ปรากฎการณ์น้ำขึ้นน้ำลง แย้งกับกฎทางฟิสิกส์หรือไม่ครับ

ผมลองค้นจาก Google แล้ว ยังไม่พบคำอธิบายที่ตอบข้อสงสัยได้
ขอผู้รู้ช่วยอธิบายให้ด้วยครับ

จุดที่ผมสงสัยคือ เราจะเรียนมาตั้งแต่เล็กแล้วว่าน้ำขึ้นสูงสุดจะเกิดขึ้นเมื่อโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกัน โดยให้เหตุผลว่าแรงโน้มถ่วงจากดวงจันทร์ร่วมกับแรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์จะมีผลให้น้ำขึ้นได้สูงสุด

หากเป็นกรณีที่เป็นการเรียงตัวแบบ โลก - ดวงจันทร์ - ดวงอาทิตย์ คำอธิบายนี้ก็ตอบโจทย์ได้
แต่ถ้าหากเป็นการเรียงตัวแบบ ดวงจันทร์ - โลก - ดวงอาทิตย์ คำอธิบายนี้ดูจะขัดแย้งเพราะแรงลัพธ์ของแรงโน้มถ่วงจากดวงจันทร์และดวงอาทิตย์จะหักล้างกัน ซึ่งน่าจะทำให้เกิดภาวะน้ำลงมากกว่ากรณีดวงจันทร์อยู่ตั้งฉากกับดวงอาทิตย์ด้วยซ้ำไป

ใครพอมีคำอธิบายดีๆสำหรับกรณีนี้ไหมครับ



ความคิดเห็นที่ 1 

พิทยา
17 มี.ค. 2555 12:00
  1. ดูแล้วข้อความที่ว่านี้ไม่ได้ขัดแย้งนี่ เพียงแต่"คนสงสัย" จะคิดแบบ "เถรตรง" จึงเอา "แต่ถ้าหากเป็นการเรียงตัวแบบ ดวงจันทร์ - โลก - ดวงอาทิตย์
    คำอธิบายนี้ดูจะขัดแย้งเพราะแรงลัพธ์ของแรงโน้มถ่วงจากดวงจันทร์และดวง
    อาทิตย์จะหักล้างกัน" ไปคิดปนกับ ข้อความ "น้ำขึ้นสูงสุดจะเกิดขึ้นเมื่อโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกัน " แบบเถรตรง จริงๆ แล้ว แต่ถ้าหากเป็นการเรียงตัวแบบ ดวงจันทร์ - โลก - ดวงอาทิตย์ แรงลัพธ์ของแรงโน้มถ่วงจากดวงจันทร์และดวงอาทิตย์จะหักล้างกัน" ก็สมเหตุสมผลอยู่แล้วนี่




ความคิดเห็นที่ 2

สงสัย (Guest)
17 มี.ค. 2555 19:46
  1. ขอบคุณ อ.พิทยาที่กรุณาให้ความเห็นครับ

    ประเด็นที่ผมยกขึ้นมานั้น มาจากปรากฎการณ์น้ำขึ้นสูงสุดนั้นเกิดขึ้นเมื่อโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นแบบ

    ดวงจันทร์ - โลก - ดวงอาทิตย์

    หรือ

    โลก - ดวงจันทร์ - ดวงอาทิตย์

    ในกรณีแรก แรงลัพธ์ของแรงโน้มถ่วงหักล้างกัน แต่ในกรณีที่สองแรงลัพธ์ของแรงโน้มถ่วงเสริมกัน ซึ่งการอธิบายปรากฎการณ์นี้จะอธิบายโดยใช้กรณีที่แรงลัพธ์ของแรงโน้มถ่วงเสริมกันเท่านั้น โดยละเลยที่จะอธิบายว่าทำไมแรงลัพธ์ของแรงโน้มถ่วงที่หักล้างกันก็ทำให้น้ำขึ้นสูงสุดได้เช่นกัน

    ส่วนกรณีน้ำลงจะเกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์ โลก และดวงอาทิตย์อยู่ในแนวตั้งฉากกัน

