo_narak@hotmail.com (IP:58.9.51.171)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 6 ส.ค. 2550 (23:31)
อยากทราบว่า catalase test เป็นการทดสอบอะไร และต้องทำอย่างไรบ้างคะ
ikoy_yakuza@hotmail.com (IP:203.158.4.151)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 16 ต.ค. 2550 (11:45)
ถึง...ทุกๆคนค่ะ หนูอยากได้รายละเอียดเกี่ยวกับ แบคทีเรียแลกติกทั้งหมด ทั้งรูปร่าง สายพันธ์ต่างๆ สภาวะการเจริญที่เหมาะสม รวมถึงอาหารเลี้ยงเชื้อที่เหมาะสม มากๆค่ะ เพราะตอนนี้กำลังศึกษาเรื่องนี้อยู่ค่ะ ขอบคุณมากๆ นะคะ ช่วยกรุณา e-mail มาบอกกันหน่อยนะคะ ถ้าใครมีข้อมูลหรือทราบค่ะ (pok_cute@hotmail.com)
pok_cute@hotmail.com (IP:117.47.178.73)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 19 ต.ค. 2550 (21:15)
การทดสอบสอบ catalase เป็นการทดสอบ enzyme ของเชื้อว่าเชื้อมีเอนไซม์ที่สามารถทำลายไฮโดรเจนเปอร์ออกไซม์ได้หรือไม่ถ้ามีจะเกิดเป็นฟอง
seifer30@hotmail.com (IP:58.8.136.169)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 9 พ.ย. 2550 (11:12)
อยากทราบวิธีการยับยั้ง Yeast บนอาหารเลี้ยงเชื้อ MRS agar ลองหาใน Internet บอกว่าให้ใช้ Sorbic acid 1.4 g ละลายใน 1N NaOH 10 ml จากนั้นนำมากรอง แล้วเติมลงใน media

ลองทำดูปรากฏว่า Sorbic acid ไม่ละลาย จะทำยังไงดีค่ะ เพราะต้องการตรวจหา LAB ใน product ที่มี yeast เป็นองค์ประกอบ และ yeast เองก็เจริญบน MRS ได้ ใครทราบรบกวนตอบด้วยนะค่ะ
mimiboys@hotmail.com (IP:203.154.175.98)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 9 พ.ย. 2550 (11:15)
อยากทราบว่าในเกณฑ์การนับปริมาณเชื้อเอเอฟบีเพื่อแยกระดับความรุนแรงของโรควัณโรคมีเกณฑ์การนับจำนวนต่อหนึ่งหน้ากล้องอย่างไรบ้างคะ
ooo_au_t_t@hotmail.com (IP:61.19.22.210)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 22 มี.ค. 2551 (01:13)
<P>อยากทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการแยกเชื้อจำพวกแบคทีเรียที่ผลิตกรดแลกติกอ่ะค่ะ</P>

<P>เพราะจะต้องใช้ในการทำโปรเจค ทั้งเรื่องอาหารเลี้ยงเชื้อ สภาวะอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญ รวมทั้งอาหารที่สามารถแยกได้ว่าเชื้อใดที่จัดเป็นพวก Homolactic และ Heterolactic</P>

<P>และถ้าต้องการแยกเชื้อให้ได้เป็นพวกโพรไบโอติกส์ควรแยกจากไหน จึงจะได้ค่ะ</P>

<P>รายละเอียดทั้งหมดขอให้ส่งมาทางอีเมลล์ จักขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ</P>
wonbin_room5@hotmail.com (IP:222.123.152.66)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 25 มิ.ย. 2551 (09:20)
แบคทีเรียอะไรบางที่สามารถดูดซับโลหะกนักได้
เจน (IP:125.27.76.121)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 6 ก.ค. 2551 (12:10)

อยากข้อมูล  การทดสอบแกรมของแบคทีเรียโดย  KOH   method ค่ะ



เคยเรียนแต่ใช้การย้อมสีแกรมธรรมดา  ถ้าใครทราบช่วยส่งมาทางเมลให้ด้วยน่ะค่ะ



ทำสัมนาอยู่ค่ะ


loseline_noom@hotmail.com (IP:202.12.97.111)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 6 ก.ค. 2551 (21:49)


วิธีที่เป็นการทดสอบว่าเป็นแบคทีเรียแกรมบวก, แกรมลบอย่าง ๆ คือการใช้ Potassium



hydroxide วิธีปฏิบัติ



1. หยด 3 % KOH ลงบนสไลด์ 1หยดใหญ่ ๆ



2. ใช้ loop เขี่ย colony ของเชื้อแบคทีเรียโดยวิธี aseptic technique แล้วนำ มาผสมกับ KOH ที่อยู่บนสไลด์เป็นเวลา 1 นาทีให้ใช้เชื้อในปริมาณมากเพื่อจะได้เห็นผลได้อย่างชัดเจน



