เสียงจะดังช่วงส่วนอัดหรือส่วนขยายหรือครับ | เว็บบอร์ด วิชาการ.คอม

เสียงจะดังช่วงส่วนอัดหรือส่วนขยายหรือครับ

โพสต์เมื่อ: 19:51 วันที่ 6 ต.ค. 2553         ชมแล้ว: 5,147 ตอบแล้ว: 19
วิชาการ >> กระทู้ >> วิทยาศาสตร์ >> ฟิสิกส์

พอดีไปฟังเรียนพิเศษ 2 ที่

ที่หนึ่งบอก ดังทั้งคู่

อีกที่บอก ส่วนอัดดัง ส่วนขยายค่อย

ขอความกรุณาช่วยตอบด้วยครับ งงมากเลย ขอบคุณครับ



nutmos
ร่วมแบ่งปัน7 ครั้ง - ดาว 50 ดวง





จำนวน 18 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 6 ต.ค. 2553 (21:38)

555

ไปฟังอะไรมา
อัดอย่างเดียวหรือขยายอย่างเดียว มันไม่เป็นเสียงหรอกหนูเอ๋ย

การเกิดเสียงดัง ความดันจะต้องเปลี่ยนขึ้นลงขึ้นลงสลับกันไป
จุดใดที่เป็นส่วนอัดของความดัน อีกเสี้ยววินาทีเดียวความดันก็จะลดลงเป็นปกติ
แล้วกลายเป็นส่วนขยาย สลับกันไปเรื่อย ๆ ตามความถี่ของเสียงครับ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24828 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 6 ต.ค. 2553 (21:47)

ดังหรือไม่ดัง เกี่ยวกับกำลังเสียงที่ส่งหรือป่าวครับ ???


olympia
ร่วมแบ่งปัน203 ครั้ง - ดาว 56 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 7 ต.ค. 2553 (09:19)

ดังหรือไม่เกี่ยวกับเยื่อแก้วหูคุณสั่นได้หรือไม่


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24828 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 7 ต.ค. 2553 (11:57)

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ คุณนิรันดร์


ผมทราบดีครับว่าเสียงต้องมีอัดขยายสลับกันไป ขึ้นกับความถี่ของเสียง


แต่ที่ผมอยากทราบคือ เสียงจะดังส่วนอัดหรือส่วนขยายครับ


ช่วยชี้แจงด้วยครับ ขอบคุณครับ


nutmos
ร่วมแบ่งปัน7 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 7 ต.ค. 2553 (13:45)

 ถ้าอย่างนั้นก็ต้องตอบว่า ดังทั้งคู่ค่ะ เพราะเวลาเสียงเคลื่อนที่เป็นการถ่ายโอนพลังงานจากการสั่นของแหล่งกำเนิดผ่านตัวกลาง ทำให้อนุภาคของตัวกลางเกิดเป็นส่วนอัดและส่วนขยายสลับกันไป ไม่อย่างนั้นถ้าส่วนอัดเสียงดังส่วนขยายเสียงค่อย เราก้อจะต้องได้ยินเสียงดังค่อยสลับกันไปเรื่อยๆ เพราะอนุภาคตัวกลางจะเกิดส่วนอัดส่วนขยายตลอดการเคลื่อนที่ของคลื่นเสียง ดังนั้นเสียงจะดังจะค่อยจึงไม่น่าจะขึ้นอยู่กับส่วนอัดหรือส่วนขยาย แต่น่าจะขึ้นกับแอมปลิจูดของคลื่นที่ต้นกำเนิดส่งมามากกว่า


หนูเข้าใจถูกหรือเปล่าคะ ถ้ามีที่ผิดช่วยแนะนำด้วยนะคะ


supapit_am
ร่วมแบ่งปัน75 ครั้ง - ดาว 45 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 7 ต.ค. 2553 (23:03)

ที่คุณบอกว่าคุณทราบ()ดีในความคิดเห็นที่ 5 นั้น แสดงว่าคุณทราบ(ผิด ๆ เป็นอย่าง)ดีเลยทีเดียวครับ

