|
อาหารสูตร Dr. Atkins (มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ) ลดความอ้วนได้จริงหรือ???
โพสต์เมื่อ:
21:45 วันที่ 29 มี.ค. 2547 ชมแล้ว:
219,032
ตอบแล้ว:
27
จำนวน 27 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2- ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 29 มิ.ย. 2547 (13:23) อยากทราบว่าได้แนวคิดนี้มาจากไหนครับ narahara4@yahoo.com (IP:61.19.185.104,192.168.0.187,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 29 มิ.ย. 2547 (13:45) จากที่เข้าฟังการประชุมครั้งล่าสุดที่มิราเคิลแกรนโฮเทล ในที่ประชุมวิชาการ มีการกล่าวถึงเรื่องสูตรอาหารนี้ รวมทั้งข่าวจากต่างประเทศ ค่อนข้างที่จะสรุปแน่นอนว่า สูตรนี้มีผลกระทบต่อสุขภาพ เนื่องจากการรับประทานโปรตีนมาก ร่างกายจะเกิดการสร้างสารคีนโตน อันเนื่องจากการสลายโปรตีนในปริมาณที่มาก (เพราะเน้นทานโปรตีน ) ในภาวะปกติ ร่างกายจะสลายคารโบไฮเดรต รวมทั้งสมองต้องการกลูโคสในการใช้เป็นพลังงาน เมื่อร่างกายทานแต่โปรตีนส่วนใหญ่ ทำให้คีนโตนเกืดมากในร่างกาย รวมทั้งสมอง ซึ่งหากปฏิบัติเป็นเวลานาน จะอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย เวียนศีรษะ เป็นพิษต่อตับไตและสมอง นักโภชนาการ (IP:202.5.88.132,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 29 มิ.ย. 2547 (23:07) คิดว่า มันเป็นการหลอกร่างกายของเราให้เผาผลาญอาหารมากขึ้น แต่ธรรมชาติของทุกสิ่ง จะหาวิธีทำอะไรที่ใช้พลังงานน้อยที่สุด เราหลอกร่างกายของเราให้เผาผลาญไขมันก็ได้แค่ระยัหนึ่งแค่นั้นเองค่ะ นานไปร่างกายของเราชินแล้ว ก็จะหาวิธีปรับปรุงให้เผาผลาญในอัตราที่ช้าลง เคยเจอคนที่กินสูตรแอ๊ตกิ้นมาเกือบสองปีแล้ว ถามเค้าว่า อัตราการลดน้ำหนักช้าลงไหม เค้าก็ยอมรับหน้าเจื่อนๆว่าใช่ มันชักจะไม่ค่อยเวิร์คแล้ว แต่เค้าก็ยังไม่สามารถรับความจริงได้ ถึงกับไปจ้างนักโภชนาการมาปรับโน่นแต่งนี่กับสูตรอาหารที่เค้ากิน เพื่อยืดให้มันเวิร์คต่อไป แต่เราบังคับธรรมชาติไม่ได้นานหรอกค่ะ เค้าเรียกว่า hit the plateau น่ะค่ะ ถึงจุดนั้นแล้วมันก็กลับไปรูปเดิมค่ะ ยังไม่ต้องคิดถึงเรื่องอันตรายต่อร่างกายแต่อย่างใดนะคะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 30 มิ.ย. 2547 (08:44) เหมียวไม่ได้ทานตลอดหรอกค่ะ เมียวทานแค่ช่วง induction เท่านั้นค่ะ ก็ลดลงไปได้ราวๆ 10 kg. ใน 2 สัปดาห์ค่ะ จริงๆแล้วเหมียวเน้นการออกกำลังกายมากกว่าค่ะ แต่เผอิญได้อ่านข่าวมาว่า ที่ประเทศอังกฤษ สมาคมผู้ค้าแป้งเขารวมตัวทำสูตรอาหารต่อต้าน Atkins ค่ะ ก็แสดงว่ามีคนในอังกฤษนิยมกันมากจนทำให้ยอดขายแป้งในระบบของประเทศอังกฤษลดลงอย่างมีนัยะสำคัญค่ะ ก็แสดงว่าวิธีการทานอาหารของ Atkins นั้น เป็นที่นิยมในอังกฤษค่ะ ที่สำคัญที่สุดคือการออกกำลังกายค่ะ เหมียวขอเน้น เพราะจะทำให้เรามีสุขภาพที่ดี กระปรี้กระเปร่า กระฉับกระเฉงค่ะ หากผู้สนใจที่จะอ่านเรื่องนี้ เข้าไปอ่านได้ที่ http://atkins.com นะคะ แต่เหมียวได้เอกสารฉบับแปลมาจากพี่คนนึงค่ะ หากท่านใดสนใจเหมียวจะส่งให้ทาง e-mail ค่ะ (ไม่คิดค่าใช้จ่ายนะคะ) ขอให้ส่ง e-mail มาที่ benz_student@hotmail.com เหมียว (IP:202.183.253.231,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 30 มิ.