3. ค่อยยกห่วงถ่ายเชื้อขึ้น สังเกตดูว่ามีลักษณะเป็นสายเหนียวติด loop หรือไม่ ถ้ามีแสดงว่าเป็นแบคทีเรียแกรมลบ เนื่องจากผนังเซลล์ของแบคทีเรียแกรมลบแตกออกและปลดปล่อย chromosomal material ออกมาสำ หรับแบคทีเรียแกรมบวกจะไม่มีลักษณะดังกล่าว


seifer30@hotmail.com
ร่วมแบ่งปัน218 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 10 ก.ค. 2551 (15:57)

ขอถามผู้รู้บ้างนะค๊ะว่าทำไมต้องเติมcalcium carbonet ลงไปในอาหารเลี้ยงเชื้อแลคติคด้วยค๊ะแล้วcalcium carbonet ทำปฏิกิริยาอะไรกับเชื้อเชื้อถึงย่อยสลายจนเกิดเคลียโซนถ้าไม่เติมลงไปในอาหารจะได้มั๊ยค๊ะจะมีผลอะไรหรือเปล่าหนูกำลังทำวิจัยอยูค๊ะถ้ามีขอมูลช่วยส่ง email มาให้หนูได้มั๊ยค๊ะ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งนะค๊ะขอบคุณค๊ะ


pumbio_@hotmail.com (IP:202.29.21.51)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 10 ก.ค. 2551 (16:02)

ขอตอบคำถามค๊ะคำถามที่33 ที่ต้องวางซ้อนกันเพราะว่าป้องกันการเกิดไอน้ำในเพลสไงค๊ะ


AUT_Hikaru101@hotmail.com (IP:202.29.21.51)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 16 ก.ค. 2551 (11:46)
ขอความกรุณาอยากถามผูเชี้ยวชาญทางด้านแบคทีเรียแลคติกค๊ะว่าอาหารเลี้ยงเชื้อมีแค่ GYPกับMRSหรือค๊ะแล้วอาหารอย่างไหนดีกว่ากันค๊ะแล้วอาหารสองอย่างนี้แตกต่างกันอย่างไรค๊ะขอบคุณค๊ะสำหรับผู้
pumbio_@hotmalt.com (IP:202.29.21.51)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 27 ก.ค. 2551 (14:35)

การเอา plate มาเรียงเป็นตั้งตอนที่พี่งเทอาหารเสร็จ เนื่องจากเมื่อเราเทอาหารแล้ว อาหารกำลังร้อนอยู่ จะมีไอน้ำเกิดขึ้น ถ้าเราเอา plate มาเรียงซ้อนกัน จะทำให้ plate ที่อยู่ข้างบนดูดไอน้ำจาก plate ข้างล่างขึ้นไป ส่งผลให้ plate แห้งเร็วขึ้น ครับ� แต่ถ้าจะให้ดี ต้องเอาไปอบในตู้� UV ครับ จะปแห้งเร็วกว่า


tvxq_65@hotmail.com (IP:118.172.27.170)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 23 ส.ค. 2551 (00:26)

สวัสดีครับ ผมเป็นนิสิตม.นเรศวร อยากทราบว่าลักษณะโคโลนีเป็นลักษณะกลม (Circular)  ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง มีตั้งแต่ 2 - 5มิลลิเมตรสีขาวขุ่นตรงกลางรอบๆวงกลมสีขาวขุ่นเป็นรูปวงแหวนซึ่งสีที่ผลิตขึ้นละลายนํ้าไม่ได้จะมีอยู่เฉพาะบริเวณที่เป็นโคโลนี  ผิวของโคโลนีนูนตรงกลางเล็กน้อยโค้งสูงจากผิวหน้าของอาหารไม่มากนัก(Convex)  ทำให้มองเห็นรูปร่างคล้ายไข่ดาว  ลักษณะของผิวหน้าของโคโลนี(surface) นั้น มีลักษณะเป็นวงแหวนซ้อนกันหลายๆชั้น(Concentrically ringed) ริมหรือขอบโคโลนี(edge)มีลักษณะขอบเกลี้ยงไม่มีรอยเว้า(Entire) ลักษณะเกี่ยวกับแสง(optical

character)
สีขุ่น ไม่ขึ้นเงา (Dull)



