วิชาการดอทคอม ptt logo

แปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ

โพสต์เมื่อ: 11:06 วันที่ 26 ก.พ. 2555         ชมแล้ว: 28,931 ตอบแล้ว: 37
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป

ขอคำแนะนำจากท่านที่มีความรู้ครับว่าการแปลประโยคด้านล่าง ถูกต้องหรือไม่อย่างไร? เพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้นครับ

ขอบคุณทุกท่านที่ได้แสดงความคิดเห็นครับ

ตัวอย่าง

ขอนำส่ง รายงานการตรวจสภาพน้ำมันประจำเดือน กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕
จำนวน ๙ ตัวอย่าง ของ EQ4 & EQ5

ความผิดปกติที่พบ


๑ Swimmimg oil tank PM4 น้ำมันสกปรกจากอนุภาคปนเปื้อนมาก
๒ Central Lube oil tank PM4 มีน้ำผสมกับน้ำมันมากเกินค่ากำหนด

ข้อแนะนำ


๑ Swimming Oil Tank, ทำ Off-line Filter เพื่อบำบัดสภาพน้ำมันพร้อมเก็บตัวอย่างน้ำมันเพื่อตรวจสภาพอีกครั้งโดยเก็บตัวอย่างน้ำมันหลังจากติดตั้งอุปกรณ์ Off-line แล้ว 72 ชั่วโมง
๒ Central Lube oil Tank, ทำการติดตั้ง Thermal Oil jet เพื่อแยกน้ำออกจากน้ำมัน
 

แปลเป็นประโยคภาษาอังกฤษ

Submission of monthly oil report for February 2555.
9 Examples of EQ4 & EQ5.

Abnormalities were found

.
1 Swimmimg oil tank PM4 dirty oil from the contaminated particles.
2 Central Lube oil tank PM4 water mixed with oil over the set.

Recommendations

.
1 Swimming Oil Tank, Off-line Filter to treat the condition with the fuel oil sample to determine the condition of the oil samples were collected after 72 hours and Off-line equipment.
2 Central Lube oil Tank, Thermal Oil jet to install separate water from oil.



Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน676 ครั้ง - ดาว 55 ดวง





จำนวน 36 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 27 ก.พ. 2555 (01:58)


Subject: Monthly Report on Oil for February 2555
9 Examples of EQ4 & EQ5.

Abnormalities
 
found:
1) Swimming tank - PM4: Oil contaminated by particulate matter.
2) Central Lube tank - PM4 contains water above permissible level.


Recommendations:
1) Swimming Oil tank - Install an off-line filter to remove particulate matter contaminating the oil and re-collect samples for repeat analysis in 72 hours.
2) Central Lube tank - Install Thermal Oil Jet to extract water from oil.



ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5960 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 27 ก.พ. 2555 (16:04)

ขอบพระคุณมากครับ

กรณีพบว่า น้ำมันที่กำลังใช้งานอยู่ เมื่อตรวจสภาพกลับพบว่าค่าความสะอาดดีกว่า (น้ำมันใหม่ๆที่ยังไม่ได้ใช้งาน)
ควรรายงานว่าอย่างไร

ควรระวัง
น้ำมันมีความสะอาดผิดปกติ เมื่อเทียบกับน้ำมันใหม่โดยทั่วไป

Caution:
Contamination
is less common oil

จุดประสงค์เพื่อจะบอกว่า น้ำมันสะอาดเกินไป (เกินความเป็นจริง)นะ อย่าวางใจ
อาจเกิดความผิดพลาดจากเครื่องมือทดสอบก็ได้


Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน676 ครั้ง - ดาว 55 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 27 ก.พ. 2555 (21:30)

Analysis of oil that is in use is showing a lower level of contaminants than new unused oil. This raises the possiblity that the results of analysis is erroneous and therefore unreliable.


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5960 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 28 ก.พ. 2555 (12:09)

ขอบพระคุณครับ


Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน676 ครั้ง - ดาว 55 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 9 พ.ค. 2555 (22:16)

สวัสดีครับ ท่านอังคาร ท่านเก่งหลายอย่างนะครับ คณิต ก็เก่ง อังกฤษ ก็เก่ง ท่านหายไปนานเลยนะครับ เข้าไปอ่านธรรมะ บ้างหรือเปล่าล่ะครับ ไม่เห็นคุย ธรรมสากัจฉา อีกเลยครับ


T.พรสรวง (คนเดิม)
ร่วมแบ่งปัน502 ครั้ง - ดาว 51 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 9 พ.ค. 2555 (23:01)

สวัสดีครับท่านอาจารย์ T.พรสรวง (คนเดิม)
ถ้าเก่งก็น่าจะเก่งแบบเป็ดนะครับ
เป็ดจะบินก็ได้ จะว่ายน้ำก็ได้ จะวิ่งจะเดินบนบก ได้หมด
แต่หาดีจริงๆอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้ เป็นได้แบบเป็ดๆ นั่นล่ะคือตัวผม {#emotions_dlg.a2}

ธรรมมะที่อาจารย์กรุณานำมาลงไว้ ผมอ่านและฝึกตามอยู่ครับ
ตอนนี้กำลังไปได้สวยอยู่ทีเดียวครับ เห็นแก่นสารเพิ่มขึ้นเรื่อยๆครับ
บางทีอาจารย์จะสงสัยว่าผมอ่านยังไงไม่จบ เพราะทุกครั้งก็บอกว่าอ่านอยู่

คือผมอ่านนิดๆหน่อยพอใจสบาย ผมก็จับอารมณ์กรรมฐานเลย
และไปเรียนทำความเข้าใจเอาในกรรมฐานอีกครั้ง ทวนกลับไปกลับมาเนื่องๆ
(ทำไม่ได้ตลอดทั้งวัน แต่ทรงตัวได้ดีระดับ พอใช้) ทำอย่างนี้เรื่อยๆครับ


Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน676 ครั้ง - ดาว 55 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 3 พ.ย. 2555 (19:53)

ท่านอาจารย์ อังคาร ครับ เดี๋ยวนี้ ได้ไปอ่านธรรมะบ้างหรือเปล่า เข้ามาไม่ค่อยเห็นอาจารย์เลย การปฏิบัติธรรม ก้าวหน้าไปถึงไหนแล้วครับเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ


T.พรสรวง (คนเดิม)
ร่วมแบ่งปัน502 ครั้ง - ดาว 51 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 4 พ.ย. 2555 (12:38)

สวัสดีครับท่านอาจารย์ T.พรสรวง (คนเดิม)

