ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 18 เม.ย. 2555 (07:49) เพราะ
วงโคจรของอิเล็กตรอน ระดับชั้น ชั้นย่อย
K 1 s = 2
L 2 s = 2, p = 6
M 3 s = 2, p = 6, d = 10
N 4 s = 2, p = 6, d = 4
O 5 s = 1
ดังนั้น เมื่อรวมจำนวนอิเล็กตรอนในแต่ละระดับชั้นย่อย จะได้ เลขอะตอม เท่ากับ 41
2 + 2 + 6 + 2 + 6 + 10 + 2 + 6 + 4 + 1 = 41
นกแสก
ร่วมแบ่งปัน4186 ครั้ง - ดาว 251 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 18 เม.ย. 2555 (08:08) ซึ่ง Nb มีการจัดเรียงอิเล็กตรอนต่อระดับพลังงาน ตามที่ปรากฏในตารางธาตุ ดังนี้
2, 8, 18, 12, 1
ซึ่งในระดับชั้นย่อย s จะมีอิเล็กตรอนบรรจุไว้ได้ไม่เกิน 2 ตัว
ระดับขั้นย่อย p จะมีอิเล็กตรอนบรรจุไว้ได้ไม่เกิน 6 ตัว
ระดับชั้นย่อย d จะมีอิเล็กตรอนบรรจุไว้ได้ไม่เกิน 10 ตัว
ระดับชั้นย่อย f จะมีอิเล็กตรอนบรรจุไว้ได้ไม่เกิน 14 ตัว
นกแสก
ร่วมแบ่งปัน4186 ครั้ง - ดาว 251 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 19 เม.ย. 2555 (00:05) Rb สิน่ะคร้าบบบ อยู่หมู่ 1
อย่างแรกที่ต้องรู้คือ นิยาม วาเลน e ที่ถูกต้องก่อนน่ะคร้าบบ
วาเลน e คือ e ที่อยู่วงนอก(ไม่ใช่วงนอกสุดน่ะคร้าบ)และใช้ในการสร้างพันธะ ที่มีค่าเท่ากับ 1
answer เพราะเมื่อมันจ่าย e ไป 1(เกิดเป็นไอออนก่อนที่จะสร้างพันธะ) มันจะเสถียร(พลังงานต่ำ)
ส่วนพันธะที่สร้างจะเป็นพันธะไออนิก(หมู่ 1 ถ้าพบในธรรมชาติจะอยู่ในรูปสารประกอบ เพราะ มันว่องไวต่อปฏิกิริยามาก)
ส่วนวิธีการเกิดพันธะไปเปิดหาเอาน่ะคร้าบบ 1. ระเหิด
2. IE(ช่วงที่แหละคร้บที่เกิดเป็นไอออน)
3. สลายพันธะ
4. EA(รับ e จาก 2.ที่จ่ายออกมา)
5. แลตทิซ
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 19 เม.ย. 2555 (15:16) แล้วทำไมถึงไม่จัดเป็น
1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 4s2 3d10 4p6 5s2 4d3
แทนการจัดแบบ
1s2 2s2 2p6 3s2 3p6 4s2 3d10 4p6 5s1 4d4
อะครับพี่??
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 20 เม.ย. 2555 (07:12) เอาหลักง่าย ๆ เลยนะ
ก็เพราะว่า อย่างที่บอก ในระดับชั้นย่อยแต่ละชั้น จะมีอิเล็กตรอนอยู่ได้ในจำนวนที่จำกัด ดังนั้น เมื่อบรรจุอิเล็กตรอนได้ครบเต็มตามพิกัดจำนวนของระดับชั้นย่อยนั้น ๆ แล้ว เช่น ชั้น p มีอิเล็กตรอนครบแล้ว 6 ตัว อิเล็กตรอนตัวที่เหลือก็จะเลื่อนชั้นขึ้นไปอยู่ในระดับถัด ๆ ไป เปรียบง่าย ๆ เหมือนกับชั้นวางของมีอยู่ 4 ชั้น พอเราเอาของไปวางจนเต็มชั้นที่หนึ่งจนเต็มแล้ว ของที่ยังเหลืออยู่เราก็ต้องเอาไปวางในชั้นถัด ๆ ขึ้นไปนั่นเอง เข้าใจง่าย ๆ อยู่แล้ว
นกแสก
ร่วมแบ่งปัน4186 ครั้ง - ดาว 251 ดวง