วิชาการดอทคอม ptt logo

จริงหรือที่มีนักเรียน ป.6 อ่านหนังสือไม่ออก

โพสต์เมื่อ: 01:31 วันที่ 16 มี.ค. 2547         ชมแล้ว: 49,478 ตอบแล้ว: 118
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
ผมได้ยินมาเยอะครับที่บอกว่า มีนักเรียนระดับป.6 อ่านหนังสือไม่ออก ค่อนข้างแน่ใจในแหล่งข่าว แต่อยากรู้ว่า คนอื่นๆโดยเฉพาะครูรู้เรื่องนี้หรือเปล่า


VSL(211.134.147.147,,)





จำนวน 109 ความเห็น, หน้าที่ | 1| -2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 3 เม.ย. 2548 (20:16)
วันหนึ่งเมื่อปี พ.ศ.2544 ผมมีความจำเป็นต้องสอนเด็กชาวเนปาล ลูกหลานพระพุทธองค์(เขานามสกุล ศากยะ นามสกุลเดียวกับเจ้าชายสิทธัตถะ) เนื่องจากผมไม่เคยสอนภาษาไทยแก่เด็ก ๆ มาก่อน ผมจึงไปเดินหาหนังสือหนังสือชั้นประถม หรืออนุบาลที่ว่าด้วยการ ประสมคำ ก + ะ = กะเหมือนที่เคยเรียนมาก่อน ปราฎว่าไม่มีแม้แต่เล่มเดียว ผมไปที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนประจำจังหวัด คิดว่าคงมีแน่ ๆ เพราะสอนผู้ใหญ่ไทยให้หนังสือไทยก็ต้องมีหนังสือแบบนี้แน่นอน เจ้าหน้าที่ก็ดีเหลือหลาย รื้อหาดูแม้กระทั้งลังเก็บของเก่าในห้องน้ำ ปรากฎว่าไม่มีสักเล่มเดียว

ผมมานั่งนึกว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย หรือปีศาจกลับชาติมาเกิด นั่นคือ เมื่อประมาณเกือบสี่สิบปีมาแล้ว คุณหลวอะไรคนหนึ่ง เกิดความคิดพิเรนทร์อะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ แต่งหนังสือภาษาไทยให้เด็กประถมเรียนโดยอ่านเป็นคำ ๆ เหมือนภาษาอังกฤษ หรือภาษาจีน ปราฏกว่าถูกถล่มจนต้องเก็บเข้าคลัง ทั้ง ๆ ที่พิมพ์หนังสือออกมาตั้งมากมาย อยู่ ๆ เกิดโผลมาอยู่ในโรงเรียนอีก ได้ผลจริง ๆ ยิ่งกว่าผีหลอก เด็กวิ่งหนีภาษาไทยกันอุตลุด ในที่สุดเด็ก อ่าน เขียนภาษาไทยไม่ได้(ไม่ถูก กับไม่ได้ ต่างกันนะครับ) ผมขอย้ำว่า เด็กไทย อ่านเขียนภาษาไทยไม่ได้ ทีนี้พาลไปถึงภาษาพูด พลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วย

จริง นะครับ ภาษาไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่การเขียน การอ่านต้องอ่านออกด้วยการสะกดคำ การผันตัวอักษร การผันวรรณยุกต์ เพราะมันตายตัวอย่างนั้น เมื่ออ่านออกแล้วเอาไปผสมคำ ผสมประโยคให้เกิความหมายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง คำ ๆหนึ่งจะอยู่ที่ไหน ๆ ก็เขียนอย่างนั้น อ่านอย่างนั้น ผมไม่ค่อยรู้ภาษาอังฏฤษ แต่พอบอกได้ว่า ซี เอ อาร์ อ่านว่า คาร์, ซี เอ ที อ่านว่า แค็ด, ซี เอ อา ที อ่านว่า คาด เอาแน่นอนไม่ได้ว่า สระเอ จะอ่านว่าอย่างไร ของไทยไม่ต้องยกตัวอย่าง เสือ ว่าอย่าง เสื่อ ว่าอย่าง เสื้อ ว่าอย่าง ผันอักษรได้ ผันวรรณยุกต์ได้ จะแลปว่าอย่าไรก็ต้องว่าอีกที

ก + า อ่านว่ากา อีกา ปากกา กากะบาด ตีนกา กาหัว ก็ ก อา กา ทั้งนั้น ไม่เห็น จะเป็น แก เป็น กู ไปได้เลย



อย่าไปโทษครู โทษการวัดผล โทษเด็ก โทษโรงเรียน หรือเทวดา นางฟ้าที่ไหน ต้องได้(ตั้งใจที่จะใช้คำนำหน้าว่าไอ้)คนที่ลงนามในหนังสือคำสั่งให้สอนแบบเป็นคำ ๆ มาลงไทษให้สาสม แล้วเด็กไทยจะดีขึ้นเอง



แน่จริงไหมละ แน่จริงช่วยบอกทีว่าใครลงนามในหนังสือคำสั่งให้จัดการเรียนการสอนแบบนั้น จะได้ออกชื่อเวลากรวดน้ำถูก
คนไม่ชอบโทษใคร (IP:203.156.116.89,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 4 เม.ย. 2548 (09:25)
เห็นด้วยครับ
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26837 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 5 เม.ย. 2548 (16:41)
ยังอยู่ในแวดวงรอยต่อของเด็กป.6 และม.1 ครับ



จึงเห็นสภาพจริงดังกล่าวของเด็กที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ถ้าโรงเรียนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ควรแก้ปัญหาในระดับม.1ได้บ้าง เพราะไม่เช่นนั้นเหมือนวัวพันหลัก โยนกันไปกันมา ลูกหลานใครที่ไหนที่อ่านไม่ออก บวกเลขไม่ได้ ลูกหลานเราทั้งนั้นช่วยเหลือแกเถิดครับ นิสัยรักการอ่านก็จะตามมาเอง(1ใน100ก็ยอมสู้)



ช่วยเถิดครับ ปีนี้ มากกว่า250,000คนที่จบป.6 จะได้เรียนหมดไหมหนอ อีกกี่คนที่ยังอ่านไม่ออกครับ
เด็กวันพุธ (IP:202.129.51.5,192.168.4.244,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 6 เม.ย. 2548 (07:13)
ตอนนี้มีเห็นมีหนังสือสอนแบบสะกดตัวมีวางขายหลายเล่มแล้วนี้ครับ ซื้อมาให้เด็ก ป.6, ม.1 ฝึกพักเดียวอ่านออกแน่นอน เด็ก ๆอยากอ่านหนังสือออกจะตาย แกชอบอ่านการ์ตูน



พวกเก่งภาษาไทย ช่วยกันแต่งตำราประเภทนี้ ขายถูก ๆ บ้างซิครับ คิดว่าเอาบุญ



***ลิขสิทธิ์หนังสือแบบเรียนภาษาไทยมีผลต่อเรื่องการอ่านหนังสือไม่ออก หรือไม่*** พวกชอบวิจัยช่วยที ผมว่าคำตอบของเรื่องนี้น่าจะชี้ทิศทางอะไรได้บ้างกระมัง
ครูแก่ (IP:203.156.118.201,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 24 เม.ย. 2548 (12:40)
เป็นครูสอนระดับ ม.1มาหลายปีแล้ว นักเรียน 450 คนจะมีอ่านหนังสือไม่ออกเขียนหนังสือไม่ได้ประมาณเกือบ 30 คน ที่เหลือบางครั้งอ่านออกเขียนได้ก็ไม่มีทักษะในเรื่องการจับใจความสำคัญ เรียกว่าอ่านไปเรื่อยๆ อ่านจบถามอะไรก็ไม่รู้เรื่อง คิดไม่เป็น อ่อนใจมาก จับกลุ่มกับเพื่อนครูด้วยกัน ตั้งชุมนุมพัฒนาการอ่านการเขียน ก็ไม่ค่อยจะยอมมาเรียน นักเรียนที่มีปัญหาเกือบทั้งหมด จะขี้เกียจเรียนด้วย น้อยครั้งจะมีนักเรียนให้เราภาคภูมิใจสักคนที่เขาจะร่วมมือกับเราแก้ปัญหา ปีการศึกษานี้กำลังรวบรวมแบบฝึกอ่าน เขียน จะขอบคุณมาถ้าใครอ่านพบจะส่ง email มาให้ ถือว่าเป็นวิทยาทานนะคะ จะได้มีแบบฝึกใหม่ๆให้เด็ก
wanbhen99@yahoo.com (IP:202.176.134.30,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 25 เม.ย. 2548 (09:48)
คุณ คนไม่ชอบโทษใค ครับ



ชื่อของคุณกับแนวคิดของคุณ ไม่สอดคล้องกันเลยนะครับ

คุณบอกว่า



...คนที่ลงนามในหนังสือคำสั่งให้สอนแบบเป็นคำ ๆ มาลงไทษให้สาสม แล้วเด็กไทยจะดีขึ้นเอง...



...แน่จริงไหมละ แน่จริงช่วยบอกทีว่าใครลงนามในหนังสือคำสั่งให้จัดการเรียนการสอนแบบนั้น จะได้ออกชื่อเวลากรวดน้ำถูก...
Angka (IP:203.121.131.34,192.168.5.110, 203.121.140.235,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 25 เม.ย. 2548 (10:17)
เมื่อประมาณเกือบสี่สิบปีมาแล้ว คุณหลวอะไรคนหนึ่ง เกิดความคิดพิเรนทร์อะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ แต่งหนังสือภาษาไทยให้เด็กประถมเรียนโดยอ่านเป็นคำ ๆ เหมือนภาษาอังกฤษ หรือภาษาจีน ปราฏกว่าถูกถล่มจนต้องเก็บเข้าคลัง

-----------------------------------------------------------------

ถ้าทำตามวิธีการของคุณหลวงจนจบกระบวนการ ก็อาจจะดีก็ได้ เพราะมันเป็นวิธีการทางธรรมชาติ คือมองโครงสร้างภายนอกก่อน และจำให้ได้ว่านี้คือใคร หรือนี่คืออะไร แล้วจึงไปดูรายละเอียดทีหลัง ว่า หญิงหรือชาย สูงตำ ดำขาวอย่างไร

แนวคิดก็คือให้เด็กจำคำ ข้อความ ประโยคให้ได้ ซึ่งคำหรือข้อความที่จะนำมาให้เรียนก็ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันซึ่งมีไม่มากนัก แล้วให้เรียนผสมคำทีหลัง

วิธีการนี้ ครูซึ่งเคยเรียนมาแบบเดิม ไม่ยอมรับ และไม่ยอมศึกษาวิธีการสอนแบบนี้ให้เข้าใจลึกซึ้ง ปฏิเสธลูกเดียว จึงเกิดการล้มเหลว

ผมก็เรียนมาแบบประสมคำ

แต่เมื่อได้ฟังเหตุผลของอีกฝ่ายหนึ่ง ก้คิดว่ามันเข้าท่า แต่ก็ไม่มีโอกาสที่จะได้ทดลอง
Angka (IP:203.121.131.34,192.168.5.110, 203.121.140.235,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 25 เม.ย. 2548 (12:31)
ผมไม่ได้กล่าวโทษใคร ๆ นะครับ(แปลว่ากล่าวโทษหลายคน) ผมโทษคน ๆ เดียว



ที่บอกว่า ***ถ้าทำตามวิธีการของคุณหลวงจนจบกระบวนการ ก็อาจจะดีก็ได้ เพราะมันเป็นวิธีการทางธรรมชาติ***



ผมเข้าใจครับ เพราะเป็นวิธีคิดที่เห็นว่าคนทั้งประเทศ เหมือน ๆ กัน และภาษาไทยมีธรรมชาติเหมือนภาษาอังกฤษ



เด็กแถวบ้านผม อ่านคำว่า **แว่น** กับ **แหวน** ให้ครูที่ไปจากภาคอื่นเข้าใจได้ ต้องคอยจนครูคนนั้นแต่งงานกับคนแถวข้าง ๆ โรงเรียน วันหมั้นกันนั่นแหละ เจ้าบ่าวแกจึงจึงหยิบ **แว่น** ได้ **แหวน** ตรงตามที่พ่อเจ้าสาวต้องการ





ความหมายไม่ต้องพูดถึงครับ ถ้าไม่พูดภาษาชาวบ้าน ชื่อแกเอง เด็กก็ไม่รู้จัก



ครูเรียก **เด็กหญิงขจีรัตน์ พ่อมาหาค่ะ** ตะโกนจนคอแห้ง ไม่มีใครได้ยิน พอเรียกว่า **อีเขียว พ่อเรียก** วิ่งออกนอกห้อง ไม่ต้องให้เตือนซ้ำสอง





เห็นใจครูบ้านผมที่อยากจะมีผลงานกับเขาบ้าง ไม่ผ่านการประเมินเพราะ **คุณหนูขจีรัตน์**กับ**อีเขียว** นี้แหละ ผู้บริหารระดับสูงท่านว่า นอกจากสอนเด็กไม่รู้เรื่อง แล้วยังพูดหยาบอีกต่างหาก ผู้ปกครองว่า ครูอะไรไม่รู้ ให้เรียกลูกนิดเดียวทำยักท่า ไม่เรียกซักที ไปเรียกใครก็ไม่รู้อยู่ตั้งนาน ดีแต่แม่มันออกลูกยาก เลยได้ไปถึงบ้านแม่หมอ
**ครูแก่** (IP:203.156.118.19,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 25 เม.ย. 2548 (13:56)
อ่านแล้วน่าทึ่ง

อนาคตประเทศชาติไทย...
karanioh (IP:202.28.181.7,10.90.4.123,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 25 เม.ย. 2548 (16:17)
***ในยุคปฏิรูปการศึกษานี้ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าคุณเตรียมเงินไว้ 1,000 บาท เพื่อทดสอบว่าเด็กนักเรียนของรัฐ โรงเรียนที่ไม่มีนักเรียน

พุทธปนอยู่เลย

ว่าจบ ป.6 รอบนี้ใครอ่านหนังสือพิมพ์หัวสีได้คล่อง 10 คน

รางวัลเท่ากัน คนละร้อยสำหรับคนที่อ่านได้คล่องนั้น



เห็นที่คุณอาจจะไม่ต้องจ่ายตังค์เลยด้วยซํ๊าไปครับ ****้
sobpong (IP:203.170.228.172,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 17 พ.ย. 2548 (11:53)
เพราะนักเรียน อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ จึงเขียนหนังสือไว้ ๑๐ เล่ม แจกลูกแบบเก่า ตั้งแต่ แม่ กา ถึงแม่กบ มีภาพประกอบเป็นการ์ตูนขาวดำ ( ภาพแบบสังเขป )

พิมพ์แล้ว ๒ เล่ม โดยสำนักพิมพ์ธารปัญญา ชื่อ ก กา ,

ก ไก่ ป่า

ส่วน ก ไก่ เถื่อน ( แม่ กง - แม่ กบ ) ยังไม่ได้พิมพ์

ตัวอย่างที่เขียน ( แม่ กน )



แม่ กน

ตัวสะกด น ณ ร ล ฬ ญ

ก จ ด ฎ ต ฏ บ ป อ

กัน กาน กิน กีน กึน กืน กุน กูน

เก็น เกน แก็น แกน กน โกน ก็อน กอน

ก็วน กวน เกียน เกียน เกือน เกือน

เกิน เกิน

ข ฃ ฉ ถ ฐ ผ ฝ ส ษ ศ ห

ขัน ขาน ขิน ขีน ขึน ขืน ขุน ขูน

เข็น เขน แข็น แขน ขน โขน ข็อน ขอน

ข็วน ขวน เขียน เขียน เขือน เขือน

เขิน เขิน

ค ฅ ฆ ง ช ฌ ซ ท ฑ ธ น ณ พ ภ ฟ ม ย ญ

ร ล ฬ ว ฮ

คัน คาน คิน คีน คึน คืน คุน คูน

เค็น เคน แค็น แคน คน โคน ค็อน คอน

ค็วน ควน เคียน เคียน เคือน เคือน

เคิน เคิน





กัน จัน ดัน ตัน บัน ปัน อัน

ขัน ฉัน ถัน ผัน ฝัน สัน หัน

คัน งัน ชัน ซัน ทัน นัน พัน ฟัน มัน ยัน

รัน ลัน วัน ฮัน



วัน จันทร์ ( จัน )

ครู ใหญ่ ว่า วัน นี้ จะ เล่า เรื่อง ตา จัน ให้ ฟัง นะ ครับ

ตา จัน เป็น คน เก่า แก่ ของ ดง ไก่ ป่า แก อยู่ ทาง เหนือ ของ โรง เรียน เรา

ตา จัน ปัน ยา ดี มี ภรรยา ( พัน ระ ยา ) ชื่อ ป้า ผัน พอ ถึง วัน ใหม่ ใกล้ รุ่ง เช้า ไก่ โต้ง ก็ โก่ง คอ ขัน ดัง เอก อี๊ เอ้ก ๆ

