สาหร่าย เพื่อการบริโภค

    สาหร่ายเป็นสิ่งมีชีวิตมีคู่กับโลกเรามานานมากจึงจัดเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญมากของมนุษยชาติ และเป็นแหล่งอาหารคุณภาพสูงของผู้คนทั้งหลาย จึงนำมาบริโภคกันในหลายรูปแบบ ประเทศที่มีการบริโภคสาหร่ายอย่างแพร่หลายคือ จีน และญี่ปุ่น ส่วนประเทศอื่นก็มีการบริโภคกันบ้างแม้แต่ไทยเรา แต่สาหร่ายที่นิยมจะเป็นชนิดที่แตกต่างกันไปตามที่มีอยู่ในท้องถิ่นนั้นๆ ในที่นี้จะขอแบ่งสาหร่ายที่นำมาบริโภคออกเป็น 2 กลุ่มตามขนาดของสาหร่ายคือ Microscopic algae และ Macroscopic algae
     Microscopic algae คือสาหร่ายที่มีขนาดเล็ก อาจอยู่ในรูปเซลล์เดี่ยว -unicellular และ เป็นเส้นสายยาว -fillament สาหร่ายกลุ่มนี้ประเมินว่ามีมากกว่า 30000 ชนิด รวมถึงกลุ่มที่จัดให้เป็น Cyanobacteria ซึ่งแต่เดิมคือ  Blue green algae สาหร่ายที่นำมาบริโภคในกลุมนี้พบได้ทั้งในน้ำจืด และน้ำเค็มชนิดที่จะกล่าวถึงได้แก่
    Nostoc
    Spirogyra
    Oedogonium
    Cladophora
    Chlorella
    Scenedesmus
    Spirulina
                  สายสนม

15 พ.ค. 2554 17:52
16 ความเห็น
62126 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1 โดย saisanom

กลุ่มที่2คือ Macroscopic algae สาหร่ายขนาดใหญ่ประกอบด้วยเซลล์จำนวนมากมีลักษณะคล้ายพืชมากขึ้น มีส่วนทำหน้าที่คล้ายรากเรียกว่า holdfasts ทำหน้าที่ยึดเกาะกับหินกรวด มีเส้นสายยาวเป็นท่อที่แข็งแรงคล้ายลำค้นเรียกว่า stipes มีส่วนแยกออกไปคล้ายใบที่โบกไปมาได้ตามกระแสน้ำเรียกส่วนนี้ว่า blades หรือ lamina สาหร่ายขนาดใหญ่มักพบในทะเลที่นิยมเรียกว่า seaweeds และที่นำบริโภคมีหลายชนิดทั้งการบริโภคโดยตรงคล้ายผัก และสารที่สกัดจากสาหร่ายที่เรียก phycocolloids มาใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอาหาร และประโยชน์อื่นๆอีกมากมาย
  สาหร่ายทีนิยมบริโภคโดยตรงในกลุ่มประเทศทวีปเอซียได้แก่
กลุ่มที่มีสีเขียว
      Enteromorpha
      Ulva
      Codium
      Caulerpa
กลุ่มมีสี้ตาล
      Sagassum
      Laminaria
      Cladosiphon
      Hydroclathrus
      Hizikia
กลุ่มมีสีแดง
      Porphyra
      Gracilaria
      Halymenia 
      Hynea
      Laurencia 

16 พ.ค. 2554 13:26


ความคิดเห็นที่ 2 โดย saisanom

นอสตอก-Nostoc คือสาหร่ายขนาดเล็กเจริญในน้ำจืด จัดอยู่ในกลุ่ม Cyanobacteria มีลักษณะเป็นเซลล์เดี่ยวกลมหุ้มด้วยเมือกคล้ายวุ้น มีรายงานว่ามีการบริโภคในประเทศมงโกเลีย จีน เปรู ไทยเรามีการเพาะเลี้ยงสาหร่ายชนิดนี้ในเชิงพาณิชย์เรียกชื่อทางการค้าว่า สาหร่ายมุกหยก-Jade pearl มีขื่อวิทยาศาสตร์ Nostoc commune ดังแสดงในภาพ
สายสนม