ผมเข้าไปอ่านธรรมะบ้างตามสมควรแก่เวลาครับ ส่วนใหญ่ใช้การปฎิบัติจริงในขณะทำงานอยู่ครับ
ผมเคยเขียนคุยกับอาจารยืไว้ว่า ผมจะทรงสติให้ได้ตลอดครึ่งวันช่วงเช้า ทุกวันนี้ยังทำไม่สำเร็จครับ
ยังคงระลึกได้เป็นช่วงๆ มากบ้างน้อยบ้างคละกันไป ได้เห็นอะไรที่ต่างไปจากครั้งยังไม่มีสติครองใจ

อาจารย์ถามถึงการปฏิบัติธรรม ผมก็จะนำลงไว้อย่างนี้ ปกติผมไม่ค่อยเขียนถึงบ่อยนักครับ

ผมทำงานอยู่กับคนหมู่มาก มีสังคมที่ศรัทธาในการนินทาเป็นปกติ จะเพื่ออะไรก็แล้วแต่
ผมซึ่งอยู่ในกระแสนั้น ก็มีประพฤติอย่างเดียวกันกับเขาด้วย อาจเรียกว่าพฤติกรรมของสังคมนี้ เป็นอย่างนี้
ยามรู้ว่าถูกนนินทา ก็รู้สึกโกรธ มีใจพยาบาทหมายพิฆาตฆ่าด้วยวาจาอัชฌาศัย ให้หมกไหม้ในกองเพลิง
แห่งโมหะนั้นตามกันไป เรียกว่า ตาต่อตา ฟันต่อฟัน เมื่อแหลมมาก็เสี้ยมกลับ...เป็นอย่างนี้เสียด้วยนา

ครั้นศึกษาธรรมะจากหลายแห่ง ทั้งจากการสังเกตธรรมชาติรอบๆตัว ทั้งจากสังเกตธรรมของจิตจากในภายใน
มันแปลกที่ว่า...สิ่งที่เคยประพฤติมานั้นล้วนแต่เรื่องไร้สาระหาแก่นสารไม่ได้เลย มันไม่ใช่ความคิด
หากแต่เป็นความเข้าใจที่เกิดขึ้นมาเอง เกิดขึ้นมาตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่ทราบ พอเกิดแล้วก็วาง
มันเหนื่อยและหนักมาก

สัปดาห์ที่แล้วก็มีหัวหน้างานท่านหนึ่งมาพูดประชดว่า นี่หรือคนธัมมะธัมโม ว่าแล้วเขาก็ยิ้มแบบหยันๆ
เขายังตามราวีอยู่อีกสองสามวัน โดยการประกาศพฤติกรรมในแง่ลบของผมต่อผู้อื่น(นินทานั่นแหละ) {#emotions_dlg.a2}
คนเหล่านั้นก็หันหน้ามามองแล้วก็ยิ้มๆ พยักหน้าบ้าง โต้ตอบกันบ้างในหมู่ของพวกเขา 

พอผมทำท่าจะขยับเข้าไป ก็มีอาการแตกฮือออก (เหมือนที่อื่นๆไหมครับ) นี่แหละครับ
จอกแหนไร้ราก ล่องลอยตามน้ำเช่นไร เรื่องของจอมยุทธยากถามกัน
จอกแหนน่ะมันฮือออก เดี๋ยวมันก็รวมกลับเหมือนเดิม ธรรมชาติเป็นอย่างนั้น

แทนที่จะมุทะลุเหมือนเมื่อก่อน ผมดูจิตปั๊บเลย พอดูปั๊บตัวโกรธมันหลบปุ๊บ ไวยังกับลิง
เล่นซ่อนเอาเถิดเจ้าล่อกับตัวเรา ผอแม่ะ..เลยมารำพึงว่าธรรมใดหนอที่จะผูกโทสะนี้ให้เชื่อง
ให้เห็นชัดๆ ก็บังเอิญให้เห็นปฏิปทาของพระแก่เข้า พระแก่ท่านรับนิมนต์ไว้ท่านก็ไปตามนั้น
ครั้นพิธีการเสร็จท่านก็นั่งกึ่งนอนด้วยความอ่อนเพลีย และตอนนั้นที่ห้องข้างๆติดกันก็เป็นร้านขายของชำ
มีอาซิ้มสวมเกี๊ยะเดินเสียงดังกุบกับ(หรือแกกกากก็ไม่ทราบ) สรุปว่ามีเสียงดัง

ฝ่ายศิษยานุศิษย์ของพระแก่ก็บ่นว่าเดินเสียงดังรบกวนพระ
พระท่านจึงเอ่ยออกมา เขาเดินของเขาอยู่ดีดี เราเอาหูไปรองเกี๊ยะเขาเองทำไม?

   
นี่แหละครับ พระอภิธรรม ท่านพูดแค่นี้แต่ทว่าองค์ชันธ์ในสายพระปฏิจจสมุปบาทขาดเปรี้ยงเลย
ผมถึงบางอ้อเลย คือเข้าถึงกระแส แต่จิตใจจริงๆยังไม่ได้เป็นแบบนั้นเสียทีเดียวครับ
นับแต่นั้นมา ใครใคร่นินทาเชิญนินทา ใครใคร่อิจฉาเชิญอิจฉา อยากแช่งก็ขอเชิญตามอัฌชาศัย
เรา...ว่าง ใส เย็น ยิ้ม ก็พอครับ

ท่านอาจารย์ครับ นี่แหละวิธืปฏิบัติธรรมแบบของผม อาจารย์มีอะไรจะแนะนำผมอีกก็ขอเรียนเชิญครับ


Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน676 ครั้ง - ดาว 55 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 5 พ.ค. 2556 (16:17)


สวัสดีครับ ท่านอาจารย์อังคาร เห็นหายไปหลายวัน คิดถึงก็เลยเข้ามากระทู้นี้ อยากสนทนากับอาจารย์อังคารบ้าง มีหลายอย่างที่อยากถาม 1. อาจารย์จบมหาเปรียญกี่ประโยค ครับถึงได้อ่านวิสุทธิมรรค (คงเปรียญ 6 เปรียญ 7 แน่เลย) 2. อาจารย์มีความรู้หลายแขนงนะครับ ทั้งฟิสิกส์ คณิต อังกฤษ เรียนมาเหรอครับ หรือค้นคว้าเองครับ 3. ตอนนี้อาจารย์ทำงานเกี่ยวกับอะไร อยู่ที่ไหนครับ



