กรด-เบส

ถ้าเราต้องการทดสอบว่าสารนี้มีสมบัติเป็นกรดหรือเบส แต่ว่าสารนี้ไม่ละลายน้ำ เราจะทดสอบยังไงคะ ขอบคุณค่ะ


ความคิดเห็นที่ 396


19 ก.ย. 2553 09:03
  1. 1. กรดอินทรีย์ หมายถึงกรดที่ได้จาก พืช สัตว์ หรือจุลินทรีย์ เช่น กรดน้ำส้มหรือกรดแอซีติก กรดมดหรือกรดฟอร์มิก วิตามินซีหรือกรดแอสคอบิก น้ำมะนาวหรือกรดซิตริก เป็นต้น กรดอินทรีย์ มีสูตร ทั่วไปเป็น R - COOH 2. กรดอนินทรีย์ หมายถึงกรดที่ได้จากแร่ธาตุ เช่น กรดกำมะถันหรือกรดซัลฟิวริก กรดเกลือหรือกรดไฮโดรคลอริก กรดดินประสิวหรือกรดไนตริก เป็นต้น กรดอนินทรีย์ แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ 2.1 กรดไฮโดร เป็นกรดที่ประกอบด้วย ไฮโดรเจน และอโลหะ เช่น HCl HI HBr HF การอ่านชื่อกรดไฮโดร จะอ่านคำว่าไฮโดรนำหน้า แล้วตามด้วยชื่ออโลหะ เปลี่ยนท้ายเสียงเป็นอิก เช่น HCl อ่านว่า กรดไฮโดรคลอริก HBr อ่านว่า กรดไฮโดรโบรมิก HCN อ่านว่า กรดไฮโดรไซยานิก กรดในชีวิตประจำวัน สารละลายที่มีสมบัติเป็นกรดที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ สารที่ใช้ในการ ทำความสะอาด เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาฟอกขาว บางชนิดใช้สำหรับปรุงแต่งอาหาร ให้มีรสเปรี้ยว เช่น น้ำส้มสายชู ซึ่งมีส่วนประกอบที่สำคัญคือ กรดน้ำส้ม หรือกรดแอซิติก ซึ่งเป็นกรดที่มาจากพืช ละลายน้ำได้ดี ไม่มีสี มีกลิ่นฉุน ผสมในอาหารเพียงเล็กน้อย จะไม่เป็นอันตราย น้ำส้มสายชูที่ใช้บริโภคแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1. น้ำส้มสายชูหมัก ได้จากการหมักธัญพืช ผลไม้ หรือน้ำตาลกับส่าเหล้า ให้เป็นแอลกอฮอล์แล้วหมักต่อไปด้วยเชื้อน้ำส้มสายชูจนกลายเป็นกรดน้ำส้ม น้ำส้มสายชูชนิดนี้มีรสกลมกล่อมและมีกลิ่นหอม มีเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ราคาค่อนข้างแพง 2. น้ำส้มสายชูกลั่น ได้จากกการนำเอทิลแอลกอฮอล์เจือจางหมักกับเชื้อน้ำส้มสายชู น้ำส้มสายชูชนิดนี้กลิ่นและรสไม่ดีเท่าน้ำส้มสายชูหมัก แต่วิธีทำง่ายกว่าและใช้ระยะเวลาสั้นกว่า 3. น้ำส้มสายชูเทียม ได้จากการนำกรดน้ำส้มมาทำให้เจือจางโดยผสมกับบน้ำให้มี ความเข้มข้นร้อยละ 4 - 7 และต้องไม่มีกรดแร่ เช่น กรดซัลฟิวริก ผสมอยู่ น้ำส้มสายชูปลอม ได้จากการนำกรดกำมะถันผสมน้ำให้เจือจาง การรับประทาน น้ำส้มสายชูปลอมจะเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินอาหารและตับอย่างมากดังนั้นถ้าสงสัยว่าน้ำส้มสายชู ที่รับประทานเป็นน้ำส้มสายชูปลอมหรือไม่ ควรตรวจสอบโดยวิธีต่อไปนี้ 1. นำผักชีแช่ในน้ำส้มสายชู ถ้าเป็นน้ำส้มสายชูแท้ผักชีจะสดอยู่ได้นานไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นน้ำส้มสายชูปลอม ผักชีจะมีจุด ๆ สีน้ำตาลที่ใบ 2. ทดสอบโดยใช้เจนเชียนไวโอเลต ซึ่งเป็นยาป้ายลิ้นเด็กหรือไช้ทาแผลที่เกิดจาก เชื้อรา นำมาผสมน้ำให้เจือจางประมาณ 100 เท่าแล้วหยดลงในน้ำส้มสายชู 2 - 3 หยด ถ้าเป็น น้ำส้มสายชูแท้ เจนเชียนไวโอเลตจะมีสีม่วงคงเดิม แต่ถ้าเป็นน้ำส้มสายชูปลอมเจนเชียนไวโอเลตจะ เปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อน หรือสีน้ำเงินอ่อน 3. ทดสอบโดยใช้สารละลายแบเรียมคลอไรด์ โดยหยดสารละลายแบเรียมคลอไรด์ลงใน น้ำส้มสายชู 2 - 3 หยด ถ้าเป็นน้ำส้มสายชูแท้จะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงถ้าเป็นน้ำส้มสายชูปลอมที่มาจาก กรดซัลฟิวริกจะเกิดตะกอนสีขาวของแบเรียนซัลเฟต สารละลายที่มีสมบัติเป็นกรดที่ใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน ได้แก่ สารที่ใช้ในการ ทำความสะอาด เช่น น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาฟอกขาว บางชนิดใช้สำหรับปรุงแต่งอาหาร ให้มีรสเปรี้ยว เช่น น้ำส้มสายชู ซึ่งมีส่วนประกอบที่สำคัญคือ กรดน้ำส้ม หรือกรดแอซิติก ซึ่งเป็นกรดที่มาจากพืช ละลายน้ำได้ดี ไม่มีสี มีกลิ่นฉุน ผสมในอาหารเพียงเล็กน้อย จะไม่เป็นอันตราย น้ำส้มสายชูที่ใช้บริโภคแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ 1. น้ำส้มสายชูหมัก ได้จากการหมักธัญพืช ผลไม้ หรือน้ำตาลกับส่าเหล้า ให้เป็นแอลกอฮอล์แล้วหมักต่อไปด้วยเชื้อน้ำส้มสายชูจนกลายเป็นกรดน้ำส้ม น้ำส้มสายชูชนิดนี้มีรสกลมกล่อมและมีกลิ่นหอม มีเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ราคาค่อนข้างแพง 2. น้ำส้มสายชูกลั่น ได้จากกการนำเอทิลแอลกอฮอล์เจือจางหมักกับเชื้อน้ำส้มสายชู น้ำส้มสายชูชนิดนี้กลิ่นและรสไม่ดีเท่าน้ำส้มสายชูหมัก แต่วิธีทำง่ายกว่าและใช้ระยะเวลาสั้นกว่า 3. น้ำส้มสายชูเทียม ได้จากการนำกรดน้ำส้มมาทำให้เจือจางโดยผสมกับบน้ำให้มี ความเข้มข้นร้อยละ 4 - 7 และต้องไม่มีกรดแร่ เช่น กรดซัลฟิวริก ผสมอยู่ น้ำส้มสายชูปลอม ได้จากการนำกรดกำมะถันผสมน้ำให้เจือจาง การรับประทาน น้ำส้มสายชูปลอมจะเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินอาหารและตับอย่างมากดังนั้นถ้าสงสัยว่าน้ำส้มสายชู ที่รับประทานเป็นน้ำส้มสายชูปลอมหรือไม่ ควรตรวจสอบโดยวิธีต่อไปนี้ 1. นำผักชีแช่ในน้ำส้มสายชู ถ้าเป็นน้ำส้มสายชูแท้ผักชีจะสดอยู่ได้นานไม่ต่ำกว่า 1 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นน้ำส้มสายชูปลอม ผักชีจะมีจุด ๆ สีน้ำตาลที่ใบ 2. ทดสอบโดยใช้เจนเชียนไวโอเลต ซึ่งเป็นยาป้ายลิ้นเด็กหรือไช้ทาแผลที่เกิดจาก เชื้อรา นำมาผสมน้ำให้เจือจางประมาณ 100 เท่าแล้วหยดลงในน้ำส้มสายชู 2 - 3 หยด ถ้าเป็น น้ำส้มสายชูแท้ เจนเชียนไวโอเลตจะมีสีม่วงคงเดิม แต่ถ้าเป็นน้ำส้มสายชูปลอมเจนเชียนไวโอเลตจะ เปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อน หรือสีน้ำเงินอ่อน 3. ทดสอบโดยใช้สารละลายแบเรียมคลอไรด์ โดยหยดสารละลายแบเรียมคลอไรด์ลงใน น้ำส้มสายชู 2 - 3 หยด ถ้าเป็นน้ำส้มสายชูแท้จะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงถ้าเป็นน้ำส้มสายชูปลอมที่มาจาก กรดซัลฟิวริกจะเกิดตะกอนสีขาวของแบเรียนซัลเฟต สมบัติของกรด 1.มีรสเปรี้ยว 2.มีธาตุไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบ 3.ทำปฏิกิริยากับโลหะได้แก๊สไฮโดรเจน 4.ทำปฏิกิริยากับหินปูนทำให้หินปูนกร่อน และเกิดแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ 5.เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากสีแดงเป็นสีน้ำเงิน 6.นำไฟฟ้าได้

ความคิดเห็นที่ 395

17 ส.ค. 2553 20:23
  1. อุ้ย เราหลุดมาอยู่ดาวอังคารได้ไง

ความคิดเห็นที่ 394

7 ส.ค. 2553 16:17
  1. คำถาม ผงซักฟอกโดยทั่วไปจะมีค่าความเป็นกรด-เบสประมาณ9.0-10.6ส่วนประกอบที่สำคัญได้แก่อะไรบ้าง

ความคิดเห็นที่ 389

11 ธ.ค. 2552 11:27
  1. ถ้าต้องการทราบว่าสารละลายมีความเป็นกรดมากหรือน้อยจะมีวิธีการทดสอบอย่างไร ช่วยตอบทีคายก็ด้าย

ความคิดเห็นที่ 387

29 ก.ย. 2552 18:18
  1. คาร์บอนไดออกไซด์กับโซเดียมไฮดรอกไซด์เป็นกรดหรือเบสอ่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 386

1 ก.ย. 2552 09:12
  1. ผม•ยากรู้llค่ปs:โ€ชน์v•JสาSa:ลา€กSด•:ครัU

ความคิดเห็นที่ 385

12 ส.ค. 2552 21:15
  1. ต้องการคำศัพท์วิทย์มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆที่สุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ


ความคิดเห็นที่ 383

30 ม.ค. 2552 21:59
  1. ยอดเยี่ยมครับผม


ความคิดเห็นที่ 382

26 ม.ค. 2552 13:31
  1. เปา


ความคิดเห็นที่ 381

24 ธ.ค. 2551 20:31
  1. อยากทราบ "ข้อควรระวังการใช้กรด-เบสค่ะ" ใครทราบช่วยบอกด้วยน่ะค่ะขอบคุณค่ะ


ความคิดเห็นที่ 380

12 ธ.ค. 2551 22:16
  1. เหงื่อเป็นกรด-เบสครับด่วนขอบคุณล่วงหน้า


ความคิดเห็นที่ 379

4 ธ.ค. 2551 11:43
  1. น้อง  Raykungzaza . . . // ผมก็ม.1นะครับกระแก่คือกรดที่แตกตัวได้ ไฮโดรเนียมไออน(ลบ)ได้100เปอเชนนะครับ(ส่วนมากเป็นกรดอนินทรีย์รหือกรดแร่)ส่วนกรดอ่อนจะแตกตัวได้ไม่ถึง100เปอเชนครับ(ส่วนมากเป็นกรดอินทรีย์)

    Raykungzaza (IP:124.120.78.131)  //กรดแก่ ( Strong Acid ) : กรดที่เกิดการแตกตัวไฮโดรเนียมไออน(บวก)ในน้ำได้ 100% จัดเป็นการให้โปรตอนที่ดี เป็นกรดพวกที่มีค่า Ka สูง   ตัวอย่างกรดแก่ ได้แก่ HCl, HNO3 , H2SO4 , HBr , HI , HClO4

ความคิดเห็นที่ 378

28 พ.ย. 2551 10:45
  1. กรด-เบส กรด คือ สารที่มีรสเปรี้ยว เบส คือ สารที่มีรสหวานหรือฝาก

ความคิดเห็นที่ 375

10 พ.ย. 2551 17:45
  1. ในการทำหน้าที่ของ CuSO4 และ  K2SO4  เป็น catalyst ในขณะย่อยแต่งต่างกันอย่างไร  ช่วยตอยหน่อยนะค่ะ 


ความคิดเห็นที่ 374

6 พ.ย. 2551 18:39
  1. อยากทราบว่าถ้าไม่มีกระดาษลิตมัสเเล้วเนี่ย...จะใช้อะไรทดสอบสารความเป็นกรด-เบสเเทนหรอคะ?หาในกูเกิ้ลเเล้ว...ไม่เจอเลยค่ะช่วยบอกหน่อยนะคะตามจริงจะไปซื้อที่ศึกษาพรรณเเต่ไปไม่ทันมันปิดอ่ะค่ะถ้าไม่มีโดนครูด่าเเน่ยังไงก็ช่วยบอกหนูหน่อยนะคะ พลีสส


ความคิดเห็นที่ 372

27 ก.ย. 2551 13:25
  1. ฝนกรดละลายแก๊ซชนิดใดค่ะช่วยตอบหน่อยค่ะ(ด่วน)