    อ.พิทยามีความเห็นอย่างไรครับ



ความคิดเห็นที่ 3

พิทยา
18 มี.ค. 2555 10:52
  1. บางส่วนจาก http://www.rmutphysics.com/charud/specialnews/physics1/tides/tides.htm " ... ดังนั้นแรงที่กระทำกับโลกบริเวณที่ใกล้กับดวงจันทร์มากที่สุด
    จะเกิดแรงมากที่สุดด้วย 
    น้ำในมหาสมุทรจึงถูกดูดเข้ามาในบริเวณนี้มากกว่าบริเวณอื่น
    ส่วนน้ำด้านข้างของโลกทั้งสองจะลีบลง 
    ส่วนด้านตรงกันข้ามมีแรงกระทำเหมือนกัน 
    แต่ว่าน้อยกว่าด้านที่ติดกับดวงจันทร์
    มันจึงดูดน้ำจำนวนมหาศาลให้ติดกับผิวโลก 
    แต่ไม่สามารถเลื่อนมาทางด้านหน้าได้ 
    จึงเกิดการนูนขึ้นอีกด้านหนึ่ง 
    ซึ่งเป็นด้านตรงกันข้าม
    แต่ว่าการนูนน้อยกว่า
    ด้านใกล้
             
    ด้วยเหตุผลนี้ที่ทำให้ด้านที่ติดกับดวงจันทร์
    เกิดน้ำขึ้น 
    ส่วนด้านตรงกันข้ามก็น้ำขึ้นเหมือนกันแต่น้อยกว่าด้านแรก 
    ส่วนด้านข้างสองด้าน  
    ซึ่งมีลักษณะลีบ 
    น้ำจะลง..." ถ้าพิจารณาข้อความนี้ดี ๆ เราจะพบว่าเมื่อดวงจันทร์ดึงดูดน้ำด้านใกล้ดวงจันทร์ให้สูงขึ้น ขณะเดียวกันระดับน้ำด้านตรงข้ามดวงจันทร์ก็จะสูงขึ้นด้วย ตรงนี่น่าจะอธิบายข้อที่คิดว่าขัดแย้ง เมื่อดวงอาทิตย์อยู่ด้านตรงข้ามกันนะครับ


    หรือดูจาก http://secondsci.ipst.ac.th/index.php?option=com_content&view=article&id=243:2011-10-19-06-22-34&catid=19:2009-05-04-05-01-56&Itemid=34 มีคำอธิบายว่า "ส่วนในวันขึ้น 7 (หรือ 8) ค่ำ และแรม 7 (หรือ 8) ค่ำ ดวงจันทร์จะทำมุมตั้ง
    ฉากกับดวงอาทิตย์เมื่อมองจากโลก ทำให้แรงไทดัลจากดวงจันทร์และดวงอาทิตย์หัก
    ล้างกัน น้ำจึงขึ้นต่ำที่สุดและลงน้อยที่สุด หรือมีความแตกต่างของระดับน้ำ
    ที่ขึ้นและลงน้อยที่สุด เรียกว่าเป็น น้ำตาย (Neap tide) ซึ่งจะเกิดขึ้น
    เดือนละสองวันเช่นกัน" จะเห็นว่าแรงจากดวงจั้นทร์ทำให้น้ำขึ้นสูงส่วนแรงจากดวงอาทิตย์ทำให้น้ำลง แรงทั้งสองนี้จึงหักล้างกัน




ความคิดเห็นที่ 4

สงสัย (Guest)
18 มี.ค. 2555 11:41
  1. ขอบคุณ อ.พิทยาครับ

    บทความทั้งสองที่ อ.พิทยาอ้างถึงนั้นอธิบายถึงรายละเอียดที่ชัดเจนว่าทำไมน้ำขึ้นจึงเกิดทั้งสองฝั่งของโลก

    แต่ก็เป็นเช่นเดียวกันกับบทความอื่นๆที่ผมได้อ่านมา คือจะอธิบายเรื่องน้ำขึ้น "สูงสุด" อย่างคลุมเครือ

    บทความจาก สสวท.อธิบายไว้แค่ว่า

    "ดวงอาทิตย์ก็มีบทบาทต่อการเกิดน้ำขึ้นน้ำลงเช่นกัน เพราะดวงอาทิตย์ก็มีแรงโน้มถ่วง แต่เนื่องจากดวงอาทิตย์อยู่ไกลจากโลกมาก ผลของแรงไทดัลของดวงอาทิตย์ที่มีต่อการเกิดน้ำขึ้นน้ำลงบนโลกจึงมีแค่เพียงครึ่งหนึ่งของผลจากดวงจันทร์เท่านั้น ในวันเพ็ญ (ขึ้น 15 ค่ำ) หรือวันเดือนมืด (แรม 15 ค่ำ) ดวงจันทร์ โลกและดวงอาทิตย์จะอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน ทำให้แรงไทดัลจากดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เสริมหรือหักล้างกันมากที่สุด"

