ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 16 พ.ย. 2554 (11:24) Group O Bombay พบได้น้อยมากครับ ในอินเดียเขาประมาณว่าพบได้ ๔ คนใน ๑ ล้านคน ยกเว้นทางตะวันออกของอินเดียแถวเมือง Bombay (ชื่อใหม่ Mumbai) ซึ่งพบได้ ๑ ใน ๔๖๐๐ คน คนพวกนี้ไม่สามารถรับเลือด Group O โดยทั่วๆไปได้ ต้อง Group O - Bombay โอกาสที่จะหาผู้บริจากได้แทบไม่มีเลย
ถ้าพ่อแม่ O ทั้งคู่ ลูกไม่มีทางเป็น AB หรือ A หรือ B ได้
ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5244 ครั้ง - ดาว 592 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 16 พ.ย. 2554 (17:57) คุณหมอครับ
แล้วการตรวจเลือดทั่วไปจะทราบละเอียดว่าเป็น O - Bombay หรือไม่
แล้วถ้าไม่ทราบ เกิดคนที่เลือดกลุ่มพิเศษนี้ ไปรับเลือดที่ไม่ตรงกลุ่มขึ้นมา จะเกิดอะไรขึ้นครับ
ตอนเด็กๆ ก็ทราบว่ามีกลุ่มเลือดอยู่ 4 กลุ่ม A B AB และ O
ต่อมาก็ทราบว่ามีหมู่ Rh + , - อีก
และก็แว่วๆว่ามีหมู่ M N ด้วย
ตอนนี้มี O-Bombay ขึ้นมาอีก งงครับ
แล้วมันจะมี AB-Bangkok หรือ B-Bhuket ไหมครับ(ผมมั่วเอานะครับ)
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25016 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 16 พ.ย. 2554 (21:50) Bombay O+ มีรายงานครั้งแรกปี 1952 ทีแรกเขาประมาณว่า 1:250,000 คน ตอนหลังพบว่าทางภาคตะวันออกของอินเดีย พบได้สูงขึ้นถึง 1:4600 แต่ก็ยังนับว่าน้อยมาก ไม่ได้เกี่ยวข้องทางนี้มานานแล้วเลยไม่ทราบว่าของเราตรวจหา Bombay O+ หรือเปล่า แต่ผมเดาว่าคงไม่ ถ้าคนล้านคนจะพบเพียงสี่ห้าคน
การตรวจหมู่เลือด ABO กับ Rh จะไม่พบ O+ Bombay ที่น่ากลัวคือคนที่มีเลือด group นี้จะรับเลือดได้ก็เฉพาะจากคน Bombay+ ด้วยกัน ซึ่งหาได้ยากมาก ประชากรเมืองไทยตอนนี้เท่าไหร่? 40 ล้าน ทั้งประเทศจะมีสัก 200 คนมัง ผมคิดว่าส่วนมากต้องมีเชื้อสายมาจากอินเดียด้วยซ้ำ ผมถาม Blood Bank ที่ผมรู้จักที่นี่ว่าเขาตรวจหาหรือเปล่า เขาย้อนถามผมว่าไปหาคำถามป่าๆแบบนี้มาจากไหน (555) เขาไม่ตรวจกัน ต่อไปอาจต้องมีการตรวจกันเพราะคนจากอินเดียมีมากขึ้นทุกวัน
ถ้าคนเลือดกรุปนี้จะต้องผ่าตัดทีอาจต้องใช้เลือดผมว่าต้องบริจากเลือดล่วงหน้าให้ตัวเองไว้ก่อนประมาณ 4-6 อาทิตย์ก่อนผ่าตัด ขณะเดียวกันก็กินยาบำรุงเลือดไว้เวลาเข้าห้องผ่าตัดจะได้ไม่ซีดนัก
ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5244 ครั้ง - ดาว 592 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 16 พ.ย. 2554 (22:43) ขอบพระคุณในความพยายามที่ตอบคำถามให้ผมครับ
แต่ก่อนผมก็รู้จักแต่หมู่เลือด ABO ไม่รู้จัก +,-