ตา จัน คว้า ยา สี ฟัน ขัน น้ำ มา ล้าง หน้า แปรง ฟัน ที่ โอ่ง น้ำ ใกล้ บัน ได ป้า ผัน ภรรยา แก ก็ ก่อ ไฟ ควัน โขมง อยู่ ใน ครัว จะ แกง คั่ว

หัว มัน

วัน หนึ่ง ตา จัน ไป ฟัน เถาวัลย์ ( เถา วัน ) ที่ พัน ต้น ไม้ ใหญ่ ใกล้ หน้า ผา ชัน

( ปัน – แบ่งให้ )



แก ฟัน เถา วัลย์ ทั้ง วัน จน ได้ เถา วัลย์ เยอะ แยะ และ เว ลา ก็ ใกล้ ค่ำ พอ ดี

ทัน ใด มี เสือ โคร่ง ตัว ใหญ่ โผล่ มา จะ ขย้ำ ( ขะ หย้ำ )

ตา จัน ตา จัน จะ ทำ อย่าง ไร

วัน พรุ่ง นี้ หรือ วัน มะ รืน ครู จะ เล่า ให้ ฟัง ต่อ นะ ครับ

หนังสือนี้อาจจะช่วยได้บ้างหรือไม่ อยู่ที่วิธีการเทคนิคการสอนของครูและสติปัญญาของนักเรียน ที่จะเป็นบัวประเภทใด



โทร 055 610003 055 690016
จอก หลวง (IP:203.172.200.210,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 17 พ.ย. 2548 (12:22)
ขออภัย แก้เป็น โทร 055 601003
จอก หลวง (IP:203.172.200.210,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 17 พ.ย. 2548 (12:22)
ครับ ทุกวิธีการ ล้วนมีจุดเด่น จุดด้อย



ถ้าเมื่อไหร่ มองแบบแยกส่วน เอาอันนี้ สำคัญ กว่าอันนี้



ก็ผิดธรรมชาติ ไม่ถูกต้องตามสภาพจริง



ปัญหา และความทุกข์ก็จะเกิดขึ้นทันที





ทั้งวิธี จำเป็นคำๆ เทียบกับภาพ

และการผสมคำ น่าจะเป็นวิธีการที่ต้องผสมผสานใช้ไปด้วยกัน



และสำหรับเด็กแต่ละคน ก็ต้องผสมด้วยอัตราส่วนที่ต่างกัน







นักวิชาการชั้นผู้บริหาร อยากให้ลองใช้แนวคิด child center



ก็ลองมาดู การเรียนการสอนวิชาภาษาไทยของเด็ก ป.1



ก่อนแล้วกันว่า เป็น child center แค่ไหน





สภาพความเป็นจริง คือ



ชอบคิดหลักการสวยหรู

แต่ไม่มองที่การปฏิบัติ

ไม่มองผู้ที่ต้องปฏิบัติ

ไม่มอง ลูกๆ หลานๆ เด็กเยาวชน กำลังของประเทศ



คนคิด ก็คิดอยู่ในอากาศ เป็นเพียงเสือกระดาษ



ส่วนผู้ปฏิบัติ ก็จำต้องทำตามตัวหนังสือ แบบผิดๆถูกๆ

เข้าใจบ้างๆ ไม่เข้าใจบ้าง



สุดท้าย ปัญหา ก็ไปโผล่ที่เด็ก





จะเอาอย่างไรดีครับ ... ประเทศไทย?
MG (IP:202.12.97.111,10.177.64.18,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 15 ธ.ค. 2548 (16:35)
แหมกระทู้นี้พูดกันมาเกือบ 2 ปีแล้ว ระดับการอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ก็มากขึ้นเรื่อย ๆ นโยบายอันสวยหรูของผุ้หลักผู้ใหญ่ที่มีอำนาจสั่งนั่นแหละ คงอยากให้มีเปอร์เซ็นการจบ ป.6 ม.3 หรือ ม.6 มากขึ้นเรื่อย ๆ ก็เลยมาบังคับครูห้ามให้นักเรียนตก ถ้าตกมากเป็นความผิดของครู ว่าเข้าน่าน แทนที่จะจับเด็กเรียนซ้ำชั้นเหมือนสมยก่อน แต่หลักการแบบนี้เป็นการลงโทษครูนะ แล้วครูที่ไหนจะไปให้ตก ส่งมันผ่านไปเลยจะดีกว่า เมื่อไรจะกลับไปใช้หลังกสูตรเก่า ๆ ให้ซ้ำชั้น ม.ปลายต้องห้ามตกแม้แต่วิชาเดียวห้ามเอาคะแนนวิชาอื่นมารวมให้ได้ 50% ไม่งั้นซ้ำชั้น วิธีนี้น่าจะแก้ได้ เด็กจะได้เอาใจใส่มากขึ้น ไม่บ้าเทคโนโลยี จนไม่มีวิญญาณ
jarab@hotmail.com (IP:202.143.142.178,192.168.1.47,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 27 ธ.ค. 2548 (10:45)
การปฏิรูปการศึกษาที่ไปลอกเอาของต่างชาติมา ลืมของดีของตนเองอย่าง

เช่น นิทานร้อยบรรทัด พ่อหลีพี่หนูหล่อ นกกางเขน และอื่นๆอีกมากมาย

เขาเรียกใกล้เกลือกินด่าง ทัพพีห่อนรู้รสแกง จ้ะ
จิตแผ้ว
ร่วมแบ่งปัน419 ครั้ง - ดาว 161 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 31 ธ.ค. 2548 (19:08)
เคยถามนักศึกษาภาคค่ำที่เป็นครูอยู่โรงเรียนประถม เธอเล่าให้ฟังว่า นักเรียนในโรงเรียนของเธอมี 6 ชั้น ตั้งแต่ชั้น ป. 1 - ป.6 แต่ครูมีอยู่ 3 คน นักเรียนมีอยู่ประมาณ 60 - 70 คน เวลาสอน โรงเรียนก็เลยแบ่งคู่เป็น ป.1 -ป.2, ป.3 - ป.4, ป.5- ป.6 แล้วก็ผลัดสอนชั้นละ 1 ชั่วโมง คือถ้าเป็นคู่แรก ก็จะสอน ป.2 ก่อน 1 ชั่วโมงแล้วให้งาน แล้วเธอก็จะไปสอน ป. 1 อีก 1 ชั่วโมง แล้วก็กลับมาสอน ป. 2 เป็นอย่างนี้ทุกวัน แต่ละวันแค่ดูแลไม่ให้ตีกันก็แย่แล้ว แล้วจะสอนอะไรได้ แล้วส่วนกลางก็กำหนดหลักสูตรมากมาย งานธุรการอีกมากมาย ยังไม่นับงานในท้องถิ่นที่หน่วยงานต่าง ๆ มาขอให้ครูไปช่วยทำนั่นทำนี่ แล้วยังเรียกประชุมถี่ยิบอีกล่ะ แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปเตรียมสอนและก็สอนเด็ก แล้วโรงเรียนที่มีครูแค่ 3 - 4 คนทั่วประเทศเยอะมาก นั่นเป็นสาเหตุที่หนึ่งที่ทำให้เด็กประถมไม่ได้เรียนอะไรเลย ไม่ใช่แค่เพียงไม่ได้เรียนภาษาไทยเท่านั้น

สาเหตุที่สองคือตำราเรียนภาษาไทยอย่างที่มีครูอาจารย์หลายท่านแจงแล้ว สาเหตุคือเอาธรรมชาติของภาษาอื่นมาใช้สอนภาษาไทย ถ้าหากว่าวิธีการสอนให้สะกดคำอย่างเดิมดีอยู่แล้ว กระทรวงศึกษาฯ เปลี่ยนทำไมให้สับสน และระยะเวลา 10 กว่าปีมานี้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการทำลายรากเหง้าวัฒนธรรมของไทยที่รุนแรงที่สุด เกิดเป็นคนไทยแต่อ่านภาษาไทยไม่ได้ อ่านไม่ออก ไม่รู้ความหมาย และไม่รู้เรื่อง ยังคิดว่าดีกันอยู่อีกหรือ ถึงวันนี้ ดีไม่ดี ครูรุ่นใหม่เองก็ยังอ่านจับใจความไม่ได้ด้วยซ้ำ

สาเหตุที่สามคือนโยบายของกระทรวงที่คิดได้อย่างไรว่าถ้าครูสอนแล้วเด็กตกไม่ได้ ก็เด็กไทยนั้นเป็นเด็กที่ผู้ใหญ่เลี้ยงลูกไม่เป็นกันมากมาย พ่อแม่ปู่ย่าตายายสปอยเด็กจนเด็กเสียนิสัย เอาแต่ใจ ไม่หมั่นเพียร พอมาถึงโรงเรียนจะหวังครูเป็นที่พึ่งก็ห้ามครูลงโทษ ห้ามตกซ้ำชั้นเสียอีก ครูก็ต้องเอาตัวรอดกันทั้งนั้น ใครจะยอมผิดวินัย ในเมื่อนักเรียนที่มาเรียนก็เป็นลูกคนอื่นทั้งนั้นที่ไม่เอาไหน

สาเหตุที่สี่คือคุณภาพของครูเอง สมัยตั้งแต่ประมาณ 30 ปีก่อนจนถึงปัจจุบัน คนเรียนเก่งก็ไปเรียนหมอ เรียนวิศวะ เรียนมหาวิทยาลัยกันหมด เด็กเรียนไม่เก่งแต่พอมีตังค์อยู่บ้างไม่มากนักก็จะมาเรียนครู แต่เดี๋ยวนี้ถึงไม่เก่งและไม่มีตังค์ก็ไม่เรียนครูกันแล้ว (เด็กเรียนไม่เก่ง แต่รวยก็จะไปเรียนนอก) เดี๋ยวนี้เราเลยมีครูที่ไม่ค่อยฉลาด เห็นแก่ตัว เห็นแก่ความสบายส่วนตัว ไม่ค่อยมีจริยธรรมมากมายเต็มประเทศ ครูไม่เก่ง แล้วจะสอนให้เด็กเก่งได้อย่างไร เป็นไปได้ยาก ส่วนใหญ่ที่เด็กเรียนเก่งสมัยนี้เป็นเพราะพ่อแม่พอรู้เรื่องเลยขวนขวายหาให้ทั้งนั้น แล้วเด็กที่อยู่บ้านนอก พ่อแม่ก็ไม่รู้เรื่องจะเอาเด็กที่ไหนมารู้เรื่อง รู้ภาษาใครเขามาหลอกอะไรก็เชื่อหมดกันทั้งนั้น

สรุปว่าถ้าใครมีลูก แล้วอยากให้เรียนเก่ง ถ้าพ่อแม่รู้เรื่องหน่อยคงต้องเรียนโฮมสกูล แต่ถ้าไม่สามารถสอนได้ ส่งไปเรียนนอกเสียตั้งแต่เด็กถ้าจะดีกว่าค่ะ
อาจารย์ขวัญ (IP:58.147.20.189,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 5 ม.ค. 2549 (23:28)
ทีทุกท่านว่ามาก็เป็นไปได้ทั้งนั้น



แต่นี่เป็นอีกมุมหนึ่งค่ะ อาจมีไม่มากนักที่จะเจอ แต่ก็อยากให้ได้สังเกตกัน บางทีเด็กบางคนอ่านหนังสือไม่ออก เพราะข้อนี้ก็ได้



LD คนที่มีความบกพร่องในการเรียนรู้

เด็กทีมีความบกพร้องในการเรียนรู้ อาจอ่าน เขียน หรือบวกลบเลขไม่รู้เรื่อง ไม่ใช่เขาไม่รู้ แต่เพราะเขาไม่สามารถทำได้เนื่องจากคงความผิดปกติในร่างกาย เขาจะไม่สมารถแสดงว่าเขารู้ ได้เท่าที่เขารู้จริงๆ กล่าวก็คือ แม้เขาจะมีสมอง 80 ส่วน แต่เขาก็แสดงออกมาให้เราเห็นได้แค่ 50 ส่วน

เขาอาจอ่านหนังสือไม่ออก แต่เขาเรียนรู้ได้จากการฟัง เสมือนคนตาบอดนั่นล่ะค่ะ ...คนเรามีกระบวนการคล้ายคอมพิวเตอร์ มีInput Process and Output ถ้าเราInputเขาด้วยการให้เขาอ่าน เขาก็จะProcessไม่ได้ แล้วเขาก็จะไม่สามารถ Output ได้

กลายเป็นเด็กที่ไม่สามารถอ่าน ไม่สามารถเขียน และไม่สามารถเรียนได้ในที่สุด
Karine!!
ร่วมแบ่งปัน204 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 6 ม.ค. 2549 (13:39)
ปรึกษาครู ลินลี่ ซิครับ เธออาจจะช่วยได้............เรื่องการอ่านภาษาไทย ดูเธอเป็นครูสอนภาษาไทยที่มีความสามารถมากนะครับ
ตาโต (IP:61.90.103.6,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 21 ม.ค. 2549 (19:19)
ถ้าเด็กที่อ่านหนังสือไม่ออกน่าเป็นเด็กที่อยู่ตามชนบท ถ้าเป็นอย่างนี้ควรที่จะกระจายการสอนหนังสือแก่เด็กให้มากๆนะค่ะ
แนท (IP:58.147.124.15,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 25 ก.พ. 2549 (12:25)
มันมีปัญหาแบบนี้จริง หลายคนถามว่าครูประถมปล่อยมาได้อย่างไร ในฐานะเป็นครูประถม จะเล่าให้ฟัง ครูในโรงเรียนมี 4 คน เปิดสอนชั้น อ.1-ป.6 แล้วครูต้องทำงานธุรการสารพัด เดี๋ยว อบต.ให้ร่วมกิจกรรมนั้นบ้าง อนามัยให้ร่วมกิจกรรมนี้บ้าง เขตให้จัดกีฬา ให้ร่วมกิจกรรมวันสำคัญต่างๆ ฯลฯ แต่ละหน่วยงานมุ่งหวังให้ทางโรงเรียนจัดทำให้ทั้งนั้น แต่ไม่มีฝ่ายไหนลงมาช่วยอย่างจริงจังเพราะถือว่า ร.ร.เป็นนิติบุคคล คงประมาณนั้น ไม่ทำก็ไม่ได้ ครูก็น้อย เงินงบประมาณรายหัวก็น้อย ครูนาฎศิลป์ต้องไปสอนอังกฤษ ครูคอมฯ สอนวิทย์ อังกฤษ ไทย ครูพละ ก็สอนการงานฯ อะไรไม่รู้ต้องสอนไม่ตรงกับความสามารถ ไม่ใช่ครูไม่พยายามแต่ถึงอย่างไรก็สู้ครูที่จบเอกโดยตรงไม่ได้ ทุกอย่างมาประดังอยู่ที่ ร.ร. ประถม คนที่ไม่ได้อยู่ ร.ร.ประถม ไม่มีวันเข้าใจ ว่าพวกเราประสบชะตากรรมอะไรบ้าง ลำบากยากเย็นแค่ไหน สอนก็พยายามสอนให้เต็มที่เท่าที่ทำได้ แต่ด้วยข้อจำกัดหลายๆเรื่องอย่างที่บอกมาทำให้ทำได้ไม่เต็มที่ ให้ตกก็ไม่ได้ พ่อแม่บางคนก็ไม่สนใจลูก แถมตอนนี้ยังสั่งให้โรงเรียนทำเวบไซต์ เวลาก็ต้องน้อยลงไป ครูไม่ได้มีคอมพิวเตอร์ที่บ้านทุกคน ต้องใช้เวลาราชการทำงานเวลาเรียนก็ไม่พอโอ้ยปัญหาโลกแตก ครูถึงอย่างจะเออรี่กันหมด ไม่อยากเป็นครูแล้ว เบื่อระบบการศึกษาไทย ทำไมไม่จัดครูให้ครบชั้นเรียน มีครูธุรการสังคนจะได้ไม่ต้องเสียเวลาสอนนักเรียนก็จะได้เรียนอย่างเต็มที่ใครว่าครูประถมลองมาเป็นครูประถมดูบ้างแล้วจะรู้ อยากลาออกวันละหลายๆ หน

