เผยแพร่ผลงานการวิจัยการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

งานวิจัยในชั้นเรียน
เรื่อง..
การพัฒนาทักษะด้านการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553
ผู้วิจัย
นายดำรงค์ พระสุรัตน์




โรงเรียนบ้านพุทธรักษา
ตำบลโคกก่ง อำเภอชานุมาน จังหวัดอำนาจเจริญ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญ เขต 1
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสามารถในการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษของนักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านพุทธรักษา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2553 จากจำนวนนักเรียนทั้งหมด 11 คน
ด้วยวิธีการประเมินนักเรียนตามสภาพจริงที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ระยะเวลาที่ใช้ในการวิจัยทั้งสิ้น 4 เดือน โดยเริ่มทำการวิจัยตั้งแต่ เดือนมิถุนายน ถึง เดือนกันยายน
ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนกลุ่มเป้าหมายมีการพัฒนาทักษะการเขียนดีขึ้นกว่าเดิม โดยใช้วิธีการเสริมแรงโดยการชมเชยและให้รางวัล และให้ระยะเวลาในการฝึกทักษะการเขียนมากพอสมควร ดังนั้น นักเรียนจึงเกิดทักษะในด้านการเขียน โดยฝึกทักษะการคัดตัวอักษรตามแบบ โยงเส้นจับคู่ เติมตัวอักษรที่หายไป crosswords puzzle เรียงลำดับตัวอักษรของคำที่ขาดหายไป เขียนคำศัพท์ตามรูปภาพที่กำหนดให้ เรียงลำดับตัวอักษรขึ้นใหม่ จับคู่คำศัพท์ เรียงลำดับภาพที่กำหนดให้ แล้วนำตัวอักษรภาพดังกล่าวมาสร้างคำขึ้นใหม่ ได้อย่างถูกต้อง โดยนำมาซึ่งการพัฒนาทักษะในด้านการเขียนได้อย่างคล่องแคล่ว และถูกต้องเข้าใจมากยิ่งขึ้น




