เคยตรวจเลือดตัวเองตอนเป็นนิสิตจุฬาฯ ก็ทราบเพียงว่าตัวเองเลือดหมู่ B
เหมือนกับพ่อและแม่
อยู่ไปอยู่มา พอไปบริจาคโลหิต เขาบอกว่าเป็นเลือด B Rh+
งงมากว่ามีเลือดบวกได้อย่างไร ด้วยไม่เคยมีพฤติกรรมเสี่ยงสักครั้งเดียว
นอกจากไปลากคนขี่มอเตอร์ไซค์ตกท้องร่องไปส่งโรงพยาบาลเมื่อหลายปีก่อน
ต่อมาก็ทราบว่าวิตกไปเอง Rh+ เป็นหมู่เลือดชนิดหนึ่งค่อยคลายวิตกไปได้
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25016 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 16 พ.ย. 2554 (23:17) ตอบเจ้าของกระทู้ก่อน
ถ้าพ่อกรุ๊ปเลือด O-Bombay แม่ก็ O-Bombay ลูกจะออกมาเป็น O-Bombay ด้วย เพราะยีน H ที่ควบคุมลักษณะ O-Bombay เป็นลักษณะด้อย
ต้องมีจีโนไทป์เป็น hh เท่านั้นจึงจะเป็น O-Bombay
การที่ทั้งพ่อและแม่เป็น O-Bombay แปลว่าทั้งคู่มีจีโนไทป์เป็น hh ซึ่งเมื่อส่งให้รุ่นลูกจะได้ hh เท่านั้น
ส่วนเรื่องกรุ๊ปเลือดที่ อ.นิรันดร์งงนั้น ขอชี้แจงดังนี้ครับ
จากที่เราเรียนกันตอนเด็กๆ ว่า กรุ๊ปเลือดอยู่ 4 กรุ๊ป คือ A B O และ AB
4 กรุ๊ปในที่นี้ (หรืออาจเรียกหมู่เลือด กลุ่มเลือด ก็ได้) หมายถึงกรุ๊ปเลือด (blood group, blood type) ในระบบเลือดแบบ ABO เท่านั้นครับ (ABO blood group system)
ส่วนกรุ๊ป Rh+ Rh- เป็นกรุ๊ปในระบบ Rh และ กรุ๊ป M N ก็เป็นกรุ๊ปในระบบ MNS ซึ่งแยกจากระบบ ABO
เป็นการจำแนกโดยเกณฑ์ที่ต่างกัน บางเกณฑ์จำแนกได้ 4 กรุ๊ป บางเกณฑ์จำแนกได้ 2 กรุ๊ป
ถ้าถามว่ามีระบบเลือดจำนวนเท่าไร หรือมีเกณฑ์ในการแบ่งกี่เกณฑ์
เท่าที่ผมรวบรวมได้มีมากกว่า 20 ระบบ ตามนี้ครับ
1 ABO blood group system
2 Lewis system
3 MNS blood group system
4 P blood groups
5 Rh blood group system
6 Lutheran blood group system
7 Kell blood group system
8 Duffy blood group system
9 Kidd blood group system
10 Diego blood group system
11 Yt blood group system
12 Xg blood group system
13 Scianna blood group system
14 Dombrock blood group system
15 Colton blood group system
16 LW blood group system
17 Chido/Rodgers blood group system
18 Gerbich blood group system
19 Cromer blood group system
20 Knops blood group system
21 Indian blood group system
22 Ok blood group system
23 RAPH blood group system
24 JMH blood group system
รายละเอียดของแต่ละระบบคงไม่สามารถชี้แจงได้ ใครสนใจคงต้องเสิร์ชหาต่อไป
แม้จะมีระบบเลือดมากมายแต่ที่สำคัญจริงๆ มีเพียง 2-3 ระบบเท่านั้น และระบบ ABO ก็เป็นะบบที่มีผลต่อการให้เลือดมากที่สุด เราจึงคุ้นหูมากกว่าระบบอื่นๆ
Ouroboros
ร่วมแบ่งปัน2435 ครั้ง - ดาว 306 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 17 พ.ย. 2554 (00:28) ทีนี้กลับมาที่ระบบเลือด ABO ที่เราคุ้นเคย
ในระดับยีนนั้นเบื้องต้นนักวิทยาศาสตร์ทราบว่า กรุ๊ปเลือดถูกควบคุมโดยยีน I ที่อยู่บนโครโมโซมคู่ที่ 9
ยีน I ควบคุมการสร้างเอนไซม์ Transferase ซึ่งจากวิวัฒนาการทำให้เกิดยีน I ที่ต่างกัน 3 แบบ คือ
IA สร้างเอนไซม์ Transferase แบบ A
IB สร้างเอนไซม์ Transferase แบบ B
i สร้างเอนไซม์ Transferase ที่ไม่ทำงาน
เอนไซม์ Transferase ทำหน้าที่นำหมู่น้ำตาลไปติดไว้บนผิวเซลล์
แบบ A จะหยิบน้ำตาลที่ชื่อ N-acetylgalactosamine ไปบนผิวเซลล์เม็ดเลือด ซึ่งจะทำให้เลือดเป็นกรุ๊ป A
แบบ B จะหยิบน้ำตาลที่ชื่อ galactose ไปบนผิวเซลล์เม็ดเลือด ซึ่งจะทำให้เลือดเป็นกรุ๊ป B
หากไม่มีเอนไซม์ ก็ไม่มีน้ำตาลไปเกาะบนผิวเซลล์เม็ดเลือด จึงเป็นกรุ๊ป O (จริงๆ แล้วเดิมทีเป็นเลขศูนย์)
และเนื่องจากมนุษย์มีโครโมโซมเป็นคู่ จึงมียีน I ได้ 2 ตำแหน่ง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
ถ้าตำแหน่งหนึ่งเป็น IA อีกตำแหน่งเป็น IB (IAIB) ก็จะมีเลือดกรุ๊ป AB
กรณีของยีนแบบ i ซึ่งสร้างเอนไซม์ที่ไม่ทำงาน หากอยู่ร่วมกับ IA หรือ IB เอนไซม์ Transferase จากยีนนี้ก็ยังคงทำงานได้อยู่ดี
IAIA กับ IAi จึงเป็นกรุ๊ป A
IBIB กับ IBi จึงเป็นกรุ๊ป B
การจะเกิดกรุ๊ป O จึงต้องมาจากยีนแบบ ii ซึ่งไม่ทำงานทั้งคู่เท่านั้น จึงเป็นที่มาของการสอนว่า ลักษณะของกรุ๊ป A B ข่ม กรุ๊ป O
สรุปคือ กรุ๊ปเลือด A B O AB นั้นแท้จริงแล้วก็คือ ความแตกต่างของชนิดน้ำตาลบนผิวเซลล์เม็ดเลือดแดงเท่านั้น
การตรวจเลือดจึงใช้วิธีตรวจหาหมู่น้ำตาลเหล่านี้ เรียกว่าตรวจแอนติเจน
หากเจอเฉพาะแอนติเจนแบบ A ก็เป็นกรุ๊ป A เจอเฉพาะแบบ B ก็เป็นกรุ๊ป B เจอทั้ง 2 แบบเป็น AB หากตรวจไม่เจอแอนติเจนก็เป็น O
ที่ต้องอธิบายยืดยาว เพื่อจะกล่าวถึง O-Bombay
เลือดแบบ O-Bombay เป็นลักษณะแบบหนึ่งที่พบในระบบเลือด ABO ตรวจพบเมื่อปี 1952 ทำให้เข้าใจว่าระบบ ABO ยังมีอะไรมากกว่าที่กล่าวมาข้างต้น
จากที่กล่าวไปข้างต้นแล้วว่ากรุ๊ปเลือดเกิดจากเอนไซม์ Transferase นำน้ำตาลชนิดที่ต่างกันไปติดไว้บนผิวเซลล์
ตำแหน่งที่เอนไซม์จะนำน้ำตาลไปติดไว้นั้น ถูกสร้างขึ้นโดยการควบคุมของอีกยีนหนึ่ง คือ ยีน fut1 (fucosyl transferase 1) หรือเรียกอีกอย่างว่ายีน H
ในคนส่วนใหญ่ยีน H ทำงานได้ปกติดี แต่มีคนจำนวนน้อยมากที่ยีนนี้เปลี่ยนแปลงไป ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ เรียกยีนแบบนี้ว่า h
การที่ยีน h ทำงานไม่ได้ หมายความว่าจะไม่สร้างแอนติเจนที่เป็นฐาน ให้เอนไซม์ Transferase A และ B นำหมู่น้ำตาลไปติด