ความคิดเห็นที่ 371

20 ก.ย. 2551 16:16
  1. อยากทราบว่ากรด-เบสในชีวิตประจำวันและสิ่งมีชีวิต


ความคิดเห็นที่ 370

11 ก.ย. 2551 13:55
  1. สารที่เป็นกรด-เบส


ความคิดเห็นที่ 369

PLOY_2412
9 ก.ย. 2551 13:06
  1. อาจารย์ให้หาคำศัพท์เกี่ยวกับกรด-เบส ให้มากที่สุด (เค้าบอกว่ามีเป็นร้อย) ช่วยหน่อยได้ไหมคะ  ขอบคุณค่ะ


ความคิดเห็นที่ 367

18 ส.ค. 2551 20:02
  1. ประโยชน์ของสารละลายคืออะไรครับ


ความคิดเห็นที่ 366

12 ส.ค. 2551 10:55
  1. ประโยชน์ค้า ประโยชน์


ความคิดเห็นที่ 365

2 ส.ค. 2551 13:52
  1. อยากรู้สมบัติกรด-เบสอย่างละ20ข้อค่ะ

ความคิดเห็นที่ 364

22 ก.ค. 2551 18:07
  1. ถ้าเราอยากรู้ว่าค่าของphมากว่าหรือน้อยกว่าขึ้นอยู่กับอะไรครับ

ความคิดเห็นที่ 363

20 ก.ค. 2551 16:42
  1. โทษของกรดและเบสคืออะไรคะ

ความคิดเห็นที่ 362

12 ก.ค. 2551 16:57
  1. อยากร้เหมือนกันว่าทำไมน้ำกรดถึงกัดกระจก แต่ไม่กัดดินน้ำมันและสติกเกอร์ ถ้าร้ช่วยตอบหน่อยนะค่ะ ที่ s_5022010208@thaimail.com

ความคิดเห็นที่ 361

8 ก.ค. 2551 23:01
  1. อยากทราบว่า ถ้าเราผสมสารเข้าด้วกันแล้วจะคิดเป็นเปอร์เซนต์ยังไงคะมี HCl1โมล + ซิตริก 40 กรัม + เติมน้ำกลั่นจนถึง1000mlคือทั้งสามตัวนี้จะอยู่ในบิ๊กเกอร์ขนาด2000mlรบกวนตอบกลับทางเมลด้วยนะคะขอบคุณมากๆคะ


ความคิดเห็นที่ 358

จิงไจ
28 ก.พ. 2551 21:08

ความคิดเห็นที่ 356

3 ก.พ. 2551 14:46
  1. กรดนะแบ่งเป้นกรดแก่กับกรดอ่อนนะ กรดแก่ คือกรดที่แตกตัวเป็นไอออน 100 เปอร์เซนต์นะ แบ่งเป็น 2 กลุ่มคือ - กรดไฮโดร เช่น HCl HBr HI ( หมู่ 7 ทั้งหมดจับกับไฮโดรเจน ยกเว้น HF ตัวเดียวที่เป็นกรดอ่อน ) - กรดออกซี เช่น กรดซัลฟูริก กรดคาร์บอนิก กรดไนตริก ( สังเกตง่ายๆ คือ ไฮโดรเจนจะน้อยกว่า ออกซิเจนอย่างน้อย 2 ตัวขึ้นไปนะ )

ความคิดเห็นที่ 355

3 ก.พ. 2551 14:45
  1. รักป่องจุฬาเสมอ

ความคิดเห็นที่ 353

23 ม.ค. 2551 11:21
  1. ความเป็นกรด-เบสของนำตาล

ความคิดเห็นที่ 352

22 ม.ค. 2551 09:58
  1. รักนะครับ คนหน้ารัก

ความคิดเห็นที่ 351

21 ม.ค. 2551 20:43
  1. ใครรู้สมการเจนเชียนไวโอเลตบ้างอ่ะครับ ที่ทำกับน้ำส้มสายชูปลอม ..... กรุณาด้วยครับเขียนไว้หรือส่งมาที่ yangg2536@hotmail.com

ความคิดเห็นที่ 261

29 ส.ค. 2549 09:31
  1. รักนะ

ความคิดเห็นที่ 260

31 ก.ค. 2549 21:39
  1. ไม่รู้เรื่องเลยเนี่ย ตัวฉันก็แค่ กรด เบส คืออะไร 1.1 กรด เบส ในชีวิตประจำวัน (Acid Base in Everyday Life) สารประกอบจำพวกกรด เบส มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของมนุษย์อย่างมาก ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจว่า กรด เบส คืออะไรอย่างง่ายๆ สารละลายกรด คือสารละลายที่มีรสเปรี้ยว เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากน้ำเงินเป็นแดง หรือทำปฏิกิริยากับโลหะได้ แก๊ส H2 และ เกลือ สารละลายเบส คือสารละลายที่มีรสขม เปลี่ยนสีกระดาษลิตมัสจากแดงเป็นน้ำเงิน หรือมีลักษณะลื่นๆ สารละลายกรด เบส ในชีวิตประจำวันได้แก่อะไรบ้าง ลอง click ดูที่นี่ครับ 1.2 นิยามของกรด-เบส * Arrhenius Concept กรด คือ สารประกอบที่มี H และเมื่อละลายน้ำจะแตกตัวให้ H+ หรือ H3O+ เบส คือ สารประกอบที่มี OH และเมื่อละลายน้ำจะแตกตัวให้ OH- ข้อจำกัดของทฤษฎีนี้คือ สารประกอบต้องละลายได้ในน้ำ และไม่สามารถอธิบายได้ว่า ทำไมสารประกอบบางชนิดเช่น NH3 จึงเป็นเบส * Bronsted-Lowry Concept กรด คือ สารที่สามารถให้โปรตอน (proton donor) แก่สารอื่น เบส คือ สารที่สามารถรับโปรตอน (proton acceptor) จากสารอื่น ปฏิกิริยาระหว่างกรดกับเบสจึงเป็นการถ่ายเทโปรตอนจากกรดไปยังเบสเช่น แอมโมเนียละลายในน้ำ NH3(aq) + H2O(1) = NH4+ (aq) + OH- (aq) .........................................base 2 ........acid 1 ........acid 2 ........base 1 ในปฏิกิริยาไปข้างหน้า NH3 จะเป็นฝ่ายรับโปรตอนจาก H2O ดังนั้น NH3 จึงเป็นเบสและ H2O เป็นกรด แต่ในปฏิกิริยาย้อนกลับ NH4+ จะเป็นฝ่ายให้โปรตอนแก่ OH- ดังนั้น NH4+ จึงเป็นกรดและ OH- เป็นเบส อาจสรุปได้ว่าทิศทางของปฏิกิริยาจะขึ้นอยู่กับความแรงของเบส * Lewis Concept กรด คือ สารที่สามารถรับอิเลคตรอนคู่โดดเดี่ยว (electron pair acceptor) จากสารอื่น เบส คือ สารที่สามารถให้อิเลคตรอนคู่โดดเดี่ยว (electron pair donor) แกสารอื่น ทฤษฎีนี้ใช้อธิบาย กรด เบส ตาม concept ของ Arrhenius และ Bronsted-Lowry ได้ และมีข้อได้เปรียบคือสามารถอธิบาย กรด เบส ในกรณีที่เกิดปฏิกิริยาระหว่างกัน และได้สารประกอบที่มีพันธะโควาเลนซ์ เช่น OH- (aq) + CO2 (aq) HCO3- (aq) BF3 + NH3 BF3-NH3 click ตัวอย่าง ถ้าเปิดขวดสารเคมีของ HCl และ NH3 ตั้งไว้ข้างกัน ปรากฏว่าเกิดควันขาวๆ ขึ้นเหนือขวดสาร อยากทราบว่า NH3 เป็นกรดหรือเบส และตามทฤษฎีของใคร 1.3 การแตกตัวของน้ำและค่า pH ของสารละลาย น้ำบริสุทธิ์จัดเป็นตัวทำละลายที่สำคัญ เป็นพวกนอน-อิเลคโตรไลท์ (nonelectrolyte) หรือไม่สามารถนำไฟฟ้า แต่จากการทดลองพบว่า น้ำบริสุทธิ์นำไฟฟ้าได้บ้างเล็กน้อย ทั้งนี้เพราะว่าน้ำสามารถแตกตัวได้เอง ซึ่งเรียกว่า self-ionization หรือ autoprotolysis H2O(1) + H2O(1) H3O+(aq) + OH-(aq) ........................................acid 1 .....base 2 .............acid 2 ........base 1 หรือ 2H2O(1) = H3O+ (aq) + OH- (aq) จากความสัมพันธ์ของ Kw ในปฏิกิริยาการแตกตัวของน้ำ Kw = [H3O+][OH-] = 1.0 x 10-14 ที่ 25 C (Kw ที่ 0 C = 0.12 x 10-14 และ ที่ 60 C = 9.6 x 10-14 M2) จะได้ pKw = pH + pOH โดยที่ pH ของ น้ำ = -log [H30+] = 7 และ pOH ของ น้ำ = -log[OH-] = 7 โดยทั่วไปแล้ว ค่า pH ของสารละลายที่พบอยู่ทั่วไป จะมีค่าอยู่ในช่วง 1-14 เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ค่า pH อาจแสดงค่าเป็นลบหรือมีค่ามากกว่า 14 ได้เช่นเดียวกัน ตัวอย่าง ค่า pH ของนมสด เท่ากับ 6.5 ถ้านมเสีย (เปรี้ยว) ค่า pH ของนมเสียจะมากหรือน้อยกว่านมสด ตอบ น้อยกว่า ตัวอย่าง จงหาค่า pH ของสารละลายที่เจือจางของ HCl เข้มข้น 1.0 x 10-8 M วิธีทำ HCl เจือจาง แตกตัวได้ H+ 1.0 x 10-8 M และน้ำแตกตัวได้ H+ 1.0 x 10-7 M ปริมาณ H+ ที่เกิดขึ้น = 1.0 x 10-8 + 1.0 x 10-7 M pH = -log (1.0 x 10-8 + 1.0 x 10-7 ) = 6.96 ตัวอย่าง pH ของ สารที่พบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน อาหาร-เครื่องดื่ม pH น้ำมะนาว 2.2-2.4 น้ำส้มสายชู 2.4-3.4 น้ำอัดลม 2.5-3.5 ไวน์ 3.0-3.8 ส้ม 3.0-4.0 มะเขือเทศ 4.0-4.4 น้ำฝน 5.6 น้ำดื่ม 6.7-8.0 เลือด 7.3-7.5 น้ำทะเล 7.8-8.3

ความคิดเห็นที่ 259

31 พ.ค. 2549 20:05
  1. สุดยอดเลย คับ เก่ง กัน จิงๆ ผมอยากเก่งแบบนี้มั่งอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 258

26 พ.ค. 2549 18:01
  1. กรดที่แรงที่สุด...ไม่รู้หรอกว่ามันคือกรดอะไรแต่เท่าที่รู้ก็คือกรดกัดทองแรงก่ากรดกัมมะถัดเข้มข้นอีก(กรดกัดทองคือกรดผสมระหว่างกรดไฮโดรครอริกเข้มข้นกับกรดไนตริกเข้มข้นในอัตราส่วน3:1)

ความคิดเห็นที่ 257

26 พ.ค. 2549 17:57
  1. ถ้าหากเราต้องการทดสอบสารว่าเป็นกรดหรือเบสโดยที่สารนั้นไม่ละลายน้ำทำได้โดยการเอาไปทำปฏิกริยากับสารที่ต้องการถ้าสารที่ต้องการทราบว่าเป็นกรดหรือเบสนั้นให้eก็แสดงว่าเป็นเบสถ้ารับก็เป็นกรดตามนิยามของลิวอิส(วิธีนี้จะได้ผลความเป็นกรดเบสแตกต่างกันไปตามสารที่เข้าทำปฏิกริยาเพราะเป็นการเปรียบเทียบสารที่เข้าทำแต่ละคู่เท่านั้นว่าสารใดมีคุณสมบัติเด่นกรดหรือเบสมากกว่ากัน).....

