การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ เราควรจะเน้น การสื่อสาร หรือ หลักไวยากรณ์ ดีจ๊ะ

งงๆๆๆๆๆๆ


ความคิดเห็นที่ 1

สุรัชน์
24 ก.พ. 2547 14:00
  1. ก็เน้นทั้งสองอย่างได้ไหมครับ คือเน้นการสื่อสาร (ฟัง พูด อ่าน เขียน) ที่ถูกหลักไวยากรณ์ อ้อ ... สนุกๆด้วยนะ

ความคิดเห็นที่ 2

25 ก.พ. 2547 01:05
  1. เห็นด้วยกับคห.ที่ 1 ครับ

ความคิดเห็นที่ 6

นิรันดร์
2 มี.ค. 2547 17:20
  1. ผมเคยคุยกับอาจารย์ที่สอนภาษาอังกฤษที่เป็นชาวต่างชาติ เขาแนะนำว่า วิธีเรียนภาษาที่ถูกต้องก็คือ ต้องพูด ผมรู้สึกเห็นด้วยอย่างยิ่ง ผมเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งแต่อนุบาล จนได้ปริญญา ก็ยังพูด ยังฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง สิ่งหนึ่งที่ทำให้คนไทย เรียนภาษาอังกฤษ แล้วไม่กล้าที่จะพูด ก็เพราะคนไทยเราด้วยกันเองนี้แหละครับ พอเห็น(ได้ยิน)ใครพูดผิดเข้าหน่อยก็คอยดูถูกว่าโง่บ้าง ต่ำชั้นบ้าง ฯลฯ แต่พอเห็นฝรั่งพูดไทย ผิด ๆ ถูก ๆ กลับเห็นว่าน่ารักดีที่พูดเพี้ยน ๆ เด็กเล็ก ๆ ที่เริ่มเรียนภาษาอังกฤษ ผมว่าน่าจะสอนให้เด็กพูดและฟังอย่างเป็นธรรมชาติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถูกบ้างผิดบ้าง ก็อย่าไปกังวลใจมากนัก ส่วนไวยกรณ์ก็ค่อยเรียนเมื่อเริ่มโตขึ้น ผมเองก็เวลาพูดภาษาอังกฤษก็เหนื่อยเหมือนกัน บางทีใช้มือทำท่าทางไม่พอ ต้องวาดรูปประกอบก็ยังเคย แต่ดูแล้ว คุยกับฝรั่งก็สามารถสื่อสารกันได้ แล้วเวลาพูดผิดเขาก็จะบอกเราว่าที่หลังควรพูดอย่างไร(แล้วเราก็สอนภาษาไทยกลับเป็นการถอนทุนคืน เจอผันเสียงวรรณยุกต์ ไก ไก่ ไ้ก้้ ไก๊ ไก๋ ฝรั่งหงายท้องยอมแพ้ทุกคน)