ย. 2547 (22:28) กินอาหารสูตรatkins ถ้าไม่เพิ่มfibreด้วยท้องผูกแน่นๆ อีกอย่างคือตัวจะเหม็น ปัสสาวะฉุนจึงต้องกินนำ้ตามมากๆ อย่างไรก็ตามสูตรคาร์โบไฮเดรทตำ่หรือfatต่ำ สุดท้ายก็จะมาถึงend pointเท่าๆกัน แม้ว่าตอนแรกสูตรatkinsจะลดได้เร็วกว่า เห็นด้วยว่าการออกกำลังกายเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะว่าโดยธรรมชาติแล้วมนุษย์เป็นสัตว์ที่ดำรงชีวิตด้วยการล่าและหาผลไม้ รากไม้กิน ต้องใช้กำลังกายตลอดเวลาและยังต้องเผชิญกับภาวะอดอยากตามฤดูกาล พวกที่จะอยู่รอดมาได้ต้องเป็นพวกที่มีพันธุกรรมที่มีประสิทธิภาพในการย่อยการดูดซึุมอาหารดี สามารถเก็บสะสมอาหารสำรองในร่ายกายได้ดี จึงสามารถอยู่รอดในช่วงขาดแคลนอาหารได้ ทีนี้มนุษย์เรามาปฎิวัติการยังชีพด้วยการเกษตรกรรม แถมปัจจุบันมีตู้เย็นซึ่งเป็นระบบการถนอมอาหารที่มีประสิทธิภาพมากทำให้เรามีของกินเหลือเฟือ วิธียังชีพก็มีอาชีพที่ใช้แต่ความคิดไม่ต้องใช้แรงกายด้วย คนเราก็เลยอ้วนเอาอ้วนเอา เพราะพวกเราที่รอดมาได้ในทุกวันนี้ส่วนมากเป็นพวกพันธุกรรมอ้วนง่าย(จึงรอดตายเวลาขาดอาหารในยุคดึกดำบรรพ์) วิธีลดความอ้วนจึงต้องเลียนแบบการดำรงชีพแบบดึกดำบรรพ์ คือกินใบไม้ใบหญ้าเป็นหลัก อดๆอยากๆ ต้องเดินมากๆวิ่งบ่อยๆจึงจะรอดตายได้ ทุกวันนี้พวกพันธุกรรมที่เหมาะกับวิถีชีวิตแบบอดอยาก พอมีชีวิตแบบกินดีอยู่ดีก็เลยกลายเป็นไม่เหมาะกับวิถีชีวิตแบบใหม่ เพราะว่ากลายเป็นอ้วนง่าย เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เส้นเลือดตีบและอุดตัน มะเร็งง่ายฯลฯต่อไปรุ่นพวกเราที่อ้วนง่ายสูญพันธ์ไป พวกที่เหลือก็จะเป็นพวกกินมากแต่ไม่อ้วนเพราะระบบทางเดินอาหารประสิทธิภาพตำ่ มีการเผาผลายพลังงานง่ายโดยไม่ต้องออกกำลังกาย ถึงตอนนั้นปัญหาอ้วนก็คงหมดไปเองโดยวิธีคัดพันธ์ุตามหลักวิวัฒนาการ chamrass@yahoo.com (IP:202.129.17.117,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 2 ก.ค. 2547 (10:22) หลักการรับประทานอาหารของ atkins คือ การใช้พลังงานจากไขมัน แทนการใช้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรต ซึ่งที่จริงแล้วเรามีทางเลือกอีกทางหนึ่งที่เราจะใช้พลังงานจากไขมัน ก็คือ การออกกำลังกายที่มีอัตราการเต้นของหัวใจ อยู่ใน Zone ที่จะใช้พลังงานจากไขมันค่ะ เหมียวจะแปลให้อ่านนะคะ The Truth About the Fat Burning Zone http://exercise.about.com/cs/cardioworkouts/l/aa022601a.htm ภาค 1 your target heart rate zone ถ้าคุณต้องการออกกำลังกายเพราะต้องการลดน้ำหนัก