เรียนพิเศษฟิสิกส์ที่ไหนดีครับ

ช่วยแนะนำทีครับ

9 มี.ค. 2547 18:50
76 ความเห็น
59424 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1  oh (Guest)

Ideal

Applied Physics

Tuter

GSC

ฯลฯ
10 มี.ค. 2547 14:16


ความคิดเห็นที่ 3 อย่าตามค่านิยมผิดๆ (Guest)

อ่านเอง ทำโจทย์ ทำความเข้าใจด้วยตัวเอง

สร้างความมั่นใจให้ตัวเอง จะไม่ต้องเสียเงินไปเรียนพิเศษ
10 มี.ค. 2547 17:46


ความคิดเห็นที่ 4 สวยพริ้ง (Guest)

ค่านิยมการเรียนพิเศษมันผิดตรงไหนเหรอค่ะ ก็ดิฉันไม่ได้เก่งอย่างคุณความคิดเห็นที่ 3 หนิ ถ้าคุณว่ามันผิด คุณก็อย่าแอบไปสอนพิเศษก็แล้วกัน เพราะเท่ากับเป็นการส่งเสริมค่านิยมที่ผิดอย่างที่คุณว่า



เพื่อนๆเรียนที่ Neo หลายคนค่ะ เห็นบอกว่าดี
11 มี.ค. 2547 03:43


ความคิดเห็นที่ 5 pang (Guest)

applied ดิ สนุกดี ไม่โม้ไร้สาระให้เปลืองเวลาด้วย มีของเล่นฟิสิกส์ให้ดูอีกตะหาก
11 มี.ค. 2547 14:22


ความคิดเห็นที่ 6 ไม่หล่อห้ามเรียน (Guest)

ค่านิยมการเรียนพิเศษผิดตรงไหน ก็ผิดตรงที่เป็นการปลูกฝังให้เด็กไม่รู้จักคิดแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ไม่รู้จักทบทวนและใช้สมองตัวเองได้อย่างเต็มที เด็กเดี๋ยวนี้เรียนฟิสิกส์ร่ำร้องหาแต่สูตร และวิธีทำโจทย์ เวลาคุณเรียนพิเศษน่ะคุณเรียนวิธีทำโจทย์ หรือเรียนเนื้อหา ผมว่าคงมีไม่กี่ที่หรอกที่สอนเน้นเนื้อหาให้เด็กเข้าใจไม่ใช่สอนตะลุยโจทย์เอ็นฯ



โจทย์และแบบฝึกหัดต่างๆเขามีไว้ให้เด็กหัดทำก่อน โจทย์บางข้ออาจจะคิดเป็นวันๆกว่าจะออก เด็กได้อะไรจากการทำโจทย์ด้วยตัวเอง? เด็กก็จะได้ทักษะการขนขวายแก้ปัญหาด้วยตัวเอง การที่เด็กสมัยเรียนเพื่อที่จะให้รู้วิธีทำข้อสอบมากกว่าจะรู้เนื้อหาวิชาและสร้างทักษะในการแก้ปัญหา ทำให้โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่คิดไม่เป็น เพราะถูกป้อนจากการติวซะจนชิน ผลของมันจะแสดงให้เห็นเวลาเด็กเหล่านี้เข้าไปเรียนในมหาวิทยาลัย ประถมก็ติว มัธยมก็ติว บางคนเข้ามหาวิทยาลัยยังต้องกวดวิชาเลย กวดวิชาควรจะเอาไว้สำหรับเด็กที่อ่อนจริงๆ จนเรียนไม่ใหวต้องการความช่วยเหลืออย่างสูง แต่เดี๋ยวนี้กลายเป็นว่าเด็กทุกคนต้องวิ่งหาที่เรียนพิเศษ ถ้าอย่างนั้นจะมีโรงเรียนไว้ทำไม? เด็กรุ่นต่อไปคงเริ่มติวกันตั้งแต่อนุบาลยันปริญญาเอก แล้วจบมายังจะต้องมีคนสอนทำโจทย์ชีวิตมั้ยนี่