ครูประถม
ครูประถม (IP:203.113.67.166,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 25 ก.พ. 2549 (16:04)
ไม่ใช่แค่เด็ก ป.6 ค่ะ เด็กระดับมหาวิทยาลัยเดี๋ยวนี้คุณไม่ต้องไปตั้งข้อสงสัยเลยว่าเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งหลายปีทำไมใช้การไม่ได้ คุณไปดูได้เลยเดี๋ยวนี้แค่ภาษาไทยก็แย่แล้ว ดิฉันเป็นอาจารย์สอนมหาวิทยาลัย เวลาตรวจข้อสอบอัตนัยเดี๋ยวนี้จะเป็นไข้ไปประมาณ 2 วัน เพราะบางครั้งเวลาตรวจข้อสอบไม่ใช่อ่านว่าเด็กตอบมาตรงกับคำถามที่ถามไปหรือไม่ แต่ต้องมาคอยดูด้วยว่าเขาเขียนว่าอะไร คุณเชื่อไหมเด็กมหาวิทยาลัยบางคน ความสามารถทางภาษาไทยของเขาเทียบได้ประมาณเด็ก ป.1-2 และเดี๋ยวนี้จะมีวิธีดูงานที่สั่งให้นักศึกษาทำส่ง ถ้าเป็นงานที่ลอกมาล้วนๆ จะสามารถใช้ภาษาได้อย่างดี ทั้งไวยากรณ์ การสะกด การเรียบเรียง ถ้าเขียนมาแบบผิดๆถูกๆ เขียนวกไปวนมาแปลว่าทำเอง ซึ่งจากการที่ดิฉันเคยได้คุยกับผู้ใหญ่ที่ทำงานในกระทรวงศึกษาท่านหนึ่ง และท่านยืนยันว่าเดี๋ยวนี้เขาสอนภาษาไทยแบบภาษาอังกฤษ คือให้อ่านเป็นคำๆ จริงๆ แต่ตัวดิฉันเองไม่เคยเห็นตัวแบบเรียนปัจจุบัน ได้แต่งงงผลลัพธ์ที่ปลายทางเท่านั้นเอง
จริงทุกประการค่ะ (IP:61.91.226.164,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 3 มี.ค. 2549 (07:47)
55++
555+++ (IP:58.11.67.163,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 3 มี.ค. 2549 (15:10)
จริงเป็นที่สุด นักเรียนที่เรียนจบม.6 อ่านหนังสือไม่คล่อง เขียนคำยาก ๆ ไม่ได้ บวก ลบ คูณ หาร ยังไม่ได้ แต่จบ ม.6 เพราะระบบบังคับว่าต้องจบ ไม่โทษใคร แต่ท้อใจและละอายใจที่เป็นครู รู้อยู่แก่ใจทุกอย่างแต่ทำอะไรไม่ได้ต้องยอมปล่อยให้จบไป สงสารพ่อแม่ ที่ส่งลูกมาเรียนแล้วลูกไม่มีความรู้ สงสารเด็กที่จบแล้วแต่ไม่มีความรู้พอที่จะไปทำอะไรได้
ครูยาดอทเน็ต (IP:61.19.25.43,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 12 ก.ย. 2549 (14:17)
l6-
marker-rvd@hotmail.com (IP:203.156.142.48,192.168.212.185,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 12 ก.ย. 2549 (14:44)
ไม่เคยรู้มาก่อนจริง ๆ ครับ ถึงขนาดนี้เลยเหรอ เคร้าเลยเรา
thawankesmala
ร่วมแบ่งปัน1361 ครั้ง - ดาว 283 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 13 ก.ย. 2549 (09:20)
เอา มานี มานะ จะปะ กะทะ ปิติ ชูใจ ของผมมานะ



รถไฟไม่เอา ไม่อยากได้
ขุน (IP:125.25.50.239,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 13 ก.ย. 2549 (09:56)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33



และท่านยืนยันว่าเดี๋ยวนี้เขาสอนภาษาไทยแบบภาษาอังกฤษ คือให้อ่านเป็นคำๆ จริงๆ แต่ตัวดิฉันเองไม่เคยเห็นตัวแบบเรียนปัจจุบัน ได้แต่งงงผลลัพธ์ที่ปลายทางเท่านั้นเอง



thawankesmala



ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่น ๆ อ่นเป็นคำ ๆ ไม่ได้นะครับ เพราะการเรียนภาษาต้องเรียนเป็นหน่วยความคิดถึงจะถูก ภาษาสื่อความคิดจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสาร ไม่ใช่คำ



ผมไม่เข้าใจ ผู้มีอำนาจท่านไหนย่ำยีการศึกษาไทยและภาษาไทยถึงเพียงนี้ ผลที่เกิดขึ้นถามหาคนรับผิดชอบได้ไหม
thawankesmala
ร่วมแบ่งปัน1361 ครั้ง - ดาว 283 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 16 ก.ย. 2549 (19:25)
มีเพื่อนสมัย ป.6หลายคนเลย

ตอนขึ้นป.6 มาแรกๆๆ เวลาครูสอนมันเรียนไม่ทัน

ครูเลยให้ยกมือถามเพื่อจะได้เรียนทันเพื่อน

พอได้คนที่อ่านหนังสือไม่ออก เลยให้พวกนั้นมานั่งเรียน

การอ่านการเขียนทุกเยนหลังเลิกเรียน

พอผ่านไป1เทอมพวกนั้นก้อเรียนทันเพื่อนทุกคนแล้วอ่ะ

ตอนนี้ก้อม.2แล้ว อิอิ
>+>NazZn (IP:61.47.91.205,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 17 ก.ย. 2549 (17:48)
ที่โรงเรียนมีนักเรียนชั้นม. 1 อ่านไม่ออกแม้กระทั่ง ก - ฮ

ครูภาษาไทยก็ช่วยสอนให้ตอนพักกลางวัน วันหนึ่งดิฉันอยู่เวรตอนเช้าเจอนักเรียนก็เลยให้อ่านสมุดบันทึกของครู ปรากฎว่านักเรียนอ่านไม่ออก จึงชี้ตัว "บ" แล้วถามนักเรียนว่าตัวอะไร นักเรียน 2 คนนั้นบอกว่าอ่านไม่ออกค่ะไม่รู้ว่าตัวอะไร เป็นสิ่งที่น่าเศร้าใจมากใม่รู้ว่าครูประถมให้ผ่านป. 6 มาได้อย่างไร
ครูเมืองชล (IP:124.157.138.235,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 18 ก.ย. 2549 (09:43)
หนังสือการ์ตูนเป็นสื่อสำหรับเด็กที่ดีมาก เด็กที่อ่านเก่งมักชอบอ่านหนังสือการ์ตูนครับ ทำหนังสือการ์ตูนให้มีคุณภาพผมว่าช่วยได้เยอะ หลานสาวผมเขาอ่านหนังสือการ์ตูนเป็นตั้ง ๆ ตั้งแต่อยู่ ป 2 อ่านผิดอ่านถูกเขาก็อ่าน พอขึ่น ป 3-4 ก็คล่องอ่านแล้วครับ



การเรียนภาษาเป็นเรื่องทักษะล้วน ๆ ชั่วโมงบินสำคัญมาก เด็กไม่ค่อยได้อ่าน สิ่งเร้าภายนอกเยอะ กิจจกรรมอื่นมาก ก็เลยมีชั่วโมงอ่านน้อย
thawankesmala
ร่วมแบ่งปัน1361 ครั้ง - ดาว 283 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 20 ก.ย. 2549 (01:36)
ตอนนี้ก็มีหลานชายอยู่ 1 คนที่อ่านหนังสือไม่ออกเหมือนกันค่ะ เขียนก็ไม่ได้ทั้งๆที่เรียนจบมัธยมปีที่ 1 แล้ว หนักใจมากค่ะ ใครมีวิธีแก้ไขที่ดีช่วยบอกหน่อยยะคะ ( เด็กเรียนที่ ร.ร.วัดเสนา จังหวัดสระบุรี)
sujeeporn@yahoo.com (IP:210.4.139.129,10.122.37.135,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 21 ก.ย. 2549 (21:12)
ดิฉันเป็นครูคณิตศาสตร์ สอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 พบปัญหาด้านการเรียนของนักเรียนเป็นอย่างมาก เริ่มต้นเลยตั้งแต่เข้าชั้นเรียนในช่วงเปิดภาคเรียน ให้นักเรียนจดผลการเรียนรู้ที่คาดหวังในรายวิชาคณิตศาสตร์ เห็นพฤติกรรมของนักเรียนไม่กล้าสบตาครู ไม่กล้ามองหน้า เลยเดินเข้าไปใกล้ๆ ดูสมุดจดงานนักเรียนพบว่านักเรียนไม่สามารถเขียนตามที่บอกได้ และเมื่อได้เรียนเนื้อหาคณิตศาสตร์นักเรียนก็ไม่สามารถเรียนได้ นักเรียนไม่มีความรู้พื้นฐาน ไม่สามารถท่องสูตรคูณได้ ส่งผลให้นักเรียนไม่มีความสุขในการเรียน เกิดปัญหาตามมาหลายๆ อย่าง ดิฉันเป็นว่าจากปัญหาเหล่านี้ทุกๆ ท่านควรหันกลับมองหลักการบางอย่างซึ่งดิฉันก็ไม่ทราบว่าหลักการหลักอยู่ที่ใด ทุกโรงเรียนมุ่งให้นักเรียนของตนเองผ่านชั้น 100 % โดยไม่คำนึงว่านักเรียนจะอ่านออกเขียนได้หรือไม่ ครูคนใดที่ให้นักเรียนสอบไม่ผ่าน หรือซ้ำชั้นก็จะถูกผู้บริหารตำหนิ จากปัญหานี้เราควรมาให้ความสำคัญกับการศึกษาในระดับต้นๆ ดีกว่านะคะ คนใดอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ก็ไม่ต้องให้ เรียนถึง การศึกษาภาคบังคับ หรือการศึกษาขั้นพื้นฐานหรอกคะ เอาแค่ให้อ่านออกเขียนได้ก็พอ เห็นด้วยไหมค่ะ
เนาวรัตน์ วัชรชวนะ (IP:203.172.149.186,192.168.1.10,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 22 ก.ย. 2549 (11:39)
ผมไม่ใช่ครูหรอครับ แต่ผมก็เรียนมาหลายระบบมาก ทั้งระบบปิด ระบบเปิด ระบบวัด และนอกระบบ ยึดถือปรัชญาการศึกษาตลอดชีพ



สิ่งสำคัญที่สุด การศึกษาต้องเริ่มจากในบ้าน โดยเฉพาะเรื่องภาษา ที่ต้องอาศัยทักษะล้วน ๆ คุณสังเกตุว่าลูกนักเขียนมักจะมีความสามารถทางการใช้ภาษาสูงกว่าเกณฑ์เฉลี่ย เพราะสิ่งที่เขาสัมผัส สิ่งที่เขาเกี่ยวข้องเริ่มมาจากในบ้านเขาเห็นพ่อแม่นั่งเขียนทุกวัน และเขามีโอกาสฝึกมากกว่าคนอื่น ต้องให้เขาฝึกมาก ๆ ครับ การเรียนภาษาไม่มีวิธีเรียนลัด มีแต่วิธีตรงคือฝึกอย่างเดียว บอกปากเปียกปากแฉะก้ไม่มีทางสำเร็จ นอกเสียจาก



ครูสร้างทัศนคติที่ถูกต้อง และนิสัยที่ถูกต้องให้กับนักเรียน และช่วยเขาวางเป้าหมายในการเรียน และควรเป็นเป้าหมายเชิงปริมาณสามารถวัดความก้าวหน้าของการเรียนได้ (ไม่ใช่เอาเกรดมาวัด) ให้เขาปักธงมองเห็นแต่ไกลว่าเป้าหมายเขาอยู่ตรงนั้น เขาต้องไปถึงให้ได้ ถึงเป้าหมายจะอยู่ไกลแต่เขาก็ต้องเดินทีละก้าว ใกล้เป้าหมายเข้าไปเรื่อย ๆ สัปดาห์ต่อสัปดาห์ เดือนต่อเดือน ปีต่อปี การศึกษาเป็นการเดินทางไกลผมสงสัยว่าครูเคยสอนให้นักเรียนวางเป้าหมาย ระยะสั้น ระยะปานกลาง และระยะยาวหรือไม่



มีคำถามอยู่เสมอว่า เรียนไปทำไมอะไรทำนองนี้ เป็นสิ่งชี้ให้เห็นว่าเด็กไม่เข้าใจสิ่งที่เขาทำ ไม่มีทัศนคติที่ถูกต้อง การเรียนจึงเป็นการทนเรียน ไม่ใช่เรียนทน ไม่ประกอบไปด้วยคุณธรรมพื้นฐาน 4 ประการ ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ นั่นคือ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา ซึ่งเป็นคุณธรรมที่ทำให้มีฤทธิ์มาก จะทำอะไรก็สำเร็จ ผมคิดว่าเรายอมเสียเวลาสร้างทัศนคติที่ดีเสียก่อนดีกว่าไปอัดด้านเนื้อหา น่าจะดีกว่า



เมื่อมีทัศนคติที่ถูกต้องแล้ว ต่อไปก็สร้างนิสัยที่ถูกต้อง ค่อย ๆ เปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนรู้
thawankesmala
ร่วมแบ่งปัน1361 ครั้ง - ดาว 283 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 26 ก.ย. 2549 (20:35)
ดิฉันครูภาษาไทยคนหนึ่งเห็นด้วยว่านักเรียนที่ผ่านชั้นประถมปีที่ 6 มานั้นอ่อนภาษาไทยมาก เมื่ออ่อนภาษาไทยวิชาอื่นก็จะอ่อนไปด้วย ส่วนสาเหตุนั้นมีหลายประการมากตามที่ครุประถมได้แสดงความคิดเห็นกันมา แต่มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่า หากสนใจสอนอย่างจริงจังแล้วคงขจัดปัญหาได้จริง นักเรียนของโรงเรียนประถมมีจำนวนน้อย บางโรงเรียนมีไม่ถึง 100 คน ทั้งโรงเรียน จบ ป. 6 จำนวน 20 คน แต่อ่านหนังสือไม่ออกเสีย เกินกว่าครึ่งหนึ่ง หรือบาง โรงเรียนอาจารย์ 3 ตั้งหลายคนแต่นักเรียนเรียนอ่อน เมื่อมาอยู่โรงเรียนมัธยมพอครูมัธยมท้วงติงไป ก็ได้รับคำตอบว่า ตอนอยุ่ดรงเรียนประถมก็เรียนดีอยู่นะ มาเสียที่โรงเรียนมัธยม ก็โยนกลองกันไป ถ้าจะคิดกันให้ดีแล้ว การอ่านออกเขียนได้เป็นความรุ้ที่ยั้งยืน เมืออ่านออกเขียนได้ดีแล้วความรู้คงไม่หดเหมือนหัวเต่า เมื่อนักเรียนอ่านหนังสือไม่ออกมาถึงชั้นมัธยมครูมัธยมก็พยายามกันจริง ๆ ที่จะช่วยเหลือให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้ เกิดคุณเธอนักเรียนทั้งหลายก็ไม่ให้ความร่วมมือ เพราะเขาเป็นวัยรุ่นแล้วย่อมมีความอาย ให้ทำกิจกรรมอะไรที่เกี่ยวกับการอ่านหนังสือให้ออกก็เริ่มต่อต้าน นี้เป็นยาขมหม้อใหญ่สำหรับครูภาษาไทยในระดับมัยมศึกษา ครูท่านใดมีเทคนิคที่ดีโปรดแนะนำด้วยจักขอบพระคุณยิ่ง นึกว่าช่วยกันเพื่ออนาคตของชาติเถิดนะ ..............
meepern@hotmail.com (IP:124.157.154.237,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 17 ต.ค. 2549 (13:46)
โถ ... กะแค่ป.6 พวกที่จะเข้ามหาวิทยาลัยให้มาสอบ

สัมภาษณ์ ให้อ่านข้อความสั้น ๆ ง่าย ๆ ให้ฟัง ยังอ่าน

ไม่ออกเลย จะเอาอะไรกันกับเด็กเล็ก ๆ
อาจารย์มหาวิทยาลัย (IP:124.120.175.186,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 19 ต.ค. 2549 (13:44)
ยังไงเราก็ต้องช่วยกันคนละไม้ คนละมือ ละครับ

ลูกหลานของเราทั้งนั้น เพราะเราฝากอนาคตของประเทศไว้กับพวกเขาแล้ว
xx (IP:124.120.236.32,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 20 ต.ค. 2549 (07:43)
คำที่ไม่ค่อยได้ใช้ เช่น ก็อน แปลว่าอะไร ก็ไม่รู้ อ่านไม่ออกก็ไม่มีปํญหา
บํญชา (IP:210.246.74.83,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 22 ต.ค. 2549 (01:12)
การที่เด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เป็นปัญหาเรื้อรังของประเทศ ซึ่งจะทำให้ผู้จะบริหารประเทศชาติในอนาคตมีปัญหา