    แต่ทิ้งข้อสงสัยไว้ว่าทำไมแรงไทดัลที่หักล้างกันในวันเพ็ญ สามารถทำให้น้ำขึ้นสูงสุดได้

    ส่วนกรณีของภาควิชาฟิสิกส์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลนั้นระบุไว้ว่า

    "น้ำขึ้นได้สูงสุดและต่ำสุด เกิดขึ้นเมื่อ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ อยู่ด้านเดียวกับโลก (เริ่มข้างขึ้น) หรืออยู่ตรงกันข้าม( ขึ้น 15 ค่ำ)"

    และไม่มีคำอธิบายไว้เช่นกัน

    ไม่ทราบว่าใครพอจะอธิบายจุดนี้ได้บ้างครับ



ความคิดเห็นที่ 5

สงสัย (Guest)
18 มี.ค. 2555 11:46
  1. เพิ่มเติมอีกนิดครับ

    บทความของ สสวท. อธิบายเรื่องน้ำลงไว้ว่า

    "ส่วนในวันขึ้น 7 (หรือ 8) ค่ำ และแรม 7 (หรือ 8) ค่ำ ดวงจันทร์จะทำมุมตั้งฉากกับดวงอาทิตย์เมื่อมองจากโลก ทำให้แรงไทดัลจากดวงจันทร์และดวงอาทิตย์หักล้างกัน น้ำจึงขึ้นต่ำที่สุดและลงน้อยที่สุด หรือมีความแตกต่างของระดับน้ำที่ขึ้นและลงน้อยที่สุด เรียกว่าเป็น น้ำตาย (Neap tide) ซึ่งจะเกิดขึ้นเดือนละสองวันเช่นกัน"

    ซึ่งแสดงให้เห็นว่า หากแรงไทดัลจากดวงจันทร์และดวงอาทิตย์หักล้างกัน น้ำจะขึ้นต่ำที่สุดและลงน้อยที่สุด

    แต่ในคืนวันเพ็ญ แรงไทดัลหักล้างกันมากที่สุด ทำไมจึงกลับทำให้น้ำขึ้นสูงสุด???



ความคิดเห็นที่ 6

นิรันดร์ vcharkarn vteam
19 มี.ค. 2555 09:12
  1. .




ความคิดเห็นที่ 7

นิรันดร์ vcharkarn vteam
19 มี.ค. 2555 09:48



ความคิดเห็นที่ 8

นิรันดร์ vcharkarn vteam
19 มี.ค. 2555 09:49



ความคิดเห็นที่ 9

สงสัย (Guest)
20 มี.ค. 2555 00:02
  1. ขอบคุณ อ.นิรันดร์ครับ

    ผมอ่านดูแล้วยังไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมผลต่างของสนามโน้มถ่วงจึงเกิดเป็นแรงดึงดูดที่ทำให้น้ำแยกเป็นสองด้านได้ และถ้าดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์อยู่ด้านตรงข้ามกันของโลก สนามโน้มถ่วงนี้จะไม่หักล้างกันหรือครับ และถ้าหักล้างกัน ผลต่างที่ว่านี้จะลดลงไป ทำให้แรงดึงดูดนั้นลดลงด้วยหรือไม่ครับ



