ทำบุญเลี้ยงอาหารผู้ป่วยโรคจิตได้ผลทันที | เว็บบอร์ด วิชาการ.คอม

ทำบุญเลี้ยงอาหารผู้ป่วยโรคจิตได้ผลทันที

โพสต์เมื่อ: 09:16 วันที่ 29 พ.ค. 2555         ชมแล้ว: 27,515 ตอบแล้ว: 6
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
ขออีกกระทู้นะ มีบางท่านคิดไม่ถึงว่าจะมีช่องทางการทำบุญที่เห็นผลทันทีเมื่อได้ทำเลยอย่างน้อยที่สุดก็ได้รับความสะบายใจเลยจริงๆ นั่นก็คือการทำอาหารเลี้ยงผู้ป่วยโรคจิต โดยเฉพาะที่โรงพยาบาลศรีธัญญาเพราะมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่ไม่มีญาติเยี่ยมเลยและมีความต้องการอาหารเพื่อรับประทานจริงๆ(กินกันเห็นๆด้วยความอะเร็ดอร่อย) จึงขอเชิญท่านที่คิดจะทำบุญด้วยวิธีการแบบนี้ได้พิจารณาด้วยเพราะได้ทำและเห็นแล้วอิ่มใจจริงๆ


ยินดี(203.121.178.126)





จำนวน 6 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 29 พ.ค. 2555 (10:13)

ทำทานแก่สัตว์เดรัจฉาน 100 ครั้ง
ผลบุญยังน้อยกว่าทำทานกับคนไม่มีศีลแม้เพียงครั้งเดียว

ทำทานกับคนไม่มีศีล 100 ครั้ง
ผลบุญยังน้อยกว่าทำทานกับผู้มีศีล 5 แม้เพียงครั้งเดียว

ให้ทานผู้มีศีล 5 มากถึง 100 ครั้ง
ผลบุญยังน้อยกว่าให้ทานผู้มีศีล 8 แม้เพียงครั้งเดียว

ให้ทานผู้มีศีล 8 มากถึง 100 ครั้ง
ผลบุญยังน้อยกว่าถวายทานผู้มีศีล 10 แม้เพียงครั้งเดียว

ถวายทานผู้มีศีล 10 มากถึง 100 ครั้ง
ผลบุญยังน้อยกว่าถวายทานแด่สมมุติสงฆ์แม้เพียงครั้งเดียว


 


ถวายทานแด่สมมติสงฆ์ 100 ครั้ง
ผลบุญยังน้อยกว่าถวายทานแก่พระโสดาบันแม้เพียงครั้งเดียว

ถวายทานแด่พระโสดาบัน 100 ครั้ง
ผลบุญยังน้อยกว่าถวายทานแก่พระสกิทาคามี แม้เพียงครั้งเดียว

ถวายทานพระสกิทาคามี 100 ครั้ง
ผลบุญยังน้อยกว่าถวายทานพระอานาคามีแม้เพียงครั้งเดียว

ถวายทานพระอนาคามี 100 ครั้ง
ผลบุญยังน้อยกว่าถวายทานให้พระอรหันต์ แม้เพียงครั้งเดียว

ถวายทานแก่พระอรหันต์ 100 ครั้ง
ผลบุญยังได้น้อยกว่าถวายทานแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า แม้เพียงครั้งเดียว

ถวายทานแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า 100 ครั้ง
ผลบุญยังได้น้อยกว่าถวายทานแด่พระสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้เพียงครั้งเดียว


 


ถวายทานแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 100 ครั้ง
ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายสังฆทานที่มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน แม้จะถวายเพียงครั้งเดียว

ถวายสังฆทานที่มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน 100 ครั้ง
ยังได้บุญน้อยกว่าถวายวิหารทานครั้งเดียว

ถวายวิหารทาน 100 หลัง
ยังได้บุญน้อยกว่าให้ธรรมทานครั้งเดียว

ให้ธรรมทาน 100 ครั้ง
ยังได้บุญน้อยกว่าการให้อภัยทานครั้งเดียว

อภัยทาน 100 ครั้ง
บุญยังน้อยกว่าการถือศีล 5 แม้เพียงครั้งเดียว

ถือศีล 5 มากถึง 100 ครั้ง
บุญยังน้อยกว่าถือศีล 8 แม้เพียงครั้งเดียว

ถือศีล 8 มากถึง 100 ครั้ง
บุญยังน้อยกว่าการถือศีล 10 ครั้งเดียว
( ถือศีล 10 คือบวชเป็นสามเณร)

บวชเป็นสามเณร รักษาศีลไม่ด่างพร้อย 100 ปี
บุญยังน้อยกว่าผู้อุปสมบทเป็นพระ แม้บวชเพียงวันเดียว


 


พระพุทธเจ้าตรัสในเบื้องปลายว่า“แม้ จะได้อุปสมบทเป็นภิกษุ รักษาศีลครบ 227 ข้อ
ไม่เคยขาด ไม่ด่างพร้อย 100 ปี บุญกุศลยังน้อยกว่าผู้ที่ทำสมาธิให้จิตสงบ(ฌาน)
แม้นานเพียงไก่กระพือปีก”


“ผู้ใดเข้าฌาน นาน 100 ปีและไม่เสื่อม บุญยังน้อยกว่าผู้ที่มองเห็นความเป็นจริงว่า
สรรพสิ่งทั้งหลายไม่เที่ยง มาจากการปรุงแต่ง เป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
แม้จะเห็นเพียงชั่วขณะจิตก็ตาม”


ที่มา : http://www.baansuanpyramid.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=539148249&Ntype=9


   


นกแสก
ร่วมแบ่งปัน4186 ครั้ง - ดาว 251 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 29 พ.ค. 2555 (10:15)
ทำบุญให้ได้บุญ

  เมื่อเราทำบุญซึ่งมีอย่างย่อ ๆ ๓ ประการ คือ
๑. ทาน คือ การให้
๒. ศีล คือ การรักษาศีลให้บริสุทธิ์
๓. ภาวนา คือ การเจริญภาวนาโดยการสวดมนต์หรือเจริญสมถะ วิปัสสนา กรรมฐาน

    แต่ว่าบุญอย่างย่อนี้แบ่งย่อยออกเป็น ๑๐ อย่าง คือ
๑. บุญสำเร็จด้วยการให้ บริจาคทาน
๒. บุญสำเร็จด้วยการรักษาศีล
๓. บุญสำเร็จด้วยการเจริญภาวนา
๔. บุญสำเร็จด้วยการประพฤติอ่อนน้อมถ่อมตนแก่ผู้ใหญ่
๕. บุญสำเร็จด้วยการช่วยเหลือในการงานที่ดีที่ชอบ
๖. บุญสำเร็จด้วยการให้ส่วนบุญ
๗. บุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนาในส่วนบุญส่วนกุศล
๘. บุญสำเร็จด้วยการฟังธรรมะ
๙. บุญสำเร็จด้วยการแสดงธรรมะ
๑๐. บุญสำเร็จด้วยการทำความเห็นให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม

  
เมื่อเรารู้ว่าทำอย่างไรที่จะได้บุญ
แต่จากการที่ข้าพเจ้าได้ศึกษาและปฏิบัติแล้ว บุญที่ได้สะดวก สบาย
และง่ายที่สุดคือการอนุโมทนาส่วนบุญ เมื่อเห็นผู้ใดทำความดี ความงาม
ที่เป็นกุศลแล้ว เพียงแค่เปล่งวาจา "อนุโมทนา สาธุ"
เพียงเท่านี้เราก็ได้บุญด้วยแล้ว และการที่เรามีจิตที่เป็นกุศลเช่นนี้
อย่างน้อยเราก็ไม่อิจฉาริษยาเมื่อเห็นผู้อื่นทำความดี

  
อีกอย่างหนึ่งสำหรับการทำบุญ ควรจะทำให้ตรงกับสิ่งที่เราอธิษฐาน เช่น
ถ้าเราอยากสวย หล่อ รูปร่างงดงาม ควรทำบุญด้วยสิ่งที่สวยงามเช่นดอกไม้ หรือ
เครื่องหอมเช่นธูปหอม
   ถ้าอยากฉลาดปราดเปรื่องมีปัญญา ควรทำบุญด้วยสิ่งที่ให้แสงสว่าง เช่น เทียน ไฟฟ้า หรือทำบุญค่าไฟฟ้ากับวัด
  
ถ้าอยากมีสุขภาพดี
ควรทำบุญกับโรงพยาบาลในการซื้อเครื่องมือแพทย์เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยต่อ
ไป ทำบุญกับผู้ป่วยอนาถา หรือทำบุญซื้อยารักษาโรคถวายพระสงฆ์
   ถ้าอยากมีร่ำรวย เหลือกิน เหลือใช้ ก็ต้องเป็นผู้สละ ผู้ให้ในการบริจาคทาน
ถ้าอยากมีการศึกษาดี ก็ควรทำบุญกับโรงเรียน บริจาคทุนการศึกษาให้กับเด็กด้อยโอกาส
  
