วิชาการดอทคอม ptt logo

สาหร่าย เพื่อการบริโภค

โพสต์เมื่อ: 17:52 วันที่ 15 พ.ค. 2554         ชมแล้ว: 57,218 ตอบแล้ว: 16
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป

    สาหร่ายเป็นสิ่งมีชีวิตมีคู่กับโลกเรามานานมากจึงจัดเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญมากของมนุษยชาติ และเป็นแหล่งอาหารคุณภาพสูงของผู้คนทั้งหลาย จึงนำมาบริโภคกันในหลายรูปแบบ ประเทศที่มีการบริโภคสาหร่ายอย่างแพร่หลายคือ จีน และญี่ปุ่น ส่วนประเทศอื่นก็มีการบริโภคกันบ้างแม้แต่ไทยเรา แต่สาหร่ายที่นิยมจะเป็นชนิดที่แตกต่างกันไปตามที่มีอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ ในที่นี้จะขอแบ่งสาหร่ายที่นำมาบริโภคออกเป็น 2 กลุ่มตามขนาดของสาหร่ายคือ Microscopic algae และ Macroscopic algae
     Microscopic algae คือสาหร่ายที่มีขนาดเล็ก อาจอยู่ในรูปเซลล์เดี่ยว -unicellular และ เป็นเส้นสายยาว -fillament สาหร่ายกลุ่มนี้ประเมินว่ามีมากกว่า 30000 ชนิด รวมถึงกลุ่มที่จัดให้เป็น Cyanobacteria ซึ่งแต่เดิมคือ  Blue green algae สาหร่ายที่นำมาบริโภคในกลุมนี้พบได้ทั้งในน้ำจืด และน้ำเค็มชนิดที่จะกล่าวถึงได้แก่
    Nostoc
    Spirogyra
    Oedogonium
    Cladophora
    Chlorella
    Scenedesmus
    Spirulina
                  สายสนม



saisanom
ร่วมแบ่งปัน194 ครั้ง - ดาว 157 ดวง





จำนวน 16 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 16 พ.ค. 2554 (13:26)

กลุ่มที่2คือ Macroscopic algae สาหร่ายขนาดใหญ่ประกอบด้วยเซลล์จำนวนมากมีลักษณะคล้ายพืชมากขึ้น มีส่วนทำหน้าที่คล้ายรากเรียกว่า holdfasts ทำหน้าที่ยึดเกาะกับหินกรวด มีเส้นสายยาวเป็นท่อที่แข็งแรงคล้ายลำค้นเรียกว่า stipes มีส่วนแยกออกไปคล้ายใบที่โบกไปมาได้ตามกระแสน้ำเรียกส่วนนี้ว่า blades หรือ lamina สาหร่ายขนาดใหญ่มักพบในทะเลที่นิยมเรียกว่า seaweeds และที่นำบริโภคมีหลายชนิดทั้งการบริโภคโดยตรงคล้ายผัก และสารที่สกัดจากสาหร่ายที่เรียก phycocolloids มาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอาหาร และประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย
  สาหร่ายทีนิยมบริโภคโดยตรงในกลุ่มประเทศทวีปเอซียได้แก่
กลุ่มที่มีสีเขียว
      Enteromorpha
      Ulva
      Codium
      Caulerpa
กลุ่มมีสี้ตาล
      Sagassum
      Laminaria
      Cladosiphon
      Hydroclathrus
      Hizikia
กลุ่มมีสีแดง
      Porphyra
      Gracilaria
      Halymenia 
      Hynea
      Laurencia 


saisanom
ร่วมแบ่งปัน194 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 18 พ.ค. 2554 (19:59)

นอสตอก-Nostoc คือสาหร่ายขนาดเล็กเจริญในน้ำจืด จัดอยู่ในกลุ่ม Cyanobacteria มีลักษณะเป็นเซลล์เดี่ยวกลมหุ้มด้วยเมือกคล้ายวุ้น มีรายงานว่ามีการบริโภคในประเทศมงโกเลีย จีน เปรู ไทยเรามีการเพาะเลี้ยงสาหร่ายชนิดนี้ในเชิงพาณิชย์เรียกชื่อทางการค้าว่า สาหร่ายมุกหยก-Jade pearl มีขื่อวิทยาศาสตร์ Nostoc commune ดังแสดงในภาพ
สายสนม


saisanom
ร่วมแบ่งปัน194 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 22 พ.ค. 2554 (21:30)

สาหร่ายเกลียวทอง-Spirulina คือสาหร่ายในกลุ่ม Cyanobacteria อีกชนิดที่นิยมบริโภคมานานมากจัดเป็นแหล่งที่มีโปรตีนคุณภาพสูง มีลักษณะเซลล์เป็นเกลียวคล้ายลวดสปริงสั้นบ้างยาวบ้าง ขึ้นกับอายุ และความสมบูรณ์ของอาหารเพาะเลี้ยงดังภาพ
ชนิดที่นิยมผลิตเป็นการค้าคือ Spirulina maxima และ Spirulina platensis มีการผลิตหลายแห่งในประเทศไทย เป็นสาหร่ายที่มีคุณภาพสูงในการเสริมสุขภาพหลายด้านที่น่าสนใจมาก


saisanom
ร่วมแบ่งปัน194 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 22 พ.ค. 2554 (23:50)
เป็นคนชอบกินสาหร่ายนะ
แต่เห็นรูป ไม่อยากกินเลยอะ
ชอบกินนะ (IP:101.108.42.27)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 24 พ.ค. 2554 (19:38)

คุณที่ชอบกินสาหร่ายอย่าเห็นรูปแล้วไม่อยากกินนะคะ ที่เอาภาพมาให้ดูเพียงเพื่อเป็นความรู้ที่ใช้ในการศึกษา การกินสาหร่ายโดยเฉพาะขนาดเล็กมักผ่านกระบวนการทำแห้งอยู่ในรูปผง หรืออัดเป็นเม็ดและบรรจุแตปซูลให้สดวกในการกิน กินต่อนะคะเพราะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก
เห็นภาพเป็นผลิตภัณฑ์แล้วคงชอบกินนะคะ


saisanom
ร่วมแบ่งปัน194 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 30 พ.ค. 2554 (14:27)

Spirogyra สไปโรไจรา เป็นสาหร่ายที่ชอบขึ้นในน้ำจืดที่สะอาดทั้งน้ำนิ่ง และน้ำไหลเอื่อยๆ มีสีเขียวเป็นเส้นกลมยาวขนาดเล็กพันกันเป็นเกลียวนิ่มลื่นมือพบได้ในแหล่งน้ำภาคเหนือและอิสาณเรียกสาหร่ายชนิดนี้ว่า เทา หรือผักไกนิยมนำมาบริโภคในรูปผักจิ้มน้ำพริก ทำลาบ และมีรายงานว่าเป็นสาหร่ายที่นิยมบริโภคในประเทศพะม่า เวียตนามและอินเดียด้วย


saisanom
ร่วมแบ่งปัน194 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 2 มิ.ย. 2554 (14:07)

คลอเลลลา-Chlorella เป็นสาหร่ายน้ำจืดขนาดเล็กชนิดเก่าแก่มากที่ผู้คนนำมาบริโภค เนื่องจากมีโปรตีนสูงร้อยละ 55-65 และเป็นโปรตีนคุณภาพสูงมีค่า Net protein utilization (NPU) = 66 ค่า Biological value (BV)=72 มีการผลิตจำหน่ายในประเทศ ญี่ปุ่นและไต้หวัน  ในรูปอาหารเสริมสุขภาพเพราะช่วยล้างพิษโดยการ chelation กับพวกโลหะหนักได้ และยังมีข้อมูลว่านำไปใช้เป็นสีอาหารได้ด้วยเนื่องจากมี คลอโรฟิลด์สูง


saisanom
ร่วมแบ่งปัน194 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 15 ต.ค. 2554 (21:13)
สาหร่ายสีเขียวขนาดใหญ่ที่นิยมบริโภคไดแก่ Caulerpa เรียกชื่อทั่วไปว่าองุ่นทะเล -sea grapes นิยมบริโภคในฟิลิปปินส์เรียกว่า lato
สายสนม
saisanom saisanom@hotmail.com (IP:124.121.172.196)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 31 ต.ค. 2554 (13:51)
สาหร่ายสีแดงที่นำมาบริโภค ที่แพร่หลายมากคือ สาหร่ายสายใบ (Porphyra spp.) จีนเป็นชาติแรกที่นำมาบริโภคเรียกว่า จีฉ่าย โดยเก็บเกี่ยวจากท้องทะเลที่มีตามธรรมชาติ ต่อมาชาวญี่ปุ่นสามารถทำการเพาะเลี้ยงได้ชนิดที่มีชื่อ Porphyra tenera นิยมเรียกชื่อทั่วไปว่า Nori ที่เก็บเกี่ยวมาผลิตเป็นแผ่นแห้งบางใช้ห่อข้าวญี่ปุ่นสอดไส้ที่เรียกว่าซูชิ และบริโภคโดยตรง Noriที่มีคุณภาพดีจะเป็นสีเขียวปนดำและมีความเลื่อมมันมีกลิ่นเฉพาะตัวซึ่งขึ้นอยู่กับสภาวะการเพาะเลี้ยงสาหร่ายดังกล่าว
สายสนม
saisanom@hotmail.com (IP:124.121.175.89)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 5 พ.ย. 2554 (17:44)
สาหร่ายสายใบหรือ nori มีชื่อเรียกทางอังกฤษทั่วๆไปว่า Laver เป็นชนิดที่ชาว Wales รู้จักนำมาบริโภคโดยนำมาผัดกับเนย ส่วนสาหร่ายNori ของญี่ปุ่นนั้นมีรายงานว่ามีสารประกอบ Glutamate สูงถึง 1378 มิลิกรัมต่อ 100 กรัม และสาร Inosinate 9 มิลิกรัมต่อ 100 กรัม จึงส่งผลให้สาหร่ายดังกล่าวมีรสชาติอร่อยที่เรียกว่ารสอูมามิ
สายสนม
saisanom@hotmail.com (IP:110.49.251.117)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 14 พ.ย. 2554 (15:03)
สาหร่ายสีแดงที่ไทยเรียกว่า สาหร่ายสายใบนั้นมีรายงานว่าพบในท้องทะเลไทย แถบชายทะเลสงขลา ปัตตานี ชิดที่พบมี 2 ชนิด มีชื่อวิทยาศาสตร์ Porphyra vietnamensis และ Porphyra crispata
saisanom@hotmail.com (IP:110.49.235.175)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 24 พ.ย. 2554 (16:43)
สาหร่ายสีแดงที่นิยมบริโภคในกลุ่มประเทศทวปเอเซีย รวมทั้งไทยคือ Gracilaria ชื่อไทยคือสาหร่ายผมนาง หริอ สาหร่ายวุ้นที่เป็นวัตถุดิบนำมาสะกัดวุ้นที่เรียก agar agar มีประโยชน์ทั้งในวงการอาหาร ยา เครื่องสำอางค์ สิ่งทอ และกระดาษ รวมถึงการเพาะเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์ และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ สารประกอบสำคัญของสาหร่ายชนิดนี้ที่สะกัดออกมาคือ ส่วนที่ทำให้เกิดวุ้นคือ agarose อีกส่วนไม่กิดวุ้นคือ agaropectin ซึ่งต้องแยกออกไปในขั้นตอนสะกัดวุ้น
saisanom@hotmail.com (IP:110.49.232.53)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 1 พ.ค. 2555 (19:08)