18 พ.ค. 2554 19:59


ความคิดเห็นที่ 3 โดย saisanom

สาหร่ายเกลียวทอง-Spirulina คือสาหร่ายในกลุ่ม Cyanobacteria อีกชนิดที่นิยมบริโภคมานานมากจัดเป็นแหล่งที่มีโปรตีนคุณภาพสูง มีลักษณะเซลล์เป็นเกลียวคล้ายลวดสปริงสั้นบ้างยาวบ้าง ขึ้นกับอายุ และความสมบูรณ์ของอาหารเพาะเลี้ยงดังภาพ
ชนิดที่นิยมผลิตเป็นการค้าคือ Spirulina maxima และ Spirulina platensis มีการผลิตหลายแห่งในประเทศไทย เป็นสาหร่ายที่มีคุณภาพสูงในการเสริมสุขภาพหลายด้านที่น่าสนใจมาก

22 พ.ค. 2554 21:30


ความคิดเห็นที่ 4 ชอบกินนะ (Guest)

เป็นคนชอบกินสาหร่ายนะ
แต่เห็นรูป ไม่อยากกินเลยอะ
22 พ.ค. 2554 23:50


ความคิดเห็นที่ 5 โดย saisanom

คุณที่ชอบกินสาหร่ายอย่าเห็นรูปแล้วไม่อยากกินนะคะ ที่เอาภาพมาให้ดูเพียงเพื่อเป็นความรู้ที่ใช้ในการศึกษา การกินสาหร่ายโดยเฉพาะขนาดเล็กมักผ่านกระบวนการทำแห้งอยู่ในรูปผง หรืออัดเป็นเม็ดและบรรจุแตปซูลให้สดวกในการกิน กินต่อนะคะเพราะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก
เห็นภาพเป็นผลิตภัณฑ์แล้วคงชอบกินนะคะ

24 พ.ค. 2554 19:38


ความคิดเห็นที่ 6 โดย saisanom

Spirogyra สไปโรไจรา เป็นสาหร่ายที่ชอบขึ้นในน้ำจืดที่สะอาดทั้งน้ำนิ่ง และน้ำไหลเอื่อยๆ มีสีเขียวเป็นเส้นกลมยาวขนาดเล็กพันกันเป็นเกลียวนิ่มลื่นมือพบได้ในแหล่งน้ำภาคเหนือและอิสาณเรียกสาหร่ายชนิดนี้ว่า เทา หรือผักไกนิยมนำมาบริโภคในรูปผักจิ้มน้ำพริก ทำลาบ และมีรายงานว่าเป็นสาหร่ายที่นิยมบริโภคในประเทศพะม่า เวียตนามและอินเดียด้วย

30 พ.ค. 2554 14:27


ความคิดเห็นที่ 7 โดย saisanom

คลอเลลลา-Chlorella เป็นสาหร่ายน้ำจืดขนาดเล็กชนิดเก่าแก่มากที่ผู้คนนำมาบริโภค เนื่องจากมีโปรตีนสูงร้อยละ 55-65 และเป็นโปรตีนคุณภาพสูงมีค่า Net protein utilization (NPU) = 66 ค่า Biological value (BV)=72 มีการผลิตจำหน่ายในประเทศ ญี่ปุ่นและไต้หวัน  ในรูปอาหารเสริมสุขภาพเพราะช่วยล้างพิษโดยการ chelation กับพวกโลหะหนักได้ และยังมีข้อมูลว่านำไปใช้เป็นสีอาหารได้ด้วยเนื่องจากมี คลอโรฟิลด์สูง

2 มิ.ย. 2554 14:07


ความคิดเห็นที่ 8 saisanom saisanom@hotmail.com (Guest)

สาหร่ายสีเขียวขนาดใหญ่ที่นิยมบริโภคไดแก่ Caulerpa เรียกชื่อทั่วไปว่าองุ่นทะเล -sea grapes นิยมบริโภคในฟิลิปปินส์เรียกว่า lato
สายสนม
15 ต.ค. 2554 21:13


ความคิดเห็นที่ 9 saisanom@hotmail.com (Guest)

สาหร่ายสีแดงที่นำมาบริโภค ที่แพร่หลายมากคือ สาหร่ายสายใบ (Porphyra spp.) จีนเป็นชาติแรกที่นำมาบริโภคเรียกว่า จีฉ่าย โดยเก็บเกี่ยวจากท้องทะเลที่มีตามธรรมชาติ ต่อมาชาวญี่ปุ่นสามารถทำการเพาะเลี้ยงได้ชนิดที่มีชื่อ Porphyra tenera นิยมเรียกชื่อทั่วไปว่า Nori ที่เก็บเกี่ยวมาผลิตเป็นแผ่นแห้งบางใช้ห่อข้าวญี่ปุ่นสอดไส้ที่เรียกว่าซูชิ และบริโภคโดยตรง Noriที่มีคุณภาพดีจะเป็นสีเขียวปนดำและมีความเลื่อมมันมีกลิ่นเฉพาะตัวซึ่งขึ้นอยู่กับสภาวะการเพาะเลี้ยงสาหร่ายดังกล่าว
สายสนม
31 ต.ค. 2554 13:51


ความคิดเห็นที่ 10 saisanom@hotmail.com (Guest)

สาหร่ายสายใบหรือ nori มีชื่อเรียกทางอังกฤษทั่วๆไปว่า Laver เป็นชนิดที่ชาว Wales รู้จักนำมาบริโภคโดยนำมาผัดกับเนย ส่วนสาหร่ายNori ของญี่ปุ่นนั้นมีรายงานว่ามีสารประกอบ Glutamate สูงถึง 1378 มิลิกรัมต่อ 100 กรัม และสาร Inosinate 9 มิลิกรัมต่อ 100 กรัม จึงส่งผลให้สาหร่ายดังกล่าวมีรสชาติอร่อยที่เรียกว่ารสอูมามิ
สายสนม
5 พ.ย. 2554 17:44


ความคิดเห็นที่ 11 saisanom@hotmail.com (Guest)

สาหร่ายสีแดงที่ไทยเรียกว่า สาหร่ายสายใบนั้นมีรายงานว่าพบในท้องทะเลไทย แถบชายทะเลสงขลา ปัตตานี ชิดที่พบมี 2 ชนิด มีชื่อวิทยาศาสตร์ Porphyra vietnamensis และ Porphyra crispata
14 พ.ย. 2554 15:03


ความคิดเห็นที่ 12 saisanom@hotmail.com (Guest)

สาหร่ายสีแดงที่นิยมบริโภคในกลุ่มประเทศทวปเอเซีย รวมทั้งไทยคือ Gracilaria ชื่อไทยคือสาหร่ายผมนาง หริอ สาหร่ายวุ้นที่เป็นวัตถุดิบนำมาสะกัดวุ้นที่เรียก agar agar มีประโยชน์ทั้งในวงการอาหาร ยา เครื่องสำอางค์ สิ่งทอ และกระดาษ รวมถึงการเพาะเลี้ยงเชื้อจุลินทรีย์ และการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ สารประกอบสำคัญของสาหร่ายชนิดนี้ที่สะกัดออกมาคือ ส่วนที่ทำให้เกิดวุ้นคือ agarose อีกส่วนไม่กิดวุ้นคือ agaropectin ซึ่งต้องแยกออกไปในขั้นตอนสะกัดวุ้น
24 พ.ย. 2554 16:43


ความคิดเห็นที่ 13 saisanom@hotmail.com (Guest)