คุณต้องรู้ว่าการออกกำลังกายที่ให้หัวใจทำงาน(cardio exercise : การออกกำลังกายที่เกี่ยวข้องกับหัวใจ) จะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยในการลดน้ำหนัก หลายๆคนจะได้รับการบอกเล่าให้ออกกำลังกายในช่วง \\"เผาผลาญไขมัน\\" เพื่อผลการลดน้ำหนักที่ดีที่สุด แต่มันเป็นจริงหรือเปล่า? นี่คือวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดที่จะช่วยลดน้ำหนักของคุณจริงหรือเปล่า? what is your Target Heart Rate? อะไรคืออัตราการเต้นหัวใจที่เป็นเป้าหมายของคุณ? เพื่อที่จะทราบว่าคุณมีอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในช่วงไหน? สิ่งแรกที่คุณต้องทราบก็คือ อัตราการเต้นหัวใจที่เป็นเป้าหมายของคุณเอง ซึ่งคุณสามารถใช้เครื่องคำนวณเป้าหมายอัตราการเต้นของหัวใจของคุณ ซึ่งคุณสามารถใช้ได้ที่นี่ http://exercise.about.com/cs/fitnesstools/l/bl_THR.htm หรือคุณจะใช้สูตรของ Karvonen Formula ที่นี่ http://exercise.about.com/cs/fitnesstools/g/karvonen.htm ซึ่งมีหลักการคิดง่ายๆดังนี้ สมมุติว่าคุณอายุ 23 ปี และมีอัตราการเต้นของหัวใจ หรือชีพจร ในขณะพัก (เช่น นั่งเล่นๆมาสัก 5 นาที หรือเพิ่งตื่นนอน) เป็น 65 ให้ทำดังนี้ 1. เอา 220 ลบด้วยอายุ (23) 220 - 23 (age) = 197 2. เอาผลจากข้อ 1 ลบด้วย ชีพจรในขณะพัก 197 - 65 (resting heart rate) = 132 3. เอาผลจากข้อ 2 คุณด้วย 65% (หรือ 0.65) 132 x 0.65 = 85.8 4. เอาผลจากข้อ 2 คุณด้วย 82% (หรือ 0.85) 132 x 0.85 = 112.2 5. เอาผลจากข้อ 3 บวกด้วย 65 ได้เป็นชีพจรต่ำสุดของที่จะเป็นอัตราการเต้นของหัวใจที่ใช้พลังงานจากไขมัน (low end of heart rate) 85.5 + 65 = 150 6. เอาผลจากข้อ 4 บวกด้วย 65 ได้เป็นชีพจรสุงสุดของที่จะเป็นอัตราการเต้นของหัวใจที่ใช้พลังงานจากไขมัน (high end of heart rate) 112.2 + 65 = 177 ดังนั้น อัตราการเต้นหัวใจของคุณ ในขณะที่ออกกำลังกาย และร่างกายเผาผลาญไขมันมาเป็นพลังงาน จะอยู่ในระหว่าง 150 - 177 The Ugly Truth ความเป็นจริงที่น่าเกลียด (ไม่อยากจะยอมรับ) ร่างกายจะมีเปอร์เซนต์เผาผลาญไขมันมาเป็นพลังงานมากขึ้นเมื่อคุณออกกำลังกายที่หัวใจทำงานต่ำลง แต่ในการออกกำลังกายมากขึ้น คุณก็จะเผาผลาญแคลอรี่มากขึ้นไปด้วย ซึ่งแคลอรี่เหล่านี้มีผลต่อการลดน้ำหนักของคุณ ซึ่งตารางข้างล่างนี้จะเป็นตารางที่ได้จากผู้หญิงที่มีน้ำหนัก 130 ปอนด์ (ประมาณ 59 kg.) ออกกำลังกาย Low Intensity - 60-65% MHR High Intensity - 80-85% MHR Total Calories Expended per min. 4.86 6.86 Fat Calories expended per min. 2.43 2.7 Total Calories expended in 30 min. 146 206 Total Fat calories expended in 30 min. 73 82 Percentage of fat calories burned 50% 39.85% ตามตัวอย่างดังที่ได้ยกมาให้ จะเห็นว่าผู้หญิงจะเผาผลาญแคลอรี่และไขมันมากขึ้นเมื่อออกกำลังกายหนักขึ้น แต่ไม่สามารถจะพูดได้ว่า \\"ไม่ควรออกกำลังกายเบาๆ\\" ในความเป็นจริงแล้ว การออกกำลังกายให้นานพอจะให้ผลที่ดีกว่า Part 2: Your Cardio Workout การออกกำลังกายของคุณ How often should you exercise? คุณควรออกกำลังกายบ่อยแค่ไหน? ความบ่อยในการออกกำลังกายนั้นขึ้นอยู่กับเป้าหมายของคุณกับตัวคุณเองจะเป็นผู้กำหนด สำหรับผู้ทีเริ่มออกกำลังกายใหม่ๆ ควรที่จะออกกำลังกายเพียงสัปดาห์ละ 3 วัน เป็นเวลาประมาณ 20 นาที หรือกว่านั้นนิดหน่อย และค่อยๆเพิ่มเวลาให้มากขึ้นทีละสัปดาห์ไป แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ออกกำลังกายมานาน หรือเป็นนักกีฬาแล้ว คุณสามารถออกกำลังกายได้ถึง 4 - 6 วัน ในแต่ละสัปดาห์ และคุณควรจะตระหนักเอาไว้ว่า คุณควรจะเปลี่ยนแปลงระยะเวลา ความหนักเบา และวิธีการออกกำลังกาย ไปด้วย เหมียวแปลไหวแค่นี้ล่ะค่ะ ที่เหลือก็หาอ่านเอาเองนะคะ เหมียวbenz_student@hotmail.com (IP:202.183.253.231,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 2 ก.ค. 2547 (10:34) อุ๊บ ตารางที่ก๊อปปี้มาแปะ มันดูไม่รู้เรื่องเลย ลองไปอ่านที่ link ที่เหมียวเอาแปะไว้ให้ก็แล้วกันค่ะ แรกๆเหมียวก็ออกกำลังกายวันละ 20 นาที วันเว้นวันค่ะ เหมียวใช้วิ่งเอา แต่เหมียวพยายามคุมอัตราการเต้นหัวใจเอาไว้ที่ประมาณ 65% - 70% เท่านั้น สิ่งที่เหมียวสังเกตเห็นได้ก็คือ เหมียวเหนื่อยไม่มากค่ะ เพียงแค่หายใจแรงๆเท่านั้น สิ่งที่ตามมาก็คือ เหมียวไม่เหนื่อยหอบ ทำให้เหมียวสามารถวิ่งได้ครบตามระยะเวลาที่กำหนดเอาไว้ คือ 20 นาที และพอเราวิ่งเสร็จ วันรุ่งขึ้นเราพักด้วย สิ่งที่ดีทีตามมาก็คือ ความเมื่อยขบทั้งหลายที่เกิดขึ้น ก็ทุเลาเบาบางไปเองค่ะ เหมียวสังเกตเห็นว่า คนส่วนใหญ่เวลาเริ่มออกกำลังกาย วันแรกก็ทำซะสะใจไปเลย คือ เอาทั้งเหนื่อย ทั้งหนัก แต่ผลที่ตามมาก็คือ วันต่อๆไปทำไม่ไหว และต้องล้มเลิกไป เพราะทั้งปวดเมื่อย และบางรายมีอาการเจ็บด้วย อีอย่างที่สำคัญนะคะ คือ ห้ามอดอาหารค่ะ อาจจะลดอาหารได้บ้าง พวกไขมัน แต่อย่าลดอาหารพวกโปรตีนเด็ดขาดค่ะ เพราะจะทำให้ร่างกายไม่สามารถซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่เสียหายไปเนื่องจากการออกกำลังกายได้ และจะก่อให้เกิดความปวดเมื่อยมากๆ จนเจ็บไปเลยค่ะ อีกอย่างที่สำคัญก็คือ ต้องนอนให้ได้วันละ 8 ชั่วโมงด้วยนะคะ เพราะว่าหากนอนน้อยกว่านั้น โอกาสที่จะเจ็บตามข้อเท้า ข้อเข่า ก็มีมากยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ และทำให้เหนื่อยง่ายมากขึ้นด้วยค่ะ หัวใจก็จะเต้นแรงมากยิ่งขึ้นไปด้วย สำหรับการวัดชีพจรในขณะที่วิ่ง เหมียวทุบกระปุกไปซื้อนาฬิกายี่ห้อ TIMEX มาค่ะ พอดีไปเจอเขาขายลด 50% เพราะมันเป็นตัวโชว์ และตกรุ่นไปแล้วค่ะ ก็เลยได้ของดีราคาถูก แต่ถ้าหากไม่คิดจะซื้อ ก็ไม่เป็นไรนะคะ เพราะมีวิธีง่ายๆในการคอยระมัดระวังไม่ให้หัวใจของเราทำงานหนักเกินไป ก็คือ คอยสังเกตลมหายใจของตัวเองค่ะ คือ เราต้องออกกำลังกายที่ลมหายใจของเราแรงขึ้นกว่าเวลาปกติไม่มากนัก