ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 14 เม.ย. 2555 (11:00) ขออนุญาตแนะนำนะครับ ( ปรับปรุงครั้งก่อน ต.ค. 51, ต.ค. 52, ต.ค. 53, 6 ธ.ค. 54 ) + ( ปรับปรุงครั้งสุดท้าย 14 เมษายน 2555 )
### สรุปลดน้ำหนักช่วงแรก ในเวลาประมาณ 2เดือนครึ่ง ลดได้มากสุด 10 .5 กิโล ครับ ###
3ปีผ่านไป
ที่ผ่านมา น้ำหนักขึ้นๆลงๆ(ขึ้นกับว่า ช่วงเวลานั้นๆตามใจปากมากน้อยแค่ไหน)
แต่น้ำหนักปัจจุบัน ยังน้อยกว่าครั้งแรกที่เริ่มลดน้ำหนักอยู่ 7 กิโลกรัมครับ
วิธีการลดน้ำหนักที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้ ผมนำมาจาก หนังสือ "ความเชื่อผิด ๆ ของคนอยากผอม " By พิชญาณีน เป็นหลักนะฮะ (เพิ่มเติมด้วยประสบการณ์ ความรู้ ทั้งจากส่วนตัว และนำมาจากแหล่งอื่น)
ผมสรุปนำมาใช้กับตัวเอง และ สอนคนอื่น ดังนี้
สาเหตุสำคัญที่ทำให้อ้วน คือ อาหารกลุ่ม คาร์โบไฮเดรต ครับ พวก ข้าว แป้ง น้ำตาล นี่แหละ
แนวทางหลักๆ คือ
///// เช้า : กินคาร์โบไฮเดรต ได้มากหน่อย โดยให้กินกับ โปรตีน ( พวก เนื้อสัตว์ ,ไข่ )
เช่น ขนมปัง + ไข่ดาว , แซนวิช+ปลาทูน่า , ข้าวกล้อง + ไข่เจียว ,ข้าวเหนียว + หมูย่าง
โดยกินโปรตีนก่อนคำแรก ให้โปรตีน( เนื้อสัตว์ ,ไข่ )ไปคลุกเคล้ากับแป้ง ทำให้ย่อยช้าลง
ช่วยให้น้ำตาลที่ได้จากการย่อยเข้ากระแสเลือดช้าๆ และเราจะได้ใช้หมด ไม่เหลือไปเป็นความอ้วน
///// กลางวัน : กินคาร์โบไฮเดรตให้ลดลง แต่เน้นกิน ผัก กับ โปรตีน ให้มากขึ้น เช่น
ก๋วยเตี๋ยว ควรทานเส้นน้อยๆ , เกาเหลา ให้ทานผักและเนื้อสัตว์มากๆ แต่ทานข้าวน้อยๆ เป็นต้น
( ผักที่ผมมั่นใจว่าผอมแน่ๆ ผอมชัวร์ๆ ทานได้ไม่อั้น คือ ผักใบเขียว , แตงกวา ครับ )
( ผักที่ควรเลี่ยง คือ แครอท หัวเผือก หัวมัน หัวไชเท้า วุ้นเส้น ฟักทอง ถั่วต่างๆ )
////// มื้อเย็น (หลังมื้อเที่ยงเป็นต้นไป - สำคัญมาก) : ห้าม
!กินคาร์โบไฮเดรตเลย คือ งดแป้ง, งดน้ำตาล (ไม่กินข้าว,ขนมปัง,ผลไม้หวานๆ )
ให้กินแต่ผัก กับ โปรตีน ( กินให้มากๆ กินเข้าไปให้อิ่มๆ เน้น ผัก กับ เนื้อสัตว์ , ไข่ นะครับ )
โดยผมจะกิน กับข้าว ตามปกติ แต่ไม่กิน ข้าว
จะกินผักสด แทนข้าวครับ ( แต่ห้ามหวาน ห้ามชุบแป้งทอด
ห้ามซดน้ำแกงหวานๆ ห้ามกินน้ำผักหวานๆ นะครับ
.. คือ กินเนื้อสัตว์ ไข่ และผัก รสจืดๆน่ะครับ)
กินจนพุงกางเลย ให้อิ่มสุดๆ แล้วจะไม่หิวตอนกลางคืนครับ
ถ้าหิว(ช่วงระหว่างมื้อ หรือตอนกลางคืน) ผมจะหาโปรตีนมากิน เช่น ปลาทูน่ากระป๋อง(ในน้ำเกลือ) หรือเนื้อสัตว์อื่นๆ กินรองท้องแก้หิวครับ
จุดที่ควรระวัง "นม" แม้แต่นมจืด ก็มีน้ำตาลอยู่นะครับ
(สำหรับคนที่ทำงานเป็นกะ อาจต้องปรับหลักการนี้ให้เข้ากับตัวเอง
เช่น ช่วงขึ้นกะ สามารถกินแป้งได้มากหน่อย แต่ ช่วงจะลงกะไปนอน ไม่ควรกินแป้งแล้วครับ)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 14 เม.ย. 2555 (11:02) คือไม่ต้องกลัวโปรตีน (เนื้อสัตว์, ไข่) มากเกินไป
ไขมันกินได้บ้าง ควรกินกับผัก (เส้นใย ไฟเบอร์) ให้มันช่วยดูดซึมไขมันออกไปกับอุจจาระบ้าง
จำคู่นี้ไว้
คาร์โบไฮเดรต(ข้าว-แป้ง) ให้กินกับ โปรตีน(เนื้อสัตว์-ไข่)
ไขมัน ให้กินกับ ผัก
น้ำผลไม้, น้ำหวาน, น้ำอัดลม(ที่มีน้ำตาล), ผลไม้หวานๆ, ชาหวานๆ, กาแฟใส่น้ำตาล ใส่ครีม, เหล้า, เบียร์, ไวน์, เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด ให้งดเลยยยยย (ใครติดกาแฟ ให้กินกาแฟเปล่าๆ ไม่ใส่น้ำตาล,นม,ครีม)
ผลไม้ที่กินได้มากหน่อย คือ ฝรั่ง แอปเปิ้ล ชมพู่ (ผลไม้หวานๆ กินมากๆทำให้อ้วนได้ ถ้าจะกินให้กินตอนเช้า)
อาหารเสริมที่คนเขียนหนังสือ สรุปมาว่า มีผลช่วยลดน้ำหนักได้ และ ค่อนข้างปลอดภัย คือ
ชาเขียว โดยผมซื้อแบบที่เป็นซองๆ มาชงกับน้ำ ดื่มวันละซองทุกวันเลยครับ เขาว่ามันช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานได้
( ถ้าจะซื้อแบบที่วางขายเป็นขวดๆในตู้แช่เย็น ให้เลือกชนิดที่ไม่มีน้ำตาล หรือ ไม่มีน้ำหวานผสมนะครับ)
โดยขนาดแนะนำคือวันละซองครับ ระวังเรื่อง คาเฟอีน ในชาเขียวด้วย และไม่ควรดื่มชาเขียวในปริมาณมากๆ เป็นเวลานานเกินไปนะครับ
ส่วนอาหารอีกประเภทที่ช่วยให้น้ำหนักคงตัว คือ เส้นใย ไฟเบอร์ จากผัก ผลไม้ ธัญพืชต่างๆฮะ
การออกกำลังกาย ไม่จำเป็นต้องออกจนเหนื่อยมาก เพราะอาจทำให้หิว ยิ่งกินจะยิ่งอ้วน เขาแนะนำออกเบาๆ ให้พอรักษากล้ามเนื้อในร่างกายให้มีอยู่บ้าง เช่น ยกดัมเบลเบาๆ เคลื่อนไหวร่างกายไปมาๆ บ้าง ในระหว่างวัน เพราะกล้ามเนื้อของร่างกายช่วยในการเผาผลาญพลังงานครับ
การออกกำลังกายมีประโยชน์แน่นอนครับ(สนับสนุน) แต่ ถ้าจะออกกำลังกายให้ลดไขมันได้จริงจริง ต้องออกต่อเนื่อง 30-40 นาทีขึ้นไปต่อครั้งครับ ไม่อย่างนั้นจะได้แต่ความแข็งแรง แต่ ไม่ลดไขมันส่วนเกินครับ