ขอเสริมข้อมูลเกี่ยวกับสาหร่ายขนาดเล็กที่มีชื่อ spiulina สาหร่ายเกลียวทองที่เคยกล่าวแล้ว มีการเพาะเลี้ยงสาหร่ายชนิดนี้ในเชิงพาณิชย์ และนำมาอัดเม็ด บรรจุแคปซูลจำหน่ายเป็นอาหารเสริมกันอยู่ เนื่องจากมีคุณภาพเสริมสุขภาพ ด้วยมีปริมาณโปรตีนและสารให้สีแคโรตีน ช่วงต่อมามีการศึกษาต่อยอดไปอีกโดยทำการสะกัดเอาสารที่ส่งผลดีด้านการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพสูงกว่าสารสะกัดชนิดอื่นๆเป็นพันเท่า เป็นสารที่มีชื่อเรียกว่า ImmuXT แล้วจึงนำมาเป็นส่วนประกอบหลักในผลิตภัณฑ์ แต่เป็นสารที่มีสิทธิบัตร์คุ้มครอง
1 พ.ค. 2555 19:08


ความคิดเห็นที่ 14 saisanom@hotmail.com (Guest)

นอกจากสาหร่ายสีเขียวที่มีผลเสริมสุขภาพที่ผลิตจำหน่ายกันอยู่แล้ว ยังมีรายงานเกี่ยวกับสาหร่ายสีน้ำตาลที่มีชื่อว่า Limu moui ที่มีอยู่ในท้องทะเลของเกาะTonga มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ซึ่งชาวตองการู้จักนำมาใช้แต่โบราณ ต่อมามีการศึกษาวิจัยกันมากถึงประโยชน์ที่มีผลต่อสุขภาพกันมาก ผลสรุปได้ว่าสารประกอบในสาหร่ายสีน้ำตาลที่มีผลดีในการเสริมสุขภาพคือสาร Fucoidan ซึ่งจัดเป็น sulfated polysaccharides จึงมีการสะกัดสารดังกล่าวมาใช้เป็นส่วนผสมผลิตจำหน่ายในรูปของ Functional food เพื่อการต้านโรคที่มิได้เกิดจากเชื้อโรค ที่น่าสนใจสำหรับผู้สูงวัยทั้งหลาย
12 มิ.ย. 2555 12:22


ความคิดเห็นที่ 15 saisanom@hotmail.com (Guest)

สาหร่ายนอกจากนำมาบริโภคดังได้กล่าวมาแล้ว ระยะนี้เห็นมีข่าวงานวิจัยของบริษัท ปตท. ในหัวข้อ สาหร่าย พลังงานทางเลือกใหม่ซึ่งต้องการนำสาหร่ายไปใช้ประโยชน์ทางพลังงาน เพื่อลดปัญหาด้านพลังงาน นับเป็นเรื่องที่ดี แต่ด้วยความเห็นส่วนตัวขอเสนอให้เลือกใช้สายพันธุ์สาหร่ายที่ไม่นำมาบริโภค เพื่อไม่ต้องมาแย่งเอาอาหารของมนุษย์ไปใช้เช่นเดียวกับการนำอ้อย และแหล่งอาหารที่เป็นแป้งไปผลิตแอลกอฮอล์ อาจส่งผลไปถึงประเด็น ความมั่นคงทางอาหาร ที่ชาวโลกกำลังวิตกกังวน จากเหตูของโลกร้อนที่ยากต่อการแก้ไข
10 ก.ค. 2555 14:08


ความคิดเห็นที่ 16 โดย saisanom


เรื่องการผลิตพลังงานในรูปเอทานอลเพื่อใช้ในรูปแกสโซฮอลน่าจะนำข้าวที่เก็บไว้จนคุณภาพต่ำกินไม่ได้น่าจะนำมาหมักเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

16 ก.ค. 2556 14:01


ความคิดเห็นที่ 17 โดย

เยี่ยมไปเลยครับ

++   holiday palace  ++

17 มี.ค. 2559 20:05


ความคิดเห็นที่ 18 โดย ศานติ

ขอบคุณมากครับที่สลเเวลามาแบ่งปันความรู้

18 มี.ค. 2559 20:12


ความคิดเห็นที่ 19 โดย

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะคะ

----------------------------------

**    royal1688   **

28 มิ.ย. 2559 19:32

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น