โคลงสี่สุภาพ | เว็บบอร์ด วิชาการ.คอม

โคลงสี่สุภาพ

โพสต์เมื่อ: 16:02 วันที่ 26 ต.ค. 2554         ชมแล้ว: 94,155 ตอบแล้ว: 96
วิชาการ >> กระทู้ >> พักผ่อนหย่อนใจ >> แต่งกลอน

   ๐ หลงใหลลายลักษณ์แล้ว    เลยลอง
กลอนกาพย์กลกลั่นกรอง          กล่าวแกล้ง
ร้อยรักษ์ร่ายเรืองรอง                เริงรื่น
ซึ้งซาบสุดเสแสร้ง                   สร่างสิ้นโศกศัลย์๚

๙.๒๓ น. : ๑๒ ก.ย.๕๔



pramahavinai_@hotmail.com(110.49.249.49)





จำนวน 95 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 26 ต.ค. 2554 (21:04)
ทำไมเข้าระบบไม่ได้
pramahavinai_@hotmail.com (IP:110.49.225.135)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 26 ต.ค. 2554 (21:14)

นมัสการค่ะ หลวงพี่สมัครแล้ว ก็ดูที่อีเมล์ ทางเว็ปจะส่งpasswordไปให้ หลวงพี่จดเก็บไว้
เปิดเว็ปหน้าคาเฟ่ จะเห็นที่ด้านบนสุด มีคำว่าusername ท่านคีย์ชื่อที่ท่านสมัครที่ช่องว่าง
และคีย์passwordที่ท่านจดเก็บไว้ที่ช่องว่าง แล้วคลิกที่ช่องว่างที่ว่าจดเก็บไว้ จะปรากฎเครื่องหมายถูก
เพื่อล็อกเอาไว้ว่าขอล็อกตลอดกาล ถ้าไม่คลิกจะล็อกเพียงครั้งเดียว ต้องมาล็อกทุกครั้งที่เปิดเว็ป
เสร็จแล้วค่ะ คลิกที่ login ว้าว สำเร็จ ต้องระวังตอนคีย์password มีทั้งอักษรใหญ่เล็กค่ะ
ท่านจะเห็นคาเฟ่เปลี่ยนไปค่ะ แต่ละความคิดเห็นจะมี แก้ไข แจ้งลบ
แก้ไข จะปรากฎเฉพาะที่คิดเห็นของท่านเจ้าของโพสต์ แสดงความเห็นคีย์แล้วผิด กดที่ แก้ไข
จะปรากฎหน้าใหม่ที่เปลี่ยนแปลงได้ตามใจท่านเหมือนตอนคีย์ความเห็น
ส่วน แจ้งลบ คีย์กรณีที่ท่านจะลบความเห็นนั้น รอเจ้าหน้าที่อาจจะมาลบให้ หรือขอรบกวน อ.นิรันดร์ Vteam
หรือคุณอู๋(ouroboros) ก็ได้ แต่ถ้าจะลบกระทู้เลย ต้องคุยกับคุณอู๋ค่ะ เธอมักปรากฎตัวตามที่ต่างๆค่ะ
ส่วนความคิดเห็นนี้ อาจจะรู้สึกเกะกะกระทู้ ท่านอ่านแล้วก็คลิกที่แจ้งลบเลยค่ะ เอาด่วนต้องคุยกับท่าน อ.นิรันดร์
ขอให้สำเร็จค่ะ หมดไส้หมดพุงอีฉันแล้วค่ะ {#emotions_dlg.d5}


ไข่มุกราณี
ร่วมแบ่งปัน3084 ครั้ง - ดาว 15 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 26 ต.ค. 2554 (21:36)
รหัสเข้าเมล์ผิดพลาด เข้าเมลืไม่ได้ ยังไงก็ฝากคุณไข่มุกให้ อ.นิรันดร์ลบให้ด้วยนะ หรือใครก็ได้ที่สามารถลบได้ ถ้าจะสมัครอีกคงต้องสร้างเมลใหม่ ขอบคุณที่แนะนำนะคุณไข่มุก
... (IP:110.49.225.135)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 26 ต.ค. 2554 (21:45)

หลวงพี่คะ ถ้าอีเมล์มีปัญหา แก้ที่อีเมล์ค่ะ กระทู้นี้ไม่มีความผิดเก็บเอาไว้ได้ค่ะ
ไว้ท่านแก้ปัญหาแล้ว กลับมาคุยกันที่กระทู้นี้ยังได้ค่ะ {#emotions_dlg.a2}


ไข่มุกราณี
ร่วมแบ่งปัน3084 ครั้ง - ดาว 15 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 26 ต.ค. 2554 (22:01)
๐ สมัครช่างยากแท้ ............. วิชาการ
ทนนั่งกรอกหลักฐาน ............ ที่อ้าง
จวบจนล่วงหลายวาร ............. ยังบ่ ได้นา
เหน็ดเหนื่อยกับการสร้าง ....... สุดสิ้นความเพียร
.... (IP:110.49.225.135)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 26 ต.ค. 2554 (23:08)

   ๐  สมัครใช่ยากแท้     มหาวินัย
พาสเวิร์ดอาจพลาดไป    ผิดเพี้ยน
ภาษาแค็บล็อกไหม       ควรตรวจ
ข้องขัดอย่ามิดเมี้ยน       เอ่ยถ้อยถามความ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 27 ต.ค. 2554 (01:37)

สมัครสมาชิกวิชาการนั้น ง่ายมากครับ ไม่ต้องรอส่งเมลล์ยืนยันใดๆ
แค่กรอกข้อมูลครบถ้วนก็ใช้ได้เลยทันที
ขอเพียงกรอก username กับ password ให้ตรงกับที่สมัครไว้ตอนแรกก็พอ แล้วกด Login ครับ


Ouroboros
ร่วมแบ่งปัน2435 ครั้ง - ดาว 306 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 27 ต.ค. 2554 (09:02)
@ แอบมองแอบจดจ้อง ....... ใจถวิล
แอบคิดแอบอิงยุพิน ............ พนิตน้อง
แอบคร่ำแอบครวญจินต์ ....... จนกระสับ กระส่ายนา
แอบร่ำแอบร้องก้อง ............ กับแก้วกมลมาน

@ แอบจารแอบจดถ้อย ....... ถึงนาง
แอบรักแอบหลงวาง ........... วากย์ไว้
แอบยกแอบยอพลาง ......... พูดชื่น ชมนา
แอบคิดแอบชิดใกล้ ........... กับน้องในฝัน


@ มองกัญญ์กรก่องเกลี้ยง .... กลมเกลา
มองพักตร์ก็พริ้งเพรา ............ เพริศแพร้ว
มองร่างสลักเสลา ... .............สุดเอ่ย เอื้อนนอ
กรัชกายแก้ว ....................... แกล่ใกล้อัปสร


เดิมทีมาจากกระทู้ คำว่าแอบ ที่เพื่อนสมาชิกตั้งไว้ ก็เลยแต่งเพื่อฝึกทักษะ ตามนี้...เพื่อประโยชน์ทางการศึกษาเรื่องโคลง
.... (IP:110.49.251.188)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 27 ต.ค. 2554 (09:14)
@ จันทร์ดับคงคลับคล้าย .......... ผู้คน
ยุ่งยากครอบกมล .................... มืดเศร้า
ปัญหาหนักทุกข์ทน ................... ทานแบก รับนอ
เฉกเช่นจันทร์แหว่งเว้า ............... ว่าไว้อุปมา
.... (IP:110.49.251.188)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 29 ต.ค. 2554 (13:03)
@อุทกโถมท่วมท้น .............. ธรณี
ถล่มทลายปถพี ..................... ภาคพื้น
ทุกข์เทวษประดามี .............. มาครอบ งำนา
เสียงสะอึกสะอื้น ................. อกโอ้ประชาชน

@หมองหม่นปนโศกซ้ำ ......... เสียสิน
น้ำเนตรหยดหยาดริน ............ หลั่งล้น
ทุกถิ่นที่ธรณิน .................... นทีท่วม นองนอ
ทุกข์เทวษท่วมท้น ............... ทั่วด้าวแดนไทย

@อุทกภัยผิดเพี้ยน ............... ธรรมดา
ไหลหลั่งจากภูผา ................ พนัสนั้น
เพราะมนุษย์โลภา ............... ลอบตัด ไม้นอ
เกินกว่าจะกีดกั้น ................. กอบกู้สถานการณ์

@ดินดานเลยสไล้ด์ .............. ทลายลง
บ้านพักมิอาจทรง ................ สภาพไว้
สรรพสิ่งบ่ยืนยง .................. ยืนหยัด อยู่นา
ทุกหย่อมย่านยากไร้ ............ เดือดร้อนทุกข์ระทม

@บ้านเรือนจมเจิ่งน้ำ ............ นานวัน
ขาดติดต่อสัมพันธ์ .............. พี่น้อง
บ้างพลัดพรากอาสัญ .......... สูญสิ่ง รักนอ
สุดที่จะปกป้อง .................. ปลดเปลื้องเภทภัย

@ภัยใหญ่เฉกเช่นนี้ ............ มนุษย์ทำ
เลยรับผลแห่งกรรม .............. ก่อไว้
โปรดจงใส่ใจจำ ................. แจ้งจิต
อย่าริทำลายไม้ .................. จะม้วยมรณา
สไลด์ ใส่วรรณยุกต์โทเพื่อให้ถูกต้องตามผัง...พระมหาวินัย
.............................................................................................
“อย่าตัดไม้กันเลย”
@น้ำที่ท่วมเอ่อล้น ............. หลากนอง
ฝนหลั่งรินละออง .............. อีกแล้ว
เกินกว่าจะรับรอง .............. รินหลั่ง ลงแล
ทุกที่คงบ่แคล้ว ................ คลาดพ้นอุทกภัย

@ไฉนจึงโหดร้าย ................ รุนแรง
ธรรมชาติช่างเปลี่ยนแปลง ... ประหลาดแท้
ฤาจักส่อสำแดง ................. สอนสั่ง มนุษย์นา
ภัยใหญ่เกินกว่าแก้ ............. กอบกู้กลับคืน

@ตื่นเถิดอย่าตัดไม้ ............. กันเลย
อย่านิ่งอย่าเมินเฉย .............. เช่นนี้
ฟื้นฟูดั่งที่เคย .................... คงอยู่
เป็นนิทัศนะชี้ ..................... ช่องให้เห็นทาง

@วางแผนพินิจแล้ว ............. รีบทำ
วอนฝากถึงผู้นำ .................... แนะไว้
โปรดเห็นว่านี้สำ .................... คัญยิ่ง
อย่าหลบอย่าหลีกไซร้ ............. ส่อเค้าไม่ดี

@ทุกปีทุกที่น้ำ ...................... ท่วมนาน
นาไร่แหล่งอาหาร ................... หมดสิ้น
ทรัพย์สินและเรือนชาน ............. ชอบฉิบ หายแฮ
บ้างก็ชีพดับดิ้น ....................... ด่วนทิ้งญาติไป

@อาลัยและโศกเศร้า ............... เสียขวัญ
เคยอยู่เคยผูกพัน ..................... พวกพ้อง
ต้องพลัดพรากจากกัน .............. เกินกอบ กู้แฮ
เสียงคร่ำครวญร่ำร้อง ................ ร่ำไห้โหยหา๚๛
พระมหาวินัย ๒๐.๐๒ น. : ๒๒ ก.ย.๕๔
.....................................................................................................