อัดอย่างเดียวก็ไม่ดัง
ขยายอย่างเดียวก็ไม่ดัง

ต้องอัดขยายสลับกันเรื่อยไปจึงดัง

การมีเสียงดังเกิดจากการถ่ายโอนพลังงานผ่านการสั่นของตัวกลาง
อัดนิ่ง ๆ อย่างเดียว ไม่มีทางถ่ายโอนพลังงานได้

การที่รูปในหนังสือแสดงส่วนอัด
มันเป็นภาพนิ่งในขณะเวลาหนึ่งเท่านั้น
เวลาเสี้ยววินาทีถัดไป(ที่ไม่อยู่ในรูป)มันก็ไม่ได้เป็นส่วนอัดแล้ว
แต่มันจะกลายเป็นส่วนความดันปกติ แล้วก็กลายเป็นส่วนขยาย
แล้วก็กลับเป็นปกติ แล้วก็กลับเป็นส่วนอัด สลับกันไปเรื่อย ๆ
อย่าลืมว่า ฟังก์ชั่นคลื่นนั้นเป็นฟังก็ชันของทั้งตำแหน่งและเวลา
ไม่ได้ขึ้นกับตำแหน่งอย่างเดียว
แต่ภาพวาด แสดงตำแหน่งได้หลายตำแหน่ง กลับแสดงได้เพียงเวลาเดียวเท่านั้น

แอมมาช่วยน้าสอนฟิสิกส์ได้แล้วลูก


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24828 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 8 ต.ค. 2553 (00:13)

พูดเกินไปอีกแล้วนะคะ หนูก็รู้อยู่แค่นี้แหละค่ะ  อย่างอื่นหนูก็ไม่รู้แล้วค่ะ


supapit_am
ร่วมแบ่งปัน75 ครั้ง - ดาว 45 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 8 ต.ค. 2553 (14:21)

ผมว่ากำลังเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า (หมายถึงตัวผมนะ)


คุณนิรันดร์คงเดาว่าผมดูแต่ภาพนิ่งในหนังสือใช่ไหมครับ และผมเดาว่าคุณนิรันดร์คิดว่า ผมคิดว่าโมเลกุลอากาศส่วนนี้ต้องอัดตลอดการเคลื่อนที่ของเสียง ส่วนนี้ต้องขยายตลอดการเคลื่อนที่ของเสียง ส่วนคุณนิรันดร์คิดว่าผมคิดผิด สงสัยเพราะผมอธิบายไม่หมด ไม่ชัดเจน จึงอาจทำให้คุณนิรันดร์คิดว่าผมยังไม่ทราบก็ได้นะครับ เลยต้องสอนฟิสิกส์เรื่องเสียงใหม่ให้ผม ต้องขออภัยด้วยครับ


และคำถามอาจไม่ชัดเจน ขอเขียนใหม่นะครับ "เสียงจะดังในช่วงเวลาที่โมเลกุลอากาศอัดหรือขยายครับ"


แล้วที่คุณนิรันดร์เขียนมา พอสรุป(ตามความเข้าใจของผม)จากคำถามได้ คือ


"เสียงจะดังต้องมีทั้งส่วนอัด และส่วนขยาย และจะดังตลอดช่วงเวลาทั้งขณะที่โมเลกุล อัด และขยาย"


ผมสรุปอย่างนี้ ถูกต้องหรือยังครับ ถ้ายังผิด ก็ช่วยแนะนำหน่อยนะครับ


nutmos
ร่วมแบ่งปัน7 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 8 ต.ค. 2553 (20:26)

น่าจะถูกแล้วนะคะ เพราะถ้าโมเลกุลของตัวกลางไม่มีช่วงอัดหรือขยาย ก็จะถ่ายโอนพลังงานไม่ได้ เสียงก็เคลื่อนที่ไม่ได้ เราก็จะไม่ได้ยินเสียงหรือเสียงไม่ดัง ดังนั้นการอัดหรือขยายของโมเลกุลของตัวกลางช่วยให้เสียงเดินทางมาหาเราได้ เราก็จะได้ยินเสียง แต่ไม่ได้ทำให้เสียงดังหรือค่อย เสียงจะดังจะค่อยขึ้นกับแอมปลิจูดที่ต้นกำเนิดส่งมา  
 
