คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
จากการทดสอบแสดงให้เห็นว่ากฎของข้าวโพด Biotech ต้องมีการพิจารณาปรับปรุงใหม่
โพสต์เมื่อ: 13:51 วันที่ 22 พ.ค. 2547         ชมแล้ว: 41,400 ตอบแล้ว: 3
12216 จากการทดสอบแสดงให้เห็นว่ากฎของข้าวโพด Biotech ต้องมีการพิจารณาปรับปรุงใหม่

ข้าวโพด Biotech ซึ่งมียีนที่ทำให้สามารถป้องกันแมลงได้นั้น พบว่าเกสรของมันสามารถผสมพันธุ์กับข้าวโพดที่อยู่ห่างออกไป 100 ฟุต (31 เมตร) ได้ ข้อมูลนี้ได้จากนักวิจัย 2 คน

ยีนที่รู้จักกันดีในชื่อว่า Bt ที่ได้จากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Bacillus thuringiensis ซึ่งจะสร้างพิษที่สามารถฆ่าตัวอ่อน corn-munching ซึ่งรวมทั้ง European corn borer และ corn earworm

ในการวัดนี้ ทำเพื่อวัดการกระจายของเกสรของข้าวโพด Bt ไปยังพื่นที่ที่ปลูกข้าวโพดอื่น ที่ไม่ควรมีข้าวโพด Bt

การค้นพบครั้งนี้สำคัญ เพราะการปลูกข้าวโพดที่ไม่ใช่ Bt ซึ่งไม่มีความสามารถในการป้องกันแมลง เมื่อนำมาปลูกใกล้กับข้าวโพด Bt จะทำให้ความสามารถในการต้านทานพิษของแมลงที่เป็นศัตรูเกิดได้ช้าลง โดยบริเวณที่ทำการปลูกข้าวโพดที่ไม่ใช่ข้าวโพด Bt เรียกว่า refuge

การวิจัยนี้คาดว่าจะมีการปรับปรุงข้อบังคับในการปลูกข้าวโพดที่ไม่ใช่ข้าวโพด Bt คู่กับข้าวโพด Bt หรือข้าวโพดที่ได้รับการตัดแต่งพันธุกรรมแล้ว

“นี้เป็นเอกสารฉบับแรกที่แสดงถึงการถ่ายทอดยีนจากพืชที่ได้รับการตัดแต่งพันธุกรรมแล้วไปยังพืชที่ยังไม่ได้รับการตัดแต่งพันธุกรรม นี้จะต้องมีการปรับปรุงข้อบังคับ” Bruce E. Tabashnik หัวหน้าภาควิชากีฏวิทยา แห่งมหาวิทยาลัย Arizona ใน Tucson และผู้ร่วมเขียนรายงานนี้ กล่าว นอกจากนี้เขายังให้ความคิดเห็นเพิ่มเติมอีกว่า “ผมคิดว่ามันเป็นปัญหาที่เคยมีการสำรวจ, ตระหนัก, และถูกยอมรับ มาครั้งหนึ่ง แล้วก็ทำให้เกิดประโยชน์อย่างรวดเร็ว”

Tabashnik เป็นผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับการวิวัฒนาการการดื้อยาของแมลง และเคยเกี่ยวข้องกับการควบคุมพื้นที่ refuge เขากล่าวว่า “การใช้พืชที่ได้จากเทคโนโลยีชีวภาพสามารถลดความต้องการการใช้สารเคมีฆ่าแมลงลงได้”

“ถ้าปลูกข้าวโพด Bt แบบติดๆ กัน ทุกคนสามารถคาดเดาได้เลยว่าจะมีการดื้อพิษเกิดขึ้นทุกๆ วัน ตามกฎ EPA กำหนดไว้ว่าถ้าปลูกข้าวโพด Bt จะต้องมีพื้นที่ refuge อย่างน้อย 20% ของพื้นที่การเพาะปลูก”

ตัวอ่อนแทบจะไม่สามารถรอดชีวิตได้เลยบนข้าวโพด Bt จะมีเพียงตัวเต็มวัยไม่กี่ตัวเท่านั้นที่อาจมาโผล่อยู่บริเวณที่ปลูกข้าวโพด Bt แสดงว่าพวกมันอาจมีความสามารถในการต้านพิษ Bt ได้ แต่บริเวณ refuge จะเป็นแหล่งผลิตตัวเต็มวัยที่ไม่มีความสามารถในการดื้อต่อพิษ Bt ตามความคิดแล้วพวกตัวเต็มวัยที่สามารถดื้อพิษซึ่งมีปริมาณนน้อยจะผสมพันธุ์กับพวกที่ไม่สามารถดื้อพิษซึ่งมีปริมาณมากกว่า ลูกหลานที่ได้จะไม่มีความสามารถในการดื้อต่อพิษ เพราะฉะนั้นการดื้อพิษ Bt จะไม่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
พื้นที่ Refuge จะต้องอยู่ติดกับพื้นที่ที่ปลูกข้าวโพด Bt เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเต็มวัยที่สามารถดื้อพิษได้นั้นจะผสมพันธุ์กับพวกที่ไม่มีความสามารถในการดื้อพิษจากพื้นที่ refuge เท่านั้น