ความคิดเห็นที่ 8

3 มี.ค. 2547 21:29
  1. เมื่อ2มี.ค.47 ครูท่ีเข้าโครงการพัฒนาครูผู้สอนภาษาอังกฤษทั้งจังหวัดไปสอบPretestเพื่อดูพื้นฐานของครูท่ีอยู่ในจังหวัดท่องเที่ยว สถานท่ีสอบ ม.รามสุโขทัย การบริหารจัดการ(ไม่ทราบว่าเจ้าของโครงการจัดหรือเจ้าของสถานที่จัด)ขอบอกว่า ห่วยมาก ครูไปสอบเกือบ400คน มีห้องสอบWriting 2 ห้อง Speaking 1ห้องห้องคอมฯ นัดเวลา9.00น.ทุกคน พอไปครูเขต2สอบบ่าย2โมง โรงอาหารมี1ร้าน ขา้วดิบๆสุกๆ อากาศร้อนมาก ทุกคนไปแล้วต้องคอยจนได้สอบ ข้อเขียนแต่พอสอบการพูดเครื่องคอมฯมันเหนื่อยแล้วมันจึงแฮ้ง! หูฟังก็ไม่ค่อยได้ยินทั้งคนสอบและเจ้าหน้าท่ีดูแลพากันเครียด เพราะบางคนต้องเปลี่ยเครื่องนั่งสอบ3-5 เครื่อง แถมหิวมากเพราะ 18.00นแล้ว ท่านคิดว่าโครงการนี้จะประเมินได้ผลตามความจริงหรือ ! สำหรับKroo ขอบอกว่า การพูดไม่ได้เรื่องเพราะฟังไม่ชัดเบาบ้าง เงียบบ้าง ดังบ้าง เสียอารมณ์จริง ๆ เซ็งมากด้วย นึกแล้วเสียดายงบประมาณท่ีนำมาจัด หวังว่าต่อไปผู้รับผิดชอบน่าจะกลับไปทบทวนวิชาการบริหาจัดการเสียใหม่ ทำแบบขอไปที แบบนี้อย่าทำดีกว่า ครูต้องสอนเด็ก ทิ้งเด็กมาทั้งวันไม่เกิดประโยชน์ ครูเขาไม่ดีใจหรอกนะท่ีไปวันนั้นเสียดายเวลาจัง

ความคิดเห็นที่ 9

5 มี.ค. 2547 09:09
  1. เห็นด้วยกับคุณสุรัชน์ คห. ที่ 1 เป็นอย่างยิ่ง สอนไปเถอะค่ะ เน้นสนุกเข้าไว้ ให้พูด ให้ฟังเยอะ ๆ เล่นไป เรียนไป ไวยากรณ์ก็อยู่ในที่เล่น ที่เรียนแหละค่ะ มันต้องปนๆไปพร้อมกัน เรื่องของการเรียนรู้ภาษา ไม่ว่าจะภาษาใด ก็คงจะใช้หลักการเดียวกัน ถูกใจคนเรียน ถูกกฏถูกเกณฑ์ ฝึกฝนบ่อย ๆจนคล่องแคล่ว ก็นำไปสื่อสารได้เองแหละค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10

12 มี.ค. 2547 15:50
  1. จะสอนเน้นทักษะไหนนั้นก็แล้วแต่ความคาดหวัง ทุกวันนี้คนไทยเกิดความคิดว่าเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งนานแล้ว(จนแก่) ยังพูดไม่ได้สักที ก็เพราะว่าภาษาเป็นเรื่องของการฝึกฝน เป็นทักษะ(Skill) เรียนไปให้ตาย ไม่ได้ฝึกก็ไม่มีทางพูดได้ ตอนนี้ก็เลยเน้นเรื่องการเรียนการสอนเน้นการพูดเป็นส่วนใหญ่ จนละเลยไวยากรณ์ เด็กเรียนการพูดก็จริง แต่เฉพาะในห้องเรียน ไม่มีฝรั่งให้พูด ไม่เหมือนโรงเรียนนานาชาตินี่นะ เรื่องมันก็เลยจอด ไม่ได้ดีอะไรสักอย่าง นักคิดเขาลืมไปว่า ไวยากรณ์ยังสำคัญต่อการเรียนในระดับสูง คุณจะอ่านหนังสือให้"แตก" ต้องเข้าใจโครงสร้างประโยค คุณจะเขียนก็ต้องเข้าใจไวยากรณ์จึงจะสื่อความได้กับเจ้าของภาษาตรงประเด็นที่สุด ความรูเป็นเรื่องที่ต้องสะสม หากเบื้องต้นแย่แล้ว จะเรียนระดับสูงก็ต้องหนักหน่อยละนะ มีความเห็นว่าไม่ควรทิ้งไวยากรณ์ แต่ควรหาทางเพิ่มประสบการณ์ตรงในการพูดภาษาให้กับเด็ก เช่น ให้งบประมาณจ้างครูต่างชาติสอนในทุกโรงเรียน

