ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 21 เม.ย. 2554 (00:55) สืบค้นเอง ใช้คำ "ชั้นบรรยกาศ"
NpEd
ร่วมแบ่งปัน749 ครั้ง - ดาว 50 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 21 เม.ย. 2554 (01:22) น่าจะหมายถึงขอบเขตของอวกาศนะครับ
ที่จริงเรื่องอวกาศยังคลุมเครืออยู่ครับ ยังไม่ต้องไปถึงเรื่องขอบเขตของมันหรอก แค่นิยามของ "อวกาศ" ก็ยังถกเถียงกันไม่จบเลย
เรารู้ว่าเอกภพ (universe) กำลังขยายตัวจากการวิเคราะห์รังสีฉากหลัง ปัญหาคือการขยายตัวออกไปนี้ส่วนที่ัยังขยายตัวออกไปไม่ถึงคืออะไร เป็นที่ว่างๆ ใช่หรือไม่ หรืออาจไม่มีบริเวณที่ว่าก็ได้
ถ้ามี แล้วอวกาศจะหมายถึงเฉพาะส่วนเอกภพ หรือรวมถึงที่ว่างๆ นั้นด้วย
แม้จะจำกัดประเด็นเพื่อหาคำตอบแค่ว่าขอบเขตของเอกภพอยู่ที่ใด ก็ยังตอบได้ยาก เพราะนอกจากจะอยู่ไกลจนเดินทางไปไม่ถึงแล้ว จากข้อมูลว่าเอกภพกำลังขยายตัว ขอบเขตเคลื่อนที่ห่างออกไปเร็วกว่าการเดินทางของเรา เราจึงไม่มีทางไปถึงขอบได้ด้วยเทคโนโลยีตอนนี้
การศึกษาทางอ้อมจากการสังเกต สมมุติว่าเราสังเกตเห็นขอบได้ แต่ ณ เวลาที่เราสังเกตเห็นนั้น กว่าแสงจะเดินทางจากขอบมาถึงโลกคงใช้เวลายาวนานมากๆๆ
แปลว่ากว่าเราจะรู้ถึงตำแหน่งของขอบเขตนั้น ขอบเขตจริงๆ ก็ขยับออกไปไกลมากแล้ว
Ouroboros
ร่วมแบ่งปัน2435 ครั้ง - ดาว 306 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 28 เม.ย. 2554 (16:39) เมื่อหกร้อยปีก่อน นักแล่นเรือก็กลัวตกขอบโลก แต่แล้วโลกก็ไม่มีขอบ
จากทฤษฎีสตริง จักรวาลก็อาจจะไม่มีขอบ แต่เชื่อมต่อกันด้วยมิติที่มากกว่าสี่
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 7 พ.ค. 2554 (23:18) จุดสิ้นสุดของอวกาศตอนนี้ ก็คือขอบเขตการรับรู้และตรวจสอบอวกาศของมนุษย์เอง
ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน เราสามารถสำรวจไปได้เพียงเท่านี้
Ouroboros
ร่วมแบ่งปัน2435 ครั้ง - ดาว 306 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 2 มิ.ย. 2554 (21:58) ขอบคุณคลิปนี้มากครับ ดูแล้วอึ้งจริงๆ ห่ะๆ อยากรู้ว่าตอนนาทีที่ 3.10 มันเป็นจริงรึเปล่าครับ แปลไม่ออก คือตอนนี้เรารู้ถึงช่วงไหนของในคลิปนี้หนะครับ
Oxyjane
ร่วมแบ่งปัน5 ครั้ง - ดาว 47 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 2 มิ.ย. 2554 (22:20) แสงที่เห็นในนาทีที่ 3:10 นั้น คือบริเวณที่เราสามารถรับแสง (visible light) ได้จากกล้องโทรทรรศน์ จึงนำข้อมูลมาสร้างเป็นแผนที่
ส่วนที่เป็นมืดๆ คือบริเวณมืดๆ คือบริเวณที่มีข้อจำกัดทำให้ไม่สามารถใช้กล้องโทรทรรศน์สำรวจได้ (เข้าใจว่าแสงถูกบดบัง)
แต่เมื่อถอยหลังออกไป จะเห็นเป็นสีๆ นั่นคือข้อมูลจาก รังสีไมโครเวฟพื้นหลังของจักรวาล (cosmic microwave background)
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=vinitsiri&month=11-2009&date=02&group=11&gblog=82
Ouroboros
ร่วมแบ่งปัน2435 ครั้ง - ดาว 306 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 3 มิ.ย. 2554 (19:25) อ่อ แล้วนาทีที่ 3.38 นี่ก็เหมือนกันใช่ไหมครับ คือรับแสงได้เท่านี้ ในคลิปนี้คือเราสามารถรับแสงได้แล้วจำลองมันขึ้นมาซี่งเป็นจริงใช่ไหมครับ
Oxyjane
ร่วมแบ่งปัน5 ครั้ง - ดาว 47 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 3 มิ.ย. 2554 (22:15) ใช่ครับ จะเห็นว่าเป็นทรงกลมเลย แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราเป็นจุดศูนย์กลาง เพราะจริงๆ แล้วไมโครเวฟที่เราวัดได้ก็วัดจากโลก ขอบเขตการรับรู้จึงมีโลกเป็นศูนย์กลางครับ
Ouroboros
ร่วมแบ่งปัน2435 ครั้ง - ดาว 306 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 3 มิ.ย. 2554 (23:12) ส่วนตัวผม ผมคิดว่ามันไม่น่ามีขอบเขตนะครับ ยกตัวอย่างนะครับ ผมจะนับเลขไปเรื่อยๆนะครับ
1-2-3-4-5-......-----............. จำนวนที่มากที่สุดมีค่าเท่าไหร่ ผมตอบตัวเองไม่ได้เพราะถ้าผมบอกว่า N เป็นจำนวนที่มากที่สุด แต่ N+1 > N (จำนวนนับ) ผลที่เกิดคือมันย่อมไม่มีที่สิ้นสุดแน่ๆ หรือแม้กระทั่งสิ่งที่เล็กๆ เช่น ช่วงตัวเลขระหว่าง 0 ถึง 1 มันก้อยังมีจำนวนมากมายไม่สิ้นสุด แต่เราเพียงจำกัดเขตให้มันว่า (0,1) ดั่งที่ว่าเราสามารถค้นพบ / สิ่งที่เราเรียกว่าเล็กไม่สิ้นสุด ก่อตัวกันกลายเป็นสิ่งที่เราเรียกว่า ใหญ่ไม่สิ้นสุด
และไม่แน่อีกฝากฝั่งหนึ่งอาจมีดาวเคราะห์ที่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ก้อได้ หรือแม้แต่สิ่งที่เราเรียกว่ามันไม่มีมันเป็นเพียง นามธรรม แต่มันอาจมีมวลที่เล็กไม่สิ้นสุดจนเราไม่สามารถค้นพบก้อได้
บ้านนอก
ร่วมแบ่งปัน47 ครั้ง - ดาว 153 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 8 มิ.ย. 2554 (08:41) 3.10 คือ คือ Galaxy cluster เป็นระดับที่จักรวาลมีความเป็นเนื้อเดียว (มองจักรวาลเป็นเหมือนสารละลาย
) ซึ่งวิชาจักรวาลวิทยาจะใช้ได้ดีในสเกลใหญ่ระดับที่เห็นเป็นกรวยเขียวๆนั้นแหละ ผมเข้าใจว่าที่มันเป็นกรายเพราะว่าตรงนั้นยังไม่มีดาวเทียมสำรวจอวกาศไปโคจรครับ
วิชาจักรวาลวิทยา ใช้แบบจำลองจักรวาล (ฺที่มี Bin bang นั้นแหละ) ที่มีสมมุติฐานว่าจักรวาลไม่มีขอบเขต
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 22 ก.ค. 2554 (11:47) ผมขอเสริมจากความรู้ของผมดังนี้
1. อวกาศ (Space) เรียกกันอีกอย่างหนึ่ง คือ ปริภูมิ
2. ตัวเราเล็กสุด ๆ เทียบกับระบบสุริยะระบบหนึ่ง ดาราจักรระบบหนึ่ง ๆ และเทียบกับเอกภพ
3. เราเองยังไม่รู้จริงถึงดาราจักรทางช้างเผือกของเราด้วยซ้ำ
ทั้งนี้เราไม่อาจออกไปนอกดาราจักรทางช้างเผือกเพื่อดูรูปร่างได้
เข้าทำนองที่ว่ามดตัวหนึ่งที่อยู่ในรังรังหนึ่งก็คงไม่รู้รูปร่างรังของตัวเอง
4. เรายังไม่รู้เลยว่าสิ่งต่าง ๆ ในเอกภพเกิดขึ้นจริง ๆ จากอะไรและอย่างไร
นอกจากคิดและหาเหตุผลประกอบเท่านั้น
5. เราคิดว่าอวกาศโค้ง แต่เข้าใจยากมาก
ผมเคยเรียบเรียงไว้ในหนังสือวิทยาศาตร์กับสังคมของ ม.สุโขทัยธรรมาธิราชตั้งแต่สมัยเริ่มแรก
ถ้าอยากรู้หาอ่านได้
6. ปริภูมิหรืออวกาศสื้นสุดหรือไม่ ณ ที่ใดไม่มีใครรู้หรอก
โดยสรุปเรามีความรู้น้อยนิดเกี่ยวกับเอกภพนี้
รศ.สมพงษ์ ใจดี
22 กรกฎาคม 2554