ดังนั้น เราจะต้องหาต้นตอของสาเหตุนี้ เริ่มจากหลักสูตรของการเรียนการสอน ที่ กระทรวงศึกษาธิการส่งไปให้โรงเรียนต่าง ๆ แล้วระบบเรียนซ้ำชั้นน่าจะกลับมาใหม่ดีกว่า เพราะถ้าปล่อยให้เด็กเลื่อนขึ้นไปในชั้นที่ค่อย ๆ สูงขึ้น เรื่อย ๆ จะทำให้เขาอ่อนกว่าเพื่อน หรือไม่มีกำลังใจที่จะเรียน อย่างเช่นดิฉันเป็นต้น
เอ๋ (IP:58.8.107.115,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 22 ต.ค. 2549 (01:54)
ขอตั้งคำถามสัก 1 ข้อ สมัยก่อนเรียนแค่ ป. 4 ทำไมอ่านหนังสือออก แต่พอปัจจุบัน เรียนถึง 6 ปี และบางคนอาจถึง 12 ปี (การอ่านหนังสือไม่ออกลามไปถึง ม. 6 แล้ว) ก็ยังอ่านหนังสือไม่ออกเขียนไม่ได้ (ถึงขั้นใช้งาน)



ปัญหานั้นคิดว่าทุกคนรู้ แต่การแก้ปัญหาต่างหากล่ะที่ไม่รู้จะแก้อย่างไร เพราะปัญหามันใหญ่เกินที่คนไม่กี่คนจะแก้ได้ ถ้าจะแก้เป็นรายบุคคลลูกใครลูกมันดูแลกันเอาเอง ผมคิดว่าควรจำกัดการรับสื่อบางชนิดครับ



พยายามให้เด็กรับสื่อโดยการอ่านให้มาก แทนที่จะรับสื่อโดยการฟังหรือดู เด็กไทยอ่านหนังสือไม่ออกพร้อม ๆ กับการแพร่ระบาดของโทรทัศน์ครับ ระวังอย่าให้เป็นโทรทัศน์สอนลูกแทนพ่อแม่ แทนครูก็แล้วกัน พอพรากเด็กจากโทรทัศน์ได้แล้วก็สนับสนุนให้เด็กอ่านให้มาก
thawankesmala
ร่วมแบ่งปัน1361 ครั้ง - ดาว 283 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 24 ต.ค. 2549 (11:24)
๑.ก็ไทยไม่ภูมิใจในความเป็นไทยไง หลงตะวันตกมากไปหน่อย ไม่รู้หรือว่าทิศตะวันตกนะทางไปป่าช้าชัดๆ

๒.วันหนึ่งเห็นนักเรียนวิ่งเล่นกันมากม่เข้าห้องเรียนเลยไปบอกให้เข้าห้องเรียน เด็กตอบว่า "อย่าเคี่ยวเข็ญพวกผมหลายครับ แต่ก่อนพวกผมเตะตะกร้อ วิ่งเล่นกันทั้งวันไม่เห็นครูว่าอะไร พวกผมยังจบ ป.๖เลย"(ขอโทษนะ เด็กว่าอย่างนั้นจริงๆ)

๓.อาจารย์ใหญ่ท่านหนึ่งก่อนเกษียณท่านเล่าแจ้งแถลงไขว่า ครูสอนป.๑ เขาก็สอนตามแผนการสอนที่ สปช.พิมพ์แจกครูเป็นแนวทางการสอนไม่ผิด เปิดเรียนมาก็เริ่มเล่นเกมส์ ฝึกกล้ามเนื้อ เดือนกรกฎา เริ่มฝึกเขียน เดือนสิงหา เริ่มประสมคำ เด็กที่มีความพร้อมก็เรียนได้ เด็กที่เรียนช้าก็งูๆปลาๆ แต่แผนการสอนให้สอนเป็นคำ เป็นประโยค อ่านเลข บวกเลขไปแล้ว ครูก็เดินตามแผนการสอนสิครับ เด็กที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ก็เริ่มถูกทิ้งตั้งแต่อยู่ ป.๑ แล้วครับ

๔.แต่เมื่อเด็กโตขึ้นก็คิดว่าเขามีความพร้อมที่จะเรียน ก็ให้ครูเขาสอนเพิ่ม ก็ได้ผลดีนะ ถ้าเขาถูกพบและแก้ไขเสียตั้งแต่ตอนอยู่ ป.๒ คงจะดีไม่น้อย
banchow@thaimail.com (IP:125.24.162.152,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 24 ต.ค. 2549 (12:14)
การไม่รู้หนังสือ (ระดับชั้นใช้งาน) มันเป็นปัญหามานานแล้ว ไม่ว่าส่วนไหนของโลก สมัยเทคโนโลยีไม่พัฒนาการไม่รู้หนังสือก็มีสาเหตุอย่างหนึ่ง เมื่อเทคโนโลยีพัฒนาสาเหตุก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง การไม่รู้หนังสือเป็นปัญหาของประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศพัฒนาแล้วเช่นกัน
thawankesmala
ร่วมแบ่งปัน1361 ครั้ง - ดาว 283 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 12 พ.ย. 2549 (21:44)
เรื่องนี้พูดมานานและบ่อยมากๆ

อยากให้ลองมองอย่างเป็นระบบและครอบคลุม ไม่อยากให้ยกเป็นความผิดของใคร เรากำลังทำลายชาติหรือเปล่า

โรงเีรียนมีครูพอหรือไม่ที่จะรับผิดชอบเด็กครบทุกชั้น

ครูมีความสามารถ+ความรู้พอหรือไม่

ผู้ปกครองให้ความสนใจ+เอาใจใส่ลูกหรือไม่

เปัจจุบันนี้ยังเจอสภาพครูไม่ครบชั้น เพราะผู้รับผิดชอบเอาเกณฑ์ครูต่อนักเรียนเป็นหลักในการตัดสินเรื่องอัตรากำลังครู

ครูไม่มีความสามารถในการสอนภาษาไทย ไม่ใช่ว่าครูทุกคนจะสอนภาษาไทยได้ทุกคน จริงหรือไม่ครับ
th_66@thaimail.com (IP:203.155.187.123,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 20 พ.ย. 2549 (21:42)
เห็นด้วยกับคุณครูประถมอย่างมากๆๆๆๆๆ โรงเรียนของเราก็มีครู 4 คนเหมือนกันทำทุกอย่างในโรงเรียน แม้แต่เป็นภารโรงเป็นแม่ครัวทำอาหารให้นักเรียน เพราะอยากให้นักเรียนได้กินอาหารถูกสุขลักษณะและทั่วถึงทุกคน ได้งบประมาณมาน้อยมาก แล้วยังจัดสรรได้เพียงไม่กี่คน มีใครรู้บ้างไหมว่า เงินงบประมาณรายหัวนักเรียนโรงเรียนขนาดเล็กได้เท่าโรงเรียนใหญ่ ๆ แต่ต้องดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ เท่ากับโรงเรียนใหญ่ทุกอย่างพวกเราเครียดจะตายแล้ว อยากสอนหนังสืออย่างเดียวมากกว่า ไม่อยากทำงานพิเศษอื่น ๆเลย เมื่อไหร่กระทรวงศึกษาธิการถึงจะยอมรับความจริงของการศึกษาซะที นักเรียนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ก็ควรยอมรับ อย่าบีบบังคับลงมาเป็นทอด ๆว่าภาพรวมต้องออกมาดี เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นไม่มีทางแก้ปัญหาการศึกษาของชาติได้ ที่จริงกระทรวงศึกษาฯต้องเป็นพี่เลี้ยงคอยช่วยครูที่เจอปัญหาดังกล่าวถึงจะถูก เพื่อรับทราบปัญหาดังกล่าวร่วมกัน ช่วยกันหาหนทางที่จะพัฒนานักเรียนของเราให้มีคุณภาพตามที่เราอยากได้กัน ไม่ใช่เอาแต่โทษกันอย่างนี้ สงสารครูโรงเรียนขนาดเล็กอย่างเราบ้าง กระทรวงศึกษาฯควรสำรวจอย่างจริงจังโดยไม่เอาผิดใครที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้น ขอข้อมูลที่เป็นจริง แล้วของบรัฐบาลมาจัดการประชุม/อบรม/ส้มมนาคุณครูที่มีปัญหานักเรียนอ่านไม่ออก เราเชื่อว่านักเรียนที่อ่านไม่ออกทั้งหลายจะได้รับการพัฒนาอย่างถูกทาง ถูกวิธีแล้วระบบการศึกษาบ้านเราจะไม่มีนักเรียนอ่านไม่ออกอีกเลย...แน่นอน
Chatra_da@yahoo.co.th (IP:58.181.191.195,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 4 ก.พ. 2550 (15:31)
สาเหตุที่นักเรียน(ป.6)แล้วยังอ่านหนังสือไม่ออกสามารถแยกเป็นหลายสาเหตุเช่น

1. ตัวเด็กเอง เด็กไม่สนใจเรียน ขี้เกี่ยจ แต่ทำไมเรื่องไร้สาระทำไมถึงขยันทำ

2. ตัวครูขาดความรับผิดชอบ

3. ครอบครัวของเด็กไม่เอาใจต่อเด็ก คิดว่าส่งลูกไปเรียนแล้วก็ทิ้งภาระให้ทางโรงเรียนและครูจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่

ทางแก้ไขก็คือทั้ง สามฝ่ายน่าจะมาร่วมมือกันแก้ไขปัญหาโดย เริ่มที่ตัวคครูก่อนจากนั้นขอความร่วมมือจากผู้ปกครองของเด็ก และตัวเด็กเองก็ต้องสนใจเรียนด้วย
ครูที่มีหัวใจเป็นครู อุดร (IP:61.19.65.224)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 5 ก.พ. 2550 (11:05)
เล่นมากไปไม่ขยัน ต้องโดนกดดันบ่อยๆ
JACKAL
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 9 ก.พ. 2550 (23:11)
ตอนนี้โรงเรียนผมมีครูน้อยมากคับ ขาดครู 22 คน สอนกันสัปดาห์ละ 25-26 ชั่วโมงต่อคน แต่ที่สำคัญกิจกรรมหลั่งไหลลงมาในโรงเรียนเต็มไปหมด ครูจะเอาเวลาที่ไหนไปสอนคับ เด็กก็สนุกกับกิจกรรมจนไม่รู้เรื่องอ่านไม่ออก อย่าว่าแต่เด็กป.6 อ่านหนังสือไม่ออก ขนาดเด็ก ม.6 อ่านยังไม่ค่อยจะออก เขียนหนังสือไม่ถูก แย่ลงทุกวันคับ แล้วการยกเลิกการตีนักเรียน น่าจะทบทวนเสียใหม่ เพราะว่าทุกวันนี้ครูอยากจะกราบเด็กแล้วขอร้องให้เรียนกันเถอะ ครูตีไม่ได้ ว่ากล่าวก็ไม่ได้ ต่อไปคงต้องกราบเด็ก ยิ่งตอนนี้เด็กไม่อยากเรียนก็เดินออกจากห้องไปเฉยๆๆ ทำไงล่ะที่นี้ครูก็น้อย จะไปตามเด็กที่ออกไป 2-3 คนเหรอ แล้วเด็กที่อยู่ในห้องอีก 30-40 คนทำไงใครจะสอนเค้าคุณว่าไหม...พูดไปก็ไม่จบหรอกครับ สรุปว่าเด็กที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ มีจริงครับ......ครูจัน
ครูจันคนหนึ่ง (IP:222.123.125.231)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 12 ก.พ. 2550 (12:45)
มีจริงครับผมได้พบมากับตัวเองเลย มีนักเรียนคนหนึ่งจบป.6 มาเรียนช้นม.1 ที่โรงเรียนในการสอบสัมภาษณ์นักเรียนชั้นม.1 เราจะมีข้อความให้นักเรียนอ่านออกเสียงแล้วตอบคำถามง่ายๆ จากนักเรียนร้อยกว่าคน มีนักเรียนอยู่ 3 - 4 คนที่ไม่สามารถอ่านหนังสือได้ ยิ่งพอเข้าห้องเรียน ขอให้อ่านหนังสือให้เพื่อนฟัง เขาอ่านผิด ๆ ถูก ถูกเพื่อนโห่ ยิ่งทำให้เด็กอายไม่กล้าที่จะอ่านกลายเป็นมีอคติต่อครูไปเลยก็มี

สาเหตุมีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นตัวนักเรียนเองที่ยังไม่พร้อมที่จะเรียนแต่ก็ถูกเร่งด้วยสังคมครอบครัว เพราะพ่อแม่ไม่มีเวลาที่จะดูแลในการเตรียมความพร้อมให้กับลูกจึงนำมาฝากที่โรงเรียนหรือสถานรับเลี้ยงเด็กเพื่อให้ช่วยดูแลแทน พ่อแม่เคยสังเกตลูกบ้างไหมว่าตอนกลางคืนเขานอนแล้วเกิดละเมอร้องไห้หรือนอนดิ้นผิดปกติบ้างหรือเปล่า เพราะนี้คือเกิดจากความเครียดที่เด็กได้รับจากโรงเรียนซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนี่งที่ทำให้เด็กมีอคติไม่ค่อยดีกับการเรียนหนังสือก็ได้ ตัวครูผู้สอนที่ไม่ค่อยมีเวลามาเอาใจใส่เด็กที่อ่านหนังสือได้ช้า ไม่มีใครหรอกครับที่อยากสอนนักเรียนประเภทนี้ เพราะคิดว่าไม่ได้ทำให้ครูเป็นคนเก่ง แต่จะสอนนักเรียนที่เรียนรู้ได้เร็วมากกว่า หรือบางโรงเรียนที่ห่างไกลความเจริญ มีครูอยู่ 2 คน เด็กนักเรียน 50 คน ต้องสอนตั้งแต่ป.1-ป.6 แล้วจะเอาเวลาที่ไหนมาดูแลได้ทั่วถึง คุณภาพไม่ต้องถามหา และอีกประการหนึ่งก็คือระบบการจัดการศึกษาที่ไม่อนุญาตให้โรงเรียนในนักเรียนตกซ้ำชั้นเหมือนสมัยก่อนที่นักเรียนยังไม่พร้อมที่จะเลื่อนชั้นก็ให้ซ้ำชั้นได้ (ถึงแม้ป้จจุบันจะมีประกาศสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ประกาศใช้วันที่ 1 พ.ย.48 ออกมาบังคับใช้ แต่ก็ยังไม่มีการนำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง) โรงเรียนจึงต้องให้นักเรียนผ่านชั้นเรียนทั้ง ๆ ที่รู้ พอมามัธยมก็แบบเดียวกันครูคิดว่านักเรียนมีความพร้อมที่จะเรียนแล้วแต่พอเจอปัญหาก็ไม่สามารถที่จะแก้ได้หรือส่งต่อได้ จำเป็นที่จะต้องให้นักเรียนผ่านในรายวิชาต่าง ๆ ไม่ว่าจะสอนเสริม สอบแก้ตัวอะไรต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อต้องการให้เด็กผ่านการศึกษาภาคบังคับ และขั้นพื้นฐาน ถึงแม้จะรู้ว่าไม่สมควรก็ตาม เพราะครูจะถูกบีบบังคับให้สอนนักเรียน ติด 0 ร มส. ได้ไม่เกินร้อยละ ..... ตามมาตรฐานที่ และตัวบ่งชี้ ที่กระทรวงเป็นผู้กำหนดใครต่ำกว่านั้น .... จึงทำให้การศึกษาของไทยยิ่งจัดยิ่งล้าหนังเพื่อนบ้านไปทุกวัน เพราะเด็กนักเรียนอ่านหนังสือไม่ออก แล้วจะให้เด็กคิดวิเคราะห์เป็นนั้นยาก ความรู้ที่ตกผลึกก็คือ 0 !
คนเหนือเขื่อน
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 20 ก.พ. 2550 (12:47)
ผมเห็นด้วยกับอาจารย์ thawankesmala ครับ ...





เราควรปลูกฝังทัศนคติที่ดี ที่ถูกต้องเหมาะสมก่อน ...


ก่อนที่จะไปสอนให้เค้ารู้ว่า ... เนื้อหาวิชาเป็นอย่างไร ...





เด็กยังไม่พร้อมจะเรียนรู้เลย ... ทำไปก็เท่ากับยัดเยียดให้เด็ก ...





แล้วตัวเด็กจะได้อะไร ...