จนกระทั่งปัจจุบันนี้นักวิจัยยังไม่ตระหนักถึงการผสมพันธุ์ระหว่างข้าวโพด Bt กับพวกที่ไม่ได้รับการตัดแต่งพันธุกรรมที่ปลูกอยู่ใกล้เคียง ทำให้เกิดการลดปริมาณข้าวโพดที่ไม่ได้รับการตัดแต่งพันธุ์กรรมในพื้นที่ refuge ขึ้น

จากหัวข้องานวิจัย “Contamination of refuges by Bacillus thuringiensis toxin gene from transgenic maize” ซึ่งจะถูกตีพิมพ์ในวันที่ 10 พ.ค. ทางอินเตอร์เนต ใน the Proceeding of the National Acedemy of Sciences ผู้เขียนคนแรกคือ Charles F. Chilcutt แห่งศูนย์ Texas Agriculture Research & Extension Center มหาวิทยาลัย Texas A&M ใน Corpus Christi การวิจัยนี้สนับสนุนโดย ศูนย์ Texas Agriculture Research & Extension Center มหาวิทยาลัย Texas A&M

Chilcutt ตั้งคำถามเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของเกสรของข้าวโพด Bt ที่พัดไปยังพื้นที่ refuge เมื่อเขาสังเกตเห็นว่าฝักข้าวโพดที่ไม่ได้รับการตัดแต่งพันธุกรรมที่ควรจะมีแต่สีขาว กลับพบว่ามีบางเมล็ดเป็นสีเหลือง เมล็ดสีเหลืองแสดงให้เห็นว่ามีการผสมพันธุ์กับข้าวโพด Bt เกิดขึ้น

ดังนั้นเขาจึงทำการทดสอบปริมาณพิษ Bt ในเมล็ดสีเหลืองที่เกิดขึ้นจากข้าวโพดที่ไม่ได้รับการตัดแต่งพันธุกรรม พบว่ามีระดับพิษ Bt สูง

เขาจึงทำการทดสอบว่าเกสรของข้าวโพด Bt กระจายไปได้ไกลเท่าใด โดยการปลูกข้าวโพด Bt 8 แถว และปลูกข้าวโพดที่ไม่ได้รับการตัดแต่งพันธุกรรมต่ออีก 36 แถว โดยแต่ละแถวห่างกัน 38 นิ้ว เมื่อสิ้นสุดฤดูการเพาะปลูก เขานำฝักข้าวโพดที่ได้จากต้นพันธุ์ดั้งเดิมมาหาปริมาณพิษ Bt

พบว่าในช่วงแถวแรกๆ จะมีการกระจายของข้าวโพด Bt โดยมีฝักข้าวโพดเกือบครึ่งเป็นข้าวโพด Bt แม้ว่าในแถวที่ห่างออกไปจะมีการกระจายของข้าวโพด Bt น้อยมาก แต่ก็เคยพบว่ามีข้าวโพด Bt เกิดขึ้นในแถวที่ 32 ที่ห่างจากแถวที่ปลูกข้าวโพด Bt

Chilcutt กล่าวว่า “นี้เป็นโอกาสดีมากที่ทำได้ทราบว่าพืชใน refuge ถูกเจือปนได้”

“มันทำให้ประชากรแมลงสามารถดื้อพิษได้เร็วขึ้น” เขาเสริม

Tabashnik กล่าว “การเกิดการสร้างพิษขึ้นในพื้นที่ refuge เป็นอะไรที่ต้องการความร่วมมือระหว่างนักวิทยาศาสตร์และผู้คุมกฎ”

เพราะว่าข้าวโพดเป็นพืชที่อาศัยลมในการพาเกสร เพราะฉะนั้นบริเวณ Refuge จึงสามารถมีข้าวโพด Bt เกิดขึ้น อาจจะมีทางอื่นที่ขัดขวางการปล่อยเกสรข้ามบริเวณ ดดยการปลูกข้าวโพด Bt ที่สร้างเกสรที่ข้าวโพดที่ไม่ใช่ Bt รับได้ Tabashnik แนะนำ

Tabashnik กล่าว “ปัญหานี้จะได้รับการวิจัยเพื่อให้เข้าใจได้อย่างเต็มที่ แต่นี่ไม่ใช่หายนะ และสามารถเป็นประโยชน์ได้”

URL: http://www.sciencedaily.com/releases/2004/05/040511042956.htm


Nattawut เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 204 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 169 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 3 ความเห็น, หน้า่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 1 ก.พ. 2548 (12:08)
เป็นการที่ดีที่จะเป็นการพัฒนาทาง BIOTECH
iu (IP:202.44.130.22,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 31 พ.ค. 2550 (12:54)
อยากทราบว่า B.T ย่อมาจากอะไรค๊ะ ( เกี่ยวกับ วิชา ชีววิทยา)
fateemah.bi@hotmail.com (IP:58.181.233.194)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 22 มิ.ย. 2550 (09:15)
ดีใจมาก
nittayarara@thaimail (IP:203.172.155.92)

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.