ไม่ต้องห่วง ผมไม่สอนพิเศษหรอก ถึงแม้ว่าจะเคยสอนมาก่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย (แล้วก็พบว่าเด็กมุ่งแต่จะเอาสูตรลัดไม่ได้สนใจที่จะเข้าใจเนื้อหาวิชา สอนไปก็เสียเวลาผม) และผมก็ไม่ว่าคนที่เขาสอนพิเศษด้วย ใครอยากสอนๆไป ก็ไม่มีทางแก้กันแล้วนิ โทษกันไปโทษกันมาจนไม่รู้จะโทษใครแล้ว



ผมเคยพาฝรั่งเดินแถวสยาม ฝรั่งเห็นป้าย Appled Physics, Ideal Physics, สารพัดฟิสิกส์เซนเตอร์ ตบถ้ายด้วยภาพไอน์สไตน์ขนาดยักษ์ ก็ตะลึงตึงๆ ถามผมว่าแหม คนไทยสนใจฟิสิกส์กันขนาดมีศูนย์ฟิสิกส์เต็มบ้านเต็มเมือง อย่างนี้น่าจะเก่งนะ? น่าจะมีความรู้พัฒนาเทคโนโลยีได้ดีกว่านี้



คุณว่าคนไทยเก่งฟิสิกส์มัยล่ะ หรือเก่งแต่ทำโจทย์ ... แล้วอย่างนี้เรียกว่าค่านิยมเรียนพิเศษดีหรือเปล่าล่ะสวยพริ้งจ๋า
11 มี.ค. 2547 19:34


ความคิดเห็นที่ 7 สวยพริ้ง (Guest)

แล้วทำไมคนไทยต้องเก่งฟิสิกส์ด้วยล่ะคะ เก่งแค่บางคนอย่างคุณความเห็น 6 ก็พอ ก็นักเรียนเค้าต้องสอบเอ็นท์อ่ะคะ ตะลุยโจทย์เอ็นท์มันแปลกมั้ยคะ และเพราะทำไม่ได้ เลยต้องไปเรียน แล้วก็ที่โรงเรียนก็ไม่ค่อยเน้นด้วย เน้นแต่สอบกลางภาคปลายภาค เอาแค่พอทำข้อสอบได้ก็พอแล้ว คงไม่ต้องมานั่งชื่นชมกับกฏของนิวตัน หรือสมการแมกซ์เวลล์อะไรแบบนั้น ไม่ใช่ทุกคนที่จะเรียนต่อทางสาขาฟิสิกส์นะคะ
12 มี.ค. 2547 01:54


ความคิดเห็นที่ 8 Gigadot (Guest)

จากคำถามเปิดนี้ ผมขอแนะนำ CALTEX, Standford, MIT, Harvard, Cambridge และอื่นๆอีกมากมายครับ
12 มี.ค. 2547 07:57


ความคิดเห็นที่ 9 Gigadot (Guest)

อ้าวโทษที นึว่าถามว่าเรียนฟิสกส์ที่ไหนดี ที่แท้ถามที่เรียนพิเศษหรอกเหรอ เฮ้อ งั้นเรียนกะหนังสือ ก็ได้นะครับ เรียนแบบนี้ได้ความรู้เยอะกว่าด้วย เพราะได้คิดเอง การมีวิธีคิด ดีกว่าณุ้ว่าข้อนี้ควรใช้วิธีไหนเป็นหลายเท่า ผมว่าสิ่งที่ผมบอกไปไม่ได้มีประโยชน์กะแค่ฟิสิกส์หรอกนะครับ
12 มี.ค. 2547 08:01


ความคิดเห็นที่ 10 Gigadot (Guest)

อ้อ อีกอย่าง มีชื่อมหาลัยสะกดผิด อย่างมากข้างต้นที่ผม post สงสัยตอนนี้กำลังบ้ากะ LaTeX มากไปหน่อย
12 มี.ค. 2547 08:05


ความคิดเห็นที่ 11 ไม่หล่อห้ามเรียน (Guest)

เอาอย่างนี้นะ น้องสวยพริ้งว่ากระทรวงศึกษาเขาให้น้องเรียนฟิสิกส์ไปทำไม?