ความคิดเห็นที่ 11

14 มี.ค. 2547 20:10
  1. โครงการทดสอบครูภาษาอังกฤษในจังหวัดท่องเที่ยว ข้อสอบที่วัดความสามารถของครูยากมาก ไม่ทราบว่าต้องการให้ครูประถมมีความสามารถระดับใด ถ้าต้องการให้มีความสามารถมากๆ ทำไมไม่ไปแก้ที่การผลิตครู ข้อสอบที่นำมาทดสอบไม่สะท้อนความสามารถในการสอนของครูเลย

ความคิดเห็นที่ 12

15 มี.ค. 2547 11:10
  1. การเรียนภาษา ในความเห็นของผมแล้วน่าจะใช้วิธีธรรมชาติ แบบเด็กเรียนพูด มีลำดับ คือ สุ จิ ปุ ลิ ได้เรียงลำดับอยู่แล้วว่าต้องฟังก่อน ตามมาด้วยการคิดทำความเข้าใจ แล้วจึงพูด ต่อจากนั้นจึงจะเริ่มเขียน ถ้าเรียนไม่เป็นตามกระบวนการนี้ก็เป็นผลดังปรากฏ อีกประการหนึ่งคือ การเรียนภาษาต้องไม่คำนึงถึงคำแปล เอาแค่เข้าใจก็พอ สำหรับไวยกรณ์นั้น เมื่อมีต้นแบบที่ถูกต้องแล้วจะใช้ได้ถูกต้องโดยอัตโนมัติ เครื่องมือที่เหมาะสมนอกจาก ครูเจ้าของภาษาแล้ว CD ภาพยนตร์ sound track น่าสนใจมาก สาเหตุประการหนึ่งที่เด็กไทยฟังเสียงภาษาอังกฤษไม่เข้าใจคือ การเรียนภาษาจากเสียงไทย ซึ่งมีความแตกต่างจากเสียงแท้มาก ผมมีลูกชายเรียน bilingual เมื่อพูดคุยกันที่บ้านจะพยายามใช้ภาษาอังกฤษกัน จึงพบว่าต้องเริ่มต้นใหม่เสียงที่สะกดตัวหนังสืออังกฤษโดยวิธีสระไทยที่ร่ำเรียนมามันคนละเรื่อง ลิ้นคนไทยสอนภาษาอังกฤษให้ได้ดีไม่ได้เพราะเสียงต่างกันมาก เช่น คำว่า mark จะมีเสียงตัว r อย่างชัดเจนและเสียง r ก็ต่างจากเสียง ร ซึ่งนักภาษาไทย มักจะเขียน มาร์ก และอ่านเป็น ม๊าก เครื่องหมายการันต์ทำให้เสียง r หายไป เด็กเรียนกับครูชาวต่างประเทศ จะเน้นการเรียนเสียงให้เหมือนต้นฉบับและสามารถทำได้ สรุปก็คือ ควรให้นักเรียนฟังจนคุ้ยเคยกับเสียงก่อน ทำความเข้าใจให้ได้ แล้วจึงหัดพูด (คงต้องเริ่มที่ครูก่อน) เมื่อพูดได้แล้วจึงถึง ขั้นตอนบันทึกเป็นตัวอักษร โดยสะกดจากเสียงเป็นตัวหนังสือ ไม่ใช่สะกดจากตัวหนังสือเป็นเสียง แม้แต่เสียง A - Z เสียงที่ใช้อยู่ก็ไม่ถูกต้อง การเรียนภาษาให้ได้ผลจึงต้องเริ่มต้นและลำดับตามที่เสนอมา ต้องยอมรับความผิดพลาดของวิธีการสอนที่ล้มเหลว และต้องคิดใหม่ ทำใหม่ ผลที่ผิดย่อมเกิดจากการคิดที่ผิด การแก้ไขโดยวิธีเดิมย่อมได้ผลอย่างเดิม

ความคิดเห็นที่ 13

16 มี.ค. 2547 03:16
  1. Students in Thailand have to take English as mandatory subject. Thai students should have better command of English but they are not. I think we know how to teach English more effectively. The problem is can it be done. I agree that to study English we have to be able to undersatnd (listen) and speak the language. How many English teacher in Thailand can listen and speak English effectively? How do you expect students to pronounce the word correctly if the teacher can't. It is easier to teach grammar. You just teach the structure of the language, rules and exceptions. Most Thais are shy to speak and make unfamiliar sound of the English language. Mr. Np might be one of them. How can you convince your students to stick out their tongue to make a proper "th" sound? Most English alphabets have sounds that are different from Thai alphabets. They might be close but they are not the same. How Thai teachers supposed to know the correct sound is beyond me. The grammar teaching in Thailand is very strong. My wife graduated from Faculty of Arts, Chula. She is teaching English as a Second Language in the States. Her grammar is far better than any American teachers at her school.

ความคิดเห็นที่ 14

29 มี.ค. 2547 06:36
  1. คงต้องตอบแบบฟันธงนะครับว่า ต้องสอนเพื่อการสื่อสารเท่านั้นครับ ส่วนที่บอกว่าสอนไวยากรณ์นั้นเป็นส่วนประกอบย่อยเท่านั้น ทุกทักษะ จะอ่านพูดฟังเขียน ควรมีพื้นฐานไวยากรณ์ที่ดีระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่เอาเป็นเอาตายจนเก่งกว่าเจ้าของภาษา ปัญหาการสอนแบบสื่อสารที่พบมีมากมาย มีคนทำวิจัยไว้เยอะ แต่มีครูเพียงบางส่วนเท่านั้นที่กล้าสอน หลักสูตรภาษาอังกฤษก็บอกไว้ชัดนะครับ ว่าเราสอนเพื่อการสื่อสาร...

ความคิดเห็นที่ 15

30 มี.ค. 2547 23:37
  1. มันขึ้นอยู่กับว่า เราเรียนอะไรกันแน่ครับ ตัวภาษาหรือทักษะภาษาครับ

ความคิดเห็นที่ 16

6 มิ.ย. 2547 15:06
  1. ผมเป็นตำรวจท่องเที่ยวอยู่โคราช ก่อนย้ายมาผมอยู่ภูเก็ต 10 ปี ไปอยู่ใหม่ๆก็มึนตึ๊บ เพราะตอนเราเรียนครูพาออกสำเนียงผิดหมด อย่างเช่น water ออกเสียงว่า วอเต้อ..แต่ฝรั่งเขาฟังไม่รู้ พออยู่นาน ๆ ก็เริ่มคุ้น จนสามารถบอกได้เลยว่าฝรั่งที่กำลังคุยกับเราเป็นคนสัญชาติใหน(ส่วนใหญ่เดาแล้วจะถูก) ผมว่าการเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ผลนั้นควรจะฝึกการฟังก่อน แล้วจึงฝึกพูด ผม..ไปอยู่ใหม่ ๆ ก็งูงูปลา แต่ผมไม่อาย เวลาเราพูดผิดเขาจะบอกเราเองว่าควรใช้คำพูดอย่างไรจึงจะถูก ทีนี้ละก็จำแม่น เลย อีกอย่างเราก็ต้องสนใจกับมันมาก ๆ เจอศัพท์ เจอป้ายที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษก็จะจดมาถามผู้รู้ และอีกอย่างที่ช่วยได้มากคือการมีเพื่อนเป็นฝรั่ง ได้พูดได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่าง ๆ ทำให้เกิดทักษะ ส่วน Gramar ก็ใช้บ้าง ..แหมเมียเช่าตามบาร์เบียร์จบ ป.4 เท่านั้นเองยังทำให้ฝรั่งร้องให้ได้เลย..เพราะดันเอา passport g เขาไปซ่อนไว้ เขาก็เดินทางกลับประเทศไม่ได้สิ(one car go..one carcome..one car gardent and โครม....(ฝั่งหัวเราะ) หรือ John bungalo บั่มบั๊ม ห้าสิบบาท ์No ทอน..Sampleขอรับ BYE.......See you later..