น่าจะเป็นอย่างนี้ใช่ไหมคะ


supapit_am
ร่วมแบ่งปัน75 ครั้ง - ดาว 45 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 8 ต.ค. 2553 (23:30)

คุณ nutmos จะต้องปรับความคิดใหม่เรื่องการได้ยินเสียงดังหรือค่อย

ในที่นี้ คำว่าช่วงอาจแปรความหมายได้ 2 อย่าง
1. ช่วงการกระจัด
2. ช่วงเวลา

มาที่คำถามของคุณ
และคำถามอาจไม่ชัดเจน ขอเขียนใหม่นะครับ "เสียงจะดังในช่วงเวลาที่โมเลกุลอากาศอัดหรือขยายครับ"
ในช่วงเวลาจะมีทั้งการอัดและขยาย สลับกันไป ไม่ใช่อัดอย่างเดียวหรือขยายอย่างเดียว
ขณะเวลาหนึ่งมีการอัด อีกขณะเวลาหนึ่งมีการขยาย ในช่วงเวลามีทั้งการอัดและการขยาย

แล้วที่คุณนิรันดร์เขียนมา พอสรุป(ตามความเข้าใจของผม)จากคำถามได้ คือ
"เสียงจะดังต้องมีทั้งส่วนอัด และส่วนขยาย และจะดังตลอดช่วงเวลาทั้งขณะที่โมเลกุล อัด และขยาย"
ผมสรุปอย่างนี้ ถูกต้องหรือยังครับ ถ้ายังผิด ก็ช่วยแนะนำหน่อยนะครับ

ไม่ใช่ครับ  ไม่ใช่ว่าอัดก็ดังขยายก็ดัง และไม่ใช่โมเลกุล แต่เป็นอากาศ
และต้องเป็นสายธารแห่งการอัดขยายสลับต่อเนื่องกันไปจึงเป็นเสียงดัง


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24828 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 8 ต.ค. 2553 (23:38)

แอม ก็กำลังมีความเข้าใจผิดอะไรบางอย่างเหมือนกัน
จากความเห็นที่ 10 ของแอม
ดังนั้นการอัดหรือขยายของโมเลกุลของตัวกลางช่วยให้เสียงเดินทางมาหาเราได้

โมเลกุลไม่ได้มีการอัดหรือขยาย
สิ่งที่มีการอัดหรือขยายคืออากาศอันประกอบด้วยโมเลกุลนับล้าน ๆ ๆ โมเลกุล
การอัดของอากาศหมายถึงโมเลกุลเคลื่อนที่เข้ามาใกล้กันมากกว่าระยะปกติที่ไม่มีเสียง
การขยายของอากาศหมายถึงโมเลกุลเคลื่อนที่อยู่ห่างออกจากกันมากกว่าระยะปกติที่ไม่มีเสียง


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24828 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 9 ต.ค. 2553 (15:31)

ขอบคุณมากๆ เลยครับ คุณนิรันดร์ กระจ่างแจ้งมากๆ เลยครับ


ขอถามต่ออีกนิดได้ไหมครับ ถ้าเป็นเสียงในตัวกลางชนิดอื่น เช่น น้ำ จะยังใช้หลักการเดียวกันอยู่ใช่ไหมครับ


nutmos
ร่วมแบ่งปัน7 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 9 ต.ค. 2553 (16:37)

ด้วยความยินดีครับ

ผมถือว่า หากผมสามารถทำให้คนรู้ฟิสิกส์ได้มากขึ้น
ก็เป็นกำไรชีวิตของผม
หากมีใครจดจำสิ่งที่ผมสอนได้และนำไปใช้ต่อ
ก็เท่ากับต่อชีวิตให้ผม

ผมไม่ได้มีความรู้มากมาย
ไม่ได้มีปริญญาระดับด็อกเตอร์
ผมเพียงคิดว่า เท่าที่ผมมี ก็พอทำประโยชน์แก่โลกได้