ความคิดเห็นที่ 10

นิรันดร์ vcharkarn vteam
20 มี.ค. 2555 01:16
  1. คุณลองนึกว่าตัวคุณเองเป็นโลก(ไม่ใช่โรค)ดูนะครับ
    แบ่งตัวคุณเป็นสามส่วนเท่าๆกัน มือซ้าย 20 kg, กลางลำตัว 20 kg และมือขวา 20 kg
    การคิดแบบนี้เป็นการคิดเพื่อให้เห็นภาพพจน์ อาจเรียกว่าเป็น simplification model
    คุณยืนกางแขนซ้ายและขวาออกให้ตรงๆในระนาบเดียวกัน
    ๐ ผมออกแรงดึงมือขวา มือซ้าย และตัวคุณไปทางขวา แต่ละตำแหน่งด้วยแรง 1000 นิวตันเท่ากัน
    ผลก็คือตัวคุณจะเคลื่อนที่ไปตามแรงดึงด้วยความเร่งค่าหนึ่ง มือขวาและซ้ายก็เช่นกัน
    ทำให้ตัวคุณไม่ต้องพยายามออกแรงดึงมือซ้ายและมือขวาให้เคลื่อนที่ตามตัวคุณไปด้วย
    ๐ เอาใหม่ ผมออกแรงดึงมือขวาของคุณไปทางขวาด้วยแรง 1200 นิวตัน ดึงตัวคุณไปทางขวาด้วยแรง 1000 นิวตัน และดึงมือซ้ายของคุณด้วยแรง 800 นิวตัน
    มันจะทำให้ตัวคุณถูกดึงด้วยแรงลัพธ์ 3000 นิวตันเท่ากับกรณีแรก แต่ตัวคุณจะต้องออกแรงดึงมือซ้ายและมือขวา เพราะตัวคุณจะรู้สึกว่ามือซ้ายและมือขวาของคุณกำลังจะเคลื่อนที่หนีห่างออกไปจากตัวคุณ

    ที่จริงแล้ว สนามแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ที่กระทำต่อโลกมันไม่ได้มากมายอย่างที่ผมสมมติหรอก มันต่างกันนิดเท่านั้น แต่มันก็เพียงพอที่ทำให้เกิดน้ำขึ้นพร้อมกันทั้งสองด้านได้

    ผมในตัวอย่างข้างต้นทำหน้าที่แทนดวงจันทร์ ตัวคุณแทนโลก
    หาก...




ความคิดเห็นที่ 11

นิรันดร์ vcharkarn vteam
20 มี.ค. 2555 01:26
  1. หากยังนึกไม่ออกอีก ก็ต้องวานเพื่อนอีกคนหนึ่งมาทำตัวเป็นดวงอาทิตย์ที่อยู่ด้านตรงกันข้ามกับดวงจันทร์
    ก่อนที่จะมีดวงอาทิตย์ หากคุณอยู่ในอวกาศและเคลื่อนที่ด้วยแรงของสนาม
    คุณจะไม่รู้สึกว่าตัวคุณเคลื่อนที่ เหมือนเวลาคุณโดดลงมาจากที่สูง ขณะที่ลอยอยู่
    คุณจะรู้สึกถึงสภาพไร้น้ำหนัก แต่ตัวคุณจะต้องดึงมือซ้ายและมือขวาของคุณเข้าหากันด้วยแรงข้างละ 200 นิวตัน

    ในระหว่างที่คุณลอยอยู่นี้
    ให้เพื่อนออกแรงดึงคุณไปทางซ้ายดังนี้
    ดึงมือซ้ายคุณด้วยแรง 600 นิวตัน ดึงตัวคุณด้วยแรง 500 นิวตัน และดึงมือขวาของคุณด้วยแรง 400 นิวตัน
    ....




ความคิดเห็นที่ 12

สงสัย (Guest)
21 มี.ค. 2555 10:07
  1. ขอบคุณครับ

    ผมเข้าใจว่าคงจะคล้ายๆกับเรื่องความเค้น (Stress) ความเครียด (Strain) ของวัตถุเมื่อมีแรงภายนอกมากระทำ แต่เนื่องจากโลกมีส่วนประกอบที่เป็นน้ำและของแข็ง ส่วนที่เป็นน้ำที่เป็นของไหลจึงเปลี่ยนรูปตามแรงดึงได้มากกว่า

    แต่แรงโน้มถ่วงที่มากระทำกับโลกก็มีค่าน้อยลงตามระยะทางที่เพิ่มขึ้นจากดวงอาทิตย์ (หรือดวงจันทร์) ดังนั้นทุกๆระยะที่เพิ่มขึ้นก็เกิดความแตกต่างของแรงทั้งสิ้น ทำไมน้ำจึงต้องแยกออกจากกันที่จุดกึ่งกลางโลกครับ และกรณีดวงจันทร์อยู่คนละด้านกับดวงอาทิตย์ สนามโน้มถ่วงจะหักล้างกันหรือไม่ครับ แล้วสนามโน้มถ่วงสามารถส่งผ่านของแข็งได้หรือไม่ครับ อย่างเช่นโลกบังสนามโน้มถ่วงไว้ไม่ให้ส่งผ่านไปอีกซีกโลกครับ