จากลักษณะของเชื้อข้างบนเป็นเชื้ออะไร อยุ่ในจีนีสไหนคับ


ัyooth_agro@hotmail.com (IP:58.147.40.84)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 23 ส.ค. 2551 (21:52)

อยากรู้เพิ่มเกี่ยวกับการติดสีแกรม รูปรางเชื้อ แล้วก็อาหารที่ใช้แยกเพื่อใช้ประกอบเพิ่มเติมในการวิเคราะห์ครับ


seifer30@hotmail.com
ร่วมแบ่งปัน218 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 5 ก.ย. 2551 (14:04)

ตอบคำถาม ให้ครับ คุณ tippawinny@hotmail.com



สาเหตุที่ต้องวาง plate เป็นชั้นๆ นั้น
เพื่อที่จะไม่ให้เกิดฝ้าหรือไอน้ำบน plate ครับ
ทั้งนี้เพราะการวางเป็นชั้นๆจะช่วยให้การถ่ายเทความร้อนออกจาก plate สู่ plate ครับ 


krathon_19@hotmail.com (IP:158.108.105.143)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 13 ก.ย. 2551 (20:16)

2.1 โพรไบโอติก (Probiotic)
คำว่า โพรไบโอติก ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในรายงานการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของ Lilly และ Stillwell ในปี ค.ศ. 1965 เพื่อกล่าวถึงสารที่จุลินทรีย์ชนิดหนึ่งขับออกมา และช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์อีกชนิดหนึ่ง  ซึ่งเป็นการทำงานที่ตรงข้ามกับการทำงานของยาปฏิชีวนะ (antibiotic)ที่จะทำลายจุลินทรีย์เกือบทุกชนิด
        ในปี ค.ศ. 1974 Parker ได้ให้คำจำกัดความว่า โพรไบโอติก คือสิ่งมีชีวิตและสารเคมีที่มีผลต่อสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ คำจำกัดความล่าสุด ซึ่งเสนอโดย Fuller ในปี พ.ศ. 2532 อธิบายคำว่า โพรไบโอติก คืออาหารเสริมซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิต สามารถก่อประโยชน์ต่อร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่มันอาศัยอยู่ โดยการปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในร่างกาย   
จนในที่สุดปี ค.ศ. 1992 Havenaar และ Veid ได้ขยายคำจำกัดความของ โพรไบโอติกว่า จะต้องประกอบด้วย จุลินทรีย์ที่มีชีวิตซึ่งอาจมีเพียงชนิดเดียว หรือเป็นส่วนผสมของจุลินทรีย์หลายชนิด ที่สามารถไปปรับปรุงคุณสมบัติของจุลินทรีย์ดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของสัตว์นั้น โดยจุลิน ทรีย์เหล่านี้อาจอยู่ในรูปของเซลล์แห้งจากขบวนการระเหิดแห้ง (freeze-dried cells) หรืออยู่ในรูปผลิตภัณฑ์หมัก ซึ่งนอกจากไปส่งเสริมการเจริญเติบโตแล้ว ยังทำให้คนและสัตว์มีสุขภาพดีขึ้นด้วย และโพรไบโอติก ไม่ใช่จำกัดการใช้เฉพาะในทางเดินอาหารเท่านั้น ยังอาจไปมีผลต่อระบบอื่นๆ เช่น ทางเดินหายใจส่วนต้น หรือระบบปัสสาวะ และระบบสืบพันธุ์