บทนำ
ภาษาอังกฤษเข้ามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนไทย และคนทั่วโลกอย่างมาก เนื่องจากความก้าวหน้าในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนความรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร และการคมนาคมทำให้ประเทศต่างๆมีความใกล้ชิดต้องพึ่งพาอาศัยกันมากขึ้นจึงเกิดความจำเป็นที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษในการติดต่อสื่อสาร
( สุมิตรา อังวัฒนกุล , 2535 : 12 -17 )
ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษมาเป็นเวลานาน อีกทั้งมีการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรอย่างต่อเนื่อง แต่ยังพบว่านักเรียนส่วนมากยังฟัง พูด อ่าน และเขียนภาษาอังกฤษแทบจะไม่รู้เรื่อง พูดภาษาอังกฤษได้น้อยหรือไม่ได้เลย ความสามารถในการอ่าน และทำความเข้าใจเนื้อหาอยู่ในเกณฑ์ต่ำ รู้คำศัพท์น้อย สะกดคำไม่เป็น ไม่สามารถเขียนภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้อง เหมาะสมกับระดับชั้น นอกจากนี้ยังพบว่า นักเรียนที่เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งเป็นระดับชั้นสูงสุดของการเรียนระดับประถมศึกษา ยังไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะการพูด อ่าน และเขียน สาเหตุสำคัญที่ทำให้นักเรียนยังไม่ประสพความสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษได้แก่ สาเหตุที่เกิดจากตัวครู และนักเรียนเอง ดังนี้
สาเหตุที่เกิดจากครู คือ การไม่มีครูผู้ทรงคุณวุฒิเพียงพอกับความจำเป็นในการสอนภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนทั่วประเทศ และพบว่าครูยังขาดความรู้ ความสามารถ ในการสอนภาษาอังกฤษ การสอนที่ยึดเนื้อหามากเกินไป ครูมุ่งที่จะอธิบายเนื้อหาและหลักไวยากรณ์จนทำให้การสอนแบบที่มีครูเป็นศูนย์กลาง และนักเรียนไม่มีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอนมากพอ
สาเหตุทีเกิดจากนักเรียน คือ นักเรียนไม่เห็นความจำเป็นหรือประโยชน์ของภาษาอังกฤษ คิดว่าการเรียนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องน่าเบื่อหน่าย เนื่องจากนักเรียนมีโอกาสใช้ภาษาอังกฤษในห้องเรียนค่อนข้างน้อย การเรียนการสอนยึดเนื้อหาในตำรามากเกินไปทำให้นักเรียนต้องเรียนแบบท่องจำและเครียดเมื่อต้องสอบ ส่งผลให้บรรยากาศในห้องเรียนเป็นการแข่งขัน นักเรียนขาดความเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน การเรียนภาษาอังกฤษจึงเป็นเรื่องที่ไม่สนุก และไม่ส่งเสริมให้เด็กเกิดความใฝ่รู้ (ภาษาอังกฤษน่าอภิรมย์ , 2542 : 2-3 )
ในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษดังกล่าวมาแล้วนี้ ครูจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการสอนโดยคำนึงถึงนักเรียนเป็นสำคัญ โดยนักเรียนได้พัฒนาความรู้และทัศนคติที่ดีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ อีกทั้งเน้นให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ได้ลงมือปฏิบัติจริง ผ่านกิจกรรมการฝึกทักษะ การฟัง พูด อ่าน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะการเขียนอย่างครบถ้วน
ตามแนวคิดของ Kimmis & Mc Taggart (1992,อ้างถึงใน ยาใจ พงบริบูรณ์, 2537) ที่กล่าวว่าการวิจัยเชิงปฏิบัติการมีจุดมุ่งหมายเพื่อมุ่งพัฒนาประสิทธิภาพของงานให้ดีขึ้น โดยการปรับปรุงข้อบกพร่องระหว่างการดำเนินการสอน มีการวัดและประเมินผลการจัดกิจกรรมเป็นระยะเพื่อให้ทราบถึงระดับความก้าวหน้าของผู้เรียน เพื่อเป็นผลในการพัฒนาผู้เรียนต่อไป ผลการทดสอบความก้าวหน้าของนักเรียนด้านทักษะการเขียนปรากฏว่า
มีเพียงวงจรที่ 1 เท่านั้นที่นักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด คือร้อยละ 72 ทั้งนี้เนื่องจากนักเรียนยังไม่คุ้นเคยกับการเรียนลักษณะนี้มากนักและจากการจัดการเรียนการสอนปกติทักษะการเขียนเป็นทักษะที่นักเรียนได้รับการฝึกฝนน้อยกว่าทักษะอื่น นอกจากนั้นครูยังเร่งกิจกรรมมากเนื่องจากครูเคร่งเครียดกับเวลาที่กำหนดไว้ในแต่ละขั้นตอนมากเกินไป และนักเรียนไม่คุ้นเคยกับการทำแบบทดสอบแบบอัตนัย ทำให้นักเรียนขาดความมั่นใจในการทำแบบทดสอบ ส่วนในวงจรปฏิบัติที่ 2 พบว่ามีนักเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ถึงร้อยละ 80 ทั้งนี้ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในวงจรนี้นักเรียนเริ่มคุ้นเคยกับวิธีการสอนและเนื้อหาที่เรียนยังเป็นเรื่องที่นักเรียนคุ้นเคยปฏิบัติในชีวิตประจำวันและนักเรียนที่เก่งก็ไม่ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือนักเรียนที่เรียนปานกลางและอ่อน ทุกคนเข้าใจบทบาทหน้าที่ของตนเองมากขึ้น และในวงจรปฏิบัติที่ 3 พบว่ามีนักเรียนผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้ถึงร้อยละ 76 ซึ่งลดลงจากวงจรที่ 2 ทั้งนี้ในระหว่างการดำเนินกิจกรรมการเรียนการสอนโรงเรียนมีกิจกรรมอบรมจากองค์กรภายนอก ซึ่งส่งผลให้การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไม่ต่อเนื่อง นักเรียนที่เรียนอ่อนเกิดความอ่อนล้าในการเรียนและเนื้อหาที่ใช้ในการจัดการเรียนการสอนและวิธีที่ให้นักเรียนเขียนยากกว่าในทุกวงจร ทั้งนี้เนื่องจากทักษะการเขียนเป็นทักษะทางภาษาที่ยากและซับซ้อนที่สุด (ประนอม สุรัสวดี.2531 อ้างถึงใน จิราภา รังคะราช,2548) การเขียนเป็นกระบวนการที่ต้องผ่านการคิดหลายขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการเรียบเรียงความคิดหรือการเลือกคำถ่ายทอดออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรหรือข้อความที่สามารถสื่อความหมายได้ตรงกับความต้องการ(รัตนา มหากุศล อ้างถึงใน สุมิตรา อังวัฒนกุล,2536) ดังนั้นในการเขียนนักเรียนต้องมีความสามารถอย่างแท้จริงในทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่องคำศัพท์และโครงสร้างทางภาษาเป็นอย่างดี (สำลี ทองทิว, 2531) ซึ่งการที่นักเรียนจะมีทักษะด้านการเขียนภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดีนั้น นักเรียนต้องได้รับการฝึกฝนเป็นเวลานาน (ทิพวรรณ ธงภักดิ์ .2543)