ตอนเช้าๆ ผมเคยกิน อาหารพวก ซีเรียล ที่low fat- high fiber ครับ โดยกินกับนมพร่องมันเนยนะครับ หาซื้อได้ ตามร้านค้า หรือห้างสรรพสินค้าทั่วไปๆ (รวมทั้งชาเขียว แบบซองชงด้วย)
( แต่ช่วงหลังๆ หลังจากลดได้ 10 โลแล้ว ผมไม่ได้กินพวกซีเรียลแล้วครับ แต่จะกินข้าวตามปกติ โดยกิน
ข้าวราดไข่เจียวบ้าง กะเพราหมูราดข้าวบ้าง ไก่กระเทียมราดข้าวบ้าง ฯลฯ
อร่อยมากกว่าครับ )
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 14 เม.ย. 2555 (11:03) ที่กล่าวมาเป็นมุมมอง เน้นที่การลดน้ำหนักนะครับ แต่ถ้าไม่ต้องการให้รับไขมัน cholesterol เข้าไปมากด้วย
คงต้องลดอาหารบางประเภท เช่น ไข่แดง หมึก กุ้ง หอย เครื่องในสัตว์ หนังหมู หนังเป็ด หนังไก่ น้ำมันหมู
น้ำมันมะพร้าว ไขมันอิ่มตัวต่างๆ ฯลฯ
ควร เคี้ยวช้าๆ และ ดื่มน้ำมากๆ ด้วยนะครับ
มีอีกประเด็นที่ต้องระวัง โดยหนังสือ ความเชื่อผิดๆของคนอยากผอม by พิชญาณีน และ หนังสือ เมื่อหมอต้องลดความอ้วน by นพ.สมยศ กิตติมั่นคง บอกไว้ตรงกันคือ การอดอาหารเป็นเวลานานๆ(พวกใช้วิธีอดอาหารลดน้ำหนัก) หรือ การทานอาหารที่น้อยเกินไป จนร่างกายได้รับพลังงานแคลอรี่ต่อวันน้อยเกินไป อาจทำให้ร่างกายเข้าสู่ ภาวะ ขาดแคลนอาหาร แล้วร่างกายก็จะปรับตัวโดย มีการเผาพลาญพลังงานน้อยลง
ที่นี้ล่ะครับ งานเข้า ปัญหาจะเกิด เพราะเมื่อร่างกายเผาผลาญพลังงานน้อยลง น้ำหนักเราจะไม่ลด หรือลดน้อยมาก แล้วพอเรากลับไปกินอาหารแบบเดิม(ไม่ต้องมากกว่าเดิมก็ได้) น้ำหนักเราก็อาจเพิ่มขึ้นมากๆ จนหนักเท่าเดิม หรือมากกว่าเดิมได้ อันนี้น่ากลัว และต้องระวังนะครับ
และโดยความจริง ที่ผมทำอยู่ ผมก็ไม่รู้สึกว่าอดอาหารมากเท่าไรเลย ยังกินมากคล้ายๆเดิม แต่เปลี่ยนวิธีกิน เท่านั้นเองครับ คือ มื้อ 4-5 โมงเย็น ผมกินปลาทูน่าหนึ่งกระป๋องรองท้อง และดื่มชาเขียวชงหนึ่งซอง แล้วกลับบ้านไปกินมื้อเย็น(ของจริง) ตอนนี้กินแหลกครับ กิน กับข้าว เยอะมาก(แต่ห้ามหวานนะครับ ไม่ซดน้ำแกงหวานๆ, ไม่กินแป้งๆ,ไม่กินน้ำผักหวานๆ, ไม่ชุบแป้งทอด คือจะกินเน้นเนื้อล้วนๆน่ะ) กิน กับข้าว ตามปกติ แต่ไม่กินข้าว จะกินผักสด(ผักใบเขียว-แตงกวา) แทนข้าวครับ ก็เห็นเช้าขึ้นมา น้ำหนักก็ลดได้นะ
เดี๋ยวนี้มั่นใจมาก น้ำหนักขึ้นได้ก็ลดได้ครับ ข้อจำกัดหลายๆอย่างหมดไปแล้ว(ไม่ต้องอด ไม่ต้องทนหิว ไม่ต้องโหมออกกำลังกาย) แค่ห้ามใจหน่อย ก็ลดน้ำหนักได้แล้วครับ
ถ้าบางคนลดน้ำหนัก แล้วเกิดเป็นตระคริวขึ้น ลองกินกล้วย หรือ ส้มดูนะครับ(กินตอนเช้าๆ จะได้ไม่ค่อยอ้วน)
สำหรับผู้ที่เป็นเบาหวาน วิธีที่แนะนำนี้ ช่วยลดน้ำตาลในเลือดของท่านได้ แต่คงต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นกว่าคนปกตินะครับ เพราะมีโอกาสทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำมากๆได้ โดยเฉพาะในคนที่กำลังทานยาลดน้ำตาลในเลือดอยู่ อาจต้องหมั่นตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือด และ ปรึกษาแพทย์เพื่อปรับขนาดยาเบาหวานให้เหมาะสมเป็นระยะๆนะครับ
และสำหรับคนที่มีปัญหาโรคไต การทานอาหารประเภทโปรตีนมากเกินไป อาจมีผลเสียต่อสุขภาพได้นะครับ
จุดสำคัญ ช่วงไม่สบาย หรือ กำลังเจ็บป่วย ไม่ควรลดน้ำหนักนะครับ แต่ควรกินอาหารให้ครบห้าหมู่
ขอให้ประสบความสำเร็จ ผอมโดยเร็วนะครับ
( ควรอ่านคำแนะนำนี้หลายๆรอบ ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ แล้วจึงปฏิบัติตาม อย่างมีสตินะครับ )
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 14 เม.ย. 2555 (11:06) ร่างกายคนเราช่างน่าอัศจรรย์ เปรียบดังเครื่องจักรที่มีชีวิต อันได้รับการออกแบบมาอย่างดี
ทำไมบางคนทานเท่าไร ก็ไม่อ้วน ( ร่างกายเขาเผาผลาญพลังงานสูง ใช่ไหม)
ทำไมช่วงที่เราเป็นเด็กในวัยที่กำลังเจริญเติบโต หลายคนทานเท่าไร ก็ไม่อ้วน (เผาผลาญพลังงานสูง)
แต่พอเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ เผลอทานข้าวตอนเย็นเพียงไม่กี่วัน ก็ทำให้น้ำหนักตัวขึ้นได้ (ร่างกายเผาผลาญพลังงานต่ำลง เทียบกับตอนเด็ก)
ผู้ป่วยที่เป็นโรคไทรอยด์เป็นพิษ มักจะผอม น้ำหนักตัวลง ( การเผาผลาญพลังงานสูง)
ผู้ที่ใช้วิธีลดน้ำหนักโดยการกินฮอร์โมนไทรอยด์ จะผอม ( การเผาผลาญพลังงานสูง) แต่วิธีนี้เสี่ยงอันตรายมาก ท่านอาจเสียชีวิตได้ ควรหลีกเลี่ยงครับ
ผู้ป่วยเป็นโรคไทรอยด์ฮอร์โมนต่ำ น้ำหนักตัวมักจะมาก (ร่างกายเผาผลาญพลังงานต่ำ)
ผู้ที่เลือกใช้วิธีอดอาหาร จะผอม แต่ควรระวัง หากร่างกายปรับตัวโดย เผาผลาญพลังงานต่ำลง (เพราะคิดว่าเราอยู่ในภาวะขาดแคลนอาหาร) ต่อๆไปหากอดอาหารไม่ไหวแล้ว และกลับไปทานอาหารตามเดิม น้ำหนักอาจเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
ผู้ป่วยเบาหวานชนิดพึ่งอินซูลิน น้ำตาลในเลือดสูงปรี๊ด แต่เนื่องจากไม่มีอินซูลิน ร่างกายจึงไม่สามารถดึงน้ำตาลในเลือดที่สูงนั้นไปใช้ได้ ร่างกายจึงจำเป็นต้องสลายกล้ามเนื้อและไขมัน เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน ผลสุดท้าย ผู้ป่วยเบาหวานชนิดพึ่งอินซูลิน มีน้ำตาลในเลือดสูง แต่ ผอม และจะมีภาวะกรดเกินในเลือด(จากการสลายกล้ามเนื้อและไขมัน) ส่งผลให้หอบหายใจเร็วฯลฯ ... ต้องระวัง
โปรตีนให้พลังงานเท่ากับ คาร์โบไฮเดรต แต่การกินแต่โปรตีน(โดยไม่กินคาร์โบไฮเดรตเลย)จะทำให้ผอมลงได้
ผู้ที่เลือกใช้วิธีลดน้ำหนักโดยวิธี กินแต่โปรตีนทั้งวัน ไม่กินคาร์โบไฮเดรตเลย สามารถผอมลงได้เนื่องจาก โปรตีน ย่อยยาก เปลี่ยนเป็นพลังงานให้ร่างกายใช้ได้ช้า ร่างกายจึงจำเป็นต้องสลายกล้ามเนื้อและไขมัน เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน ผลสุดท้าย ผู้ที่กินแต่โปรตีน ผอม และจะมีภาวะเลือดเป็นกรด ส่งผลให้หอบหายใจเร็วฯลฯ ... ต้องระวัง
วิธีที่ผมนำมาใช้ และ น้ำหนักตัวลดลงเป็นผลสำเร็จนี้ น่าจะค่อนข้างสายกลาง
คือ ช่วงเช้ายังทานข้าวได้ตามปกติ กลางวันเริ่มลดข้าวลง มื้อเย็นเป็นต้นไปเท่านั้นที่ทานแต่โปรตีน และ กินแต่น้ำเปล่าทั้งวัน
บางท่านที่มีปัญหาโรคเกาท์ ควรกังวลเรื่องกรดยูริค ( uric acid) ควรจำกัดอาหาร ประเภท เนื้อสัตว์ปีกทุกชนิด เครื่องในสัตว์ทุกชนิด ยอดผักต่างๆเช่น ชะอม และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์
ความเร็วในการย่อย ความเร็วในการถูกเปลี่ยนเป็นกลูโคส ความเร็วในการถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ของอาหารชนิดต่างๆมีความสำคัญ
น้ำตาล ย่อย เข้าสู่ร่างกายเร็วกว่า ขนมปัง,ข้าวขาว
ขนมปัง,ข้าวขาว ย่อย เข้าสู่ร่างกายเร็วกว่า ข้าวกล้อง
ดังนั้น
น้ำตาล(ของหวานๆ) อ้วนง่ายกว่า ขนมปัง, ข้าวขาว
ข้าวขาว อ้วนง่ายกว่า ข้าวกล้อง
พึงระลึกไว้เสมอว่า
ลางเนื้อ ชอบ ลางยา
ร่างกายแต่ละคน อาจไม่เหมือนกัน เนื่องจากปัจจัยทางพันธุกรรม และ การกระทำที่ผ่านๆมา (เคยกินยาลดหนัก เคยอดอาหาร การออกกำลังกายมากน้อย ฯลฯ )
สิ่งที่ใช้ได้กับคนหนึ่ง อาจ ไม่สามารถใช้ได้กับอีกคนหนึ่ง
แต่
หากมีความหวัง ความตั้งใจจะลดน้ำหนัก
การทดลองปฎิบัติ(ด้วยปัญญาที่ไตร่ตรองอย่างดีแล้ว)
ก่อนจะสรุปว่า วิธีนี้ได้ผลหรือไม่ได้ผล
เป็นสิ่งที่ควรกระทำ