2.1.1 ชนิดของจุลินทรีย์โพรไบโอติก
2.1.1.1 ลักษณะของเชื้อ Lactobacillus
Lactobacilli เป็นแบคทีเรียแกรมบวก ไม่สร้างสปอร์ มีลักษณะเป็นแท่งสั้นๆ เป็นพวก แฟคัลเตตีฟแอนแอโรบ เป็นจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในลำไส้ของมนุษย์และสัตว์ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ แยกได้จากทางเดินอาหาร ในลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ นอกจากนี้ยังพบบริเวณช่องคลอดอีกด้วย เจริญได้ในสภาวะกรด Lactobacilli สามารถใช้น้ำตาลซึ่งเป็นแหล่งคาร์บอนและผลิตกรดแลคติกได้มากกว่าร้อยละ 85 ในการหมักแบบโฮโมเฟอร์เมนเททีฟ หรือได้กรดแลคติกร้อยละ50 คาร์บอนไดออกไซด์ เอทานอล และกรดแอซีติก ในการหมักแบบเฮเทอโรเฟอร์เมนเททีฟ เจริญได้ที่พีเอช 4.0-4.5 อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเจริญคือ 30-40 องศาเซลเซียส
อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทั้งหมดของ Lactobacillus ทุกสายพันธุ์ที่จะมีประสิทธิภาพในการต่อต้านจุลินทรีย์ก่อโรคในลำไส้ มีการทดลองใช้อาสาสมัครที่มีสุขภาพแข็งแรง 23 คน รับประทานผลิตภัณฑ์โพรไบโอติกที่มี L. acidophilus และ L. bulgaricus แล้วลองให้ได้รับเชื้อ E. coli ชนิดที่สร้างเอ็นเทอโรท็อกซิน พบว่าไม่มีความแตกต่างกันทั้งในอัตราการเกิดโรค ระยะฟักตัวและระยะเวลาในการเกิดโรคเมื่อเปรียบเทียบกับชุดควบคุมที่ไม่ได้รับโพรไบโอติก Saccharomyces boularddii ถูกนำมาใช้ในการทดลองเกี่ยวกับการป้องกันและรักษาโรคท้องร่วงที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ C . diffcile ใช้ผู้ป่วยจำนวนทั้งหมด 180 คน ในการทดลอง เป็นกลุ่มควบคุม 20 คน พบว่าผู้ป่วยที่ได้รับโพรไบโอติกร้อยละ 9.5 มีอาการท้องเสีย เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมที่มีอาการร้อยละ 22 ดังนั้น การใช้โพรไบโอติกช่วยลดการเกิดอาการท้องร่วงที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อ C. difficile ถึงแม้ว่า S. boulardii จะไม่สามารถป้องกันเชื้อก่อโรคได้ก็ตาม

2.1.1.2 ลักษณะของเชื้อ Bifidobacteria
Bifidobacteria เป็นแบคทีเรียแกรมบวก ไม่ต้องการอากาศอย่างแท้จริง มีรูปร่างเป็นแท่งคล้ายตัว Y และไม่ผลิตก๊าซ ถูกค้นพบครั้งแรกโดย Tissier ในปี ค.ศ. 1900 ซึ่งแยกได้จากอุจจาระของเด็กทารก และตั้งชื่อว่า Bacillus bifidus และจัดเข้าสู่จีนัส Bifidobacterium ในปี ค.ศ. 1920 (Orla-Jensen, 1924) คุณสมบัติที่สำคัญคือ สามารถหมักน้ำตาลเฮกโซสได้เป็นกรดแลคติกโดยผ่านวิถีฟอสโฟคีโตเลท (phosphoketolase pathway) เมื่ออยู่ในสภาวะไม่เหมาะสมต่อการเจริญก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเซลล์ให้มีกิ่งก้านมากมายในอาหารที่ขาด เบต้า-เมทิล-ดี-กลูโคซามีน (b-methyl-D-glucosamine) เซลล์ที่มีลักษณะเป็นสองส่วนเท่ากันจะเกิดรูปร่างที่แตกแขนงมากขึ้น (Glick และคณะ, 1960) และเมื่อมีการเติมกรดอะมิโนเพียงเล็กน้อยในอาหารเลี้ยงเชื้อ เซลล์ที่เป็นกิ่งก้านมากมายจะเปลี่ยนเป็นแท่งโค้ง bifidobacteria นี้ พบได้ในลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ และช่องคลอด ผลิตวิตามินบี อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเจริญคือ 37-41 องศาเซลเซียส พีเอชที่เหมาะสมคือ 5.5-7.0 ผลิตกรดแอซิติก กรดแลคติก ทำให้เพิ่มความเป็นกรดในลำไส้