ความคิดเห็นที่ 256

26 พ.ค. 2549 17:49
  1. กรดที่ใช้กัดกระจกอ่ะนะเคยไปยืนอ่านฉลากข้างขวดดูปรากฏว่ามันคือ HF ซึ่งมันเป็นกรดอ่อนแต่มันกัดแก้วได้ดังนั้นในการเตรียมกรดชนิดนี้เขาจึงเตรียมกันในขวดพลาสติก(มันไม่กัดพลาสติก)ดังนั้นมันจึงไม่กัดสติกเกอร์เพราะสติกเกอร์เป็นพลาสติกอ่ะดิ

ความคิดเห็นที่ 255

ผาง-ผาง
26 พ.ค. 2549 17:02
  1. พิมพ์เลขห้อยและเลขยกกำลังยังไงหรอครับ

ความคิดเห็นที่ 252

9 ก.พ. 2549 11:45
  1. ขอข้อมูลกรด-เบสในชีวิตประจำวันและสิ่งมีชีวิตด่วนๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 251

26 ม.ค. 2549 11:43
  1. อยากถามว่า น้ำกรดทำไมไม่ทำปฏิกิริยากับสติ๊กเกอร์ เมื่อเราทำงานการกัดกระจก ตอบได้ไหมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 250

25 ม.ค. 2549 17:49
  1. น้ำส้มสายชูเป็นกรดเพราะว่ามันเกิดจากน้ำผมสมกับกรดอะสิติก

ความคิดเห็นที่ 249

25 ม.ค. 2549 17:46
  1. กรด-เบสมีไรบ้างตอบหน่อยจิ

ความคิดเห็นที่ 248

22 ม.ค. 2549 15:34
  1. นำส้มสายชูเป็นกรดหรือเบสคะ

ความคิดเห็นที่ 247

Organic Chem
19 ม.ค. 2549 23:19
  1. ตอบ คห.243 ถ้าห้อยเป็น C2H4O2 จะเขียนได้หลาย Isomer CH3COOH เป็น 1 ใน Isomer ของสูตรโมเลกุล C2H4O2

ความคิดเห็นที่ 246

18 ม.ค. 2549 23:27
  1. สารที่เป็นได้ทั้งกรดและเบสไง เช่น น้ำ

ความคิดเห็นที่ 245

15 ม.ค. 2549 22:09
  1. อยากถามว่า แอมโฟเทอริกตืออะไรเหรอค่ะ

ความคิดเห็นที่ 244

13 ม.ค. 2549 19:14
  1. เรื่องกรด-เบส ไม่เห็นจะยากเลย

ความคิดเห็นที่ 243

10 ม.ค. 2549 18:52
  1. ทำไมน้ำส้มสายชูถึงไม่ห้อยสี่ที่เอชละค่ะ ทำไมมันต้องแยกออกมาเป็น เอช3ซี ล่ะคะ โอเฮชก็เหมือนกันเวลาเขียนพันธะเป็นพันธะอะไรค่ะ โควาเลนต์ใช่มะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 242

3 ม.ค. 2549 10:48
  1. ก็ดูที่สูตรโมเลกุล ว่ามี H+ หรือไม่ ถ่ามีก็เปฌ็นกรด ไม่เห็นยากเลย

ความคิดเห็นที่ 240

1 ม.ค. 2549 18:40
  1. กรด

ความคิดเห็นที่ 239

28 ธ.ค. 2548 13:02
  1. บัฟเฟอร์คืออะไรครับ

ความคิดเห็นที่ 238

28 ธ.ค. 2548 12:54
  1. อยากทราบชื่อกรด-เบสอย่างละ10ชื่อพร้อมบอกสูตรโครงสร้าง และชื่อสากล

ความคิดเห็นที่ 237

20 ธ.ค. 2548 21:04
  1. อ่า ช่วยยกตัวอย่าง รอบตัวเรา อารับเป็นเบส บ้าง ขอ5อย่างคับ การบ้านอ่ะ - -*

ความคิดเห็นที่ 236

20 ธ.ค. 2548 12:41
  1. ถ้ากล่าวว่าความเป็นกรดเบสต้องเกี่ยวกับค่า pH ถ้ามันไม่ละลายน้ำมันก็แสดงสมบัติกรดเบสไม่ได้หรอกครับ

ความคิดเห็นที่ 235

15 ธ.ค. 2548 21:04
  1. กรด จะเปรี้ยว ด่าง สาร+กรด ได้เกลือ น้ำ น้ำเกลือ

ความคิดเห็นที่ 233

11 ธ.ค. 2548 17:48
  1. จะบ้าอะไร

ความคิดเห็นที่ 232

8 ธ.ค. 2548 16:44
  1. อาบน้ำประปาที่บ้านหนูเหนียวตัวจังน้ำที่เป็นหนูเป็นกรดหรือเบส จะทำอย่างไรให้หายค่ะ

ความคิดเห็นที่ 231

7 ธ.ค. 2548 10:53
  1. ใครว่ากรด เบส ง่ายบ้างเนื่ย

ความคิดเห็นที่ 229

ครู...ชิต
4 ธ.ค. 2548 13:12
  1. ความเป็น กรด – เบส กรด (Acid) หมายถึง สสารที่ปล่อยประจุไฮโดรเนียม (H3O+) ให้กับสารละลาย ตัวอย่างเช่น เมื่อผสมน้ำกับกรดเกลือ ทำให้เกิด ประจุไฮโดรเนียม และประจแคลเซียม ตามสูตร H2O + HCl -> (H3O+) + Cl- สสารที่เป็นกรด ได้แก่ กรดกำมะถัน (H2SO4) น้ำส้มสายชู (CH3COOH) เบส (Base) หมายถึง สสารที่ปล่อยประจุไฮดรอกไซด์ (OH-) ให้กับสารละลาย ตัวอย่างเช่น โซเดียมไฮดรอกไซด์ เมื่อแตกตัวจะให้ประจุไฮดรอกไซด์ ตามสูตร NaCL -> Na+ + OH- เมื่อโลหะไฮดรอกไซด์ละลายน้ำ มันจะปล่อยประจุไฮดรอกไซด์ออกมา เราเรียกว่า “ด่าง” (Alkali) สสารที่เป็นเบส ได้แก่ ปูนซีเมนต์ (CaO) แอมโมเนีย (NH3)

ความคิดเห็นที่ 228

2 ธ.ค. 2548 20:10
  1. 555666 กรดก็คือกรด เบสก๊คือเบส

ความคิดเห็นที่ 227

2 ธ.ค. 2548 18:07
  1. อยากรู้เรื่องว่าวัตถุอะไรมีสมบัติเป็นเกลือค่ะ

ความคิดเห็นที่ 226

27 พ.ย. 2548 21:39
  1. ก็แล้วแต่ว่ามันอยู่ในรูปของสารที่กินได้รึป่าว เช่น กรด ถ้าอยู่ในวิตามินซี ผลไม้ก็กินได้

ความคิดเห็นที่ 225

23 พ.ย. 2548 10:10
  1. กรดเเละเบสกินได้หรือเปล่าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 224

22 พ.ย. 2548 14:30
  1. ได้ยินหลายคนพูดคำว่า "กรดแห้ง" เค้าหมายถึงกรดอะไรคะ

ความคิดเห็นที่ 223

21 พ.ย. 2548 10:45
  1. อยากรู้ข้อมูลค่ะ

ความคิดเห็นที่ 222

16 พ.ย. 2548 12:38
  1. ผมคิดว่าCuSOไม่น่าจะเป็นเกลือกรดแต่น่าจะเป็นเกลือปกติเพราะอนุภาคของโลหะแทนที่ H หมดแล้ว

ความคิดเห็นที่ 221

14 พ.ย. 2548 20:24
  1. ต้องทำกานบ้านอะค่ะ โจทย์นั้น ก้อมีอยู่ว่า นำโคคาโคล่า มีสถานะเป็นอะไร?นำเเข็งมีสถานะอะไร เเล้วก็ คือสารอะไร? คันก้อด้าย ช่วยบอกหน่อยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 219

13 พ.ย. 2548 14:04
  1. อยากทราบสารละลายกรดเบสที่ใช้ในชีวิตประจำวันช่วยบอกด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 218

12 พ.ย. 2548 13:00
  1. ช่วยบอกสารที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่เป็นกรดหรือเบสเลยได้ไหมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 217

11 พ.ย. 2548 09:35
  1. สารที่เป็นทั้งกรดและเบส(แอมโฟเทอริ)

ความคิดเห็นที่ 216

10 พ.ย. 2548 10:54
  1. นำยาล้างจานมีสารเป็นเบสค่าph=12-13

ความคิดเห็นที่ 215

8 พ.ย. 2548 18:56
  1. อยากรู้คุณสมบัติของกรดและเบสอ่ะ ช่วยหน่อยนะคับ

ความคิดเห็นที่ 214

6 พ.ย. 2548 10:27
  1. ช่วยอธิบายการไทเทรตแบบย่อๆให้หน่อยไม่ได้เรียนอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 213

31 ต.ค. 2548 20:23
  1. ไทเทรตกรด-เบสยากจัง

ความคิดเห็นที่ 212

30 ต.ค. 2548 14:31
  1. อยากได้แบบทดสอบก่อนเรียนเรื่องกรด-เบสค่ะ กรุณาหน่อยนะคะ...(ด่วน)

ความคิดเห็นที่ 211

25 ต.ค. 2548 21:57
  1. อยากทราบความหมายของสารอิเล็กโทไลท์ สารนัลอิเล็กโทไลท์

ความคิดเห็นที่ 207

24 ก.ย. 2548 20:38
  1. ถ้ากล่าวว่าความเป็นกรดเบสต้องเกี่ยวกับค่า pH ถ้ามันไม่ละลายน้ำมันก็แสดงสมบัติกรดเบสไม่ได้หรอกครับ คำว่า "สมบัติ" ของกรดเบส มันแตกต่างกับคู่สารที่เป็นกรดเบสกัน โดยสิ้นเชิงเลยครับ อย่าลืมนะครับ สิ่งที่แสดง "สมบัติ" ของpH คือ "น้ำ" นะครับ ไม่ใช่ตัวกรด เบส หรือสารละลาย ที่เรากล่าวกันบ่อยๆ ว่า สาร A เป็นได้ทั้งกรดและเบส นั่นไม่ใช่สมบัติ ความเป็นกรดเบสของมันครับ แต่เป็น Function ของมันในปฏิกิริยา ครับผม

ความคิดเห็นที่ 206

24 ก.ย. 2548 14:14
  1. กรดที่รุนเเรงที่สุดคือ กรดซัลฟิวริกค่ะ(กรดกำมะถัน) ค่า ph คือค่าที่ใช้วัดว่าเป็นกรดเป็นเบส หรือว่าเป็นกลางค่ะ ph = 7 ph มากกว่า 7 = เบส ph น้อยกว่า 7 = กรด กรดที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ก็น้ำส้มสายชู(กรดเเอซิติก)ไงคะ เเล้วก็กรดคาร์บอนิก (ในน้ำอัดลมไง) กรดเเอสคอบิก(วิตามินซี) แล้วก็อีกเยอะค่ะ เบส ก็พวกสบู่ น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก ไงคะ สรุปง่ายๆ เบสจะมีรสฝาด ลื่นมือค่ะ (ไม่เเนะนำให้ชิมค่ะ)

ความคิดเห็นที่ 205

22 ก.ย. 2548 21:35
  1. ค่าphคืออะไร

ความคิดเห็นที่ 203

22 ก.ย. 2548 18:10
  1. อยากรู้มากที่กี่ยวกับกรด และ เบส สารที่ใช้ในชีวิตประจำวันมากที่สุดมีอะไรบ้าง กรดมีอะไรบ้าง เบสมีอะไรบ้าง อยากรู้จริงๆๆนะเนี้ย บอกหน่อยดิ 055 - 358476 โรได้รู้หมด ........

ความคิดเห็นที่ 198

22 ก.ย. 2548 12:24
  1. 323

ความคิดเห็นที่ 194

21 ก.ย. 2548 10:42
  1. ใครว่ากรด - เบส ง่ายบ้างเนี้ย

ความคิดเห็นที่ 193

19 ก.ย. 2548 19:56
  1. กรดประเภทไหนมีพิษรุนแรงที่สุด

ความคิดเห็นที่ 188

16 ก.ย. 2548 09:44
  1. บัฟเฟอร์ คือไรครับ

ความคิดเห็นที่ 183

14 ก.ย. 2548 14:49
  1. อาจารย์สั่งให้หาเกี่ยวกับกรด เบส แล้วมาเจอแบบนี้แล้วจะแน่ใจได้ไงว่าอันไหนถูกหรือผิดเดี๋ยวไม่ได้คะแนนแล้วใครจะช่วยเรา เราต้องการเนื้อหาที่แน่นอนพอจะมีใครช่วยเราได้บ้างคะ

ความคิดเห็นที่ 181

12 ก.ย. 2548 15:43
  1. ใช้ปฏิกิริยาระหว่างกรด กับ เบส ช่วยซิ คือ กรด + เบส ได้ เกลือ + น้ำ ดังนั้นถ้าสงสัยว่าสารจะเป็นกรด ก็ให้ใช้เบสเติมลงไปทำปฏิกิริยา ถ้าเกิดปฏิกิริยาขึ้นได้ก็แสดงว่าน่าจะเป็นกรด แต่ถ้าไม่เกิดปฏิกิริยาก็อาจจะเป็นเบส ก็ให้ลองใหม่โดยการเติมกรดลงไป ถ้าเกิดปฏิกิริยาก็แสดงว่าเป็นเบสจริง แต่ถ้าไม่เกิดปฏิกิริยาก็อาจจะแสดงว่าสารนั้นอาจไม่เป็นทั้งกรดและเบส หรือถ้าสารของเราสามารถทำปฏิกิริยาได้กับทั้งกรดและเบสก็แสดงว่าสารมีสมบัติเป็นได้ทั้งกรดและเบสที่เรียกว่า "สารแอมโฟเทอริก" นั่นคือ สาร + เบส เกิดปฏิกิริยา = สารเป็นกรด สาร + เบส ไม่เกิดปฏิกิริยา = สารไม่ใช่กรด สาร + กรด เกิดปฏิกิริยา = สารเป็นเบส สาร + กรด ไม่เกิดปฏิกิริยา = สารไม่ใช่เบส

ความคิดเห็นที่ 177

11 ก.ย. 2548 21:15
  1. นำมาทำปฏิกิริยากับกรดหรือเบส ถ้าเป็นกรด-->เบสทำปฏิกิริยา สังเกตได้จากการมีนำเกิดขึ้นหรือไม่ก็มีแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เกิด ซึ่งทดสอบได้ด้วยนำปูนใส ถ้าเป็นเบส-->กรดทำปฏิกิริยา สังเกตเช่นเดิม

ความคิดเห็นที่ 173

6 ก.ย. 2548 18:15
  1. อยากทราบว่า เมื่อร่างกายโดนกรดจะทำความสะอาดยังไง และเมื่อโดนเบสจะทำความสะอาดยังไงช่วยตอบหน่อยคะ

ความคิดเห็นที่ 170

5 ก.ย. 2548 15:56
  1. ได้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ กรด-เบส มากค่ะ เพราะตอนนี้กำลังทำการทดสอบเรื่องของกรดและเบสในสารในชีวิตประจำวันอยู่คะ เพื่อนำเสนอผู้มาประเมินโรงเรียนในฝัน