ความคิดเห็นที่ 13

NpEd vcharkarn veditor
21 มี.ค. 2555 12:12
  1. อ่านหลายเที่ยว ก็ยังไม่เข้าใจข้อสงสัยของ จขกท.ไม่ทราบว่าคำตอบนี้ ใช้ได้หรือไม่


    1. ถ้าอยู่ในแนวเดียวกัน คือ โลก ดวงจันทร์  ดวงอาทิตย์ (เดือนดับ) น้ำจะขึ้นสูงมาก  เพราะมีสองแรงช่วยกันดึง


    2. ถ้าอยู่ในแนวเดียวกันคือ ดวงจันทร์ โลก  ดวงอาทิตย์ (วันเพ็ญ) สองแรงดึงไปทางตรงกันข้าม น้ำจะขึ้นสูงมากเช่นเดียวกัน


    3.  ถ้าอยู่ในแนวเดียวกันคือ ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ โลก  แบบนี้ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้


    4. ถ้าโลกและดวงอาทิตย์ตั้งฉากกัน (วันขึ้นหรือแรม 8 ค่ำ) สองแรงทำมุมฉากกัน ใครดีใครได้ ใครมีแรงมากก็ได้น้ำไปมาก ใครอยู่ใกล้แม้แแรงจะน้อย ก็จะได้น้ำไปมากกว่าคนที่แรงมาก แต่อยู่ไกล


    นั่้นคือน้ำจะขึ้นสูง(แต่ไม่สูงมาก)ทางด้านที่อยู่ใกล้ดวงจันทร์


     


    ปัญหา ด้านที่อยู่ใกล้ดวงจันทร์ น้ำขึ้นสูงเนื่องจากแรดงดึงดูดของดวงจันทร์


    แต่ทำไมด้านตรงข้ามน้ำจึงขึ้นด้วยล่ะ




ความคิดเห็นที่ 14

Ankkarn
21 มี.ค. 2555 14:52
  1. ถ้าดึงลำตัวและแขนซ้ายขวาแต่ละตำแหน่งด้วยแรง 1000 นิวตันเท่าๆกันไปทางขวามือ
    โลกจะเคลื่อนที่ด้วยความเร่งค่าๆหนึ่ง โดยไม่ต้องพยายามออกแรงดึงแขนซ้ายขวาให้เคลื่อนตามไปด้วย
    ซึ่งแรงลัพธ์เท่ากับ 3000 นิวตัน




    ถ้าดึงแขนซ้ายด้วยแรง 800 นิวตัน ลำตัว 1000 นิวตัน และแขนขวา 1200 นิวตัน
    แรงลัพธ์ยังเท่ากับ 3000 นิวตันเหมือนเดิม แต่...
    โลกจะรู้สึกว่าแขนซ้ายและขวากำลังหลุดออกจากตัวไป โลกต้องออกแรงฉุดแขนซ้าย
    ด้วยแรง 200 นิวตัว และออกแรงต้านแรงดึงแขนขวา 200 นิวตันเอาไว้



    ถ้าโลกไม่ออกแรงฉุดแขนซ้าย แขนซ้ายก็จะหลุดออกไป
    ถ้าแขนซ้านคือน้ำกำลังจะหลุดออกนอกโลก
    หมายความว่าเรากำลังเห็นน้ำขึ้นด้านตรงข้ามดวงจันทร์ครับ




ความคิดเห็นที่ 17

สงสัย (Guest)
21 มี.ค. 2555 15:53
  1. ถ้าลองคำนวณดู น่าจะได้ที่จุด [ระยะทางระหว่างโลกถึงดวงจันทร์*sqrt(Mโลก/Mดวงจันทร์)]/[sqrt(Mโลก/Mดวงจันทร์)+1] ครับ