ความคิดเห็นที่ 17

สุรัชน์
7 มิ.ย. 2547 11:16
  1. น่าสนใจมากครับคุณตำรวจ มุข car garden นี่น่าสนใจ โยงเข้าการเรียนได้เลย เด็กคงชอบมุขนี้ ผมเพิ่งอ่านสารปฏิรูป ฉบับล่าสุดนี่พาดหัวว่า ครูภาษาอังกฤษไม่ผ่านเกณฑ์ 70% เกี่ยวกับกระทู้นี้ ผู้สนใจหารายละเอียดมาอ่านได้

ความคิดเห็นที่ 18

8 มิ.ย. 2547 15:48
  1. ไม่ทราบว่าสารปฏิรูปสามารถหาอ่านได้จากที่ไหนคะ

ความคิดเห็นที่ 19

8 มิ.ย. 2547 15:48
  1. ไม่ทราบว่าสารปฏิรูปสามารถหาอ่านได้จากที่ไหนคะ

ความคิดเห็นที่ 20

9 มิ.ย. 2547 12:50
  1. ไปที่เว็บของ สกศ. นะครับ สมัครได้จากที่นั่นครับ ฉบับเก่าๆ ก็มีให้โหลดครับ

ความคิดเห็นที่ 21

สุรัชน์
9 มิ.ย. 2547 15:34
  1. โรงเรียนใดไม่มีก็น่าจะให้ห้องสมุดรับนะครับ ผมว่าถ้าโรงเรียนมีไว้อ่าน และครูก็ได้อ่าน น่าจะเป็นประโยชน์ครับ ไม่แพงด้วย

ความคิดเห็นที่ 22

2 ส.ค. 2547 17:34
  1. I have been teaching English for more than 6 years. And I 'd like to share my experience and opinions towards the topic. Should teachers emphasis on grammar? Yes, they sould. According to my own thought, Thai students mostly study Enlish in order to pass the test to study in the higher level, e.g. university entrance examination. I dare say that 70 percent of the exam covers the content concerning grammar usage. And what if the teachers focus on communicative skill and their students are able to communicate fluently regardless of accuracy in grammar. And if the students fail the entrance exam and have no chance to futhur their studies. Is it effective and should the teacher be satisfied and proud ?

ความคิดเห็นที่ 23

10 มิ.ย. 2548 12:47
  1. น้องภาคปกติจ๋า ช่วยเน้นข้อสอบ กม.อาญา 1 หน่อยสิจ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 24

29 ต.ค. 2548 20:21
  1. ต้องการรู้หลักการเติมed

ความคิดเห็นที่ 25

27 มี.ค. 2549 16:43
  1. Welcome to Ni Hao! ที่เรียนภาษาจีน ที่ดีที่สุด คุณภาพ แห่งเดียวในประเทศไทย ให้ความสำคัญกับ ครู เป็น อันดับหนึ่ง,รับเด็กตั้งแต่ 2ขวบ,3ขวบ,4ขวบ,5ขบ,6ขวบ จนถึง เด็กโต,ผู้ใหญ่ แบ่งชั้นตามพื้นฐาน และอายุ,ไม่เกิน5คน/ห้อง,ได้ผล,เรียนผ่านกิจกรรม,สนุก,ครูจีน nihao สอนภาษาจีนสำหรับเด็กเล็ก แห่งเดียวในประเทศไทย http://www.nihaothailand.com tel. 027300996 , 027476135 , 078152531

ความคิดเห็นที่ 26

27 มี.ค. 2549 22:41
  1. ตราบใดที่ยังออกข้อสอบปรนัยให้เด็กสอบตราบนั้นหลักไวยกรณ์ก็ยังสำคัญกว่าการสื่อสารอยู่ดี