ขอเสริมข้อมูลเกี่ยวกับสาหร่ายขนาดเล็กที่มีชื่อ spiulina สาหร่ายเกลียวทองที่เคยกล่าวแล้ว มีการเพาะเลี้ยงสาหร่ายชนิดนี้ในเชิงพาณิชย์ และนำมาอัดเม็ด บรรจุแคปซูลจำหน่ายเป็นอาหารเสริมกันอยู่ เนื่องจากมีคุณภาพเสริมสุขภาพ ด้วยมีปริมาณโปรตีนและสารให้สีแคโรตีน ช่วงต่อมามีการศึกษาต่อยอดไปอีกโดยทำการสะกัดเอาสารที่ส่งผลดีด้านการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพสูงกว่าสารสะกัดชนิดอื่นๆเป็นพันเท่า เป็นสารที่มีชื่อเรียกว่า ImmuXT แล้วจึงนำมาเป็นส่วนประกอบหลักในผลิตภัณฑ์ แต่เป็นสารที่มีสิทธิบัตร์คุ้มครอง
saisanom@hotmail.com (IP:110.169.140.150)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 12 มิ.ย. 2555 (12:22)
นอกจากสาหร่ายสีเขียวที่มีผลเสริมสุขภาพที่ผลิตจำหน่ายกันอยู่แล้ว ยังมีรายงานเกี่ยวกับสาหร่ายสีน้ำตาลที่มีชื่อว่า Limu moui ที่มีอยู่ในท้องทะเลของเกาะTonga มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ซึ่งชาวตองการู้จักนำมาใช้แต่โบราณ ต่อมามีการศึกษาวิจัยกันมากถึงประโยชน์ที่มีผลต่อสุขภาพกันมาก ผลสรุปได้ว่าสารประกอบในสาหร่ายสีน้ำตาลที่มีผลดีในการเสริมสุขภาพคือสาร Fucoidan ซึ่งจัดเป็น sulfated polysaccharides จึงมีการสะกัดสารดังกล่าวมาใช้เป็นส่วนผสมผลิตจำหน่ายในรูปของ Functional food เพื่อการต้านโรคที่มิได้เกิดจากเชื้อโรค ที่น่าสนใจสำหรับผู้สูงวัยทั้งหลาย
saisanom@hotmail.com (IP:110.168.3.137)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 10 ก.ค. 2555 (14:08)
สาหร่ายนอกจากนำมาบริโภคดังได้กล่าวมาแล้ว ระยะนี้เห็นมีข่าวงานวิจัยของบริษัท ปตท. ในหัวข้อ สาหร่าย พลังงานทางเลือกใหม่ซึ่งต้องการนำสาหร่ายไปใช้ประโยชน์ทางพลังงาน เพื่อลดปัญหาด้านพลังงาน นับเป็นเรื่องที่ดี แต่ด้วยความเห็นส่วนตัวขอเสนอให้เลือกใช้สายพันธุ์สาหร่ายที่ไม่นำมาบริโภค เพื่อไม่ต้องมาแย่งเอาอาหารของมนุษย์ไปใช้เช่นเดียวกับการนำอ้อย และแหล่งอาหารที่เป็นแป้งไปผลิตแอลกอฮอล์ อาจส่งผลไปถึงประเด็น ความมั่นคงทางอาหาร ที่ชาวโลกกำลังวิตกกังวน จากเหตูของโลกร้อนที่ยากต่อการแก้ไข
saisanom@hotmail.com (IP:115.87.41.186)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 16 ก.ค. 2556 (14:01)


เรื่องการผลิตพลังงานในรูปเอทานอลเพื่อใช้ในรูปแกสโซฮอลน่าจะนำข้าวที่เก็บไว้จนคุณภาพต่ำกินไม่ได้น่าจะนำมาหมักเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป


saisanom
ร่วมแบ่งปัน194 ครั้ง - ดาว 157 ดวง

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม