ปรากฎการณ์น้ำขึ้นน้ำลง แย้งกับกฎทางฟิสิกส์หรือไม่ครับ

ผมลองค้นจาก Google แล้ว ยังไม่พบคำอธิบายที่ตอบข้อสงสัยได้
ขอผู้รู้ช่วยอธิบายให้ด้วยครับ

จุดที่ผมสงสัยคือ เราจะเรียนมาตั้งแต่เล็กแล้วว่าน้ำขึ้นสูงสุดจะเกิดขึ้นเมื่อโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกัน โดยให้เหตุผลว่าแรงโน้มถ่วงจากดวงจันทร์ร่วมกับแรงโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์จะมีผลให้น้ำขึ้นได้สูงสุด

หากเป็นกรณีที่เป็นการเรียงตัวแบบ โลก - ดวงจันทร์ - ดวงอาทิตย์ คำอธิบายนี้ก็ตอบโจทย์ได้
แต่ถ้าหากเป็นการเรียงตัวแบบ ดวงจันทร์ - โลก - ดวงอาทิตย์ คำอธิบายนี้ดูจะขัดแย้งเพราะแรงลัพธ์ของแรงโน้มถ่วงจากดวงจันทร์และดวงอาทิตย์จะหักล้างกัน ซึ่งน่าจะทำให้เกิดภาวะน้ำลงมากกว่ากรณีดวงจันทร์อยู่ตั้งฉากกับดวงอาทิตย์ด้วยซ้ำไป

ใครพอมีคำอธิบายดีๆสำหรับกรณีนี้ไหมครับ
17 มี.ค. 2555 09:48
51 ความเห็น
18367 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1  โดย พิทยา

ดูแล้วข้อความที่ว่านี้ไม่ได้ขัดแย้งนี่ เพียงแต่"คนสงสัย" จะคิดแบบ "เถรตรง" จึงเอา "แต่ถ้าหากเป็นการเรียงตัวแบบ ดวงจันทร์ - โลก - ดวงอาทิตย์
คำอธิบายนี้ดูจะขัดแย้งเพราะแรงลัพธ์ของแรงโน้มถ่วงจากดวงจันทร์และดวง
อาทิตย์จะหักล้างกัน" ไปคิดปนกับ ข้อความ "น้ำขึ้นสูงสุดจะเกิดขึ้นเมื่อโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกัน " แบบเถรตรง จริงๆ แล้ว แต่ถ้าหากเป็นการเรียงตัวแบบ ดวงจันทร์ - โลก - ดวงอาทิตย์ แรงลัพธ์ของแรงโน้มถ่วงจากดวงจันทร์และดวงอาทิตย์จะหักล้างกัน" ก็สมเหตุสมผลอยู่แล้วนี่

17 มี.ค. 2555 12:00


ความคิดเห็นที่ 2 สงสัย (Guest)

ขอบคุณ อ.พิทยาที่กรุณาให้ความเห็นครับ

ประเด็นที่ผมยกขึ้นมานั้น มาจากปรากฎการณ์น้ำขึ้นสูงสุดนั้นเกิดขึ้นเมื่อโลก ดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เรียงตัวอยู่ในแนวเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นแบบ

ดวงจันทร์ - โลก - ดวงอาทิตย์

หรือ

โลก - ดวงจันทร์ - ดวงอาทิตย์

ในกรณีแรก แรงลัพธ์ของแรงโน้มถ่วงหักล้างกัน แต่ในกรณีที่สองแรงลัพธ์ของแรงโน้มถ่วงเสริมกัน ซึ่งการอธิบายปรากฎการณ์นี้จะอธิบายโดยใช้กรณีที่แรงลัพธ์ของแรงโน้มถ่วงเสริมกันเท่านั้น โดยละเลยที่จะอธิบายว่าทำไมแรงลัพธ์ของแรงโน้มถ่วงที่หักล้างกันก็ทำให้น้ำขึ้นสูงสุดได้เช่นกัน