@น้ำ..ท่วมจงอย่าแล้ง .........น้ำใจ
น้ำ..จิตคิดแผ่ไป ...............โอบเอื้อ
น้ำ..ป่าที่รินไหล.................ฤาจะ สู้แฮ
น้ำ..จิตคิดหนุนเกื้อ.............กอบกู้น้ำตา

@ฝน..ฟ้าธรรมชาติสร้าง .....สรรค์มา
ฝน..ตกสายธารา ...................หลั่งล้น
ฝน..แล้งย่อมเรียกหา .........ห่อนหยุด ยั้งนอ
ฝน..ที่ตกท่วมท้น ..............ที่แท้มนุษย์ทำ

@กรรมเกิดเพราะมอดไม้ ....ทั้งมวล
บุกรุกป่าสงวน .................โง่แท้
บ่พินิจใคร่ครวญ ..............คราก่อน ทำนา
เหตุเกิดบ่คิดแก้................ก็ไร้ความหมาย

@ความตายจึงเยี่ยมเย้า........ยังชน
ทุกข์ยากสุดจักทน ..............รับได้
แท้จริงเพราะมือคน.................ลิขิต
เพียงเพราะเพียรแผ้วไม้ .........หมดสิ้นสมดุล๚๛
พระมหาวินัย ๐๘.๕๔ น. : ๒๘ ก.ย.๕๔

๐ โรคกายที่ว่าร้าย .................รุนแรง
ยังอาจหายสำแดง ................ เดชได้
โรคกรรมยากเปลี่ยนแปลง ...... เปลื้องปลด
ประมาทสองสิ่งไซร้ .............. อาจสิ้นชีวี

๐ กรรมดีผิก่อไว้ ................. วันวาน
กรรมจักเป็นแก่นสาร ............ สวัสดิ์พร้อม
กรรมชั่วชั่วสามานย์ ............... มีมาก มายนา
กรรมจักตามแวดล้อม ............. เร่งเร้าเราเอง

๐ กลัวเกรงกรรมชั่วช้า ............. ชิดเชย
กรรมบ่ห่อนล่วงเลย ................. ละเว้น
กรรมนั้นจักคอยเผย ................. ผลผลิต
ตามส่งตามหนุนเน้น .................. ณ ผู้กระทำ
พระมหาวินัย ๒๑.๑๑ น. : ๓๑ ส.ค. ๕๔


๐ เรียมเองหาใช่เชื้อ .............. ชาติบัว
บ่หวั่นหวาดเกรงกลัว .............. กลัดกลุ้ม
เพียงเพราะมั่นใจตัว ................ เต็มที่
ถึงบ่มาโอบอุ้ม ........................ ออดอ้อนก็ตาม

๐ พยายามเลือกเฟ้น .............. ฝากใจ
เลือกมากคงคลาไคล ............... คลาดแคล้ว
อดชมพักตร์พิสมัย ................... สมพาส
บุญบ่สมควรแก้ว ..................... เกี่ยวข้องเคียงเขนย๚ ๛
พระมหาวินัย "...ตีความจากสาร..." ๑๙.๒๖ น. : ๑๐ ก.ย. ๕๔


๐ หลงใหลลายลักษณ์แล้ว ............ เลยลอง
กลอนกาพย์กลกลั่นกรอง ............. กล่าวแกล้ง
ร้อยรักษ์ร่ายเรืองรอง .................... เริงรื่น
ซึ้งซาบสุดเสแสร้ง ........................ สร่างสิ้นโศกศัลย์๚๛
พระมหาวินัย ๙.๒๓ น. : ๑๒ ก.ย.๕๔


๐ เพียงพากเพียรเพริศแพร้ว ........ พรรณราย
กลอนกาพย์โคลงคลี่คลาย ........... ขัดข้อง
ขาดขยันขาดมุ่งหมาย .................. มนสิ -การนา
คงบ่พาพจน์พร้อง ....................... เพราะพริ้งพึงใจ๚๛

๐ ลองถูกลองผิดพลั้ง ................. ไปพลาง
แรกแรกย่อมหลงทาง ................ เที่ยงแท้
สนใจไป่ปล่อยวาง ...................... วิวัฒ -นานอ
วันหนึ่งจักเลิศแล้ ......................... และแล้วงดงาม๚๛
พระมหาวินัย ๑๑.๔๘ น. : ๑๒ ก.ย.๕๔

“จับพวกลักลอบตัดไม้”
๐ ก่อนตัดไป่ยับยั้ง .................. ห้ามปราม
เขาตัดค่อยไล่ตาม .................... จับบ้าง
ฝากคำฝากความถาม ................ ถึงท่าน
ฤาปล่อยให้มล้าง ...................... ลอบเอื้ออำนวย

๐ เอออวยแอบร่วมด้วย ................ หรือไร
มีเอี่ยวกับเขาไหม ...................... มิรู้
หูตาบ่กว้างไกล ........................... เกินเหตุ
ฤาท่านมัวมาอู้ ............................ แอบลี้หลบงาน๚๛
พระมหาวินัย ๑๒.๔๑ น. : ๒๐ ก.ย.๕๔


๐ บางสิ่งในโลกล้วน .................... ลวงเรา
ขาดสติมักมัวเมา ......................... มืดแท้
ครวญคิดใคร่ขัดเกลา ..................... กรองอาต -มาแฮ
อย่าอยู่อย่างผู้แพ ....................... เพลี่ยงพล้ำมารยา๚๛
พระมหาวินัย ๒๕ ก.ย. ๕๔

๐"วัสสานต์"ยังมิสร่างสิ้น ............... สลายไป
"เหมันต์"ค่อยเคลื่อนคลาไคล .......... เยี่ยมเหย้า
ธรรมชาติเปลี่ยนแปรไว ................ วันหนึ่ง เร็วแล
มัวแต่หมองหม่นเศร้า .................... หมดสิ้นสุขศานติ์๚๛
พระมหาวินัย ๑๖.๑๔ น. : ๓ ต.ค.๕๔ วัสสานต์ เขียนตามบาลี

๐ ความคิดมีอยู่แล้ว ....................... เลือกสรร ศัพท์แฮ
ค่อยคิดค่อยประพันธ์ ..................... เพราะพร้อง
คำโคลงจักอนันต์ ........................... อนรรฆค่า
ดีกว่ารีบร่ำร้อง .............................. ลิขิตแล้วเลือนราง๚๛
พระมหาวินัย ๒๑.๓๒ น. : ๓ ต.ค. ๕๔

๐ หนักแน่นมิตอบโต้ .................... ต่อยคืน
ลมพัดก็หยัดยืน ........................... อยู่ได้
ทุกข์ราษฎร์ที่กล้ำกลืน ................. ก็รีบ แก้แฮ
ดีกว่าวางวากย์ไว้ ....................... วิวาทเว้นวิวัฒนาฯ
พระมหาวินัย ๐๖.๐๓ น. : ๔ ต.ค.๕๔

๐ เขาบ่เก่งเรื่องถ้อย .................. วาที
ซื่อซื่อบ่เสียดสี ........................ ใส่ร้าย
ยิ้มรับกับขันตี ........................... เติมแต่ง ใจนา
ดีกว่าผู้แปดป้าย ......................... ปดโป้ป่วยการฯ

๐ กาสิโนสิยั่วเย้า ......................... ยวนใจ
ถูกผิดพินิจไป ............................ ประจักษ์แจ้ง
"ทุ่งกุลา"สิไฉไล ......................... ฤาร่อ แร่นา
ครวญใคร่คิดโต้แย้ง .................... ยับยั้งฤายิน๚๛
พระมหาวินัย ๑๐.๑๔ น. : ๔ ต.ค.๕๔


๐ ขอบคุณที่ชี้แนะ ....................... แนวทาง
รีบเร่งเลยหลงวาง ....................... วากย์พลั้ง
สอดส่องมิอำพราง ..................... พจน์พร่ำ เตือนนา
มีมิตรมาเหนี่ยวรั้ง ...................... รอดพ้นพลาดพรรณน์๚๛ (พลัน)
พระมหาวินัย ๙.๐๓ น. : ๕ ต.ค. ๕๔

“เรือยาว”
๐ หลายแรงรวมเร่งเร้า .................... ลงพาย
เรือแข่งคงเฉิดฉาย ........................ ชนะได้
หลายกลวิธีมากมาย ....................... มาต่อ เติมนา
หลายทรัพย์จับจ่ายไซร้.................... ส่งให้เรือเร็ว

๐ เรือเหลวเพราะทรัพย์น้อย ........... นั่นเอง
คู่แข่งจึงข่มเหง ........................... หื่นหั้น
ฝีพายหวาดหวั่นเกรง .................... เกินกว่า เหตุนา
ชัยชนะขาดสะบั้น ........................ บอกร้ายแสลงเรือ

๐ เขาเหนือกว่าเก่งกล้า .................. เกินเรา
ซ้อมหนักมิดูเบา .......................... เบื่อซ้อม
เราสินั่งหงอยเหงา ........................ หงุดหงิด
แพ้พ่ายรายรุมล้อม ...................... รบเร้าราวี

๐ อยากมีชัยน่านน้ำ ..................... แนะวิธี
อ่านออกบอกตนมี ....................... เล่ห์พร้อม
ออกเรือออกให้ดี ......................... ดุจดั่ง ม้านา
แลหมั่นขยันซ้อม ........................ สะท้านสะเทือนชล๚๛
พระมหาวินัย ๑๙.๔๖ น. : ๗ ต.ค.๕๔

๐ ใจ หนึ่งรักโลภเลี้ยว ลวงเรา
ใจ หนึ่งนั่นขลาดเขลา ขัดข้อง
ใจ หนึ่งขาดขัดเกลา กุมโกรธ
ใจ จดจ่อหอห้อง แห่งห้วงอเวจีฯ
พระมหาวินัย ๒๒.๓๔ น. : ๗ ต.ค.๕๔

๐ คำโคลงให้คล่องคล้าย คำคม
สลักเสกสร้างสาสม สลักไซร้
คลายเศร้าโศกขื่นขม คลายขัด ข้องนา
สืบส่งดำรงไว้ สืบสร้างสถาพรฯ

๐ แพงพวยผุดผ่องแผ้ว เพียงแข
บานเบ่งภู่ผึ้งแล ลูบไล้
โรยราร่วงหล่นแปร เป็นเหี่ยว เฉานา
ผึ้งภู่สมสู่ไซร้ สร่างสิ้นสัมพันธ์๚๛

๐ แพงพวยงามเพริศแพร้ว เพียงแข
บานเบ่งภู่ผึ้งแล ลูบไล้
โรยราร่วงหล่นแปร เปลี่ยนกลีบ
ผึ้งภู่ที่กรายใกล้ กลับเร้นเลือนหาย๚๛
พระมหาวินัย ๑๒.๓๘ น. : ๘ ต.ค.๕๔

๐ เทียนหยดงามหยดย้อย ยียวน
ไร้กลิ่นไร้หอมหวน ยั่วเย้า
ภู่ผึ้งจึ่งเรรวน หลบหลีก
ไร้ซึ่งสิ่งคลึงเคล้า ไป่แคล้วโรยรา๚๛
พระมหาวินัย ๑๓.๒๙ น. : ๘ ต.ค.๕๔


๐ เฟื่องฟ้าชื่ออยู่ฟ้า ฟากโพยม
โดดเด่นดุจดั่งโฉม เฉิดหล้า
พระพายพัดกระหน่ำโหม หาญหัก ร่วงแล
ถึงจะงามระย้า หยุดยั้งยืนยงฯ
พระมหาวินัย ๑๗.๑๗ น. : ๘ ต.ค.๕๔


๐ วัยรุ่นมักเลือดร้อน รุนแรง
หัวต่อหัวเลี้ยวแปลง ปีกกล้า
อวดโอ่อวดสำแดง เดชฤทธิ์
ชอบตื่นเต้นทายท้า ทอดทิ้งธุระตนฯ
พระมหาวินัย ๑๘.๑๐ น. : ๘ ต.ค.๕๔
.... (IP:110.49.241.115)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 29 ต.ค. 2554 (19:19)
๐ สูญเสียสินทรัพย์แล้ว ............ มิพอ
ข้าวยากหมากแพงขอ .............. บ่ได้
หนี้สินก็รั้งรอ .......................... เราอยู่
ความอดอยากยากไร้ ................ รบเร้าประชาชน

๐ จนแล้วกลับโชคร้าย .............. ทับถม
นาไร่ก็เจิ่งจม ........................... มิดน้ำ
ทุกที่ทุกข์ระทม ........................ ท่วมทับ
สุดที่จะกลืนกล้ำ ....................... วิกฤตนี้นมนานฯ
พระมหาวินัย ๑๙.๑๔ น. : ๒๙ ต.ค. ๕๔
..... (IP:110.49.226.181)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 11 พ.ย. 2554 (12:09)
๐ ลอยกระทงประทีปแก้ว .............. กลางชลา
บูชิต"บาท"พระศาสดา ................ พุทธเจ้า
ที่สถิต ณ นัมมทา ....................... สาคเรศ
ประณตน้อมศิรเกล้า .................... กราบไหว้พุทธคุณ

๐ บุญใดที่ก่อไว้ ......................... วันวาน
จงส่งจงบันดาล .......................... ดับร้อน
ประสบสุขเกษมศานต์ .................. โสมนัส
อุปัทวะอย่าซับซ้อน ..................... สร่างสิ้นกมลหมอง

๐ เรืองรองศศิจ้า ........................ จรุงใจ
เปรียบจิตสว่างไสว ...................... สะอาดพร้อม
คิดอ่านประการใด ....................... ดุจดั่ง เดือนแล
อิทธิบาทธรรมนำน้อม ................... นฤมิตให้สมประสงค์

๐ พุทธองค์ทรงตรัสชี้ ................. ช่องทาง
อริยอัษฎางค์ ............................ ประเสริฐแท้
เป็นสิ่งยกอุตมางค์ ...................... พ้นมืด มนนา
ธรรมรัตน์จรัสแล้ ....................... โลกซร้องสรรเสริญ

๐ เพลินจิตจนพลาดพลั้ง ............ ประการใด
ขอหยาดนทีไหล ...................... ลบล้าง
ลอยล่องประทีปไป .................... เป็นประจักษ์ พยานนา
สรรพบทที่เอ่ยอ้าง .................... โปรดเอื้ออวยผลฯ
พระมหาวินัย ๑๘.๑๐ น. : ๑๐ พ.ย. ๕๔
... (IP:49.228.95.188)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 11 พ.ย. 2554 (19:07)
๐ กักน้ำแล้วปล่อยให้ .............. ท่วมตน
รู้เท่าบ่ทันชล ........................ ชอกช้ำ
คาดการณ์เรื่องฟ้าฝน .............. พลาดผิด
ธรรมชาติจึงตอกย้ำ ................ ย่อมย้อนเยือนไทย

๐ ไหลหลั่งทะลักล้น ............... นครา
เตือนสติปวงประชา ................. ฉลาดรู้
จงพินิจพิจารณา ..................... นทีหน่อย
ภัยพิบัติเกินกอบกู้ ................... ก็ล้วนเพราะใคร

๐ ไยโทษธรรมชาติร้าย ............. อย่างเดียว
สิ่งแวดล้อมแลเหลียว ............... รักษ์บ้าง
หากเห็นแก่ตัวเชียว .................. ชาติจะ ล่มนา
น้ำจะคอยชะล้าง ...................... ลบให้เลือนหาย

๐ แบ่งฝ่ายแบ่งพวกพ้อง ............ กันนัก
สามัคคีและรัก ........................ เลิกร้าง
น้ำจึงเชื่อมสมัคร ..................... สมานจิต
พัดทุกข์มาเยี่ยมบ้าง ................ บอกให้สมานฉันท์

๐ รักกันและโอบเอื้อ ................. อาทร
ย่อมจักตามตัดรอน .................. ทะเลาะได้
พลาดผิดคิดไถ่ถอน ................. ขมาโทษ
โกรธเกลียดเคียดแค้นไซร้ ......... สละทิ้งกับนที

๐ หลากสีจางจืดแ้ล้ว ................ รวมกัน
สุขทุกข์ร่วมแบ่งปัน .................. ประเสริฐแท้
ร่วมคิดร่วมสร้างสรรค์ ................ สงบสุข
อุปสรรคเกิดขึ้นแก้ ................... กลับร้ายกลายดีฯ
๑๖.๒๑ น. : ๒ พ.ย. ๕๔
... (IP:110.49.241.153)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 13 พ.ย. 2554 (21:04)
๐ สาด สีไปแปดป้าย ........ ประจาน
น้ำ จิตคิดระราน .............. รบเร้า
รด ราดสาดพจมาน ........... มาใส่ กันแฮ
กัน และกันยั่วเย้า ............. ย่อมต้องต่อยตี
๒๐.๒๕ น. : ๗ พ.ย. ๕๔
... (IP:110.49.250.254)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 15 พ.ย. 2554 (19:00)
มีแต่คนมาอ่านแต่กลับไม่มีคนแสดงความเห็น แปลก สงสัยเด็ก นร. จะลอกไปส่งครู ทุกวันนี้การเรียนการสอนร้อยกรองใน รร. ส่วนมาก ไม่ค่อยสัมฤทธิ์ผล ส่วนมากจะเน้นที่การอ่านทำนองเสนาะมากกว่า แต่ที่จะให้หัดแต่ง จนถึงกับแต่งเป็นนี่ก็มีน้อย นี่ควรเป็นสิ่งหนึ่งที่ครูควรจะได้ค้นหาสาเหตุแห่งปัญหา และแนวทางแก้ไข ปรับปรุงการเรียนการสอนใหม่ อย่างในเว็บวิชาการมีจำนวนมากที่เด็กสร้างไว้เพื่อขอร้องให้แต่งโคลงสี่สุภาพ นั่นแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ก็หวังว่าบันทึกโคลงสี่สุภาพที่แต่ง และนำมาลงไว้ในที่นี้บางส่วนจะพอเป็นตัวอย่างให้เกิดการเรียนรู้สำหรับ นร. ผู้สนใจ ไม่ได้มุ่งหมายว่าจะให้ลอกไปส่งครู แต่ให้เอาเป็นแนวทาง
พระมหาวินัย.
.. (IP:49.228.67.169)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 15 พ.ย. 2554 (20:33)

นมัสการค่ะ  ไม่เจอท่านหลายวัน  ถึงกับตัดพ้อเชียวหรือ  กระทู้ร้อยกรองมักเป็นเช่นนี้  เพื่อนกระทู้นี้ชอบอ่านแต่ไม่ค่อยแสดงตนนัก ไข่มุกแรกๆก็แบบนี้  เขียนนานเลยไม่มีข่าวแต่พอผ่านสักพัก จะมีเพื่อนมาบอกชอบอ่าน  ติดตามอ่านอยู่แต่ไม่ได้บอกกล่าวความคิดเห็น  มีคนอ่านก็มีแรงเขียน บางทีเขียนเงียบคนเดียวเป็นเดือนๆเซ็งเลย แต่ก็แวะพูดคุยกับเพื่อนกระทู้อื่นแก้เซ็ง  อย่าพึ่งท้อนะคะ{#emotions_dlg.a2}


ไข่มุกราณี
ร่วมแบ่งปัน3084 ครั้ง - ดาว 15 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 15 พ.ย. 2554 (21:38)
คุณไข่มุก ไม่ได้บอกว่าท้อนี่นา แต่แปลกที่ไม่มีใครมาแสดงความเห็น กลัวแต่เด็กจะลอกไปส่งครูนั่นแหละ กลัวจะเป็นการส่งเสริมเขาในทางไม่ดี เคยเห็นโคลงคุณครูภา ในบันทึกบางบันทึก เด็กลอกไป แล้วไปวางในบันทึกการแต่งโคลงในเว็บวิชาการนี่แหละ แต่บอกว่า แต่งได้เท่านี้แหละ อ่านเจอๆ ก็ยังขำๆ อยู่.. เคยเห็นโคลงสุภาษิตของคุณครูในที่หลายแห่ง ที่เขาดึงไป แต่ไม่เห็นอ้างให้ท่านสักที คราหนึ่งก็เห็นในโบว์ชัวร์งานวันภาษาไทย ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง,,คุณไข่มุก ทุกวันนี้นะ จะหาคนแต่งโคลงเพราะๆ นี่หายากอยู่นะ มีอยู่ แต่คงมีน้อย ส่วนมากตามที่หาอ่านในเว็บต่างๆ ที่มีผู้แต่งไว้ ส่วนหนึ่งก็แต่งตามใจ ไม่ค่อยเคร่งฉันทลักษณ์เท่าไร ส่วนหนึ่งก็แต่งเดา คือไม่ถูกต้องเลย ที่ถูกต้องและไพเราะก็มีเห็นอยู่ คนหนึ่งนะชื่อกวิน(ที่แต่งนวโลกนิติ เลียนโลกนิติเดิม) นามสกุล จำไม่ได้ ผู้นี้ก็น่าศึกษา, สำหรับโคลงธรรมะ ก็มีแต่งบ้าง แต่งแต่งน้อย บทสองบท,เห็นที่เป็นพระท่านแต่งไว้ โดยใช้นามฉายา ไม่รู้ชื่อ แต่งไว้ประมาณร้อยบทนี่แหละ แต่ท่านไม่เคร่งฉันทลักษณ์ ไม่ค่อยสรรคำ มันก็เลยไม่ชวนให้นิยม,ของคุณครูภา ที่เป็นโคลงเกี่ยวกับธรรมะก็มี ก็หลายสิบโคลงอยู่ เพราะช่วงหนึ่งได้สรรหาพุทธพจน์จากคาถาธรรมบท ที่คิดว่าคนทั่วไปควรรู้ ไปให้ท่าน ท่านก็เลยแต่งเป็นคำโคลง และก็มีบทดอกสร้อย... เหตุที่เด็กนักเรียนไม่ค่อยรู้เรื่องโคลงคิดว่านะ ส่วนหนึ่งเพราะไม่เข้าใจในภาษา ที่กวีนำมาแต่งโคลง หากครูเอาโคลงยากๆ ภาษาเก่าๆ มาเป็นต้นแบบ อย่างในโคลงลิลิต หรือโคลงนิราศต่างๆ ส่วนมากจะเป็นคำโบราณ หรือคำที่ใช้เฉพาะในร้อยกรอง เด็กไม่รู้ความหมาย เมื่อไม่รู้ก็ทำให้พาลเบื่อ ไม่สนใจ..อย่างที่แต่งไว้ข้างบน เป็นการใช้คำง่ายๆ ไม่ยากต่อการทำความเข้าใจ จะมีเพียงส่วนน้อยที่เป็นศัพท์เป็นแสง เป็นคำยืมภาษาบาลี แต่เป็นคำที่นำมาแล้วเปลี่ยนแปลงรูปและเสียงเสร็จสรรพ ไม่ยากต่อการค้นหาความหมาย, การจะหัดแต่งโคลง ใหม่ๆ ไม่ควรหัดเรื่องไกลตัว ควรเริ่มจากง่ายๆ เห็นบางที ครูกำหนดให้ ต้องมีคำนั้นคำนี้ด้วย ถ้าเริ่มต้นนี้ไม่ควรกำนดนั่นนี่ เอาให้ถูกฉันทลักษณ์ไว้ก่อนเป็นดี เออถ้าแต่งเป็นแล้ว อันนี้สบาย ไม่น่าเป็นห่วง อย่างหนึ่งคือขาดความพยายาม แต่งไปส่งๆแล้ว ก็จบ ผิดถูกอย่างไรไม่ทราบผล ขอเพียงได้ส่ง อันนี้ก็ไม่ดี, เล่ามามากแล้ว ประโยชน์ของการแต่งโคลง ก็คล้ายๆกับเป็นการสรุปเรื่องบางเรื่องให้สั้นลง ทำให้ผู้แต่งรู้จักการใช้ถ้อยคำ เขียนคำ ประยุกต์หรือยักเยื้อง หรือแปลงคำ อย่างเช่น .... รู้น้อยแล้วอวดโอ้........ อหังการ์ คำว่าอหังการ์ ก็มาจากอหังการ นั่นเอง ทำให้มีทักษะในการเขียน การคิด ปัญหาของเด็ก นร.ทุกวันนี้ ปัญหาหนึ่งคือการเขียนภาษาไทยไม่ถูก ไม่ถูกนี้ไม่ได้มาจากการจงใจเขียนให้ผิด คือไม่ถูกจริงๆ เหตุเพราะไม่ชอบอ่าน ไม่ชอบเขียน, ชินกับการเขียนที่มักง่าย จนติดเป็นนิสัย เรื่องนี้พบบ่อย ตามที่เห็นใน รร. ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ,
... (IP:49.228.67.169)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 15 พ.ย. 2554 (22:00)
๐ หมอแพทย์ทายว่าไข้ .............. ลมคุม
โหรว่าเคราะห์แรงรุม .................. โทษให้
แม่มดว่าผีกุม ........................... ทำโทษ
ปราชญ์ว่ากรรมเองไซร้ ............... ก่อสร้างมาเองฯ
(โคลงโลกนิติ)

๐ เป็นเพราะกรรมก่อไว้ ............... เวียนสนอง
หาใช่ผีเข้าครอง ........................ ครอบเจ้า
ควรคิดพินิจตรอง ...................... ตามเหตุ
คราทุกข์มาเยี่ยมเย้า ................... อย่าได้เสียขวัญฯ
๑๙.๔๑ น. : ๑๕ พ.ย. ๕๔
.... (IP:49.228.67.169)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 15 พ.ย. 2554 (23:37)

  ๐  ธรรมดาโลกเช่นนี้     เจ้าคุณ
คนแต่งโคลงละมุน         ยากแท้
แม้เพียงอ่านอย่างสุน-     ทรีเล่า
ยังยากไม่อาจแก้           ลุได้ฉันใด

  ๐  แต่งคล่องดังเช่นน้ำ  ไหลมา
มีแต่ท่านมหา               เท่านั้น
อ้อคุณไข่มุกรา-            ณีหนึ่ง
อาจช่วยสืบสานปั้น         ต่อให้เป็นกวี


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 15 พ.ย. 2554 (23:44)

  ๐ ยังมีเรื่องหนึ่งนั้น      ฉันเตือน
มหาท่านอย่าได้เลือน     สมัครไว้
ล็อกอินจักเป็นเหมือน     บันทึก
โพสต์สิ่งใดค้นได้         ง่ายแท้ควรทำ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 15 พ.ย. 2554 (23:48)

  ๐  แก้ไขก็ย่อมได้     คลิ้กเดียว
พิมพ์ผิดเห็นแล้วเสียว   อยากแก้
สมาชิกเท่านั้นเทียว     ทำง่าย
ห่อนสมาชิกร้องแหย้    ผิดแล้วทำไฉน


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 15 พ.ย. 2554 (23:53)

  ๐  เว้นวรรคจุดใส่ไว้     เวียนเศียร
สมาชิกเคาะว่างเตียน     ง่ายแท้
ไอค่อนรูปวาดเขียน        ส่งดั่ง  ใจนา
ข้องขัดบอกเพื่อนแก้       กล่าวถ้อยเจรจา


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 16 พ.ย. 2554 (08:27)
ขอบคุณอาจารย์นิรันดร์ ที่มาแนะนำด้วยหวังดี อาจารย์คงจะสบายดีนะ ไม่ได้ไปเยี่ยมที่บันทึกอาจารย์เลย เดี๋ยววันหลังจะไปเยี่ยมดูบ้าง เรื่องแต่งเพราะนั้นยังห่างไกลมาก คงต้องฝึกฝนอีกมาก ตอนนี้ก้พอได้ขีดเขียน แสดงแสดงความรู้สึกนึกคิดผ่านโคลง
.. (IP:49.228.86.190)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 16 พ.ย. 2554 (20:37)

คุณอาคะ  #19
  ๐ ขอขอบคุณคิดปั้น    เป็นกวี
หน่อยไข่มุกราณี          แปลกหน้า
รู้จักมิรู้ดี                     เบื้องลึก
คนครึ่งบอครึ่งบ้า         กระโดดกระเด้งไปมา 
{#emotions_dlg.a7}


ไข่มุกราณี
ร่วมแบ่งปัน3084 ครั้ง - ดาว 15 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 16 พ.ย. 2554 (22:26)

http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=18&Pid=4636
http://www.vcharkarn.com/vcafe/29789
  ๐  ต่างคนต่างแปลกชั้น    เชิงคิด
บ้างว่าฉันวิปริต                เกือบบ้า
บ้างก็ว่าฉันจิต                 แน่วแน่
ฉันไม่เคยชั่วช้า                เขมือบบ้านโกงเมือง


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 16 พ.ย. 2554 (23:55)

  ๐  ท่านอย่าแขวะแคะไค้     ดิฉัน
แค่สนุกการเมืองมัน             เท่านั้น
ข้อมูลฝึกฝนฝัน                 ช่วยสื่อ
ชอบว่าศิษย์ดื้อรั้น               ผิดข้างต่างครู
 {#emotions_dlg.d8}  


ไข่มุกราณี
ร่วมแบ่งปัน3084 ครั้ง - ดาว 15 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 17 พ.ย. 2554 (08:39)

   ๐  แม้ไม่แขวะแคะไค้     ไฉนมี
เรื่องที่โต้พาที                  หน่อยรู้
หาได้เกลียดโฉมศรี          สักนิด
ยังเสาะยังสืบสู้                 มอบให้หนังสือ

   ๐  แตกต่างความคิดบ้าง  ควรตรอง
หาใช่ค้านใช่สนอง              ทุกเหรื้อง
สองตาไม่อาจมอง              มุมทั่ว
ฟังอื่นบ้างคือเปลื้อง            ปล่อยพ้นพันธนา


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 17 พ.ย. 2554 (13:52)

  ๐  สารภาพแล้วที่แท้    แกล้งศิษย์
ลิขิตดุจวิปริต               ขัดแย้ง
คนไทยร่วมรับผิด          ชอบชาติ
แสดงคิดเห็น บ่ แล้ง      เสกสร้างสัมพันธ์
 {#emotions_dlg.d4}


ไข่มุกราณี
ร่วมแบ่งปัน3084 ครั้ง - ดาว 15 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 17 พ.ย. 2554 (14:57)

  ๐  แรงบัลดาลส่งให้    เขียนโคลง
มีรักมีโกรธโกง           เกลือกบ้าง
เฉยเฉยไม่อาจโยง      คำผูก
แรงอัดระเบิดง้าง        ออกแจ้งแสดงนัย


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 21 พ.ย. 2554 (21:08)
*๐*ระลึกครู*๐*
๐กล้วยไม้ที่ชูช่อ ................. ออกดอกล้อภุมริน
ใครเอ่ยเฝ้าถวิล ................... คอยพรวนดินจินตนา
๐ขลาดเขลามิเข้าใจ ............ ประสิทธิ์ให้มวลวิชา
อบรมบ่มจรรยา ................... ให้รู้ค่าของความดี
๐กล้วยไม้ที่งามเด่น ............. ดุจดั่งเช่นเป็นสักขี
บอกบ่งอยู่ในที .................... ความอารีจากใจครู
๐ศิษย์ดีมีครูนั้น ................... สิ่งสำคัญหมั่นเชิดชู
ยกย่องกตัญญู ..................... ระลึกรู้อยู่ตราบนาน
๐เปรียบครูเหมือนเรือจ้าง.........ลอยเคว้งคว้างกลางสายธาร
ได้ดีมีหลักฐาน .................... เยาวมาลย์สิลืมเลือน
๐ขอจงใคร่ครวญเถิด ............ ที่งามเลิศบ่แชเชือน
ใครเอ่ยเคยเฝ้าเตือน.............. เหมือนมารดาผู้การุญ
๐เปรียบครูคือพ่อแม่ ............. นั้นถูกแท้ระลึกคุณ
บ้างครั้งเคยเคืองขุ่น ............. แต่ก็กรุ่นด้วยเมตตาฯ
๑๖.๓๒ น. : ๔ ต.ค.๕๔
... (IP:49.228.171.22)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 22 พ.ย. 2554 (09:33)

   ๐   เฉยเฉยมิเอ่ยถ้อย     คำใด
คราวเมื่อเสียหทัย            พร่างถ้อย
ความรักเกิดในใจ             คิดเอ่ย
โกรธดั่งอัคคีร้อย              พากย์ล้วนอารมณ์


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 22 พ.ย. 2554 (20:53)
"..เป็นห่วงภาษา จักถึงคราเปลี่ยนแปลงไป.."
๐ ภาษาไทยจะวิบัติก็บัดนี้
หลายคนที่จงใจเขียนไขว้เขว
เขียนถูกต้องล้าสมัยใจรวนเร
ไม่โก้เก๋คร่ำครึหรือไรกัน

๐ ไม่เคยคิดเคยนึกตรึกตรองบ้าง
เลียนแบบอย่างทางมักง่ายไร้สร้างสรรค์
เดี๋ยวเป็น..เด๋ว เธอเป็น..เทอ เพ้อรำพัน
ช่างขำขัน จ้าเป็นจร้า พางุนงง

๐ บรรพบุรุษอุตส่าห์สร้างวางแบบไว​้
ลูกหลานไทยกลับทอดทิ้งยิ่งลืมหลง
เห็นคนอื่นดีกว่าตนพ้นถูกตรง
ไม่ธำรงแล้วทำลายเลวร้ายจริง

๐ อกตัญญูมิรู้คุณพ่อขุนฯแล้ว
เคยผ่องแผ้วมาหม่นหมองขัดข้องยิ​่ง
ฝากใคร่ครวญหวนคิดจิตประวิง
จะทอดทิ้งหรือสร้างสรรค์ก็วันนี​้

๐ หากไม่มีภาษามาจารจด
วัฒนธรรมมิปรากฏหมดศักดิ์ศรี
เอกลักษณ์ของชาติอาจไม่มี
ประชาชีตกเป็นทาสอนาถใจ

๐ ภาษาไทยคือพื้นฐานการเรียนรู้
สรรพวิชาสู้ดูสดใส
จะร่ำเรียนเขียนอ่านการสิ่งใด
ภาษาไทยต้องมาก่อนย้อนใคร่ครวญ

๐ อิสระเสรีภาพตราบวันนี้
ก่อเกิดมีเพราะภาษาถ้าสืบสวน
หากไม่มีภาษาไทย..ไทยเรรวน
คงปั่นป่วนเป็นข้าเขาเศร้าระทม

๐ จะทำการสิ่งใดในทุกสิ่ง
ถ้ารู้จริงชัดเจนเห็นเหมาะสม
เพราะอาศัยภาษามาอบรม
มีคารมพูดจาน่าตรองตาม

๐ นักปกครองนักกวีที่ดีนั้น
สิ่งสำคัญรู้ภาษาน่าเกรงขาม
อีกคุณครูผู้สอนสั่งยังงดงาม
ประสบความสมหวังดั่งใจจินต์

๐ จะสื่อสารผ่านความคิดที่ผิดถูก
ก็ต้องผูกอักษราภาษาศิลป์
หากไม่รู้ภาษาล้าชีวิน
จะทำกินก็ลำบากมากกว่าใคร

อยากจะแช่ง..คนแกล้ง..เขียนให้เพี้ยนผิด
อย่าสัมฤทธิ์สมหวังดังขานไข
อุปสรรคปัญหาค้างคาใจ
ความสดใสชื่นบานพานไม่มีฯ
...........................................

พระมหาวินัย

๐ ภาษาไทย..ภาษาชาติ..พิลาสลํ​้า
ประดิษฐ์คําสังคีตและขีดเขียน
จากศิลาอาขยานอันจารเจียร
จวบปรากฏบทเรียนเล่มวิชา

๐ อักขระแห่งไผทอันไหววาด
คือปัจเจกเอกราช,ศาสนา
คือศักดิ์ศรีวิจิตรอิสรา
คือคุณค่าเลิศล้นของคนไทย

๐ หากภาษาถ้อยลิขิตต้องผิดเพี​้ยน
มาแปลกเปลี่ยนแปร่งความตามสมัย
แปลกเขียนแปลกคําได้ตามใจ
พ่อขุนรามคงร้องไห้..โศกี

๐ อนุรักษ์ศัพย์ศิลป์แผ่นดินทอง
ถือครรลองจดจารนานวิถี
รําลึกในพระเมตตาปรานี
สดุดีพ่อขุนคุณอนันต์

๐ พ่อขุนรามคําแหงมหาราช
พระปรีชาสามารถ..สมไอศวรรย์
แปลงศิลาปรากฏ..สู่บทประพันธ์
กราบพระบาทจอมราชันทุกชาติไป
..........................​..........

..เพลงผ้า..
................................................
คำว่า "ศัพย์" คำนี้แปลว่าอย่างไร ก็ลืมถามเธอดู จะว่าเขียนผิดก็ไม่ใช่ ..พระมหาวินัย
... (IP:110.49.242.240)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 22 พ.ย. 2554 (23:26)

  ๐  ภาษาของพ่อนั้น    ผันแปร
แตกต่างศิลาแล           ไม่คล้าย
สรรพสิ่งดั่งกระแส         หมุนเปลี่ยน
มีเกิดมีดับย้าย             จวบแจ้งนิพพาน


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 22 พ.ย. 2554 (23:33)

  ๐  คิดแช่งคือคิดร้าย       ควรตรอง
จิตสงบแล้
วเพ่งมอง          อีกครั้ง
ทำไฉนจึ่งเกษมผอง          บริษัท
อย่าเกลียดอย่าเผลอพลั้ง    จิตแผ้วปราศธุลี


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 22 พ.ย. 2554 (23:45)

สวัสดีค่ะคุณอา  หน่อยติดตามอ่านคิดเห็นของคุณอาอยู่ไม่ได้ไปไหนหรอกค่ะ ฮิฮิ!!


ไข่มุกราณี
ร่วมแบ่งปัน3084 ครั้ง - ดาว 15 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 23 พ.ย. 2554 (06:51)
๐ หลายคนบันทึกถ้อย ......... วาจา
บ่ห่วงเรื่องภาษา .................. สักน้อย
ผิดถูกไม่วิจารณา ................. ดูก่อน
จะวิบัติฤาด่างพร้อย .............. ผิดพลั้งช่างมันฯ
... (IP:49.229.159.77)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 23 พ.ย. 2554 (08:05)

   ๐   หาวางเฉยเรื่องนี้          สักครา
คอยปรับแก้ภาษา                 เพื่อให้
ถูกต้องดั่งตำรา                    สอนสั่ง
เพียงบอกท่านมหาไว้             สรรพล้วนปรวนแปร

   ๐   อย่าเกลียดอย่าแช่งซ้ำ    ทำใจ
ที่อาจแก้แก้ไป                     เท่านั้น
หากท่านแช่งแล้วไฉน             คืนเล่า
จิตปราศธุลีปั้น                     ปลูกสร้างทางเย็น


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 24 พ.ย. 2554 (20:51)
วันนี้ (๒๔ พ.ย. ๒๕๕๔) เวลาเที่ยงเดินทางจากวัดไปร้อยเอ็ด โดยขึ้นรถที่เสลภูมิ บนรถเขาฉายหนังเรื่องปัญญา เรณู ตอนที่ขึ้นไปนั้น เขาฉายไปได้หนึ่งแผ่นแล้ว แต่ก็รู้สึกว่าดี เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของความเป็นอีสาน ที่มีความผูกพันอยู่กับวัด บ้าน,วัด,โรงเรียน, ตอนที่ดูนั้น เขาฉายถึงตอนที่ครูเรียก นร.มาประชุมกัน เพื่อแจ้งว่า เครื่องดนตรี ของโรงเรียนเราชำรุด เรื่องการไปแข่งขัน คงจะต้องหยุดลง เพราะไม่มีเครื่องดนตรี นร.แต่ละคนก็อาสาจะหาเครื่องดนตรีใหม่มาให้โรงเรียนของตน ในที่ชุมนุมนั้น ก็มีปัญญา-เรณู สองคนรวมอยู่ด้วย และคิดถึงปัญหานี้เช่นกัน จึงตกลงไปยืมปัจจัยกับหลวงพ่อที่วัด ตอนนั้นหลวงพ่อก็ยังไม่มีปัจจัยให้ยืม แต่มีความกรุณา อยากจะช่วย อยากสนับสนุน เมื่อรับทราบว่าจะเอาเงินไปทำอะไร พอมีคนเอาเงินมาทำบุญแล้ว หลวงพ่อก็เลยแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาให้ปัญญา เพื่อนำไปใช้ในการซื้อเครื่องดนตรี



จากกรณีนี้แสดงว่าวัดมีความผูกพันกับชุมชนมาก เมื่อมีปัญหาอะไร คนในชนบทอีสานก็มักจะนึกถึงวัด วัดไม่ได้เป็นที่พึ่งเฉพาะทางใจอย่างเดียว ยังเป็นที่พึ่งทางกายอีกด้วย ยังสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียน-ชุมชนอีกด้วย เรื่องนี้ก็ทำให้นึกถึงครั้งพระพุทธเจ้าที่มีรับสั่งให้พระอานนท์ทำจีวร ให้เหมือนกับคันนาของชาวมคธ ด้วยทรงเห็นคุณค่าของการทำนา และสนับสนุนการทำนา ,



เมื่อได้รับเงินมาแล้ว ทางโรงเรียนก็จัดหาเครื่องดนตรี หาครูสอนเต้น เพื่อฝึกซ้อม, ครูได้มอบหมายให้ปัญญา และเรณู เป็นนักร้องนำของวง โดยที่เด็กคนอื่นก็อยากจะเป็นนักร้องนำเช่นกัน เมื่อไม่ได้เป็นต่างก็ผิดหวัง เสียใจ ไม่มีใจอยากซ้อมกับเพื่อน ปัญญาจึงไปพูดทำความเข้าใจกับเพื่อนว่า “ไม่ได้มีความเกลียดชังอะไรกับเพื่อนหรอก เพื่อวงของเรา เรามาซ้อมกัน, ผลปรากฏว่า เด็ก นร.กลุ่มนั้นก็ยินดีซ้อมทุกคน เพื่อวงของโรงเรียนตนเอง, จากกรณีนี้ เห็นได้ข้อคิดว่า เรื่องเล็กๆ บางเรื่อง ของคนหลายๆ คน ถ้ามีความบาดหมาง น้อยใจ เสียใจ เกิดขึ้น ในหมู่คณะนั้น ก็จะผ่านพ้นไปด้วยการพูดจา การทำความเข้าใจ มองเห็นประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าความรู้สึกส่วนตัว แม้เขาเหล่านั้นจะเป็นเด็กก็จริง แต่ก็เป็นเด็กที่มีเหตุผล ไม่เอาแต่ใจตน ผลแห่งความสามัคคี หมั่นซ้อม พร้อมเพรียงกันซ้อม พร้อมใจกัน ทำให้ชนะการแข่งขัน ทุกคนก็มีความสุข นี่แล ที่ท่านว่า ความสามัคคีนำมาซึ่งความสุข,



นั่งรถไป พอดีรถทัวร์คันนั้นก๊าชจะหมด เขาก็เลย แวะเติมก๊าชที่ปั๊มรอบเมือง คนขับรถแจ้งให้ผู้โดยสารทราบว่า “รถจะจอดเติมก๊าช สักพัก ขอให้ผู้โดยสารลงจากรถก่อน” ต่างก็ทยอยกันลงกันหมด ก็เหลือพระหลวงตาอีกรูปและตัวเราที่ไม่ลง เมื่อเวลาว่างๆ นั่งอยู่บนรถ แอร์ก็ไม่เปิด เพราะเขาดับเครื่อง เติมก๊าช ก็เลยเอาหนังสือจากย่ามขึ้นมาอ่าน รอเวลา หนังสือวรรณคดีสมัยอยุธยา รวบรวมโดย สันต์ สุวทันพรกุล และ ภัทรเศรษฐ์ แพงแสน ก็อ่านคำนำของหนังสือ แต่คำนำก็บรรจุไว้ซึ่งความสำคัญของวรรณคดี เขาบอกว่า “วรรณคดีเป็นศิลปะอันล้ำค่าแขนงหนึ่งของชาติ แสดงถึงความรู้ ความคิดของผู้เขียน โดยถ่ายทอดออกมาเป็นรูปตัวอักษรในรูปแบบต่างๆ วรรณคดีถือว่าเป็นมรดกที่สำคัญของชาติ เป็นหลักฐานสำคัญที่สะท้อนภาพของประวัติศาสตร์ในด้านต่างๆ เช่น สังคม วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ฯลฯ” จากนั้นก็อ่านเรื่องราวของกรุงศรีอยุธยา มีกษัตริย์กี่พระองค์ ราชวงศ์ไหนบ้าง แต่ละพระองค์มีพระนามว่าอย่างไร การแบ่งวรรณคดีในสมัยนี้ก็แบ่งออกเป็น ๓ ช่วง คือ สมัยอยุธยาตอนต้น ตอนกลาง ตอนปลาย โดยการแบ่งแบบนี้ถือตามแนวของศาสตราจารย์กุหลาบ มัลลิกะมาส ก็อ่านไปช่วงต้นสมัยกษัตริย์องค์นี้ถึงองค์นั้น มีวรรณดีเรื่องนั้นๆ ก็พอดีก๊าชเต็ม รถจะออก ผู้คนก็ทยอยกันขึ้นมา ก็เลยหยุดอ่าน ถึงที่หมายก็ประมาณ บ่ายกว่า ๆ เดาเอาเอง เพราะไม่มีนาฬิกา โทรศัพท์ก็ไม่มี ตอนกลับจากร้อยเอ็ด ก็นึกถึงโคลงสุภาษิตของรัชกาลที่ ๖ ว่า

๐ ฝูงชนกำเนิดคล้าย ...................... คลึงกัน

ใหญ่ย่อมเพศผิวพรรณ .................... แผกบ้าง

ความรู้อาจเรียนทัน ........................ กันหมด

ยกแต่ดีชั่วกระด้าง ........................... อ่อนแก้ฤาไหวฯ



ก็พิจารณาถึงความหมายของโคลงบทนี้ ก็พอเข้าใจความหมายว่าคนที่เกิดมาในโลกนี้ มีบางสิ่งที่คล้ายกัน แต่ก็มีบางสิ่งที่แตกต่างกัน เช่น ใหญ่ เล็ก เพศ ผิวพรรณ ความรู้เป็นสิ่งที่เรียนทันกันได้ แต่ในบาทสุดท้าย บอกว่า “ยกแต่ดีชั่วกระด้าง ..... อ่อนแก้ฤาไหว” ความหมายในบาทนี้ คือยกเว้นไว้แต่ความดีชั่ว แข็งกระด้าง อ่อนโยน ที่แก้ไม่ได้, หรือสุดที่จะแก้ เพราะคำว่า “ฤา” ในที่นี้ บางทีก็แปลว่า ไม่ บางทีก็แปลว่าหรือ ในประสงค์ของพระองค์ท่านไม่ทราบว่าจะหมายถึงไม่ หรือหมายถึงหรือ คำว่า “ฤา” เป็นคำโบราณ ใช้ในบทร้อยกรอง อย่างในโคลงก็ใช้เป็นคำสร้อย คำว่า “คำสร้อย” ก็คล้ายๆ กับนิบาต ในภาษาบาลี อย่างในภาษาบาลีเวลาแต่งฉันท์ ก็เติมนิบาตลงไป เพื่อเป็นเครื่องยังบทให้เต็ม ในโคลงก็เหมือนนกัน สร้อยมีไว้เพื่อเป็นเครื่องยังบทให้เต็ม เมื่อความยังไม่สิ้นกระแส เกินไปหนึ่งพยางค์ก็เติมสร้อยใส่ เลือกคำสร้อยตามที่เห็นว่าเหมาะสมกับเรื่องที่แต่ง รถโดยสารมาถึงป้อมตำรวจท่าแสบง มีมุมหนึ่งเป็นมุมส่งเสริมการรักการอ่าน เห็นเขาเขียนโคลงสี่สุภาพติดไว้ว่า



๐ ไปโรงเรียนมุ่งสร้าง .................. ปัญญา

ไปตลาดเพื่อหา ............................. กับข้าว

ไปพบแพทย์ปรึกษา ....................... การป่วย

ไปทั่วแคว้นแดนด้าว ..................... สุดท้ายไปสวรรค์ฯ



อ่านดูรอบเดียว เพราะรถจอดไม่นาน แค่ให้ผู้โดยสารลง แล้วรถก็ออก แต่ก็ไม่ยากต่อการจำ เพราะมีความคุ้นเคยกับโคลงสี่สุภาพดี ก็เลยจำได้ แต่ไม่เห็นนามผู้แต่ง โคลงก็มีความหมายดี คงจะเป็นท่านผู้ใดผู้หนึ่งได้แต่งเอาไว้ ก็เลยกำหนดจำเอา ไว้เป็นคติสอนตน สอนนักเรียนในโอกาสต่อไป.
... (IP:182.232.84.31)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 24 พ.ย. 2554 (21:10)

  ๐   ความจำดีแท้ท่าน     มหาวินัย
ผมไม่จดอึดใจ                หมดสิ้น
อยากจำท่องท่องไป         พันจบ
เสียงส่งระรัวลิ้น               จึ่งได้ขึ้นใจ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 24 พ.ย. 2554 (21:55)
ก็บังเอิญจำได้อาจารย์ อาจารย์นิรันดร์สบายดีนะ
.. (IP:110.49.227.124)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 24 พ.ย. 2554 (23:02)

  ๐   ไม่ดีนักหรอกเจ้า    คุณขา
เพิ่งพบแพทย์รักษา       เมื่อเช้า

เจ็บป่วยเรื่องธรรมดา      ของโลก
สาเหตุอยู่นานเข้า          อาจต้องแตกสลาย


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 25 พ.ย. 2554 (18:03)
๐ หน้านอกลวงหลอกได้ ........ ชั่วคราว
สวยสง่าเพราะเพียงสาว .......... สุดคว้า
ความดีที่แพรวพราว ............... พาเชิด ชูนา
กายดับแต่ดีท้า ..................... ไป่สิ้นสูญสลายฯ

๐ สวยงามยามหนุ่มน้อย .......... เยาวมาลย์
เลยล่วงวาระกาล ................... แก่แล้ว
รูปกายนั่นสังขาร ................... แห่งมนุษย์
ถึงจะงามเพริศแพร้ว .............. พ่ายแพ้ธรรมดาฯ
๒๕ พ.ย.๕๔
.. (IP:110.49.234.98)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 25 พ.ย. 2554 (20:43)

คุณอาคะ


๐   หน่อยพึ่งพบกระทู้   คอมเม็นต์ ท่านแฮ
ทานหยูกยาลำเค็ญ       ฤ ไหม้(ไม่)
ท่านในรูปมิเห็น           เจ็บป่วย
เชื้อโรคปล่อยมิได้        เตะให้กระเด็น{#emotions_dlg.a2}


ไข่มุกราณี
ร่วมแบ่งปัน3084 ครั้ง - ดาว 15 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 25 พ.ย. 2554 (21:06)
อาจารย์นิรันดร์ คุณไข่มุก มีกระทู้ช่วยแต่งโคลงอีกแล้ว ไปแนะนำสั่งสอนหน่อย เผื่อเขาจะแต่งเป็น
.. (IP:110.49.234.98)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 25 พ.ย. 2554 (21:21)

  ๐  ไอเจ็บคอนับได้      สัปดาห์
หลังปวดแล้วนานมา      อึดไว้
พบหมอกล่าววาจา        แก่ท่าน
แพทย์บอกแก่แล้วไซร์   โปรดได้เจียมตน


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 25 พ.ย. 2554 (21:56)

คุณอาคะ
 ๐  ไยหมอช่างดุร้าย       จอมโหด
นี่ก็น่ากระโดด                 เตะให้
โปรดอย่าบอกเดี๋ยวโกรธ  แกล้งฉีด  ผิดเฮย
หน่อย บ่ นินทาไซร้          แค่ร้องนิดเดียว  {#emotions_dlg.d1}


ไข่มุกราณี
ร่วมแบ่งปัน3084 ครั้ง - ดาว 15 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 26 พ.ย. 2554 (08:46)

  ๐  นายแพทย์หาใช่ร้าย     วาจา
เพียงแต่ตีความอา             จึ่งได้
ทราบนัยแห่งเวลา             เลยล่วง
ความเสื่อมธรรมดาไซร้        อย่าได้ชังหมอ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 26 พ.ย. 2554 (13:04)

อาเจ็กคะ
๐  หน่อยพูดเวอร์เท่านั้น      ท่านอา
เลิกนึกถึงเวลา                 สลดเศร้า
ใกล้วันรับปริญญา              ขั้นเอก
โอ้ตื่นเต้นเจ้าเข้า               ประกาศแจ้งความดี  {#emotions_dlg.d4} 


ไข่มุกราณี
ร่วมแบ่งปัน3084 ครั้ง - ดาว 15 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 26 พ.ย. 2554 (13:10)
"..รูปํ ชีรติ มจฺจานํ นามโคตฺตํ น ชีรติ.."
๐ ร่างกายไป่ล่วงพ้น ............. อนิจจัง
แตกดับกายภินท์พัง .............. พ่ายแพ้
สรรพสิ่งบ่จีรัง ...................... คงมั่น หรอกเฮย
เว้นแต่ความดีแท้ ................. เท่านั้นไป่สูญฯ
.. (IP:182.232.229.26)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 26 พ.ย. 2554 (14:27)

พระคุณเจ้าคะ   ขอนิมนต์ท่านที่กระทู้"แต่งกลอนแปดหน่อยค่ะ" เขาอยากได้กลอนแปดขอบคุณลูกค้าค่ะ  ถ้าได้จากคุณพระคงสิริมงคลค่ะ


ไข่มุกราณี
ร่วมแบ่งปัน3084 ครั้ง - ดาว 15 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 26 พ.ย. 2554 (14:37)

สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา
ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 26 พ.ย. 2554 (15:28)
เสียดายว่า ผู้ใช้นาม Thinks ห่างเหิน-หายจากวิชาการ.คอม ไป ดูจากงานร้อยกรอง ไม่ว่าจะเป็น โคลง ฉันท์ ต้องเป็นผู้รู้และเข้าใจในภาษาเป็นอย่างดี , ถ้าเป็นกวี ก็เป็นกวีชั้นสูง ภาษาศัพท์แสงก็มากมาย ยามที่แต่งโคลง-ฉันท์ คำก็คม แต่เวลาที่แต่งกลอนกลับหวาน, ถ้ากลอนคม ก็คงคิดว่าเป็นเพลงผ้า แต่นี่กลอนหวาน อาจารย์นิรันดร์ -คุณไข่มุก ทราบเรื่องราวเกี่ยวกับผู้นี้ก็เล่าให้ฟังหน่อย งานเขาน่าศึกษาจริงๆ การศึกษางานของกวี หรือนักเขียน หากรู้ภูมิหลังของผู้นั้น จะทำให้เข้าใจงานของผู้นั้นได้ดี ....กระทู้แต่งกลอนแปดมีมากนะคุณไข่มุก ไม่รู้กระทู้ไหน กลอนแปดก็ไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่หรอก ก็พอได้
.. (IP:182.232.229.26)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 26 พ.ย. 2554 (16:40)

พระคุณเจ้าคะ  กระทู้ชื่อ"แต่งกลอนแปดหน่อยค่ะ"Vcafe\95835ค่ะ  อยู่ใกล้ๆนี้เองค่ะ คุณแม่กลองเธออยากได้ค่ะ


คุณthinks ท่านอยู่เมืองนอกค่ะ แต่นานๆจะมาสักทีทั้งกลอนทั้งโคลงยอดเยี่ยมมาก ฉันไม่ค่อยรู้สักเท่าไหร่  ตอนนั้นฉันยังลอยไปมา ไม่มีครู  เล่นสนุกอย่างเดียว ถือว่ามาใหม่เลยแซวเขาไปทั่ว ตอนท่านมาทุกคนตะลึงมาก ได้พูดคุยกันกับครูท่านอื่น ฉันก็เจี๋ยมเจี้ยมไม่กล้าคุย ได้แต่อ่านผลงานเธอ


ไข่มุกราณี
ร่วมแบ่งปัน3084 ครั้ง - ดาว 15 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 26 พ.ย. 2554 (17:03)
ถ้าเพลงผ้า แต่งโคลง ฉันท์ เป็น คงคิดว่าคนนี้เป็นคนเดียวกันกับเพลงผ้า ตามที่รู้จักและดูผลงานเธอไม่ปรากฏว่ามีโคลงมีฉันท์เลย เพลงผ้าก็อยู่เมืองนอกเช่นกัน กลอนเธอ คม,หนัก พิถีพิถันเรื่องการใช้คำ และมุ่งให้สะเทือนอารมณ์ หนักไปทางเรื่องสะท้อนปัญหาการเมือง แต่กลอนของคุณthinks จะใช้คำไม่หนัก เท่าไร มีความอ่อนหวานซ่อนอยู่ แต่เมื่อเขียนโคลง คำกลับหนัก คม พิถีพิถันในการใช้คำ และก็มีสะท้อนปัญหาการเมืองเมื่อสี่ห้าปีที่ผ่านมาด้วย ตามที่เห็นนะ..ขอยกกลอนเพลงผ้ามาวางเพื่อเปรียบเทียบ

๐ จากร้อยสู่พัน..จากพันสู่ล้าน
หทัยกานต์แด่จักรีศรีสมัย
จินดาจิตรองบาทองค์พระทรงชัย
จักรองไปทุกแหล่งหล้า..ณ..ธาตรี

๐ แม้นเสด็จฝ่าหนท้นธารา
จักอุบัติเป็นมัจฉารองบาทศรี
แม้นเสด็จท่ามป่าดงพงพี
จักหมอบราบเป็นมาลีรองราชัน

๐ จักเป็นข้าฯสามิภักดิ์องค์จักริน
เทิดภูมินทร์เหนือกระหม่อมเป็นจอมขวัญ
ถวายชาตพร้อมพลีแม้ชีวัน
จักหาใดไหวหวั่นแม้วันวาย

๐ มิยอมให้ผู้ทุจริตคิดคด
สร้างปรากฏหดหู่มิรู้หาย
โดยลอบเล่นเหลี่ยมเล่ห์เพทุบาย
ให้ระคายเบื้องพระบาทธิราชเจ้า

๐ ชื่นเอย..ชื่นนักประจักษ์แล้ว
หทัยแก้วแกร่งกล้ากว่าขุนเขา
สามัคคีมุ่งมั่นมิบันเบา
เพื่อล้นเกล้าจอมไท้ในแผ่นดิน

๐ เถิดไพร่ฟ้าข้าฯไทยหัวใจทอง
เมื่อกลมเกลียวปรองดองมิรู้สิ้น
ประหนึ่งเทียนต่อเทียนทั้งธานิน
อธรรมย่อมดับดิ้นสิ้นลําพอง

..................
..เพลงผ้า..

๐ เด่นเดือนเกลื่อนดาวอันพราวพร้อย
ประหนึ่งสร้อยสวมฟ้า จินดาสูง
ประภัสสรเหมือนแม้นรําแพนยูง
พิลาสเรือนเคลื่อนจูงโดยเทวา

๐ ให้มีใจปฏิพัทธ์รัตติกาล
ละม้ายมนต์ดลดาลเสน่หา
คล้อยตะวันชิงพลบมิสบฟ้า
ให้ปราโมชดวงตาแห่งราตรี

๐ ไร้รูปลอยเมฆินทร์นิลกาฬ
จึงจันทราบรรสารรัศมี-
โอบสินธู,ภูผา,มหานที
ประทับห้วงรมณีย์เป็นกํานัล

๐ จูบข้าเถิดสายลมที่ห่มหาว
สัพยอกโมกขาวให้ไหวสั่น
ไล้ปอยผมข้าเล่นอยู่เช่นนั้น
ก่อนตะวันหวงหาวกลืนดาวราย

๐ งามอื่นหมื่นถวิลจินตภาพ
จักโดยพลันศิโรราบเมื่อจันทร์ฉาย
ปรากฏแววแก้วเกร็ดเกาะเม็ดทราย
ปานเล่นปลายพู่กันจิตกร

๐ โอบเถิด..โอบข้าม่านราตรี
เสน่หาบัดนี้มิอาจถอน
ข้าทอดกายอ้อยอิ่งนิ่งสัญจร
ต้องมนต์ทิฆัมพรแลเดือนดาว

.......................

..เพลงผ้า..
.. (IP:182.232.229.26)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 26 พ.ย. 2554 (20:34)
๐ ใดใดในแหล่งหล้า ............ ล้วนภินท์
พังพ่ายกลับคืนดิน ............... ดั่งนี้
ความดีสิถวิล ...................... เวียนก่อ ไว้แฮ
พุทธองค์ตรัสชี้ .................... ชักช้าอยู่ไยฯ

๐ อาลัยเป็นเหตุให้ ............... ถวิลหา
มวลกิเลสวิสภาค์ ................. พรั่งพร้อม
หลงโลกแห่งมายา ............... ยึดมั่น จริงแฮ
จึ่งทุกข์มารุมล้อม ................. เร่าร้อนรุมทรวงฯ

๐ ห่วงใดจักเทียบได้ ............. ด้วยบุตร
ดังเชือกคอยยื้อยุด ............... สยบเจ้า
รักอาตม์รักประดุจ ................. ดั่งเนตร ตนแล
เหน็ดเหนื่อยทุกค่ำเช้า ........... ชุบเลี้ยงบุตรธิดา

๐ ภรรยาดั่งเชือกร้าย ............. รึงหัตถ์
คอยหน่วงคอยรึงรัด ............... รติไว้
นิราศห่างประหวัด ................. ประหวั่นจิต จริงนา
เกรงแม่บ่สัตย์ไซร้ ................. สุดแท้ทรมานฯ

๐ ศฤงคารคอยเข้าควบ ........... คุมบา -ทาแฮ
กุมจิตเสาะแสวงหา ................. ห่อนรู้
บ่่พอเพราะโลภา .................... พันธนะ จิตแล
มวลมนุษย์ทุกผู้ ..................... ไป่พ้นพันธน์การฯ
๒๐.๓๕ น. : ๒๖ พ.ย.๕๔
.. (IP:182.232.229.26)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 27 พ.ย. 2554 (06:49)
๐ ใดใดในแหล่งหล้า ............ ล้วนภินท์
พังพ่ายกลับคืนดิน ............... ดั่งนี้
ความดีสิถวิล ...................... เวียนก่อ ไว้แฮ
พุทธองค์ตรัสชี้ ................... ชักช้าอยู่ไยฯ

๐ อาลัยเป็นเหตุให้ ............... ถวิลหา
มวลกิเลสวิสภาค์ ................. พรั่งพร้อม
หลงโลกแห่งมายา ............... ยึดมั่น จริงแฮ
จึ่งทุกข์มารุมล้อม ................. เร่าร้อนรุมทรวงฯ

๐ ห่วงใดจักเทียบได้ ............. ด้วยบุตร
ดังเชือกคอยยื้อยุด ............... สยบเจ้า
รักอุรสรักประดุจ .................. ดั่งเนตร ตนแล
เหน็ดเหนื่อยทุกค่ำเช้า ........... ชุบเลี้ยงบุตรธิดา

๐ ภรรยาดั่งเชือกร้าย ............. รึงหัตถ์
คอยหน่วงคอยรึงรัด ............... รติไว้
นิราศห่างประหวัด ................. ประหวั่นจิต จริงนา
เกรงแม่บ่สัตย์ไซร้ ................. สุดแท้ทรมานฯ

๐ ศฤงคารคอยเข้าควบ ........... คุมบา -ทาแฮ
กุมจิตเสาะแสวงหา ................. ห่อนรู้
บ่่พอเพราะโลภา .................... พันธนะ จิตแล
มวลมนุษย์ทุกผู้ ..................... ไป่พ้นพันธน์การฯ
๒๐.๓๕ น. : ๒๖ พ.ย.๕๔
.. (IP:49.228.127.121)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 27 พ.ย. 2554 (08:13)

แปลกใจตนเองที่ไม่เคยผ่านตาผลงานของคุณ"เพลงผ้า"มาเลย


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 27 พ.ย. 2554 (13:42)
อาจารย์นิรันดร์ งานเพลงผ้า ในโอเคเนชั่น ในนั้นมีกวีมากหลาย อาจารย์เนาวรัตน์ หรือใครต่อใครก็อยู่ที่นั่น .. ที่เอ่ยถึงเพลงผ้าบ่อยๆ นี่เพราะงานของเธอ มีเอกลักษณ์เฉพาะตน ทำนองกลอนไม่เหมือนคนอื่น ส่วนเรื่องการเมืองนั้นจะอย่างไร ไม่ขอยุ่งเกี่ยว, คนที่สำนวนกลอนหวานสัมผัสในแพรวพราว ฉันท์ก็เพราะ อีกคนในโอเคฯ คือ คุณธีร์ ฤทธิ นาคา ผู้นี้ถอดแบบทำนองกลอนสุนทรภู่ แม้ในยามที่เขียนโคลงก็เป็นเช่นโคลงสุนทรภู่อีก, คำ ลานเทวา ผู้นี้คล้ายจะเป็นสมณะ งานก็เป็นอีกแนวทางหนึ่ง ส่วนในโกทูโน ก็มีกวีหลายท่านเช่นกัน ผู้ที่ไม่เบียดเบียนใคร มีผลงานสะท้อนปัญหา ก็มีอาจารย์ สันติสุข สันติศาสนสุข มีผลงานต่อเนื่องให้อ่านอยู่ตลอด ส่วนคุณครูต้นอ้อหวาน รร.เชียงคาน นั่นไม่ทราบห่างหายไปไหน ก่อนนี้ มีงานร้อยกรองพอได้ศึกษาอยู่ คุณครูภาทิพ ก็ห่างหายไปเช่นกัน ..ตอนนี้ที่ยังเขียน ก็มีอาจารย์โสภณ เปียสนิท,อ. ปณิธิ ภูศรีเทศ, อ.สันติสุข สำหรับผู้รู้เรื่องกลบท และชำนาญ ก็คือหลวงพ่อพระครูเกษมฯ วัดโพธิเกษตร จ.ชุมพร หรือที่ท่านใช้นามปากกาว่า "หยาดกวี" อีกคนที่มีแววกวี มาตั้งแต่เรียนอยู่ ม.๕ คือ คุณวิลาสินี เลิศตระกูล .. งานตอน ม.๕ ที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักก็คือ นิราศสั้น ชื่อ "นิราศพุมเรียง" และ "หากเขาชังเพราะเราชั่วอย่ามัวโกรธ" นี่เป็นเพียงบางส่วนที่เคยรู้จักไปมาหาสู่ ตามอ่านตามศึกษาผลงาน บางคนก็คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แม่ท่านเหล่านี้จะไม่ได้เป็นกวีมีรางวัลรองรับ แต่งานของแต่ละท่านก็น่าศึกษา.
.. (IP:110.49.225.19)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 27 พ.ย. 2554 (14:14)