ความคิดเห็นที่ 165

23 ส.ค. 2548 11:47
  1. อืม สบู่มีค่าเป็นเบสคะ มีค่า ph มากกว่า7นะคะ ++ตอบแล้วคะ++ ++ไม่ได้เข้ามาบ่อยอะคะ++ ++เหนถามเลยอยากตอบอะคะ++ ++ไม่รู้ว่าใครตอบไปแล้วมัง++ ++ถ้ามีใครตอบไปแล้วก้อต้องขอโทดจิงๆนะคะ++ ++ไปแหละน้าค้า++ ++บัยบายค้า++

ความคิดเห็นที่ 164

15 ส.ค. 2548 20:08
  1. เครื่องมือในการตรวจสอบค่าpHมีอะไรบ้างค่ะ

ความคิดเห็นที่ 162

13 ส.ค. 2548 14:08
  1. เรามาพิจารณากันใหม่ที่ละจุดก่อนครับ - สมการที่ให้มายังไม่ถูกต้องครับ สมการที่ถูกต้อง ควรจะเป็น CuSO4(s) ---> Cu 2+(aq) + SO4 2-(aq) ----- ก. Cu 2+(aq) + H2O(l) ---> Cu(OH)2(s) + H+ (aq) ----- 1. Li2CO3(s) ---> 2Li+(aq) + CO3 2-(aq) ----- ข. CO3 2-(aq) + H2O(l) <---> HCO3 -(ag) + OH-(aq) ---- 2. อาฮา... แก้ไขสมการแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็มาดูว่ามันจะเกิดปฏิกิริยาหรือไม่อย่างไร (ถ้าหากสมการยังผิดอยู่อาจจะส่งผลให้ผิดทั้งหมดได้ครับ ต้องระวัง) - ก่อนจะไปที่ไหนอื่นใด เรามาตกลง ณ ที่นี้ก่อนว่าขณะนี้เราจะพิจารณาดูแค่ปัจจัยกรด-เบส ไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่น (อันนี้คือสิ่งที่คุณ Omkoy กับ tawahchai ปฏิบัติอยู่นั้นเอง)... ลองสมมุติเล่นว่าเรามี CuSO4 และ Li2CO3 อยู่ และทำการละลายน้ำในบีกเกอร์ใบหนึ่ง ผลที่ตามมาคือ จะได้สมการ ก. และ ข. จากนั้นเรามาพิจารณา ที่ละสมการ... จากสมการ ก. เรารู้ๆกันอยู่ว่า SO4 2- เป็นกรดแก่ ไม่ยุ่งกับใคร ส่วน Cu2+ มีความเป็นไปได้ค้อนข้างสูงที่จะทำปฏิกิริยากับน้ำเพราะมาจากเบสอ่อน ผลที่ได้คือสมการ 1. ซึ่งจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันมีตะกอนเกิดขึ้น (ยังตามทันนะครับ?)... เรามาดูสมการ ข. มั่ง... Li เป็นเบสแก่ มือโปรแล้ว คนละรุ่นกันพวก กรดอ่อน ดังนั้นมันไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการของ รุ่นน้องมันแน่ (CO3 2-)... ดังนั้นเรามาดูกันว่ากิจการของ CO3 2- เป็นอย่างไร... คำตอบคือสมการ 2. ครับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทุกอย่างยังเป็นสารละลาย. - ไม่ทราบว่ายังตามทันผมหรือไม่ คิดว่าน่าจะทันนะครับ เรื่องง่ายๆพื้นๆ... จากที่เราสมมุติกันเล่นๆ เรามาดูว่าตอนนี้เรามีอะไรอยู่ในบีกเกอร์... 1. SO4 2-(aq) 2. Cu(OH)2(s) 3. Li+(aq) 4. HCO3- (aq) 5. H+(aq) 6. OH- (aq) มาถึงจุดนี้ คุณทั้ง 2 คิดว่ายังไงครับ?... เรามาพิจารณาพร้อมๆกันเลยไหม? สารตัวที่ 5. และ 6. จะจับกันเป็นน้ำอย่างแน่นอนร้อยเปอร์เชนต์ (เราตัดไปแล้ว 2 ตัว) ที่นี้มาดูอีก 4 ตัวที่เหลือ เราเห็นอะไรกันมั่งใน 4 ตัว? ตัวที่น่าสนใจสำหรับผมเห็นจะเป็น Cu(OH)2 (s) กับ HCO3- (aq) นะครับ คุณทั้ง 2 เคยเห็น ปฏิกิริยานี้ไหม 2HCl(aq) + Zn(s) ---> ZnCl2(aq) + H2(g)... ลองเทียบดู Zn = Cu(OH) และ HCl = HCO3-...% ที่ปฏิกิริยาระหว่างสารตัวที่ 2. และ 4. จะเกิดมีความเป็นไปได้มากครับ แล้วผลคืออะไรละครับ? และหลังจากการพิจารณาทั้งหมดตั้งแต่ต้น ผลท้ายที่สุดเราเหลือสารอะไรบ้างในบีกเกอร์? คุณได้คำตอบหรือยังว่ามันเกิดหรือไม่เกิดปฏิกิริยา? - ทีนี้เรามาดูปัจจัยอื่นมั่ง เรามาพิจารณาเรื่องของพันธะ H2O... จากการดูคล้าวๆ คุณเห็นสารอะไรมากทีสุดในโลกสีฟ้าใบนี้ครับ? คำตอบที่ทุกคนจะตอบเป็นเสียงเดียวกันคือ น้ำหรือ H2O นั้นเอง เพราะจะดูในมหาสมุทร บนบก ในอากาศหรือแม้แต่ตัวเราเอง จากจุดนี้ มันบ่งชี้อะไรละครับ? มันบ่งชี้ว่า น้ำเป็นพันธะที่แข็งแรงมากๆๆๆๆ ถ้าเรานำจุดนี้มาดูในบีเกอร์ของเรา ในความเห็นของผมนะครับ สมการที่ 1. กับ 2. ไม่มีสิทธิ์ที่จะเกิดเลย เพราะ ถ้าหากสมการ 1. เกิด สมการ 2. ก็ต้องเกิด แต่ด้วยความแข็งแรงและแรงรักของ H กับ O มันจะวิ่งมาจับกันอีกอย่างแน่นอน มือที่ 3 อย่าง CO3- หรือ Cu2+ ไม่มีทางมาขัดขวางรักนี้ได้แน่ครับ - ปัจจัยต่อไปที่จะพิจารณากัน คือดูว่าสมการ 1. และ 2. มีเปอร์เซนต์มากน้อยเพียงใดที่จะเกิด เรามาดูทีสมการ 1. ก่อนว่ามีอะไรให้พิจารณาได้บ้าง... สิ่งที่เห็นคือ Cu2+ เข้าไปทำให้ H หย่าล้างกับ O ตรงนี้คุณแจในการพิจารณาควรจะเป็นคือ A.ค่า EN ของ H2O (พลังงานพันธะภายใน) B. พลังงานภายนอกหรือพันธะไฮโดรเจน และ C.ค่าพลังงานค่าประจุ Cu2+... เรามาดูแต่แรกเริ่มเลย ถ้าหาก CuSO4 ละลายในน้ำได้ นั้นแสดงว่าพันธะไฮโดรเจนแข็งแรงกว่าพันธะไอออนิกของ Cu2+ กับ SO4 2- อย่างแน่นอน เพราะ H ที่มีขั่วสมมุติเป็นบวก สามารถดึง SO4 2- ได้ และ O ที่มีขั่วสมมุติเป็นลบสามารถดึง Cu2+ ออกมาได้ นั้นคือพลังงาน B. แข็งแรงกว่า C. ... แค่นี้จบแล้วครับ ไม่ต้องไปดูเรื่องปัจจัยกรด-เบสอย่างที่ผมพล้ามมาตั้งยาว เหตุผลเพราะ พลังงาน A แข็งแรงกว่า B แข็งแรงกว่า C... สมการ 1. ตกกระป๋องไปตามระเบียบ... เรามาดูสมการ 2. บ้าง หลักทั้งหมดเหมือนการดูในสมการ 1. ทุกประการครับ... ดังนั้นเราไม่ต้องไปไกลถึงสมการที่คุณ Omkoy เข้นออกมาเลยครับ - ปัจจัยอื่นมีให้ดูอีกไหม? คุณลองช่วยผมคิดละกันครับ (จริงๆกะจะต่อเรื่องสมดุลของสมการ 2.) - ทีนี้มาดูจุดที่ค้านได้มั่ง คุณอาจจะยกสมการนี้ขึ้นมา CH3COONa(s) ---> CH3COO-(aq) + Na+(aq) CH3COO- + H2O <---> CH3COOH(aq) + OH-(aq) จากสมการคือ CH3COONa แตกตัวได้เพราะ H-bond แข็งแรงกว่า แล้วทำไม CH3COO- ถึงมีปัญญาไปเตะเจ้าพ่อใหญ่อย่าง H-O-H ออกจากกันละ... ตรงนี้เราควรจะพิจารณาตรงไหน คำตอบคือ EN ครับ... ค่า EN ของ CH3COO- ซึ่งเป็นอโลหะ อาจจะมีพลังอำนาจเพียงพอที่จะไปกระทืบให้เตียงของ H2O หักได้... ซึ่งต่างจาก Cu หรือโลหะอื่นๆมากครับ แต่ผลออกมา OH- ซึ่งเป็นเจ้าพ่อมาก่อนจะยอมเสีย H+ ไปง่ายๆได้ไง ดังนั้นมันจึงเกิดสมดุลขึ้นดังสมการครับ... ต่อไหม? ยังมี NH4Cl อีกตัวอย่าง ให้พิจารณาอีกนะครับ คุณทั้ง 2 น่าจะมีความสามารถมากพอที่จะคิดต่อได้เองนะครับ คุณแจคือ ค่า EN ของ N กับ H และค่า H-bond ของ H2O... ผลออกมาคือ NH4 ต้องจ่าย H+ ให้กับ H2O.. - จากที่ผมยอมลงทุนนั่งพิมตามความเรีนกร้องของคุณ tawahchai ซึ่งก็ไม่ทราบว่าไม่ทราบจริงๆ หรือขี้เกียจคิด หรือคิดไม่เป็นหรือจะลองภูมิผม หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่จากตรงนี้ผมได้ชี้ให้เห็นความเป็นได้ของการเกิดปฏิกิริยาของเกลือกรด-เบสแล้วว่ามีสิทธ์มากน้อยเพียงใด ผลสรุปคือ หากดูตามปัจจัยกรด-เบส อย่างเดียว มันเกิดได้แน่นอนครับ แต่จากที่ชี้ต่อไปคือ ผลสุดท้ายแล้วมันก็กลับมาเหลือเพียง ไอออน ต่างๆเท่านั้น และจากนิยามของการจำแนกว่าปฏิกิริยาดำเนินหรือไม่ต้องดูที่ว่ามีสารเกิดใหม่หรือไม่... จากนิยามนั้นจะสรุปได้ว่า มันไม่เกิดปฏิกิริยาครับ เพราะไอออนที่เหลืออยู่มีเพียงไอออนที่เราใส่เข้าไปทีแรก... และจากการที่ผมชี้ให้เห็นถึงปัจจัยอื่นด้วยแล้ว ยิ่งเป็นข้อสนับสนุนได้ทีเดียวครับ - จากการที่ผมชี้และพิจารณาให้ดูในด้านต่างๆ คุณจะเห็นได้ว่า ปฏิกิริยาอาจจะเกิดหรือไม่เกิดนั้นยังคงมีความเป็นไปได้สำหรับสารอื่นครับ เพราะเกลือคือพันธะไอออนิกนั้นเอง ถ้าหากมีตัวให้เป็นตะกอน มันก็จะเกิดปฏิกิริยาครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นสรุปคือ เกลือกรด-เบส อาจจะทำปฏิกิริยากันก็ได้หรืออาจจะไม่ทำก็เป็นได้ และที่สำคัญคือ ผมว่าคุณ tawahchai ไม่แม้แต่คิดที่จะคิดก่อนที่จะถามคำถามมา และมาบอกอย่างซื่อๆว่าไม่ทราบจริงๆ แบบนี้น่าเป็นห่วงอนาคตประเทศครับ... แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณครับ เพราะมันทำให้ผมทวนความรู้เก่าๆไปในตัว - สุดท้ายนี้ ผมยังไม่ขอยืนยันผลที่สรุปออกมาว่า สารทั้ง 2 ตัวจะไม่เกิดปฏิกิริยากันนะครับ เพราะทุกอย่างที่ชี้ไปนั้น มีพื้นฐานอยู่บนความรู้ทางทฤษฎี ไม่ใช่ปฏิบัติ... ดังนั้น ผมจึงยังไม่ขอให้คุณทั้ง 2 หรือท่านอื่นๆที่มาอ่าน เชื่อหรือสรุปว่า point ผิด-ถูกแต่อย่างไร แต่ไม่ว่าจะอย่างไร วันจันทร์นี้ (เสาร์-อาทิตย์ lab ปิด) ผมจะลองปฏิบิติและนำผลมาบอกครับ สารมีเหลือเฟือยครับ หากไม่มีการเกิดปฏิกิริยา สิ่งที่ผมชี้ไปก็มีความเป็นไปได้ของความถูกต้องสูง วันที่ 19 มี.ค. 2547 - 14:00:36 โดย:toteh

ความคิดเห็นที่ 159

10 ส.ค. 2548 20:56
  1. ทำไงถึงจะรู้ว่าเป็นกรดมาจากพืช สัตว์ แร่ธาตุ

ความคิดเห็นที่ 158

8 ส.ค. 2548 19:08
  1. อยากรู้ว่าpHย่อมาจากอะไร

ความคิดเห็นที่ 152

4 ส.ค. 2548 16:27
  1. ได้ความรู้มากๆเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 150

27 ก.ค. 2548 23:31
  1. อยากรู้ว่า ออกไซด์ของธาตุที่เป็นโลหะ กับ อโลหะคืออะไร และละลายน้ำเป็นสารอะไร เช่นอะไรมั่ง

ความคิดเห็นที่ 145

25 ก.ค. 2548 17:42
  1. An acid is a chemical substance which when dissolve in water produces hydrogen ion(H+)as the only positive ion. Acids which are naturally occuring are called Organic Acida.