แค่นี้แหละครับ คิดถึง แต่ไม่รู้จะคุยอะไร ก็เลยตั้งคำถามให้ตอบน่ะครับ


T.พรสรวง (คนเดิม)
ร่วมแบ่งปัน502 ครั้ง - ดาว 51 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 6 พ.ค. 2556 (14:55)

สวัสดีครับท่านอาจารย์ T.พรสรวง (คนเดิม)
ผมหายไปหลายวันเนื่องด้วยติดงานและธุระอื่นอยู่ครับ

ตอบคำถามของอาจารย์เป็นข้อๆดังนี้ครับ

๑. อาจารย์จบมหาเปรียญกี่ประโยคครับ ถึงได้อ่านวิสุทธิมรรค (คงเปรียญ ๖ เปรียญ ๗ แน่เลย)

    ผมไม่เคยเรียนในหลักสูตรนักธรรมมาก่อนครับ (แต่ผมเป็นเด็กวัดสมัยเรียนหนังสือครับ)
    สงสัยอะไร ผมจะถามท่านพระครูที่เป็นมหาฯ ซึ่งมีอยู่หลายรูปด้วยกัน

๒. อาจารย์มีความรู้หลายแขนงนะครับ ทั้งฟิสิกส์ คณิต อังกฤษ เรียนมาเหรอครับ หรือค้นคว้าเองครับ

    ความรู้ส่วนใหญ่เป็นความรู้ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นครับอาจารย์ ส่วนที่เหลือเป็นความรู้ที่ผมศึกษาเพิ่มเติมบ้าง
    ลงเรียนมาบ้าง เป็นช่วงๆครับ บางอย่างทางโรงงานฯก็เปิดโครงการพัฒนาองค์ความรู้และเพิ่มขีดความสามารถ
    ของพนักงาน ผมก็ได้ไปเรียนเพิ่มเติมมาด้วย เช่นโครงการที่ทำร่วมกับมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าฯ บางมด
    ผมก็ถือวิสาสะว่าผมเป็นศิษย์ของบางมดด้วย   {#emotions_dlg.a2}   เป็นต้น 

๓. ตอนนี้อาจารย์ทำงานเกี่ยวกับอะไร อยู่ที่ไหนครับ

   ผมทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม อยู่ส่วนวิศวกรรมบำรุงรักษา ฝ่ายซ่อมบำรุงของโรงงาน
   ด้วยเหตุนี้ ผมจึงต้องขวนขวายหาความรู้ทางด้านวิศวกรรมอยู่เป็นนิจ เพื่อประกอบการใช้งานจริง
   งานวิศวกรรมบำรุงรักษาที่ผมรับผิดชอบอยู่ เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการศึกษาความล้มเหลวของชิ้นงานกล
   ที่ผ่านการใช้งานมามากบ้างน้อยบ้าง เพื่อวิเคราะห์หาต้นเหตุแห่งความเสื่อมนั้น สำหรับปรับปรุงให้ดีขึ้นในอนาคต

  โรงงานนี้อยู่ที่กาญจนบุรีครับ  


Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน676 ครั้ง - ดาว 55 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 24 มิ.ย. 2556 (19:07)


ช่วยเเปลเเละเเต่งประโยคให้หน่อยคะ เเต่งเป็นประโยค ให้ถูกหลักเเกรมม่า เคยเเปลไปส่งอาจารย์เเล้ว ผิดหมดเลย



 



          Essay



          ผมสั้นดีกว่าอย่างที่คุณคิด เลือกไว้ผมสั้นได้สำหรับทุกๆคน และ   ผมสั้นมีข้อดีมากมาย  ผมสั้นมีโอกาสในการเปลี่ยนทรงผมใหม่ๆ และมีหลายแบบหลายสไตร์ให้เราเลือกอยุ๋เสมอและส่งผลให้เราได้ดูแลสุขภาพควบคู่ไปด้   ผมสั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เราดูดีและน่ามองยิ่งขึ้น  บุคลิกภาพที่ดี และง่ยต่อการดูแลรักษาเส้นผม



 



     First     ผมสั้นเป็นบุคลิกภาพที่ดี    มีความมั่นใจตัวเองดูเป็นคน smart,  กระตือรือร้น ,กระฉับกระเฉง และร่าเริง ดังนั้น ทำให้เคนที่น่ามีความน่าเชื่อถือ  ส่งผลดีต่อการสมัครงาน และง่ายต่อการเข้าสู่สังคม ผมสั้นยังทำให้เราดูอ่อนเยาว์ขึ้น และดูสะอาดเรียบร้อย ทำให้มีเสน่ห์ ทำให้มีคนอยากคบหาทำให้มีเพื่อนมากขึ้น    สิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือความเหมาะสม  สามมารถไว้ผมสั้นได้ทุกเพศวัย เพราะ ให้มีความเหมาะสมในการไว้ผมสั้น เช่น ส่วนมากคนแก่จะได้ผมสั้น



    second       ผมสั้นเป็นสิ่งที่ง่ายต่อการดูแลรักษาเส้นผม สามารกประหยัดเวลา เช่น การสระผม เช็ดผม จึงมีเวลาในการดูแลรักษาเส้นผมมากกว่า และ ผมสั้นจะง่ายในการหวีผม และ ผมสั้นจะทำให้ผมเสียน้อยมาก เพราะว่า บำรุงรักษาเส้นผมได้ทั่วทั้งหมด และยังทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายน้อยในการซื้อครีมบำรุงผมอีกด้วย เพราะ ซื้อครีมบำรุงผมในปริมาณที่ไม่มากและยังสามรถซื้อครีมบำรุงผมมาใช้ควบคู่กันได้หลายชนิด ทำให้ผมมีความแข็งแรงขึ้น



       เป็นสิ่งที่ในการที่คุณเลือกผมสั้น   เพราะเหตุผล 2  reasons .ผมสั้นเป็นสิ่งที่สำคัญที่มีผลต่อบุคลิกภาพที่ดี และทำให้ง่ายต่อการดูแลรักษาเส้นผมให้ดูสวยงาม ผมสั้นยังมีผลดีมากกว่าผมยาว สำหรับคนที่ต้องการจะเปลี่ยนแปลง ทรงผมใหม่ๆ . ผมสั้นอาจจะช่วยให้มีเสนห์และดูดีขึ้น



 



 



ขอบคุณมากๆเลยนะค่ะ


tippawan2323
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 24 มิ.ย. 2556 (22:59)


เรื่องงานแปลโดยทั่วไปใช้ Talking Dict. ได้ แต่ศัพท์เฉพาะทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือแม้แต่ศัพท์ทางศาสนาพุทธ ต้องดูจากหนังสือที่อ้างอิงของบัณฑิตราชสถาน