ต้องไม่ใช่หายใจแรงเหมือนกับการวิ่งร้อยเมตรนะคะ แต่ให้หนักกว่าเดิมนิดนึงก็พอค่ะ หัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่ต้องออกกำลังกายให้หนัก แต่อยู่ที่ต้องออกกำลังกายให้นานค่ะ ถ้าทำแบบนี้แล้ว จะทำให้เราน้ำหนักลดลงประมาณสัปดาห์ละ 1 kg. ค่ะ แต่ว่าในเดือนแรกแทบจะไม่ลงนะคะ แต่เสื้อผ้าจะหลวมขึ้น อะไรๆที่เคยใส่แล้ว \\"ปลิ้น\\" ออกมา จนต้องหาอะไรมาปกปิด ก็ไม่ต้องแล้วค่ะ เพียง 2 สัปดาห์แรก ก็จะรู้สึกว่ามันหลวมขึ้นจริงๆ เคยอ่านในหนังสือเจอ เขาบอกว่า เป็นเพราะไขมันนั้นถูกใช้ไป และมีการสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมาแทน แต่หลังจาก 1 เดือนไปแล้ว น้ำหนักจะเริ่มลดให้เห็นค่ะ พร้อมๆกับที่เรารู้สึกกระฉับกระเฉง และสดชื่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยค่ะ หากเทียบกับช่วงที่เหมียวทานอาหารแบบ Atkins ด้วยแล้ว ออกกำลังกายเฉยๆไม่ทานแบบ Atkins จะดีกว่ามากเลยค่ะ รู้สึกสบายกว่ากันเยอะเลย หากสนใจเรื่องการออกกำลังกาย ก็เมล์มาคุยกันได้นะคะ เหมียวพอจะเป็นเพื่อนคุยได้ (ไม่คุยอะไรที่เป็น business นะคะ ไม่ชอบค่ะ) เหมียว (IP:202.183.253.231,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 17 ก.พ. 2548 (16:09) กำลังลองสูตร omelove (IP:202.176.171.218,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 14 ส.ค. 2548 (20:52) คุณเหมียวคะ ขอบคุณมากค่ะ ได้อ่านแล้วรับความรู้มากมาย ปุ้ยสนใจลดน้ำหนักอยู่ ทำเป็นเดือน (แบบไม่เคร่งนะคะ) ก้อไม่ค่อยลง 1 เดือนลงไปประมาณ 1 กิโล เลยท้อค่ะ อยากคุย ปรึกษากับคุณเหมียวจังเลยค่ะ อยากลด สัก 5-7 กิโล ให้เปนน้ำหนักตัวถาวรอ่ะค่ะ ช่วยให้คำปรึกษาหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ ปุ้ย puppy_me_not@hotmail.com (IP:203.209.31.158,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 20 ส.ค. 2548 (15:00) ลองมาหลายสูตรแล้ว ไม่ได้ผล แต่ยอมรับว่าลอง atkins มา 2 อาทิตย์ ลดลงจริงประมาณ 4 กิโล หลังจากนี้ต้องทำอย่างไงต่อค่ะ คุณเหมียว หันมาทานครบ 5 หมู่ แล้วค่อยทานต่อ หรือ...! ช่วยบอกทีค่ะ อยากได้เอกสารฉบับแปลตามที่แจ้งไว้ด้วยค่ะ/many Thanks jumjim/jumjimsocute@yahoo.com (IP:58.136.67.171,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 4 ก.พ. 2549 (11:56) 555 เถียงกานหย่าย เราว่านาสำหรับคนที่อยากไดเอต ควรจะตัดสินใจให้ดี อย่างสูตรของ Atkins เราคิดว่าได้ผลนะ แต่!!มันจะกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวรึป่าว มีอัตราเสี่ยงของโรคมะเร็งแล้วก้อหลอดเลือดอุดตันมากขึ้น ไหนจะระบบลำไส้ระบบขับถ่ายอีก คือเราเคยลองทำดูประมาณ 2 อาทิตย์ แล้วเรารู้สึกว่าเราเป็นเหน็บตลอดเวลา แล้วเราก้อเวียนหัว จนรู้สึกว่าร่างกายเราแย่ เรายังไม่แก่นะอายุยี่สิบต้นๆเอง บอกไว้ก่อน แต่ตอนเด็กๆเราเคยอ้วนก้อเลยเป็นคนที่อ้วนง่ายมาก คือ รู้เลยว่ายิ่งโตระบบเผาผลาญพลังงานยิ่งแย่ลง จิงอยู่ที่คนเราต้องการโปรตีนต่อวันค่อยข้างเยอะ แต่...