ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 8 ธ.ค. 2553 (18:35) ลองคิดดูว่า อาจมีหลายความคิดที่เป็นแบบนี้
๑ สำหรับเด็กที่ต้องการเรียนเฉพาะวิชาหลัก เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ (แหมแต่ภาษาตัวเองนี่กลายเป็นของด้อยค่าไปเรียบร้อย) ก็คิดว่า เป็นการดี ไม่เสียเวลา เพราะจะทำให้เขาใช้เวลาในวิชาหลัก ที่จะส่งผลกับการเรียนในอนาคตมากขึ้น เขาก็อาจคิดว่าเป็นข้อดี
๒ บางคนรู้สึกเบื่อหน่ายกับการเรียน การสอนประวัติศาสตร์ เพราะมีแต่การท่องจำ ไม่สร้างสรรค์เลย
เขาก็เห็นด้วยที่เลิกสอนได้
๓ บางคนบอกว่า รู้สึกอายที่เป็นคนไทย (ขออย่าให้มีคนคิดแบบนี้เลย) สู้ฝรั่ง ญี่ปุ่น เกาหลี และต่อไปอาจจะคิดว่า เวียดนาม เขมร ดีกว่า ก็ได้ ก็เลยไม่อยากรู้ที่มาของตน
คิดแค่สามข้อ ก็เศร้าจับใจ
หน้าใหม่
ร่วมแบ่งปัน1102 ครั้ง - ดาว 55 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 9 ธ.ค. 2553 (07:10) มีหลายคนบอกว่า การมี BOI ในประเทศ เป็นการส่งเสริมการลงทุนของต่างชาติ ให้เกิดการจ้างงาน เศรษฐกิจเดินสะพัด สมัยที่ นายก ฯ คนปัจจุบันเคยเป็น รมต สำนักงานนายก ฯ สมัยของ นายก รมต ที่ชื่อชวน ก็ดูแลเรื่อง BOI
บางคนบอกว่า BOI เป็นการเปิดบ้านให้คนอื่นเข้ามาใช้น้ำ ใช้ไฟ ใช้ถนน ใช้แรงงาน (แม้จะจ่ายค่าแรงราคาถูก) ฟรีๆ แล้วส่งเงินกลับไปบ้านเขาเอง แบบสบายใจเฉิบ
คนที่หนุน BOI บอกว่า มัวแต่เล่นตัว ก็ระวัง เวียดนามจะดึงคนไปลงทุนหรอก
ก็ลองไปดูสิ จะเห็นว่า ประเทศไหนจะง่ายดายเหมือนเมืองไทย เป็นไม่มีแล้ว
เมืองไทยง่ายจริงๆ โดยเฉพาะคนที่อยู่ระดับบริหารงานประเทศ อะไรก็คุยกันได้
ตราบใดที่เรายังไม่มีคนที่บริหารงาน ซึ่งเลิกคิดแต่เรื่องตนเอง และพรรคของตนเอง (พรรคก็มีเพื่อสนองตอบตนเองนั่นแหละ) ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์ในเรื่องทรัพย์สินเงินทอง หรือ ยศถาบรรดาศักดิ์
เราก็จะต้องวนเวียนซ้ำซากกับเรื่องช้ำใจไม่หมดสิ้น นโยบายทั้งหลายทั้งปวง ตั้งแต่เรื่องเศรษฐกิจ การเมือง สังคม การศึกษา มันไม่ได้เกิดจากความต้องการในการพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง
เพลงที่เขาร้องว่าวิญญาณปู่จะร้องไอ้ลูกหลานจัญไรนั้น ช่างแต่งได้เหมาะสมจริงๆ เพราะเหมือนว่าคนยุคนี้จะเลิกให้ความสำคัญ และ ไม่คิดจะเกรงใจ บรรพชนที่เขาสละเลือดเนื้อ วิญญาณ ทรัพย์สินเพื่อปกป้องประเทศชาติไว้เลย
หน้าใหม่
ร่วมแบ่งปัน1102 ครั้ง - ดาว 55 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 9 ธ.ค. 2553 (08:39) เวลาถามเกี่ยวกีบประวัติศาสตร์ของชาติเด็กชาติอื่นเขายืดอกตอบอย่างฉาดฉาน แต่เด็กไทยเลี่ยงหนีทีละคนสองคนในที่สุดไม่มีคนตอบเลยสักคน อายหรือไม่รู้กันแน่นะ
tkesmala@yahoo.com (IP:111.84.40.103)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 9 ธ.ค. 2553 (09:30) เพราะชาติอื่นเขาเน้นให้คนในชาติเห็นความสำคัญของประวัติศาสตร์ต่างหาก ว่ามีความสำคัญกับเชื้อชาติของตนเอง มีส่วนในการสร้างความเป็นชาติ
ไม่ได้สอนเพื่อให้นักเรียนเรียนเพื่อตอบข้อสอบได้ แล้วสอบผ่านโดยถือเป็นหลักสูตรหนึ่งของการเรียนการสอน
เหมือนกับ การสอนพระพุทธศาสนา ซึ่งเคยอยู่ในวิชา ศีลธรรม (เรื่องการเมือง สอนในวิชาหน้าที่พลเมือง)
คล้ายๆ กัน นักเรียนเรียนเพื่อท่องว่า อริยสัจจ์สี่ คืออะไร มีอะไรบ้าง ศึลห้าข้อมีอะไรบ้าง
สมัยเด็ก เคยเรียนหนังสือในโรงเรียนที่เป็นของคริสต์ศาสนา ตอนเช้าจะเรียนวิชาชื่อว่า Moral เป็นเวลา ครึ่ง ชม.ทุกเช้า เรียนโดยไม่ได้สอบ ครึ่ง ชม.นั้น สอนเรื่องเกี่ยวกับศาสนาคริสต์ สอนเรื่องราวที่เป็นตำนาน ของพระเยซู ก่อนกินข้าวกลางวัน ก่อนกลับบ้านจะต้องสวดมนต์ศาสนาคริสต์ เดชะ พระนาม พระบิดา .... แบบนั้น จนป่านนี้ สี่สิบกว่าปีแล้วยังจำได้เลย คิดดูสิ
เวลาประเทศอื่นเขาร้องเพลงชาติ เขาจะยืนตรงให้ความเคารพ ในขณะที่ประเทศไทย มักจะมีคำถามว่า ทำไมต้องเปิดเพลงชาติตอนแปดโมงเช้า หกโมงเย็นด้วย แล้วยังมีความพยายามจะแปลงเพลงชาติเป็นลีลาอื่น (กะจะเป็นทาสเขาให้ได้ในชาตินี้มั้ง)
หน้าใหม่
ร่วมแบ่งปัน1102 ครั้ง - ดาว 55 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 9 ธ.ค. 2553 (10:05) ไม่ใช่เรื่องน่าอายที่เราพูดได้แต่ภาษาไทย ที่มีพยัญชนะ ๔๔ ตัวอักษร มีการผันเสียงวรรณยุกต์ ได้ห้าระดับเสียง สามารถออกเสียงได้ชัดเจนทุกระดับของเสียง ร้องเพลงลูกทุ่งที่มีเอื้อนได้ ชัดเจน (เพลงชาติอื่นทำไม่ได้ทุกชาติ และยังไม่เห็นชาติไหน ที่จะมีลีลาลูกคอแบบนี้ได้)
เพียงแต่จะต้องเป็นตัวของตัวเอง และปรับสิ่งที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตนเอง
ไม่ต้องพูดหลายภาษา ไม่ต้องเป็น ดร. ไม่ต้องไปเรียนนอก ไม่ต้องไปเกิดที่ต่างประเทศ (แล้วกลายเป็นนายกอิมพอร์ตในเวลาต่อมา) ไม่ต้องมีวาทะเด็ด เถียงไม่เคยแพ้ใคร (แต่ทำไม่เคยเอาไหน) แต่ว่าเป็นคนที่มีศีลธรรม รู้จักหน้าที่ มีความละอายต่อการทำบาป อกุศลกรรม และทำชั่ว ก็น่าภูมิใจแล้ว
หน้าใหม่
ร่วมแบ่งปัน1102 ครั้ง - ดาว 55 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 9 ธ.ค. 2553 (10:49) ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบเรียนประวัติศาสตร์ของชาติไทยเท่าไรนัก ไม่ใช่เพราะไม่รักชาติ แต่เป็นเพราะผมคิดว่า ประวัติศาสตร์ไทยที่สอนในชั้นเรียนมักนำเสนอความจริงเพียงด้านเดียว
ในบทเรียนมักกล่าวเพียงว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ แล้วมักตามด้วยข้อสรุปเพียงว่าเพราะเค้ารักชาติ เราควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง หรือสำนึกในบุญคุณของเขาเหล่านั้น
ทำให้ผมสงสัยว่า ประวัติศาสตร์ชาติเรามีแต่เรื่องของฮีโร่เท่านั้นหรือ เรื่องอื่นๆ มันหายไปไหนหมด
ผมมองว่าการเรียนประวัติศาสตร์มีประโยชน์อยู่ 2 อย่าง 1 คือ เพื่อให้ภาคภูมิใจในความเป็นชาติ รักชาติ 2 คือ เพื่อเรียนรู้อดีต โดยเฉพาะที่เป็นข้อผิดพลาด เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติตนในปัจจุบัน และวางแผนอนาคต
แต่การเรียนการสอนของเรา (ในระดับมัธยม) มักกล่าวถึงเพียงด้านดี (เพื่อให้ภูมิใจ) แต่กลับหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงความผิดพลาดในอดีต การเรียนประวัติศาสตร์จึงเหลือเพียงท่อง จำ และนำไปสอบ ไม่จำเป็นต้องคิดวิเคราะห์ใดๆ พียงแค่เชื่อตามที่หนังสือเขียนไว้ก็พอ
ผมไม่ได้โทษคนที่คิดหลักสูตร เพราะประวัติศาสตร์มักเป็นเช่นนี้ คือ ถูกเขียนโดยผู้ชนะ ซึ่งเป็นธรรมดาที่จะต้องบันทึเรื่องที่ดีของตนไว้ และหลีกเลี่ยงการบันทึกเรื่องไม่ดี
เพียงแต่ในหลายประเทศ การศึกษาประวัติศาสตร์มีแง่มุมมากกว่านำเรื่องที่บันทึกไว้มาบอกต่อ เพราะนักประวัติศาสตร์จะเปรียบเเทียบบันทึกต่างๆ ของประเทศตนเอง กับประเทศอื่นๆ การเรียนการสอนก็ไม่ได้พูดถึงแต่เรื่องดีๆ แต่ยังนำความผิดพลาดในอดีตมาสอนและให้เด็กวิเคราะห์ เพื่อหาแนวทางว่าทำอย่างไรจะไม่ทำผิดซ้ำรอยคนในอดีต ซึ่งก้ไม่เห็นว่าจะทำให้เยอาวชนของเค้ารักชาติน้อยลง
อย่างไรก็ตามผมไม่ได้เหมารวมว่านักประวัติศาสตร์ชาติไทยจะหลับหูหลับตาเชื่อสิ่งที่บันทึกไว้โดยไม่ตรวจสอบเลย เพียงแต่การศึกษาประวัติศาสตร์ในลักษณะคิดวิเคราะห์นั้น มักไม่ปรากฏในการเรียนระดับพื้นฐาน เช่น ระดับมัธยม หากจะบอกว่าเป็นเพราะผู้เรียนยังเด็กเกินกว่าจะเข้าใจเรื่องราวซับซ้อนของสังคม ผมคิดว่านั่นเป็นการดูถูกเด็ก แล้วจะมาบอกภายหลังว่าเด็กคิดวิเคราะห์ไม่เป็นทำไม เพราะในเมื่อตอนที่สอนพื้นฐานไม่ได้สอนให้คิด แต่สอนให้จำ
พูดมาเสียยืดยาว เพียงเพื่อจะบอกว่า ผมไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกการสอนวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทยเลยแม้แต่น้อย แต่กลับอยากให้จริงจังกับการสอนมากกว่านี้ ไม่ใช่สอนให้จำ และสอบ เท่านั้น หากทำได้การเรียนประวัติศาสตร์คงน่าสนใจ และสนุกสนาน มากขึ้น
Ouroboros
ร่วมแบ่งปัน2435 ครั้ง - ดาว 306 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 11 ธ.ค. 2553 (08:25) ตอนที่ยังเป็นเด็กๆ ก็มีความเห็นไม่ต่างไปจากคนยุคนี้เท่าไหร่ มักจะมองเห็นสิ่งที่เราเป็นอยู่ว่าล้าหลัง และเชยสิ้นดี ความเป็นไทยไม่เข้มข้นเอาเสียเลย
ไปโง่ (กว่าวัวควายหลายเท่า) หลงปิติกับภาพลวงของเทคโนโลยี ความเจริญทางวัตถุของประเทศตะวันตกอยู่นับสิบปี
กว่าจะมาคิดทบทวนเรื่องที่ควรคิดได้เมื่อหลายสิบปีก่อนก็เล่นปลายทางของชีวิตเสียแล้ว
นั่งมองคนยุคปัจจุบัน แล้วก็เริ่มรู้สึกเสียดายเวลาแทน (ทั้งที่ไม่ใช่หน้าที่) สมัยพุทธกาลเราจะพบว่าคนสมัยนั้นสามารถบรรลุอรหันต์กันได้ไม่ยากเย็น สิ่งต่างๆ ที่เป็นอิทธิฤทธิ์ของพระอรหันต์ หรือ โสดาบัน หรือ ผู้ปฏิบัติจนเข้าถึงฌานระดับสูงๆ เราอาจมองด้วยสายตาคนสมัยนี้ว่า เป็นเรื่องเล่า และไม่อาจเป็นไปได้ตามเหตุผลทางวิทยาศาสตร์
แต่ทำไมเราไม่คิดในอีกมุมหนึ่งว่า วิทยาศาสตร์ที่เราปลื้มกันเป็นนักหนานั้น เป็นเพียงสิ่งที่เรารู้ เมื่อเทียบสัดส่วนแล้วมันน้อยนิดนักหนา หากเทียบกับสิ่งที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติ ในจักรวาล หรือ นอกระบบสุริยะที่เราอาศัยอยู่ เราสรุปด้วยความรู้เหมือนกับกบในกะลาว่าสิ่งที่เราไม่เคยรู้ เป็นเรื่องไม่มีอยู่จริง แล้วก็พยายามนำทฤษฎีที่ถูกสอนมา (อย่าบอกว่าระลึกได้เอง) อธิบายสิ่งเหล่านั้น เป็นคุ้งเป็นแคว
สมัยพุทธกาลอาจนับเป็นยุคทองของความเจริญของคนก็ได้ ความเจริญในที่นี้คือจิตใจ และสำนึกที่เป็นสามัญ และเมื่อเวลาผ่านมาจนยุคนี้ ความเจริญค่อยๆ เสื่อมถอยลงไป พร้อมกับความเจริญทางวิทยาการที่เพิ่มขึ้น คนยุคนั้นเขาอาจรู้อะไรกว่ายุคนี้มากมาย แต่เขาไม่ติดกับของสิ่งสมมติภายนอก และไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องทุ่นแรงในการเอื้อความสะดวก เขาทำได้เอง
ในการที่คนสมัยนี้จะปลื้มไปกับสิ่งใด ของประเทศไหน ก็จงอย่าได้ลืมความเป็นจริงข้อหนึ่ง ชาติอื่นนั้นไม่ว่าเขาจะเรียนประวัติศาสตร์กันมาแบบไหนก็ตาม แต่ไม่มีใครเขาเห็นประเทศอื่นดีกว่าประเทศเขาเอง ไม่มีใครเขาโง่พอที่จะไปเอาดีของเขาให้คนอื่น ดังนั้นเราก็อย่าได้ไปโง่เขลา คิดว่าเขาดี เขาอยากให้เราปลื้มเพราะเขาต้องการขายของให้เรา เอาเงินเราไป ชักจูงทางความคิดให้เราเป็นทาสความคิดเขาโดยไม่รู้ตัว
หากประเทศที่คุยว่าตัวเองดี และเรายังมองว่าเขาดี น่าอยู่ (แต่กลับมาหากินเมืองไทยกันเป็นแถว) ก็ลองรับพวกอพยพที่ไม่มีบ้านอยู่และไม่เห็นประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจไปอยู่บ้านตัวเองบ้างสิ อย่าเลือกแต่ชาติที่ มีความสามารถในเชิงภาษา เพื่อใช้งานได้ในประเทศเขา หรือ เลือกเฉพาะพวกที่เป็นหัวกระทิ เรียนหนังสือเก่ง เพื่อนำไปเป็นทรัพยากรบุคคลในประเทศเขา ซึ่งเขามองว่า ประเทศเขานั้นไม่มีทรัพยากรอะไรหรอก นอกจากคน
หน้าใหม่
ร่วมแบ่งปัน1102 ครั้ง - ดาว 55 ดวง