 



คงต้องมีอาชีพแล้วละครับถึงสะสมข้อมูลอ้างอิงงานแปลเยอะหน่อย ส่วนอาจารย์มหาลัยจะจำเอาหรือให้ใครขัดเกลาสำนวนภาษา และที่ติดขัดอื่นๆ ต้องทำงานร่วมกันหลายฝ่ายยิ่งมีศัพท์เทคนิค ต้องมีหนังสือ หรือ คนร่วมงาน หรือ หน่วยงายเฉพาะ  คอยช่วยเหลือละครับผม


phongphanp
ร่วมแบ่งปัน55 ครั้ง - ดาว 70 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 25 มิ.ย. 2556 (09:47)


ก่อนอื่นผมว่าต้องเขียนภาษาไทยให้เวลาอ่านแล้วผู้อ่านเห็นพ้องด้วย เขียนสั้นๆให้อ่านง่าย ไม่ซ้ำซาก ใช้ประโยคง่ายๆสั้นๆ  เวลาแปลจะได้ไม่ลำบาก ถ้าเป็นผม ผมจะอ่านทานภาษาไทย ดูว่าใจความกับความเห็นนั้นน่าเชื่อแค่ไหน นอกจากนั้นแล้วควรให้คำจำกัดความคนอ่านจะได้รู้ว่าคุณพูดถึงชาย หรือ หญิง หรือ ทั้งสองเพศ ให้รู้ว่า สั้นหมายความว่ายังไง สั้นในหญิงต่างกับสั้นในชาย เขียนให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ แล้วลองแปลดู ส่งมาจะแก้ให้


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5960 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 25 มิ.ย. 2556 (10:44)

เรียนคุณหมอศานติครับ
ผมสงสัยว่า การทักทายกันด้วยประโยคข้างล่างนี้
จะเป็น Pattern แบบตายตัวหรือไม่ครับ
เช่น Steeve พูดอย่างนี้ Ankkarn จะต้องตอบกลับแบบนี้เท่านั้น
รบกวนคุณหมอศานติ ช่วยอธิบายด้วยครับ 
 
Steeve :     Hello, Nice to meet you. My name is Steeve.
Ankkarn:    Hello, My name is Ankkarn nice to meet you. 

 


Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน676 ครั้ง - ดาว 55 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 11 ส.ค. 2556 (11:02)

พบปัญหาการฟังภาษาอังกฤษมากพอควร
การออกเสืยงของเจ้าของภาษาแตกต่างกับสำเนียงที่เคยได้ฟังมา
อาจทำให้เข้าใจผิดได้ เช่น

Pleasure เพลสเชอร์ (ความสุข)
Pressure เพรสเชอร์ (ความกดดัน)

แต่ R กับ L ในภาษาอังกฤษ ไม่ได้แทน ร กับ ล ในภาษาไทยเป๊ะๆ
ฟังๆดู น่าจะออกเสีบงแบบนี้ 


Pleasure พเล็สเช่อ
Pressure แพร็สเช่อ

หรือว่าหูของผมมันไม่ดีก็ไม่รู้


ใครมีโอกาสได้ฟังก็ลองสังเกตดูกันครับ


Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน676 ครั้ง - ดาว 55 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 11 ส.ค. 2556 (11:38)

อีกอย่างหนึ่ง เรื่องของกาลเวลา tense ในประโยคภาษาอังกฤษ

การถามตอบแบบไทยๆที่คุ้นเคยเช่น

นาย ก. : กินข้าวแล้วหรือยัง?
นาย ข. : อ๋อ กินแล้ว

หมายความว่า การกระทำนั้นได้สิ้นสุดไปแล้ว
ในภาษาอังกฤษกลับไม่ใช่เช่นนั้น 


I have eaten rice.

หมายความว่า ฉันได้กินข้าวอยู่แล้ว ยังไม่อิ่ม (การกระทำนี้ยังไม่สิ้นสุด)
ทำนองว่า ฉันเริ่มกินข้าวจากอดีตเมื่อสัก ๒๐ วินาทีที่แล้ว และต่อเนื่องไปในอนาคตอีกหลายนาที

หากจะให้กินข้าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องว่า

I ate rice five minutes ago. (ต้องใช้กิริยาช่องที่ ๒ แทน)

บางครั้งก็สับสนได้ง่ายๆเหมือนกัน


Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน676 ครั้ง - ดาว 55 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 11 ส.ค. 2556 (14:39)


สวัสดีค่ะ คุณอังคาร ไม่เจอนานเลย สบายดีนะคะ แวะอ่านแล้วได้ความรู้อังกฤษด้วย ขอบคุณมากนะคะ


ไข่มุกราณี
ร่วมแบ่งปัน3868 ครั้ง - ดาว 15 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 11 ส.ค. 2556 (16:46)

สวัสดีครับคุณหน่อย ผมสบายดี ขอบคุณครับ คุณหน่อยก็สบายดีนะครับ

Conversation

Noy :        Hello! Ankkarn, Long time no see. How have you been?
Ankkarn : Hello! Noy, I'm fine, thank., And you?

พวก "ฟารั้ง" นี่อะไรของเขาก็ไม่รู้  {#emotions_dlg.a2}

ฟารั้ง ก็คือ ชาวฝรั่ง แต่เรียกสำเนียงเหน่อแบบเมืองกาญจน์
ที่ผมเขียนกระทู้ด้านบนคือ ผมสับสนตัวเอง

ยิ่งคิดยิ่งฉงน

I ate rice five minutes ago.
I was eating rice five miniuts ago.

เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร?


Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน676 ครั้ง - ดาว 55 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 11 ส.ค. 2556 (18:28)

คุณอังคารคะ
I ate rice five minutes ago.แปลว่าฉันทานข้าวเมื่อห้านาทีมาแล้ว
I was eating rice five miniuts ago.แปลว่าฉันกำลังทานข้าวเมื่อห้านาทีที่ผ่านมา คือประโยคแบบนี้จะมีเหตุการณ์สองอย่างเกิดพร้อมกันในอดีต ฉะนั้นจะต้องมีอีกประโยค เกิดเหตุการณ์อีกเหตุการณ์มาเชื่อมด้วยตัวเชื่อมค่ะ ถึงจะเข้าใจความหมายที่ถูกต้อง .
ไม่แน่ใจเท่าไหร่ค่ะ ขอคุณหมอศานติมาช่วยแนะนำที่ถูกต้อง ชัวร์ๆค่ะ หน่อยขอเรียนด้วยคน เพราะห่างมานานมากเหมือนกันค่ะ{#emotions_dlg.a2}


ไข่มุกราณี
ร่วมแบ่งปัน3868 ครั้ง - ดาว 15 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 11 ส.ค. 2556 (19:22)

ขอบคุณมากครับ
จะว่าสนุกก็สนุก จะว่าเครียดก็เครียด มีสองรสชาติในคราเดียวกัน
ลองทดสอบไวยากรณ์ข้างล่างดูนะครับ ถึงแปลได้ แต่ก็มึน  {#emotions_dlg.a2}


I eat.                             ฉันกิน
I ate.                             ฉันได้กิน
I have eaten.                 ฉันได้กินแล้ว

Do I eat?                      ฉันกินหรือ?
Did I eat?                     ฉันได้กินหรือ?
Have I eaten?               ฉันได้กินแล้วหรือ

I am eating.                 ฉันกำลังกิน
I was eating.                ฉันได้กำลังกิน
I have been eating.      ฉันได้กำลังกินอยู่แล้ว


เรื่องกินนี้เป็นเรื่องใหญ่จริงๆครับ 


Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน676 ครั้ง - ดาว 55 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 11 ส.ค. 2556 (19:49)

คุณอังคาร  หน่อยมีข้อมูลนิดหน่อย แต่ก็ไม่แน่ใจนักนะคะ ลองตรวจสอบดูค่ะ
I eat.                          ฉันกิน
I ate.                          ฉันเคยกิน
I have eaten.               ฉันได้กิน

Do I eat?                    ฉันกินได้ไหม?
Did I eat?                   ฉันเคยกินไหม?
Have I eaten?              ฉันได้กินไหม?

I am eating.                ฉันกำลังกิน
I was eating.               ฉันเคยกำลังกิน
I have been eating.      ฉันได้กำลังถูกกินอยู่ (ไม่แน่ใจนักค่ะ ช่วยชี้แนะด้วยค่ะ อาจจะต้องใช้be มากกว่า)


ไข่มุกราณี
ร่วมแบ่งปัน3868 ครั้ง - ดาว 15 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 11 ส.ค. 2556 (20:29)

ขอบคุณมากครับที่ให้ข้อมูลเปรียบเทียบ
ถึงแม้จะยังไม่แน่ใจก็ตาม

เรื่องกินยังไม่หมด มีภาคต่ออีกครับ


Am I eating?                  ฉันกำลังกินหรือ?
Was I eating?                 ฉันได้กำลังกินหรือ?
Have I been eating?       ฉันได้กำลังกินอยู่แล้วหรือ? (ฉันได้กำลังถูกกินอยู่หรือ?)

I do not eat.                   ฉันไม่กิน
I did not eat.                  ฉันไม่ได้กิน
I cannot eat.                   ฉันกินไม่ได้
I have not eaten.            ฉันไม่ได้กินแล้ว

Do I not eat?                  ฉันไม่กินหรือ?
Did I not eat?                 ฉันไม่ได้กินหรือ?
Can I not eat?                 ฉันกินไม่ได้หรือ?
Have I not eaten?           ฉันไม่ได้กินแล้วหรือ?


Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน676 ครั้ง - ดาว 55 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 11 ส.ค. 2556 (20:49)

Am I eating?               ฉันกำลังกินใช่ไหม?
Was I eating?              ฉันเคยกำลังกินใช่ไหม?
Have I been eating?     ฉันได้กำลังกินอยู่แล้วหรือ? (ฉันได้กำลังถูกกินอยู่หรือ?)

I do not eat.               ฉันไม่กิน
I did not eat.               ฉันไม่เคยกิน
I cannot eat.               ฉันไม่สามารถกิน
I have not eaten.         ฉันไม่ได้กิน

Do I not eat?              ฉันไม่กินได้ไหม?
Did I not eat?              ฉันไม่เคยกินไช่ไหม?
Can I not eat?             ฉันไม่สามารถกินหรือ?
Have I not eaten?        ฉันไม่ได้กินหรือ?


ขอร่วมสนุกด้วยค่ะ เปรียบเทียบกัน ขอผู้รู้ช่วยชี้แนะด้วย ตลกเวียนหัวจริงๆเรื่องกินของฝรั่ง 5555


ไข่มุกราณี
ร่วมแบ่งปัน3868 ครั้ง - ดาว 15 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 11 ส.ค. 2556 (21:24)


ใช่ครับ จะว่าสนุกก็สนุก ฮาฮา จะว่ามึนก็มึน

ผมจะลองไปค้นคว้าเพิ่มเติมก่อน



ได้เรื่องอร่อยๆ เอ้ย! ได้เรื่องได้ราวอย่างไร จะนำมาเปรียบเทียบใหม่ครับ



ขณะนี้ แมนฯ ยููไนเต็ด นำ วีแกน ๒ ประตูต่อ ๐


Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน676 ครั้ง - ดาว 55 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 12 ส.ค. 2556 (05:00)

ขอแก้นิดๆหน่อยให้ความหมายตรงกับที่ไทยจะพูด
Am I eating?               ฉันกำลังกินใช่ไหม?
Was I eating?              ตอนนั้นฉันกำลังกินอยู่เหรอ? ใช้แบบจำไม่ได้
Have I been eating?    นึกที่ใช้ไม่ออก แต่ Have I been eating Durian?  Why? Can you smell it on my breath.  ได้  เป็นการย้อนถาม คนไทยจะพูดว่า คุณถามผมว่ากินทุเรียนอยู่เหรอ  ทำไมถึงถาม ได้กลิ่นปากเหรอ?
I do not eat.               ฉันไม่กิน   ไม่มีทางใช้เพราะชวนให้คิดว่าเป็นการถาวร แต่ I do not eat after 7 p.m. ได้ เพราะมีขอบเขต แต่ใช้แบบ I do not steal. ได้
I did not eat.               ฉันไม่ได้กิน

I cannot eat.               ฉันกินไม่ได้
I have not eaten.         ฉันยังไม่ได้กิน
Do I not eat?              ฉันไม่กินอยู่เหรอ? ใช้แบบ ที่เห็นๆอยู่นี่คุณว่าฉันไม่กินเหรอ

Did I not eat?              ฉันกินแล้วไม่ใช่เหรอ?
Can I not eat?             ฉันกินไม่ได้เหรอ ใช้ในทำนอง ไม่อนุญาตให้กินเหรอ
Have I not eaten?       ฉันกินแล้วไม่ใช่เหรอ?  = Haven't I eaten?


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5960 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 12 ส.ค. 2556 (06:04)


คห. ๑๙  

I ate rice five minutes ago.แปลว่าฉันทานข้าวเมื่อห้านาทีมาแล้ว

I was eating rice five miniuts ago.แปลว่าฉันกำลังทานข้าวเมื่อห้านาทีที่ผ่านมา คือประโยคแบบนี้จะมีเหตุการณ์สองอย่างเกิดพร้อมกันในอดีต ฉะนั้นจะต้องมีอีกประโยค เกิดเหตุการณ์อีกเหตุการณ์มาเชื่อมด้วยตัวเชื่อมค่ะ ถึงจะเข้าใจความหมายที่ถูกต้อง .

ไม่แน่ใจเท่าไหร่ค่ะ ขอคุณหมอศานติมาช่วยแนะนำที่ถูกต้อง ชัวร์ๆค่ะ หน่อยขอเรียนด้วยคน เพราะห่างมานานมากเหมือนกันค่ะ



ไทยใช้ กินข้าว แต่ถ้าเราพูดว่า eat/ate rice จะหมายความว่ากินข้าวเปล่า  แบบเดียวกับถ้าใช้  I ate bread for lunch.  มื้อเที่ยงกินขนมปังไม่บ่งว่ามีอย่างอื่นด้วยหรือเปล่า



I have eaten rice. มีทางใช้ทางเดียว เพราะหมายความว่า ผมเคยกิน(ลิ้มรส)ข้าวเปล่ามาแล้ว เป็นการตอบคำถามว่า คุณเคยกิน(รู้รส)ข้าวหรือไม่  Have you ever eaten rice?  แบบถามคนที่กินแต่ขนมปังหรือมันฝรั่ง


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5960 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 12 ส.ค. 2556 (15:38)


ขอบพระคุณมากครับ


Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน676 ครั้ง - ดาว 55 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 12 ส.ค. 2556 (16:26)


ขอขอบพระคุณมากมากเช่นกันค่ะ


ไข่มุกราณี
ร่วมแบ่งปัน3868 ครั้ง - ดาว 15 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 12 ส.ค. 2556 (22:25)


ตัวอย่างการฟังบทสนทนาภาษาอังกฤษของผม

อ่านแล้วอย่าเพิ่งหัวเราะนะครับ



ก. ฮ๊าย หม่ายกอ

ข. ฮ๊าย เอิ่ยมี ว็อดซาบฟะ

ก. อ่ามลุกกิ้งฝึ่มดิแอ๊ผอด แข่นหยู่เท็วมีแฮวเดอะเกเต๊อ

ข. โนซ้อหลี่ ไอ่ด้อนโน้ว

,,,,,


Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน676 ครั้ง - ดาว 55 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 22 ส.ค. 2556 (01:26)

ผมลองเขียนบันทึกเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ทราบว่าใช้ tense และไวยากรณ์ถูกต้องไหมครับ
หรือควรปรับปรุงอย่างไร โปรดแนะนำด้วยครับ

วันนี้ ผมตื่นนอนเวลา ๖.๐๐ น. อาบน้ำล้างหน้า ได้เดินทางไปทำงานด้วยรถประจำทาง
ผมเริ่มทำงานเมื่อไปถึงห้องปฏิบัติการวิเคราะห์น้ำมัน ก่อนที่จะเชียนรายงานเหล่านั้น
ให้กับหัวหน้างาน

เวลาว่าง ผมอ่านหนังสือเกี่ยวกับเทคนิกการหล่อลื่นและการเสื่อมสภาพของวัสดุ
สำหรับป้องกันปัณหาของเครื่องจักรกล

ตอนเที่ยง ผมรับประทานอาหารกับเพื่อนๆ ร้านนี้ช่างมหัศจรรย์
มันอยู่กลางแจ้ง ไม่มีหลังคา และอยู่ไม่ไกลจากโรงถ่านลิกไนท์

๑๔.๐๐ ถึง ๑๖.๐๐ น. ผมได้ประชุมเกี่ยวกับการเพิ่มผลผลิต

ช่วงเลิกงาน ผมได้แวะร้านหนังสือและร้านกาแฟก่อนจะกลับบ้าน

เวลานี้ ผมคิดว่าได้เวลานอนแล้ว

ราตรีสวัสดิ์


Today I got up at 6.00 O'clock, I washed my face and took a shower. I went to factory by bus.
I started my works after I went to lab of oil analysis before wrote the reports and sent it to my boss.

Spare time, I read about lubricating technical book and material failure for problem protection of machine.

Midday, I had lunch with my friends. Wonderful restaurant. It's outdoor with no roof and near not far lignite plants.

13.00 to 16.00 O’clock I had a meeting about the product activities

Evening after works, I went to book store and coffee shop before returned home.

Now, 22.00, I think I'm going to bed just now.

Good night.


Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน676 ครั้ง - ดาว 55 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 22 ส.ค. 2556 (02:05)

ลอง
Today I got up at 6 a.m.,  washed my face and took a shower. I went to the factory by bus. (หรือ I then rode a bus to the factory.)

I started to work following my arriving at the oil analysis laboratory and before I submitted reports to my boss.

In my spare time, I read books on techniques of lubrication and the prevention of break-downs due to failure of mechanical parts.

Midday, I had lunch with friends at a wonderful restaurant. The restaurant was roofless, outdoors and not far from a coal plant.

Between 13:00 and 16:00 hours, I attended a meeting on production.

In the evening, after work, I went to a book store and a coffee shop before returning home.

It is now 22:00 hours and I think I'm about ready for bed.

Good Night.


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5960 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 23 ส.ค. 2556 (21:26)

ขอบพระคุณคุณหมอศานติมากครับ
ผมคงใช้เวลาอีกเป็นปี กว่าจะเขียนได้อย่างที่คุณหมอกรุณาแนะนำ

ถ้าเป็นการสนทนากัน ไม่ใช่การบันทึก เราจะพูดอย่างนี้ได้ไหมครับ
เช่นการเล่าเรื่องในวัยเด็กที่ผ่านมา ฝรังเขาจะรู้เรื่องไหมครับ


เมื่อผมเป็นเด็ก ผมอาศัยอยู่จังหวัดราชบุรี เพราะผมเกิดที่นั่น
พ่อของผมเป็นทหาร ส่วนแม่ของผมมีอาชีพค้าขาย
เราอาศัยอยู่ในตลาด ผมเติบโตและเรียนที่นี่
เมื่อผมมีอายุ ๑๐ ขวบ ครอบครัวของผมได้ย้ายจากจังหวัดราชบุรี มาอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี จนถึงปัจจุบัน

When I was a child. I lived in Rachaburi because I was born there
My father's work was an army officer, my mather's work was a trader.
We lived in the market I grew and learned here.
When I was eag 10, My family moved from Rachaburi to Kanchanaburi until now.


    
 


Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน676 ครั้ง - ดาว 55 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 24 ส.ค. 2556 (00:55)

When I was a child. I lived in Rachaburi because I was born there  ได้ แต่ I was born in Rachaburi and lived there as a child. (spent my childhood years there / lived there when I was a child / during my childhood)

My father's work was an army officer, my mother's work was a trader.
 work ต้อง past tense อย่างหนึ่ง อีกอย่าง ทำงานเป็นนายทหาร ไม่เหมาะไม่ว่าภาษาไทยหรืออังกฤษ  เป็นนายทหาร จะดีกว่า  My father was an army officer and my mother was a business woman.  คำว่า business woman กว้างดี คลุมได้หมด

We lived in the market I grew and learned here. ผมคิดว่า ตลาด กับ market ความหมายไม่ตรงกันนัก ใช้ ย่านค้าขาย business district จะไม่ค่อยงง  learn/learned คล้าย เรียนรู้ มากกว่า ไม่บ่งว่าเรียนรู้เรื่องอะไร ใช้คำว่า  went to school/was educated/received my education จะดีกว่า  We lived in the business district (of Rachaburi) and I received my primary education there. (ถ้าใช้ learn ก็ต้องแบบ I learned about girls there. ทำนองว่าได้ความรู้เกี่ยวกับเพศหญิงที่นั่น  นอกเรื่องไปเลย)

When I was age 10, My family moved from Rachaburi to Kanchanaburi until now.  ไม่ต้องมี age ถ้าเขียนรูปนั้น ใช้ When I was ten, ....... เลย หรือถ้าจะใช้ age ก็ At the age of ten, ........  หรือ At age ten,  ......  เช่น When I was ten (years old), my family moved from Rachaburi to Kanchanaburi, where we currently live.  (เวลาเขียนตัวเลข ถ้า 10 หรือน้อยกว่ามักจะสะกด ยกเว้นต้องการให้สะดุดตา เช่นในสัญญา ต่างๆ หรือเขียนเร็วๆแบบอีเมล์)

ถ้าสนใจอังกฤษลองแวะไป 
http://www.sudipan.net  เลือก กระดานสนทนา อาจจะชอบ


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5960 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 25 ส.ค. 2556 (00:59)

ขอบพระคุณคุณหมอศานติมากครับ
ผมเพิ่งเข้ากระทู้มา เพราะนั่งแต่งประโยคภาษาอังกฤษตั้งแต่หัวค่ำจนถึงปัจจุบัน
ไม่ทราบว่าตัวเองเขียนได้ดีขึ้นหรือไม่ เริ่มมีอาการเบลอๆแล้วด้วยครับ
ผมจะเข้าไปชม Link ด้านบนวันหลังครับ


On my vacation, I went to the bank and I deposited my money into my savings account.
วันลาหยุดงาน ผมไปที่ธนาคารเพื่อฝากเงินออมทรัพย์เข้าบัญชี

Last weekend. I wasn't leave my home because I wanted to relax. I watched TV, read a newspaper and cleaned my bed room.
วันสุดสัปกาห์ล่าสุด ผมไม่ได้ออกจากบ้านเพราะอยกพักผ่อน ดูทีวี อ่านหนังสือพิมพ์ และทำความสะอาดห้องนอนของตั้วเอง

I usually shopping to Kanokkan department store. Because it not far from my home and has everything I need.
ผมไปชอปปิ้งที่ห้างกนกกาญนน์บ่อยๆ เพราะอยู่ไม่ไกลจากบ้าน และมีทุกอย่างที่ต้องการ

When I a boy. I was a Boy Scout and friends. We got into camp. Two days one night. We learned a lot of life in the wild. My wonderful journey.
ตอนเด็ก สมัยที่ผมและเพื่อนๆเป็นลูกเสือ พวกเราเข้าค่ายด้วยกัน รวมสองวันกับหนึ่งคืน พวกเราได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในป่า เป็นการเดินทางที่ช่างยอดเยี่ยม 

Last night I read an English book and checked my e-mail.
เมื่อคืนวานนี้ ผมได้อ่านหนังสือภาษาอังกฤษเล่มหนึ่งและเซ็กอีเมล

On weekend. I always got up less. Because I wasn't have to go to work. Most of the time I lived at home and I usually wasn't did anything special.
วันสุดสัปดาห์ ผมมักจะตื่นสายเพราะไม่ได้ไปทำงาน ส่วนใหญ่ผมมักจะอยู่ที่บ้าน และไม่มีกิจกรรมพิเสษอะไร

On seven June, nineteen ninety three I was born in Ratchaburi.
๗ มิถุนายน ๑๙๙๓ ผมเกืดที่จังหวัดราชบุรี

Last summer, I went to see the Songkran festival in Kanchanaburi. I looked around and saw many peoples. They were smiling faces. It's a really happy time.
ฤดูร้อนล่าสุดนี้ ผมไปเที่ยวงานเทศกาลสงกรานค์ที่กาญจนบุรี มองไปรอบๆเห็นคนมากมายมีรอยยิ้ม มันเป็นเวลาที่มีความสุขจริงๆ

This morning I went to the temple and made merit.
เมื่อเช้านี้ ผมได้ไปที่วัดและได้ทำบุญ

When I was a junior high school student. At the room of three. I was a football player of my school but I always was a reserving player.
เมื่อผมยังเรียนโรงเรียนมัธยม ผมอยู่ห้องเลขที่สาม เป็นนักฟุตบอลของโรงเรียน แต่มักเป็นตัวสำรองเสทอ
 


Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน676 ครั้ง - ดาว 55 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 25 ส.ค. 2556 (09:48)

On my vacation, I went to the bank and I deposited my money into my savings account.
วันลาหยุดงาน ผมไปที่ธนาคารเพื่อฝากเงินออมทรัพย์เข้าบัญชี

vacation = พักร้อน  หยุดงาน น่าใช้ day off  ไม่น่าต้องบอกว่า my money แค่ money ก็พอ
On my day off, I went to the bank to deposit money into my savings account.


Last weekend. I wasn't leave my home because I wanted to relax. I watched TV, read a newspaper and cleaned my bed room.
วันสุดสัปกาห์ล่าสุด ผมไม่ได้ออกจากบ้านเพราะอยกพักผ่อน ดูทีวี อ่านหนังสือพิมพ์ และทำความสะอาดห้องนอนของตั้วเอง

Last weekend, I didn't (did not) leave home because I wanted to relax.  I watched TV, read the newspaper and cleaned my bedroom. ถ้าใช้ the newspaper จะเจาะจงว่าเป็นหนังสือพิมพ์ที่รู้กันอยู่เช่นอ่านประจำ อาจเป็น the newspapers ก็ได้ถ้าอ่านเกินหนึ่งฉะบับ  ถ้าใช้ a newspaper จะชวนให้คิดว่าอ่านหนังสือพิมพ์ฉะบับหนึ่ง ไม่ให้ความสำคัญกับหนังสือพิมพ์

I usually shopping to Kanokkan department store. Because it not far from my home and has everything I need.
ผมไปชอปปิ้งที่ห้างกนกกาญนน์บ่อยๆ เพราะอยู่ไม่ไกลจากบ้าน และมีทุกอย่างที่ต้องการ

I usually shop at Kanokkan because it is not far from my home and has everything I need.  โดยมากบอกแค่ชื่อร้านก็พอไม่ต้องมี store, department store ตามหลัง รู้กันอยู่

When I a boy. I was a Boy Scout and friends. We got into camp. Two days one night. We learned a lot of life in the wild. My wonderful journey.
ตอนเด็ก สมัยที่ผมและเพื่อนๆเป็นลูกเสือ พวกเราเข้าค่ายด้วยกัน รวมสองวันกับหนึ่งคืน พวกเราได้เรียนรู้การใช้ชีวิตในป่า เป็นการเดินทางที่ช่างยอดเยี่ยม

I was a boy scout when I was a kid.  We camped for two days and one night and learned a lot about life in the wild.  It was a wonderful experience.
boy scout ไม่ต้องใช้ตัวใหญ่ เพราะไม่ใช่ proper name แบบเดียวกับ I was a soldier ก็ไม่ใช้ตัวใหญ่ จะใช้ตัวใหญ่ก้ต่อเมื่อพูดถึงองค์การลูกเสือ เช่น Boy Scouts of America  ผมใช้คำว่า kid แปลว่า เด็ก เพราะถ้าใช้ boy จะฟังทะแม่งๆ เนื่องจากมีคำว่า boy อยู่แล้วตอนต้นประโยค


Last night I read an English book and checked my e-mail.
เมื่อคืนวานนี้ ผมได้อ่านหนังสือภาษาอังกฤษเล่มหนึ่งและเซ็กอีเมล

English book ฟังแล้วชวนให้คิดว่าเป็นหนังสือที่พิมพ์ในอังกฤษ ไม่ใช่หนังสือภาษาอังกฤษ  Last night I read a book written in English and checked my e-mail.

On weekend. I always got up less. Because I wasn't have to go to work. Most of the time I lived at home and I usually wasn't did anything special.
วันสุดสัปดาห์ ผมมักจะตื่นสายเพราะไม่ได้ไปทำงาน ส่วนใหญ่ผมมักจะอยู่ที่บ้าน และไม่มีกิจกรรมพิเสษอะไร

On weekends I usually get up late because I don't have to go to work. Most of the time I just stay home and don't do anything special.
usually = มักจะ แต่ always = เสมอ  late ไม่ใช่ less  จะหลายเป็นตื่นน้อยครั้งลง


On seven June, nineteen ninety three I was born in Ratchaburi.
มิถุนายน ๑๙๙๓ ผมเกืดที่จังหวัดราชบุรี

เขียนแบบนี้ให้ความสำคัญแก่วันที่เดือนปีที่เกิด แต่ในกรณีนี้การเกิดของคุณที่ราชบุรีมีความสำคัญกว่าวันที่ ผมว่าน่าใช้ I was born in Rachaburi on the 7th of June, 1993. (หรือ June 7, 1993 ก็ได้)  จะนำด้วยวันที่ก็เมื่อเป็นวันสำคัญแบบในประวัติศาสตร์ เช่น In B.E. 2310, Ayuthya was lost to the Burmese. หรือ On April 21, 1926, Queen Elizathbeth II was born.

Last summer, I went to see the Songkran festival in Kanchanaburi. I looked around and saw many peoples. They were smiling faces. It's a really happy time.
ฤดูร้อนล่าสุดนี้ ผมไปเที่ยวงานเทศกาลสงกรานค์ที่กาญจนบุรี มองไปรอบๆเห็นคนมากมายมีรอยยิ้ม มันเป็นเวลาที่มีความสุขจริงๆ

Last summer I attended the Songkran festival in Kanchanaburi.  I looked around and saw many smiling faces.  It was a time of real (หรือ genuine) happiness.

This morning I went to the temple and made merit.
เมื่อเช้านี้ ผมได้ไปที่วัดและได้ทำบุญ

คำว่า make/made merit เราใช้กันบ่อยๆ แต่ถ้าพูดกับฝรั่งที่ไม่คุ้นกับทำเนียมไทยหรือพุทธศาสนา เขาจะไม่เข้าใจ ต้องอธิบายกันอีก  ที่เขียนผมว่าถูกไวยากรณ์แต่คนฟังงง ถ้าพูดว่าทำอะไร เช่น ตักบาตร จะไม่ต้องอธิบาย  This morning I went to the temple and offered food to the monks.

When I was a junior high school student. At the room of three. I was a football player of my school but I always was a reserving player.
เมื่อผมยังเรียนโรงเรียนมัธยม ผมอยู่ห้องเลขที่สาม เป็นนักฟุตบอลของโรงเรียน แต่มักเป็นตัวสำรองเสทอ

When I was in high school, I was in room number 3.  I was on the school's soccer team but I was always a reserve.  ภาษาในวงการกีฬาเขาใช้คำว่า bench warmer โดย bench หมายถึงม้านั่งยาวๆข้างสนามที่นักกีฬานั่งรอลงเล่นหรือเป็นตัวสำรอง คือ มีหน้าที่เอาก้นอุ่นม้านั่งไว้    ……. I was always a bench warmer.


ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5960 ครั้ง - ดาว 592 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 28 ส.ค. 2556 (22:21)

ขอบพระคุณคุณหมอศานติมากครับในความกรุณา
ช่วงสัปดาห์นี้ผมติดงานค่อนข้างมาก มีเวลาเข้ามาน้อย
จึงยังไม่ได้เขียนประโยคใหม่ๆมาครับ
ขอถือโอกาสนี้ศีกษาประโยคที่คุณหมอแก้ไขให้ก่อนครับ

 


Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน676 ครั้ง - ดาว 55 ดวง

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม