ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 29 ต.ค. 2554 (13:03) @อุทกโถมท่วมท้น .............. ธรณี
ถล่มทลายปถพี ..................... ภาคพื้น
ทุกข์เทวษประดามี .............. มาครอบ งำนา
เสียงสะอึกสะอื้น ................. อกโอ้ประชาชน
@หมองหม่นปนโศกซ้ำ ......... เสียสิน
น้ำเนตรหยดหยาดริน ............ หลั่งล้น
ทุกถิ่นที่ธรณิน .................... นทีท่วม นองนอ
ทุกข์เทวษท่วมท้น ............... ทั่วด้าวแดนไทย
@อุทกภัยผิดเพี้ยน ............... ธรรมดา
ไหลหลั่งจากภูผา ................ พนัสนั้น
เพราะมนุษย์โลภา ............... ลอบตัด ไม้นอ
เกินกว่าจะกีดกั้น ................. กอบกู้สถานการณ์
@ดินดานเลยสไล้ด์ .............. ทลายลง
บ้านพักมิอาจทรง ................ สภาพไว้
สรรพสิ่งบ่ยืนยง .................. ยืนหยัด อยู่นา
ทุกหย่อมย่านยากไร้ ............ เดือดร้อนทุกข์ระทม
@บ้านเรือนจมเจิ่งน้ำ ............ นานวัน
ขาดติดต่อสัมพันธ์ .............. พี่น้อง
บ้างพลัดพรากอาสัญ .......... สูญสิ่ง รักนอ
สุดที่จะปกป้อง .................. ปลดเปลื้องเภทภัย
@ภัยใหญ่เฉกเช่นนี้ ............ มนุษย์ทำ
เลยรับผลแห่งกรรม .............. ก่อไว้
โปรดจงใส่ใจจำ ................. แจ้งจิต
อย่าริทำลายไม้ .................. จะม้วยมรณา
สไลด์ ใส่วรรณยุกต์โทเพื่อให้ถูกต้องตามผัง...พระมหาวินัย
.............................................................................................
อย่าตัดไม้กันเลย
@น้ำที่ท่วมเอ่อล้น ............. หลากนอง
ฝนหลั่งรินละออง .............. อีกแล้ว
เกินกว่าจะรับรอง .............. รินหลั่ง ลงแล
ทุกที่คงบ่แคล้ว ................ คลาดพ้นอุทกภัย
@ไฉนจึงโหดร้าย ................ รุนแรง
ธรรมชาติช่างเปลี่ยนแปลง ... ประหลาดแท้
ฤาจักส่อสำแดง ................. สอนสั่ง มนุษย์นา
ภัยใหญ่เกินกว่าแก้ ............. กอบกู้กลับคืน
@ตื่นเถิดอย่าตัดไม้ ............. กันเลย
อย่านิ่งอย่าเมินเฉย .............. เช่นนี้
ฟื้นฟูดั่งที่เคย .................... คงอยู่
เป็นนิทัศนะชี้ ..................... ช่องให้เห็นทาง
@วางแผนพินิจแล้ว ............. รีบทำ
วอนฝากถึงผู้นำ .................... แนะไว้
โปรดเห็นว่านี้สำ .................... คัญยิ่ง
อย่าหลบอย่าหลีกไซร้ ............. ส่อเค้าไม่ดี
@ทุกปีทุกที่น้ำ ...................... ท่วมนาน
นาไร่แหล่งอาหาร ................... หมดสิ้น
ทรัพย์สินและเรือนชาน ............. ชอบฉิบ หายแฮ
บ้างก็ชีพดับดิ้น ....................... ด่วนทิ้งญาติไป
@อาลัยและโศกเศร้า ............... เสียขวัญ
เคยอยู่เคยผูกพัน ..................... พวกพ้อง
ต้องพลัดพรากจากกัน .............. เกินกอบ กู้แฮ
เสียงคร่ำครวญร่ำร้อง ................ ร่ำไห้โหยหา๚๛
พระมหาวินัย ๒๐.๐๒ น. : ๒๒ ก.ย.๕๔
.....................................................................................................