ความคิดเห็นที่ 27

จิตแผ้ว
28 มี.ค. 2549 05:48
  1. ถ้าจะให้ถูกต้องตามความเป็นจริงของธรรมชาติแห่งการเรียนรู้ภาษาทุก ภาษาของมนุษย์ต้องเริ่มจาก การ ฟังก่อน ก็คือตามขั้นตอน ฟัง พูด อ่าน เขียน แต่ในประเทศเรา พอเริ่มเรียนภาษาอังกฤษส่วนมากนะครับก็จะให้ เด็กคัด เอ บี ซี ดี ไปจนถึง แซดก่อนอย่างนี้แทบจะทุกรายมันก็เลยเป็นแบนี้ที่เห็นๆ

ความคิดเห็นที่ 28

25 เม.ย. 2549 10:37
  1. It is better if we integrate our teaching approaches, not only grammar - translation but also natural way as well as communicative approach. In Thailand we focus on grammar of the English language. I agree with many academicians that we should teach our learners by using English through speaking. Thais study grammar more than the native speakers do. Yet, they can't communicate by speaking. They are too shy and are afraid of making some errors while speaking. I think that it is good if our country will use English as the second language (ESL), not as the foreign langauge (EFL) like nowadays.

ความคิดเห็นที่ 44

20 ก.พ. 2551 17:12
  1. <P><FONT size=4>เห็นด้วยกับความคิดที่ 12&nbsp; ไม่ทราบว่าใครพอมีวิธีที่ง่ายๆบ้าง&nbsp; คือหนูไม่เก่งภาษาอังกฤษ&nbsp;&nbsp; คือหนูอยากรู้วิธีที่ง่ายๆแต่เห็นผลเร็วและดี&nbsp; คือตอนนี้หนูอายุแค่ 12 เองคะ&nbsp; วันที่ 23 ก.พ 2551&nbsp; หนูจะไปสอบแล้ว&nbsp; มีใครที่เห็นใจหนูบ้าง ก็ช่วยแนะนำหน่อยนะคะ&nbsp; </FONT></P> <P><FONT size=4>ขอความเห็นใจและเมตตาหากใครรู้อย่าเก็บไว้คนเดียวช่วยบอกเด็กคนนี้ด้วยในวันศุกร์นี้นะค่ะ&nbsp; เพราะจาไปสอบแล้ว</FONT></P> <P><FONT size=4>ขอกราบขอบพระไว้ล่วงหน้าสำหรับผู้ที่เมตตาหนูด้วยค่ะ</FONT></P> <P><FONT size=5></FONT>&nbsp;</P> <P><FONT size=5></FONT>&nbsp;</P> <P><FONT size=5>&nbsp;</FONT></P>