การทดสอบคุณสมบัติการเป็นโพรไบโอติกในห้องปฏิบัติการ
ความสามารถในการทนกรดเบส
การทดสอบความสามารถในการทนกรดเบสทำได้โดย เลี้ยงเชื้อแบคทีเรียแลคติกในอาหารเหลว MRS ที่มีปริมาตร 6 มิลลิลิตร ปรับพีเอช ให้ได้เท่ากับ 3, 4, 5, 6 และ 8 ตามลำดับ ด้วย 1N HCl และ 1N NaOH ทำ 3 ซ้ำ บ่มเชื้อที่ 37 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24 ชั่วโมง จากนั้นตรวจดูการเจริญของเชื้อโดยการวัดค่าการดูดกลืนแสงด้วยเครื่องวัดการดูดกลืนแสง (spectrophotometer) ที่มีความยาวคลื่นแสง 580 นาโนเมตร (Toit และคณะ., 1998)
ความสามารถในการทนเกลือน้ำดี
การทดสอบความสามารถในการทนเกลือน้ำดีทำได้โดย นำเชื้อแบคทีเรียที่มีความสามารถทนกรดมา streak ลงบนอาหานแข็ง MRS ที่มีความเข้มข้นของเกลือน้ำดีร้อยละ 0.30 (w/v) oxgall (Difco) โดยการ streak plate ละ 4 เชื้อ ทำ 3 ซ้ำ บ่มไว้ที่ 37 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 48 ชั่วโมง แล้วตรวจดูการเจริญของเชื้อบนผิวหน้าอาหาร (Toit และคณะ , 1998)
ความสามารถในการเกาะติด
การทดสอบความสามารถในเกาะติดทำได้โดย นำเชื้อแบคทีเรียแลคติกที่ทนเกลือน้ำดีมาเลี้ยงในอาหารเหลว MRS ปริมาตร 3 มิลลิลิตร จนมีอายุครบ 18 ชั่วโมง แยกเซลล์แบคทีเรียโดยเหวี่ยงด้วยความเร็ว 15,000 g เป็นเวลา 10 นาที จากนั้นเจือจางเชื้อด้วย Phosphate buffered saline (PBS) พีเอช 7.1 ในไมโครเพลท แล้วเติม pig erythrocyte suspension (SIGMA) ที่มีความเข้มข้นร้อยละ 2 ทิ้งไว้ที่อุณหภูมิห้อง 1 ชั่วโมง สังเกตการเกาะกลุ่มด้วยตาเปล่า ทำ 3ซำ
ความสามารถในการเจริญในสภาวะที่มี และไม่มีออกซิเจน
การทดสอบความสามารถในการเจริญในสภาวะที่มี และไม่มีออกซิเจนทำได้โดย นำแบคทีเรียแลคติกที่มีความสามารถในการเกาะติดมาเลี้ยงในอาหารเหลว MRS ปริมาตร 3 มิลลิลิตร จนมีอายุครบ 18 ชั่วโมง ถ่ายเชื้อแบคทีเรียแลคติกลงในอาหารเหลว MRS เชื้อละ 6 หลอด แบ่งเชื้อเป็น 2 ชุด คือ ชุดที่ 1 ใส่ใน anaerobic jar แล้วนำไปบ่มไว้ที่ 37 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24 ชั่วโมง ชุดที่ 2 นำไปบ่มไว้ที่ 37 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 24 ชั่วโมง
ดูการเจริญของเชื้อโดยการวัดค่าการดูดกลืนแสงด้วยเครื่อง spectrophotometer ที่มีความยาวคลื่นแสง 580 นาโนเมตร และเปรียบเทียบความสามารถของเชื้อในการเจริญทั้งสองสภาวะ โดยวิเคราะห์ผลทางสถิติด้วยวิธี Duncan’s New Multiple Range Test
ความสามารถในการย่อยโปรตีน ไขมัน และแป้ง
การทดสอบการย่อยโปรตีน
การทดสอบความสามารถในการย่อยโปรตีนทำได้โดย นำเชื้อแบคทีเรียแลคติกที่สามารถเจริญทั้งในสภาวะที่มีและไม่มีออกซิเจนมาเลี้ยงในอาหารเหลว MRS จนมีอายุครบ 18 ชั่วโมง มา streak บนอาหารเลี้ยงเชื้อ Milk agar ทำ 3 ซ้ำ นำไปบ่มไว้ที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 48-72 ชั่วโมง ถ้ามีการย่อยโปรตีนจะเกิดวงใสรอบ ๆ โคโลนีของเชื้อ ( Michael และ Pelezar, 1995 )
การทดสอบการย่อยไขมัน
การทดสอบความสามารถในการย่อยไขมันทำได้โดย นำเชื้อแบคทีเรีย แลคติกที่สามารถเจริญทั้งในสภาวะที่มีและไม่มีออกซิเจนมาเลี้ยงในอาหารเหลว MRS จนมีอายุ 18 ชั่วโมง มา streak บนอาหารเลี้ยงเชื้อที่เติม tributyrin ความเข้มข้นร้อยละ 1 ทำ 3 ซ้ำแล้วนำไปบ่มไว้ที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 48-72 ชั่วโมง ถ้ามีการใช้ไขมันจะเกิดวงใสรอบ ๆ โคโลนีของเชื้อ ( Michael และ Pelezar, 1995 )
การทดสอบการย่อยแป้ง
การทดสอบความสามารถในการย่อยแป้งทำได้โดย นำเชื้อแบคทีเรีย แลคติกที่สามารถเจริญทั้งในสภาวะที่มีและไม่มีออกซิเจนมาเลี้ยงในอาหารเหลว MRS จนมีอายุ 18 ชั่วโมง มา streak บนอาหารเลี้ยงเชื้อ Starch agar ทำ 3 ซ้ำนำไปบ่มไว้ที่อุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 48-72 ชั่วโมง ทดสอบการย่อยแป้งโดยการหยดสารละลายไอโอดีนลงบนอาหารเลี้ยงเชื้อ ถ้ามีการย่อยแป้งสีของอาหารเลี้ยงเชื้อจะไม่เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน ( Michael และ Pelezar, 1995 )


nan_junsawang@hotmail.com (IP:203.158.176.19)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 5 พ.ย. 2551 (16:26)

