แนวทางการพัฒนากระบวนการนิเทศภายในที่มีต่อคุณภาพสถานศึกษา โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล 3 วัดชัยมงคล

ชื่อเรื่อง แนวทางการพัฒนากระบวนการนิเทศภายในที่มีต่อคุณภาพสถานศึกษา โดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล 3 วัดชัยมงคล
ชื่อผู้วิจัย วีระศักดิ์ เครือประสิทธิ์
ปีการศึกษา 2552
บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัย คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาคุณภาพสถานศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 3 วัดชัยมงคล 2) เพื่อสร้างแนวทางการพัฒนากระบวนการนิเทศภายในที่มีต่อคุณภาพสถานศึกษาโดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล 3 วัดชัยมงคล 3) เพื่อทดลองใช้แนวทางการพัฒนากระบวนการนิเทศภายในที่มีต่อคุณภาพสถานศึกษาโดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล 3 วัดชัยมงคล และ 4) เพื่อประเมินผลการใช้แนวทางการพัฒนากระบวนการนิเทศภายในที่มีต่อคุณภาพสถานศึกษาโดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล 3 วัดชัยมงคล ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียน รองผู้อำนวยการโรงเรียน หัวหน้ากลุ่มสาระฯ ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน รวม 91 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ และแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย () ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (s) และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาสภาพปัญหาคุณภาพสถานศึกษาของโรงเรียนเทศบาล 3 วัดชัยมงคล พบว่า ในด้านปัจจัย ด้านกระบวนการ และด้านผลผลิต สถานศึกษามีความพร้อมในด้านอาคารสถานที่ ภาวะผู้นำของผู้บริหารสถานศึกษา การบริหารจัดการ งบประมาณ และบุคลากร แต่ก็พบปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพสถานศึกษา โดยดูจากผลการประเมินคุณภาพสถานศึกษา จำแนกตามมาตรฐาน 24 มาตรฐาน 106 ตัวบ่งชี้ และการระดมสมอง การสัมภาษณ์ และการประชุมกลุ่ม
2. ผลการสร้างแนวทางการพัฒนากระบวนการนิเทศภายในที่มีต่อคุณภาพสถานศึกษาโดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล 3 วัดชัยมงคล พบว่า ผลการสอบถามความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ของกระบวนการนิเทศภายในของโรงเรียนเทศบาล 3 วัดชัยมงคล พบว่า ครูซึ่งเป็นผู้รับการนิเทศมีความคิดเห็นต่อกระบวนการนิเทศภายในอยู่ในระดับมาก และผลการสร้างแนวทางการพัฒนากระบวนการนิเทศภายในที่มีต่อการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาโดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม มีความเหมาะสมและเป็นไปได้ จำนวน 5 ด้าน คือ การศึกษาและวิเคราะห์สภาพปัจจุบันของผู้รับการนิเทศ การกำหนดประเด็นพัฒนาและการวางแผนนิเทศ การพัฒนาสื่อ/นวัตกรรม การปฏิบัติการนิเทศ และการสรุปผลและรายงาน
3. ผลการทดลองการใช้แนวทางการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาโดยใช้กระบวนการนิเทศภายในของโรงเรียนเทศบาล 3 วัดชัยมงคล พบว่า
3.1 กิจกรรมการประชุมปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้คำปรึกษา พบว่า สถานศึกษาใช้กิจกรรมการประชุมปฏิบัติการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้คำปรึกษา ตลอดปีการศึกษา 2551 จำนวน 26 ครั้ง ครูทุกคนได้เข้าร่วมกิจกรรมครบทุกครั้ง
3.2 กิจกรรมเยี่ยมชั้นเรียน โดยเพื่อนครู พบว่า ทุกคนได้ปฏิบัติงานด้านวิชาการ ครั้งที่ 1 คิดเป็นร้อยละ 90.28 และครั้งที่ 2 คิดเป็นร้อยละ 100 งานระดับชั้นเรียนครั้งที่ 1 คิดเป็น ร้อยละ 91.34 และครั้งที่ 2 คิดเป็นร้อยละ 100 งานแนะแนว คิดเป็นร้อยละ 91.09 และครั้งที่ 2 คิดเป็นร้อยละ 100 งานพิเศษคิดเป็นร้อยละ 88.88 และครั้งที่ 2 คิดเป็นร้อยละ 100 และงานพฤติกรรมทั่วไป คิดเป็นร้อยละ 93.07 และครั้งที่ 2 คิดเป็นร้อยละ 100 เฉลี่ยรวมร้อยละครั้งที่ 1 มีครูร่วมปฏิบัติกิจกรรมเยี่ยมชั้นเรียนร้อยละ 90.83 และครั้งที่ 2 ร้อยละ 100
3.3 กิจกรรมเยี่ยมชั้นเรียน โดยผู้บังคับบัญชา พบว่า ทุกคนได้ปฏิบัติงานด้านวิชาการครั้งที่ 1 คิดเป็นร้อยละ 95.74 และครั้งที่ 2 คิดเป็นร้อยละ 100 งานระดับชั้นเรียนครั้งที่ 1 คิดเป็น ร้อยละ 95.23 และครั้งที่ 2 คิดเป็นร้อยละ 100 งานแนะแนว คิดเป็นร้อยละ 94.99 และครั้งที่ 2 คิดเป็นร้อยละ 100 งานพิเศษคิดเป็นร้อยละ 94.80 และครั้งที่ 2 คิดเป็นร้อยละ 100 และงานพฤติกรรมทั่วไป คิดเป็นร้อยละ 95.81 และครั้งที่ 2 คิดเป็นร้อยละ 100 เฉลี่ยรวมร้อยละครั้งที่ 1 มีผู้บังคับบัญชา ร่วมปฏิบัติกิจกรรมเยี่ยมชั้นเรียนร้อยละ 95.41 และครั้งที่ 2 ร้อยละ 100
3.4 กิจกรรมนิเทศมาตรฐานห้องเรียน ประเมินครั้งที่ 1 / 2551 พบว่า ครูส่วนใหญ่ มีการพัฒนาห้องเรียนให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานห้องเรียนตามที่ได้ร่วมกันกำหนดอยู่ในระดับ ดีมาก คิดเป็นร้อยละ 94.08 และอยู่ในระดับดี คิดเป็นร้อยละ 5.67
3.5 กิจกรรมนิเทศมาตรฐานห้องเรียน ประเมินครั้งที่ 2 / 2551 พบว่า ครูส่วนใหญ่ มีการพัฒนาห้องเรียนให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานห้องเรียนตามที่ได้ร่วมกันกำหนดอยู่ในระดับ ดีมาก คิดเป็นร้อยละ 96.58 และอยู่ในระดับดี คิดเป็นร้อยละ 3.41
3.6 กิจกรรมนิเทศแผนการจัดการเรียนรู้ พบว่า ครูได้รับการนิเทศเฉลี่ย ร้อยละ 100
3.7 กิจกรรมนิเทศเอกสารสนับสนุนการเรียนการสอน พบว่า ครูผู้สอนมีการดำเนินการ คิดเป็นร้อยละ 95.77 และไม่ดำเนินการ คิดเป็นร้อยละ 4.22
3.8 กิจกรรมการสังเกตการสอน จำนวน 4 องค์ประกอบ ได้แก่ พฤติกรรมครู พฤติกรรมผู้เรียน แผนการจัดการเรียนรู้ และบรรยากาศของห้องเรียน โดยครูผู้สอนทุกคนได้นำแผนการจัดการเรียนรู้ไปใช้สอนจริง มีการเตรียมวางแผนการสอน และจัดกิจกรรมที่สนองศักยภาพของผู้เรียนเป็นส่วนใหญ่ สามารถพัฒนาผู้เรียนได้ตามจุดประสงค์การเรียนรู้ โดยครูมีผลการดำเนินการตามคู่มือกิจกรรมสังเกตการณ์สอนแต่ละด้านผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ร้อยละ 80 ทุกรายการ
3.9 ครูทุกคนของโรงเรียนเทศบาล 3 วัดชัยมงคล มีการดำเนินงานตามกิจกรรมการอบรม สัมมนา ศึกษาดูงาน ไม่น้อยกว่า 20 ชั่วโมงต่อปีและมีการนำความรู้ ประสบการณ์มาใช้ในการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ซึ่งผ่านเกณฑ์ทุกคน
4. ผลการประเมินผลการใช้แนวทางการพัฒนากระบวนการนิเทศภายในที่มีต่อคุณภาพสถานศึกษาโดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล 3 วัดชัยมงคล พบว่า 1) การใช้แนวทางการพัฒนากระบวนการนิเทศภายในที่มีต่อคุณภาพสถานศึกษาโดยใช้การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมของโรงเรียนเทศบาล 3 วัดชัยมงคล พบว่า ก่อนดำเนินการและหลังดำเนินการในภาพรวมอยู่ในระดับมาก และ 2) ผลการสอบถามความพึงพอใจของครูที่มีต่อกระบวนการนิเทศภายในของโรงเรียนเทศบาล 3 วัดชัยมงคล พบว่า ครูมีความพึงพอใจต่อกระบวนการนิเทศภายในอยู่ในระดับมาก

No results found.

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น