ความคิดเห็นที่ 45

21 ก.ค. 2551 20:50
  1. โดยส่วนตัวแล้วปัญหาไม่ได้อยู่ที่ครูครับ ถ้าถามว่าครูสอนเน้นฟังพุดได้ไหม ผมคิดว่าครูส่วนใหญ่ทำได้นะครับ(ถ้าไม่เน้นสำเนียง อังกฤษหรืออเมริกัน) ปัญหาอยู่ที่นโยบายกับการปฏิบัติของกระทรวงและหลักสูตรไม่สอดคล้องกันครับ ครูให้สอนเน้นฟังพูด เวลาสอบ NT ข้อสอบไวยากรณ์ ที่เห็นได้ชัดว่าส่วนใหญ่ทดสอบทักษะ อ่าน เขียน มากกว่า ขอบอกว่าสำหรับเด็กทั่วไปที่เรียนแค่ฟังพูด(อ่าน เขียน ไม่ค่อยเน้น ยกเว้นเด็กเป็นลูกครึ่ง)ยากนะครับ ยากมากมาย ถามหน่อยครับ เวลาสามปี (ม.1-ม.3) ถ้าเด็กมีพื้นประถมไม่ดี เด็กต้องมานับหนึ่งใหม่เรียนภาษาอังกฤษอาทิตย์ละ 3 ชั่วโมง แล้วก็ไม่ค่อยได้ใช้ที่บ้านเลย(นี่พูดถึงเด็กธรรมดา ที่ไม่ได้เรียนพิเศษ และไม่ใช่เด็กเรียน เพราะเป็นเด็กส่วนใหญ่) เด็กจะซึมซับเอาอะไรได้มากน้อยแค่ไหนครับ ซึมซับขนาดสามารถอ่านเขียนเป็นเรื่องเป็นราวเลยหรือเปล่า คนที่พูดข้างบนล้วนคิดว่าการสอนอ่านสอนเขียนนั้นง่ายดาย ไม่ง่ายเลยครับ ถ้าคุณต้องรับผิดชอบเด็กเป็นร้อยๆ(โดยเฉพาะนักเรียนบ้านนอกที่เรียนค่อนข้างช้า) แล้วการสอนแกรมม่าร์นี่ก็ถ้าเทียบกับการสอนฟังพูดนั้นยากกว่ามากครับ ถ้าคุณไม่เข้าใจก็อย่าพูดว่าสอนแกรมม่าร์ง่ายกว่าการสอนฟังพูดครับ แล้วที่ครูเน้นสอนแกรมม่าร์ เพราะอะไรครับ มันตรงกับข้อสอบส่วนกลางที่สอบเข้านั่น เข้านี่ ขอถามหน่อยว่ามีกี่เปอร์เซนต์กันที่เวลาสอบจะสอบทักษะการฟังพูด สอบ NT เอย Onet เอยที่ต้องใช้ผลมาประเมินสถานศึกษาและครูผู้สอน ถามว่าออกข้อสอบฟังพูดหรือครับ ไวยากรณ์ขั้นสูงทั้งนั้น ถามหน่อยว่าค่อยที่สอบได้เกินครึ่ง มีซักกี่เปอร์เซนต์ที่เป็นเด็กเรียนธรรมดาทั่วไปบ้างครับ ไวยากรณ์ก็ขั้นสูงทั้งนั้น เพราะเอาอาจารย์มหาวิทยาลัยมาออก ผมว่าถ้าเด็กสอบผ่านข้อสอบ Onet ไม่ต้องเรียนภาษษาอังกฤษระดับปริญญาตรีหรอกครับ เพราะว่าเก่งมากๆ นี่แค่ตัวอย่างเล็กๆเท่านั้นครับ ถ้ากระทรวงศึกษาธิการไม่รีบมาแก้ไขความสับสนและการกระทำที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายอย่างนี้ก็คงเละครับ เพราะคนปฏิบัติทำไม่ถูกใจท่านจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 46