อยากทราบลักษณะโคโลนีของเชื้อ  Hansenula ที่ขึ้นบนจานอาหารเลี้ยงเชื้ออะค่ะ
แล้วจะใช้อาหารเลี้ยงเชื้ออะไรค่ะเชื้อตัวนี้มันถึงจะขึ้นอ่ะค่ะ


ple_aofapp@hotmail.com (IP:117.47.137.192)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 23 พ.ย. 2551 (18:46)

วิธีการแยกเชื้อทำได้หลายวิธีครับเช่น
1. spread plate
2. pour plate
3. streak plate
เป็นต้นครับ  ส่วนจะใช้อาหารอะไรในการแยกเชื้อนั้นต้องดูจากการที่ว่าจุดประสงค์นั้นเราตองการแยกให้ได้เชื้ออะไรครับ


seifer30@hotmail.com
ร่วมแบ่งปัน218 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 6 ธ.ค. 2551 (09:56)

กำลังทำการทดลองencapsulate LAB อยู่อ่ะครับ ตอนนี้ใช้emulsion technique   แต่ยังม่ะทราบว่าจะเก็บที่อุณหภูมิห้องได้ไหมน่ะครับ ใครมีข้อมูล mail มาก็ได้ครับ


chumpon_sa@hotmail.com (IP:58.9.102.174)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 12 ธ.ค. 2551 (19:22)

โคโลนีจากความหมายทางด้านจุลชีววิทยาคือกลุ่มของเชื้อจุลินทรีย์ที่เจริญและเพิ่มจำนวนบนอาหารแข็งจนเป็นกลุ่มเซลล์ที่มองเห็นได้โดยตามทฤษฎีถือว่าหนึ่งโคโลนีเจริญมาจากหนึ่งเซลล์  โคโลนีของจุลินทรีย์แต่ละกลุ่มจะมีความแตกต่างที่สามารถจำแนกได้ เช่น โคโลนีของแบคทีเรีย โดยทั่วๆ ไปมีขนาดเล็ก ผิวมันเยิ้ม โคโลนีของเชื้อแบคทีเรียในกลุ่มแอคติโนมัยสีท จะมีลักษณะเฉพาะคือ มีขนาดเล็ก ฝังแน่นอยู่ในอาหารและผิวของโคโลนีมีลักษณะเป็นขุยคล้ายผงฝุ่น ส่วนโคโลนีของเชื้อรามีขนาดใหญ่กว่า และจะเป็นเส้นใยฟูคล้ายปุยสำลีหรือเป็นแผ่นคล้ายพรมกำมะหยี่ โคโลนีจะมีสีและลักษณะที่แตกต่างกันตามชนิดของเชื้อ ชนิดของอาหารเลี้ยงเชื้อและสภาพการเพาะเลี้ยง  ลักษณะของโคโลนีเป็นสมบัติหนึ่งที่ช่วยจำแนกชนิดของจุลินทรีย์ในระดับเบื้องต้น โดยเฉพาะเมื่อมีการเพาะเลี้ยงบนอาหารที่จำเพาะเจาะจงบางอย่างทั้งนี้เนื่องจากลักษณะของโคโลนีเกี่ยวข้องกับสมบัติทาง สรีรวิทยาของเซลล์ ดังนั้นจึงได้มีการพัฒนาการตรวจเชื้อจุลินทรีย์บางชนิด โดยอาศัยลักษณะของโคโลนี เช่น การตรวจเชื้อ อี โคไล (E. coli) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สุขลักษณะของอาหาร เครื่องดื่ม และน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้เมื่อเจริญบนอาหารวุ้นชนิด Eosin Methylene Blue (EMB agar) จะให้โคโลนีที่มีลักษณะจำเพาะที่เรียกว่า metalic sheen คือมีสีเขียวเหลือบคล้ายสีของปีกแมลงทับ เป็นต้น


seifer30@hotmail.com
ร่วมแบ่งปัน218 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 12 ธ.ค. 2551 (19:28)