อ๋อ ที่แท้เธออยู่ที่เว็บฯอื่นนั่นเอง ผมจึงไม่เคยได้อ่านผลงานของเธอ
ขอบพระคุณพระคุณเจ้าขอรับ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 27 พ.ย. 2554 (21:56)
๐ ถึงจะรูปร่างร้าย ............... อัปลักษณ์
ดีเด่นเป็นประจักษ์ .............. จิตเจ้า
คนเห็นย่อมนึกรัก ............... รตินุช -นาฏนา
ไยจึ่งหมองหม่นเศร้า ........... สร่างสิ้นสุขศานต์

๐ หน้านอกลวงหลอกได้ ....... ไม่นาน
แปรเปลี่ยนไปตามกาล ......... แน่แท้
ความดีสิแก่นสาร ................ บ่เสื่อม สิ้นนา
เป็นมนุษย์สุดเลิศแล้ ........... เร่งเร้าทำดี
๒๑.๕๙ น. : ๒๗ พ.ย. ๕๔
.. (IP:49.230.179.139)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 28 พ.ย. 2554 (16:13)

   ๐ ภรรยาดั่งเชือกร้าย           รึงหัตถ์
คอยหน่วงคอยรึงรัด               รติไว้
นิราศห่างประหวัด                  ประหวั่นจิต จริงนา
เกรงแม่บ่สัตย์ไซร้                  สุดแท้ทรมานฯ


  ๐  ภริยาคือโซ่คล้อง     ดวงใจ
ยามโศกยามเศร้าใคร      อยู่ข้าง
เพียงเธอยอดหทัย          มิห่าง
คอยปลอบประโลมบ้าง   ผ่อนเศร้าเหงาคลาย


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 28 พ.ย. 2554 (16:20)

   ๐  จูงมือกันเข้าวัด     สองคน
คอยรับพรมน้ำมนต์       พระเจ้า
ฟังธรรมเป็นกุศล          ใจสงบ
อธิษฐานค่ำเช้า           ชาติหน้าครองเคียง


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 30 พ.ย. 2554 (20:57)
๐ ไยเจ้าจึงนุ่งน้อย ................ หละหนู
กฎระเบียบบ่ดู ...................... ดั่งแกล้ง
ศีลธรรมนั่นสิ่งชู .................... สถานศึก -ษานา
เลิศแห่งพุทธศาสตร์แจ้ง ......... จุ่งได้ครวญตรอง

๐ ทำนองแต่งว่าไว้ ................ อย่างไร
เสื้อกระโปรงสั้นไหม .............. ไม่รู้
ขอเพียงนุชมั่นใจ .................. จักแต่ง
สวยเริดเชิดหน้าสู้ .................. ผิดพลั้งช่างมัน

๐ ฉันจักแต่งจักแต้ม .............. ตามสไตล์ ฉันแฮ
อวดโอ่ความไฉไล ................. เลิศล้ำ
สั้นสั้นสุดมั่นใจ ..................... จนแค่ คืบนา
ดีกว่านั่งชอกช้ำ .................... ชวดผู้เหลียวแล

๐ แปรเปลี่ยนความคิดนี้ ............. นะนาง
ดูระเบียบที่เขาวาง .................... วาดไว้
หน้านอกหหลอกตาพราง ........... เพียงชั่ว คราวนา
กายจิตงดงามไซร้ ................... ไป่สิ้นคนปองฯ

เนื่องมาจากนักศึกษาสาว ที่เรียนในสถาบันเดียวกัน
พระมหาวินัย ๑๘.๑๘ น. : ๓๐ พ.ย. ๕๔
.. (IP:110.49.33.96)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 9 ธ.ค. 2554 (11:34)

๐  ปล่อยกระทู้ว่างเว้น     ขับโคลง
หลวงพี่หยุดคุยโขมง       เนิ่นแล้ว
เพื่อนคลิกทุกชั่วโมง        อยากอ่าน
อย่าแอบจำวัดแส้ว          จัดให้ญาติโยม  {#emotions_dlg.d2}


ไข่มุกราณี
ร่วมแบ่งปัน3084 ครั้ง - ดาว 15 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 12 ธ.ค. 2554 (18:47)
๐ ฤาไข้จักเยี่ยมเย้า ............. ยังกาย
หนาวเหน็บไป่่รู้หาย ............. ห่างข้อย
กินยาจักคลี่คลาย ................ ความเหน็บ หนาวนา
กายป่วยใจไป่คล้อย ............. ขัดข้องตามกายฯ
พระมหาวินัย ๑๘.๔๕ น. ๑๒ พ.ย.๕๔
.. (IP:110.49.233.250)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 16 ธ.ค. 2554 (11:44)

   ๐  วันนี้ป่วยอยู่บ้าน    คนเดียว
น้ำมูกยืดเลยเชียว         บอกให้
ปวดหัวหนึบหน้าเซียว    อาจแต่ง
โคลงสี่สุภาพไซร้         ใช่ต้องนอนซม


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 67 16 ธ.ค. 2554 (15:00)

๐ คุณอาเป็นโรคแพ้      อากาศ
โอสถทานอย่างฉลาด    ปราศไข้  
ของดีจากธรรมชาติ       แก้หวัด
ส้มฝรั่งยอดผลไม้         หม่ำได้วันละผล   {#emotions_dlg.a2}


ไข่มุกราณี
ร่วมแบ่งปัน3084 ครั้ง - ดาว 15 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 16 ธ.ค. 2554 (21:47)
๐ โลกภายนอกใหญ่กว้าง ......... ไกลเกิน
แต่ย่อมจะเผชิญ ..................... ทั่วได้
โลกในไป่ห่างเหิน ................... ใครล่วง รู้นา
ท่านว่าพิศตนไซร้ .................... สืบค้นพินิจเองฯ
... (IP:49.230.60.249)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 17 ธ.ค. 2554 (11:55)

  ๐  เกิดนานพอแก่แล้ว    เจ็บตาย
อริยสัจหญิงชาย             ทุกผู้
ไม่อาจหลบร่างสลาย       กลายธาตุ
รวยร่ำหรือจนสู้               เร่งสร้างทางผล


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 17 ธ.ค. 2554 (20:14)
๐ เกิดแก่แลไม่ช้า ................ จักตาย
ทรัพย์คู่รักบุตรหลาย ............ พรากสิ้น
กรรมดีชั่วจุกหมาย ............... คงอยู่
ถึงว่าชีพดับบดิ้น .................. สิ่งนี้มีสนองฯ
ศรีนครฯ
อาจารย์นิรันดร์สบายดีมั้ย
... (IP:110.49.249.209)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 17 ธ.ค. 2554 (20:51)
จุดหมาย
.. (IP:110.49.249.209)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 18 ธ.ค. 2554 (13:17)

ผมแต่งโคลง ไม่ค่อยเป็น แต่ใจรัก ขอเสนอนำของเก่ามาเล่าใหม่ จะได้ช่วยจรรโลงไว้ในโลกา


       เรือนสามน้ำสี่ กุลสตรีไทยแท้ แต่โบราณ

                        เรือนสาม


เรือนนอนตนอยู่นั้น                               อย่าหมอง
เรือนชายตาแป้นทอง                            วาดไว้
เรือนผมอย่ายุ่งหยอง                             มุ่งหวี  ไว้นา
เรือนสามสิ่งนี้ไซร้                                หมั่นสู้  สงวนงาม


                         น้ำสี่


น้ำใช้ใส่ตุ่มตัว                                   เต็มดี
น้ำอ่าอบอินทรีย์                                 อย่าพร้อง (พร่อง)
น้ำเต้าใส่ปูนมี                                   อย่าขาด
น้ำจิตอย่าให้ข้อง                                ขัดน้ำใจใคร


จำเขามา ตอนครูเผลอ (ครูพักลักจำ)


T.พรสรวง (คนเดิม)
ร่วมแบ่งปัน495 ครั้ง - ดาว 51 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 20 ธ.ค. 2554 (18:36)
๐ เป็นเด็กไป่รับรู้ ................... เรื่องราว
ดูเด็กดั่งผ้าขาว ..................... พับไว้
ปราศเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ...... พาซื่อ ใสเนอ
ยามเมื่อหนุ่มสาวไซร้ .............. ยากแท้พรรณนาฯ
.. (IP:49.230.210.247)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 23 ธ.ค. 2554 (09:12)

  ๐  น้ำมาถ้าปล่อยให้     ไหลเอง
กรุงเทพฯคงอลเวง         ทั่วหน้า
ลงทุนจักโหวงเหวง        หนีหมด
ทั้งชาติคงอ่อนล้า          เพราะไร้ที่ยืน


  ๐  ทำศึกใหญ่ย่อมต้อง  มีพลี
บางส่วนเสียชีวี             เพื่อเผื้อน
ทุกผู้หากคิดหนี            ตายหมด
สามัคคีอาจเขยื้อน         ขยับทั้งภูผา



นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 2 ม.ค. 2555 (21:35)

สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้พระคุณเจ้าสืบสานพระรัตนตรัย เป็นที่พึ่งของญาติโยมตลอดไปค่ะ


ไข่มุกราณี
ร่วมแบ่งปัน3084 ครั้ง - ดาว 15 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 3 ม.ค. 2555 (12:47)
๐ บ่วงมารคอยรัดร้อย ............... รึงจิต
รูปรสกลิ่นเสียงพิษ .................. ผัสสะร้าย
ปัญจพิธกามคุณฤทธิ์ ................ ร้ายยิ่ง
ท่านจึ่งอุปมาคล้าย .................. อริผู้ผจญ

๐ ชน ใดที่ล่วงพ้น .................. พัวพัน
ชน ย่ีอมสบสุขสันต์ ................. สร่างเศร้า
ชน ใดใคร่ใฝ่ฝัน ..................... ฝังจิต
ชน ทุกข์ทุกค่ำเช้า .................. เฉกได้พรรณนา

๐ ตัณหาช่างโหดร้าย ............... รุนแรง
ดุจอัคคนีไร้แสง...............​........ ส่องไซร้
มีแล้วมักเปลี่ยนแปลง .............. ไปสู่ แสวงแฮ
ยึดมั่นกุมกอดไว้ ..................... วัฏฏะนี้ยาวนาน

๐ อยากผ่านอยากหลุดพ้น ........ พันธนา
แต่กิเลสแลตัณหา .................. ห่ำหั้น
บุญเพรงสั่งสมมา .................... มีไม่ มากแฮ
จึ่งโศกสุดแสนกั้น ................... กล่าวนี้เรียมเอง

๐ บรรเลงโคลงสี่ไว้ ................ หวังสอน ตนเฮย
ยามกิเลสราญรอน .................. รุกล้ำ
หวังสติคิดไถ่ถอน ................... ตนจาก หล่มแฮ
ดีกว่าถูกขย้ำ ......................... ขยาดแล้วสังสาร

๐ กาลที่เวียนว่ายเวิ้ง ............... วัฏฏะ
นานเนิ่นเกินกว่าจะ .................. ทราบไซร้
ผ่านนรก เปรต อสุระ ................ เดรัจ- ฉานนา
ดีเกิดเป็นมนุษย์ได้ ................. เพราะด้วยกุศลกรรมฯ
กั้น-กีดกั้น หาใช่ กลั้น -อดกลั้น พระมหาวินัย.
.. (IP:110.49.242.10)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 6 ม.ค. 2555 (10:19)

  ๐  มโนขอนอบน้อม    อวยพร
มหาจุ่งมุ่งมรรคบวร       ท่านแผ้ว
ตถาคตฝากคำสอน      บริษัท
ปฏิบัติตามท่านแล้ว      จึ่งเข้านิพพาน


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 9 ม.ค. 2555 (18:47)
๐ อาจารย์มาเอ่ยเอื้อน ....... อวยพร
น้อมรับถ้อยบวร ............... วิเศษล้ำ
ปีเก่าพลัดจากจร ..............ใหม่ย่อม แทนแฮ
ขอทุกข์อย่ากลายกล้ำ ....... กับผู้ผ่านเจอ

๐ เผลอไผลย่อมพลาดพลั้ง ... ผิดไป
รู้ผิดคิดแก้ไข .................... ขัดข้อง
ชีวิตย่อมสดใส .................. สงบสุข
ทำสิ่งที่กล่าวพร้อง ............. ภาคพื้นสาธุชน

๐ จนใจให้เร่งสร้าง ........... สรรค์ดี
จนทรัพย์ขยันมี ................ ต่อสู้
จนวิทย์นักปราชญ์ศรี ......... สอนสั่ง เรียนนา
ทำทุกอย่างได้ผู้ .............. ปราชญ์นั้นสรรเสริญ

๐ เผชิญ"ทุกข์" ทุกสิ่งได้ ...... โดยสงบ
สรรพสิ่งที่ผ่านพบ ................ ก็รู้
ไหนเลยจะสยบ ................... ยอมอย่าง หลงแฮ
มีสติปัญญาสู้ ..................... สิ่งนั้นเบาบาง

๐ อยู่อย่างตื่นและรู้ ............ เท่าทัน
เพ่งพิจารณามัน ................. มากไว้
อย่าหลงอย่าสุขสันต์ ........... เกินเหตุ
ตื่นอยู่ทุกเมื่อไซร้ .............. สร่างสิ้นโศกเข็ญ
ขอบคุณอาจารย์นิรันดร์ ที่มาเยี่ยมอวยพร ขอให้อาจารย์มีความสุข สุขภาพร่างกายแข็งแรง.
.... (IP:110.49.226.36)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 79 9 ม.ค. 2555 (19:00)
๐ สรรพสิ่งในโลกล้วน .. อนิจจัง
จะป่วยกล่าวไยยัง ....... มนุษย์ไซร้
รักแล้วเปลี่ยนเป็นชัง ... เช่นที่ เห็นแฮ
มีสติปล่อยวางได้ ....... ดับร้อนรุมทรวง

๐ ปวงท่านอย่าโศกเศร้า ..... เสียศรี
รู้รับและขันตี ..................... ต่อตั้ง
เรื่องร้ายมักจะมี ................ มายั่ว ยวนแล
ทุกสิ่งควรยับยั้ง ................. หยุดด้วยสติตรอง

๐ มองโลกที่หลากร้าย ....... ธรรมดา
ยึดมั่นมากปัญหา .............. ห่อหุ้ม
ครองชีพยึดปัญญา ........... อยู่อย่าง ตื่นแฮ
ดีกว่าจะมัวกลุ้ม ................ กอดเกี้ยวไป่วาง

๐ ทางสงบพระตรัสชี้ .......... เชลงอรรถ
ศีล สมาธิ ปัญญา ปรมัตถ์ ..... เลิศล้ำ
น้อมนำจิตปฏิบัติ ................ บูชิต พระนา
จักชนะบ่เพลี่ยงพล้ำ ........... พลาดพลั้งมารยา

๐ ศาสนามีไว้เพื่อ ............. นับถือ
การปฏิบัติแหละคือ ........... หลักเน้น
ศรัทธาขาดรู้ฤา ................. ประเสริฐ
ปริยัติปฏิบัติเฟ้น .............. เฟื่องฟุ้งสถาพร
๒๐.๑๐ น. : ๘ ม.ค. ๕๕
... (IP:110.49.226.36)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 10 ม.ค. 2555 (15:00)

สาธุขอรับพระคุณเจ้า


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 10 ม.ค. 2555 (21:58)
๐ เหินห่างนานเนิ่นแล้ว ......... หลายเดือน
เจ็บป่วยหรือลืมเลือน ............ เลิกร้าง
เงียบหายดุจดั่งเหมือน .......... งานหนัก
งานสั่งสอนสรรค์สร้าง ........... สิ่งนี้รัดตัว

๐ กลัวแต่จะเจ็บไข้ .............. ขาดสบาย
น้ำท่วมดินถล่มทลาย ........... ภาคพื้น
ศิษย์นี้กระวนกระวาย ........... ใจยิ่ง
เป็นห่วงบ่แช่มฉื้น ............. เช่นนี้ทุกวัน

ทราบว่า อ.สวี จ.ชุมพร น้ำท่วม แต่ไม่ทราบข่าวคุณครูภาทิพเลย หวังว่าคุณครูคงจะสบายดี สุขภาพแข็งแรง ปราศจากภยันตรายใดๆ มาแผ้วพาน
.. (IP:110.49.243.247)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 11 ม.ค. 2555 (10:31)
วันนี้สอน ม.๒ ได้ให้ นร.ถอดธรรมะจากโคลงข้างล่างนี้ แต่ละบทกล่าวถึงธรรมะอะไรบ้าง ความหมายของโคลงสอนใจเราอย่างไร​ โดยให้อธิบาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบูรณาการข้ามวิชา สอนแบบบูรณาการ
๐ สรรพสิ่งในโลกล้วน .. อนิจจัง
จะป่วยกล่าวไยยัง ....... มนุษย์ไซร้
รักแล้วเปลี่ยนเป็นชัง ... เช่นที่ เห็นแฮ
มีสติปล่อยวางได้ ....... ดับร้อนรุมทรวง

๐ ปวงท่านอย่าโศกเศร้า ..... เสียศรี
รู้รับแลขันตี ..................... ต่อตั้ง
เรื่องร้ายมักจะมี ................ มายั่ว ยวนแล
ทุกสิ่งจงยับยั้ง ................. หยุดด้วยสติตรอง

๐ มองโลกที่หลากร้าย ....... ธรรมดา
ยึดมั่นมากปัญหา .............. ห่อหุ้ม
ครองชีพด้วยปัญญา .......... อยู่อย่าง ตื่นแฮ
ดีกว่าจะมัวกลุ้ม ................ กอดเกี้ยวไป่วาง

๐ ทางสงบพระตรัสชี้ .......... เชลงอรรถ
ศีล สมาธิ ปัญญา ปรมัตถ์ ..... เลิศล้ำ
น้อมนำจิตปฏิบัติ ................ บูชิต พระนา
จักชนะบ่เพลี่ยงพล้ำ ........... พ่ายแพ้มารยา

๐ ศาสนามีไว้เพื่อ ............. นับถือ
การปฏิบัติแหละคือ ........... หลักเน้น
ศรัทธาขาดรู้ฤา ................ ประเสริฐ
ปริยัติปฏิบัติเฟ้น .............. ฝึกฟื้นใจตน
พระมหาวินัย ๒๐.๑๐ น. : ๘ ม.ค. ๕๕
... (IP:49.230.146.217)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 83 13 ม.ค. 2555 (18:04)
๐ กินกลัวกามกลัดกลุ้ม ........... กะลาหัว
หลับสนิทติดพันตัว ................. แต่ต้น
สี่สัญชาตญาณพัว .................. พันผูก
คนสัตว์ดุจเดียวด้น ................. ดั่งนี้กี่สมัย

๐ สัตว์ใดประพฤติต้อง ............ ตามธรรม
ยกจิตวิญญาณดำ .................. สว่างได้
อิสระล่วงกิเลสจำ .................. จองจิต
ปราชญ์เรียกสัตว์ประเสริฐไหว้ .. ว่าสร้อยมนุษย์ศรี
(ว.วชิรเมธี)

๐ กินกามเกียรติกอดเกี้ยว ... กุมกมล
มีทั่วทุกตัวตน ................... ตราบม้วย
ยกแต่อริยชน ................... ชั้นยอด
สามสิ่งจักพ้นด้วย .............. ดับต้นตัณหา

๐ เทศนาพระตรัสชี้ ........... เชลงสาร
ยอยกใส่กมลมาน ............. มากไว้
ขัดเกลาจิตวิญญาณ .......... อยู่ตลอด
ผู้ปฏิบัติดังกล่าวได้ ........... ดับร้อนรุมตน
พระมหาวินัย ๒๐.๔๑ น. : ๑๒ ม.ค. ๕๕
.... (IP:49.230.33.213)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 15 ม.ค. 2555 (19:37)
มวลมนุษย์หมู่มากแม้ .........มากมี
มากแต่คนความดี .............กลับสิ้น
ตัณหากิเลสยี-................. ยวนยั่ว เย้าแฮ
กลิ้งกลอกหลอกเล่นลิ้น ......เล่ห์ล้น กลอบาย
มารบูรพา (IP:202.183.235.6)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 15 ก.พ. 2555 (19:11)
555 เอาใหม่อีกทีคร่า
ต่างมองมุมต่างให้ ........ เห็นแปลก
คนย่อมมีผิดแผก ......... อยู่บ้าง
เพียงพิศแต่คอยแยก ...... ความชั่ว
อาจแค่เพียงแบ่งข้าง ...... เลือกเฟ้นความดี
แอมแอม
amam_janita (IP:61.90.100.190)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 23 ก.พ. 2555 (17:08)

  ๐  แอมแอมมีทัศน์ถ้อย     แถลงสาร
มองต่างมุมแล้วพาล           แบ่งข้าง
ประชาธิปไตยบาน              ไยเล่า
เขาใหญ่ใช่มาล้าง              ฝ่ายน้อยด้อยลง


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 88 29 มี.ค. 2555 (20:21)
๐ ถึงต่ำต้อยไร้ซึ่ง ........ ศักดิ์ศรี
ขอแค่เป็นคนดี ............. เลิศแล้ว
ญาติสนิทมิตรรักมี ......... มาสู่
สุขสงบอยู่กับแก้ว ......... แค่นี้เป็นพอ

อาจารย์นิรันดร์สบายไหมครับ
... (IP:49.230.137.49)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 89 29 มี.ค. 2555 (20:40)

๐ ไปเยี่ยมคนป่วยไข้ ........ ตอนเย็น
นี่แหละอนิจจังเห็น ........... ชัดแล้ว
ทนเจ็บเพราะทุกข์เข็ญ ...... เหลือขนาด
แต่ก่อนดูเพริศแพร้ว ......... แต่นี้ร่วงโรย
๐ โอยโอยคือบ่นเพ้อ ....... เพราะพิษ เจ็บแฮ
ยอมรับบ่มีสิทธิ์ .............. ต่อสู้
มัจจุราชก็แผลงฤทธิ์ ....... ลงดาบ
ป่วยหนักเกินกอบกู้ ......... ก็ล้วนเพราะกรรม
๐ ทำใดว่าชนะได้ ........... ทำทุก อย่างแฮ
ไหนจะคงคืนสุข ............. สงบได้
โรคร้ายก็เร้ารุก ............... เร่งตลอด
ทำจิตสงบไว้ .................วิจักษ์แจ้งอนิจจัง
๐ สังขารก็เช่นนี้ ............. หนอสัง -ขารแฮ
ใครรึจะคงยัง ................. คู่ฟ้า
ทุกสิ่งย่อมภินท์พัง .......... พรากจาก
หวังแต่ความดีอ้า ............ โอบอุ้มสังขาร


.. (IP:110.49.249.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 90 30 มี.ค. 2555 (22:04)

   ๐ ถึงสูงส่งเสียดฟ้า        มหาศาล
มีทรัพย์เหลือประมาณ       มากแล้
มิบริจาคทำทาน               สักหน่อย
ปราชญ์กล่าวว่าจนแท้       มิตรล้วนหลบหนีฯ

กราบนมัสการพระคุณเจ้าขอรับ
กระผมสบายดี(ก็มีป่วยบ้างเล็กน้อยตามประสาโลก)ครับ
ขอพระคุณเจ้าพึงเจริญในศาสนาของพระศาสดานะครับ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24858 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 91 11 ธ.ค. 2555 (15:08)
มิทําทานบริจาค มีมาก
ตอนตกทุกข์ได้อยาก ทุกข์เข็ญ
กระหายท่านท้องกิ่ว ทนหิว
ใครจะเหลียวเเลทุกข์ทน เดียวดาย นั้นนา
ปลา (IP:183.89.4.116)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 11 ธ.ค. 2555 (15:13)
ขอเเก้ไข้บรรทัดสุดท้ายค่ะเป็น
ใครจะเหลียวเเลทน เดียวดาย นั้นนา
ปลา (IP:183.89.4.116)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 93 11 ธ.ค. 2555 (15:22)
มิทําทานบริจาค มีมาก
ตอนตกทุกข์ได้อยาก ทุกข์เข็ญ
กระหายท่านท้องกิ่ว ทนหิว
ใครเหลียวเเลทุกข์ทน เดียวดาย นั้นนา
ปลา (IP:183.89.4.116)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 94 3 ม.ค. 2556 (17:25)
๐ ทำ ทานหวังแต่อ้าง ......... อวดตัว
บุญ หวาดหวั่นเกรงกลัว ...... บ่ใกล้
เอา บุญกลับหลงมัว ........... เมาชื่อ เสียงแฮ
หน้า ใหญ่บุญบ่ได้ ............. ดั่งนี้มีเสมอ
..... อาจารย์นิรันดร์ สบายดีไหม ปีใหม่แล้วก็ขอให้อาจารย์มีความสุข

ปลา ...
๐ บุญทานบ่ก่อไว้ ......... มีหลาย (คนแฮ)
ยามทุกข์จึ่งวุ่นวาย ....... มากแท้
ดิ้นรนทุรนทุราย .......... เพราะทุกข์
เป็นอยู่จึ่งพ่ายแพ้ ......... เพราะไร้บุญสนอง


...ขอบคุณที่มาร่วมเรียนรู้ในที่นี้ ขอให้มีความสุข
พระมหาวินัย
... (IP:110.49.234.247)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 95 3 ม.ค. 2556 (17:31)
๐ อันใดจักเที่ยงแท้ ........ ทนทาน
ทุกสิ่งคือสังขาร ............. แต่งสร้าง
คงแต่สัจธรรมขาน .......... คู่โลก
ใดเล่าจักมล้าง .............. ลบข้อความจริง
... (IP:110.49.234.247)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 96 4 ม.ค. 2556 (13:00)

นมัสการค่ะ  อ่านโคลงหลวงพี่ลดความเซ็งได้เยอะ  คงรับความจริงยากไปนิด  เลยชักเบื่อชีวิต ถ้ารับความจริงดีขึ้นคงลดความทุกข์ได้มากโข ขอบคุณบทโคลงเตือนสติและคำพรตลอดมา  เห็นแค่จุดจุดจุดก็ใจเย็นแล้วเพราะรู้ว่าหลางพี่มาค่ะ  ขอท่านมีความสุข เป็นที่รักของทุกคนที่รู้จักท่านค่ะ


ไข่มุกราณี
ร่วมแบ่งปัน3084 ครั้ง - ดาว 15 ดวง

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.3486 seconds !