nonano26
21 ก.ค. 2551 20:55
  1. โดยส่วนตัวแล้วปัญหาไม่ได้อยู่ที่ครูครับ ถ้าถามว่าครูสอนเน้นฟังพุดได้ไหม ผมคิดว่าครูส่วนใหญ่ทำได้นะครับ(ถ้าไม่เน้นสำเนียง อังกฤษหรืออเมริกัน) ปัญหาอยู่ที่นโยบายกับการปฏิบัติของกระทรวงและหลักสูตรไม่สอดคล้องกันครับ ครูให้สอนเน้นฟังพูด เวลาสอบ NT ข้อสอบไวยากรณ์ ที่เห็นได้ชัดว่าส่วนใหญ่ทดสอบทักษะ อ่าน เขียน มากกว่า ขอบอกว่าสำหรับเด็กทั่วไปที่เรียนแค่ฟังพูด(อ่าน เขียน ไม่ค่อยเน้น ยกเว้นเด็กเป็นลูกครึ่ง)ยากนะครับ ยากมากมาย ถามหน่อยครับ เวลาสามปี (ม.1-ม.3) ถ้าเด็กมีพื้นประถมไม่ดี เด็กต้องมานับหนึ่งใหม่เรียนภาษาอังกฤษอาทิตย์ละ 3 ชั่วโมง แล้วก็ไม่ค่อยได้ใช้ที่บ้านเลย(นี่พูดถึงเด็กธรรมดา ที่ไม่ได้เรียนพิเศษ และไม่ใช่เด็กเรียน เพราะเป็นเด็กส่วนใหญ่) เด็กจะซึมซับเอาอะไรได้มากน้อยแค่ไหนครับ ซึมซับขนาดสามารถอ่านเขียนเป็นเรื่องเป็นราวเลยหรือเปล่า คนที่พูดข้างบนล้วนคิดว่าการสอนอ่านสอนเขียนนั้นง่ายดาย ไม่ง่ายเลยครับ ถ้าคุณต้องรับผิดชอบเด็กเป็นร้อยๆ(โดยเฉพาะนักเรียนบ้านนอกที่เรียนค่อนข้างช้า) แล้วการสอนแกรมม่าร์นี่ก็ถ้าเทียบกับการสอนฟังพูดนั้นยากกว่ามากครับ ถ้าคุณไม่เข้าใจก็อย่าพูดว่าสอนแกรมม่าร์ง่ายกว่าการสอนฟังพูดครับ แล้วที่ครูเน้นสอนแกรมม่าร์ เพราะอะไรครับ มันตรงกับข้อสอบส่วนกลางที่สอบเข้านั่น เข้านี่ ขอถามหน่อยว่ามีกี่เปอร์เซนต์กันที่เวลาสอบจะสอบทักษะการฟังพูด สอบ NT เอย Onet เอยที่ต้องใช้ผลมาประเมินสถานศึกษาและครูผู้สอน ถามว่าออกข้อสอบฟังพูดหรือครับ ไวยากรณ์ขั้นสูงทั้งนั้น ถามหน่อยว่าค่อยที่สอบได้เกินครึ่ง มีซักกี่เปอร์เซนต์ที่เป็นเด็กเรียนธรรมดาทั่วไปบ้างครับ ไวยากรณ์ก็ขั้นสูงทั้งนั้น เพราะเอาอาจารย์มหาวิทยาลัยมาออก ผมว่าถ้าเด็กสอบผ่านข้อสอบ Onet ไม่ต้องเรียนภาษษาอังกฤษระดับปริญญาตรีหรอกครับ เพราะว่าเก่งมากๆ นี่แค่ตัวอย่างเล็กๆเท่านั้นครับ ถ้ากระทรวงศึกษาธิการไม่รีบมาแก้ไขความสับสนและการกระทำที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายอย่างนี้ก็คงเละครับ เพราะคนปฏิบัติทำไม่ถูกใจท่านจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 47

unity sun power
22 ก.ค. 2551 09:30
  1. เด็กจบ ป ตรี ความรู้ภาษาอังกฤษสู้เด็กมัธยมจบใหม่ ๆ ไม่ได้หรอกครับ ภาษามันคืนครูไปหมดแล้ว


ความคิดเห็นที่ 49

13 ม.ค. 2552 10:37
  1. เอ็กเซล อิงลิช (Excel English) เป็นสถาบันสอนภาษาอังกฤษชั้นนำที่ได้รับการ ยอมรับ เปิดทำ การมามากกว่า 10 ปี ตั้งอยูู่่ใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมด้วยหลักสูตร การเรียนการสอน ที่มีคุณภาพ และเหมาะ กับทุกคนที่ต้องการพัฒนาทักษะการพูด ภาษาอังกฤษให้ได้ผลติดต่อที่ 02-234-7177


ความคิดเห็นที่ 50

13 ม.ค. 2552 10:46
  1. เอ็กเซล อิงลิช (Excel English) เป็นสถาบันสอนภาษาอังกฤษชั้นนำที่ได้รับการ ยอมรับ เปิดทำ การมามากกว่า 10 ปี ตั้งอยูู่่ใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมด้วยหลักสูตร การเรียนการสอน ที่มีคุณภาพ และเหมาะ กับทุกคนที่ต้องการพัฒนาทักษะการพูด ภาษาอังกฤษให้ได้ผล

ความคิดเห็นที่ 51

15 ม.ค. 2552 10:48
  1. ไม่เห็นมีแบบฝึกัดเลย

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น