ส่วนกรณีน้ำลงจะเกิดขึ้นเมื่อดวงจันทร์ โลก และดวงอาทิตย์อยู่ในแนวตั้งฉากกัน

อ.พิทยามีความเห็นอย่างไรครับ
17 มี.ค. 2555 19:46


ความคิดเห็นที่ 3 โดย พิทยา

บางส่วนจาก http://www.rmutphysics.com/charud/specialnews/physics1/tides/tides.htm " ... ดังนั้นแรงที่กระทำกับโลกบริเวณที่ใกล้กับดวงจันทร์มากที่สุด
จะเกิดแรงมากที่สุดด้วย 
น้ำในมหาสมุทรจึงถูกดูดเข้ามาในบริเวณนี้มากกว่าบริเวณอื่น
ส่วนน้ำด้านข้างของโลกทั้งสองจะลีบลง 
ส่วนด้านตรงกันข้ามมีแรงกระทำเหมือนกัน 
แต่ว่าน้อยกว่าด้านที่ติดกับดวงจันทร์
มันจึงดูดน้ำจำนวนมหาศาลให้ติดกับผิวโลก 
แต่ไม่สามารถเลื่อนมาทางด้านหน้าได้ 
จึงเกิดการนูนขึ้นอีกด้านหนึ่ง 
ซึ่งเป็นด้านตรงกันข้าม
แต่ว่าการนูนน้อยกว่า
ด้านใกล้
         
ด้วยเหตุผลนี้ที่ทำให้ด้านที่ติดกับดวงจันทร์
เกิดน้ำขึ้น 
ส่วนด้านตรงกันข้ามก็น้ำขึ้นเหมือนกันแต่น้อยกว่าด้านแรก 
ส่วนด้านข้างสองด้าน  
ซึ่งมีลักษณะลีบ 
น้ำจะลง..." ถ้าพิจารณาข้อความนี้ดี ๆ เราจะพบว่าเมื่อดวงจันทร์ดึงดูดน้ำด้านใกล้ดวงจันทร์ให้สูงขึ้น ขณะเดียวกันระดับน้ำด้านตรงข้ามดวงจันทร์ก็จะสูงขึ้นด้วย ตรงนี่น่าจะอธิบายข้อที่คิดว่าขัดแย้ง เมื่อดวงอาทิตย์อยู่ด้านตรงข้ามกันนะครับ


หรือดูจาก http://secondsci.ipst.ac.th/index.php?option=com_content&view=article&id=243:2011-10-19-06-22-34&catid=19:2009-05-04-05-01-56&Itemid=34 มีคำอธิบายว่า "ส่วนในวันขึ้น 7 (หรือ 8) ค่ำ และแรม 7 (หรือ 8) ค่ำ ดวงจันทร์จะทำมุมตั้ง
ฉากกับดวงอาทิตย์เมื่อมองจากโลก ทำให้แรงไทดัลจากดวงจันทร์และดวงอาทิตย์หัก
ล้างกัน น้ำจึงขึ้นต่ำที่สุดและลงน้อยที่สุด หรือมีความแตกต่างของระดับน้ำ
ที่ขึ้นและลงน้อยที่สุด เรียกว่าเป็น น้ำตาย (Neap tide) ซึ่งจะเกิดขึ้น
เดือนละสองวันเช่นกัน" จะเห็นว่าแรงจากดวงจั้นทร์ทำให้น้ำขึ้นสูงส่วนแรงจากดวงอาทิตย์ทำให้น้ำลง แรงทั้งสองนี้จึงหักล้างกัน

18 มี.ค. 2555 10:52


ความคิดเห็นที่ 4 สงสัย (Guest)

ขอบคุณ อ.พิทยาครับ

บทความทั้งสองที่ อ.พิทยาอ้างถึงนั้นอธิบายถึงรายละเอียดที่ชัดเจนว่าทำไมน้ำขึ้นจึงเกิดทั้งสองฝั่งของโลก

แต่ก็เป็นเช่นเดียวกันกับบทความอื่นๆที่ผมได้อ่านมา คือจะอธิบายเรื่องน้ำขึ้น "สูงสุด" อย่างคลุมเครือ

บทความจาก สสวท.อธิบายไว้แค่ว่า

"ดวงอาทิตย์ก็มีบทบาทต่อการเกิดน้ำขึ้นน้ำลงเช่นกัน เพราะดวงอาทิตย์ก็มีแรงโน้มถ่วง แต่เนื่องจากดวงอาทิตย์อยู่ไกลจากโลกมาก ผลของแรงไทดัลของดวงอาทิตย์ที่มีต่อการเกิดน้ำขึ้นน้ำลงบนโลกจึงมีแค่เพียงครึ่งหนึ่งของผลจากดวงจันทร์เท่านั้น ในวันเพ็ญ (ขึ้น 15 ค่ำ) หรือวันเดือนมืด (แรม 15 ค่ำ) ดวงจันทร์ โลกและดวงอาทิตย์จะอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกัน ทำให้แรงไทดัลจากดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เสริมหรือหักล้างกันมากที่สุด"

แต่ทิ้งข้อสงสัยไว้ว่าทำไมแรงไทดัลที่หักล้างกันในวันเพ็ญ สามารถทำให้น้ำขึ้นสูงสุดได้

ส่วนกรณีของภาควิชาฟิสิกส์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลนั้นระบุไว้ว่า

"น้ำขึ้นได้สูงสุดและต่ำสุด เกิดขึ้นเมื่อ ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ อยู่ด้านเดียวกับโลก (เริ่มข้างขึ้น) หรืออยู่ตรงกันข้าม( ขึ้น 15 ค่ำ)"

และไม่มีคำอธิบายไว้เช่นกัน

ไม่ทราบว่าใครพอจะอธิบายจุดนี้ได้บ้างครับ
18 มี.ค. 2555 11:41


ความคิดเห็นที่ 5 สงสัย (Guest)

เพิ่มเติมอีกนิดครับ

บทความของ สสวท. อธิบายเรื่องน้ำลงไว้ว่า

"ส่วนในวันขึ้น 7 (หรือ 8) ค่ำ และแรม 7 (หรือ 8) ค่ำ ดวงจันทร์จะทำมุมตั้งฉากกับดวงอาทิตย์เมื่อมองจากโลก ทำให้แรงไทดัลจากดวงจันทร์และดวงอาทิตย์หักล้างกัน น้ำจึงขึ้นต่ำที่สุดและลงน้อยที่สุด หรือมีความแตกต่างของระดับน้ำที่ขึ้นและลงน้อยที่สุด เรียกว่าเป็น น้ำตาย (Neap tide) ซึ่งจะเกิดขึ้นเดือนละสองวันเช่นกัน"

ซึ่งแสดงให้เห็นว่า หากแรงไทดัลจากดวงจันทร์และดวงอาทิตย์หักล้างกัน น้ำจะขึ้นต่ำที่สุดและลงน้อยที่สุด

แต่ในคืนวันเพ็ญ แรงไทดัลหักล้างกันมากที่สุด ทำไมจึงกลับทำให้น้ำขึ้นสูงสุด???
18 มี.ค. 2555 11:46


ความคิดเห็นที่ 6 โดย นิรันดร์

.

19 มี.ค. 2555 09:12


ความคิดเห็นที่ 7 โดย นิรันดร์

19 มี.ค. 2555 09:48


ความคิดเห็นที่ 8 โดย นิรันดร์

19 มี.ค. 2555 09:49


ความคิดเห็นที่ 9 สงสัย (Guest)

ขอบคุณ อ.นิรันดร์ครับ

ผมอ่านดูแล้วยังไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมผลต่างของสนามโน้มถ่วงจึงเกิดเป็นแรงดึงดูดที่ทำให้น้ำแยกเป็นสองด้านได้ และถ้าดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์อยู่ด้านตรงข้ามกันของโลก สนามโน้มถ่วงนี้จะไม่หักล้างกันหรือครับ และถ้าหักล้างกัน ผลต่างที่ว่านี้จะลดลงไป ทำให้แรงดึงดูดนั้นลดลงด้วยหรือไม่ครับ
20 มี.ค. 2555 00:02


ความคิดเห็นที่ 10 โดย นิรันดร์

คุณลองนึกว่าตัวคุณเองเป็นโลก(ไม่ใช่โรค)ดูนะครับ
แบ่งตัวคุณเป็นสามส่วนเท่าๆกัน มือซ้าย 20 kg, กลางลำตัว 20 kg และมือขวา 20 kg
การคิดแบบนี้เป็นการคิดเพื่อให้เห็นภาพพจน์ อาจเรียกว่าเป็น simplification model
คุณยืนกางแขนซ้ายและขวาออกให้ตรงๆในระนาบเดียวกัน
๐ ผมออกแรงดึงมือขวา มือซ้าย และตัวคุณไปทางขวา แต่ละตำแหน่งด้วยแรง 1000 นิวตันเท่ากัน
ผลก็คือตัวคุณจะเคลื่อนที่ไปตามแรงดึงด้วยความเร่งค่าหนึ่ง มือขวาและซ้ายก็เช่นกัน
ทำให้ตัวคุณไม่ต้องพยายามออกแรงดึงมือซ้ายและมือขวาให้เคลื่อนที่ตามตัวคุณไปด้วย
๐ เอาใหม่ ผมออกแรงดึงมือขวาของคุณไปทางขวาด้วยแรง 1200 นิวตัน ดึงตัวคุณไปทางขวาด้วยแรง 1000 นิวตัน และดึงมือซ้ายของคุณด้วยแรง 800 นิวตัน
มันจะทำให้ตัวคุณถูกดึงด้วยแรงลัพธ์ 3000 นิวตันเท่ากับกรณีแรก แต่ตัวคุณจะต้องออกแรงดึงมือซ้ายและมือขวา เพราะตัวคุณจะรู้สึกว่ามือซ้ายและมือขวาของคุณกำลังจะเคลื่อนที่หนีห่างออกไปจากตัวคุณ

ที่จริงแล้ว สนามแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์และดวงอาทิตย์ที่กระทำต่อโลกมันไม่ได้มากมายอย่างที่ผมสมมติหรอก มันต่างกันนิดเท่านั้น แต่มันก็เพียงพอที่ทำให้เกิดน้ำขึ้นพร้อมกันทั้งสองด้านได้

ผมในตัวอย่างข้างต้นทำหน้าที่แทนดวงจันทร์ ตัวคุณแทนโลก
หาก...

20 มี.ค. 2555 01:16


ความคิดเห็นที่ 11 โดย นิรันดร์

หากยังนึกไม่ออกอีก ก็ต้องวานเพื่อนอีกคนหนึ่งมาทำตัวเป็นดวงอาทิตย์ที่อยู่ด้านตรงกันข้ามกับดวงจันทร์
ก่อนที่จะมีดวงอาทิตย์ หากคุณอยู่ในอวกาศและเคลื่อนที่ด้วยแรงของสนาม
คุณจะไม่รู้สึกว่าตัวคุณเคลื่อนที่ เหมือนเวลาคุณโดดลงมาจากที่สูง ขณะที่ลอยอยู่
คุณจะรู้สึกถึงสภาพไร้น้ำหนัก แต่ตัวคุณจะต้องดึงมือซ้ายและมือขวาของคุณเข้าหากันด้วยแรงข้างละ 200 นิวตัน

ในระหว่างที่คุณลอยอยู่นี้
ให้เพื่อนออกแรงดึงคุณไปทางซ้ายดังนี้
ดึงมือซ้ายคุณด้วยแรง 600 นิวตัน ดึงตัวคุณด้วยแรง 500 นิวตัน และดึงมือขวาของคุณด้วยแรง 400 นิวตัน
....

20 มี.ค. 2555 01:26


ความคิดเห็นที่ 12 สงสัย (Guest)

ขอบคุณครับ

ผมเข้าใจว่าคงจะคล้ายๆกับเรื่องความเค้น (Stress) ความเครียด (Strain) ของวัตถุเมื่อมีแรงภายนอกมากระทำ แต่เนื่องจากโลกมีส่วนประกอบที่เป็นน้ำและของแข็ง ส่วนที่เป็นน้ำที่เป็นของไหลจึงเปลี่ยนรูปตามแรงดึงได้มากกว่า

แต่แรงโน้มถ่วงที่มากระทำกับโลกก็มีค่าน้อยลงตามระยะทางที่เพิ่มขึ้นจากดวงอาทิตย์ (หรือดวงจันทร์) ดังนั้นทุกๆระยะที่เพิ่มขึ้นก็เกิดความแตกต่างของแรงทั้งสิ้น ทำไมน้ำจึงต้องแยกออกจากกันที่จุดกึ่งกลางโลกครับ และกรณีดวงจันทร์อยู่คนละด้านกับดวงอาทิตย์ สนามโน้มถ่วงจะหักล้างกันหรือไม่ครับ แล้วสนามโน้มถ่วงสามารถส่งผ่านของแข็งได้หรือไม่ครับ อย่างเช่นโลกบังสนามโน้มถ่วงไว้ไม่ให้ส่งผ่านไปอีกซีกโลกครับ
21 มี.ค. 2555 10:07


ความคิดเห็นที่ 13 โดย NpEd

อ่านหลายเที่ยว ก็ยังไม่เข้าใจข้อสงสัยของ จขกท.ไม่ทราบว่าคำตอบนี้ ใช้ได้หรือไม่


1. ถ้าอยู่ในแนวเดียวกัน คือ โลก ดวงจันทร์  ดวงอาทิตย์ (เดือนดับ) น้ำจะขึ้นสูงมาก  เพราะมีสองแรงช่วยกันดึง


2. ถ้าอยู่ในแนวเดียวกันคือ ดวงจันทร์ โลก  ดวงอาทิตย์ (วันเพ็ญ) สองแรงดึงไปทางตรงกันข้าม น้ำจะขึ้นสูงมากเช่นเดียวกัน


3.  ถ้าอยู่ในแนวเดียวกันคือ ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ โลก  แบบนี้ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้


4. ถ้าโลกและดวงอาทิตย์ตั้งฉากกัน (วันขึ้นหรือแรม 8 ค่ำ) สองแรงทำมุมฉากกัน ใครดีใครได้ ใครมีแรงมากก็ได้น้ำไปมาก ใครอยู่ใกล้แม้แแรงจะน้อย ก็จะได้น้ำไปมากกว่าคนที่แรงมาก แต่อยู่ไกล


นั่้นคือน้ำจะขึ้นสูง(แต่ไม่สูงมาก)ทางด้านที่อยู่ใกล้ดวงจันทร์


 


ปัญหา ด้านที่อยู่ใกล้ดวงจันทร์ น้ำขึ้นสูงเนื่องจากแรดงดึงดูดของดวงจันทร์


แต่ทำไมด้านตรงข้ามน้ำจึงขึ้นด้วยล่ะ

21 มี.ค. 2555 12:12


ความคิดเห็นที่ 14 โดย Ankkarn

ถ้าดึงลำตัวและแขนซ้ายขวาแต่ละตำแหน่งด้วยแรง 1000 นิวตันเท่าๆกันไปทางขวามือ
โลกจะเคลื่อนที่ด้วยความเร่งค่าๆหนึ่ง โดยไม่ต้องพยายามออกแรงดึงแขนซ้ายขวาให้เคลื่อนตามไปด้วย
ซึ่งแรงลัพธ์เท่ากับ 3000 นิวตัน




ถ้าดึงแขนซ้ายด้วยแรง 800 นิวตัน ลำตัว 1000 นิวตัน และแขนขวา 1200 นิวตัน
แรงลัพธ์ยังเท่ากับ 3000 นิวตันเหมือนเดิม แต่...
โลกจะรู้สึกว่าแขนซ้ายและขวากำลังหลุดออกจากตัวไป โลกต้องออกแรงฉุดแขนซ้าย
ด้วยแรง 200 นิวตัว และออกแรงต้านแรงดึงแขนขวา 200 นิวตันเอาไว้



ถ้าโลกไม่ออกแรงฉุดแขนซ้าย แขนซ้ายก็จะหลุดออกไป
ถ้าแขนซ้านคือน้ำกำลังจะหลุดออกนอกโลก
หมายความว่าเรากำลังเห็นน้ำขึ้นด้านตรงข้ามดวงจันทร์ครับ

21 มี.ค. 2555 14:52


ความคิดเห็นที่ 15 สงสัย (Guest)

ขอบคุณครับ

ประเด็นน้ำขึ้นที่ฝั่งตรงข้าม มีการอธิบายว่าเกิดจากการที่โลกหมุนรอบตัวเอง โดยแรงเหวี่ยงจากการหมุนจะทำให้น้ำฝั่งตรงข้ามขึ้นด้วย ซึ่งผมไม่เห็นด้วยกับคำอธิบายนี้ เพราะถ้าเกิดจากการที่โลกหมุนรอบตัวเองแล้ว น้ำจะต้องขึ้นพอๆกันรอบโลก ไม่ใช่เฉพาะฝั่งตรงข้าม

ตามที่ผมเข้าใจจากที่อ่านมา กรณีโลก-ดวงจันทร์ จะมีการโคจรรอบจุดศูนย์กลางมวล ไม่ใช่ดวงจันทร์โคจรรอบโลก เนื่องจากมวลโลกเท่ากับ 81 เท่าของดวงจันทร์โดยประมาณ ดังนั้นจุดศูนย์กลางมวลนี้จะอยู่ที่ระยะ 1/82 ของระยะทางระหว่างจุดศูนย์กลางโลกถึงจุดศูนย์กลางดวงจันทร์ จะได้ค่าประมาณสี่พันกว่ากิโลเมตรจากจุดศูนย์กลางโลกซึ่งจุดนี้จะอยู่ใต้ผิวโลกประมาณสองพันกิโลเมตร

ดังนั้น เมื่อโลกโคจรรอบจุดศูนย์กลางมวลนี้ โลกก็จะถูกเหวี่ยงเป็นวงกลมไปรอบๆจุดนี้ น้ำทะเลก็จะถูกเหวี่ยงไปอยู่ด้านตรงข้าม (เหมือนกับเครื่องแยกการโดยใช้แรงเหวี่ยง) ขณะเดียวกันน้ำทะเลด้านที่หันเข้าหาดวงจันทร์ก็ถูกแรงโน้มถ่วงของดวงจันทร์ดูดไว้ ดังนั้นจึงเกิดน้ำทะเลขึ้นทั้งสองด้านของโลก

ทีนี้ผมคิดต่อไปอีกนิดว่า กรณีดวงอาทิตย์-โลกก็น่าจะเป็นแบบเดียวกัน คือน้ำฝั่งดวงอาทิตย์และด้านตรงข้ามดวงอาทิตย์ก็จะขึ้นสูง และเมื่อดวงอาทิตย์-โลก-ดวงจันทร์เรียงอยู่ในแนวเดียวกันก็จะได้

1) ดวงอาทิตย์-โลก-ดวงจันทร์ => น้ำขึ้นจากแรงเหวี่ยงของดวงอาทิตย์เสริมด้วยน้ำขึ้นจากแรงโน้มถ่วงดวงจันทร์ ในทำนองเดียวกันอีกฝั่งก็จะได้ น้ำขึ้นจากแรงเหวี่ยงของดวงจันทร์เสริมด้วยน้ำขึ้นจากแรงโน้มถ่วงดวงอาทิตย์

2) ดวงอาทิตย์-ดวงจันทร์-โลก => น้ำขึ้นจากแรงเหวี่ยงของดวงอาทิตย์เสริมด้วยน้ำขึ้นจากแรงเหวี่ยงของดวงจันทร์ ส่วนอีกฝั่งจะได้ น้ำขึ้นจากแรงโน้มถ่วงดวงจันทร์เสริมด้วยน้ำขึ้นจากแรงโน้มถ่วงดวงอาทิตย์

ประเด็นที่ผมยังคงสงสัยก็คือกรณี ดวงอาทิตย์-โลก-ดวงจันทร์ นั้น โลกอยู่ในสนามโน้มถ่วงของดวงอาิทิตย์และดวงจันทร์ ถ้าเราหยิบโลกออก สนามโน้มถ่วงของดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์น่าหักล้างกันและควรจะมีจุดหนึ่งซึ่งสนามโน้มถ่วงกลายเป็นศูนย์ ทีนี้พอเราวางโลกลงไปผมไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น รู้แต่ว่าสภาพน้ำขึ้นก็ยังคงสูงสุดเหมือนกับกรณีที่ดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์อยู่ข้างเดียวกัน

ไม่ทราบว่าผมเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าครับ
21 มี.ค. 2555 14:55


ความคิดเห็นที่ 16 โดย Ankkarn

ลองคิดดูว่าที่ระยะระหว่างโลกกับดวงจันทร์ มีตรงจุดไหนที่สนามโน้มถ่วงของโลก
และสนามโน้มถ่วงของดวงจันทร์หักล้างกันจนกลายเป็นศูนย์บ้างครับ

21 มี.ค. 2555 15:35


ความคิดเห็นที่ 17 สงสัย (Guest)

ถ้าลองคำนวณดู น่าจะได้ที่จุด [ระยะทางระหว่างโลกถึงดวงจันทร์*sqrt(Mโลก/Mดวงจันทร์)]/[sqrt(Mโลก/Mดวงจันทร์)+1] ครับ
21 มี.ค. 2555 15:53


ความคิดเห็นที่ 18 โดย นิรันดร์

พี่นภครับ
แรงที่ทำให้เกิดน้ำขึ้นสูงนั้น ไม่ใช่เป็นตัวแรงดึงดูดครับ
แม้แรงดึงดูดมาก แต่เป็นแรงที่สม่ำเสมอจะไม่ทำให้เกิดไทดอลฟอร์ซ
สนามแรงโน้มถ่วงที่ดวงอาทิตย์กระทำต่อโลกประมาณ 5.9x10-3 N/kg
สนามแรงโน้มถ่วงที่ดวงจันทร์กระทำต่อโลกประมาณ 3.3x10-5 N/kg
เรียกว่าดวงอาทิตย์ดูดแรงมากกว่าดวงจันทร์ร้อยกว่าเท่า

แต่ความแตกต่างของสนามของแรงดึงดูด(ของดวงจันทร์หรือดวงอาทิตย์)ที่โลกถูกกระทำด้านใกล้ และด้านไกลต่างหากที่มีผลต่อน้ำขึ้น-น้ำลง
สนามแรงดึงดูดของดวงจันทร์ที่กระทำต่อโลกด้านใกล้ดวงจันทร์มากกว่าด้านไกลอยู่ 4.4x10-6 N/kg
สนามแรงดึงดูดของดวงทิตย์ที่กระทำต่อโลกด้านใกล้ดวงอาทิตย์มากกว่าด้านไกลอยู่ 2.0x10-6 N/kg
ดังนั้นดวงจันทร์มีผลต่อน้ำขึ้นน้ำลงบนโลกมากว่าดวงอาทิตย์ประมาณ 2 เท่า

21 มี.ค. 2555 16:37


ความคิดเห็นที่ 20 โดย นิรันดร์

คิดเรื่องไทดอลฟอร์ซหรือแรงที่ทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลง
เมื่อคุณเริ่มเข้าใจบ้างแล้ว
ให้คิดถึงเพียง
ความแตกต่างของสนามแรงโน้มถ่วงด้านใกล้กับด้านไกลเท่านั้นครับ

ตำแหน่งที่สนามแรงโน้มถ่วงหักล้างกันเป็นศูนย์ได้นั้น เป็นเพียงจุดเล็กๆจุดเดียว
แต่โลกมีขนาด
จึงไม่สามารถทำให้ทั้งโลกอยู่ในบริเวณที่สนามแรงโน้มถ่วงสุทธิเป็นศูนย์ได้ทั้งโลกหรอกครับ

ลองนึกถึงตัวเราเอง เราอยู่ในสนามโน้มถ่วงของโลก เราก็ไม่เคยรู้สึกเลยว่าโลกดูดเรา
เนื่องจากสนามโน้มถ่วงรอบๆตัวเรามีเพียงค่าเดียว เนื่องจากตัวเราเล็กนิดเดียวนั่นเอง
แม้ขณะที่ดิ่งพสุธาลงมาจากเครื่องบิน เราลอยกลางอากาศเราก็ไม่รู้สึกว่าโลกดูด 
แต่เราจะรู้สึกว่าอากาศต้านเท่านั้น
ทีนี้ลองเอาหินก้อนหนึ่งมาผูกที่ปลายเท้า แล้วเอาร่มมาผูกคอ(ขออภัยที่ทำให้รู้สึกสยดสยอง)
แล้วดิ่งพสุธาใหม่ คราวนี้เราจะรู้สึกว่าหัวกับขาถูกดึงออกจากตัวทั้งสองข้าง

21 มี.ค. 2555 16:58


ความคิดเห็นที่ 21 สงสัย (Guest)

ขอบคุณอาจารย์นิรันดร์ครับ

ถ้าคิดเพียงคู่ดวงจันทร์-โลกก็พอจะเข้าใจแต่ยังไม่ชัดนักครับ แต่พอเอาดวงอาทิตย์มาวางตรงข้ามทีไร ผมจะงงว่ามันเสริมกันได้อย่างไร

คุณ Ankkarn ครับ ผมคิดว่าสนามโน้มถ่วงจากดวงจันทร์ก็จะมาหักล้างสนามโน้มถ่วงของโลกให้ลดลงครับ ก็น่าจะถือว่ายังคงมีอิทธิพลอยู่ครับ
21 มี.ค. 2555 17:19

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น