ความคิดเห็นที่ 143

11 ก.ค. 2548 16:01
  1. Test Kit สำหรับทดสอบค่าของ pH เพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำและรู้ผลเร็วที่สุด

ความคิดเห็นที่ 141

8 ก.ค. 2548 14:31
  1. ในการไทเทรตกรด-เบสเราจะใช้อินดิเคเตอร์เป็นตัวบอกจุดยุติ เราต้องสังเกตุการเปลี่ยนสีแล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าจะสามารถมีสารชนิดนั้นเท่าไหร่

ความคิดเห็นที่ 131

binary
24 มิ.ย. 2548 19:13
  1. Rep 130 ขึ้นไปดูข้อความด้านบนๆนะคับมีคนได้ตอบไว้เยอะแล้ว กรดเบสทดลองได้หลายอย่าง แต่ที่สำคัญที่สุดของการเรียนกรด - เบส ก็เพื่อมา หาความเข้มข้น+หาค่าpHของสาร+ของเกลือที่ได้+ค่าpH ของสารละลาย+สมบัติบัฟเฟอร์----->ติเตรดกัน แค่เนี้ย -.- ถ้าศึกษาจริง มันก็ไม่ยาก ไม่ง่ายคับ

ความคิดเห็นที่ 129

15 เม.ย. 2548 20:41
  1. กรดแตกตัวๆได้ไฮโดรเนียมเบสแตกตัวได้ไฮครอกไซด์

ความคิดเห็นที่ 127

29 มี.ค. 2548 13:21
  1. การไทเทรตเป็นวิธีที่ใช้ในการวิเคราะห์ปริมาณ หรือความเข้มข้นของสารต่างๆ โดยอาศัยการวัดปริมาตร ทำได้โดยนำสาร A ที่ต้องการวิเคราะห์หาปริมาณทำปฏิกิริยากับสารละลายมาตรฐาน B เมื่อสารทั้งสองทำปฏิกิริยาจนถึงจุดๆหนึ่งซึ่งเป็นจุดที่ทั้งสองทำปฏิกิริยากันพอดีเรียกว่า จุดสมมูล (equivalence point ) ส่วนจุดยุติ ( end point ) เป็นจุดที่อินดิเคเตอร์เกิดการเปลี่ยนแปลง

ความคิดเห็นที่ 126

23 มี.ค. 2548 22:12
  1. ตอนที่พิจารณา NH3 คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นเบสเพราะเราคุ้นเคยกับมัน (เรียนแล้วเจอบ่อยว่าเป็นเบส) แต่ยอมรับค่ะว่าไม่เคยพิจารณาเรื่องอิเล็คตรอนคู่โดดเดี่ยวเลย

ความคิดเห็นที่ 125

23 มี.ค. 2548 19:44
  1. ความเห็นที่ 80 ถูกต้องที่สุดครับ เพราะว่ามีการให้นิยามของกรดและเบสมาหลายทฤษฎีด้วยกัน แต่ที่มีความแพร่หลายก็มีอยู่ด้วยกัน 3 ทฤษฎี ซึ่งก็แล้วแต่ว่าสารที่เราจะพิจารณาว่าเป็นกรดเบสมีลักษณะเป็นอย่างไร เช่น คุณทราบหรือปล่าวว่า NH3 เป็นกรด หรือ เบส สำหรับคนที่คุ้นเคยก็จะตอบว่าเป็นเบส เนื่องจากพอจะทราบสมบัติของมันมาบ้างว่าเมื่อละลายในน้ำจะให้ OH- (ตามนิยามของบรอนสเตด) แต่ถ้าไม่ละลายในน้ำหล่ะ คุณจะบอกได้ไหม? ตอบว่าบอกได้ ถ้าคุณเลือกใช้นิยามของลิวอิส เนื่องจาก NH3 มี lone pair e- เหลืออยู่ 1 คู่ จึงสามารถให้ อิเล็กตรอนคู่นี้กับสารอื่นได้ NH3 จึงมีฤทธิ์ เป็น เบส นั่นเอง

ความคิดเห็นที่ 124

16 มี.ค. 2548 15:09
  1. กรด+เบสไดด้เกลือ+น้ำจ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 121

23 ก.พ. 2548 01:49
  1. ถ้าไม่ละลายน้ำก็ทำปฏิกิริยามันซะเลยสิคะ ก็ถ้ามี Unknow มาตัวนึงและต้องการทราบว่าเป็นกรดหรือเบสแต่ไม่ละลายน้ำ เราก็เอามาทำปฏิกิริยากับกรดหรือเบส ถ้า ทำปฏิริยากับกรด ตัวมันจะเป็นเบส ในทางตรงกันข้ามถ้าทำปฏิกิริยากับเบสตัวมันก็จะเป็นกรดค่ะ แต่ก็ระวังพวกที่เป็น Amphoteric ด้วยนะ แต่ถ้าเป็นระดับมัธยมในห้อง Lab Unknow น่าจะเป็นกรด-เบส

ความคิดเห็นที่ 120

17 ก.พ. 2548 19:35
  1. ใช้ ตัวทดสอบสิครับ เช่น ลิตมัส ฟีนอล์ฟทาลีน เมทิลออร์เรนจ์ ฯลฯ แต่ต้องดูความเหมาะสม

ความคิดเห็นที่ 116

3 ก.พ. 2548 17:47
  1. เบสมีรสฝาด คนสวยตอบ

ความคิดเห็นที่ 112

22 ม.ค. 2548 12:52
  1. จะบอกให้"กรด"(acid)มีสารประกอบมีธาตุSไฮโดเจนเป็นองค์ประกอบ สมบัติของมันคือ 1มีรสเปี้ยว 2กรดมีค่าpHน้อยกว่า7 3เบสมีค่าpHมากกว่า7 ระวังอาดจะกัดกร่อนเราได้ จากน้องม.1โรงเรียนล.ซ.นครสวรรค์

ความคิดเห็นที่ 106

10 ม.ค. 2548 15:17
  1. สบู่มีค่า pH อยู่ในช่วงที่เป็นด่างโดยปรกติทั่วๆ ไปจะมีค่า pH มากกว่าหรือเท่ากับ 10.0 เนื่องจากในการผลิตสบู่ขั้นอุตสาหกรรมแบบต่อเนื่องนั้นมีความจำเป็นที่ต้องเติม sodium hydroxide ในอัตราส่วนเมื่อเทียบเป็นจำนวนโมลให้มากกว่า fatty acid ที่อยู่ในน้ำมันเสมอเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในการเกิดเนื้อสบู่ และ by product ที่มีราคาสูงอย่างเช่น glycerine และช่วยลดปัญหากลิ่นหืนจากการที่มี unsaturated fatty acid ที่ตกค้างอยู่ทำให้ pH ของสบู่โดยรวมและมีค่าที่เป็นด่าง แต่จะมีสบยู่บางชนิดที่มีค่า pH เป็นกรดอ่อนๆ ประมาณ 5 - 6 ได้เนื่องจากการผลิตไม่ได้อาศัยด่างแก่ในการผลิต และสารลดแรงตึงผิวที่ใช้ยังเป็นกลุ่มที่ผ่านการสังเคราะห์มาทำให้ค่า pH สามารถดึงอยู่ในช่วงที่เป็นกรดอ่อนๆ ได้ ในทางเทคนิคจะเรียกสบู่แบบหลังว่า "syndet soap" โดยมาจากคำเต็มว่า synthetic surfactant soap ตัวอย่างที่เป็นผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในเชิงพานิชคือ Dove

ความคิดเห็นที่ 104

14 ธ.ค. 2547 12:35
  1. เป็นเบส

ความคิดเห็นที่ 103

14 ธ.ค. 2547 10:01
  1. คัยรู้บ้างว่าน้ำยาล้างจายมีค่าเป็น กรด หรือ เบส และมีค่าph เท่าไร บอกไห้หน่อยถ้าคุณเก่งจริงๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 100

4 ธ.ค. 2547 18:24
  1. เอาAgClละลายในสารละลายแอมโมเนีย แล้วแยกด้วยไฟฟ้า

ความคิดเห็นที่ 97

ศิษย์เอกไกรทอง
28 พ.ย. 2547 15:51
  1. Answer to the 96th Opinion, Pour them in ammonia krub, AgCl will dissolve in ammonia and the rest is Ag.

ความคิดเห็นที่ 96

28 พ.ย. 2547 14:51
  1. อยากทราบว่าจะแยก Ag ออกจาก AgCl ได้อย่างไรค่ะ

ความคิดเห็นที่ 93

21 พ.ย. 2547 11:39
  1. ระบบบัฟเฟอร์ในร่างกาย คือระบบที่ทำหน้าที่ต้านการเปลี่ยนแปลง pH ในร่ามงกายให้คงทีหรือเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด

ความคิดเห็นที่ 92

20 พ.ย. 2547 02:45
  1. เราก็เขียนสมการของการเกิดปฏิกิริยากับน้ำก่อนว่าสารนั้นให้หรือโปรตอน๔ให้ก็เป็นกรด รับก็เป็นเบสครับ

ความคิดเห็นที่ 91

15 พ.ย. 2547 20:02
  1. การตรวจสอบกรดเบสด้วยค่า pH สามารถทำได้ค่ะ ถ้าค่ pH น้อยกว่า 7 (7 ถือเป็นกลาง) จะเป็นกรด หากมากกว่าจะเป็นเบสค่ะ

ความคิดเห็นที่ 90

9 พ.ย. 2547 07:26
  1. บัฟเฟอร์ คืออะไร

ความคิดเห็นที่ 89

6 พ.ย. 2547 14:19
  1. สารละลายกรดเเละสารละลายเบสมีอะไรบ้าง

ความคิดเห็นที่ 86

alek
25 ต.ค. 2547 11:56
  1. แบบ สมมุติให้เป็นดิน มานก็จะนำไปละลายนำแล้วทดสอบกับระดาษอินดิเคเตอร์ หรือชุดทดสอบ ที่มี นำยา 3 ตัวราคาก็ 1200 บ. แพงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 85

25 ต.ค. 2547 08:52
  1. การตรวจสอบความเป็นกรด และ เบส ใช้ได้โดยการตรวจสอบทางค่า ph จริงเหรอ

ความคิดเห็นที่ 83

4 ต.ค. 2547 19:37
  1. งั้นปฏิกิริยารีดอกซ์ทุกปฏิกิริยาก็จัดเป็นปฏิกิริยากรดกะเบสด้วยสิ

ความคิดเห็นที่ 82

4 ต.ค. 2547 12:06
  1. บัฟเฟอร์ มี โปนตอนต่างกันตัวเดียว

ความคิดเห็นที่ 81

4 ต.ค. 2547 12:05
  1. กรด + เบส------------เกลือ+นำ

ความคิดเห็นที่ 80

29 ก.ย. 2547 21:01
  1. คำนิยามของกรดและเบส(ของอาร์เรเนียน) กล่าวว่า -กรดคือสารที่แตกตัวให้โปรตอน(หรือไฮโดรเจนไอออน) เมื่ออยู่ใยสารละลายนำ -เบสคือสารที่แตกตัวให้ไดรอกไซด์ไอออนเมื่ออยู่ในสารละลายนำ ดังกล่าวนี้ H+ และ OH- จึงเป็นส่งสำคัญที่แสดงถึงความเป็นกรดและเบสตามนิยามยังบ่งด้วยว่าเป็นสารละลายนำ ซึ่งอาจจะแคบอยู่บ้างเนื่องด้วยปฎิกิริยาเคมีไม่จำเป็นต้องเกิดในนำเสมอไป คำนิยามของกรดเบสตามเบรินสเตด-ลาวรี เป็นนิยามที่กว้างกว่าของอาร์เรเนียน -กรด คือสารที่ให้โปรตอน -เบสคือสารที่รับโปรตอน คำนิยามของกรดเบสของลิวอิส -กรดคือสารที่รับคู่อิเล็คตรอน -เบสคือสารที่ให้คู่อิเล็คตรอน

ความคิดเห็นที่ 75

14 ก.ย. 2547 13:16
  1. กรดมีฤทธิ์กัดกร่อนอย่างไร เบสมีปฎิกิริยาอย่างไรเมื่อทดลองผสมกับกรอ

ความคิดเห็นที่ 74

13 ก.ย. 2547 18:17
  1. กรดคือสารที่สามารถแตกตัวให้ไฮโดรเจนได้ เบสตคือสารที่สามารถแตกตัวให้ไฮดรอกไวด์ไอออนได้

ความคิดเห็นที่ 72

10 ก.ย. 2547 19:50
  1. กรดไม่ทำปฎิกริยากับกรดได้น้ำนะยะ ต้องทำกับเบสนะยะจึงจะได้เกลือหรือน้ำค่ะหล่อน