ถ้าตอบคำถามนี้ไม่ได้ ก็จะมีคำถามคล้ายๆเช่น เรียนคณิตศาสตร์ไปทำไมเอาแค่บวกเลขถูกก็พอแล้ว เรียนนภาษาไทยไปทำไมฉันไม่ได้อยากเข้าอักษร เรียนพละทำไมฉันไม่ได้อยากเป็นภารดร เป็นต้น สวยพริ้งก็ผ่านมัธยม 6 แล้วไม่ใช่หรือ ตอบตัวเองได้หรือเปล่าว่าเรียนไปทำไม?



วิชาพื้นฐานเช่น เคมี ฟิสิกส์ ที่เรียนในมัธยมไม่ได้ต้องการสร้างให้ทุกคนที่เรียนเป็นนักวิทยาศาสตร์ หรือมานั่งชื่นชมกับสูตรฟิสิกส์ แต่เขาต้องการปลูกฝังให้มีความคิดแบบวิทยาศาสตร์ ให้พัฒนาความคิดที่มีเหตุมีผลซึ่งอันนี้แหละที่จะติดตัวนักเรียนไปและช่วยให้เขาในอนาคตได้ ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม



ผมไม่ได้หมายความว่าวิชาอื่นไม่ได้สอนให้คิดเป็นเหตุเป็นผล วิชาพื้นฐานของสายศิลป์เช่น ประวัติศาสตร์หรือ สังคมศาสตร์ ฯลฯ เขาก็มีวิธีฝึกนักเรียนให้มีความเป็นเหตุเป็นผลในแบบของเขา แต่ตอนนี้เรากำลังพูดถึงนักเรียนในสายวิทยาศาสตร์ ซึ่งก็ควรจะฝึกให้มีการพัฒนาความคิดแบบวิทยาศาสตร์ ซึ่งก็ต้องผ่านการฝึกโดยการฝึกคิดใช้เหตุผลแบบวิทยาศาสตร์นั่นแหละ การเรียนลัด กวดวิชาตะลุยโจทย์ เป็นการทำลายกระบวนการนี้ คุณอาจจะได้รางวัลโดยทำขอสอบได้ โดยที่คุณไม่ได้เข้าใจ และที่สำคัญไม่ได้ผ่านการฝึกฝนมาเลย แต่ในระยะยาวมันจะเป็นผลเสีย ไม่ต้องดูไกล เอาแค่ตอนเข้ามหาวิทยาลัยแล้วก็ได้ สอบมิดเทอมออกมาตกMean กันเป็นแถว เพราะข้อสอบในมหาวิทยาลัยหลายๆวิชาไม่มีตัวเลือกให้กา ต้องคิดต้องค้นต้องเข้าใจก่อนถึงจะทำได้



คุณจะชอบเรียนวิชานั้นหรือไม่ชอบไม่สำคัญแต่คุณต้องทำ ในชีวิตจริงหลังจากจบการศึกษาคุณเลือกทำในส่งที่คุณชอบได้ทุกครั้งหรือ? ในหลายๆครั้งคุณอาจจำเป็นที่จะต้องทำให้สิ่งที่คุณไม่ชอบและจำเป็นที่จะต้องทำให้ได้ดีด้วย … อย่านึกว่าเรียนคณะวิศวแล้วจบไปจะได้เป็นวิศวะ จบเคมีแล้วจะได้ทำงานตามทีเรียน มีกี่คนกันที่จะได้ทำอย่างที่ตัวเองเรียนมา ถ้าไม่ฝึกทักษะกระบวนการคิดเหล่านี้ ไม่ฝึกให้แก้ปัญหา ไม่รู้จักเรียนรู้แก้ปัญหาด้วยตัวเองยืนบนขาตัวเองได้ คุณจะไปหาใครมากวดวิชาชีวิตให้คุณล่ะ จะเอาตัวรอดในสังคมสมัยใหม่ซึ่งต้องแข่งกันด้วยสมองได้มั้ยล่ะ ชีวิตคนมันไม่ได้จบตอนที่คุณเอ็นติดนะจ๊ะสวยพริ้งจ๋า
12 มี.ค. 2547 10:39


ความคิดเห็นที่ 12 Dewterium (Guest)