ความคิดเห็นที่ 15

สงสัย (Guest)
21 มี.ค. 2555 14:55
  1. ขอบคุณครับ

    ประเด็นน้ำขึ้นที่ฝั่งตรงข้าม มีการอธิบายว่าเกิดจากการที่โลกหมุนรอบตัวเอง โดยแรงเหวี่ยงจากการหมุนจะทำให้น้ำฝั่งตรงข้ามขึ้นด้วย ซึ่งผมไม่เห็นด้วยกับคำอธิบายนี้ เพราะถ้าเกิดจากการที่โลกหมุนรอบตัวเองแล้ว น้ำจะต้องขึ้นพอๆกันรอบโลก ไม่ใช่เฉพาะฝั่งตรงข้าม

    ตามที่ผมเข้าใจจากที่อ่านมา กรณีโลก-ดวงจันทร์ จะมีการโคจรรอบจุดศูนย์กลางมวล ไม่ใช่ดวงจันทร์โคจรรอบโลก เนื่องจากมวลโลกเท่ากับ 81 เท่าของดวงจันทร์โดยประมาณ ดังนั้นจุดศูนย์กลางมวลนี้จะอยู่ที่ระยะ 1/82 ของระยะทางระหว่างจุดศูนย์กลางโลกถึงจุดศูนย์กลางดวงจันทร์ จะได้ค่าประมาณสี่พันกว่ากิโลเมตรจากจุดศูนย์กลางโลกซึ่งจุดนี้จะอยู่ใต้ผิวโลกประมาณสองพันกิโลเมตร

    ดังนั้น เมื่อโลกโคจรรอบจุดศูนย์กลางมวลนี้ โลกก็จะถูกเหวี่ยงเป็นวงกลมไปรอบๆจุดนี้ น้ำทะเลก็จะถูกเหวี่ยงไปอยู่ด้านตรงข้าม (เหมือนกับเครื่องแยกการโดยใช้แรงเหวี่ยง) ขณะเดียวกันน้ำทะเลด้านที่หันเข้าหาดวงจันทร์ก็ถูกแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ดูดไว้ ดังนั้นจึงเกิดน้ำทะเลขึ้นทั้งสองด้านของโลก

    ทีนี้ผมคิดต่อไปอีกนิดว่า กรณีดวงอาทิตย์-โลกก็น่าจะเป็นแบบเดียวกัน คือน้ำฝั่งดวงอาทิตย์และด้านตรงข้ามดวงอาทิตย์ก็จะขึ้นสูง และเมื่อดวงอาทิตย์-โลก-ดวงจันทร์เรียงอยู่ในแนวเดียวกันก็จะได้

    1) ดวงอาทิตย์-โลก-ดวงจันทร์ => น้ำขึ้นจากแรงเหวี่ยงของดวงอาทิตย์เสริมด้วยน้ำขึ้นจากแรงโน้มถ่วงดวงจันทร์ ในทำนองเดียวกันอีกฝั่งก็จะได้ น้ำขึ้นจากแรงเหวี่ยงของดวงจันทร์เสริมด้วยน้ำขึ้นจากแรงโน้มถ่วงดวงอาทิตย์

    2) ดวงอาทิตย์-ดวงจันทร์-โลก => น้ำขึ้นจากแรงเหวี่ยงของดวงอาทิตย์เสริมด้วยน้ำขึ้นจากแรงเหวี่ยงของดวงจันทร์ ส่วนอีกฝั่งจะได้ น้ำขึ้นจากแรงโน้มถ่วงดวงจันทร์เสริมด้วยน้ำขึ้นจากแรงโน้มถ่วงดวงอาทิตย์

    ประเด็นที่ผมยังคงสงสัยก็คือกรณี ดวงอาทิตย์-โลก-ดวงจันทร์ นั้น โลกอยู่ในสนามโน้มถ่วงของดวงอาิทิตย์และดวงจันทร์ ถ้าเราหยิบโลกออก สนามโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์น่าหักล้างกันและควรจะมีจุดหนึ่งซึ่งสนามโน้มถ่วงกลายเป็นศูนย์ ทีนี้พอเราวางโลกลงไปผมไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น รู้แต่ว่าสภาพน้ำขึ้นก็ยังคงสูงสุดเหมือนกับกรณีที่ดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์อยู่ข้างเดียวกัน