วัตถุประสงค์
1 เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนการสอนทักษะการเขียนภาษาอังกฤษโดยการสอนเขียน แบบเน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ และการประเมินผลตามสภาพจริง
2 เพื่อพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านพุทธรักษา
โดยการฝึกเขียนแบบเน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ และการประเมินผลตามสภาพจริง ให้นักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 มีคะแนนตั้งแต่ร้อยละ 70 ขึ้นไป

สมมติฐานการวิจัย
ค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษแบบเน้นการคิดวิเคราะห์ และการประเมินผลตามสภาพจริง ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านพุทธรักษา จะมีค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถ ในการเขียนภาษาอังกฤษที่เพิ่มขึ้นของนักเรียนที่ได้รับการเรียนการสอนตามปกติ

วิธีการดำเนินการวิจัย
1.ประชากรและตัวอย่างประชากร
ประชากร เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านพุทธรักษา สังกัดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญเขต 1
ตัวอย่างประชากร เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านพุทธรักษา ปีการศึกษา 1/2553 สังกัดเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอำนาจเจริญเขต 1 โดยแบ่งประชากรออกเป็น 2 กลุ่ม จากนักเรียนทั้งหมด 21 คน โดยกลุ่มที่ 1 เป็นกลุ่มทดลอง จำนวน 11 คน กลุ่มที่ 2 กลุ่มควบคุม จำนวน 10 คน
2.แผนการสอนที่ใช้ในการวิจัย
1.กลุ่มทดลอง ใช้แผนการสอนภาษาอังกฤษ เนื้อหาที่เรียนคือ บทที่ 1-10 ในหนังสือเรียนภาษาอังกฤษชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ACCESS STUDENT BOOK ซึ่งผู้วิจัยได้จัดกลุ่มคำศัพท์และเนื้อเรื่องขึ้นใหม่ โดยสร้างเนื้อหาและกำหนดวัตถุประสงค์ของการสอนแต่ละเรื่องให้สอดคล้องกับการเขียนภาษาอังกฤษแบบเน้นการคิดวิเคราะห์ และการประเมินผลตามสภาพจริง
2.กลุ่มควบคุม ใช้แผนการสอนภาษาอังกฤษ เนื้อหาที่เรียนคือ บทที่ 1-10 ในหนังสือเรียนภาษาอังกฤษชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ACCESS STUDENT BOOK บางส่วนโดยเน้นให้นักเรียนที่มีปัญหากลุ่มนี้ทำกิจกรรมการเรียนการสอนแบบฝึกใบงานต่างๆ จากชุดฝึกการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ผู้วิจัยจัดทำขึ้น โดยผู้วิจัยกำหนดให้นักเรียนทำแบบทดสอบก่อน – หลังเรียน ครูเริ่มกิจกรรมให้นักเรียนฝึก เขียนตัวอักษร A-Z จากแบบฝึก
ฝึกทักษะการคัดตัวอักษรตามแบบ โยงเส้นจับคู่ เติมตัวอักษรที่หายไป crosswords puzzle เรียงลำดับตัวอักษรของคำที่ขาดหายไป เขียนคำศัพท์ตามรูปภาพที่กำหนดให้ เรียงลำดับตัวอักษรขึ้นใหม่ จับคู่คำศัพท์ เรียงลำดับภาพที่กำหนดให้ แล้วนำตัวอักษรภาพดังกล่าวมาสร้างคำขึ้นใหม่ ให้ถูกต้อง

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

1. ชุดฝึกเรื่องการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษสำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
1.1 แบบทดสอบเรื่องการเขียนตัวอักษร A-Z จำนวน 5 Part Part ละ 2 คะแนน รวม 10 คะแนน
1.2 แบบทดสอบการคัดตัวอักษรตามแบบ จำนวน 5 Part Part ละ 2 คะแนน รวม 10 คะแนน
1.4 แบบทดสอบโยงเส้นจับคู่ เติมตัวอักษรที่หายไป จำนวน 2 Part Part ละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน
1.5 แบบทดสอบเขียนคำศัพท์ตามรูปภาพที่กำหนดให้ จำนวน 2 Part Part ละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน
1.6 แบบทดสอบเรียงลำดับตัวอักษรขึ้นใหม่ จับคู่คำศัพท์ จำนวน 2 Part Part ละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน
1.7 แบบทดสอบจับคู่คำศัพท์ เรียงลำดับภาพที่กำหนดให้ แล้วนำตัวอักษรภาพดังกล่าวมาสร้างคำขึ้นใหม่ ให้ถูกต้อง จำนวน 5 Part Part ละ 2 คะแนน รวม 10 คะแนน
1.8 แบบฝึกcrosswords puzzle เรียงลำดับตัวอักษรของคำที่ขาดหายไป จำนวน 2 Part Part ละ 5 คะแนน รวม 10 คะแนน

การเก็บรวบรวมข้อมูล

1. ผู้วิจัยให้นักเรียนทำแบบทดสอบความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษแบบเน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ และการประเมินผลตามสภาพจริง โดยให้กลุ่มตัวอย่างทำก่อนดำเนินการทดลอง (Pre – Post Test)
2. ผู้วิจัยดำเนินการสอนกลุ่มทดลองโดยใช้วิธีการสอนแบบการเสริมแรงโดยการชมเชยและให้ เป็นเวลา 12 สัปดาห์ สัปดาห์ ละ 2 คาบ คาบละ 50 นาที ส่วนกลุ่มควบคุมใช้การเรียนการสอนตามปกติ มีระยะเวลาเท่ากันกับกลุ่มทดลอง
3. ทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ในการเขียนภาษาอังกฤษแบบเน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ และการประเมินผลตามสภาพจริง(Pre – Post Test) ทั้งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ด้วยแบบทดสอบชุดเดิม


การวิเคราะห์และการนำเสนอข้อมูล

1. เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถในการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษแบบเน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ และการประเมินผลตามสภาพจริงของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม
ดังนี้ คะแนน เกณฑ์
80 – 100 ดีมาก
70 – 79 ดี
60 – 69 พอใช้
40 – 49 ปรับปรุง
กลุ่มทดลอง
ก่อนเรียน 40 – 49 ปรับปรุง
หลังเรียน 70 – 79 ดี

กลุ่มควบคุม
ก่อนเรียน 70 – 79 ดี
หลังเรียน 80 – 100 ดีมาก

ซึ่งผลการวิเคราะห์ข้อมูลปรากฏว่าจากคะแนนแบบทดสอบก่อนเรียน ของนักเรียน กลุ่มควบคุม มี
คะแนนเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเปรียบเทียบกับคะแนนทดสอบหลังเรียน จึงไม่มีความแตกต่างมาก
การวิเคราะห์ข้อมูลปรากฏว่าจากคะแนนแบบทดสอบก่อนเรียน ของนักเรียนกลุ่มทดลอง มีคะแนน
เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเปรียบเทียบกับคะแนนทดสอบหลังเรียน จึงมีความแตกต่างมากด้านคุณภาพของแบบฝึกมาก






สรุปผลการวิจัย

จากผลการวิจัยในเรื่อง การพัฒนาทักษะด้านการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งมีจำนวนนักเรียน 11 คน พบว่ามีปัญหาในด้านทักษะการเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษ ผู้วิจัยจึงได้ทดสอบโดยใช้แบบทดสอบด้านการเขียนซึ่งคะแนนก่อนเรียน อยู่ในเกณฑ์คะแนนร้อยละ 40 – 49 จากเกณฑ์ ร้อยละ 80 ขึ้นไป ต้องได้รับการพัฒนา คือยังต้องมีการปรับปรุง ครูจึงใช้แนวสอน เทคนิคการสอนต่างๆ เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจในทักษะด้านการเขียนคำศัพท์ ภาษาอังกฤษและได้ใช้เทคนิคแบบเพื่อนช่วยเพื่อน ชุดฝึกเรื่องการเขียนสะกดคำศัพท์ภาษาอังกฤษผสมผสานกันด้วย หลังจากนั้นผู้วิจัยได้ใช้แบบทดสอบชุดเดิม ให้นักเรียนทดสอบหลังการพัฒนาแล้ว ผลปรากฏว่านักเรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์เพิ่มขึ้นมากกว่าการสอนตามปกติเมื่อเปรียบเทียบกับนักเรียนกลุ่ม ควบคุม โดยคิดเป็นร้อยละ 30 แสดงว่านักเรียนมีการพัฒนาทักษะด้านการเขียนที่ดีขึ้น






















ข้อเสนอแนะ

1. ก่อนที่จะนำทักษะการสอนเขียนคำศัพท์ภาษาอังกฤษแบบเน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ และการประเมินผลตามสภาพจริงมาใช้ในกิจกรรมการเรียนการสอนควรศึกษาทฤษฎีและวิธีการจัดการเรียนการสอนให้ละเอียด ตลอดจนข้อจำกัดต่างๆให้ถ่องแท้ การศึกษาขั้นตอนและวิธีการของการจัดกิจกรรม การวางแผนเวลาที่ใช้
ในการจัดกิจกรรมให้ดีชัดเจน กิจกรรมในแต่ละวงจรควรจะแปลกแตกต่างจากกันเพื่อเร้าความสนใจของผู้เรียน ตลอดจนการวัดและประเมินผลต้องชัดเจนและสอดคล้องกับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วย
2. ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ต้องกระตุ้นให้นักเรียนทุกคนไม่ว่านักเรียนอ่อน ปานกลาง และเก่งมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมให้มากเท่าๆกัน กระตุ้นนักเรียนให้รู้สึกถึงความเสมอภาคในการเรียนและได้แสดงความคิดเห็นให้เต็มศักยภาพของแต่ละบุคคล และถ้าครูผู้สอนใช้เทคนิคแบบเพื่อนช่วยเพื่อนได้ก็จะช่วยครูได้มากยิ่งขึ้นในการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างมีคุณภาพ





















เอกสารอ้างอิง

ภาษาอังกฤษน่าอภิรมย์. 2542. สานปฏิรูป ปีที่ 2 ฉบับที่ 11 (มกราคม) : 2 – 3.
สุมิตรา อังวัฒนกุล. 2535. วิธีสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ. กรุงเทพมหานคร :
โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
จิราภา รังคะราช.(2548). การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษตามแนวการสอนภาษาเพื่อการสื่อสารสำหรับนักเรียนช่วง
ชั้นที่ 2 (ชั้นประถมปีที่ 5). วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน
บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
ทิพย์วรรณ ธงภักดิ์.(2543). การพัฒนาทักษะการเขียนภาษาอังกฤษของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ด้วยวิธีสอน
ภาษาเพื่อการสื่อสารที่เน้นการประเมินผลโดยใช้แฟ้มสะสมงาน.วิทยานิพนธ์ปริญญา
ศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอนบัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
No results found.

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น