ลองพิจารณาดูครับ ...
นายสติ
ร่วมแบ่งปัน202 ครั้ง - ดาว 122 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 25 ก.พ. 2550 (14:51)
คนบางคนอยู่ป.6 อ่านได้ไม่กี่คำ ผมว่าผเคยเจอ
insecta
ร่วมแบ่งปัน31 ครั้ง - ดาว 252 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 2 มี.ค. 2550 (13:17)
ผมเคยพบมาเด็กจบ ม.3 (ปีการศึกษา 2547)ที่ต่างจังหวัดในโรงเรียนที่ผมเคยเรียนมา อ่านไม่ออกแม้แต่คำว่า" ปู" เขียนไม่ได้แม้แต่คำว่า "ปู" สมัยผมซึ่งจะเรียกว่าเป็นยุคกลางๆไม่เก่าหรือใหม่จนเกินไป คือ เด็กจบป.6 (ปีการศึกษา 2533) ที่ว่าเรียนอ่อนที่สุดในห้อง สอบได้น้อยกว่าเพื่อนมาโดยตลอด ยังอ่านออกกว่านี้

ผมไม่ได้เป็นครูนะจบก็แค่ ม.6แต่ต้องสอนหลานที่บ้านสิ่งไหนที่ไม่รู้ก็ค้นคว้า เรื่องไหนที่ลืมไปแล้วก็หามาค้นมาเพื่อให้ตัวเองมีความรู้พอที่จะสอนเขาได้ หลานสามคน ผมพยายามที่จะปลูกฝังให้เขารักและชื่นชอบในภาษาไทย คนแรก สามารถเขียนเรื่องส่งเป็นได้รับคัดเลือกตีพิมพ์ในหนังสือวันเด็ก2550 ที่ผ่านมา ในเรื่อง "ระหัดร้างกลางนาเกลือ" ผมพยยามที่ปลูกฝังให้ตระหนักถึงความสำคัญของภาษาไทยทุกครั้งที่สอน เด็กสมัยนี้ไม่ค่อยชอบการเขียน การอ่าน ผมสอนหลานทีเดียวสามคน ม.1 ,ป.6,และยังไม่ได้เข้าเรียนจะเข้าเรียนอนุบาล1ในปีการศึกษาที่จะมาถึงนี้ อยากให้หลายๆฝ่ายช่วยกันทั้งที่บ้าน ที่โรงเรียน และอีกหลายๆฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่าละเลยนะครับ
กาหลง (IP:222.123.34.57)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 2 มี.ค. 2550 (20:10)
เราเป็นครูวิชาการโรงเรียน ทำหน้าที่สอนภาษาอังกฤษ เรารู้ว่าศักยภาพของนักเรียนต่างกัน จึงให้เขากำหนดระดับเองว่าควรจะอยู่ในระดับใด และเขาจะต้องประเมินสภาพจริงของเขาให้ผ่านทุกทักษะตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ เราพบเด็ก ม.3 คนหนึ่งไม่สามารถอ่านคำที่เขาเขียนได้ การอ่านจับใจความก็เดาคำตอบได้ ส่วนทักษะการพูดนั้นสอบผ่านเพราะไปท่องปากมา ทักษะการฟังไม่ผ่านเพราะเขียนไม่ได้ เพื่อน ๆ บอกว่าเขาอ่านไม่ออก แม้กระทั่งภาษาไทย เราเขียนชื่อโรงเรียนบ้านว............ให้เขาอ่าน ก็อ่านไม่ได้ คิดว่าเขาแกล้งโง่ เพราะหน้าตาไม่บอกลักษณะ ต่อมาให้เขาอ่านแบบเรียนภาษาไทย เขาอ่านได้เฉพาะคำง่าย ๆ เช่า หาย อ่านว่า หา มาก อ่านว่า มา............เราไม่สามารถแก้ทักษะภาษาไทยให้ได้ แต่หาวิธีการเกี่ยวกับภาษาอังกฤษให้เขาคือให้รู้จัก ตัวอักษร เขียนชื่อ และข้อมูลง่าย ๆ ของตนเองได้และคงจะให้การบ้านปลายภาคเรียนนี้ก่อนที่จะจบชั้นออกไป แม้ว่าจะช้ากว่าเพื่อนนิดหน่อย

คุณครูท่านใดมีวิธีการช่วยเราหน่อยได้ไหม จักเป็นพระคุณอย่างยิ่ง เราแก้ไขมาเป็นเวลา 7 เดือนแล้วนะคะ
ครูคิม (IP:58.181.189.52)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 3 มี.ค. 2550 (16:26)
มีนะคนที่อ่านหนังสือไม่ออกเยอมากแต่ที่จริงมันก็ไม่ได้ยากอะไรเลยเพราะไม่รู้จักฝึกอ่านในเวลาว่าง เช่ามา หา ใคร อะ ไร อย่าง ไร

ทำ ไม สาม สี สอง หก แปด เก้า แค่ นี้ ง่าย ดี นะ

แค่นี้ถ้า ป.6 อ่านไม่ออกก็สุดยอดแล้ว
praw77@hotmail.com (IP:125.27.20.80)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 67 4 มี.ค. 2550 (21:33)
ตอนนี้คำถามคงไม่ได้อยู่ที่ว่า

"มีเด็ก ป.6 ที่อ่านหนังสือไม่ออกหรือไม่ ?"



แต่ผมว่า ... คงต้องตั้งคำถามว่า "ถ้าเจอเด็ก ป.6 อ่านหนังสือไม่ออก เราควรทำอย่างไร ?"

หรือ

"เราจะทำอย่างไรต่อไปเพื่อทำให้เด็กๆ ทุกคนในประเทศ อ่านหนังสือออกได้ตั้งแต่เล็กๆ ?"



หรือใครมีคำถามอื่น ... ที่มากกว่า การมาบอกว่า เคยเจอเด็ก ป.6 ...



เพื่อสร้างสรรค์สังคมครับ
นายสติ
ร่วมแบ่งปัน202 ครั้ง - ดาว 122 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 5 มี.ค. 2550 (16:58)
น่าจะมีจริงเพราะเด็ก ป.5 บางคนยังอ่านหนังสือไม่ออกเลย
mo12_1995@hotmail.com (IP:124.121.98.29)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 6 มี.ค. 2550 (16:48)
คุณชื่อไหมเด็กที่อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ส่วนใหญ่ พ่อแม่ก็อ่านไม่ออกคะ ถามเด็กมาแล้ว และผู้ปกครองดังกล่าวก็ไม่ได้วาดหวังว่าลูกเขาจะต้องอ่านออกเขียนได้ เพราะเวลาส่วนใหญ่ของเขาอยู่ที่การทำมาหากิน หาวัตถุนิยมให้เท่าเทียมกับคนอื่น ๆ จนลืมใส่ใจเรื่องการเรียนของลูก อย่าโทษแต่สถาบันการเรียนสิคะ อยากให้มองไปที่สถาบันครอบครัวซึ่งเป็นสถานบันแรกเริ่มของการเรียนรู้บ้าง และสังคมทุกวันนี้ก็เน้นที่วัตถุมากกว่า เด็กที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ เล่นเกมคอมพิวเตอร์เก่งกว่าเด็กบางคนอีก เชื่อรึเปล่าละ
krutun (IP:125.25.58.172)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 27 มี.ค. 2550 (16:04)
กว่าจะถึงป.6 ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว

ปัญหาคือ เราจะต้องรู้สภาพเด็ก ไม่ใช่ปล่อยให้ขึ้นชั้น ทั้งๆที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้

(จริงๆทำไม่ได้ ทั้งผู้บริหาร ผู้ปกครองไม่เคยยอมรับสภาพ)

1.เด็กมีสภาพผิดปกติทางการเรียนรู้หรือไม่

2.เด็กมีปัญหาทางครอบครัวหรือไม่

3.ผู้ปกครองเอาใจใส่ดูแลช่วยเหลือหรือไม่

4.ผู้บริหารเอาแต่นั่งโต๊ะกินกาแฟหรือไม่

5.ครูเตรียมการสอนและแก้ปัญหาที่พบหรือไม่

วิธีแก้มีหลายวิธีลองไปเรื่อยๆจนกว่าจะพบวิธีที่เหมาะสมกับเด็กของคุณ

แล้วบันทึกเก็บไว้บอกเพื่อนๆครูที่เจอปัญหาแบบเดียวกัน
ครูกทม. (IP:210.86.146.248)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 31 มี.ค. 2550 (14:39)
มีครับ



เด็กเป็นออทิสติก

อายุตัวประมาณ 12 ขวบ

แต่อายุสมองประมาณ 6 ขวบ



อ่านหนังสือไม่ออก

แต่ใช้วิธีจำตัวหนังสือ..



เช่น จำว่าชื่อผู้ปกครองมีตัวหนังสือแบบไหนบ้าง



...

เห็นมากับตัวเอง

แต่เด็กออทิสติก ก็จะมีความพิเศษในด้านอื่นครับ
หมู (IP:202.29.95.166)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 1 เม.ย. 2550 (13:18)
เป็นครูสอนภาษาไทยชั้นป.5 - 6 มา 20 ปีพบเด็กอ่านหนังสือไม่ออกทุกปีซึ่งเมื่อก่อนไม่ทราบคิดว่าเด็กสมองทึบ แต่มาเมื่อ 5 - 6 ปีพึงจะรู้ว่าเป็นเพราะความผิดปกติของสมองในเรื่องการเรียนรู้คือมีความผิดปกติในการเรียนรู้ซึ่งเป็นได้ทั้งภาษาและคณิตศาสตร์ บางคนเป็นภาษาอย่างเดียวบางคนเป็นคณิตอย่างเดียวบางคนโชคร้ายเป็นทั้ง 2 อย่างที่รู้เพราะได้ไปอบรมเรื่องเด็กพิเศษมาและเมืองไทยก็เพิ่งมีการตื่นตัวเรื่องนี้
ครูต่อม/supa_tom_05@hotmail.com (IP:203.113.80.139)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 1 เม.ย. 2550 (13:30)
ถึงครูเมืองชล

ไม่ทราบว่าอยู่โรงเรียนไหนคะแหมเด็กอ่านไม่ออกมันเป็นเรื่องธรรมชาติ ( ของพวก LD )

ขืนไม่ให้จบป.6 ซิจะเกิดปัญหากับตัวเด็กนะเพราะพัฒนาการด้านต่างๆเช่นด้านสังคม จะหยุดขะงักเด็กไม่สามารถอยู่ในสังคมได้อย่างสมวัยอาจก่อให้เป็นปัญหาสังคมได้นะคะ ช่วยกันต่อไปเถอะค่ะ แต่ควรแนะนำเด็กและผู้ปกครองให้ทราบปัญหาและแนะแนวอาชีพหรือความถนัดที่เด็กสนใจอาจค้นพบอัฉริยะด้านอื่นๆที่อ่านหนังสือไม่ค่อยออกก็ได้นะคะและจะได้เป็นคนที่มีคุณภาพของชาติต่อไปในอนาคต
ครูต่อมวัดใหญ่ ฃลบุรี (IP:203.113.80.139)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 26 พ.ค. 2550 (09:13)
น่าสงสารเด็กตาดำที่มีครูที่งกเงินประจำตำแหน่ง 3500 5600 สั่งานเด็กแล้วนั่งเขียนแต่ผลงานตัวเอง ไม่ดูงานเด็ก ได้คศ3แล้วยังต้องพ้ฒนาตัวเองเพื่อรอการประเมินทุก5ปีอีก แล้วจะมีเวลาที่ไหนมาสอนเด็ก ม้วแต่พิมพ์งาน ไปร้านถ่ายเอกสาร เวรกรรมเด็กไทย แล้วก็เลียนายเพื่อประเมินผลงานอีกต่างหาก ระว้งเด็กม้นจะไปเรียน ร.ร. ปอเนาะกันหมด
ครูไท (IP:203.188.2.68)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 2 ก.ค. 2550 (19:49)
อยากแสดงความคิดเห็นในส่วนที่ตนเองได้พบ คืออยากให้ผู้ที่เป็นผู้บริหารได้ให้ความสำคัญกับครูในช่วงชั้นที่ 1 โดยเฉพาะครู ป.1 ไม่ใช่เปลี่ยนครูทุกเทอมตามความต้องการของตนเองจนครูที่สอนในแต่ละชั้นไม่ได้เกิดความชำนาญการเลยสักอย่าง แถมบางท่านสอดแนมการสอนของครูจนครูไม่เป็นอันทำอะไร เพราะทำอะไรก็ผิดไปหมด ที่สำคัญให้ครู ป.1 คนเดียวสอนเด็กตั้ง 59-60 คนให้อ่านออกทุกคนในเวลา 3 เดือน ใครทำได้คงได้เชี่ยวชาญพิเศษแน่นอน
ครู ชบ.3 (IP:61.19.220.13)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 23 ก.ค. 2550 (15:09)
คำว่า หวง สะกด แบบแจกลูกยังไงครับ
max (IP:124.157.184.111)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 31 ก.ค. 2550 (14:22)
ผมเป็นคนอ่อนวิชาEมากแล้วผมต้องทำอย่างไรครับถ฿งผมจะเก่งEได้ วิชาอื่นๆผมเก่งแค่พอใช้ได้อย่างเดียวผมทำวิชาอื่นข้อสอบอื่นๆผมไม่เคยตก แต่มีวิชาเดียวก็คือEเท่านั้นที่ผมอ่อนอยู่วิชาเดียวผมอยากเก่งวิชาEผมต้องทำอย่างไรดีช่วยนำวิชาEมาใส่ในเว็บนี้ทีนะครับ
hjcoifyhjuio;fujhoipfty (IP:222.123.148.141)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 1 ส.ค. 2550 (13:06)
ตอนนี้เราก็ต้องฝึกหัดอ่านกันเข้าไว้ วันหน้าเราจะได้อ่านหนังสือออก ฝึกอ่านเข้าไว้นะค่ะ สู้ๆ
Miveny@gmail.com (IP:125.26.51.225)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 5 ส.ค. 2550 (04:13)
อ้างถึงความเห็นเพิ่มเติมที่ ๖๕ ของครูคิม



ครูคิมคะ ลองแวะไปอ่านลิ้งค์นี้ดูนะคะ http://www.ldonline.org/article/16282



หรือ http://www.ldworldwide.org/

สำหรับที่ลิ้งค์ที่สองนี้ ครูคิมมองหาคำว่า dyslexia ทางด้านขวามือนะคะ คลิกแล้วมีเอกสาร PDF ให้ดาวน์โหลดค่ะ



ครูคิมถามไว้ตั้งแต่เดือนมีนาคม ดิฉันเพิ่งมาอ่านวันนี้เอง หวังว่าข้อมูลที่แนะนำนี้คงจะไม่ช้าไปนะคะครูคิม
ชื่นใจ
ร่วมแบ่งปัน186 ครั้ง - ดาว 151 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 14 ต.ค. 2550 (01:56)
มีโรงเรียนเราเคยอยู่ห้องเดียวกับเราด้วย
Honey_Bear
ร่วมแบ่งปัน5 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 15 ต.ค. 2550 (21:52)
เด็กแต่ละคนมีสภาพแวดล้อมที่ต่างกัน เช่นด้าน สังคม ครอบครัว การเงิน เด็กในชนบทส่วนมากจะอาศัยอยู่กับตา ยาย พ่อแม่ไปทำงานที่กรุงเทพฯ และตา ยาย มักอ่านหนังสือไม่ออก

เมื่อครูสั่งการบ้านไป ทำให้เกิดปัญหาเพราะไม่มีใครสอน และตายายหรือผู้ปกครองจะไม่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เพราะชีวิตตนเองก็ห่วงแต่เรื่องทำมาหากิน ไปรับจ้างเก็บถั่วบ้าง ตัดมะขามบ้างตามฤดูกาล จึงมอบภาระด้านนี้ให้กับครู ซึ่งครู 1 คน สอนนักเรียนวันละมากกว่า 4 ชั้น ๆละ 1 -2ชั่วโมง และจำนวนนักเรียน ในแต่ละชั้นมีมากกว่า 20 คน ซึ่งแต่ละคนมาจากพ่อแม่ และฐานะต่างกันจึงทำให้เกิดปัญหาในการเรียนรู้ แต่การเขียนหนังสือได้หรือไม่ได้นั้นเป็นปัญหาเพียงจุดเล็ก ๆ ในสังคม ถ้าเด็กคนหนึ่งเขียนหนังสือไม่ได้แต่มีอาชีพที่สุจริต ตั้งใจทำงาน หาเงินเลี้ยงดูพ่อแม่ แค่นี้ควรจะน่าภูมิใจมากกว่า เด็กที่เขียนหนังสือได้แต้ทำตัวเป็นปัญหาของสังคม
คนอุดมการณ์ (IP:61.19.65.54)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 4 พ.ย. 2550 (10:55)
เพราะอ่านสระกดไม่เป็นครับ
fanjah@hotmail.com (IP:70.231.20.101)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 83 19 พ.ย. 2550 (14:49)
เด็กอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ เป็นปัญหากันทุกโรงเรียนและเป็นปัญหาระดับประเทศเลยทีเดียว อย่ามัวแต่โทษครูฝ่ายเดียว ต้องมองปัญหาให้รอบด้านและยุติธรรม ว่ามันเป็นมาตั้งแต่หลักสูตรแล้ว ที่ลืมธรรมชาติของภาษาไทยว่ามันแตกต่างจากของฝรั่ง รับเอาของเขามาหมด จะเป็นไปได้ยังไง เด็ก ป.1 ยังไม่รู้จักพยัญชนะ สระเลย จะให้สอนอ่านเป็นคำ แถมเป็นคำที่มีตัวสะกดไม่ตรงตามมาตราเสียอีก วิธีการสอนแบบเดิมก็ดีอยู่แล้ว เริ่มจากง่ายไปหายาก เด็กก็อ่านได้ อีกส่วนหนึ่งผู้ปกครองเคยสนใจใยดีบุตรหลานเรื่องการทำการบ้านอ่านหนังสือหรือเปล่า ครูไม่ทำผลงานก็มีการประเมินสารพัดมาบีบบังคับ ถ้าหากขืนเป็นอย่างนี้ต่อไปคงไม่มีครูคนไหนอยากสอนภาษาไทยหรอก
ครูภาษาไทย (IP:222.123.237.189)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 19 พ.ย. 2550 (16:14)
เด้กอ่าหนังสือไม่ออก ในช่วงชั้นที่ 1 - 2 มีเยอะ ก้เหมือนกับสภาพสังคมทั่วไปนั้นแหละ มีทั้งคนจนคนรวยคนปานกลางคนดี คนชั่ว คนบ้า สิ่งเหล่านี้คือธรรมชาติ จะให้เป็นอย่างเดียวกันคงไม่ได้แต่ใครอยู่ฐานะใดเคยเหลียวดูคนรอบข้างบ้างใหมว่าเขาก็คน ช่วยกันดุแลให้เขามีปัยหาน้อยที่สุดก็พอแล้ว การโทแต่ผู้อื่นเป็นการเห็นแก่ตัวเกินไปหรือเปล่า ในจุดหมายการศึกษาไทยต้องการคน ที่ ดี เก่งและมีความสุขจากการดำรงชีพประจำวัน ถ้าทุกคนดีสังคมคงน่าอยู่ ทุกคนเก่ง แต่เก่งไม่เหมือนกัน จงมองความเก่งเขาให้พบ เราเองก็เป็นสุข
chaloy@hotmail.com (IP:203.113.17.167)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 85 19 พ.ย. 2550 (20:23)
ผมมีความเห็นว่าเด็กประถม อย่างน้อยที่สุดต้องอ่านออกเขียนได้

มีความเข้าใจภาษาที่ถูกต้อง

เพราะภาษาเป็นเครื่องมือสำหรับสื่อสารไปยังศาสตร์อื่น ๆ ได้

หากรู้ภาษา ต่อไปก็สามารถเรียนรู้ต่อเองได้

แต่หากไม่รู้ภาษา ก็จะหาความรู้เพิ่มเติมไม่ได้

ก็จะถูกจูงออกนอกลู่นอกทางที่เหมาะที่ควรได้ง่าย



วิชาอื่นรู้บ้างไม่รู้บ้างยังไม่กระไรนัก

ภาษาไทยสำคัญที่สุด

ปล่อยปละละเลยให้คนไทยไม่รู้หนังสือไม่ได้นะครับ
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน26837 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 26 พ.ย. 2550 (18:23)
อ่อนมาก
pee (IP:203.107.199.178)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 27 พ.ย. 2550 (09:20)
เรียนรู้เพิ่มขึ้นภาษาหนึ่งก็เปิดโลกของคุณอีกโลกหนึ่ง คุณจะไม่เป้นคนใบ้และหูหนวกเมื่ออยู่ในสังคมที่เขาใช้ภาษาแตกต่างจากคุณอีกต่อไป ผมยังเรียนภาษาสเปนและเวียดนามเพิ่มเลย แต่ความก้าวหน้าเป็นไปได้ช้ามากเพราะภาระกิจมาก
tkesmala@yahoo.com (IP:202.28.117.237)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 88 27 พ.ย. 2550 (10:32)
เห็นด้วยกับ คห.ที่ 83เป้นอย่างยิ่ง หลักสูตรที่นักวิชาการเขียนขึ้นมาตามแนวทางที่ตัวเองไปเรียนมาบ้าง คัดลอกเขามาบ้างแล้วนำมาสร้างเป็นผลงานของตน โดยไม่คำนึงถึงธรรมชาติของภาษาของเราหรือธรรมชาติของคนไทย ทดลองใช้กับเด็กโดยครูต้องเป็นผู้ปฏิบัติตามหลักสูตรที่เขาเหล่านั้นกำหนดแล้วแต่ทิศทางที่จะเป็นไป พอไม่ผลดังที่นั่งเทียนไว้ก็จะเปลี่ยนหลักสูตรกันอีกรอบ วันๆครูก็นั่งคิดวิเคราะห์หลักสูตร ออกแบบการเรียนรู้สรรหาคำเลิศหรู มาให้ต้องแปลไทยเป็นไทย แผนการสอนเดิมใช้ไม่ได้ต้องเป็นแผนการเรียนรู้ เขียนไม่รู้จะกี่รอบแล้วเปลี่ยนหลักสูตรครั้งใดรูปแบบก็เปลี่ยนของเก่ายังไม่ทันได้ปรับปรุงพัฒนาเลย เสียดายเงินของประเทศ นักวิชาการลงมาสอนบ้าง เก่งๆก็มาสอนระดับพื้นฐานดูบ้างจะได้ตาสว่างสักทีว่าเขายุ่งยากกันเพียงใดและนี่ก็เป็นอีกสาเหตุว่ายิ่งเปลี่ยนหลักสูตรบ่อยมากเท่าไร เด็กไทยคุณภาพการเรียนก็ต่ำลงไปเรื่อยๆ นำหลักสูตรโบราณกลับมาใช้อีกก็ดีเหมือนกันนะ ไม่เห็นต้องมีครูดีเด่น ครูดีเยี่ยมอะไรเลยนักเรียนยังได้ดีมีคุณธรรมจบปริญญาเอก-โท-ตรี -ป.4 คุณภาพคับแก้วไม่ต้องป่าวประกาศ
ตา (IP:125.26.107.64)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 89 28 พ.ย. 2550 (17:21)
อย่าไปโทษครูเลย เด็กจบมหาวิทยาลัยแม้อ่านออกก็จับประเด็นไม่ได้ว่าคนเขียนต้องการบอกอะไรคนอ่าน ภาษาอังกฤษไม่ได้ดีขึ้นแต่ภาษาไทยกลับเลวลงเห็นได้ชัด
TM
ร่วมแบ่งปัน472 ครั้ง - ดาว 172 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 11 ธ.ค. 2550 (15:10)
ที่นี่เด็กจบ ป.6 อ่านไม่ออกก็มีหลายคน แต่ต้องให้เด็กจบ ป.6 ไม่เช่นนั้นก็โดนสอบสวน

ครูที่มีจรรยาบรรณในการเป็นครูก็พยายามสอนให้เด็กอ่านได้ แต่ต้องหมดกำลังใจเพราะมีครูบางคนไม่สอนเอาแต่นั่งคุยกับผู้บริหารแล้วก็ได้ความดีความชอบ แต่ผู้ที่สอนไม่ได้ดีแถมยังโดนว่าว่าสอนเด็กอย่างไรอ่านหนังสือไม่ออก ต้องให้ผู้มีอำนาจช่วยมาดูบ้างไม่ใช่เอาแต่นั่งสั่งในห้องแอร์
wo
ร่วมแบ่งปัน3 ครั้ง - ดาว 150 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 91 11 ธ.ค. 2550 (18:12)
มีนะคระ ห้องอิฉันเองเพคะ อ่านก็ไม่ค่อยออก แต่ไม่ถึงกับไม่ออกเลย การเรียนก็แย่ สติสเตอะมะค่อยมี (ขอโทษที แต่ครูก็พูดอย่างนี้ ข้าพเจ้าเลยประจานซะ)
nicollteri0
ร่วมแบ่งปัน629 ครั้ง - ดาว 160 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 11 ธ.ค. 2550 (20:27)
ปัญหาเรื่องเด็กจบป.6แล้วยังอ่านหนังสือไม่ออกนี่พูดกันมาทุกปี ปัญหาก็คือว่านี่ไม่ใช่ปัญหาทางสมองที่พูดเด็กที่มีปัญหาLD เพราะมีมากถึง10เปอร์เซนต์(เท่าที่เคยเห็นจากข่าวหนังสือพิมพ์) ปัญหาเด็กอ่านไม่ออกนี่วงการศึกษาสนใจกันมานานแล้ว สมัยก่อนก็มีการแก้ปัญหากันโดยการพยายามปรับปรุงตำราเรียน จากที่เรียนอ่านพยัญชนะ ผสมสระ ผันวรรณยุกต์ ตัวสะกดจนครบทุกแม่ แล้วจึงเริ่มอ่านเป็นตำเป็นเรื่อง ซึ่งช้ามาก เด็กสมัยก่อนพอถึงหน้าทำนาก็ต้องช่วยพ่อแม่ทำนาก่อน พอไม่ต่อเนื่องกลับมาเรียนอีกก็ต่อไม่ติด จึงมีการเขียนตำราเรียนเรียกว่าแบบเรียนเร็วขึ้นมา ต่อมาก็พัฒนามาเป็นแบบเรียนเร็วใหม่ ผมได้ทันเรียนฉบับนี้ เรื่องป้ากะปู่ ก็ในหนังสือนี้แหละ ทุกวันนี้ก็ยังมีครูหลายท่านเอามาใช้อยู่ หลักก็คือ เริ่มอ่านพยัญชนะกลุ่มแรกคือกลุ่มอักษรกลาง ผสมสระชุดแรก อะ อา อิ อี อึ อ์ อุ อู แล้วก็อ่านเป็นคำๆเลย เอาคำง่ายๆมาผสมเป็นประโยคง่ายๆ ไปเรื่อยๆ พอจบเล่มหนึ่ง ผู้เรียนจะสามารถผสมสระผันวรรณยุกต์ตัวสะกดได้ครบ เล่มที่สองก็จะมีพวกคำควบกล้ำ เล่มนี้จะมีเรื่องเด็กชายใหม่ รักหมู่เป็นเด็กดี มีข้อน่าสังเกตุว่าทั้งสองเล่มนี้ บทอ่านจะมีลีลาแบบกวีแทรกอยู่ตลอด รวมถึงบทกลอนอยู่แยะ โดยเฉพาะในเล่มที่สอง มีข้อถกเถียงกันเหมือนกันว่ากระบวนการเรียนรู้ของเด็กเป็นแบบไหน มีงานวิจัยหลายงานออกมาว่าเด็กจะจำเป็นคำๆไปเลย ดังนั้นวิธีที่ใช้ในหนังสือแบบเรียนเร็วใหม่นี้ยังน่าจะยังไม่สอดคล้องกับธรรมชาติของเด็ก ตำราสมัยหลังนี้ก็เลยมีคำที่ผู้ใหญ่อย่างพวกเรามองว่ายากไม่น่าจะให้เด็กได้อ่านกันปนเข้ามามากขึ้น มีประเด็นหนึ่งที่ผมเห็นว่าไม่ใคร่ได้พูดถึงกันก็คือ ความพร้อมของเด็ก อายุประมาณสักเท่าไหร่ที่เด็กจะพร้อมที่จะเรียนรู้ เรื่องนี้เท่าที่พอรู้ก็คือมีความแตกต่างกันอาจจะค่อนข้างมากในเด็กแต่ละคน และความพร้อมที่จะเรียนรู้ในแต่ละเรื่องของเด็กแต่ละคนก็อาจจะต่างกันอีก เช่นเด็กคนหนึ่งอาจจะเรียนรู้คณิตศาสตร์ได้ดีแต่ภาษาอาจจะช้า เด็กอีกคนก็อาจจะตรงกันข้าม ในการสอนเด็กระดับประถมอาจจะเอาวิธีคิดแบบอุตสาหกรรมมาใช้ไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นผู้สอนเองอาจจะมีส่วนสำคัญมากในการทำลายศักยภาพในการเรียนของเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการลงโทษเด็ก การดุด่า ประนาม การตีตราเด็ก (อันนี้ขอยืนยันว่าประสบมากับตัวเอง) อันนี้จะมีผลร้ายแรงมากที่ทำให้เกิดภาวะเรียนรู้ไม่ได้จากครูทำ สมัยก่อนเด็กกว่าจะเข้าโรงเรียนโดยมากจะอายุแปดปีเก้าปีก็ยังมี อย่างเร็วก็หกหรือเจ็ดปี ดังนั้นโดยอายุจะมีความพร้อมกว่าเด็กปัจจุบันที่เข้าโรงเรียนเร็วกว่ามาก บางคนสี่ห้าปีก็อยู่ประถมหนึ่งแล้ว แต่แม้ว่าจะไม่อยู่ชั้นประถมหนึ่ง พวกอยู่ชั้นอนุบาลหนึ่งสองสามก็ต้องเรียนการอ่านระดับประถมแล้ว ด้วยส่วนหนึ่งต้องการให้ผู้ปกครองเห็นว่าโรงเรียนนี้สอนดีเด็กอ่านออกกันตั้งแต่อนุบาล ผลคือเด็กพวกหนึ่งอาจจะเกิดอาการแพ้การอ่านไปเลยคืออ่านออกแต่เกลียดการอ่านไปเลยเพราะถูกยัดเยียดเร็วเกินไป ความเชื่อเรื่อง"กว่าจะถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว" คงต้องดูเป็นเรื่องๆไป เรื่องอย่าชิงสุกก่อนห่ามก็น่าจะคำนึงให้มากเหมือนกัน ส่วนปัญหาการทอดทิ้งเด็กนี่หลายความเห็นก็ชัดอยู่แล้วก็คงจะมีส่วนสำคัญ ควรมีการสำรวจดูด้วยว่าหลังระบบมีตำแหน่งคุณวุฒิทางวิชาการแล้วเด็กอ่านไม่ออกมีมากขึ้นหรือเปล่า มีเรื่องจะเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่งก็คือสมัยที่ผมเรียนด้วยหนังสือแบบเรียนเร็วใหม่นั้นก็ไม่ได้ใช้แต่แบบเรียนเร็วใหม่เล่มเดียว เพราะยังมีหนังสืออ่านภาษาไทยอื่นที่มีคำศัพท์ซึ่งเด็กคงจะต้องจำเป็นคำๆไปเลยเช่นมีหนังสือดอกสร้อยสักวา คงจำได้บทแรกว่า เด็กเอ๋ยเด็กน้อย ความรู้เรายังด้อย เร่งศึกษาฯลฯ แล้วก็มีหนังสือเรื่องลูกสัตว์ต่างๆ เรื่องแรกเป็นเรื่องลูกกบ ชื่ออ๊อดมีเพื่อนผู้ใหญ่คือแมงดานา ดังนั้นก็จะเห็นว่าเป็นการผสมผสานทั้งสองรูปแบบ ที่เห็นความแตกต่างน่าจะเป็นอายุเฉลี่ยของเด็กที่เริ่มหัดอ่าน สมัยนี้เริ่มแต่อนุบาลกันเป็นส่วนใหญ่ ก็ฝากให้ช่วยกันคิดน่าข้อเท็จจริงทางวิชาการกันจริง ดูปัญหาว่ามันมีกี่ปัจจัย ควรจะแก้กันตรงไหน ไม่ใช่เอะอะก็จะเปลี่ยนตำราเรื่อย คนที่ได้ก็คือคนเขียนตำรากับสำนักพิมพ์เท่านั้น
ใต้น้ำ (IP:125.27.240.74)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 93 11 ธ.ค. 2550 (21:52)
อีกา ตาดี...

แสงแดด มดแดง แมงป่อง ท้องร่อง...

ด.ช.วีระ กะ ด.ช.ชารี....ที่ท่านี้มี(รูปพม่า)มา...

ยางยืด มืดมาก ลับมีด...

เพาะถั่ว ช่างเถอะ เลอะเทอะ เยอะแยะ...

แต่ก่อนๆ นานมาแล้ว คนเรายังโง่...

มีสระแห่งหนึ่ง ไม่สู้จะกว้างใหญ่นัก เวลาลมพัดน้ำในสระเป็นระลอกคลื่นน้อยๆ ทะยอยเข้ากระทบฝั่ง ต้นหญ้าที่ขอบสระโอนเอนไปมาจนใบเสียดสีกัน...

แสนเสียดาย นันทาที่น่ารัก...

.....
NpEducate
ร่วมแบ่งปัน915 ครั้ง - ดาว 193 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 94 11 ธ.ค. 2550 (22:00)
ม.3 บางคนยังอ่านไม่ออกเลยเพราะระบบปลอดเกรดตกอะไรนั่น
Neptune (IP:58.10.102.184)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 95 12 ธ.ค. 2550 (14:43)
ขออีกที

ว่ากันมายาวนานถึงวันนี้แล้ว วงการวิชาการ.คอมพอมีข้อสรุปพอจะเป็นคำตอบบ้างแล้วยังครับ กับปัญหานี้ ผมรู้สึกว่าปัญหากระทู้นี้มันน่าจะคล้ายๆกับช้างนะครับ ใครคลำเจอตรงไหนก็ว่าตรงนั้น แต่94ความเห็นแล้ว พอจะเอามาต่อกันเป็นตัวช้างได้แล้วยัง ยังครับผมว่าจะต้องมี"กาว"ด้วย "กาว"นี้ก็ต้องตรา"ช้าง"ด้วย

ขอบคุณ
ใต้น้ำ (IP:125.27.237.141)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 96 12 ธ.ค. 2550 (16:01)
ผมเรียนหนังสือมาแบบอีกา ตาดี มาแล้ว สามารถอ่านหนังสือได้ทุกคำ ทุกข้อความ ทุกประโยค แม้จะไม่เคยเห็นและไม่เคยอ่าน และไม่มีใครสอน ก็สามารถอ่านได้หมดเลย

นี่คือข้อดีของการเรียนการสอนแบบแจกลูก สะกดคำ



แต่พอมาฟังเหตุผลของการเรียนการสอนแบบ เรณู- ปัญญา เข้า

หลายคนคัดค้าน โจมตี ไม่เห็นด้วย แต่ผมกลันเห็นดีเห็นงามไปด้วย ว่า มันน่าจะดี(ทั้งๆที่ไม่เคยเรียนแบบ เรณู-ปัญญา)



ที่ผมมีความคิดวิปริตไปก็เนื่องจาก ถูกผู้ใหญ่หัวเราะเยาะ เมื่อผมอ่าน ประโยชน์ โดยออกเสียงเป็น ประโยด (ไม่อ่านประโหยด)

อ่าน บัณฑิต ออกเสียง เป็น บันทิด

อ่าน โคลงโลกนิติ ออกเสียง เป็น โคลง-โลก-นิ-ติ ไม่อ่านเป็น โลก กะ นิด

อ่าน สระน้ำ ออกเสียงเป็น สะ หระ น้ำ เหมือนกับ สระอะ สระอา

และที่โกรธมากที่สุด ก็คือ คำว่า พระพรหม ผมอ่านออกเสียงเป็น พระ-พร-หม

คนหัวเราะเยาะลั่นเลยครับ ผมอายมาก และคิดอยู่ในใจว่า เราเรียนกฎเกณฑ์ในการแจกลูก สะกดคำมาอย่างเชียวชาญและเป็นไปตามกฎทุกอย่างแล้ว ทำไมมันยังมีการแหกกฎอีก



เมื่อมาเรียนภาษาอังกฤษ ยิ่งเจอเยอะเลยครับ เช่น

put อ่านว่า พุท

but ไม่อ่านว่า บุท แต่อ่านว่า บัท

website อ่านว่า เว็บไซต์ แล้วที

Favorite ผมอ่านเป็น เฟเวอไรต์ คนหัวเราะเยาะ ครับ



ผมจึงเกิดความคิดขึ้นว่า ภาษานั้น มันเป็นทั้งศาสตร์ และศิลป์ คือเป็นไปตามกฎเกณฑ์ (ศาสตร์) และเป็นไปตามความเข้าท่า(ศิลป์)



ดังนั้น การเรียนภาษาก็ต้องใช้ทั้งเรียนกฎเกณฑ์ และเรียนโดยการ"บอก หรือ สอน" เป็นคำๆ เป็นข้อความหรือเป็นประโยค ให้จำได้ ถ้าจำไม่ได้ ก้ต้องสอนซ้ำๆ



วิธีการนี้คิดว่าจะทำให้เด็กใช้ภาษาได้คล่องแคล่ว

ถ้าพบคำว่า อุตasdกรรม เด็กก็ไม่ต้องคิดนาน อย่างนี้ต้องเป็น อุต-สา-หะ-กรรม แน่นอน

(เพราะครูสอนไว้แล้ว) จะสะกดอย่างไร เขียนถูกหรือไม่ ค่อยว่ากันอีกที
NpEducate
ร่วมแบ่งปัน915 ครั้ง - ดาว 193 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 97 13 ธ.ค. 2550 (09:09)
ขอเรียนว่า ภาษาหนังสือความจริงมันไม่ใช่ภาษามันเป็นเพียงสัญลักษณ์แทนภาษาพูดเท่านั้นและเกิดทีหลังภาษาพูดมาก ภาษาพูดเปลี่ยนแปลงไปไกลแล้วการเขียนก็ยังเหมือนเดิม และเปลี่ยนแปลงไม่ทัน ก็ต้องจำเป็นคำ ๆ ไป โชคดีหน่อยที่มีไม่มากนัก
tkesmala@yahoo.com (IP:202.28.117.234)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 98 13 ธ.ค. 2550 (15:41)
เห็นด้วยครับ ผมเคยมีความเห็นคล้ายกับบางท่านที่อยากจะเอาคนเขียนตำราให้เด็กอ่านเป็นคำๆแทนการสอนแบบสะกดไปประหารชีวิตโทษฐานทำลายการเรียนรู้ของเด็กไทย แต่พอเริ่มมาสนใจการเรียนรู้ของเด็กจริงๆแล้ว ก็เห็นว่าหลายอย่างเราก็เข้าใจผิด ความจำของเราตอนเป็นเด็กๆมันเบลอๆหรือโดยมากเราก็ลืมไปแล้ว ผมมาสังเกตเด็กๆอ่านหนังสือในปัจจุบัน ผมว่าอะไรก็ไม่สำคัญเท่าความพร้อมของเด็ก ถ้าเด็กสนุกเมื่อไหร่เด็กก็จะอ่านได้เมื่อนั้น ถ้าเราสอนแบบสะกดให้เด็กสนุกได้เขาก็เรียนรู้ได้ ถ้าเราสอนแบบเป็นคำๆให้เด็กสนุกได้เขาก็เรียนรู้ได้เหมือนกัน แต่ในทางปฏิบัตินักการศึกษายืนยันว่าเด็กเล็กๆเห็นเป็นคำๆมากกว่า ผมว่าแม้ในผู้ใหญ่จริงๆแล้วเราก็จำเป็นคำๆมากกว่ามิฉะนั้นเราคงอ่านกันได้อย่างช้ามาก สรุปแล้วผมเห็นด้วยว่าครูมีความสำคัญมาก ที่จะจูงใจอย่างไรให้เด็กเข้าถึงกระบวนการเรียนรู้ยิ่งกว่าตำรา ตรงนี้จะเห็นว่าเด็กแต่ละคนอาจต้องการรายละเอียดในการสอนแตกต่างกัน ต้องการการเอาใจใส่จากครูมาก ตรงนี้ก็เห็นใจครูที่ให้ข้อมูลว่าต้องไปทำงานอื่นๆที่ไม่ใช่เรื่องการเรียนการสอนมากเสียจนไม่มีเวลามาสอนเด็ก เรื่องการอ่านนี้มีท่านผู้รู้บอกอีกว่า การอ่านได้ของเด็กจะไม่พร้อมกัน เด็กผู้หญิงมักจะพร้อมเร็วกว่าเด็กผู้ชาย แต่ไม่ว่าจะเร็วจะช้า วันที่เด็กอ่านออกเขาก็จะทะลุทันทีเรียกว่ามุตโตแตก ทีนี้การอ่านก็จะไม่เป็นปัญหาสำหรับเขาต่อไป ปัญหาอยู่ที่ว่าทำอย่างไรอย่าให้เขาเกลียดการอ่านเสียก่อนที่เขาจะอ่านได้ และทำอย่างไรอย่าให้เขาอ่านได้อย่างที่เกลียดการอ่านตลอดไป ทำอย่างไรให้พอเขาอ่านออกเขาจะอ่านมันอย่างกระหาย คล้ายๆกับตอนที่พอเราถีบรถจักรยานได้ มันกระตือลือล้นอย่างจะถีบมากใครจะให้ไปไหนก็รีบอาสากันทีเพราะจะได้ถีบรถด้วยความเมามัน

เห็นด้วยกับคุณNpeducateครับ คำไทยเราที่เอามาจากต่างประเทศแต่เราลืมไปแล้วนึกว่าเป็นคำไทย ความจริงเป็นภาษาแขกบ้างเขมรบ้างอ่านออกเสียงแปลกๆจริง การอ่านก็ต้องจำเอาเหมือนกัน ผมก็เคยถูกโห่เหมือนกัน เมื่ออ่าน สา-มา-รถ ปรา-รถ-นา เพราะ เห-ตุ เอาเข้าจริงๆมีเยอะนะครับคำพวกนี้ ยังมีอีก อย่างคำว่า "น้ำ" ผมเห็นคนอ่านว่า"น้าม"กันทั้งนั้น หรือ "เปล่า"เห็นออกเสียงเป็น "ปล่าว"เสียมากกว่าเป็นต้น ดังนั้นเรื่องนี้ใจเย็นๆ เราทุกคนต่างก็มีส่วนบกพร่องกันไม่มากก็น้อย รับฟังกันมากๆ แล้วค่อยๆเห็นทางแน่ๆถ้าเรารักเด็กของเราเหมือนลูกเราจริง ต้องเห็นช้างทั้งตัวให้ได้ผมยืนยัน
ใต้น้ำ (IP:125.27.238.104)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 99 25 ธ.ค. 2550 (14:13)
จริง
earth5442@thaimail.com (IP:125.26.163.46)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 100 6 ม.ค. 2551 (18:33)
อันนี้จริงแน่นอนค่ะ เพราะว่าเพื่อนของหนูบางคนที่อยู่ ป.6 เน้นว่าบางคนนะคะ

ยังอ่านหนังสือไม่ออกเเละเขียนไม่ได้ แถมพูดก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง

ก็คิดว่าจะพาเขาไปสอนอ่านเรื่อยๆ เพราะว่าพอหนูสอนเขาประมาณ 3 วันก็ดีขึ้น

เริ่มเขียนได้แม้ว่าบางคำจะสะกดผิดก็ตาม

ในเรื่องแบบนี้ต้องค่อยๆสอนให้เขาเข้าใจค่ะ จะให้เข้าใจทันทีไม่ได้
เยาวชนไทยค่ะ (IP:58.8.197.14)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 101 26 มี.ค. 2551 (10:10)
เพิ่งเข้ามาอ่าน โดนใจค่ะ เป็นดรูมัธยมที่ได้รับผิดชอบนักเรียนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ 40 กว่าชีวิต ปัจจุบันกำลังจะจบ ม.3 ขอบอกว่าตอนรับหน้าที่ใหม่ๆ ทุกข์ใจมากๆ ว่าจะช่วยนักเรียนได้อย่างไร เรียกเด็กมาทดสอบทีละคน (ที่โรงเรียนจะมีระบบคัดกรองก่อนแล้วจัดไว้เป็นห้องพิเศษโดยเฉพาะเลย) เด็กแต่ละคนมีปัญหาไม่เหมือนกัน ใช้วิธีโบราณค่ะให้อ่านทุกวัน ทุกคน แบบตัวต่อตัว วันเสาร์ให้มาเรียนพิเศษสอนหลักการอ่าน (ทฤษฎี) แล้วก็ปฎิบัติ ทำอยู่อย่างนี้ หนึ่งปี เห็นผลค่ะ แล้วก็ต่อใน ม.2 ม.3 ตอนนี้อ่านได้ทุกคนแต่อาจมีบางคนที่คล่องน้อยกว่าคนอื่นๆ บ้าง (อาการเดิมมันสาหัสน่ะ)  พื้นฐานของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนเป็นที่สติปัญญา (ไอคิวต่ำ อันนี้ไม่ได้ลงความเห็นเอง แต่ผู้ปกครองพาไปพบแพทย์ค่ะ) บางคนพ่อแม่ ผู้ปกครองที่ดูแลเด็กก็อ่านไม่ออก (ส่วนใหญ่ด้วย) มันจึงเป็นปัญหาที่เกิดจากตัวเด็กเอง ครอบครัว แล้วก็หลักสูตร อีกอย่างการที่ครูทำผลงานเลื่อนตำแหน่งมันก้ฒีส่วนนะ ไม่ได้ว่าครูด้วยกันหรอก แต่ครูต้องทำผลงานเพื่อปากท้องตัวเอง การเอาใจใส่มันก็หย่อนยานไปบ้าง(เข้าใจค่ะหัวอกครูด้วยกัน) แล้วก็เรื่องจริงที่เด็กต้องจบ ป.6 อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ต้องให้จบ เคยคุยกับเพื่อนสมัยจบใหม่ เพื่อนบ่นเด็กอ่านไม่ออกไม่ให้จบโดนครูใหญ่เรียกไปว่า ครูใหญ่ถามไปเรื่อยจนมาถึง เด็กอ่าน ก ข ได้ไหม เพื่อนตอบว่าได้ค่ะ คำตอบที่ไดรับคือ นั่นแหละเด็กอ่านได้แล้วต้องให้จบ โอ๊ย!  ปวดใจจริงๆ เศร้าใจกับการศึกษาของไทย คุณครูทั้งหลายอย่าทอดทิ้งเด็กเลยนะคะแม้เขาจะอ่านไม่ออก อ่านไม่เก่ง ถ้ามีโอกาสได้พบเด็กประเภทนี้ ช่วยเถิดค่ะเราทำบุญกันนะคะ ช่วยให้เขาอ่านออกมันต่ออายุเขานะ วันที่นักเรียนสอบปลายปี ม.3 ไปยืนดูเด็กที่มีปัญหาการอ่านมากๆ เห็นเขาแล้วมีความสุข ท่าทางอากัปกิรายาในขณะทำข้อสอบในตอนนั้นกับตอน ม.1 มันต่างกันมาก ตอน ม.1 จะนั่งตาลอย ไม่รู้เรื่อง คงจะเดาๆ กับคำตอบ แต่ตอน ม.3 นี่ เขาดูคล่องตั้งใจทำข้อสอบมาก แม้สติปัญญาเขาจะไม่ดีแต่จบ ม.3 แล้วนะ
pan (IP:58.9.33.238)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 102 21 เม.ย. 2551 (14:56)

นายสมคิด  ขุนทองนุ่ม 
ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 1



http://www.pl01.org/km/modules.php?name=News&file=article&sid=146



ลิ้งค์ข้างบนนี้เป็นอีกแนวคิดหนึ่งที่เสนอปัญหาเกี่ยวกับการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ที่น่าสนใจมาก


noontoon7
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 103 2 มิ.ย. 2551 (21:54)

นักเรียน ป.6 อ่านหนังสือไม่ออก ....



ผมลองสรุป สาเหตุ ที่ท่านทั้งหลายกล่าวไว้... สาเหตุจาก...ครู  เด็ก  ระบบวิธีการประเมินผล ผู้ปกครอง  หลักการสอนแบบจำเป็นคำๆ  และอื่นๆ...



ครู  จำนวนน้อยเกินไป  ต้องสอนหลายวิชา  ต้องทำหน้าที่หลายอย่าง ขาดความสามารถเฉพาะวิชา  รายได้น้อยต้องใช้เวลาส่วนหนึ่งไปหารายได้เพิ่ม...



เด็ก ไม่ตั้งใจเรียน ขาดสติปัญญา  ไม่เห็นความสำคัญของการเรียน ขาดแบบอย่างที่ดี



วิธีการประเมินผล  ไม่มีการปรับตกซ้ำชั้น เพียงแค่สอบซ้อมแล้วให้ผ่าน...



ผู้ปกครอง ขาดความรู้ ไม่ติดตามผลการเรียนของเด็ก  ไม่เป็นแบบอย่างที่ดี



หลักการสอน แบบจำเป็นคำๆ แบบประสมคำ หรือแบบผสมประสานกัน ถึงจะดี ...



และมีผู้เสนอวิธีแก้ไข คือ ความเห็นที่ 67 ,92 ,96 ,98 ,100,101



ครับ...การอ่านออกเขียนได้  เป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างหนึ่ง ในการค้นคว้าหาความรู้


สิง
ร่วมแบ่งปัน811 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 108 20 ก.ย. 2551 (20:32)

ไม่ต้องโทษใครทั่งนั้น  แต่ทุกฝ่ายมาช่วยกันดีกว่า


คนเป็นครู (IP:117.47.72.71)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 109 29 ก.ย. 2551 (00:19)

ทุกความเห็นก็เห็นด้วย แต่เสริมอีกเรื่องคือ งานวิจัยที่ต้องทำให้ได้ตามสมมติฐาน  ถ้าผลไม่ได้ตามนั้นจริงก็ต้องปรับคะแนนเอาเองเพื่อให้ลงตัวตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ เพราะส่วนมากเป็นงานวิจัยเพื่อให้จบหลักสูตรหรือวิจัยเพื่อผลประโยชน์ทางความก้าวหน้า  ไม่เป็นการวิจัยเพื่ออยากรู้ข้อเท็จจริง เช่น เมื่อ 10 ปีที่แล้วลูกผมเรียนที่โรงเรียนสาธิต ม.เกษตรศาสตร์ ทางโรงเรียนได้ทำการวิจัยเรื่อง การอ่านเป็นคำหรือประโยคจะได้ผลดีกว่าการสอนแบบแจกลูกสะกดคำ โดยไม่วิเคราะห์ผลข้างเคียงคือ ผู้ปกครองทุกคนยอมรับในชื่อเสียงของสถาบันและผู้ปกครองที่ส่งลูกเข้าเรียนทุกคนก็มีความพร้อมเกือบทุกด้าน  เมื่อเทียบกับนักเรียนที่เรียนโรงเรียนวัดเด็กอนุบาลอ่านหนังสือได้แต่ลูกของผู้ดีเรียนโรงเรียนสาธิตอ่านไม่ออก  สิ่งที่ทำให้การวิจัยไม่เป็นจริงคือผู้ปกครองจ้างครูมาสอนพิเศษเรื่องการอ่าน หรือสอนเอง ทำให้ผลการวิจัยนี้ไม่เป็นไปตามความจริง  ถ้าอยากได้ผลที่เป็นจริงควรไปทำในโรงเรียนที่ผู้ปกครองไม่พร้อมนั่นแหละจะได้ผลใกล้เคียงที่ต้องการ


jong2771
ร่วมแบ่งปัน7 ครั้ง - ดาว 49 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 110 4 ต.ค. 2551 (19:26)
จริงสิเพื่อนผมเองชื่อตรีเนตร
นารี (IP:125.24.210.68)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 111 7 ก.พ. 2552 (14:48)

สวัสดีครับ  กระผมขอแสดงคสามเห็นสักเล็กน้อย  เรื่องการที่เด็กอ่านหนังสือไม่ออก  1.เทคนิคการสอนของครู 2.ตัวนักเรียนเองไม่ตอบสนองความรู้  3.นักวิชาการของประเทศไทยเอาแนวการสอนของคนต่างประเทศมาใช้พรำเพรื่อเพื่อเป็นผลงานของตนเองโดยการบังคับให้ครูต้องใช้วิธีการสอนของเขา ทำให้เด็กห่วยแตก ครูน้ำตาตก 4.เราคนไทยมีภาษาเป็นของตนเองเราควรใช้วิธีสอนของเราเองแต่โบราณ มาสอนจะดีมากๆ ส่วนวิชาอื่นๆจะสอนวิธีไหนก็ช่างหัวนักวิชาการมัน ถ้าเด็กอ่านออกทุกก็ไปได้สวย 5.ควรหันมาหยิบหนังสือของท่านอำมาตย์โท พระยาวิภาชน์วิทยาสิทธิ์ (สังข์ พุกกะเวส) แบบหัดอ่านหนังสือไทย มาใช้ได้แล้ว ช่วยกันปัดฝุ่นกันหน่อย เดี๋ยวเด็กไทยจะอ่านได้คล่องปรื้อ  หรือหนังมานี มานะ เจ้าแก่ก็ยังดี 
      ไม่กี่ปีมานี้สงสารเด็กไทยที่ต้องทนทุกข์ทรมารกับการเรียนภาษาไทยแบบ มปภ.(มั่วไปพรางๆ) วาดแต่กระรอกมาส่งครู ครูติดไว้ที่ข้างฝา ชื่นชมความงาม แต่เด็กอ่านไม่ออกเพราะไม่มีหนังสือให้  โอ้ประเทศไทย 
       ที่กล่าวมาต้องลงโทษ  ผู้บริหารเบื้องสูง และนักวิชาการที่คิดเลอะเทอะ 
        สรุป  ควรใช้หนังสือดังที่กล่าวข้างต้นมาสอน ป.1 และชั้นต่อๆไป 
คนไทยจะได้ไม่โง่  อย่าปล่อยให้ลูกๆให้ ทีวีสอน  หรือให้เนตสอน แล้วลูกของท่านจะไม่เป็นอะไรเลย  เพราะณุ้จากทีวีแล้วไม่ต้องอ่านก็ได้  ควรสอนให้ลูกรักการอ่าน หาหนังสือการ์ตูนสนุกๆให้ลูกอ่าน แข่งขันอ่านให้แม่ฟัง และมีรางวัลปลอบใจ  เท่านี้ก็พอแล้ว
          ด้วรักและห่วงใย 


poosom007@thaimail.com (IP:125.26.62.6)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 112 22 ก.พ. 2552 (15:39)
หนูมีเพื่อนคนหนึ่งค่ะ ชื่อปาล์ม แต่เราก้ไม่ได้รู้จักกันหรอกค่ะ ที่จริงเค้าจะอยู่ ม.2 นะคะแต่สมองเค้ายังเป็น ป.3 อู่เลยค่ะ และปัจจุบันนี้ อยู่ ป.5 โรงเรียนอนุบาล้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ดค่ะ เค้าน่าสงสารมากเลยนะคะ เป็นออทิสติกรึเปล่าหนูก็ไม่แน่ แต่ถ้าคุณเป็นเพื่อนของปาล์มเค้า คุณจะคิดยัไงคะ สงสารหรือรังเกียจ ส่วนหนูสงสารเค้าค่ะ ไปก่อนนะคะอย่าซีเรียสกับเรื่องนี้กนมากนะคะ
ด.ญ.ขวัญชนก ธรรมสัตย์ (IP:202.44.210.45)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 113 4 มี.ค. 2552 (23:22)

ในมุมมองครูขยายโอกาสคนนึง.. ต้องยอมรับว่าระบบการศึกษา..ที่ไม่ให้เด็กซ้ำชั้นนั้น เป็นการ หนีปัญหา .. เพราะถ้ามีเด็กต่ำกว่าเกณฑ์ขึ้นมา ไม่ใช่ว่าครูขี้เกียจซ่อมเสริมนักเรียนหรือว่ายุ่งยากอย่างไร แต่จะต้องรายงานไปยังต้นสังกัดอีกด้วย .. ทีนี้ ผู้บริหาร หรือโรงเรียน จะกลายเป็น ไม่มีประสิทธิภาพในภาพรวม  ก็ส่งผลให้เป็นที่รู้กันว่าเรียนโรงเรียนนี้  นักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ - -* ครู น้อยหรือ จะทำอะไรได้มากไปกว่านี้อีก

อีกอย่าง..ที่ต่างจากในเมืองใหญ่ หรือโรงเรียนเอกชน หรือโรงเรียนในกรุงเทพ คือ  ถ้าให้เด็กนักเรียน ติดศูนย์ หรือซ้ำชั้นได้ แน่นอนว่า..พ่อแม่ผู้ปกครองคงจะย้อนมองที่บุตรหลานของตนเอง ว่าเกิดอะไร  โรงเรียนมีศักยภาพพอที่จะไม่ต้องแคร์ในเรื่องนี้ ต้องพูดตรงๆ เพราะปกติก็แทบจะแย่งกันเข้าโรงเรียนดังๆจะแย่..

แต่ตามต่างจังหวัดไม่ใช่.. เพราะ กฎหมาย ผูกโรงเรียนและการจัดการเรียนการสอน .. ให้เกี่ยวเนื่องกับชุมชน 
.. สมัยนี้ ตีไม่ได้ ลงโทษมากไม่ได้ เด็กไม่เชื่อฟัง เด็กไม่ทำการบ้าน ไม่อ่านหนังสือ..ถามว่าใครบังคับ.. ถ้าลูกหลานเค้าไม่ได้เลื่อนชั้น ถามว่าใครมีปัญหา..
บทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้นำชุมชน ..ค่ะ เต็มที่.. บางที่เข้าใจ มันก็ไปพร้อมๆกันได้ .. บางที่ไม่เข้าใจ.. พาลูกหลานท่านย้ายออก ออกแล้ว ย้ายเข้ามาใหม่ ..ผ่านไปเป็นปี ไอ้ที่แย่แล้ว..แย่กว่าเดิม-*-  กลับมา มันก็ต่อไม่ติด
อ่านไม่ออกยังไง ..ก็อยู่อย่างนั้น.. ภาษาอังกฤษหรือ ครูไม่รู้ทำยังไง.. เด็กมันอ่านกันไม่ออก.. สอนรื้อให้ใหม่เน้นอ่านเน้นพูด.. แต่เวลานำไปใช้จริง หรือวัดผล.. เด็กต้องนำเนื้อหา การอ่านการเขียน ไวยากรณ์ ซึ่งผลสัมฤทธิ์ที่ออกมามันก็แย้งอีก ..

ครูห้ามตี = ความไม่กลัว ไม่เกรง ไม่เคารพครูอาจารย์แล้ว = การเรียนที่แย่ลง = การถีบส่งให้ผ่านชั้นไป - -* สังคมไทยกับการอลุ่มอล่วย .. +ของฟรี..มันได้มาง่าย ไม่มีใครรักษาไว้
เรียนฟรีทำให้เด็กส่วนหนึ่ง..ขอย้ำว่าส่วนหนึ่ง(แต่ก็เป็นส่วนที่ทำให้เด็กส่วนใหญ่มีปัญหาเหมือนกัน) ไม่เห็นคุณค่าของหนังสือ หรือการเรียน..ทิ้งๆ ขว้างๆไม่ได้ขวนขวายอยากเรียน เหมือนตอนเสียเงิน..ไม่กลัวการถูกให้ออก.. และยังจะขยายให้มันมากขึ้นทำไม..-*- ที่โรงเรียน.. เด็กนักเรียนเผาสมุดหนังสือ เพราะถือว่าไม่ใช่ของมัน!! เผาเล่นสนุกสนานเพราะเริ่มวัยรุ่น  เพราะยังเด็กจึงยังไม่รู้คุณค่าของเงิน ..เดี๋ยวพ่อแม่ก็ชดใช้ .. ครูเล่าทำอย่างไรได้ ... ห้ามตีไม่ใช่หรือ .. ให้ทำงาน มันไม่ทำ!! แจ้งผู้ปกครอง ทางบ้านบอก..อยู่บ้านไม่เป็นนะคะ ลูกเค้าเป็นเด็กดี..- - ไม่ได้ทำผิดร้ายแรงชกต่อยตบตี ..จะให้ออกหรือ ...

แล้วมันได้อะไรเล่า ..เด็กนักเรียนก็ยังแห่ไปโรงเรียนเอกชน .. ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอยู่ดี.. เพราะเรียนฟรี มันไม่เห็นคุณค่า..


abarbieshero@gmail.com (IP:118.172.224.76)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 114 12 เม.ย. 2552 (12:47)

อ่านของทุกคนและคิดตามว่าจะทำอย่างไร เพราะก็ครูเหมือนกัน ที่ทุกคนบอกมาใช่เลย เพียงแต่ว่าจะเป็นมุมไหนเท่านั้น  อยากเป็นครูนอกกรอบจริงๆ  จะลองดีมั๊ยเนี่ย  ไม่สอนตามหลักสูตรหรืออ้างอิงทฤษฎีเลิศลอยของใคร  เอาแบบเห็นปัญหาอะไรตามแก้แบบของใครก็ของใคร  (กู)ทำ(กู)ใช้(กู)เอง ดีกว่า....ขอโทษที่ใช้ภาษาสมัยพ่อขุนราม  เพราะเหนื่อยกับสารพัดหลากหลายเทคนิคที่นักวิชาการประเดประดังมาให้ครู  ให้อบจนกรอบจนดำก็ไม่เห็นจะมีผลอะไรดีขึ้น  ขอกลับไปใช้หลักสูตร 2503 จะดีกว่ามั๊ง ไอ้ที่ดูถูกว่า "เลข คัด เลิก" ในระดับประถมนั่นแหละ  ก็เห็นได้ดีมาตั้งมากมายหลายคน  หรือใครว่าไม่จริง เคยได้ยินไหมที่ว่าครูสมัยก่อน  จบแค่ ป.4 ก็เป็นครูได้   จะแย้งก็ไม่ว่ากันนะ  ขอแค่เหตุผลรับฟังได้ก็โอเค


lekda
ร่วมแบ่งปัน2 ครั้ง - ดาว 49 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 115 30 พ.ย. 2552 (11:22)
เพราะระบบการศึกษาไม่ยมให้นักเรียนตกซ้ำชั้น ถ้าโรงเรียนไหนมีนักเรียนตกซ้ำชั้นก็จะถูกเจ้านายเรียกไปด่าไปว่า หาว่าไม่สอนซ่อมเสริม ถูกประจานโดยการเรียงลำดับโรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ย่ำแย่ ทำให้ผู้บริหารตำหนิครูผู้สอนที่ให้นักเรียนตกซ้ำชั้น ครูผู้สอนเมื่อถูกตำหนิก็ต้องแก้คะแนนให้เด็กสอบผ่าน ผู้บริหารก็พอใจ แต่เป็นการโกหกตนเองโกงประเทศชาติ มิหนำซ้ำระบบยังมีหน่วยงานประเมินภายนอกที่ระบุว่านักเรียน ร้อยละ 80ต้องได้ระดับ 3และ4 ซึ่งในธรรมชาติเป็นไปไม่ได้ มันจะต้องมีเด็กเรียนเก่งและเด็กเรียนอ่อน เด็กเก่งมีประมาณร้อยละ 40 ถึง50 ก็เป็นบุญแล้ว นักเรียนในชนบทส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ไม่ใช่ลูกท่านเนายที่เติบโตอยู่ในเมือง เรียนอยู่โรงเรียนมีชื่อเสียง ครูล้นห้องเรียน ในชนบทครูไม่พอห้องเรียน ถ้ายกเลิกการจัดลำดับ ยกเลิกหน่วยงานประเมินภายนอก ยกเลิกเกณฑ์มาตรฐานที่สูงเกินจริง เด็กสอบตกก็จะเกิดความเกรงกลัวและตั้งใจเรียนจริงๆไม่ใช่อ่านไม่ออกครูก็ให้จบเพราะกลัวถูกจัดลำดับแบบนี้ เด็กคนอื่นที่ยังเกือบตกก็จะกลัวหันมาตั้งใจเรียนมากขึ้น รุ่นปู่รุ่นย่าเขาสอบตกแต่ก็อ่านหนังสือออกนะ
ช่างมันเถอะ (IP:118.175.216.25)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 116 24 มี.ค. 2553 (11:26)
อย่าว่าแต่ป.6 เลยค่ะ ขนาดเด็กปวช 2 แล้วยังท่อง ก-ฮ ไม่ได้เลย แล้วสมัยนี้มาตรฐานของการท่อง ก-ฮ คืออะไร ทำไมไม่ใช่มาตรฐานเดียวกันในการเรียน บางคน ท่อง ก.เอ๋ย ก.ไก่ ข.อยู่ในเล้าบ้างไม่อยู่ในเล้าบ้าง ญ.ผู้หญิงสวยงาม อะไรอย่างนี้ ถ้าแต่ละโรงเรียนไม่มีมาตรฐานแบบนี้ ต่อไป การเขียนการพูดภาษาไทยก็วิบัติหมดสิค่ะ แล้วอีกอย่างเด็กสมัยนี้สอนแบบสบายเกินไป ถ้าเป็นไปได้อยากให้รัฐบาลส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาไทยให้มาขึ้นกว่าเดิม ไปส่งเสริมแต่การเรียนภาษาต่างประเทศจนลืมภาษาประเทศตนเองอย่างนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันน่ะค่ะ
ครูหมิว/tiw.nvc_5529@hotmail.com (IP:119.46.98.134)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 117 20 เม.ย. 2553 (07:47)
จริง จะสิ้นชาติก็อันนี้แหละ เด็กอ่านไม่ออก เขียนมั่ว จริง ๆ มีโรงเรียนบางแห่ง ไม่ว่าจะเอกชนหรือรัฐบาล เห็นแก่ตัวจริงๆ
นุช (IP:124.121.55.120)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 118 3 พ.ค. 2553 (16:42)
คิดถึงครูทุกคนเลยเช่นครูสุทธาวดี
v4blbmTbN (IP:180.180.174.74)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม