จริงหรือที่มีนักเรียน ป.6 อ่านหนังสือไม่ออก

ผมได้ยินมาเยอะครับที่บอกว่า มีนักเรียนระดับป.6 อ่านหนังสือไม่ออก ค่อนข้างแน่ใจในแหล่งข่าว แต่อยากรู้ว่า คนอื่นๆโดยเฉพาะครูรู้เรื่องนี้หรือเปล่า


ความคิดเห็นที่ 1


16 มี.ค. 2547 11:05
  1. แน่นอนค่ะ..มีนักเรียนบางคน..ขอเน้นย้ำว่าบางคนเท่านั้นนะคะ เมื่อเข้าเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แล้วอ่านหนังสือไม่ค่อยออก เขียนไม่ค่อยได้ดีสมกับที่เรียนเขียนอ่านมาแล้วถึง 6 ปี และมีข้อสังเกตว่าจำนวนนักเรียนที่อ่านไม่ค่อยออก เขียนไม่ค่อยได้ มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เจอสักคนหรือสองคน แต่ตอนนี้ตัวเลขได้เพิ่มจนชนเลข 2 หลัก น่าคิดนะคะว่าอะไรเกิดขึ้นกับการศึกษาของไทย ครู-อาจารย์ทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอหรืออย่างไรกัน ทั้งที่เรากำลังการปฏิรูปการศึกษา แล้วตัวนักเรียนเองเล่าคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ พ่อแม่และญาติพี่น้องใกล้ชิดรู้หรือไม่ว่าลูกหลานอ่านหนังสือไม่ออก.....เคยสอบถามนักเรียนถึงสาเหตุที่เขาอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้อย่างเพื่อนเค้า....คำตอบแตกต่างกันไป แต่คงไม่ใช่คำตอบของนักเรียนทุกคน....คนแรก ตอบว่าที่ผมอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้เพราะผมหนีเรียนไปตกปลา เตะบอลกะเพื่อน ไม่ค่อยเข้าเรียน ที่ผ่านป.6 มาได้ เพราะครูรำคาญเลยถีบส่งขึ้นมา เพราะระบบการศึกษายุคปฏิรูป ห้ามนักเรียนติด 0 ติด ร. หรือตกซ้ำชั้น อีกคนบอกว่า ผมไม่ได้เรียนภาษาไทยเท่าไร ไม่มีครูสอนวิชานี้จริงจังเพราะครูประจำชั้นด่วนลาโลกไปไม่มีใครมาสอนแทน นักเรียนห้องผมต้องขอยืมครูห้องอื่นมาสอนชั่วคราว และครูส่วนมากเน้นวิทย์ กะคณิต ( อืมม..ประถมนี่นะ..) ผลคือ อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ แต่น่าจะคิดเลขเก่ง(ละมั้ง) อีกรายบอกว่าคุณครูไม่ได้สอนอะไร ให้ขุดดินทำแปลงเกษตรทั้งวัน ว่างก้อถอนผมคันและวิ่งไปซื้อก๋วยเตี๋ยว....ก็ครูเค้าบอกว่าChildcenter ผมไม่รู้หรอกว่าแปลว่าอะไร ผมก็วิ่งเล่นกันสนุกไปเท่านั้นเอง... นี่ละค่ะ ประเทศไทย..ครูมัธยมก็กลุ้มใจ ต้องมาสอนอ่านเขียน ก ข ค กันทุกวันทั้งที่อยากเตะโด่งให้กลับไปเรียน ประถมมาใหม่ใจจะขาด ....ปีนี้ก็คงมีอีกค่ะ คิดว่าถ้าคราวนี้ถึง 20 คน จะขอเปิดห้องเรียนใหม่โดยเฉพาะให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย T_T

ความคิดเห็นที่ 2

นิรันดร์
16 มี.ค. 2547 11:42
  1. ไม่ใช่แค่อ่านภาษาไทยไม่ออกหรอกครับ บางที พูดกันยังไม่รู้เรื่องก็มี แล้วก็ไม่ได้หยุดแค่ ป.6 นะครับ ลามปามถึง ม.6แล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 3

สุรัชน์
16 มี.ค. 2547 12:39
  1. มีครับ เพื่อนครุที่สอนอยู่บอก แต่ที่เคยเจอจริงๆเป็นเด็กมัธยม อ่านได้เหมือนเด็กประถมต้น ... และที่เพื่อนครูกำลังเจออยู่คือเด็กม.6ทั้งห้องจับกลุ่มกันมาเรียนพิเศษภาคฤดูร้อนที่สถาบันกวดวิชาแห่งหนึ่งในเชียงใหม่ เด็กม.6บวกลบเศษส่วนไม่เป็น แก้สมการอย่างง่ายระดับ ม.2 ไม่ได้เลย ไม่รู้เหมือนกันว่าเรียนผ่านมาได้อย่างไร เรื่องจริงเลย

ความคิดเห็นที่ 4

4 เม.ย. 2547 18:17
  1. ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นนะครับเพราะผมก็มีญาติที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน อยู่ ม.1 แต่อ่านหนังสือเหมือนเด็กที่ไม่เคยอ่านภาษาไทยมาก่อนเลยครับ ผมยังสงสัยเลยว่าโรงเรียนปล่อยผ่านมาได้ยังไงตั้ง 6 ปี สงสารเขาอ่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 5

นิรันดร์
5 เม.ย. 2547 08:33
  1. ระบบวัดผลเดี๋ยวนี้ มันแปลก ๆ ครับ ครูให้เด็กสอบตกไม่ได้ครับ ถ้าเด็กสอบปลายภาคตก ครูจะต้องจัดสอนซ่อม และจัดสอบซ่อมครับ บางโรงเรียน ก็ใช้วิธีเอาข้อสอบซ่อมมาสอนซ่อม สอนเสร็จก็สอบกันในนาทีถัดไป ข้อสอบส่วนใหญ่ก็เป็นข้อสอบปรนัยครับ(4 ตัวเลือก) ถ้าสอบซ่อมไม่ผ่าน ก็หางานให้ทำแล้วก็ให้คะแนนกันจนผ่านจนได้ มีบางคน ผู้หลักผู้ใหญ่ในโรงเรียนก็สั่งมาว่าให้มันผ่านๆ ไปเถอะ..... ด้วยเหตุผลนานับปการครับ ทีนี้ ครูนะครับ ถ้าคนนี้ผ่าน คนอื่นมันฮ่วยพอกัน จะเอาตกหรือครับ ก็เลยติดหลังแห ผ่านกันไปหมดจนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติไปแล้วครับว่า เด็กต้องสอบยกชั้นทุกวิชา โรงเรียนก็จะได้สถิติ นักเรียนสอบไล่ได้ยกชั้นทุกปี ถ้าไม่เป็นอย่างนี้ ผู้ปริหารก็เป็นคนที่ไม่มีประสิทธิภาพ ครูไม่มีประสิทธิภาพ สอนเองสอบเอง เด็กยังไม่ผ่านอีก ทีนี้ พอมี NT ขึ้นมาก พวกที่จมไม่ลงก็จะแกะซองก่ิอนสิครับ อะไรเกิดขึ้นบ้างก็สุดจะคาดเดา (ที่จริงเดาไว้แล้วแต่กลัวเดาผิดครับเลยเว้นไว้ให้ท่านเดากันเอาเอง) อย่าว่าแต่ NT เลย N-สะท้าน ก็ยังแกะซองกันก่อนเลย แต่ท่านนายกรัฐมนโทท่านก็แก้ไขแปลก ก็ต้องตามดูกันต่อไป บ้านเมืองเป็นของพวกเราทุกคนนะครับ

ความคิดเห็นที่ 6

16 เม.ย. 2547 15:16
  1. นี่ก็เป้็็็นความเห็นของครูคนหนึ่ง คือว่าสมัยนี้เราจะโทษการสอนของครูอย่างเดียวก็ไม่ได้หรอกคะถ้าทุกฝ่ายรับผิดชอบร่วมกันปํัญหาของเด็กที่อ่านหนังสือไม่ออกก็สามารถแก้ได้ ครูสอนให้นักเรียนอ่าน - นักเรียนสนใจ - ผู้ปกครองช่วยกวดขัน

ความคิดเห็นที่ 7

21 ม.ค. 2548 12:24
  1. ความเห็นคือ การที่เป็นนักเรียนคนหนึ่ง ผมว่า นักเรียนที่อ่านหนังสือไม่อ่านเกิดจาก นักเรียนไม่สนใจในการเรียน เล่นกันในห้องเรียน คุยกันให้ห้อง หรือไม่กล้า ยกมือถามในสิ่งที่ไม่เข้าใจ ส่วยหนึ่งอาจจะเป็น คูร หรือ โรงเรียนที่มี กิจกรรมมากเกินไป สุดท้ายนี้ก็อยากให้รู้ว่า นักเรียนที่ อ่านหนังสือไม่ออกนี้ อาจจะเป็นส่วยที่ไม่กล้าแสดงออก ไม่ตั้งใจเรียน หรือ คูรน้อยเกินไป ในฐานเป้นนักเรียนด้วยกัน ขอให้มีอาจารยสอน

ความคิดเห็นที่ 8

28 ม.ค. 2548 11:16
  1. จากประสบการณ์จริง เด็กเป็นลูกของเพื่อน อ่านหนังสือเหมือนเด็กป.1 และเท่าที่สังเกตุปัญหาของเด็กมาผู้ปกครองไม่มีเวลาดูแล ส่งลูกให้อยู่กับญาติผู้ใหญ่ ที่ไม่สนใจเด็ก เลี้ยงเด็กด้วยเกมส์คอมฯ บ้าง ทีวีบ้าง ตัวการ์ตูนบ้าง แล้วเด็กก็ต้องย้ายโรงเรียนค่อนข้างบ่อย เนื่องจากเรียนไม่ทันเพื่อน เมื่อเด็กมีปัญหาครอบครัว ก็จะต่อเนื่องไปถึงการเรียน ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9

6 ก.พ. 2548 12:31
  1. มีเด็กที่จบป.6อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้เยอะแยะ (ต่างจังหวัด) เพราะอะไรนะหรือ มีเหตุผลมากมาย ครูมีงานที่ต้องรับผิดชอบไม่ใช่สอนอย่างเดียวเหมือนในกรุงเทพฯ หนังสือราชการมีแต่ด่วนที่สุด ด่วนที่สุด แล้วคิดดูใครสอนเด็ก อาจารย์ 2 ระดับ 7 เยอะแยะไปไม่สอนหนังสือเด็กวันๆ นั่งคอยแต่เมื่อไหร่จะได้เงินประจำตำแหน่ง เงินเดือนเยอะ แต่ทวงความเจริญของประเทศขาติบ้านเมือง ครูไม่สอน เด็กมันจะรู้เองได้อย่างไร ขาวบ้านร้องเรียน บางคนไม่ได้คิดว่าเป็นความผิดตอนเองเลย ย้ายไปโรงเรียนอื่น ไม่มีการปรับปรุงพฤติกรรม เด็กก็ต้องรับกรรมต่อไป

ความคิดเห็นที่ 10

3 เม.ย. 2548 20:16
  1. วันหนึ่งเมื่อปี พ.ศ.2544 ผมมีความจำเป็นต้องสอนเด็กชาวเนปาล ลูกหลานพระพุทธองค์(เขานามสกุล ศากยะ นามสกุลเดียวกับเจ้าชายสิทธัตถะ) เนื่องจากผมไม่เคยสอนภาษาไทยแก่เด็ก ๆ มาก่อน ผมจึงไปเดินหาหนังสือหนังสือชั้นประถม หรืออนุบาลที่ว่าด้วยการ ประสมคำ ก + ะ = กะเหมือนที่เคยเรียนมาก่อน ปราฎว่าไม่มีแม้แต่เล่มเดียว ผมไปที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนประจำจังหวัด คิดว่าคงมีแน่ ๆ เพราะสอนผู้ใหญ่ไทยให้หนังสือไทยก็ต้องมีหนังสือแบบนี้แน่นอน เจ้าหน้าที่ก็ดีเหลือหลาย รื้อหาดูแม้กระทั้งลังเก็บของเก่าในห้องน้ำ ปรากฎว่าไม่มีสักเล่มเดียว ผมมานั่งนึกว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย หรือปีศาจกลับชาติมาเกิด นั่นคือ เมื่อประมาณเกือบสี่สิบปีมาแล้ว คุณหลวอะไรคนหนึ่ง เกิดความคิดพิเรนทร์อะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ แต่งหนังสือภาษาไทยให้เด็กประถมเรียนโดยอ่านเป็นคำ ๆ เหมือนภาษาอังกฤษ หรือภาษาจีน ปราฏกว่าถูกถล่มจนต้องเก็บเข้าคลัง ทั้ง ๆ ที่พิมพ์หนังสือออกมาตั้งมากมาย อยู่ ๆ เกิดโผลมาอยู่ในโรงเรียนอีก ได้ผลจริง ๆ ยิ่งกว่าผีหลอก เด็กวิ่งหนีภาษาไทยกันอุตลุด ในที่สุดเด็ก อ่าน เขียนภาษาไทยไม่ได้(ไม่ถูก กับไม่ได้ ต่างกันนะครับ) ผมขอย้ำว่า เด็กไทย อ่านเขียนภาษาไทยไม่ได้ ทีนี้พาลไปถึงภาษาพูด พลอยฟ้าพลอยฝนไปด้วย จริง นะครับ ภาษาไทยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่การเขียน การอ่านต้องอ่านออกด้วยการสะกดคำ การผันตัวอักษร การผันวรรณยุกต์ เพราะมันตายตัวอย่างนั้น เมื่ออ่านออกแล้วเอาไปผสมคำ ผสมประโยคให้เกิความหมายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง คำ ๆหนึ่งจะอยู่ที่ไหน ๆ ก็เขียนอย่างนั้น อ่านอย่างนั้น ผมไม่ค่อยรู้ภาษาอังฏฤษ แต่พอบอกได้ว่า ซี เอ อาร์ อ่านว่า คาร์, ซี เอ ที อ่านว่า แค็ด, ซี เอ อา ที อ่านว่า คาด เอาแน่นอนไม่ได้ว่า สระเอ จะอ่านว่าอย่างไร ของไทยไม่ต้องยกตัวอย่าง เสือ ว่าอย่าง เสื่อ ว่าอย่าง เสื้อ ว่าอย่าง ผันอักษรได้ ผันวรรณยุกต์ได้ จะแลปว่าอย่าไรก็ต้องว่าอีกที ก + า อ่านว่ากา อีกา ปากกา กากะบาด ตีนกา กาหัว ก็ ก อา กา ทั้งนั้น ไม่เห็น จะเป็น แก เป็น กู ไปได้เลย อย่าไปโทษครู โทษการวัดผล โทษเด็ก โทษโรงเรียน หรือเทวดา นางฟ้าที่ไหน ต้องได้(ตั้งใจที่จะใช้คำนำหน้าว่าไอ้)คนที่ลงนามในหนังสือคำสั่งให้สอนแบบเป็นคำ ๆ มาลงไทษให้สาสม แล้วเด็กไทยจะดีขึ้นเอง แน่จริงไหมละ แน่จริงช่วยบอกทีว่าใครลงนามในหนังสือคำสั่งให้จัดการเรียนการสอนแบบนั้น จะได้ออกชื่อเวลากรวดน้ำถูก

ความคิดเห็นที่ 12

5 เม.ย. 2548 16:41
  1. ยังอยู่ในแวดวงรอยต่อของเด็กป.6 และม.1 ครับ จึงเห็นสภาพจริงดังกล่าวของเด็กที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ถ้าโรงเรียนเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ควรแก้ปัญหาในระดับม.1ได้บ้าง เพราะไม่เช่นนั้นเหมือนวัวพันหลัก โยนกันไปกันมา ลูกหลานใครที่ไหนที่อ่านไม่ออก บวกเลขไม่ได้ ลูกหลานเราทั้งนั้นช่วยเหลือแกเถิดครับ นิสัยรักการอ่านก็จะตามมาเอง(1ใน100ก็ยอมสู้) ช่วยเถิดครับ ปีนี้ มากกว่า250,000คนที่จบป.6 จะได้เรียนหมดไหมหนอ อีกกี่คนที่ยังอ่านไม่ออกครับ

ความคิดเห็นที่ 13

6 เม.ย. 2548 07:13
  1. ตอนนี้มีเห็นมีหนังสือสอนแบบสะกดตัวมีวางขายหลายเล่มแล้วนี้ครับ ซื้อมาให้เด็ก ป.6, ม.1 ฝึกพักเดียวอ่านออกแน่นอน เด็ก ๆอยากอ่านหนังสือออกจะตาย แกชอบอ่านการ์ตูน พวกเก่งภาษาไทย ช่วยกันแต่งตำราประเภทนี้ ขายถูก ๆ บ้างซิครับ คิดว่าเอาบุญ ***ลิขสิทธิ์หนังสือแบบเรียนภาษาไทยมีผลต่อเรื่องการอ่านหนังสือไม่ออก หรือไม่*** พวกชอบวิจัยช่วยที ผมว่าคำตอบของเรื่องนี้น่าจะชี้ทิศทางอะไรได้บ้างกระมัง

ความคิดเห็นที่ 14

24 เม.ย. 2548 12:40
  1. เป็นครูสอนระดับ ม.1มาหลายปีแล้ว นักเรียน 450 คนจะมีอ่านหนังสือไม่ออกเขียนหนังสือไม่ได้ประมาณเกือบ 30 คน ที่เหลือบางครั้งอ่านออกเขียนได้ก็ไม่มีทักษะในเรื่องการจับใจความสำคัญ เรียกว่าอ่านไปเรื่อยๆ อ่านจบถามอะไรก็ไม่รู้เรื่อง คิดไม่เป็น อ่อนใจมาก จับกลุ่มกับเพื่อนครูด้วยกัน ตั้งชุมนุมพัฒนาการอ่านการเขียน ก็ไม่ค่อยจะยอมมาเรียน นักเรียนที่มีปัญหาเกือบทั้งหมด จะขี้เกียจเรียนด้วย น้อยครั้งจะมีนักเรียนให้เราภาคภูมิใจสักคนที่เขาจะร่วมมือกับเราแก้ปัญหา ปีการศึกษานี้กำลังรวบรวมแบบฝึกอ่าน เขียน จะขอบคุณมาถ้าใครอ่านพบจะส่ง email มาให้ ถือว่าเป็นวิทยาทานนะคะ จะได้มีแบบฝึกใหม่ๆให้เด็ก

ความคิดเห็นที่ 15

25 เม.ย. 2548 09:48
  1. คุณ คนไม่ชอบโทษใค ครับ ชื่อของคุณกับแนวคิดของคุณ ไม่สอดคล้องกันเลยนะครับ คุณบอกว่า ...คนที่ลงนามในหนังสือคำสั่งให้สอนแบบเป็นคำ ๆ มาลงไทษให้สาสม แล้วเด็กไทยจะดีขึ้นเอง... ...แน่จริงไหมละ แน่จริงช่วยบอกทีว่าใครลงนามในหนังสือคำสั่งให้จัดการเรียนการสอนแบบนั้น จะได้ออกชื่อเวลากรวดน้ำถูก...

ความคิดเห็นที่ 16

25 เม.ย. 2548 10:17
  1. เมื่อประมาณเกือบสี่สิบปีมาแล้ว คุณหลวอะไรคนหนึ่ง เกิดความคิดพิเรนทร์อะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ แต่งหนังสือภาษาไทยให้เด็กประถมเรียนโดยอ่านเป็นคำ ๆ เหมือนภาษาอังกฤษ หรือภาษาจีน ปราฏกว่าถูกถล่มจนต้องเก็บเข้าคลัง ----------------------------------------------------------------- ถ้าทำตามวิธีการของคุณหลวงจนจบกระบวนการ ก็อาจจะดีก็ได้ เพราะมันเป็นวิธีการทางธรรมชาติ คือมองโครงสร้างภายนอกก่อน และจำให้ได้ว่านี้คือใคร หรือนี่คืออะไร แล้วจึงไปดูรายละเอียดทีหลัง ว่า หญิงหรือชาย สูงตำ ดำขาวอย่างไร แนวคิดก็คือให้เด็กจำคำ ข้อความ ประโยคให้ได้ ซึ่งคำหรือข้อความที่จะนำมาให้เรียนก็ใช้อยู่ในชีวิตประจำวันซึ่งมีไม่มากนัก แล้วให้เรียนผสมคำทีหลัง วิธีการนี้ ครูซึ่งเคยเรียนมาแบบเดิม ไม่ยอมรับ และไม่ยอมศึกษาวิธีการสอนแบบนี้ให้เข้าใจลึกซึ้ง ปฏิเสธลูกเดียว จึงเกิดการล้มเหลว ผมก็เรียนมาแบบประสมคำ แต่เมื่อได้ฟังเหตุผลของอีกฝ่ายหนึ่ง ก้คิดว่ามันเข้าท่า แต่ก็ไม่มีโอกาสที่จะได้ทดลอง

ความคิดเห็นที่ 17

25 เม.ย. 2548 12:31
  1. ผมไม่ได้กล่าวโทษใคร ๆ นะครับ(แปลว่ากล่าวโทษหลายคน) ผมโทษคน ๆ เดียว ที่บอกว่า ***ถ้าทำตามวิธีการของคุณหลวงจนจบกระบวนการ ก็อาจจะดีก็ได้ เพราะมันเป็นวิธีการทางธรรมชาติ*** ผมเข้าใจครับ เพราะเป็นวิธีคิดที่เห็นว่าคนทั้งประเทศ เหมือน ๆ กัน และภาษาไทยมีธรรมชาติเหมือนภาษาอังกฤษ เด็กแถวบ้านผม อ่านคำว่า **แว่น** กับ **แหวน** ให้ครูที่ไปจากภาคอื่นเข้าใจได้ ต้องคอยจนครูคนนั้นแต่งงานกับคนแถวข้าง ๆ โรงเรียน วันหมั้นกันนั่นแหละ เจ้าบ่าวแกจึงจึงหยิบ **แว่น** ได้ **แหวน** ตรงตามที่พ่อเจ้าสาวต้องการ ความหมายไม่ต้องพูดถึงครับ ถ้าไม่พูดภาษาชาวบ้าน ชื่อแกเอง เด็กก็ไม่รู้จัก ครูเรียก **เด็กหญิงขจีรัตน์ พ่อมาหาค่ะ** ตะโกนจนคอแห้ง ไม่มีใครได้ยิน พอเรียกว่า **อีเขียว พ่อเรียก** วิ่งออกนอกห้อง ไม่ต้องให้เตือนซ้ำสอง เห็นใจครูบ้านผมที่อยากจะมีผลงานกับเขาบ้าง ไม่ผ่านการประเมินเพราะ **คุณหนูขจีรัตน์**กับ**อีเขียว** นี้แหละ ผู้บริหารระดับสูงท่านว่า นอกจากสอนเด็กไม่รู้เรื่อง แล้วยังพูดหยาบอีกต่างหาก ผู้ปกครองว่า ครูอะไรไม่รู้ ให้เรียกลูกนิดเดียวทำยักท่า ไม่เรียกซักที ไปเรียกใครก็ไม่รู้อยู่ตั้งนาน ดีแต่แม่มันออกลูกยาก เลยได้ไปถึงบ้านแม่หมอ

ความคิดเห็นที่ 18

25 เม.ย. 2548 13:56
  1. อ่านแล้วน่าทึ่ง อนาคตประเทศชาติไทย...

ความคิดเห็นที่ 19

25 เม.ย. 2548 16:17
  1. ***ในยุคปฏิรูปการศึกษานี้ สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าคุณเตรียมเงินไว้ 1,000 บาท เพื่อทดสอบว่าเด็กนักเรียนของรัฐ โรงเรียนที่ไม่มีนักเรียน พุทธปนอยู่เลย ว่าจบ ป.6 รอบนี้ใครอ่านหนังสือพิมพ์หัวสีได้คล่อง 10 คน รางวัลเท่ากัน คนละร้อยสำหรับคนที่อ่านได้คล่องนั้น เห็นที่คุณอาจจะไม่ต้องจ่ายตังค์เลยด้วยซํ๊าไปครับ ****้

ความคิดเห็นที่ 20

17 พ.ย. 2548 11:53
  1. เพราะนักเรียน อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ จึงเขียนหนังสือไว้ ๑๐ เล่ม แจกลูกแบบเก่า ตั้งแต่ แม่ กา ถึงแม่กบ มีภาพประกอบเป็นการ์ตูนขาวดำ ( ภาพแบบสังเขป ) พิมพ์แล้ว ๒ เล่ม โดยสำนักพิมพ์ธารปัญญา ชื่อ ก กา , ก ไก่ ป่า ส่วน ก ไก่ เถื่อน ( แม่ กง - แม่ กบ ) ยังไม่ได้พิมพ์ ตัวอย่างที่เขียน ( แม่ กน ) แม่ กน ตัวสะกด น ณ ร ล ฬ ญ ก จ ด ฎ ต ฏ บ ป อ กัน กาน กิน กีน กึน กืน กุน กูน เก็น เกน แก็น แกน กน โกน ก็อน กอน ก็วน กวน เกียน เกียน เกือน เกือน เกิน เกิน ข ฃ ฉ ถ ฐ ผ ฝ ส ษ ศ ห ขัน ขาน ขิน ขีน ขึน ขืน ขุน ขูน เข็น เขน แข็น แขน ขน โขน ข็อน ขอน ข็วน ขวน เขียน เขียน เขือน เขือน เขิน เขิน ค ฅ ฆ ง ช ฌ ซ ท ฑ ธ น ณ พ ภ ฟ ม ย ญ ร ล ฬ ว ฮ คัน คาน คิน คีน คึน คืน คุน คูน เค็น เคน แค็น แคน คน โคน ค็อน คอน ค็วน ควน เคียน เคียน เคือน เคือน เคิน เคิน กัน จัน ดัน ตัน บัน ปัน อัน ขัน ฉัน ถัน ผัน ฝัน สัน หัน คัน งัน ชัน ซัน ทัน นัน พัน ฟัน มัน ยัน รัน ลัน วัน ฮัน วัน จันทร์ ( จัน ) ครู ใหญ่ ว่า วัน นี้ จะ เล่า เรื่อง ตา จัน ให้ ฟัง นะ ครับ ตา จัน เป็น คน เก่า แก่ ของ ดง ไก่ ป่า แก อยู่ ทาง เหนือ ของ โรง เรียน เรา ตา จัน ปัน ยา ดี มี ภรรยา ( พัน ระ ยา ) ชื่อ ป้า ผัน พอ ถึง วัน ใหม่ ใกล้ รุ่ง เช้า ไก่ โต้ง ก็ โก่ง คอ ขัน ดัง เอก อี๊ เอ้ก ๆ ตา จัน คว้า ยา สี ฟัน ขัน น้ำ มา ล้าง หน้า แปรง ฟัน ที่ โอ่ง น้ำ ใกล้ บัน ได ป้า ผัน ภรรยา แก ก็ ก่อ ไฟ ควัน โขมง อยู่ ใน ครัว จะ แกง คั่ว หัว มัน วัน หนึ่ง ตา จัน ไป ฟัน เถาวัลย์ ( เถา วัน ) ที่ พัน ต้น ไม้ ใหญ่ ใกล้ หน้า ผา ชัน ( ปัน – แบ่งให้ ) แก ฟัน เถา วัลย์ ทั้ง วัน จน ได้ เถา วัลย์ เยอะ แยะ และ เว ลา ก็ ใกล้ ค่ำ พอ ดี ทัน ใด มี เสือ โคร่ง ตัว ใหญ่ โผล่ มา จะ ขย้ำ ( ขะ หย้ำ ) ตา จัน ตา จัน จะ ทำ อย่าง ไร วัน พรุ่ง นี้ หรือ วัน มะ รืน ครู จะ เล่า ให้ ฟัง ต่อ นะ ครับ หนังสือนี้อาจจะช่วยได้บ้างหรือไม่ อยู่ที่วิธีการเทคนิคการสอนของครูและสติปัญญาของนักเรียน ที่จะเป็นบัวประเภทใด โทร 055 610003 055 690016

ความคิดเห็นที่ 21

17 พ.ย. 2548 12:22
  1. ขออภัย แก้เป็น โทร 055 601003

ความคิดเห็นที่ 23

15 ธ.ค. 2548 16:35
  1. แหมกระทู้นี้พูดกันมาเกือบ 2 ปีแล้ว ระดับการอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ก็มากขึ้นเรื่อย ๆ นโยบายอันสวยหรูของผุ้หลักผู้ใหญ่ที่มีอำนาจสั่งนั่นแหละ คงอยากให้มีเปอร์เซ็นการจบ ป.6 ม.3 หรือ ม.6 มากขึ้นเรื่อย ๆ ก็เลยมาบังคับครูห้ามให้นักเรียนตก ถ้าตกมากเป็นความผิดของครู ว่าเข้าน่าน แทนที่จะจับเด็กเรียนซ้ำชั้นเหมือนสมยก่อน แต่หลักการแบบนี้เป็นการลงโทษครูนะ แล้วครูที่ไหนจะไปให้ตก ส่งมันผ่านไปเลยจะดีกว่า เมื่อไรจะกลับไปใช้หลังกสูตรเก่า ๆ ให้ซ้ำชั้น ม.ปลายต้องห้ามตกแม้แต่วิชาเดียวห้ามเอาคะแนนวิชาอื่นมารวมให้ได้ 50% ไม่งั้นซ้ำชั้น วิธีนี้น่าจะแก้ได้ เด็กจะได้เอาใจใส่มากขึ้น ไม่บ้าเทคโนโลยี จนไม่มีวิญญาณ

ความคิดเห็นที่ 26

31 ธ.ค. 2548 19:08
  1. เคยถามนักศึกษาภาคค่ำที่เป็นครูอยู่โรงเรียนประถม เธอเล่าให้ฟังว่า นักเรียนในโรงเรียนของเธอมี 6 ชั้น ตั้งแต่ชั้น ป. 1 - ป.6 แต่ครูมีอยู่ 3 คน นักเรียนมีอยู่ประมาณ 60 - 70 คน เวลาสอน โรงเรียนก็เลยแบ่งคู่เป็น ป.1 -ป.2, ป.3 - ป.4, ป.5- ป.6 แล้วก็ผลัดสอนชั้นละ 1 ชั่วโมง คือถ้าเป็นคู่แรก ก็จะสอน ป.2 ก่อน 1 ชั่วโมงแล้วให้งาน แล้วเธอก็จะไปสอน ป. 1 อีก 1 ชั่วโมง แล้วก็กลับมาสอน ป. 2 เป็นอย่างนี้ทุกวัน แต่ละวันแค่ดูแลไม่ให้ตีกันก็แย่แล้ว แล้วจะสอนอะไรได้ แล้วส่วนกลางก็กำหนดหลักสูตรมากมาย งานธุรการอีกมากมาย ยังไม่นับงานในท้องถิ่นที่หน่วยงานต่าง ๆ มาขอให้ครูไปช่วยทำนั่นทำนี่ แล้วยังเรียกประชุมถี่ยิบอีกล่ะ แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปเตรียมสอนและก็สอนเด็ก แล้วโรงเรียนที่มีครูแค่ 3 - 4 คนทั่วประเทศเยอะมาก นั่นเป็นสาเหตุที่หนึ่งที่ทำให้เด็กประถมไม่ได้เรียนอะไรเลย ไม่ใช่แค่เพียงไม่ได้เรียนภาษาไทยเท่านั้น สาเหตุที่สองคือตำราเรียนภาษาไทยอย่างที่มีครูอาจารย์หลายท่านแจงแล้ว สาเหตุคือเอาธรรมชาติของภาษาอื่นมาใช้สอนภาษาไทย ถ้าหากว่าวิธีการสอนให้สะกดคำอย่างเดิมดีอยู่แล้ว กระทรวงศึกษาฯ เปลี่ยนทำไมให้สับสน และระยะเวลา 10 กว่าปีมานี้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการทำลายรากเหง้าวัฒนธรรมของไทยที่รุนแรงที่สุด เกิดเป็นคนไทยแต่อ่านภาษาไทยไม่ได้ อ่านไม่ออก ไม่รู้ความหมาย และไม่รู้เรื่อง ยังคิดว่าดีกันอยู่อีกหรือ ถึงวันนี้ ดีไม่ดี ครูรุ่นใหม่เองก็ยังอ่านจับใจความไม่ได้ด้วยซ้ำ สาเหตุที่สามคือนโยบายของกระทรวงที่คิดได้อย่างไรว่าถ้าครูสอนแล้วเด็กตกไม่ได้ ก็เด็กไทยนั้นเป็นเด็กที่ผู้ใหญ่เลี้ยงลูกไม่เป็นกันมากมาย พ่อแม่ปู่ย่าตายายสปอยเด็กจนเด็กเสียนิสัย เอาแต่ใจ ไม่หมั่นเพียร พอมาถึงโรงเรียนจะหวังครูเป็นที่พึ่งก็ห้ามครูลงโทษ ห้ามตกซ้ำชั้นเสียอีก ครูก็ต้องเอาตัวรอดกันทั้งนั้น ใครจะยอมผิดวินัย ในเมื่อนักเรียนที่มาเรียนก็เป็นลูกคนอื่นทั้งนั้นที่ไม่เอาไหน สาเหตุที่สี่คือคุณภาพของครูเอง สมัยตั้งแต่ประมาณ 30 ปีก่อนจนถึงปัจจุบัน คนเรียนเก่งก็ไปเรียนหมอ เรียนวิศวะ เรียนมหาวิทยาลัยกันหมด เด็กเรียนไม่เก่งแต่พอมีตังค์อยู่บ้างไม่มากนักก็จะมาเรียนครู แต่เดี๋ยวนี้ถึงไม่เก่งและไม่มีตังค์ก็ไม่เรียนครูกันแล้ว (เด็กเรียนไม่เก่ง แต่รวยก็จะไปเรียนนอก) เดี๋ยวนี้เราเลยมีครูที่ไม่ค่อยฉลาด เห็นแก่ตัว เห็นแก่ความสบายส่วนตัว ไม่ค่อยมีจริยธรรมมากมายเต็มประเทศ ครูไม่เก่ง แล้วจะสอนให้เด็กเก่งได้อย่างไร เป็นไปได้ยาก ส่วนใหญ่ที่เด็กเรียนเก่งสมัยนี้เป็นเพราะพ่อแม่พอรู้เรื่องเลยขวนขวายหาให้ทั้งนั้น แล้วเด็กที่อยู่บ้านนอก พ่อแม่ก็ไม่รู้เรื่องจะเอาเด็กที่ไหนมารู้เรื่อง รู้ภาษาใครเขามาหลอกอะไรก็เชื่อหมดกันทั้งนั้น สรุปว่าถ้าใครมีลูก แล้วอยากให้เรียนเก่ง ถ้าพ่อแม่รู้เรื่องหน่อยคงต้องเรียนโฮมสกูล แต่ถ้าไม่สามารถสอนได้ ส่งไปเรียนนอกเสียตั้งแต่เด็กถ้าจะดีกว่าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 27

Karine!!
5 ม.ค. 2549 23:28
  1. ทีทุกท่านว่ามาก็เป็นไปได้ทั้งนั้น แต่นี่เป็นอีกมุมหนึ่งค่ะ อาจมีไม่มากนักที่จะเจอ แต่ก็อยากให้ได้สังเกตกัน บางทีเด็กบางคนอ่านหนังสือไม่ออก เพราะข้อนี้ก็ได้ LD คนที่มีความบกพร่องในการเรียนรู้ เด็กทีมีความบกพร้องในการเรียนรู้ อาจอ่าน เขียน หรือบวกลบเลขไม่รู้เรื่อง ไม่ใช่เขาไม่รู้ แต่เพราะเขาไม่สามารถทำได้เนื่องจากคงความผิดปกติในร่างกาย เขาจะไม่สมารถแสดงว่าเขารู้ ได้เท่าที่เขารู้จริงๆ กล่าวก็คือ แม้เขาจะมีสมอง 80 ส่วน แต่เขาก็แสดงออกมาให้เราเห็นได้แค่ 50 ส่วน เขาอาจอ่านหนังสือไม่ออก แต่เขาเรียนรู้ได้จากการฟัง เสมือนคนตาบอดนั่นล่ะค่ะ ...คนเรามีกระบวนการคล้ายคอมพิวเตอร์ มีInput Process and Output ถ้าเราInputเขาด้วยการให้เขาอ่าน เขาก็จะProcessไม่ได้ แล้วเขาก็จะไม่สามารถ Output ได้ กลายเป็นเด็กที่ไม่สามารถอ่าน ไม่สามารถเขียน และไม่สามารถเรียนได้ในที่สุด

ความคิดเห็นที่ 28

6 ม.ค. 2549 13:39
  1. ปรึกษาครู ลินลี่ ซิครับ เธออาจจะช่วยได้............เรื่องการอ่านภาษาไทย ดูเธอเป็นครูสอนภาษาไทยที่มีความสามารถมากนะครับ

ความคิดเห็นที่ 29

21 ม.ค. 2549 19:19
  1. ถ้าเด็กที่อ่านหนังสือไม่ออกน่าเป็นเด็กที่อยู่ตามชนบท ถ้าเป็นอย่างนี้ควรที่จะกระจายการสอนหนังสือแก่เด็กให้มากๆนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 32

25 ก.พ. 2549 12:25
  1. มันมีปัญหาแบบนี้จริง หลายคนถามว่าครูประถมปล่อยมาได้อย่างไร ในฐานะเป็นครูประถม จะเล่าให้ฟัง ครูในโรงเรียนมี 4 คน เปิดสอนชั้น อ.1-ป.6 แล้วครูต้องทำงานธุรการสารพัด เดี๋ยว อบต.ให้ร่วมกิจกรรมนั้นบ้าง อนามัยให้ร่วมกิจกรรมนี้บ้าง เขตให้จัดกีฬา ให้ร่วมกิจกรรมวันสำคัญต่างๆ ฯลฯ แต่ละหน่วยงานมุ่งหวังให้ทางโรงเรียนจัดทำให้ทั้งนั้น แต่ไม่มีฝ่ายไหนลงมาช่วยอย่างจริงจังเพราะถือว่า ร.ร.เป็นนิติบุคคล คงประมาณนั้น ไม่ทำก็ไม่ได้ ครูก็น้อย เงินงบประมาณรายหัวก็น้อย ครูนาฎศิลป์ต้องไปสอนอังกฤษ ครูคอมฯ สอนวิทย์ อังกฤษ ไทย ครูพละ ก็สอนการงานฯ อะไรไม่รู้ต้องสอนไม่ตรงกับความสามารถ ไม่ใช่ครูไม่พยายามแต่ถึงอย่างไรก็สู้ครูที่จบเอกโดยตรงไม่ได้ ทุกอย่างมาประดังอยู่ที่ ร.ร. ประถม คนที่ไม่ได้อยู่ ร.ร.ประถม ไม่มีวันเข้าใจ ว่าพวกเราประสบชะตากรรมอะไรบ้าง ลำบากยากเย็นแค่ไหน สอนก็พยายามสอนให้เต็มที่เท่าที่ทำได้ แต่ด้วยข้อจำกัดหลายๆเรื่องอย่างที่บอกมาทำให้ทำได้ไม่เต็มที่ ให้ตกก็ไม่ได้ พ่อแม่บางคนก็ไม่สนใจลูก แถมตอนนี้ยังสั่งให้โรงเรียนทำเวบไซต์ เวลาก็ต้องน้อยลงไป ครูไม่ได้มีคอมพิวเตอร์ที่บ้านทุกคน ต้องใช้เวลาราชการทำงานเวลาเรียนก็ไม่พอโอ้ยปัญหาโลกแตก ครูถึงอย่างจะเออรี่กันหมด ไม่อยากเป็นครูแล้ว เบื่อระบบการศึกษาไทย ทำไมไม่จัดครูให้ครบชั้นเรียน มีครูธุรการสังคนจะได้ไม่ต้องเสียเวลาสอนนักเรียนก็จะได้เรียนอย่างเต็มที่ใครว่าครูประถมลองมาเป็นครูประถมดูบ้างแล้วจะรู้ อยากลาออกวันละหลายๆ หน ครูประถม

ความคิดเห็นที่ 33

25 ก.พ. 2549 16:04
  1. ไม่ใช่แค่เด็ก ป.6 ค่ะ เด็กระดับมหาวิทยาลัยเดี๋ยวนี้คุณไม่ต้องไปตั้งข้อสงสัยเลยว่าเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งหลายปีทำไมใช้การไม่ได้ คุณไปดูได้เลยเดี๋ยวนี้แค่ภาษาไทยก็แย่แล้ว ดิฉันเป็นอาจารย์สอนมหาวิทยาลัย เวลาตรวจข้อสอบอัตนัยเดี๋ยวนี้จะเป็นไข้ไปประมาณ 2 วัน เพราะบางครั้งเวลาตรวจข้อสอบไม่ใช่อ่านว่าเด็กตอบมาตรงกับคำถามที่ถามไปหรือไม่ แต่ต้องมาคอยดูด้วยว่าเขาเขียนว่าอะไร คุณเชื่อไหมเด็กมหาวิทยาลัยบางคน ความสามารถทางภาษาไทยของเขาเทียบได้ประมาณเด็ก ป.1-2 และเดี๋ยวนี้จะมีวิธีดูงานที่สั่งให้นักศึกษาทำส่ง ถ้าเป็นงานที่ลอกมาล้วนๆ จะสามารถใช้ภาษาได้อย่างดี ทั้งไวยากรณ์ การสะกด การเรียบเรียง ถ้าเขียนมาแบบผิดๆถูกๆ เขียนวกไปวนมาแปลว่าทำเอง ซึ่งจากการที่ดิฉันเคยได้คุยกับผู้ใหญ่ที่ทำงานในกระทรวงศึกษาท่านหนึ่ง และท่านยืนยันว่าเดี๋ยวนี้เขาสอนภาษาไทยแบบภาษาอังกฤษ คือให้อ่านเป็นคำๆ จริงๆ แต่ตัวดิฉันเองไม่เคยเห็นตัวแบบเรียนปัจจุบัน ได้แต่งงงผลลัพธ์ที่ปลายทางเท่านั้นเอง

ความคิดเห็นที่ 34

3 มี.ค. 2549 07:47
  1. 55++

ความคิดเห็นที่ 35

3 มี.ค. 2549 15:10
  1. จริงเป็นที่สุด นักเรียนที่เรียนจบม.6 อ่านหนังสือไม่คล่อง เขียนคำยาก ๆ ไม่ได้ บวก ลบ คูณ หาร ยังไม่ได้ แต่จบ ม.6 เพราะระบบบังคับว่าต้องจบ ไม่โทษใคร แต่ท้อใจและละอายใจที่เป็นครู รู้อยู่แก่ใจทุกอย่างแต่ทำอะไรไม่ได้ต้องยอมปล่อยให้จบไป สงสารพ่อแม่ ที่ส่งลูกมาเรียนแล้วลูกไม่มีความรู้ สงสารเด็กที่จบแล้วแต่ไม่มีความรู้พอที่จะไปทำอะไรได้

ความคิดเห็นที่ 101

26 มี.ค. 2551 10:10
  1. เพิ่งเข้ามาอ่าน โดนใจค่ะ เป็นดรูมัธยมที่ได้รับผิดชอบนักเรียนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ 40 กว่าชีวิต ปัจจุบันกำลังจะจบ ม.3 ขอบอกว่าตอนรับหน้าที่ใหม่ๆ ทุกข์ใจมากๆ ว่าจะช่วยนักเรียนได้อย่างไร เรียกเด็กมาทดสอบทีละคน (ที่โรงเรียนจะมีระบบคัดกรองก่อนแล้วจัดไว้เป็นห้องพิเศษโดยเฉพาะเลย) เด็กแต่ละคนมีปัญหาไม่เหมือนกัน ใช้วิธีโบราณค่ะให้อ่านทุกวัน ทุกคน แบบตัวต่อตัว วันเสาร์ให้มาเรียนพิเศษสอนหลักการอ่าน (ทฤษฎี) แล้วก็ปฎิบัติ ทำอยู่อย่างนี้ หนึ่งปี เห็นผลค่ะ แล้วก็ต่อใน ม.2 ม.3 ตอนนี้อ่านได้ทุกคนแต่อาจมีบางคนที่คล่องน้อยกว่าคนอื่นๆ บ้าง (อาการเดิมมันสาหัสน่ะ)  พื้นฐานของเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนเป็นที่สติปัญญา (ไอคิวต่ำ อันนี้ไม่ได้ลงความเห็นเอง แต่ผู้ปกครองพาไปพบแพทย์ค่ะ) บางคนพ่อแม่ ผู้ปกครองที่ดูแลเด็กก็อ่านไม่ออก (ส่วนใหญ่ด้วย) มันจึงเป็นปัญหาที่เกิดจากตัวเด็กเอง ครอบครัว แล้วก็หลักสูตร อีกอย่างการที่ครูทำผลงานเลื่อนตำแหน่งมันก้ฒีส่วนนะ ไม่ได้ว่าครูด้วยกันหรอก แต่ครูต้องทำผลงานเพื่อปากท้องตัวเอง การเอาใจใส่มันก็หย่อนยานไปบ้าง(เข้าใจค่ะหัวอกครูด้วยกัน) แล้วก็เรื่องจริงที่เด็กต้องจบ ป.6 อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ต้องให้จบ เคยคุยกับเพื่อนสมัยจบใหม่ เพื่อนบ่นเด็กอ่านไม่ออกไม่ให้จบโดนครูใหญ่เรียกไปว่า ครูใหญ่ถามไปเรื่อยจนมาถึง เด็กอ่าน ก ข ได้ไหม เพื่อนตอบว่าได้ค่ะ คำตอบที่ไดรับคือ นั่นแหละเด็กอ่านได้แล้วต้องให้จบ โอ๊ย!  ปวดใจจริงๆ เศร้าใจกับการศึกษาของไทย คุณครูทั้งหลายอย่าทอดทิ้งเด็กเลยนะคะแม้เขาจะอ่านไม่ออก อ่านไม่เก่ง ถ้ามีโอกาสได้พบเด็กประเภทนี้ ช่วยเถิดค่ะเราทำบุญกันนะคะ ช่วยให้เขาอ่านออกมันต่ออายุเขานะ วันที่นักเรียนสอบปลายปี ม.3 ไปยืนดูเด็กที่มีปัญหาการอ่านมากๆ เห็นเขาแล้วมีความสุข ท่าทางอากัปกิรายาในขณะทำข้อสอบในตอนนั้นกับตอน ม.1 มันต่างกันมาก ตอน ม.1 จะนั่งตาลอย ไม่รู้เรื่อง คงจะเดาๆ กับคำตอบ แต่ตอน ม.3 นี่ เขาดูคล่องตั้งใจทำข้อสอบมาก แม้สติปัญญาเขาจะไม่ดีแต่จบ ม.3 แล้วนะ

ความคิดเห็นที่ 102

noontoon7
21 เม.ย. 2551 14:56
  1. นายสมคิด  ขุนทองนุ่ม  ศึกษานิเทศก์เชี่ยวชาญสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาพิษณุโลก เขต 1

    http://www.pl01.org/km/modules.php?name=News&file=article&sid=146

    ลิ้งค์ข้างบนนี้เป็นอีกแนวคิดหนึ่งที่เสนอปัญหาเกี่ยวกับการอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ที่น่าสนใจมาก


ความคิดเห็นที่ 103

สิง
2 มิ.ย. 2551 21:54
  1. นักเรียน ป.6 อ่านหนังสือไม่ออก ....

    ผมลองสรุป สาเหตุ ที่ท่านทั้งหลายกล่าวไว้... สาเหตุจาก...ครู  เด็ก  ระบบวิธีการประเมินผล ผู้ปกครอง  หลักการสอนแบบจำเป็นคำๆ  และอื่นๆ...

    ครู  จำนวนน้อยเกินไป  ต้องสอนหลายวิชา  ต้องทำหน้าที่หลายอย่าง ขาดความสามารถเฉพาะวิชา  รายได้น้อยต้องใช้เวลาส่วนหนึ่งไปหารายได้เพิ่ม...

    เด็ก ไม่ตั้งใจเรียน ขาดสติปัญญา  ไม่เห็นความสำคัญของการเรียน ขาดแบบอย่างที่ดี

    วิธีการประเมินผล  ไม่มีการปรับตกซ้ำชั้น เพียงแค่สอบซ้อมแล้วให้ผ่าน...

    ผู้ปกครอง ขาดความรู้ ไม่ติดตามผลการเรียนของเด็ก  ไม่เป็นแบบอย่างที่ดี

    หลักการสอน แบบจำเป็นคำๆ แบบประสมคำ หรือแบบผสมประสานกัน ถึงจะดี ...

    และมีผู้เสนอวิธีแก้ไข คือ ความเห็นที่ 67 ,92 ,96 ,98 ,100,101

    ครับ...การอ่านออกเขียนได้  เป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างหนึ่ง ในการค้นคว้าหาความรู้


ความคิดเห็นที่ 108

20 ก.ย. 2551 20:32
  1. ไม่ต้องโทษใครทั่งนั้น  แต่ทุกฝ่ายมาช่วยกันดีกว่า


ความคิดเห็นที่ 109

jong2771
29 ก.ย. 2551 00:19
  1. ทุกความเห็นก็เห็นด้วย แต่เสริมอีกเรื่องคือ งานวิจัยที่ต้องทำให้ได้ตามสมมติฐาน  ถ้าผลไม่ได้ตามนั้นจริงก็ต้องปรับคะแนนเอาเองเพื่อให้ลงตัวตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ เพราะส่วนมากเป็นงานวิจัยเพื่อให้จบหลักสูตรหรือวิจัยเพื่อผลประโยชน์ทางความก้าวหน้า  ไม่เป็นการวิจัยเพื่ออยากรู้ข้อเท็จจริง เช่น เมื่อ 10 ปีที่แล้วลูกผมเรียนที่โรงเรียนสาธิต ม.เกษตรศาสตร์ ทางโรงเรียนได้ทำการวิจัยเรื่อง การอ่านเป็นคำหรือประโยคจะได้ผลดีกว่าการสอนแบบแจกลูกสะกดคำ โดยไม่วิเคราะห์ผลข้างเคียงคือ ผู้ปกครองทุกคนยอมรับในชื่อเสียงของสถาบันและผู้ปกครองที่ส่งลูกเข้าเรียนทุกคนก็มีความพร้อมเกือบทุกด้าน  เมื่อเทียบกับนักเรียนที่เรียนโรงเรียนวัดเด็กอนุบาลอ่านหนังสือได้แต่ลูกของผู้ดีเรียนโรงเรียนสาธิตอ่านไม่ออก  สิ่งที่ทำให้การวิจัยไม่เป็นจริงคือผู้ปกครองจ้างครูมาสอนพิเศษเรื่องการอ่าน หรือสอนเอง ทำให้ผลการวิจัยนี้ไม่เป็นไปตามความจริง  ถ้าอยากได้ผลที่เป็นจริงควรไปทำในโรงเรียนที่ผู้ปกครองไม่พร้อมนั่นแหละจะได้ผลใกล้เคียงที่ต้องการ


ความคิดเห็นที่ 110

4 ต.ค. 2551 19:26
  1. จริงสิเพื่อนผมเองชื่อตรีเนตร

ความคิดเห็นที่ 111

7 ก.พ. 2552 14:48
  1. สวัสดีครับ  กระผมขอแสดงคสามเห็นสักเล็กน้อย  เรื่องการที่เด็กอ่านหนังสือไม่ออก  1.เทคนิคการสอนของครู 2.ตัวนักเรียนเองไม่ตอบสนองความรู้  3.นักวิชาการของประเทศไทยเอาแนวการสอนของคนต่างประเทศมาใช้พรำเพรื่อเพื่อเป็นผลงานของตนเองโดยการบังคับให้ครูต้องใช้วิธีการสอนของเขา ทำให้เด็กห่วยแตก ครูน้ำตาตก 4.เราคนไทยมีภาษาเป็นของตนเองเราควรใช้วิธีสอนของเราเองแต่โบราณ มาสอนจะดีมากๆ ส่วนวิชาอื่นๆจะสอนวิธีไหนก็ช่างหัวนักวิชาการมัน ถ้าเด็กอ่านออกทุกก็ไปได้สวย 5.ควรหันมาหยิบหนังสือของท่านอำมาตย์โท พระยาวิภาชน์วิทยาสิทธิ์ (สังข์ พุกกะเวส) แบบหัดอ่านหนังสือไทย มาใช้ได้แล้ว ช่วยกันปัดฝุ่นกันหน่อย เดี๋ยวเด็กไทยจะอ่านได้คล่องปรื้อ  หรือหนังมานี มานะ เจ้าแก่ก็ยังดี        ไม่กี่ปีมานี้สงสารเด็กไทยที่ต้องทนทุกข์ทรมารกับการเรียนภาษาไทยแบบ มปภ.(มั่วไปพรางๆ) วาดแต่กระรอกมาส่งครู ครูติดไว้ที่ข้างฝา ชื่นชมความงาม แต่เด็กอ่านไม่ออกเพราะไม่มีหนังสือให้  โอ้ประเทศไทย         ที่กล่าวมาต้องลงโทษ  ผู้บริหารเบื้องสูง และนักวิชาการที่คิดเลอะเทอะ         สรุป  ควรใช้หนังสือดังที่กล่าวข้างต้นมาสอน ป.1 และชั้นต่อๆไป คนไทยจะได้ไม่โง่  อย่าปล่อยให้ลูกๆให้ ทีวีสอน  หรือให้เนตสอน แล้วลูกของท่านจะไม่เป็นอะไรเลย  เพราะณุ้จากทีวีแล้วไม่ต้องอ่านก็ได้  ควรสอนให้ลูกรักการอ่าน หาหนังสือการ์ตูนสนุกๆให้ลูกอ่าน แข่งขันอ่านให้แม่ฟัง และมีรางวัลปลอบใจ  เท่านี้ก็พอแล้ว          ด้วรักและห่วงใย 


ความคิดเห็นที่ 112

22 ก.พ. 2552 15:39
  1. หนูมีเพื่อนคนหนึ่งค่ะ ชื่อปาล์ม แต่เราก้ไม่ได้รู้จักกันหรอกค่ะ ที่จริงเค้าจะอยู่ ม.2 นะคะแต่สมองเค้ายังเป็น ป.3 อู่เลยค่ะ และปัจจุบันนี้ อยู่ ป.5 โรงเรียนอนุบาล้อยเอ็ด จ.ร้อยเอ็ดค่ะ เค้าน่าสงสารมากเลยนะคะ เป็นออทิสติกรึเปล่าหนูก็ไม่แน่ แต่ถ้าคุณเป็นเพื่อนของปาล์มเค้า คุณจะคิดยัไงคะ สงสารหรือรังเกียจ ส่วนหนูสงสารเค้าค่ะ ไปก่อนนะคะอย่าซีเรียสกับเรื่องนี้กนมากนะคะ

ความคิดเห็นที่ 113

4 มี.ค. 2552 23:22
  1. ในมุมมองครูขยายโอกาสคนนึง.. ต้องยอมรับว่าระบบการศึกษา..ที่ไม่ให้เด็กซ้ำชั้นนั้น เป็นการ หนีปัญหา .. เพราะถ้ามีเด็กต่ำกว่าเกณฑ์ขึ้นมา ไม่ใช่ว่าครูขี้เกียจซ่อมเสริมนักเรียนหรือว่ายุ่งยากอย่างไร แต่จะต้องรายงานไปยังต้นสังกัดอีกด้วย .. ทีนี้ ผู้บริหาร หรือโรงเรียน จะกลายเป็น ไม่มีประสิทธิภาพในภาพรวม  ก็ส่งผลให้เป็นที่รู้กันว่าเรียนโรงเรียนนี้  นักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ - -* ครู น้อยหรือ จะทำอะไรได้มากไปกว่านี้อีกอีกอย่าง..ที่ต่างจากในเมืองใหญ่ หรือโรงเรียนเอกชน หรือโรงเรียนในกรุงเทพ คือ  ถ้าให้เด็กนักเรียน ติดศูนย์ หรือซ้ำชั้นได้ แน่นอนว่า..พ่อแม่ผู้ปกครองคงจะย้อนมองที่บุตรหลานของตนเอง ว่าเกิดอะไร  โรงเรียนมีศักยภาพพอที่จะไม่ต้องแคร์ในเรื่องนี้ ต้องพูดตรงๆ เพราะปกติก็แทบจะแย่งกันเข้าโรงเรียนดังๆจะแย่..แต่ตามต่างจังหวัดไม่ใช่.. เพราะ กฎหมาย ผูกโรงเรียนและการจัดการเรียนการสอน .. ให้เกี่ยวเนื่องกับชุมชน  .. สมัยนี้ ตีไม่ได้ ลงโทษมากไม่ได้ เด็กไม่เชื่อฟัง เด็กไม่ทำการบ้าน ไม่อ่านหนังสือ..ถามว่าใครบังคับ.. ถ้าลูกหลานเค้าไม่ได้เลื่อนชั้น ถามว่าใครมีปัญหา.. บทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้นำชุมชน ..ค่ะ เต็มที่.. บางที่เข้าใจ มันก็ไปพร้อมๆกันได้ .. บางที่ไม่เข้าใจ.. พาลูกหลานท่านย้ายออก ออกแล้ว ย้ายเข้ามาใหม่ ..ผ่านไปเป็นปี ไอ้ที่แย่แล้ว..แย่กว่าเดิม-*-  กลับมา มันก็ต่อไม่ติด อ่านไม่ออกยังไง ..ก็อยู่อย่างนั้น.. ภาษาอังกฤษหรือ ครูไม่รู้ทำยังไง.. เด็กมันอ่านกันไม่ออก.. สอนรื้อให้ใหม่เน้นอ่านเน้นพูด.. แต่เวลานำไปใช้จริง หรือวัดผล.. เด็กต้องนำเนื้อหา การอ่านการเขียน ไวยากรณ์ ซึ่งผลสัมฤทธิ์ที่ออกมามันก็แย้งอีก ..ครูห้ามตี = ความไม่กลัว ไม่เกรง ไม่เคารพครูอาจารย์แล้ว = การเรียนที่แย่ลง = การถีบส่งให้ผ่านชั้นไป - -* สังคมไทยกับการอลุ่มอล่วย .. +ของฟรี..มันได้มาง่าย ไม่มีใครรักษาไว้เรียนฟรีทำให้เด็กส่วนหนึ่ง..ขอย้ำว่าส่วนหนึ่ง(แต่ก็เป็นส่วนที่ทำให้เด็กส่วนใหญ่มีปัญหาเหมือนกัน) ไม่เห็นคุณค่าของหนังสือ หรือการเรียน..ทิ้งๆ ขว้างๆไม่ได้ขวนขวายอยากเรียน เหมือนตอนเสียเงิน..ไม่กลัวการถูกให้ออก.. และยังจะขยายให้มันมากขึ้นทำไม..-*- ที่โรงเรียน.. เด็กนักเรียนเผาสมุดหนังสือ เพราะถือว่าไม่ใช่ของมัน!! เผาเล่นสนุกสนานเพราะเริ่มวัยรุ่น  เพราะยังเด็กจึงยังไม่รู้คุณค่าของเงิน ..เดี๋ยวพ่อแม่ก็ชดใช้ .. ครูเล่าทำอย่างไรได้ ... ห้ามตีไม่ใช่หรือ .. ให้ทำงาน มันไม่ทำ!! แจ้งผู้ปกครอง ทางบ้านบอก..อยู่บ้านไม่เป็นนะคะ ลูกเค้าเป็นเด็กดี..- - ไม่ได้ทำผิดร้ายแรงชกต่อยตบตี ..จะให้ออกหรือ ...แล้วมันได้อะไรเล่า ..เด็กนักเรียนก็ยังแห่ไปโรงเรียนเอกชน .. ที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอยู่ดี.. เพราะเรียนฟรี มันไม่เห็นคุณค่า..


ความคิดเห็นที่ 114

lekda
12 เม.ย. 2552 12:47
  1. อ่านของทุกคนและคิดตามว่าจะทำอย่างไร เพราะก็ครูเหมือนกัน ที่ทุกคนบอกมาใช่เลย เพียงแต่ว่าจะเป็นมุมไหนเท่านั้น  อยากเป็นครูนอกกรอบจริงๆ  จะลองดีมั๊ยเนี่ย  ไม่สอนตามหลักสูตรหรืออ้างอิงทฤษฎีเลิศลอยของใคร  เอาแบบเห็นปัญหาอะไรตามแก้แบบของใครก็ของใคร  (กู)ทำ(กู)ใช้(กู)เอง ดีกว่า....ขอโทษที่ใช้ภาษาสมัยพ่อขุนราม  เพราะเหนื่อยกับสารพัดหลากหลายเทคนิคที่นักวิชาการประเดประดังมาให้ครู  ให้อบจนกรอบจนดำก็ไม่เห็นจะมีผลอะไรดีขึ้น  ขอกลับไปใช้หลักสูตร 2503 จะดีกว่ามั๊ง ไอ้ที่ดูถูกว่า "เลข คัด เลิก" ในระดับประถมนั่นแหละ  ก็เห็นได้ดีมาตั้งมากมายหลายคน  หรือใครว่าไม่จริง เคยได้ยินไหมที่ว่าครูสมัยก่อน  จบแค่ ป.4 ก็เป็นครูได้   จะแย้งก็ไม่ว่ากันนะ  ขอแค่เหตุผลรับฟังได้ก็โอเค


ความคิดเห็นที่ 116

24 มี.ค. 2553 11:26
  1. อย่าว่าแต่ป.6 เลยค่ะ ขนาดเด็กปวช 2 แล้วยังท่อง ก-ฮ ไม่ได้เลย แล้วสมัยนี้มาตรฐานของการท่อง ก-ฮ คืออะไร ทำไมไม่ใช่มาตรฐานเดียวกันในการเรียน บางคน ท่อง ก.เอ๋ย ก.ไก่ ข.อยู่ในเล้าบ้างไม่อยู่ในเล้าบ้าง ญ.ผู้หญิงสวยงาม อะไรอย่างนี้ ถ้าแต่ละโรงเรียนไม่มีมาตรฐานแบบนี้ ต่อไป การเขียนการพูดภาษาไทยก็วิบัติหมดสิค่ะ แล้วอีกอย่างเด็กสมัยนี้สอนแบบสบายเกินไป ถ้าเป็นไปได้อยากให้รัฐบาลส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาไทยให้มาขึ้นกว่าเดิม ไปส่งเสริมแต่การเรียนภาษาต่างประเทศจนลืมภาษาประเทศตนเองอย่างนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันน่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 117

20 เม.ย. 2553 07:47
  1. จริง จะสิ้นชาติก็อันนี้แหละ เด็กอ่านไม่ออก เขียนมั่ว จริง ๆ มีโรงเรียนบางแห่ง ไม่ว่าจะเอกชนหรือรัฐบาล เห็นแก่ตัวจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 118

3 พ.ค. 2553 16:42
  1. คิดถึงครูทุกคนเลยเช่นครูสุทธาวดี

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น