คนที่รู้อะไรมากมายแต่ไม่ทำประโยชน์แก่ใครเลยก็มี
ซ้ำร้ายคนที่รู้อะไรมากมาย เฉลียวฉลาดกว่าคนอื่นมากมาย
กลับเอาความสามารถมาทำร้ายผู้อื่นหรือประเทศชาติ พวกนี้เสียชาติเกิด

หากความสามารถที่มีเพียงน้อยนิดของผม
สามารถทำประโยชน์ได้ นับเป็นความยินดีของผมครับ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24828 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 10 ต.ค. 2553 (14:47)

น้าคะฟังแล้วน่าชื่นชมมากๆค่ะ

แต่ว่า.........น้ายังไม่ได้ตอบคำถามของความคิดเห็นข้างบนเลยนะคะ


supapit_am
ร่วมแบ่งปัน75 ครั้ง - ดาว 45 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 10 ต.ค. 2553 (19:15)

นับถือๆ ครับ


nutmos
ร่วมแบ่งปัน7 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 11 ต.ค. 2553 (00:02)

จากคำถามในความเห็นที่ 10
เสียงจะดังจะค่อยขึ้นกับแอมปลิจูดที่ต้นกำเนิดส่งมา
น่าจะเป็นอย่างนี้ใช่ไหมคะ


เราจะได้ยินเสียงดังหรือค่อย ขึ้นกับหลายอย่าง
1. อัตราการถ่ายโอนพลังงานที่มากระทบหู(กำลังของเสียง)
    ถ้าอย่างอื่นทุกอย่างเหมือนกันหมด กำลังมากกว่าก็จะได้ยินเสียงดังกว่า
กำลังยังขึ้นอยู่กับหลายสิ่งเช่น
    1.1 แอมพลิจูด
    1.2 ความถี่
    1.3 อัตราเร็วเสียง

2. ความสามารถในการตอบสนองของประสาทสัมผัส
    ตำรามักจะบอกว่าคนเริ่มได้ยินเสียงที่ระดับความเข้ม 0 db
    มันไม่จริงหรอก เสียงที่ความถี่ประมาณ 1000 - 3000 Hz จะทำให้คนบางคนได้ยิน
    ที่ระดับความเข้มต่ำกว่า 0 ได้
    เสียงที่ความถี่ 20 Hz สำหรับบางคนแล้ว ระดับความเข้มถึง 80 dB แล้วก็ยังไม่ได้ยิน
    เสียงที่ความถี่ หมื่น สองหมื่นเดซิเบลก็ได้ยินยากเหมือนกัน

3. ความพึงพอใจ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24828 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 11 ต.ค. 2553 (00:10)

จากคำถามในความเห็นที่ 13
ถ้าเป็นเสียงในตัวกลางชนิดอื่น เช่น น้ำ จะยังใช้หลักการเดียวกันอยู่ใช่ไหมครับ

ในบื้องต้นก็พอยึดหลักการเดียวกันไปครับ
แต่ถ้าศึกษาลึกซึ้งแล้วก็ยังมีความแตกต่างกันพอสมควร
การเคลื่อนที่ของเสียงในอากาศได้มาจากการถ่ายโอนพลังงานโดยการเคลื่อนที่ไปชนกันของ
โมเลกุลที่แต่ละโมเลกุลเป็นอิสระต่อกัน
แต่สำหรับของเหลว โมเลกุลเคลื่อนที่เข้ามาใกล้กันมากจนไม่สามารถบอกว่าแต่ละโมเลกุลนั้น
ต่างคนต่างอยู่ได้ โมเลกุลใกล้กันมีแรงกระทำระหว่างกัน การถ่ายโอนพลังงานทำให้เร็วกว่า
ยิ่งเป็นของแข็ง ยังมีแรงยึดระหว่างโมเลกุลสูง ทำให้สามารถมีการถ่ายโอนพลังงานได้ทั้งคลื่น
ตามยาวและคลื่นตามขวาง อัตราเร็วเสียงขึ้นกับความยืดหยุ่นของตัวกลางด้วย


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24828 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 12 ต.ค. 2553 (19:35)

ขอบคุณครับคุณนิรันดร์


nutmos
ร่วมแบ่งปัน7 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.0252 seconds !