ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 22 เม.ย. 2555 (17:40) เป็นไปได้ครับ เป็นพ่อเป็น AB แม่เป็น O ลูกออกมาเป็น A นี่เรื่องปกติ ได้ยีน A มาจากพ่อไงครับ
ส่วนที่บอกว่าตรวจตอนแรกเป็น O แล้วมาตรวจภายหลังว่าเป็น A นี่ก็เป็นเรื่องที่พบบ่อยๆ ครับ เกิดจากการตรวจคลาดเคลื่อน
คือต้องเข้าใจว่าวิธีการตรวจที่ง่าย และนิยมใช้กันทั่วไป เป็นวิธีการตรวจเบื้องต้นเท่านั้น หากต้องให้เลือดจริงๆ จึงจะใช้วิธีการวิธีการตรวจที่แม่นยำกว่าครับ
Ouroboros
ร่วมแบ่งปัน2435 ครั้ง - ดาว 306 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 22 เม.ย. 2555 (21:23) ดกลงเลยไม่รู้จะเชื่อการตรวจคราวไหนดี ตอนที่ว่าเป็น O หรือตอนหลังที่ว่าเป็น A
ว่าที่จริงแล้ววันหน้าถ้าจำเป็นต้องได้รับเลือด เขาจะต้องตรวจอีกที่ แล้วต้องลองผสมกับเลือด (cross-match) ที่คิดจะถ่ายให้คุณ เพื่อดูว่าเข้ากันได้หรือเปล่า ก่อนที่จะให้เลือด ดังนั้นการรู้หมู่เลือดของตัวเองไม่จำเป็นในด้านการรับเลือด แต่ถ้าต้องการจะบริจากก็มีประโยชน์มาก เช่นเขาประกาศว่าขาดเลือดหมู่นั้นหมู่นี้ แล้วเราเลือดตรงกับที่เขาต้องการก็ไปได้เลย
ศานติ
ร่วมแบ่งปัน5187 ครั้ง - ดาว 592 ดวง
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 13 ก.ย. 2555 (21:11) พ่อเป็นAB แม่เป็นO แล้วลูกจะออกมาเป็นOนั้นไปเป็นไม่ได้นะครับเพราะ
พ่อมีหมู่เลือดเป็น AB จีโนไทป์ของมันมีได้แบบเดียวคือ AB
แม่มีหมู่เลือดเป็น O จีโนไทป์ของมันมีได้แบบเดียวเหมือนกันคือ ii
ดังนั้นเมื่อทำการจับคู่กันต้องได้ Ai : Ai : Bi : Bi ซึ่ง Ai กับ Bi นั้นเป็นฟีโนไทป์ของ A และ B ตามลำดับ
จากการจับคู่จึงทำให้รู้ว่าพ่อมีกรุ๊ปเลือดเป็นABกับแม่มีกรุ๊ปเลือดOไม่สามารถมีลูกที่มีกรุ๊ปเลือดOได้ครับ
น่าจะเป็นการเข้าใจผิดของแม่มากกว่านะครับเนื่องจากกรุ๊ปเลือดAนั้นสามารถรับเลือดได้ทั้งกรุ๊ปเลือดOและAครับ
พชรพล ลีวานิชกุล (IP:171.4.183.110)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 20 ก.ย. 2555 (17:38) หมู่โลหิต (อังกฤษ: blood type หรือ blood group) คือ การแยกแยะเลือดเป็นหมวดหมู่ โดยทั่วไปที่ใช้มีสองระบบคือ ระบบเอบีโอ (ABO System) และ ระบบอาร์เอช (Rh System) โดยจำแนกตามแอนติเจน (Antigen) บนเม็ดเลือดแดงที่มีอยู่
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 21 ก.ย. 2555 (11:40) เป็นไปได้ครับ เป็นพ่อเป็น AB แม่เป็น O ลูกออกมาเป็น A นี่เรื่องปกติ ได้ยีน A มาจากพ่อไงครับ
ส่วนที่บอกว่าตรวจตอนแรกเป็น O แล้วมาตรวจภายหลังว่าเป็น A นี่ก็เป็นเรื่องที่พบบ่อยๆ ครับ เกิดจากการตรวจคลาดเคลื่อน
คือต้องเข้าใจว่าวิธีการตรวจที่ง่าย และนิยมใช้กันทั่วไป เป็นวิธีการตรวจเบื้องต้นเท่านั้น หากต้องให้เลือดจริงๆ จึงจะใช้วิธีการวิธีการตรวจที่แม่นยำกว่าครับ
ปกรณ์ แย้มวงษ์ (IP:125.26.66.8)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 21 ก.ย. 2555 (11:50) ABO System จะแบ่งออกได้เป็นสี่หมู่ คือ A , B , AB และ O (หมู่เลือด O พบมากที่สุด, A กับ B พบได้มากพอๆ กัน และ AB มีน้อยที่สุด)
Rh System จะรายงานได้เป็นสองพวก
+ve หรือ Rh+ve คือ พวกที่มี Rh (Rhesus) Antigen บนเม็ดเลือดแดง พวกนี้จะพบได้มาก ซึ่งเกือบทั้งหมดของคนไทยเป็นพวกนี้
-ve หรือ Rh-ve คือ พวกที่ไม่มี Rh (Rhesus) Antigen บนเม็ดเลือดแดง พวกนี้จะพบได้น้อยมาก คนไทยเราพบเลือดพวกนี้เพียง 0.03% เป็นพวกที่บางครั้งอาจถูกเรียกว่าเป็นผู้มีโลหิตหมู่พิเศษ ซึ่งจะพบได้มากขึ้นในชาวไทยซิกข์ (แต่ในคนกลุ่มนี้ แม้ว่าจะมีโอกาสตรวจพบ Rh-ve ได้มากกว่าคนไทยปกติ แต่โดยส่วนใหญ่ก็ยังคงเป็นพวก Rh+ve อยู่ดี)
ตัวอย่างการรายงานกลุ่มเลือด เช่น A+ve คือเลือดกรุ๊ป A Rh+ve ตามปกติ ส่วน AB-ve เป็นเลือดกรุ๊ป AB และเป็นหมู่เลือดพิเศษ Rh-ve ซึ่งหายากที่สุด โดยปกติแล้วโลหิตหมู่ AB ในคนไทยพบน้อยกว่า 5% ซึ่งถ้าเป็น AB-ve จะพบแค่ 1.5 คน ในหมื่นคนเท่านั้น
มารดาและบุตรในครรภ์ หากกลุ่มเลือด Rh System ไม่ตรงกัน (มีโอกาสเกิดน้อยมากในคนไทย) มีโอกาสทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนได้ เช่น ภาวะตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด
ปัณวิชญ์ สมจิตชอบ (IP:125.26.66.8)