การจัดการเรียนรู้ที่เป็นผู้เรียนเป็นสำคัญ พัฒนาทักษะชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาเสริมสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ โดยใช้สื่อประสม

การจัดการเรียนรู้ที่ผ่านมา ในช่วงเปลี่ยนแปลงการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ การใช้หลักสูตรยังไม่มีมาตรฐานที่แน่นอน เพราะครูขาดแนวทางหลักการ สร้างแผนการเรียนรู้ที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ อีกทั้งการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ไม่ได้เปิดโอกาส ให้ผู้เรียนได้พัฒนาตนเองได้เต็มตามความรู้ ความสามารถ ศักยภาพ และความสนใจเท่าที่ควร จึงส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพการศึกษาและคุณภาพ ของนักเรียน ดังนั้นในฐานะผู้ศึกษาค้นคว้า เป็นครูผู้สอนจะต้องศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา สาเหตุของปัญหา และหาแนวทางการแก้ปัญหา จึงได้ทำการวิเคราะห์หลักสูตรการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสุรวิทยาคาร และได้ศึกษาค้นคว้าพัฒนา
การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ พัฒนาทักษะชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงและเสริมสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ โดยใช้สื่อประสม กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รหัส
ท๓๓๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนสุรวิทยาคาร สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๓ จังหวัดสุรินทร์ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้ (๑) เพื่อสร้างแผนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียน
เป็นสำคัญ พัฒนาทักษะชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาเสริมสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ โดยใช้สื่อประสม กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รหัส ท๓๓๑๐๑
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ (๒) เพื่อศึกษา และพัฒนาประสิทธิภาพของแผนการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นทั้ง รูปแบบ และองค์ประกอบต่างๆ ในแต่ละแผนให้มีประสิทธิภาพสูงตามเกณฑ์ที่กำหนด (๓) เพื่อสร้างและพัฒนาสื่อการเรียนรู้ประกอบการเรียนรู้ที่สร้างขึ้นให้มีประสิทธิภาพสูงตามเกณฑ์ที่กำหนด (๔) เพื่อศึกษาการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ พัฒนาทักษะชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเสริมสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ ให้สูงขึ้นตามเกณฑ์ที่กำหนด (๕) เพื่อศึกษา และพัฒนาเจตคติหรือระดับความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ให้สูงขึ้นตามเกณฑ์ (๖) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สูงขึ้นตามเกณฑ์ (๗) เพื่อศึกษาผลกระทบที่เกิดจากการจัดกิจกรรมที่เรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นให้มีประสิทธิภาพสูงตามเกณฑ์ที่กำหนด ประชากร คือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ จำนวน ๑๘๒ คน กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓/๓ จำนวน ๔๒ คน ได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย ( Simple Random Sampling ) การศึกษาและพัฒนาครั้งนี้ใช้หลัก การวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research) โดยผู้ศึกษาค้นคว้าได้นำหลักการและขั้นตอนตามแนวคิดของ Kemmis and Mc Taggart เป็นกระบวนดำเนินการ ซึ่งประกอบด้วย (๑) ขั้นวางแผน (Planning ) (๒) ขั้นปฏิบัติการ ( Action ) ( ๓ ) ขั้นสังเกตการณ์ ( Observation ) (๔ ) ขั้นสะท้อนผล (Refection) เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้าและพัฒนา ได้แก่ (๑) แผนการจัด
การเรียนรู้ที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ พัฒนาทักษะชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาเสริมสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ โดยใช้สื่อประสม กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รหัส ท๓๓๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนสุรวิทยาคาร จำนวน ๒๙ แผน (๒) แบบทดสอบก่อนเรียน และ หลังเรียน วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในภาพรวมทั้งระบบ ประกอบการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้น จำนวน ๗๐ ข้อ (๓) แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ประกอบแต่ละแผนการจัด
การเรียนรู้ ทั้ง ๒๙ แผน (๔) แบบสอบถามเพื่อวัดเจตคติหรือระดับความพึงพอใจของผู้เรียน ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (๕) แบบประเมินตนเองของนักเรียนในการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ พัฒนาทักษะชีวิต ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเสริมสร้างบรรยากาศใน
การเรียนรู้ (๖) แบบประเมินผลพฤติกรรมของกลุ่มนักเรียน (๗) แบบประเมินผลการนำเสนอผลงาน (๘) แบบประเมินผลแผนภาพความคิด (๙) แบบประเมินผลแฟ้มสะสมผลงาน (๑๐) แบบประเมินผลการจัดนิทรรศการ (๑๑) แบบสัมภาษณ์นักเรียน (๑๒) แบบสังเกตการสอน (๑๓) แบบวิเคราะห์ประเมินสื่อการเรียนรู้

ผลการศึกษาและพัฒนาพบว่า
(๑) ได้แผนการจัดการเรียนรู้ที่เป็นผู้เรียนเป็นสำคัญ พัฒนาทักษะชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และพัฒนาเสริมสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ โดยใช้สื่อประสม กลุ่มสาระ
การเรียนรู้ภาษาไทย รหัส ท๓๓๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โรงเรียนสุรวิทยาคาร
จำนวน ๒๙ แผน
(๒) แผนการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้น มีรูปแบบ และองค์ประกอบในแต่ละแผน มี ความเหมาะสม สอดคล้อง เฉลี่ยร้อยละ ๙๖.๔๖ มีประสิทธิภาพสูง เท่ากับร้อยละ ๘๔.๙๗ / ๘๕.๔๕ สูงเท่ากับเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือร้อยละ ๘๕ / ๘๕ จากการทดสอบค่า t พบว่า คะแนนก่อนพัฒนาและหลังพัฒนาแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕*
(๓) สื่อการเรียนรู้ ประกอบการเรียนรู้ที่สร้างขึ้น มีประสิทธิภาพ ร้อยละกระบวนการ / ผลลัพธ์เฉลี่ยร้อยละ ๘๙.๕๔ / ๘๗.๗๘ สูงตามเกณฑ์ที่กำหนด
(๔) ผลการพัฒนาทักษะชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเสริมสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้เฉลี่ยร้อยละ ๘๗.๓๓ สูงตามเกณฑ์ที่กำหนด
(๕) นักเรียนมีเจตคติหรือระดับความพึงพอใจที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ที่สร้างและพัฒนาขึ้น เฉลี่ย ร้อยละ ๘๘.๘๘ สูงขึ้นร้อยละ ๓๖.๑๒ ในภาพรวมทั้งระบบอยู่ในระดับดีมาก จากการทดสอบ ค่า t คะแนนก่อนและหลังพัฒนา มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕*
(๖) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นตามเกณฑ์ คะแนนเฉลี่ยร้อยละ ๘๙.๙๐ คะแนน ก่อนเรียนและหลังเรียน มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕*
(๗) ได้ทราบผลกระทบที่เกิดจากการจัดการเรียนรู้ที่สร้างขึ้น พบว่านักเรียนที่มีระดับผล
การเรียนเฉลี่ย ๓.๗๘ สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ที่โรงเรียนกำหนดไว้ (๒.๕๐) มี ผลการสอบ
O-NET ค่าเฉลี่ยสูงกว่าระดับประเทศ ระดับสังกัด ระดับจังหวัด ระดับเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๓ และนักเรียนคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่พึงประสงค์ สามารถคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ มีวิจารณญาณ มีความคิดสร้างสรรค์ คิดไตร่ตรอง มีวิสัยทัศน์ มีความรู้ และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตร มีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักการเรียน พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง มีทักษะชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและรักการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และมีเจตคติที่ดีต่ออาชีพสุจริต มีสุขนิสัย สุขภาพกาย สุขภาพจิตที่ดี
มีสุนทรียภาพ และลักษณะนิสัยด้านศิลปะ ดนตรี กีฬา อยากมาโรงเรียนทุกวัน และไว้วางใจครูผู้สอน ซึ่งนับว่าผู้เรียนมีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพการศึกษาทุกประการ ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า นักเรียนมีเจตคติ หรือระดับความพึงพอใจในระดับดีมาก เฉลี่ยร้อยละ ๘๘.๗๔ สูงขึ้นเฉลี่ยร้อยละ ๓๗.๖๖ จากการทดสอบค่า t คะแนนเฉลี่ยก่อนพัฒนาและหลังพัฒนา
มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ ๐.๐๕*

No results found.

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น