    ไม่ทราบว่าผมเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าครับ



ความคิดเห็นที่ 16

Ankkarn
21 มี.ค. 2555 15:35
  1. ลองคิดดูว่าที่ระยะระหว่างโลกกับดวงจันทร์ มีตรงจุดไหนที่สนามโน้มถ่วงของโลก
    และสนามโน้มถ่วงของดวงจันทร์หักล้างกันจนกลายเป็นศูนย์บ้างครับ




ความคิดเห็นที่ 18

นิรันดร์ vcharkarn vteam
21 มี.ค. 2555 16:37
  1. พี่นภครับ
    แรงที่ทำให้เกิดน้ำขึ้นสูงนั้น ไม่ใช่เป็นตัวแรงดึงดูดครับ
    แม้แรงดึงดูดมาก แต่เป็นแรงที่สม่ำเสมอจะไม่ทำให้เกิดไทดอลฟอร์ซ
    สนามแรงโน้มถ่วงที่ดวงอาทิตย์กระทำต่อโลกประมาณ 5.9x10-3 N/kg
    สนามแรงโน้มถ่วงที่ดวงจันทร์กระทำต่อโลกประมาณ 3.3x10-5 N/kg
    เรียกว่าดวงอาทิตย์ดูดแรงมากกว่าดวงจันทร์ร้อยกว่าเท่า

    แต่ความแตกต่างของสนามของแรงดึงดูด(ของดวงจันทร์หรือดวงอาทิตย์)ที่โลกถูกกระทำด้านใกล้ และด้านไกลต่างหากที่มีผลต่อน้ำขึ้น-น้ำลง
    สนามแรงดึงดูดของดวงจันทร์ที่กระทำต่อโลกด้านใกล้ดวงจันทร์มากกว่าด้านไกลอยู่ 4.4x10-6 N/kg
    สนามแรงดึงดูดของดวงทิตย์ที่กระทำต่อโลกด้านใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าด้านไกลอยู่ 2.0x10-6 N/kg
    ดังนั้นดวงจันทร์มีผลต่อน้ำขึ้นน้ำลงบนโลกมากว่าดวงอาทิตย์ประมาณ 2 เท่า




ความคิดเห็นที่ 19

Ankkarn
21 มี.ค. 2555 16:38
  1. ถ้าสนามโน้มถ่วงดังกล่าวสามารถหักล้างกันเป็นศูนย์ได้
    คิดว่าดวงจันทร์จะส่งอิทธิพลสนามโน้มถ่วงมาดูดน้ำในโลกได้อีกไหมครับ




ความคิดเห็นที่ 20

นิรันดร์ vcharkarn vteam
21 มี.ค. 2555 16:58
  1. คิดเรื่องไทดอลฟอร์ซหรือแรงที่ทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลง
    เมื่อคุณเริ่มเข้าใจบ้างแล้ว
    ให้คิดถึงเพียง
    ความแตกต่างของสนามแรงโน้มถ่วงด้านใกล้กับด้านไกลเท่านั้นครับ

    ตำแหน่งที่สนามแรงโน้มถ่วงหักล้างกันเป็นศูนย์ได้นั้น เป็นเพียงจุดเล็กๆจุดเดียว
    แต่โลกมีขนาด
    จึงไม่สามารถทำให้ทั้งโลกอยู่ในบริเวณที่สนามแรงโน้มถ่วงสุทธิเป็นศูนย์ได้ทั้งโลกหรอกครับ

    ลองนึกถึงตัวเราเอง เราอยู่ในสนามโน้มถ่วงของโลก เราก็ไม่เคยรู้สึกเลยว่าโลกดูดเรา
    เนื่องจากสนามโน้มถ่วงรอบๆตัวเรามีเพียงค่าเดียว เนื่องจากตัวเราเล็กนิดเดียวนั่นเอง
    แม้ขณะที่ดิ่งพสุธาลงมาจากเครื่องบิน เราลอยกลางอากาศเราก็ไม่รู้สึกว่าโลกดูด 
    แต่เราจะรู้สึกว่าอากาศต้านเท่านั้น
    ทีนี้ลองเอาหินก้อนหนึ่งมาผูกที่ปลายเท้า แล้วเอาร่มมาผูกคอ(ขออภัยที่ทำให้รู้สึกสยดสยอง)
    แล้วดิ่งพสุธาใหม่ คราวนี้เราจะรู้สึกว่าหัวกับขาถูกดึงออกจากตัวทั้งสองข้าง


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น