ดังนั้นสำหรับคนที่มียีน hh ไม่ว่าจะมียีน I เป็นแบบ IA หรือ IB ก็ไม่สามารถนำหมู่น้ำตาลไปติดบนผิวเซลล์ได้ เพราะไม่มีฐานตั้งแต่แรกแล้ว
ผลตรวจเลือดจึงไม่พบแอนติเจนบนผิวเซลล์ เช่นดียวกับเลือดกรุ๊ป O
เราจึงเรียกคนที่มียีนแบบ hh ว่า เป็นผู้มีเลือดแบบ O-Bombay
แม้จะไม่มีแอนติเจนบนผิวเหมือนกับกรุ๊ป O แต่ผู้เลือดแบบ O-Bombay ไม่สามารถรับและให้เลือดกรุ๊ปใดได้เลยนอกจาก O-Bombay ด้วยกันเท่านั้น
ทั้งนี้เพราะการที่ผิวเซลล์เม็ดเลือดแบบ O-Bombay ไม่มีแอนติเจน H (ส่วนที่เป็นฐาน) ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันมองแอนติเจน H ซึ่งมีอยู่ในเลือดกรุ๊ปอื่นทั้งหมดเป็นสิ่งแปลกปลอมและเกิดปฏิกิริยาต่อต้าน
โชคดีที่เลือดแบบ O-Bombay พบน้อยมากๆ พบเพียง 1:250,000 คนทั่วโลก
และยังไปกระจุกอยู่ที่อินเดียค่อนข้างมาก พบมากถึง 1:4,600 คน ในประเทศอินเดีย
Ouroboros
ร่วมแบ่งปัน2435 ครั้ง - ดาว 306 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 17 พ.ย. 2554 (00:34) ขอบคุณมากครับ ที่อุตสาห์ไปค้นมาฝาก
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25016 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 17 พ.ย. 2554 (09:49) หมู่เลือด Rh มีความสำคัญในคนผิวขาว เพราะราวๆ 15% จะ Rh negative คนเอเซียมีเพียงไม่ถึง 1% ที่ Rh negative ที่เหลือ Rh positive ในคนผิวขาวมีความสำคัญในหญิงที่ Rh- แต่สามี Rh+ ถ้าเด็กในครรภ์เกิด Rh+ ขึ้นมาโดยเฉพาะในการท้องครั้งหลังๆ ร่างกายแม่จะสร้าง antibody ทำลายเม็ดเลือดแดงของเด็กในครรภ์ เรียกสภาพนี้ว่า Erythroblastosis fetalis จำเป็นต้องรู้ล่วงหน้าเพราะมีทางป้องกันได้
ของไทยไม่ต้องห่วงเท่าไหร่ ไม่ทราบว่าเวลาฉุกเฉินมากที่คนไข้จะตายต่อหน้าเพราะเสียเลือดเขาใช้เลือดแบบ Universal donor หรือเปล่า คือไม่ต้อง Type & Crossmatch เพื่อดูว่าเลือดที่จะให้จะเข้ากัน (compatible) กับเลือดคนไข้ได้หรือเปล่า เพราะการ Type & Crossmatch อย่างเร็วที่สุดก็ 10-15 นาที บางทีไม่มีเวลา แบบนั้นประเทศในอเมริกาในยุโรปจะใช้เลือด O Rh- ให้โดยไม่ type & crossmatch เลย แต่แพทย์ที่จะให้เลือดแบบนั้นต้องเซ็นรับผิดชอบว่าตระหนักว่าไม่ได้มีการ crossmatch แต่เลือกที่จะให้เพราะฉุกเฉิืนจริงๆ เมืองไทยคงใช้ O Rh- ไม่ได้ เพราะ Group O หาได้ง่าย แต่ Rh- หายากมาก เราคงต้องใช้แค่ Group O ไม่คำนึงถึง Rh factor
Rh มาจากชื่อของพันธุ์ของลิง (Rhesus) ที่ดั้งเดิมใช้ antibody จากเลือดลิงเป็นการทดสอบหาว่าเลือดคนมี antigen แบบนั้นหรือเปล่า ลิง Rhesus ดูเหมือนเราจเะเรียกว่าลิงเสน แต่ไม่แน่ใจ
ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5244 ครั้ง - ดาว 592 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 17 พ.ย. 2554 (12:14) ขอบพระคุณคุณหมออีกครั้งครับ
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25016 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 18 พ.ย. 2554 (11:28) อาจารย์นิรันดร์เลือดบวก 55555
tkesmala@yahoo.com (IP:202.12.97.120)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 18 พ.ย. 2554 (11:45) ผมมีเลือดหมู่ B Rh+
แล้วเลือดคุณถวัลย์หมู่ Rh อะไรครับ ผมทายว่าบวกเหมือนกัน
นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน25016 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 25 พ.ย. 2554 (21:25) Rh+ สบายครับ แต่ถ้า VDRL, TPHA, FTA-Abs, Kahn หรือ Wassermann positive นอนไม่หลับแน่ ๕๕๕
ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5244 ครั้ง - ดาว 592 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 10 เม.ย. 2555 (17:18) พ่อO แม่O แต่ลูกออกมาเป็น A
อย่างนี้หมายความว่า อาจจะเป็นพ่อรึแม่ก็ได้ใช่ไหมคะที่เป็น BOMBAY
แล้วอย่างนี้หนูจะไปตรวจได้ที่ไหนบ้างคะ
ปล. หนูไม่เคยไปมั่วกับใคร แต่งงานมาจะ5-6ปีแล้ว มีลูก2คน อยู่บ้านเลี้ยงลูกอย่างเดียว
คนโตยังไม่เคยตรวจหากรุ๊ปเลือด
คนเล็กกรุ๊ปเอ
wajeeporn/pume_pp@hotmail.com (IP:110.169.223.217)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 10 เม.ย. 2555 (18:15) พ่อหรือแม่ อาจเป็น BOMBAY -- ใช่ครับ ตามที่ความเห็นก่อนๆ ตอบไว้ หากเป็นตามนั้นมีโอกาสที่ลูกจะมีเลือดกรุ๊ป A
แต่โอกาสที่จะพบ BOMBAY น้อยมากๆ ครับ
อย่างไรก็ตามยังมีกรณียกเว้นอื่นๆ นอกจาก BOMBAY (และมีโอกาสเกิดขึนสูงกว่า) ที่ทำให้กรุ๊ปเลือดของลูกไม่เป็นไปตามทฤษฎี
เช่น ผลของพ่อและแม่ที่คิดว่าเป็นกรุ๊ป O อาจไม่ใช่กรุ๊ป O จริงๆ (และไม่ใช่ Bombay) แต่เป็นกรุ๊ป A ที่มีการแสดงออกของแอนติเจน A น้อย
วิธีการตรวจที่ใช้น้ำยา 2 ชนิดมาผสมเลือดแล้วดูการตกตะกอน ซึ่งนิยมใช้กันมากนั้น ไม่ได้ไวต่อปฏิกิริยามากนัก อาจทำให้ตรวจไม่พบลักษณะของกรุ๊ป A และคิดว่าเป็นกรุ๊ป O
สรุปคือ การตรวจด้วยน้ำยานั้นเป็นการตรวจแบบหยาบๆ เพื่อกรองคนส่วนใหญ่ออกมากกว่า ส่วนคนที่มีข้อขัดแย้งค่อยตรวจด้วยวิธีอื่นที่ละเอียดยิ่งขึ้น
ฉะนั้นแล้ว การที่กรุ๊ปเลือดลูกไม่ตรงตามทฤษฎีนั้นไม่ได้เป็นหลักฐานที่บ่งชี้ถึงการนอกใจแบบในละครหรอกครับ เพียงแค่วิธีตรวจมันไม่ละเอียดเท่านั้น
ทางเลือกคือ ถ้าอยากหาคำตอบที่ชัดเจนก็ไปให้หมอตรวจซะ
กับ ไม่ต้องสนใจ ถ้าแน่ใจว่าเป็นลูก ถึงอย่างไรก็เป็นลูก การที่กรุ๊ปเลือดออกมาเพี้ยนไปนั้นก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เกิดในธรรมชาติ เพราะมีความแปรปรวนเหล่านี้อยู่ต่างหาก จึงเป็นสิ่งมีชีวิต ต่างจากเครื่องจักรที่จะออกมาเป๊ะๆ ตามแบบ
ยกตัวอย่างให้เห็นความแปรปรวนที่เหลือเชื่อ ขอให้ดูครอบครัวนี้
ทั้งบ้านเป็นคนดำ ในตระกูลไม่เคยแต่งกับคนขาวมาหลายรุ่น แต่จู่ๆ ลูกคนสุดท้องก็ออกมาผิวขาว (ไม่ใช่ความผิดปกติแบบผิวเผือกด้วย)
ถ้าไม่เชื่อใจกันก็คงบ้านแตกไปแล้ว
แต่หากถามความเป็นไปได้ก็มีโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น ซึ่งอาจคล้ายๆ กับการที่ผสมดอกไม้ แดงกับขาว แล้วได้ลูกแดงมากเป็นสิบๆ รุ่น แต่ลักษณะของดอกขาวที่เป็นลักษณะด้อยก็ยังคงส่งต่อเรื่อยมาเพียงแต่ไม่แสดงออก จนเมื่อความบังเอิญหนึ่งในล้าน ดอกขาวก็ออกมาเบ่งบานได้อีก
มีโอกาสน้อย แต่เมื่อรผ่านเวลายาวนานก็มีโอกาสเกิดขึ้น นี่แหละครับ สิ่งมีชีวิต

Ouroboros
ร่วมแบ่งปัน2435 ครั้ง - ดาว 306 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 10 เม.ย. 2555 (23:36) ขอบคุณสำหรับคำตอบมากๆนะคะ
อันที่จริงไม่ได้กลัวว่าเป็นแบบในละครหรอกค่ะ
ลูกหนูเน่นอน ตอนคลอดจำหน้าได้แม่น
แต่อันที่จริงหนูกลัวว่าหากคนใดคนหนึ่งเป็นบอมเบย์ แล้วเวลาเจ็บป่วย เกิดอุบัติเหตุ แล้วเวลารับเลือดจะลำบาก
อยากตรวจให้ละเอียด ต้องบอกเค้าว่าไงอะคะ... Dna ไม่แน่ใจตามโรงพยาบาลทั่วไปใครจะรับตรวจรึป่าว
ขอความกรุณาตอบหนูอีกซักนิดนะคะ ขอบพระคุณอย่างสูงจริงๆค่
wajeeporn (IP:124.120.193.108)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 11 เม.ย. 2555 (00:03) ตรวจกรุ๊ปเลือดธรรมดาตามโรงพยาบาลก็ทราบครับ ไม่ต้องถึงขนาดตรวจดีเอ็นเอ แต่ไม่ใช่วิธีที่เอาน้ำยา 2 ขวดมาผสมเลือดแบบที่เห็นบ่อยๆ นะครับ
จริงๆ แล้ว ไม่ค่อยจำเป็นนัก เพราะถ้ามีกรณีต้องให้เลือดขึ้นมา แพทย์ไม่ได้ดูแค่กุ๊ปเลือดบนบัตรประชาชนหรอกครับ
วิธีมาตรฐาน ก่อนให้เลือดอย่างน้อยก็ต้องทำ cross math คือ ลองเอาเลือดจากผู้ให้และผู้รับมาผสมกันเพื่อดูปฏิกิริยาก่อน หากเป็น bombay หรือกรุ๊บหายากแบบอื่นๆ ก็จะตรวจพบครับ
หากอยากทราบให้ได้ ลองไปบริจาคเลือดสิครับ ก่อนบริจาคเขาจะตรวจอยู่แล้ว และเป็นวิธีที่ละเอียดกว่าการตรวจทั่วไป ค่อนข้างเชื่อถือได้ด้วยครับ
Ouroboros
ร่วมแบ่งปัน2435 ครั้ง - ดาว 306 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 11 เม.ย. 2555 (15:53) ขอบคุณมากๆค่ะ
แต่ตอนตั้งครรภ์หมอเค้าก็ตรวจเลือดนะคะ
ของสามีเองก็ตรวจสุขภาพประจำทุกปี ตรวจเลือดด้วยนะคะ
เดี๋ยวยังไงจะลองไปสภากาชาดดู
แต่ยังไงก็ขอบคุณมากๆนะคะ
wajeeporn/pume_pp@hotmail.com (IP:124.120.130.165)