@น้ำ..ท่วมจงอย่าแล้ง .........น้ำใจ
น้ำ..จิตคิดแผ่ไป ...............โอบเอื้อ
น้ำ..ป่าที่รินไหล.................ฤาจะ สู้แฮ
น้ำ..จิตคิดหนุนเกื้อ.............กอบกู้น้ำตา
@ฝน..ฟ้าธรรมชาติสร้าง .....สรรค์มา
ฝน..ตกสายธารา ...................หลั่งล้น
ฝน..แล้งย่อมเรียกหา .........ห่อนหยุด ยั้งนอ
ฝน..ที่ตกท่วมท้น ..............ที่แท้มนุษย์ทำ
@กรรมเกิดเพราะมอดไม้ ....ทั้งมวล
บุกรุกป่าสงวน .................โง่แท้
บ่พินิจใคร่ครวญ ..............คราก่อน ทำนา
เหตุเกิดบ่คิดแก้................ก็ไร้ความหมาย
@ความตายจึงเยี่ยมเย้า........ยังชน
ทุกข์ยากสุดจักทน ..............รับได้
แท้จริงเพราะมือคน.................ลิขิต
เพียงเพราะเพียรแผ้วไม้ .........หมดสิ้นสมดุล๚๛
พระมหาวินัย ๐๘.๕๔ น. : ๒๘ ก.ย.๕๔
๐ โรคกายที่ว่าร้าย .................รุนแรง
ยังอาจหายสำแดง ................ เดชได้
โรคกรรมยากเปลี่ยนแปลง ...... เปลื้องปลด
ประมาทสองสิ่งไซร้ .............. อาจสิ้นชีวี
๐ กรรมดีผิก่อไว้ ................. วันวาน
กรรมจักเป็นแก่นสาร ............ สวัสดิ์พร้อม
กรรมชั่วชั่วสามานย์ ............... มีมาก มายนา
กรรมจักตามแวดล้อม ............. เร่งเร้าเราเอง
๐ กลัวเกรงกรรมชั่วช้า ............. ชิดเชย
กรรมบ่ห่อนล่วงเลย ................. ละเว้น
กรรมนั้นจักคอยเผย ................. ผลผลิต
ตามส่งตามหนุนเน้น .................. ณ ผู้กระทำ
พระมหาวินัย ๒๑.๑๑ น. : ๓๑ ส.ค. ๕๔
๐ เรียมเองหาใช่เชื้อ .............. ชาติบัว
บ่หวั่นหวาดเกรงกลัว .............. กลัดกลุ้ม
เพียงเพราะมั่นใจตัว ................ เต็มที่
ถึงบ่มาโอบอุ้ม ........................ ออดอ้อนก็ตาม
๐ พยายามเลือกเฟ้น .............. ฝากใจ
เลือกมากคงคลาไคล ............... คลาดแคล้ว
อดชมพักตร์พิสมัย ................... สมพาส
บุญบ่สมควรแก้ว ..................... เกี่ยวข้องเคียงเขนย๚ ๛
พระมหาวินัย "...ตีความจากสาร..." ๑๙.๒๖ น. : ๑๐ ก.ย. ๕๔
๐ หลงใหลลายลักษณ์แล้ว ............ เลยลอง
กลอนกาพย์กลกลั่นกรอง ............. กล่าวแกล้ง
ร้อยรักษ์ร่ายเรืองรอง .................... เริงรื่น
ซึ้งซาบสุดเสแสร้ง ........................ สร่างสิ้นโศกศัลย์๚๛
พระมหาวินัย ๙.๒๓ น. : ๑๒ ก.ย.๕๔
๐ เพียงพากเพียรเพริศแพร้ว ........ พรรณราย
กลอนกาพย์โคลงคลี่คลาย ........... ขัดข้อง
ขาดขยันขาดมุ่งหมาย .................. มนสิ -การนา
คงบ่พาพจน์พร้อง ....................... เพราะพริ้งพึงใจ๚๛
๐ ลองถูกลองผิดพลั้ง ................. ไปพลาง
แรกแรกย่อมหลงทาง ................ เที่ยงแท้
สนใจไป่ปล่อยวาง ...................... วิวัฒ -นานอ
วันหนึ่งจักเลิศแล้ ......................... และแล้วงดงาม๚๛
พระมหาวินัย ๑๑.๔๘ น. : ๑๒ ก.ย.๕๔
จับพวกลักลอบตัดไม้
๐ ก่อนตัดไป่ยับยั้ง .................. ห้ามปราม
เขาตัดค่อยไล่ตาม .................... จับบ้าง
ฝากคำฝากความถาม ................ ถึงท่าน
ฤาปล่อยให้มล้าง ...................... ลอบเอื้ออำนวย
๐ เอออวยแอบร่วมด้วย ................ หรือไร
มีเอี่ยวกับเขาไหม ...................... มิรู้
หูตาบ่กว้างไกล ........................... เกินเหตุ
ฤาท่านมัวมาอู้ ............................ แอบลี้หลบงาน๚๛
พระมหาวินัย ๑๒.๔๑ น. : ๒๐ ก.ย.๕๔
๐ บางสิ่งในโลกล้วน .................... ลวงเรา
ขาดสติมักมัวเมา ......................... มืดแท้
ครวญคิดใคร่ขัดเกลา ..................... กรองอาต -มาแฮ
อย่าอยู่อย่างผู้แพ ....................... เพลี่ยงพล้ำมารยา๚๛
พระมหาวินัย ๒๕ ก.ย. ๕๔
๐"วัสสานต์"ยังมิสร่างสิ้น ............... สลายไป
"เหมันต์"ค่อยเคลื่อนคลาไคล .......... เยี่ยมเหย้า
ธรรมชาติเปลี่ยนแปรไว ................ วันหนึ่ง เร็วแล
มัวแต่หมองหม่นเศร้า .................... หมดสิ้นสุขศานติ์๚๛
พระมหาวินัย ๑๖.๑๔ น. : ๓ ต.ค.๕๔ วัสสานต์ เขียนตามบาลี
๐ ความคิดมีอยู่แล้ว ....................... เลือกสรร ศัพท์แฮ
ค่อยคิดค่อยประพันธ์ ..................... เพราะพร้อง
คำโคลงจักอนันต์ ........................... อนรรฆค่า
ดีกว่ารีบร่ำร้อง .............................. ลิขิตแล้วเลือนราง๚๛
พระมหาวินัย ๒๑.๓๒ น. : ๓ ต.ค. ๕๔
๐ หนักแน่นมิตอบโต้ .................... ต่อยคืน
ลมพัดก็หยัดยืน ........................... อยู่ได้
ทุกข์ราษฎร์ที่กล้ำกลืน ................. ก็รีบ แก้แฮ
ดีกว่าวางวากย์ไว้ ....................... วิวาทเว้นวิวัฒนาฯ
พระมหาวินัย ๐๖.๐๓ น. : ๔ ต.ค.๕๔
๐ เขาบ่เก่งเรื่องถ้อย .................. วาที
ซื่อซื่อบ่เสียดสี ........................ ใส่ร้าย
ยิ้มรับกับขันตี ........................... เติมแต่ง ใจนา
ดีกว่าผู้แปดป้าย ......................... ปดโป้ป่วยการฯ
๐ กาสิโนสิยั่วเย้า ......................... ยวนใจ
ถูกผิดพินิจไป ............................ ประจักษ์แจ้ง
"ทุ่งกุลา"สิไฉไล ......................... ฤาร่อ แร่นา
ครวญใคร่คิดโต้แย้ง .................... ยับยั้งฤายิน๚๛
พระมหาวินัย ๑๐.๑๔ น. : ๔ ต.ค.๕๔
๐ ขอบคุณที่ชี้แนะ ....................... แนวทาง
รีบเร่งเลยหลงวาง ....................... วากย์พลั้ง
สอดส่องมิอำพราง ..................... พจน์พร่ำ เตือนนา
มีมิตรมาเหนี่ยวรั้ง ...................... รอดพ้นพลาดพรรณน์๚๛ (พลัน)
พระมหาวินัย ๙.๐๓ น. : ๕ ต.ค. ๕๔
เรือยาว
๐ หลายแรงรวมเร่งเร้า .................... ลงพาย
เรือแข่งคงเฉิดฉาย ........................ ชนะได้
หลายกลวิธีมากมาย ....................... มาต่อ เติมนา
หลายทรัพย์จับจ่ายไซร้.................... ส่งให้เรือเร็ว
๐ เรือเหลวเพราะทรัพย์น้อย ........... นั่นเอง
คู่แข่งจึงข่มเหง ........................... หื่นหั้น
ฝีพายหวาดหวั่นเกรง .................... เกินกว่า เหตุนา
ชัยชนะขาดสะบั้น ........................ บอกร้ายแสลงเรือ
๐ เขาเหนือกว่าเก่งกล้า .................. เกินเรา
ซ้อมหนักมิดูเบา .......................... เบื่อซ้อม
เราสินั่งหงอยเหงา ........................ หงุดหงิด
แพ้พ่ายรายรุมล้อม ...................... รบเร้าราวี
๐ อยากมีชัยน่านน้ำ ..................... แนะวิธี
อ่านออกบอกตนมี ....................... เล่ห์พร้อม
ออกเรือออกให้ดี ......................... ดุจดั่ง ม้านา
แลหมั่นขยันซ้อม ........................ สะท้านสะเทือนชล๚๛
พระมหาวินัย ๑๙.๔๖ น. : ๗ ต.ค.๕๔
๐ ใจ หนึ่งรักโลภเลี้ยว ลวงเรา
ใจ หนึ่งนั่นขลาดเขลา ขัดข้อง
ใจ หนึ่งขาดขัดเกลา กุมโกรธ
ใจ จดจ่อหอห้อง แห่งห้วงอเวจีฯ
พระมหาวินัย ๒๒.๓๔ น. : ๗ ต.ค.๕๔
๐ คำโคลงให้คล่องคล้าย คำคม
สลักเสกสร้างสาสม สลักไซร้
คลายเศร้าโศกขื่นขม คลายขัด ข้องนา
สืบส่งดำรงไว้ สืบสร้างสถาพรฯ
๐ แพงพวยผุดผ่องแผ้ว เพียงแข
บานเบ่งภู่ผึ้งแล ลูบไล้
โรยราร่วงหล่นแปร เป็นเหี่ยว เฉานา
ผึ้งภู่สมสู่ไซร้ สร่างสิ้นสัมพันธ์๚๛
๐ แพงพวยงามเพริศแพร้ว เพียงแข
บานเบ่งภู่ผึ้งแล ลูบไล้
โรยราร่วงหล่นแปร เปลี่ยนกลีบ
ผึ้งภู่ที่กรายใกล้ กลับเร้นเลือนหาย๚๛
พระมหาวินัย ๑๒.๓๘ น. : ๘ ต.ค.๕๔
๐ เทียนหยดงามหยดย้อย ยียวน
ไร้กลิ่นไร้หอมหวน ยั่วเย้า
ภู่ผึ้งจึ่งเรรวน หลบหลีก
ไร้ซึ่งสิ่งคลึงเคล้า ไป่แคล้วโรยรา๚๛
พระมหาวินัย ๑๓.๒๙ น. : ๘ ต.ค.๕๔
๐ เฟื่องฟ้าชื่ออยู่ฟ้า ฟากโพยม
โดดเด่นดุจดั่งโฉม เฉิดหล้า
พระพายพัดกระหน่ำโหม หาญหัก ร่วงแล
ถึงจะงามระย้า หยุดยั้งยืนยงฯ
พระมหาวินัย ๑๗.๑๗ น. : ๘ ต.ค.๕๔
๐ วัยรุ่นมักเลือดร้อน รุนแรง
หัวต่อหัวเลี้ยวแปลง ปีกกล้า
อวดโอ่อวดสำแดง เดชฤทธิ์
ชอบตื่นเต้นทายท้า ทอดทิ้งธุระตนฯ
พระมหาวินัย ๑๘.๑๐ น. : ๘ ต.ค.๕๔