ถ้าเยอะเกินไป ร่างกายของเราก้อจะผลิตสารบางอย่าง(เค้าเรียกว่าอะไรหนอ..?)ออกมาเพื่อช่วยในการย่อยโปรตีน และสารนั้นก้อมีผลกระทบคือ จะทำให้เวียนหัว เหนื่อยง่าย หัวใจตุ๊มๆต่อมๆ จิงๆไม่ค่อยอยากพูดอิงเรื่องวิชาการเท่าไหร่ เพราะไม่ได้เรียนมาทางด้านนี้ เดวพูดผิดแย้วขายหน้าเค้าแย่ หุหุ แต่ก้อเอาวะ แค่อยากเตือนๆ คือไม่ได้จะว่า ว่าสูตรของ Atkins ไม่ดีเด้อ แต่สำหรับคนที่ไม่รีบร้อน ไม่อยากทรมานตัวเองให้กลายเปง"ทีเร็ก"(ไดโนเสาพันธุ์กินเนื้อ...ล้อเล่น!!) ทำไมไม่ลองปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความต้องการของตังเองดูล่ะ คือแน่นอนว่าตัวเราย่อมรู้ตัวเราดีที่สุดอยู่แล้ว จิงก่อ ? คือเราอาจจะยึดหลักว่าเราต้องรับคาโบไฮเดรตให้น้อยลง และถ้าจะให้ดีที่สุดก้อต้องควบคุบไขมันด้วย ( เดวค่อยพูดเรื่องไขมัน ตอนนี้เดี๊ยนสับสบไปหมดแล้น พูดเอง งงเอง กำๆๆ) จิงอยู่ว่าเรารู้อยู่แล้วอ่ะว่าวันๆนึงเราจำเป็นต้องใช้พลังงานมากแค่ไหน ไม่ใช่วันๆไม่ได้ทำอะไรนั่งๆนอนๆ คุณเทอซัดคาร์โบ (ข้าว,แป้ง,น้ำตาล) เข้าไปเป็งกะละมัง ไม่อ้วนยังงัยไหวคะคุณ ? พวกคาร์โบไฮเดรตเนี่ยจิงๆมันก้อเป็นสิ่งที่ร่างกายต้องการเหมือนกันนะ ยิ่งในตอนเช้าเราควรได้รับคาร์โบนิดหน่อยเพื่อนระบบการเผาผลานพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ต้องเป็นแป้งที่ไม่ขัดขาวเด้อ คือควรจะเป็นพวก ข้าวกล้อง โฮลวีท ธัญญาพืช ประมาณนั้น ในปริมาณที่นิดเดียวเท่านั้น คุณก้อจะสดใสซาบซ่า ส่วนตอนกลางวันก้อเลือกทานโปรตีนสัก 60-70 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือก้อซัดผักผลไม้ ผลไม้ที่ไม่หวานมากนะยะ !! ตอนเย็นก้อเหมือนกันเด้อ ถ้าจะให้ดีก้อน่าจะเลือกทานพวกปลา เพราะมันเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย และจะวิเศษมากเลยค่ะ ถ้าคุณจะเรื่องศึกษาการกินตามกรุ๊บเลือด ว่าใครเลือดกรุ๊บอาไรควรกินโปรตีนแบบไหน คาร์โบไฮเดรตแบบไหน เพราะอาหารที่ดีต่อร่างกาย มันก้อจะยิ่งช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ยิ่งดีขึ้น แต่เดี๊ยวก่อน(เหมือนทีวีไดเร็ก ประมาณนั้น) เดี๊ยนขอพูดเรื่องไขมันนิดนึง คุณเชื่อมั้ยคะว่าการกินไขมันเพิ่มขึ้นจะทำให้คุณผอมลง อ่ะฮ้า อ่านไม่ผิดจ่ะ แต่ต้องเป็นไขมันที่ดีนะจ๊ะ เลิกไปได้เลย อีน้ำมันถั่วเหลือง เนย น้ำมันปาล์ม ยิ่งน้ำมันหมูด้วยแล้วล่ะก้อ ตัวดีนักแล หันมาทานน้ำมันมะกอกค่ะ มีโอเมก้า-3 เยอะแยะ เป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกายมากกกกกกก มากจิงๆขอย้ำ ลดการอักเสบของเซลล์ """ทำให้แก่ช้า""" กินเข้าไป กินเข้าไปไม่ต้องนับมันหรอกแคลอรี่ แล้วก้อปลาที่มีไขมันเยอะนะ (เราอ่านพวกตำราของต่างประเทศ พวกปลาที่แนะนำก้อจะเป็นพวก ทูน่า แมคคอเลว แซลม่อน ประมาณนั้น กำลังลองศึกษาปลาไทยอยู่ ถ้ารู้แล้วจาเอามาบอก) กินเข้าไปเหอะ แล้วการกินไขมันพวกนี้นะทำให้ความอยากอาหารลดลงด้วยหง่ะ กินแล้วทั้งสาว หุ่นดี แล้วก้อผิวดี อายุยืน โอ้ยไม่มีข้อเสียเลยวุ๊ย!! เป็นงัยยะชักน่าสนใจล่ะซิ ฮิฮิ เค้าเรียกว่าอาหารรักษาโรค คือถ้าเรากินแต่อาหารที่ดีและมีประโยชน์ที่ร่างกายของเราแต่ละคนเหมาะสมจะได้รับเนี่ย เราก้อ say good bye ยาปฏิชีวนะได้เลย ซังฮี้ (IP:58.9.128.165,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 4 ก.พ. 2549 (13:02) ลืมบอก ตอนเช้าอ่ะร่างกายต้อการโปรตีนเต็มๆนะ เรามีเหตุผลที่ดีในการกินโปรตีนตอนเช้าด้วยอ่ะ คือ จะไม่ทำให้เราหิวง่ายเพราะพอร่างกายได้รับโปรตีน ร่างกายของเราก้อจะปล่อยน้ำตาลออกมาอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป เลยไม่ทำให้เราอยากน้ำตาล ไม่ทำให้เราโหยหาอาหาร และทำให้ช่วงเช้าของเราสดชื่นไม่ง่วงหงาวหาวนอนเพราะแป้งหรือน้ำตาลเต็มกระเพาะ ถ้าใครอยากกินของหวานก้อควรจะเป็น ดาร์ก ชอกโกแลต หรือผลไม้ที่ค่อนข้างหวาน ก้ออดใจนิดนึงค่ะ กินได้นะ แต่ต่องเป็นช่วงเวลาประมาณ 4-5 โมงเย็นเท่านั้น เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายผลิตอินซูลินเพื่อที่จะมาย่อยน้ำตาลค่อนข้างมากแล้ว แต่...กินแต่พอดีนะคือนิดหน่อยพอหายอยาก คำสองคำประมาณนั้น ไม่ใช่สวาปามนะยะ กระซวกเข้าไปแล้วจะมานั่งเสียใจทีหลัง แล้วถ้าจะเสริมคาร์โบในแต่ละมื้อก้อดูตามความพอดีกับกิจกรรมที่เราต้องทำในแต่ละวัน ส่วนมื้อเย็นเนี่ยเดี๊ยนสั่งงด แล้วสาวนางใดที่ทำตามที่เดี๊ยนแล้วยังเกิดอาการอยากน้ำตาลอยู่ละก้อขอแนะนำให้สันนิฐานไว้ก่อนเลยว่าเราเป็นเชื้อราในช่องคลอดรึป่าว ลองไปนอนอ้าขาให้หมอเค้าจิ้มดูเล่นๆซะ เพราะเชื้อราพวกนี้ชอบน้ำตาลม๊ากมาก สุดท้ายท้ายสุด เราขอย้ำๆๆ จิงๆว่าการกินโอเมก้า3กะโอเมก้า6 ในอัตราส่วน 10/1 จะทำให้ร่างกายเราสมส่วนเพราะระบบการสื่อสารระหว่างเซลล์ดีเยี่ยม และทำให้เราดูเด็กลงได้จิงๆ ซังฮี้ (IP:58.9.128.165,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 12 ก.พ. 2549 (21:06) เราเป็นอีกผู้หนึ่งที่สนใจศึกษาและทดลองลดน้ำหนักโดยแนวทาง ของ ดร.แอตกินส์ นับตั้งแต่ต้นปี 48 หลังชมรายการ จากช่อง ยูบีซี เพิ่งเข้ามาเห็นกระทู้นี้ สงสัยว่า ยังมีผู้ที่สนใจใคร่รู้และแบ่งปันประสบการณ์ของแนวทางนี้อีกหรือเปล่า หากมีผู้ใดสนใจ โพสต์มาคุยกันนะคะ เอ้/search 4117@hotmail.com (IP:58.9.143.111,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 20 ก.พ. 2549 (09:12) เห็นด้วยกับความเห็นที่ 12 เพราะการที่ร่างกายมนุษย์ได้รับโปรตีนมากเกินไปทำให้ไตจะทำงานหนักส่งผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาวได้ค่ะ ควรลดน้ำหนักแบบค่อยเป็นค่อยไป1 สับดาห์ไม่ควรเกิน0.5 กก และถ้าหากร่างกายลดน้ำหนัล อย่างรวดเร็วแล้วอาจจะเกิดโยดย่เอฟเฟ็คได้ทานอาหารครบ 5หมู่ตามหลักโภชนาการแต่ละอย่างควรมีปริมาณไม่มากเกินความต้องการของร่างกาย รวมทั้ง ออกำลังกายเพิ่มขึ้นด้วย เพิ่มbodymovement ด้วยค่ะ แก้มจัง (IP:203.146.83.92,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 6 พ.ค. 2549 (08:39) ใยอาหารกับสุขภาพ การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทุกสิ่งที่กินเข้าไปมีผลต่อร่างกายทั้งสิ้น ใยอาหาร เป็นอาหารที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีผลดีต่อร่างกาย ยิ่งเวลาผ่านไป ความรู้เรื่องใยอาหาร ก็ยิ่งมีมากขึ้น ว่า นอกจากช่วยควบคุมหรือลดน้ำหนัก โดยทำให้อิ่มขึ้นและลดการดูดซึมของน้ำตาลและไขมันแล้ว ซึ่งเมื่อทานต่อเนื่องเป็นประจำ ก็จะทำให้ไขมันที่สะสมอยู่ตามส่วนต่างๆ แม้แต่ในเลือด ลดน้อยลงได้ ใยอาหารยังช่วยในการขับถ่าย อย่างไรก็ตาม การทานใยอาหารให้ได้ผล ต้องได้รับใยอาหารอย่างพอเพียง และทานให้ถูกวิธี เครื่องดื่มใยอาหาร ซ ล แนะนำให้ทานโดยชงกับน้ำเย็น คนให้กระจายตัวแล้วดื่มทันที ให้ทานก่อนอาหาร ดื่มแล้วทานอาหารเลยก็ดี หรือไม่เกิน 30 นาที หากต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง ให้ดื่มก่อนอาหารทุกมื้อ นายสุขภาพ (IP:58.147.59.109,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 11 พ.ค. 2549 (19:19) เห็นมีข่าวว่ายกเลิกการวางจำหน่ายหนังสือเล่มนี้แล้วครับ ดิฉันคิดว่าการลดความอ้วนด้วยวิธีการลดอาหารที่คาร์โบไฮเดรตเป็นวิธีที่ดีนะคะเพราะดิฉันก็เป็นเด็กเรียนวิชาอาหารก็พอมีความรู้เกี่ยวกับด้านโภชนาการอยู่บ้างแต่ถ้าจะอดสารอาหารที่เป็นคาร๋โบฯมันก็คงจะเป็นเรื่องยากสำหรับคนอ้วน ดิฉันว่าเราน่าจะมารับประทานอาหารที่มีคาร์ฯแต่เป็นคาร์โบที่ให้ประโยน์ต่อร่างกาย อาทิ ข้าวกล้องหรือข้าวแป้งที่ไม่ได้ผ่าวการขัดสี ในปริมาณที่พอเหมาะ โดยเน้นมื้อเช้าเป็นมื้อสำคัญน่าจะดีกว่าคะ อรองค์ เด็กอาหารและการโภชนาการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาภูเก็ต อรอนงค์ หลักฐาน (IP:61.19.233.130) กำลังลองวิธีแอตกินสืนะคะ ได้ผลยังไงเดี๋ยวมาบอกนะคะ ตอนนี้ สูง160 หนัก 55ใครเคยทำแล้วมาคุยเอ้มกันนะ lang_arn@hotmail.com lang_arn@hotmail.com (IP:58.9.123.43) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 16 เม.ย. 2551 (07:58) <P>เราลองมาได้4วันแล้ว เหลืออีก10วัน สู้สู้</P> phiyada (IP:122.123.196.65) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 4 ก.ค. 2551 (19:32) อยากได้สูตรอาหารพร้อมวิธีทำเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษพร้อมรูปอาหาร อยากได้แบบอาหารว่าหรือขนมใครมิช่วยส่งมาให้หน่อยนะค่ะเพราะต้องส่งวันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม 2551 ค่ะช่วยหน่อยนะค่ะต้องส่งแล้ว เร็วด้วยนะค่ะ
ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ b_pilaiwan@hotmail.com (IP:118.174.156.75) |