ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 5 พ.ย. 2554 (20:52) การรักษาโรคริดสีดวงทวาร
ขึ้นกับระยะที่เป็น
ระยะ1
การรักษาใน ระยะนี้ ไม่ว่าจะเลือดออกหรือไม่ จะเน้นการใช้ยาและการปฏิบัติตัว
การใช้ยา จะเป็นพวก ยาที่ทำให้อุจจาระนุ่ม(Stool Softener)
อาจใช้ยาประเภท Steroid เหน็บทวารเพื่อลดการอักเสบ
การปฏิบัติตัว คือ ทานอาหารมีกากมากๆ ทานน้ำมากๆ หลีกเลี่ยงการเบ่ง หรือนั่งนานๆ
มีบางแห่ง อาจใช้ Infrared ช่วย แต่ไม่จำเป็นครับ
ระยะ2-3 ต้นๆ
การรักษาด้วยยา รวมทั้ง การปฏิบัติตัวเหมือนเดิม
อาจใช้ยางชนิดพิเศษ รัดริดสีดวงทวาร ( Rubber Band Ligation) ซึ่งได้ผลดีมาก
ไม่เจ็บ ไม่ต้องผ่าตัด ทำได้บ่อยๆ ภาวะแทรกซ้อนต่ำ
ระยะ 3ที่ใหญ่ๆ -4
ต้องผ่าตัดครับ
เมื่อไร ที่ต้องผ่าตัดริดสีดวง?
1.เป็นระยะ 3ที่ใหญ่ หรือ ระยะ 4
2.เป็นทั้ง ภายนอกและ ภายใน พร้อมกัน (Mixed Type)ซึ่งไม่สามารถ ที่จะใช้ยางรัดได้ (เพราะจะเจ็บมาก)
3.มีภาวะแทรกซ้อน เช่น เส้นเลือดอุดตัน ปวดมาก หรือ หัวริดสีดวงเน่า จากการขาดเลือด
นั่นคือ จะเห็นว่า ถ้าเป็นไม่มากจริงๆ ไม่ต้องผ่าตัดครับ สามารถรักษาแบบผู้ป่วยนอกได้
ปางอุ๋ง (IP:101.108.212.127)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 6 พ.ย. 2554 (20:01) ก่อนจะวินิจฉัยว่าเป็นริดสีดวงจะต้องแน่ใจว่าไม่ใช่มะเร็งลำไส้ใหญ่หรือมะเร็งทวารหนัก ทั้งริดสีดวงทั้งมะเร็งมีอาการได้เหมือนกันคือถ่ายมีเลือดออกหรืออาจมีเนื้อยื่นออกมา อันนี้ขึ้นกับอายุด้วยถ้าอายุ ๒๐-๓๐ โอกาสเป็นมะเร็งแทบจะไม่มี ถ้าอายุ ๓๕-๔๐ ขึ้นไปควรจะให้หมอตรวจ อย่างน้อยเขาจะต้องตรวจโดยใช้นิ้วแต่ถ้าจะให้ละเอียดเขาควรทำ proctoscopy ดู ลึก เข้าไปประมาณ ๑๐ ซม. หรือทำ sigmoidoscopy ดูลึกเข้าไปอีกหน่อย ๒๐-๓๐ ซม. ถ้าจะให้ถี่ถ้วนโดยเฉพาะถ้าอายุ ๕๐ ขึ้นไป หรือญาติพี่น้องมีประวัติเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือเนื้องอก ควรจะตรวจโดย colonosocpy ดูสำไส้ใหญ่ตั้งแต่ต้นจนปลาย
ผมไม่รู้สถิติมะเร็งลำไส้ใหญ่ในเมืองไทยแต่คิดว่าสูงพอดูเพราะมีเพื่อนเสียไปหลายคนแล้ว
ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5187 ครั้ง - ดาว 592 ดวง