clear zone คือโซนใสที่ที่เกิดจากการที่เชื้อจุลินทรีย์เจริญแล้วมีเอนไซม์ไปทำปฏิกิริยากับสารอาหารที่อยู่ในอาหารเลี้ยงเชื้อ (พูดง่ายๆก็คือไปย่อยสารที่มีอยู่นั่นเอง) แล้วเกิดเป็นวงใสขึ้นซ่งวงใสนั้นอาจเห็นได้เลยในอาหารหรืออาจต้องเติมสารไปทำปฏิกิริยาบนอาหารจึงจะเห็นเป็นวงใส  clear zone ที่เกิดแล้วรู้จักกันโดยทั่วไปก็เช่น การทดสอบการสร้างเอนไซม์ amylase บน starch agar ซึ่งต้งเติมไอโอดีนลงไปบน starch agar จึงจะเห็น อีกอันคือการเจริญของเชื้อ Staphylococcus aureus บนอาหาร BP ที่มีการเติม egg yolk + tellulite ครับ มีอะไรสงสัยเมล์มาถามได้นะครับ


seifer30@hotmail.com
ร่วมแบ่งปัน218 ครั้ง - ดาว 153 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 14 พ.ค. 2552 (20:12)

อยากทราบหลักการวัด clear zone ที่ถูกต้องช่วยบอกหน่อยค่ะ


nuttawadee_26@hotmail.com (IP:118.173.33.75)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 27 มิ.ย. 2552 (00:09)

วิธี  spread plate  และ  pour plate  นอกจากจะใช้ในการแยกเชื้อให้บริสุทธิ์แล้ว ยังมีประโยชน์ในแง่ใดบ้างคะ  ใครรู้ช่วยบอกหน่อยนะคะ


Dek Bio
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 48 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 26 ส.ค. 2552 (14:28)

การตรวจสอบทางชีวเคมีเชื้อlactobacillus acidophillus L.casei luconostoc cremores Bifidobacterium sp.ขอบคุณค่ะทำวิจัยอยู่ด้วย


futfee@hotmail.com (IP:117.47.177.210)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 25 พ.ย. 2552 (10:57)

กำลังจะเริ่มทำ senior Project เกี่ยวกับ LAB อยู่คับ

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ LAB แบบเป็นภาษาไทย ไม่ต้องวิชาการมากก็ได้ 


(คือเอามาอ่านเอง แล้วผมก็เกลียดศัพท์วิชาการมาก)

ขอความกรุณาด้วยคับ >.<

ส่งมาที่อิเมลผมได้เลยนะคับ  หรือถ้าไม่สะดวกก็โพสไว้ก็ได้ ซักวันจะมาอัพเดท (อิอิ)


 


ขอบคุณอีกครั้งคับ


 


Slothy@CU ^ ^


sleepy-sloth@hotmail.com (IP:161.200.119.162)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 2 ก.พ. 2553 (08:38)
คือตอนนี้ทำlabเกี่ยวกับการisolateเชื้อ ย้อมgramเห็นเป็นแกรมบวก รูปร่างกลมแต่ไม่แน่ใจว่าตัวไหน อยากทราบความแตกต่างของMicrooccus luteus,,Staphylococcus aureus,,Steptococcus และความแตกต่างของโคโลนีของเชื้อแต่ละตัว ขอบคุณมากคะ
lolipop_nightingle@hotmail.com (IP:124.120.208.173)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 17 ส.ค. 2553 (10:27)
อยากได้ความรู้เกี่ยวกับLABค่ะ จะทำสัมนาขอบคุณล่วงหน้านะค่ะ
นักศึกษาม.แม่โจ้ (IP:119.42.122.175)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 5 ก.ย. 2553 (20:52)
อยากทราบว่าวิธีการแยกเชื้อราให้บริสุทธิ์ทำได้โดบวิธีใดบ้างค่ะ
tonpalm_naja (IP:180.183.165.160)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 7 ก.ย. 2553 (14:49)

  อยากทราบการเลี้ยงเชื้อราเพื่อศึกษาเอนไซม์ไลเปสจากเชื้อรา

โดยขณะนี้อาหารที่ใช้คิอ PDA  และใส่ tween 80  เพื่อให้เกิด clear Zone ใน plate
           
         อยากทราบว่า มีวิธีไหน ที่จะทำให้เห็น clear Zone ได้ชัด หรือ รวดเร็วขึ้น
จำเป็นต้องเปลี่ยนสูตรอาหารเลี้ยงเชื้อไหม หรือต้องใส่สารอย่างอื่น แทน tween 80

   เพราะที่ผ่านมาพบว่า มองไม่เห็นเคลียโซน    หรือ อาจจะรู้สึกว่าเห้น ตอนที่เลี้ยงไปเป็นเวลานานจนเชื้อแตกสปอร์แล้ว


      ใครทราบ รบกวนตอบด้วยนะคะ


tonpalm_naja
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 11 พ.ย. 2553 (17:28)
อยากทราบกระบวนการผลิตสีของแบคทีเรีย (Metabolism)ค่ะ ส่งเมล์ตอบมา i-i-o@windowslive.com นะค๊ะ ขอบคุณค่ะ
i-i-o@windowslive.com (IP:202.44.135.35)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 17 ม.ค. 2554 (11:57)
อยากรุ้การเกิดเคลียโซนบนอาหาร EMB เมื่อเลี้ยงเชื้อ E.coli
แล้วทำไมเมื่อใช้กรด HCl ทดสอบกับอาหาร EMB จึงไม่เกิดเคลียโซนค่ะ

ช่วยตอบเข้าเมลก็ได้นะค่ะ
ขอบคุณค่ะ
katim/subdod_subdeng@hotmail.com (IP:202.44.8.100)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 17 ม.ค. 2554 (13:27)
225374

อาหาร EMB ไม่ทำให้เกิดเคลียร์โซนครับ
อาหาร EMB เป็นอาหารคัดเลือก (selective media) สำหรับแบคทีเรียแกรมลบ แบคทีเรียแกรมบวกไม่สามารถเจริญเติบโตบนอาหารชนิดนี้
ในขณะเดียวกัน อาหาร EMB ยังใช้แบ่งแยกระหว่างแบคทีเรียที่สามารถหมักน้ำตาลแลคโตสได้ กับ ไม่ได้ ออกจากกัน
แบคทีเรียที่หมักน้ำตาลแลคโตสได้จะเกิดกรด ซึ่งช่วยในการดูดซับสีเข้าสู่โคโลนี โคโลนีจึงมีสีม่วงเข้มตรงกลาง
แบคทีเรียที่ไม่สามารถหมักน้ำตาลแลคโตสจะไม่เกิดกรด และมีฤทธิ์เป็นด่างจากการย่อยโปรตีน ทำให้ไม่สามารถดูดซับสีได้ โคโลนีจึงไม่มีสี


Ouroboros
ร่วมแบ่งปัน2439 ครั้ง - ดาว 306 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 1 ก.ค. 2555 (12:47)
อยากทราบข้อดี ข้อด้อยของ ย้อมสีแบบแกรม เอนโดสปอร์ เนกาทีพค่ะ
111 (IP:171.98.76.35)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 27 พ.ย. 2555 (18:43)
ทำไมการขีดเชื้อบนวุ้นอาหารจึงสามารถแยกเชื้อผสมให้เป็นเชื้อบริสุทธิ์ได้
aof/nayandaof@gmail.com (IP:180.183.71.168)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 28 พ.ย. 2555 (06:36)

โดยทฤษฎีแล้วถ้าสามารถเพาะเชื้อจากจุลินทรีย์ตัวเดียวก็จะได้เชื้อบริสุทธิ์ (pure culture) การขีดเชื้อ (streak) ลงบนวุ้นอาหารโดยใช้ขดลวดเล็กๆ (loop) ที่ลนไฟเพื่อฆ่าเชื้อให้หมดแล่้วเอาไปจุ่มในน้ำเลื้ยง (broth) ที่มีจุลินทรีย์้มากกว่าอย่างเดียว แล้วเอาไปขีดบนวุ้นอาหาร เวลาขีดจะช่วยแยกตัวจุลินทรีย์จากกัน บังเอิญอาจมีตัวเดียวหลุดไป หรือ สองสามตัวที่เป็นเชื้อเดียวกัน เวลางอกก็ได้ pure culture อีกอย่างก็คือการขีดขวางสองทางแบบกากะบาดช่วยให้จุลินทรีย์กระจายขึ้น มีตัวเดี่ยวๆมากขึ้น

เมื่อเพาะขึ้นก็เลือก colony ที่ดูท่าทีเป็น pure culture ไปเพาะต่อพิศูจน์ว่า pure culture จริงๆ


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5957 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 10 ก.ค. 2557 (23:34)
สวัสดีครับผมอยากสอบถามว่าในกรณีที่เราทำการ identify แบคทีเรียด้วย 16s rRNA กับการทดสอบBiochemical test ให้ผลไม่เหมือนกันทั้ง genus. และ specie ดังนั้นเราควรจะเชื่อถือข้อมูลไหนดีครับหรือมีวิธีอื่นที่สามารถยืนยันสายพันธุ์ของแบคทีเรียได้อีกไมครับ
Piratroll_mc@hotmail.com (IP:180.183.184.116)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม