การใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำภาษาไทย สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑

บทคัดย่อ


 


         การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อหาประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและ การเขียนสะกดคำภาษาไทยตามเกณฑ์มาตรฐาน  ๘๐/๘๐  และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น  รวมทั้งเพื่อศึกษาความ      พึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำภาษาไทย  ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ได้แก่  นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่    ภาคเรียนที่    ปีการศึกษา  ๒๕๕๓  โรงเรียนบ้านห้วยสมบูรณ์  อำเภอรัตภูมิ  จังหวัดสงขลา  จำนวนทั้งสิ้น  ๒๒  คน  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่  แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำภาษาไทยสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่    แผนการจัดการเรียนรู้  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำภาษาไทย  วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้การหาค่าประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะ (E1/E2)  การทดสอบสมมุติฐาน  t-test Dependent  ค่าเฉลี่ย  ( ) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)


         ผลการวิจัย  พบว่า  แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำภาษาไทย  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่    ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพเท่ากับ  ๘๔.๙๔/๘๖.๘๒  ซึ่งสูงกว่าสมมติฐานที่ตั้งไว้  นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังจากใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและ       การเขียนสะกดคำภาษาไทยสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  ๐.๐๑  โดยมีคะแนนเฉลี่ยของคะแนนหลังเรียนเท่ากับ  ๒๖.๐๕  และนักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนการสอนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะการอ่านและการเขียนสะกดคำภาษาไทยโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด







แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น