กำลังจะบอกเชียว ว่า Caltech not CalTex
12 มี.ค. 2547 11:46


ความคิดเห็นที่ 13 สวยพริ้ง ทุกลีลา (Guest)

เรียนพวกเลข ฟิสิกส์ ชีวะ เคมี มันก็ต้องเรียนอยู่แล้ว แต่เพราะว่านักเรียนไม่สามารถทำให้ตัวเองเก่งและเข้าใจวิชาเหล่านี้ด้วยตัวเองได้ เลยต้องไปเรียนพิเศษ สวยพริ้งก็เห็นใจเพื่อนๆน้องๆที่ไม่ได้จะเรียนต่อทางฟิสิกส์ หรือใช้ฟิสิกส์มากในมหาลัยแต่ต้องมานั่งเครียดกับมัน หลายคนทุกวิชาได้หมด ยกเว้นฟิสิกส์นี่แหละ



และที่ว่า 'ไม่หล่อห้ามเรียน' สวยๆอย่างดิชั้นคงเรียนได้นะคะ แต่เลยวัยเรียนพิเศษมาแล้วค่ะ ขอบคุณที่ร่วมสนทนาค่ะ สนใจฟิสิกส์ที่ Caltech เหมือนกัน มีคนไทยหรือป่าว
12 มี.ค. 2547 21:33


ความคิดเห็นที่ 14 Pr@ch (Guest)

ผมเคยนึกไม่ชอบการเรียนพิเศษเช่นกัน เพราะผมเชื่อว่าการอ่านหนังสือเองเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ยิ่งเรื่องฟิสิกส์ด้วยแล้ว ผมก็ทำได้ดีมากในวิชานี้มาตลอด



จนกระทั่งภึงช่วงปิดเทอมม.6 และก่อนสอบเอ็นทรานส์ ผมไม่มีอะไรทำเลยลองไปเรียน ก็พบ่วามันสนุกดีนะ ผมคิดว่าการเรียนพอเศษไม่ใชเรื่องที่เลวร้าย แต่ในทางกลับกันมันเป็นเรื่องที่ส่งเสริมการเรียนได้ดีด้วยมั้ง แต่ก็นั่นแหะล การเรียนพิเศษเป็นการช่วยเสริมความรู้จากส่วนที่มีอยู่แล้ว ดังนั้นใคครที่ฝากความหวังว่าจะรู้เรื่องจากการเรียนพิเศษขอบอกเลยว่าคิดผิด



สำหรับใครที่บอกว่าการเรียนพิเศษไม่ดี ผมขอแย้งเต็มที่ครับ การดเรียนพิเศษเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องเรียนอย่างถูกวิธีเท่านั้น คุณคนที่ว่าเคยเรียนพิเศษหรือเปล่า!?
14 มี.ค. 2547 14:14


ความคิดเห็นที่ 15 ไม่หล่อห้ามเรียน (Guest)

เคยทั้งเรียนและเคยทั้งสอนด้วย



ผมก็ไม่ได้บอกว่าเลวร้าย แต่บอกว่าเป็นค่านิยมที่ผิด กลับไปอ่านใหม่สิครับ



คนที่ตั้งใจเรียน สนใจอยากรู้เนื้อหาวิชาลึกซึ้ง และฝึกตัวเองดีแล้วไปเรียนยอมส่งผลดี แต่ถามว่าจำเป็นหรือเปล่า ตอบว่าไม่จำเป็น คนที่เรียนไม่รู้เรื้องพยายามแล้วก็ยังไม่รู้เรื่อง ผิดหรือเปล่าที่กวดวิชา ตอบว่าไม่ผิด แต่เลือกที่เรียนดีๆหน่อยก็แล้วกัน คนที่เรียนไม่รู้เรื่องแต่ไม่พยายาม เรียนทางลัดผิดหรือเปล่า คิดเอาเองก็แล้วกัน เพราะเด็กส่วนใหญ่ที่เรียนพิเศษเป็นกลุ่มหลังนี่ ไม่ใช่อย่างสวยพริ้ง หรือ Pr@ch



สวยพริ้ง ถ้าจะสงสารเพื่อนๆน้องๆละก็สงสารให้ถูกทาง

สงสารผิดทางคือการทำร้ายเค้าทางอ้อม เครียดเพราะเรียนฟิสิกส์ทำโจทย์พิสิกส์น่ะไม่ตายหรอก แต่ถ้าไม่เรียนไม่ฝึกตัวเองเอาไว้แล้วมาเครียสตอนเป็นผู้ใหญ่น่ะตายได้ ที่ตายคือสมองตายทั้งชาติเพราะเยาวชนส่วนใหญ่ถูกระบบการศึกษาที่พิการทำลายจนหมด
15 มี.ค. 2547 08:24


ความคิดเห็นที่ 16 สวยพริ้ง (Guest)

แหม มันก็ไม่ถึงขนาดว่าคนที่ไปเรียนพิเศษเค้าจะไม่ได้ความรู้อะไรเลย สวยพริ้งว่าอย่างน้อยเค้าก็ได้เข้าไปฟังๆ จดๆ ถ้าไม่หลับ และมันก็ส่งผลให้เอ็นท์ติด หรือให้คะแนนดีขึ้น เค้าก็มีความสุข สวยพริ้งเคยติวให้เพื่อนตอนสอบที่โรงเรียน เอ็นทร้านก็ช่วยด้วยอีก เพื่อนๆหลายคนก็ไปเรียนพิเศษช่วงใกล้ๆเอ็นท์เพื่อจะได้เป็นการสรุปเนื้อหา ทุกคนก็เอ็นท์ติด เด็กวิทย์ก็เฮฮา



สวยพริ้งก็เข้าใจคุณพี่ "ไม่หล่อห้ามเรียน" ค่ะว่ามันไม่จำเป็นสำหรับบางคน พี่น่าจะไปเป็นอาจารย์สอนพิเศษแนวใหม่ สอนคู่กะสวยพริ้งเอามั้ยคะ
15 มี.ค. 2547 09:11


ความคิดเห็นที่ 17 คุ้นๆว่า.. (Guest)

อ่านมาหลายวันแล้วกระทู้นี้ โดยมาการเรียนพิฌศษก็เพื่อได้สูตรลัด เคนิคการจำ แต่ทฤษฎีความเป็นมาไม่ค่อยรู้กันเท่าไร สอบเอนเสร็จ เอาสูตรลัดเหล่านั้นมาใช้ไม่ได้ เพราะไม่มีข้อสอบกากบาทอ่ะ สู้เราเข้าใจทฤษฎีดีกว่าเยอะเลยอ่านก่อนเข้าห้องเรียน ตั้งใจเรียนในห้อง กลับไปทบทวน ทำแบบฝึกหัด แค่นี้น่าจะเอาตัวรอดเข้าไปยืนในรั้วมหาลัยได้ ถึงเส้นทางจะไม่ราบเรียบแต่ก็ยิ้มภูมิใจได้ ว่าเราสามารถยืนด้วยขาตัวเองได้ ไม่ใช่ว่าไม่เคยเรียนพิเศษนะคะเคยเรียนครั้งเดียวในชีวิต วิชาเดียว นอกนั้นอ่านเองดีกว่า
15 มี.ค. 2547 10:36


ความคิดเห็นที่ 18 แก้ไข (Guest)

แก้ด่วน เคนิ เปลี่ยนเป็นเทคนิค
15 มี.ค. 2547 10:42


ความคิดเห็นที่ 19 โดย นิรันดร์

ผมคิดว่า เด็กที่มาเรียนพิเศษ ก็มีหลายประเภท

เช่นในช่วงปิดเทอมใหญ่ภาคฤดูร้อน

เด็กที่ไปเรียนก็จะมีประเภท

1. พ่อแม่ไม่อยู่บ้าน ถ้าปล่อยลูกไว้บ้านลำพังก็กลัวว่าจะเติลดเปิดเปิงไปซิ่งมอเตอร์ไซค์ ชนเอาตำรวจขาหักรายวัน เอาไปไว้ที่โรงเรียนพิเศษ น่าจะดีกว่า(จะมีสักกี่%ที่เวลาปิดเทอมแล้วคว้าตำรามาอ่านเองล่วงหน้า)

2. พ่อแม่เห็นว่า ลูกตัวเองค่อนข้างช้า ถ้าได้เรียนล่วงหน้า หรือเรียนซ้ำแล้วน่าจะมีความรู้ดีขึ้น(แบบเล่นเกม เล่นซ้ำเป็นร้อย ๆ รอบยังเล่นกันได้ แล้วเรียนหนังสือซ้ำ ๆ สัก 2 รอบ น่าจะสมเหตุผลกว่า)

3. เด็กรักดี อยากทำคะแนนสูง ๆ เวลาสอบ โรงเรียนกวดวิชาก็น่าจะช่วยเด็กได้ในจุดนี้(อย่าได้ต่อว่าเด็กพวกนี้เลย ผมว่าแต่ละคนต่างก็มีเป้าหมายของชีิวิตเขาแตกต่างกันไป เด็กบางคน แข่งกันเรียนเก่ง ผมว่ามันก็เหมือนกับการแข่งกีฬาอย่างหนึ่ง ไม่เช่นนั้น เราจะติวโอลิมปิกวิชาการไปทำไม )

ทีนี้มามองแง่ลบก็มี

4. เด็กหาเรื่องออกจากบ้าน ใช้การเรียนพิเศษเป็นช่องทางไปเที่ยวกับเพื่อน บางคนก็แค่หาคนคุยด้วย แต่บางคนก็พากันเสียผู้เสียคนก็มี เช่นพอผู้ปกครองคล้อยหลัง ก็โดดเรียน รอใกล้ ๆ เวลาเลิกแล้วรีบกลับมารับหน้าผู้ปกครองให้ทัน)



ครูที่สอนพิเศษ ก็มีหลายประเภท ไม่แพ้กัน เช่น

1. มีความตั้งใจที่จะปลูกฝังวิธีคิดที่ถูกต้องและมีระบบให้เด็กอย่างแท้จริง ทำการทดลอง สอนวิธีอยู่ร่วมในสังคมให้เด็กด้วยทั้งที่เป็นวิชาฟิสิกส์(อย่างความคิดเห็นเพิ่มเติมที่ 5)

2. สอนให้เด็กหัดทำโจทย์ในรูปแบบที่แตกต่างจากที่เคยเรียนในโรงเรียน สอนคอนเซ็บที่ดี มีเทคนิคในการหาคำตอบที่ถูก และเกิดความมั่นใจเวลาสอบ

3. บางคนก็จะสอนกันแต่วิชามาร คือคุณไม่เคยตั้งใจเรียนมาก่อนเลย แต่ทำอย่างไรจะเอาคะแนนจากการสอบให้ได้ ไม่คำนึงถึงคุณธรรมจริยธรรม

4. บางคนก็จะมีคำพูดโน้มน้าวจิตใจเก่ง ขนาดพาเด็กไปเป็นคู่นอนได้ ผลคือมาตบตีด่ากันอยู่หน้าโรงเรียนเพราะเกิดความแค้นเพราะแย่งอาจารย์กันก็มี

5. บางแห่งก็ใช้วิธีสาดโคลนเข้าใส่ฝ่ายตรงข้ามที่เป็นคู่แข่งกวดวิชาด้วยกัน



ฯลฯ

คงจะจารไนให้ได้ทุกแบบไม่ครบหรอกครับ

แต่ผมเชื่อว่า มีทั้งดี ทั้งไม่ดี



คุณ"สวยพริ้ง ทุกลีลา" อยากจะเป็นอาจารย์สอนติวจริงหรือเปล่าครับ
15 มี.ค. 2547 11:45


ความคิดเห็นที่ 21 . (Guest)

HOW to BECOME a GOOD THEORETICAL PHYSICIST



by Gerard 't Hooft



http://www.phys.uu.nl/~thooft/theorist.html
15 มี.ค. 2547 16:01


ความคิดเห็นที่ 22 อยากถาม (Guest)

[font color = red size = 5]ยังมีที่เรียนที่ไหนแนะนำอีกบ้างมั้ยอ่ะ[/font]
15 มี.ค. 2547 16:49

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น