ความคิดเห็นที่ 69

10 ก.ย. 2547 09:55
  1. กรดคาร์บอนิก

ความคิดเห็นที่ 68

8 ก.ย. 2547 19:56
  1. กรดในน้ำอัดลมคือกรดอะไร

ความคิดเห็นที่ 67

7 ก.ย. 2547 19:56
  1. กรดเป็นสารประกอบที่มีไฮโดรเจน (ล่ะมั้ง) มีรสเปรี้ยว มีความสามารถกัดกร่อนได้ เมื่อนำไปทำปฏิกริยากับกรด จะได้น้ำกับเกลือ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 66

6 ก.ย. 2547 17:44
  1. เยี่ยมมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 64

2 ก.ย. 2547 22:09
  1. ก็ละลายในตัวทำละลายที่ป็นnon-aques

ความคิดเห็นที่ 59

28 ส.ค. 2547 16:55
  1. ถูกต้องคับ การพิจารณาการเป็ฯกรด-เบสนั้น พิจารณาจากการ แตกให้ประจุก้อได้ แต่จะให้ง่ายขึ้นคือการพิจารณานั้นดูจากการแตกต่างแล้วให้อะไรเช่น ถ้าเป้นกรดนะจะแตกแล้วได้ ้ไฮโดรเจนไอออนหรือไฮโดรเนียมไออน แต่ถ้าเป็นเบสจะแตกตัวแล้วให้ ไฮดรอกไซด์ไออน(เป็นลบนะครับ)

ความคิดเห็นที่ 56

26 ส.ค. 2547 20:23
  1. ถูกต้องครับ ถ้ามันไม่ละลายน้ำ ก็เอาไปละลายในตัวทำละลายอื่น แต่ต้องแน่ใจก่อนว่า ตัวทำละลายนั้นมีความเป็นกรดเบสอยู่บ้างหรือเปล่า (ที่สำคัญต้องไม่ทำปฏิกิริยาด้วยนะ) เมื่อละลายแล้วความเป็นกรดเบสเปลี่ยนไปเท่าใด นอกจากนี้ ความเป็นกรดเบสยังอาจวัดได้จาก ปฏิกริยาที่มันทำกับสารทดสอบด้วย ความหมายของกรดและเบสมีได้หลายแนว ที่มักใช้สุดคือ สารที่แตกตัวแล้วให้ประจุบวกมากกว่าประจุลบ (รับอิเลกตรอน) ถือเป็นกรด สารที่แตกตัวแล้วให้ประจุลบมากกว่าประจุบวก (ให้อิเลกตรอน) ถือเป็นเบส

ความคิดเห็นที่ 46

20 ส.ค. 2547 11:27
  1. ในเมื่อมันละลายในนำไม่ได้ทำไมไม่เอาไปละลายในsolvent แล้วใช้ยูนิเวอร์แซลอินดิเคเตอร์วัดล่ะคับ

ความคิดเห็นที่ 33

27 ก.ค. 2547 17:41
  1. เราตอบได้ เรากำลังเรียน คำตอบ ฟีนนอล์ทาลีน ถ้าไม่เปลี่ยนสี เป็นกรด ถ้าเปลี้ยนไม่เป็นกรด เห็นไหมตอบไม่อยากเลย

ความคิดเห็นที่ 32

เด็ก Maths
14 ก.ค. 2547 13:15
  1. รบกวนเว็บมาสเตอร์ช่วยลบความเห็นที่ 28 ออกไปด้วยครับ มีข้อความไม่สุภาพ ตอบความเห็นที่ 30 นึกออกอันนึง คือ น้ำส้มสายชู

ความคิดเห็นที่ 26

1 ก.ค. 2547 19:59
  1. พวกพี่ๆเก่งมากๆเลยคะ ชื่นชมมาก อย่าเขียนมากไปนะคะ มึนคะ............อิอิ..........

ความคิดเห็นที่ 24

30 มิ.ย. 2547 10:53
  1. ช่วยบอกที่ใครรู้บ้างว่ามีการตรวจหาปริมาณสารใดหรือไม่ที่ทำกันมากกว่าการตรวจหาปริมาณของ hydrogen ionc cและวิธีใดเป็นวิธีที่นิยมในการวัด pH มากที่สุดเพราะเหตุใด

ความคิดเห็นที่ 21

29 มี.ค. 2547 20:47
  1. ขอบคุณนะคะ ตาลายค่ะ ออกจะมึนนิดๆ พี่ๆเก่งจัง อยากเก่งมั่งอ้ะฮับ ช่วยแนะนำด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 19

27 มี.ค. 2547 19:42
  1. อ๊ะ จริงด้วยครับ ไอ้ตัวนี้มันไม่ละลายน้ำ เป็นตะกอน ก็สรุปได้ว่าเกิดปฏิกิริยา นั่งถกกันตั้งนาน

ความคิดเห็นที่ 18

23 มี.ค. 2547 16:19
  1. 1. ครับ สมการที่ให้ไปอาจจะผิด เพราะผมเรียนมานานแล้ว และตอนนี้ไม่ค่อยได้ใช้เรื่องพวกนี้สักเท่าไร... แต่ที่ผมมั่นใจในตอนนี้คือ ไม่มีใครเขียนสมการนี้ Cu2+(aq) + H2O(l) <----> Cu2+(aq) + OH-(aq) + H+(aq) และสมการนี้ด้วยครับ Cu 2+(aq) + H2O(l) ---> Cu(OH)2(s) + H+ จะมีก็แต่คุณกับผมนี่แหละที่เขียน ผมไม่ทราบเหตุผลที่ชัดเจนของคุณถึงการเขียนสมการนั้นนะครับ แต่เหตุผลที่ผมเขียนสมการของผมออกไปเพราะ สับสนจากของคุณ Omkoy และก็อย่างที่ว่านั้นแหละครับ ความรู้ที่ไม่เรียนมานานและไม่ได้ใช่สักเท่าไรนัก ทำให้เกิดอาการเมาโดยไม่ได้แตะเอทานอล สรุป สมการที่เป็นไปได้สมการเดียวคือ Cu2+(aq) + 2OH-(aq) ----> Cu(OH)2(s) ครับ ส่วน OH จะมาจากไหนนั้น คงพิจารณากันได้เองนะครับ 2. แน่นอนครับ ต้องมีแรงอื่นมาเกี่ยวข้องด้วย แต่ผมไม่ได้กล่าวถึง เพราะแรงหลักคือ H-bond 4 แรง และอีกเหตุผลคือมันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องลงลึกถึงขนาดนั้น เพราะทุกคนในที่นี้ (หรือส่วนใหญ่) ที่รู้เรื่องว่าเรากำลังพูดเรื่องอะไรกันอยู่ ย่อมรู้อยู่แก่ใจดีอยู่แล้วว่า ถ้ามี H-bond มาเกี่ยวแล้วละก็ ต้องมีแรงย่อยๆ ของพันธะโคเวเลนต์มาเกี่ยวแน่นอน เพราะ H-bond แข็งแรงที่สุด 3. ผมชวนคุณคิดไปพร้อมๆกันกับผมนะครับ แต่ผมก็ไม่ทราบว่าคุณได้คิดหรือป่าว เพราะเห็นแต่ถามกับถามในสิ่งที่ผมคิด หากคุณจะแสดงความคิดเห็นอะไรบ้างแบบข้อ 2. นั้นไม่มีปัญหาครับ ผมยิ่งชอบ แต่ไม่เป็นไรครับ ไม่คิอหรือคิดไม่ออก ผมก็จะบอกให้... ตรงนี้ผมคิดว่าคงไม่ต้องไปถึงว่า EN คืออะไรนะครับ คิดว่าคงเข้าใจดีอยู่แล้ว ทีนี้มาดูครับว่า มันเป็นไงมาไง อย่างแรกสุดต้องย้อนกลับไปดูที่ Cu ไอออน หรือ Li ไอออนก่อนครับ ตามที่กล่าวไว้คือแรง A แข็งแรงกว่า B แข็งแรงกว่า C นั้นทำให้ Cu ไอออนไม่มีสิทธิ์ไปทำอะไรน้ำได้ (อันนี้คือเหตุผลตามแรงนะครับ ซึ่งจริงๆแล้วแรงที่พิจารณากันยังไม่เป็นเหตุผลที่สมบูรณ์ เพราะเหตุผลจริงๆคือ Cu ไอออนจ่าย e ออกไปจนตัวเองเสถรียรแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปยุ่งเกี่ยวอะไร) อย่างเดียวที่มันทำได้คือส่งแรงดูดของประจุบวกที่มันมี ดีไม่ดีก็ไม่เจอกับ OH- ที่แตกตัวจากน้ำ (หรือจากอะไรก็แล้วแต่) ก็กลายมาเป็นตะกอน ซึ่งตรงนี้มีความเป็นไปได้สูงครับ ทีนี้เรากลับมาดู CH3COO- บ้าง... ที่มันเป็นไอออนลบเพราะว่ามันมี e เกินมาตัวหนึ่ง นั้นหมายความว่า EN ของมันมีค่าสูงมากในตอนก่อนดึง เทียบได้กับคนหิวข้าว (มันถึงได้ดึง e หนึ่งตัวมาจากอะตอมของธาตุอื่นได้) พอหลังจากดึงเข้าไปแล้ว ก็เท่ากับมันอิ่ม ความหิวก็หายไปหรือมีเหลืออยู่น้อยนิด... ทีนี้เรามาดู H-O-H ตอนยังไม่แตกตัวมั่ง... ตอนนี้ O กำลังหิว แรงดึง e เลยมีเยอะ... H ซึ่งแรงก็น้อยอยู่แล้ว ก็ไม่อยากที่จะต่อสู้อะไรมากมาย พอ CH3COO- (ซึ่งอิ่มแล้ว แรงดึงน้อยลง) เดินผ่านมา และ H เหลือบไปเห็นเข้า จึงกระโดดเข้าไปร่วมด้วยกับ CH3COO- ดีกว่า... ตรงนี้ผมพิจารณาว่า แรง EN ของ O-H ในน้ำกับ EN ของ O ใน CH3COO- ไม่เท่ากัน ซึ่งอย่างที่อธิบายไปว่า O ในอะซิเตตนั้นอิ่มแล้วจึงมีแรงน้อยกว่า... H จึงเข้าไปขอแบ่ง e ด้วย แต่ที่ผมเขียนไปว่า CH3COO- มี EN มากกว่านั้นเพราะเขียนรวบเกินไป (ตอนนั้นคิดแต่จะเขียนๆให้จบ งานอื่นยังรออยู่) อันนี้คงเข้าใจขึ้นว่าผมคิดอย่างไร แต่ในความเป็นจริงแล้ว EN จะว่าเกี่ยวไหม มันก็ไม่เชิงเกี่ยวมากนักหรอกครับ 4. คำถามนี้ดีครับ... จากที่คุณถามมา มันทำให้ผมนึกจุดประสงค์หลักของผมได้... จากที่ว่าเกลือกรด-เบสทำปฏิกิริยากันไหม? อันนี้จริงๆผมต้องการที่จะพิจารณาแค่เรื่องทั่วๆไป เพราะเกลือมันเป็นไอออนิก ไม่มีอะไรแน่นอนครับ นอกจากจำกฏการละลายน้ำ... แต่เนื่องด้วยเหตุจาก สมการ 2 ชุดที่คุณ Omkoy ให้มาทำให้ผมลืมจุดประสงค์หลักและ ไปโฟกัสที่เรื่องใน คห 12 อันนี้ผมยอมรับว่าผมหลงประเด็นเอง และไปคิดเรื่องที่ไม่น่าจะคิดให้วุ่นวาย เรื่องพันธะที่ผมถามให้คุณพิจารณาก็หมายถึงว่ามันเป็นไอออนิก แต่ผมไปถึงโคเวเลนต์และวุ่นวายมิกซ์ไปหมดเพราะน้ำในสมการ ทำให้ผมไปถึงดาวเนปจูนเลย แต่ก็ยังดีที่ได้คิดครับ ไม่มีอะไรเสียหาย สรุปคือเกลือ = ไอออนิก จะทำปฏิกิริยาหรือไม่ก็อยู่ที่กฎการละลายละครับ หรือจะไปพิจารณาวุ่นวายๆแบบบผมก็ได้ (ถ้าหากว่าอยากออกกำลังกายเซลสมอง) ที่นี้มาดู CuCO3... จากคู่มือส่วนตัวของผม บอกว่ามันไม่ละลายน้ำครับ คำตอบก็คือเกลือคู่นี้เกิดปฏิกิริยา สิ่งที่ผมมั่วไปก็คือมั่วแหละครับ (แต่เป็นการมั่วอยู่บนพื้นฐานตามหลังทฤษฎี ไม่ได้มั่วแบบดำน้ำ)... อันนี้รับได้ครับ ผิดก็คือผิด ผมถือว่าจุดสำคัญของวิทยาศาสตร์คือการคิดครับ ไม่ใช่เรื่องของความผิด-ถูกของสิ่งที่คิดมา ปล. สาร LiCO3 ที่แล็บหมดครับ กำลังรอสั่งซื้องวดต่อไป แต่คิดว่าคงไม่ต้องทดลองให้สิ้นเปลืองแล้วมั่งครับ ^^"

ความคิดเห็นที่ 17

22 มี.ค. 2547 22:50
  1. ดีครับ ผมอ่านค.ห. 12 ของคุณ Chemist แล้วน่ะครับ มีจุดที่ผมยังไม่กระจ่างอยู่บางจุดเช่น 1.ในสมการที่ 1 ผมว่ายังผิดน่ะครับ Cu2+(aq) + H2O(l) ---/---> ที่ถูกควรจะเป็น Cu2+(aq) + H2O(l) <----> Cu2+(aq) + OH-(aq) + H+(aq) Cu2+(aq) + 2OH-(aq) ----> Cu(OH)2(s) เป็นที่ทราบกันแล้วว่า CuSO4 ละลายน้ำแล้วสามารถแตกตัวได้อย่างสมบูรณ์ได้ Cu2+ , SO4 2- ซึ่ง SO4 2- สามารถเกิดไฮโดรลิซิสกับน้ำได้ แต่ Cu2+ ถูกโมเลกุลของน้ำล้อมไว้จึงไม่มีโอกาสให้-รับอิเล็กตรอนกับน้ำ โดยน้ำก็แตกตัวเองได้ เกิดเป็น OH- และ H+ เจ้า OH- จากน้ำจะเกิดปฏิกิริยากับ Cu2+ กลายเป็น Cu(OH)2 ซึ่งเป็นตะกอน แต่มีอยู่น้อยมาก เนื่องจาก OH- มาจากน้ำ( [OH-] น้อยมาก ประมาณ 10^ -7) โดยอาจจะเป็นคอลลอยด์ 2."CuSO4 ละลายน้ำได้ นั้นแสดงว่าพันธะไฮโดรเจนแข็งแรงกว่าพันธะไอออนิกของ Cu2+ กับ SO4 2- อย่างแน่นอน" ซึ่งผมคิดว่ามีแรงอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องอีกเช่น พันธะไฮโดรเจน แรงวันเดอร์วาล แรงดึงดูดระหว่างประจุ (อิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวที่เหลือของน้ำกับ Cu2+) ... ระหว่างโมเลกุลของน้ำกับ CuSO4 มีมากกว่า Cu2+ กับ SO4 2- ครับ 3."ทำไม CH3COO- ถึงมีปัญญาไปเตะเจ้าพ่อใหญ่อย่าง H-O-H ออกจากกันละ ตรงนี้เราควรจะพิจารณาตรงไหน คำตอบคือ EN ครับ..." ผมไม่เข้าใจครับว่าใช้ค่า EN พิจารณาได้อย่างไร(คิดไม่ออกว่าใช้ค่า EN อย่างไร) 4.CuCO3 ละลายน้ำหรอครับ ....ไม่ได้แย้งครับแต่ไม่ทราบจริงๆ ผมอยากทราบผลการทดลองมาก ครับ! ถ้าได้ผลอย่างไรก็มาบอกด้วยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 16

22 มี.ค. 2547 00:48
  1. อืม....เยี่ยมเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 15

20 มี.ค. 2547 09:28
  1. เมื่อวานนั่งพิมอยู่นานเลย พอโพสไปแล้วก็ไม่ทันเห็นว่าคุณtawahchai มาโพสไว้ตั้งแต่เมื่อไร เอาละครับ หลังจากอ่าน คห 10 แล้ว ผมก็จับจุดได้แล้วว่าคุณหมายถึงอะไร แต่ก็อย่างที่ผมโพสไปข้างต้นละครับ ในปฏิกิริยาที่ว่า "Zn + 2HCl ---> ZnCl2 + H2" แบบนี้คุณจะสรุปว่า Zn เป็นเบสไหมครับ? หรือว่าหากคุณนำกรดเข้มข้น สัก 8M มาล้างมือคุณละ คุณจะสรุปว่ามือคุณเป็นเบสหรือป่าว? (ผมเคยโดนครับ กรด 8M) ที่ผมกล่าวว่าเป็นเกลือนั้นคือ เจาะจงในเรื่องของกรด-เบส (ตัวที่เป็นผลิตภัณจาก กรด-เบส ทำปฏิกิริยากัน) ไม่ใช่พูดถึงเรื่องกว้างๆแบบในกรณีหาประเภทของสารว่าเป็นกรด-เบส... ในความเป็นจริงแล้ว เราจะตัดสินว่าสารเป็กรด ต้องทำปฏิกิริยากัเบส ตัวที่เป็นเบสต้องทำกับกรดนั้นไม่ได้ครับ แต่ผมเข้าใจว่าคุณ alchemist ต้องการที่จะสื่อความหมายเพียงสั้นๆ และง่ายๆให้ผู้อื่นที่ไม่มีความรู้ด้านเคมีมากนักเข้าใจ (หากคุณบอกว่ากรดคือสารที่มี/ให้โปรตอน เบสคือสารที่ให้ OH- แล้วแบบนี้คยทั่วไปมาอ่านจะรู้เรื่องไหมครับ? แม้แต่ผู้ที่มีความรู้ด้านเคมีเบื้องต้นยังอาจจะงงได้ว่าโปรตอนมาเกี่ยวอะไรด้วย และผลก็คือเราต้องอธิบายกันอีกยาว ซึ่งจริงๆการอธิบายมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรหรอกครับ แต่การอธิบายลึกๆมันต้องใช้หลายๆเรื่องมาเกี่ยวข้อง หากผู้ฟังไม่มความรู้พื้นฐานเลย แบบนี้ก็เอาเรื่องนะครับ) และอย่างที่พวกเราชาวเคมีรู้กันดีว่า ทฤษฎีกรด-เบสยังไม่สมบูรณ์แบบเท่าที่ควร หากตอบไปลึกๆแล้วมันก็ยังไม่มีประโยชน์ เพราะมันยังมีช่องโหว่ของตัวทฤษฎีค่อนข้างมาก... ทีนี้คงเข้าใจแล้วนะครับ แต่สิ่งที่ผมยังข้องใจอยู่ในหค 10 นั้น ผมคิดว่าคุณตีตั๋วเที่ยวเดียวแน่ๆเลยครับ งั้นผมตีตั๋วกลับให้ล่ะกัน... ผมว่าคุณลืมคิดไป(หรืออาจจะรู้ว่ามันมีน้อย เลยยกตัวอย่างน้ำมาแทน) ว่าของแข็งที่ไม่ทำปฏิกิริยากับกรดนั้นมีน้อยมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นกรด 100% แล้วยิ่งหาสิ่งที่ไม่ทำปฏิกิริยาด้วยยากมาก ขนาดกรดแค่ 8M ที่ผมว่าน่ะครับ ภาชนะบรรจุซึ่งเป็นแก้วยังมีร่องรอยของการถูกกัดกร่อนให้เห็นเลย แต่อย่างน้อยก็ยังรู้สึกดีขึ้นที่ได้เห็นคุณคิดครับ ส่วนคุณ Omkoy นั้น ผมขอถามคำถามก่อนครับ เท่าที่อ่านคือคุณกำลังบอกผมว่า HCO3- ไม่ทำปฏิกิริยากับ Cu(OH)2 เพราะมันอยู่มนสมดุลใช่ไหมครับ... ถ้าใช่ แล้วคุณคิดว่าการรบกวนสมดุลมันเกิดมาได้อย่างไรละ? กรณีข้างต้นก็เหมือนกับเรานำ AgCl ใส่ลงไปใน NH3 ดั่งสมการนี้ครับ NH3 + H2O <---> NH4 + OH- ครับ โดยที่ Cu(OH)2 = AgCl เป็นตัวไปรบกวนระบบของ HCO3- (คุณอย่าลืมนะครับว่าสมการ ก. และ ข. อยู่ในบีเกอร์เดียวกัน ซึ่งเป็นระบบเปิดโดยสิ้นเชิง แต่สมดุลจะเกิดในระบบปิดนะครับ) คาดว่าคงเข้าใจความหมายของระบบเปิด-ปิดในที่นี้นะครับ ผมไม่ได้หมายถึงเราปิดหรือเปิดฝาบีกเกอร์ไว้ แต่ที่ว่าปิดคือสมดุลไม่สามารถถูกรบกวนได้

ความคิดเห็นที่ 14

19 มี.ค. 2547 22:16
  1. CuSO4(aq) + Li2CO3(aq) ----> CuCO3 + Li2SO4 มันไม่เกิดครับ เพราะสารทุกตัวละลายน้ำหมด สุดท้ายก็แตกเป็นไอออนลอยตุ๊บป่องในน้ำอยู่ดี เกลือกลาง เช่น NaCl มันลงน้ำไปก็ไปลอยคออยู่เฉยๆ ไม่ไฮโดรไลซีสน้ำ ไม่ให้ H+ หรือ OH- กรดหรือเบสลงไปก็ไม่ทำปฏิกิริยาด้วย จากที่คุณเค็มมิดให้สมการมาใหม่ก็ทำนองนั้นเลยครับแต่ที่ผมไม่เขียนสมการ1นั่นเนื่องด้วยว่ามันเกิดขึ้นไม่ได้ Cu2+จะไม่ไฮโดรไลซีสน้ำเป็น H+กับ OH- แต่จะลอยตุ๊บป่องเป็นไอออนหรืออาจเกิดเชิงซ้อนกับน้ำ แต่เจ้าCO3(2-)นี่น่าจะเกิดบ้างนะครับเพราะดูจากค่าKbแล้วตั้ง 2.1*1^ -5 ส่วนที่ว่าCu(OH)2ทำปฏิกิริยากับHCO3-ได้CO3(2-)กับCuเหมือนเดิมนั้นเราต้องกลับมาดูสมการครับ Cu(OH)2 + 2HCO3- <----> Cu2+ + 2H2O + 2CO3(2-) จากสมการCO3(2-) + H2O <-----> HCO3- + OH- ซึ่งสามารถผันกลับได้(ในตอนแรกผมไม่ได้เขียนไว้) เมื่อรวมกับอีกสมการนึงจะได้สมการข้างต้น ซึ่งสามารถผันกลับไปมาได้เช่นกัน ในภาวะสมดุล จะมีสารทุกตัวอยู่ในระบบนะครับ จะไม่ทำปฏิกิริยากันจนหมดไปข้างนึง จึงถือว่ามีสารใหม่เกิดขึ้น คือ Cu(OH)2 และ 2HCO3- ถ้าผิดพลาดยังไงช่วยแก้ไขด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 13

19 มี.ค. 2547 20:28
  1. ขอบคุณฮับ

ความคิดเห็นที่ 12

19 มี.ค. 2547 14:00
  1. จากความไม่น่ใจของคุณ Omkoy และได้ให้สมการออกมาสมการ 2 ชุดนั้น.. พาลให้ผม ขึ้นมาเล็กน้อย และคำถามก็คือว่า ผมหรือคุณ Omkoy มั่วกันแน่... เรามาพิจารณากันใหม่ที่ละจุดก่อนครับ - สมการที่ให้มายังไม่ถูกต้องครับ สมการที่ถูกต้อง ควรจะเป็น CuSO4(s) ---> Cu 2+(aq) + SO4 2-(aq) ----- ก. Cu 2+(aq) + H2O(l) ---> Cu(OH)2(s) + H+ (aq) ----- 1. Li2CO3(s) ---> 2Li+(aq) + CO3 2-(aq) ----- ข. CO3 2-(aq) + H2O(l) <---> HCO3 -(ag) + OH-(aq) ---- 2. อาฮา... แก้ไขสมการแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็มาดูว่ามันจะเกิดปฏิกิริยาหรือไม่อย่างไร (ถ้าหากสมการยังผิดอยู่อาจจะส่งผลให้ผิดทั้งหมดได้ครับ ต้องระวัง) - ก่อนจะไปที่ไหนอื่นใด เรามาตกลง ณ ที่นี้ก่อนว่าขณะนี้เราจะพิจารณาดูแค่ปัจจัยกรด-เบส ไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่น (อันนี้คือสิ่งที่คุณ Omkoy กับ tawahchai ปฏิบัติอยู่นั้นเอง)... ลองสมมุติเล่นว่าเรามี CuSO4 และ Li2CO3 อยู่ และทำการละลายน้ำในบีกเกอร์ใบหนึ่ง ผลที่ตามมาคือ จะได้สมการ ก. และ ข. จากนั้นเรามาพิจารณา ที่ละสมการ... จากสมการ ก. เรารู้ๆกันอยู่ว่า SO4 2- เป็นกรดแก่ ไม่ยุ่งกับใคร ส่วน Cu2+ มีความเป็นไปได้ค้อนข้างสูงที่จะทำปฏิกิริยากับน้ำเพราะมาจากเบสอ่อน ผลที่ได้คือสมการ 1. ซึ่งจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่ามันมีตะกอนเกิดขึ้น (ยังตามทันนะครับ?)... เรามาดูสมการ ข. มั่ง... Li เป็นเบสแก่ มือโปรแล้ว คนละรุ่นกันพวก กรดอ่อน ดังนั้นมันไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการของ รุ่นน้องมันแน่ (CO3 2-)... ดังนั้นเรามาดูกันว่ากิจการของ CO3 2- เป็นอย่างไร... คำตอบคือสมการ 2. ครับ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทุกอย่างยังเป็นสารละลาย. - ไม่ทราบว่ายังตามทันผมหรือไม่ คิดว่าน่าจะทันนะครับ เรื่องง่ายๆพื้นๆ... จากที่เราสมมุติกันเล่นๆ เรามาดูว่าตอนนี้เรามีอะไรอยู่ในบีกเกอร์... 1. SO4 2-(aq) 2. Cu(OH)2(s) 3. Li+(aq) 4. HCO3- (aq) 5. H+(aq) 6. OH- (aq) มาถึงจุดนี้ คุณทั้ง 2 คิดว่ายังไงครับ?... เรามาพิจารณาพร้อมๆกันเลยไหม? สารตัวที่ 5. และ 6. จะจับกันเป็นน้ำอย่างแน่นอนร้อยเปอร์เชนต์ (เราตัดไปแล้ว 2 ตัว) ที่นี้มาดูอีก 4 ตัวที่เหลือ เราเห็นอะไรกันมั่งใน 4 ตัว? ตัวที่น่าสนใจสำหรับผมเห็นจะเป็น Cu(OH)2 (s) กับ HCO3- (aq) นะครับ คุณทั้ง 2 เคยเห็น ปฏิกิริยานี้ไหม 2HCl(aq) + Zn(s) ---> ZnCl2(aq) + H2(g)... ลองเทียบดู Zn = Cu(OH) และ HCl = HCO3-...% ที่ปฏิกิริยาระหว่างสารตัวที่ 2. และ 4. จะเกิดมีความเป็นไปได้มากครับ แล้วผลคืออะไรละครับ? และหลังจากการพิจารณาทั้งหมดตั้งแต่ต้น ผลท้ายที่สุดเราเหลือสารอะไรบ้างในบีกเกอร์? คุณได้คำตอบหรือยังว่ามันเกิดหรือไม่เกิดปฏิกิริยา? - ทีนี้เรามาดูปัจจัยอื่นมั่ง เรามาพิจารณาเรื่องของพันธะ H2O... จากการดูคล้าวๆ คุณเห็นสารอะไรมากทีสุดในโลกสีฟ้าใบนี้ครับ? คำตอบที่ทุกคนจะตอบเป็นเสียงเดียวกันคือ น้ำหรือ H2O นั้นเอง เพราะจะดูในมหาสมุทร บนบก ในอากาศหรือแม้แต่ตัวเราเอง จากจุดนี้ มันบ่งชี้อะไรละครับ? มันบ่งชี้ว่า น้ำเป็นพันธะที่แข็งแรงมากๆๆๆๆ ถ้าเรานำจุดนี้มาดูในบีเกอร์ของเรา ในความเห็นของผมนะครับ สมการที่ 1. กับ 2. ไม่มีสิทธิ์ที่จะเกิดเลย เพราะ ถ้าหากสมการ 1. เกิด สมการ 2. ก็ต้องเกิด แต่ด้วยความแข็งแรงและแรงรักของ H กับ O มันจะวิ่งมาจับกันอีกอย่างแน่นอน มือที่ 3 อย่าง CO3- หรือ Cu2+ ไม่มีทางมาขัดขวางรักนี้ได้แน่ครับ - ปัจจัยต่อไปที่จะพิจารณากัน คือดูว่าสมการ 1. และ 2. มีเปอร์เซนต์มากน้อยเพียงใดที่จะเกิด เรามาดูทีสมการ 1. ก่อนว่ามีอะไรให้พิจารณาได้บ้าง... สิ่งที่เห็นคือ Cu2+ เข้าไปทำให้ H หย่าล้างกับ O ตรงนี้คุณแจในการพิจารณาควรจะเป็นคือ A.ค่า EN ของ H2O (พลังงานพันธะภายใน) B. พลังงานภายนอกหรือพันธะไฮโดรเจน และ C.ค่าพลังงานค่าประจุ Cu2+... เรามาดูแต่แรกเริ่มเลย ถ้าหาก CuSO4 ละลายในน้ำได้ นั้นแสดงว่าพันธะไฮโดรเจนแข็งแรงกว่าพันธะไอออนิกของ Cu2+ กับ SO4 2- อย่างแน่นอน เพราะ H ที่มีขั่วสมมุติเป็นบวก สามารถดึง SO4 2- ได้ และ O ที่มีขั่วสมมุติเป็นลบสามารถดึง Cu2+ ออกมาได้ นั้นคือพลังงาน B. แข็งแรงกว่า C. ... แค่นี้จบแล้วครับ ไม่ต้องไปดูเรื่องปัจจัยกรด-เบสอย่างที่ผมพล้ามมาตั้งยาว เหตุผลเพราะ พลังงาน A แข็งแรงกว่า B แข็งแรงกว่า C... สมการ 1. ตกกระป๋องไปตามระเบียบ... เรามาดูสมการ 2. บ้าง หลักทั้งหมดเหมือนการดูในสมการ 1. ทุกประการครับ... ดังนั้นเราไม่ต้องไปไกลถึงสมการที่คุณ Omkoy เข้นออกมาเลยครับ - ปัจจัยอื่นมีให้ดูอีกไหม? คุณลองช่วยผมคิดละกันครับ (จริงๆกะจะต่อเรื่องสมดุลของสมการ 2.) - ทีนี้มาดูจุดที่ค้านได้มั่ง คุณอาจจะยกสมการนี้ขึ้นมา CH3COONa(s) ---> CH3COO-(aq) + Na+(aq) CH3COO- + H2O <---> CH3COOH(aq) + OH-(aq) จากสมการคือ CH3COONa แตกตัวได้เพราะ H-bond แข็งแรงกว่า แล้วทำไม CH3COO- ถึงมีปัญญาไปเตะเจ้าพ่อใหญ่อย่าง H-O-H ออกจากกันละ... ตรงนี้เราควรจะพิจารณาตรงไหน คำตอบคือ EN ครับ... ค่า EN ของ CH3COO- ซึ่งเป็นอโลหะ อาจจะมีพลังอำนาจเพียงพอที่จะไปกระทืบให้เตียงของ H2O หักได้... ซึ่งต่างจาก Cu หรือโลหะอื่นๆมากครับ แต่ผลออกมา OH- ซึ่งเป็นเจ้าพ่อมาก่อนจะยอมเสีย H+ ไปง่ายๆได้ไง ดังนั้นมันจึงเกิดสมดุลขึ้นดังสมการครับ... ต่อไหม? ยังมี NH4Cl อีกตัวอย่าง ให้พิจารณาอีกนะครับ คุณทั้ง 2 น่าจะมีความสามารถมากพอที่จะคิดต่อได้เองนะครับ คุณแจคือ ค่า EN ของ N กับ H และค่า H-bond ของ H2O... ผลออกมาคือ NH4 ต้องจ่าย H+ ให้กับ H2O.. - จากที่ผมยอมลงทุนนั่งพิมตามความเรีนกร้องของคุณ tawahchai ซึ่งก็ไม่ทราบว่าไม่ทราบจริงๆ หรือขี้เกียจคิด หรือคิดไม่เป็นหรือจะลองภูมิผม หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่จากตรงนี้ผมได้ชี้ให้เห็นความเป็นได้ของการเกิดปฏิกิริยาของเกลือกรด-เบสแล้วว่ามีสิทธ์มากน้อยเพียงใด ผลสรุปคือ หากดูตามปัจจัยกรด-เบส อย่างเดียว มันเกิดได้แน่นอนครับ แต่จากที่ชี้ต่อไปคือ ผลสุดท้ายแล้วมันก็กลับมาเหลือเพียง ไอออน ต่างๆเท่านั้น และจากนิยามของการจำแนกว่าปฏิกิริยาดำเนินหรือไม่ต้องดูที่ว่ามีสารเกิดใหม่หรือไม่... จากนิยามนั้นจะสรุปได้ว่า มันไม่เกิดปฏิกิริยาครับ เพราะไอออนที่เหลืออยู่มีเพียงไอออนที่เราใส่เข้าไปทีแรก... และจากการที่ผมชี้ให้เห็นถึงปัจจัยอื่นด้วยแล้ว ยิ่งเป็นข้อสนับสนุนได้ทีเดียวครับ - จากการที่ผมชี้และพิจารณาให้ดูในด้านต่างๆ คุณจะเห็นได้ว่า ปฏิกิริยาอาจจะเกิดหรือไม่เกิดนั้นยังคงมีความเป็นไปได้สำหรับสารอื่นครับ เพราะเกลือคือพันธะไอออนิกนั้นเอง ถ้าหากมีตัวให้เป็นตะกอน มันก็จะเกิดปฏิกิริยาครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นสรุปคือ เกลือกรด-เบส อาจจะทำปฏิกิริยากันก็ได้หรืออาจจะไม่ทำก็เป็นได้ และที่สำคัญคือ ผมว่าคุณ tawahchai ไม่แม้แต่คิดที่จะคิดก่อนที่จะถามคำถามมา และมาบอกอย่างซื่อๆว่าไม่ทราบจริงๆ แบบนี้น่าเป็นห่วงอนาคตประเทศครับ... แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณครับ เพราะมันทำให้ผมทวนความรู้เก่าๆไปในตัว - สุดท้ายนี้ ผมยังไม่ขอยืนยันผลที่สรุปออกมาว่า สารทั้ง 2 ตัวจะไม่เกิดปฏิกิริยากันนะครับ เพราะทุกอย่างที่ชี้ไปนั้น มีพื้นฐานอยู่บนความรู้ทางทฤษฎี ไม่ใช่ปฏิบัติ... ดังนั้น ผมจึงยังไม่ขอให้คุณทั้ง 2 หรือท่านอื่นๆที่มาอ่าน เชื่อหรือสรุปว่า point ผิด-ถูกแต่อย่างไร แต่ไม่ว่าจะอย่างไร วันจันทร์นี้ (เสาร์-อาทิตย์ lab ปิด) ผมจะลองปฏิบิติและนำผลมาบอกครับ สารมีเหลือเฟือยครับ หากไม่มีการเกิดปฏิกิริยา สิ่งที่ผมชี้ไปก็มีความเป็นไปได้ของความถูกต้องสูง

ความคิดเห็นที่ 11

19 มี.ค. 2547 13:08
  1. ขอโทษครับในข้อที่ 3 พิมพ์ผิด ไม่เอาในวงเล็บครับ ผมงงข้อความของคุณ Omkoy ตรง "CuSO4 เป็นเกลือกรดที่ทำปฏิกิริยากับกลือเบสหรือเบสได้ ที่ไม่ทำปฏิกิริยากับกรดและเบส คงเป็นเกลือกลาง" มันหมายความว่าไงครับผมอ่านแล้วไม่เข้าใจครับ แล้วปฏิกริยานี้เกิดได้มัยครับ CuSO4(aq) + Li2CO3(aq) ----> CuCO3 + Li2SO4(aq)

ความคิดเห็นที่ 10

19 มี.ค. 2547 12:20
  1. Cu2+ มันจะถูกล้อมรอบด้วยโมเลกุลของน้ำครับ ไม่เกิดไฮโดรไลซิส สิ่งที่ผมเข้าใจก็คือถ้าเรามีสาร ก ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นสารชนิดใดแต่ผมอยากทราบว่ามันเป็นกรด กลางหรือเบส และสาร ก ไม่ละลายน้ำอีกด้วย ซึ่งผมไม่สามารถทดสอบได้โดยกระดาษลิตมัสได้ ผมจึงนำไปทำปฏิกิริยากับกรดถ้า 1.ถ้าสาร ก นั้นทำปฏิกิริยากับกรดผมสรุปว่า สาร ก เป็นเบส 2.ถ้าสาร ก นั้นทำปฏิกิริยากับเบสผมสรุปว่า สาร ก เป็นกรด 3.ถ้าสาร ก นั้นไม่ทำปฏิกิริยากับกรดและเบสผมสรุปว่าเป็น สาร ก เป็นกลาง (ผมไม่ทราบว่าทำมัยคุณบอกเป็นเกลือ ซึ่งถ้าสาร ก อาจเป็นน้ำซึ่ง ใส่กรด หรือ เบส ลงในน้ำแล้วก็ไม่เกิดปฏิกิริยาน่ะครับ)

ความคิดเห็นที่ 9

19 มี.ค. 2547 00:36
  1. เอ่อ ผมว่าสองตัวนั่นทำปฏิกิริยากันนะครับ(ไม่แน่ใจครับ) CO3(2-) + H2O -----> HCO3- + OH- Cu2+ + 2OH- -----> Cu(OH)2 (หรืออาจเกิดเชิงซ้อน) ดูจากสมการCu2+จัดเป็นกรดลิวอิส CuSO4 จึงเป็นเกลือกรดทีทำปฏิกิริยากับเกลือเบส หรือเบสได้ ที่ไม่ทำกับทั้งกรดและเบส คงเป็นเกลือกลางครับ

ความคิดเห็นที่ 7

18 มี.ค. 2547 16:07
  1. ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6

18 มี.ค. 2547 10:24
  1. เกลือกรด เช่น CuSO4 เกลือเบส เช่น Li2CO3 แล้วคุณว่าสาร 2 ตัวข้างต้นนั้นทำปฏิกิริยากันไหมครับ... ถามตัวคุณเองก่อนเลยครับว่า คุณพิจารณาเรื่องอื่นๆ (เช่นพันธะ, การเกิดตะกอน หรือ...) แล้วหรือยัง? หรือสักแต่ถามมาๆโดยไม่คิด ครับ? พอดีกว่า เดี๋ยวหาว่าพูดถากถางอีก... พิจารณาดูเองละกันครับ ได้คำตอบแล้วค่อยมาถกกัน หรือถ้าไม่รู้จริงๆก็บอกมาครับ จะตอบให้

ความคิดเห็นที่ 5

18 มี.ค. 2547 07:47
  1. ถ้านายบอกว่าเป็นเกลือ เกลือกรดก็ต้องทำกับเบส เกลือเบสก็ต้องทำกับกรดสิ

ความคิดเห็นที่ 3

17 มี.ค. 2547 14:06
  1. ถ้าไม่ทำปฏิกิริยากับทั้งกรดและเบส... เป็นเกลือครับ แบ่งเป็นเกลือกรด เกลือเบส และเกลือกลาง

ความคิดเห็นที่ 2

17 มี.ค. 2547 01:08
  1. ถ้าไม่ทำปฏิกิริยาทั้งกรดและเบสก็สรุปได้ว่าเป็น กลาง

ความคิดเห็นที่ 1

17 มี.ค. 2547 00:26
  1. ลองเอาสารนั้นไปทำปฏิกิริยากับกรดหรือเบสนะครับ - ถ้าสารนั้นทำปฏิกิริยากับเบส สารนั้นจะเป็นกรด - ถ้าสารนั้นทำปฏิกิริยากับกรด สารนั้นจะเป็นเบส - ถ้าสารนั้นทำปฏิกิริยาได้กับทั้งกรดและเบส สารนั้นจะเป็นลูกครึ่งครับ (amphoteric) แต่ถ้าไม่ทำปฏิกิริยากับทั้งกรดและเบสแล้วผมไม่ทราบครับ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น