ถ้าอยากมีอายุยืนยาว ก็ให้ชีวิตกับผู้อื่นโดยการปล่อยนก ปล่อยปลา
ปล่อยเต่า แต่ปล่อยแล้ว ไม่ควรไปกินเขาอีก
ถ้าคิดจะทำร้ายเขาโดยการกินเขาก็ไม่ควรไปให้ความหวังแก่เขาโดยการให้ชีวิต
เขาเลย ก่อนที่จะปล่อยเขาไป ควรตั้งจิตอธิษฐานว่า
ให้เขาไปดีมีความสุขสวัสดี ให้พบกับชีวิตใหม่ที่สุขสดใส
อย่าได้มีทุกข์โศกโรคภัย
จงอย่าตั้งจิตอธิษฐานให้สัตว์ที่เราปล่อยนั้นนำพาความโชคร้าย
ความทุกข์โศกโรคภัยของเราไป เพราะการที่เราให้อย่างไรกับเขา
สิ่งเหล่านั้นจะกลับมาหาเรา เรายิ้มให้ผู้อื่น ผู้อื่นก็ยิ้มตอบ
เราด่าว่าเขา เขาก็ด่าว่าตอบ ดังนั้นจะอธิษฐานให้สัตว์ที่เราปล่อยไป
ให้ไปพบกับความสุข ความดีงามตลอดไป อธิษฐานแต่สิ่งที่ดี ที่เจริญ
แล้วสิ่งเหล่านั้นจะกลับมาหาเราเอง

    ในการทำบุญของเราไม่ควรทำให้ตนเองหรือผู้อื่นเดือดร้อนจากการทำบุญ มิฉะนั้นจะได้บาปมาด้วยเนื่องจากการเบียดเบียนตนเอง

  

 ในแต่ละวันเราควรจะทำบุญเพื่อสร้างสมเอาไว้อย่างใดอย่างน้อยที่สุดก็อย่าง
หนึ่งในสิบอย่าง ถ้าไม่ได้ทำทานก็สวดมนต์หรืออนุโมทนาบุญ
แต่ทางที่ดีที่สุดควรทำให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
  
เมื่อเราทำบุญแล้ว ได้บุญแล้ว
มีบุญแล้วก็ไม่ควรลืมที่จะแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่ผู้มีพระคุณแก่เรา
เจ้ากรรมนายเวรและสรรพสัตว์ทั้งหลาย

ที่มา : http://www.bp.or.th/webboard/index.php?topic=25769


นกแสก
ร่วมแบ่งปัน4186 ครั้ง - ดาว 251 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 29 พ.ค. 2555 (10:26)
ไฟนรก 7 กอง


ไฟนรก 7 กอง ก็คือ สิ่งเจ็ดสิ่งที่เป็นตัวเลขสะท้อนบุญและสะท้อนบาปแก่เราอย่างมากมายมหาศาล พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ หากเราทำบุญกับผู้ที่เป็นไฟนรกแล้ว ก็จะได้ผลบุญเป็นอันมโหฬาร
แต่ถ้าหากเราทำบาปต่อไฟนรกเหล่านั้นแล้ว ก็จะได้ผลบาปอย่างหนักหนาแสนสาหัส
จนถึงกับต้องลงนรกอย่างทุกข์ทรมานและยาวนาน แม้จะมีศีลห้าที่จะช่วยให้เกิดเป็นมนุษย์ แต่
หากไปล่วงเกินไฟนรกเข้าแล้ว ก็ย่อมมีนรกเป็นที่รองรับอย่างแน่นอน
ดังนั้นไฟนรก 7 กอง จึงเป็นสิ่งที่เราไม่ควรไปล่วงเกินโดยเด็ดขาด
ไม่ว่าจะด้วย กาย วาจา หรือใจ

ไฟนรกกองที่ 1 ได้แก่ พระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าเป็นมนุษย์ที่มีบุญบารมีมากที่สุดในโลก
เป็นผู้เดียวในโลกที่มีสัพพัญญุตญาณ(ญาณที่รู้ทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลโดย
ไม่มีที่สิ้นสุด)
และพระพุทธเจ้ายังเป็นนายกของโลกตามตำแหน่งของกฎธรรมชาติที่ได้กำหนดไว้
ซึ่งผู้ใดก็ตามที่ได้ทำกุศลกรรมกับพระองค์
บุคคลนั้นจะต้องได้อานิสงฆ์ผลบุญมากที่สุดในโลก
ซึ่งมนุษย์คนใดได้ไปทำทานด้วยแล้วจะได้ผลบุญมากเท่ากับทำทานแด่พระพุทธเจ้า
เป็นไม่มี แต่หากผู้ใดทำอกุศลกรรมกับพระองค์
บุคคลนั้นจะต้องได้รับกรรมมากที่สุดในโลกที่เรียกว่า อนันตริยกรรม
ซึ่งเป็นกรรมที่หนักที่สุดในโลกนั่นเอง
คลิปไฟนรกกองที่ 1


http://www.youtube.com/watch?v=lzr-hOQCsV0

ไฟนรกกองที่ 2 ได้แก่ พระธรรม
พระธรรม คือ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
ซึ่งพระองค์ได้ถ่ายทอดออกมาจากการรู้ซึ่งความจริงของกฎธรรมชาติทุกอย่างไม่
มีผู้ใดในโลกที่จะฝืนหรือเปลี่ยนแปลงกฎธรรมชาติไปได้ แม่แต่พระพุทธเจ้า
ผู้ใดก็ตามที่ไม่เชิ่อในพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า บุคคลนั้นถือว่า
เป็นผู้มีความเห็นผิด (มิจฉาทิฎฐิ)
ซึ่งจะทำให้คนผู้นั้นได้รับความเดือดร้อนในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โดยเฉพาะการเชื่อว่าเกิดครั้งเดียว ตายครั้งเดียว ชาติหน้าไม่มี ตายแล้วสูญ
ผู้ที่เชื่อเช่นนี้ เมื่อตายไปต้องไปเกิดในอบายภูมิอย่างแน่นอน
หากผู้นั้นยังสอนให้ผู้อื่นเชื่อตามนี้ด้วยอีกแล้ว
เมื่อตายไปต้องตรงไปเกิดที่โลกันต์นรกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
  คลิปไฟนรกกองที่ 2


   http://www.youtube.com/watch?v=ZndgswSvp3E

ไฟนรกกองที่ 3 ได้แก่ พระสงฆ์
พระสงฆ์ คือ
พระอริยสงฆ์ที่ตรัสรู้ธรรมะคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าในขั้นใดขั้นหนึ่งแล้ว
ได้แก่ พระโสบัน พระสาทาคามี พระอนาคามี หรือขั้นสูงสุด คือ พระอรหันต์
เมื่อเราได้ทำบุญกับพระอริยสงฆ์เราก็จะได้บุญมากมายมหาศาลนับไม่ถ้วน
แต่ถ้าใครก็ตามไปล่วงเกินทำบาปกับท่าน ก็จะต้องได้รับผลกรรมอย่างรุนแรง
และมหาศาลเช่นเดียวกัน
คลิปไฟนรกกองที่ 3


  http://www.youtube.com/watch?v=7F3-ttoMc9E

ไฟนรกกองที่ 4 ได้แก่ บิดามารดาผู้ให้กำเนิด
พระพุทธเจ้าตรัสเอาไว้ว่า พ่อแม่นั้นคือ พระอรหันต์ของลูก
ผู้ใดก็ตามที่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ ถือว่าผู้นั้นมีบุญวาสนาอย่างมาก
เพราะเราสามารถทำบุญกับพ่อแม่ได้และได้รับผลบุญเทียบเท่ากับพระอรหันต์เช่น
กัน เพียงแต่ว่าอาจจะได้ผลบุญช้ากว่าพระอรหันต์ซักหน่อย
สาเหตุที่ได้บุญมากก็เพราะว่าพ่อแม่อยู่ในฐานะผู้มีพระคุณอย่างมากมายมหาศาล
ต่อลูกตามกฎของธรรมชาติ
แม้พ่อแม่จะให้แต่กำเนิดเท่านั้นแต่ไม่เลี้ยงดูเลยก็ตาม
ก็ยังถือว่าบุญคุณของพ่อแม่นั้นหาที่สุดมิได้
ถ้าใครก็ตามที่ล่วงเกินท่านด้วยกาย วาจา ใจ
ผู้นั้นก็ย่อมจะได้รับกรรมอย่างมหาศาลเทียบเท่ากับล่วงเกินพระอรหันต์เลยที
เดียว ว่ากันว่าเพียงแค่เถียงพ่อเถียงแม่ หรือกระแทกของใส่พ่อแม่ ให้เอาไม้หน้า 3 ไปตีหัวคนข้างบ้านยังบาปน้อยกว่า





ไฟนรกกองที่ 4#2 http://www.youtube.com/watch?v=PdVraUzf1qY



                             http://www.youtube.com/watch?v=LXF_JhunEoU


ไฟนรกกองที่ 5 ได้แก่ ครูบาอาจารย์ 
ครูบาอาจารย์ เป็นผู้ที่มีความสำคัญมากตามกฎของธรรมชาติ โดยเฉพาะอาจารย์ผู้ที่สั่งสอน หรือ เขียนตำราให้เราอ่านแล้วทำให้เรารู้ธรรมะ ถ้า
ผู้ใดเกิดมาแล้วไม่รู้ธรรมะอะไรเลย ผู้นั้นย่อมใช้ชีวิตอย่างผิดๆ ถูกๆ
ไม่รู้ว่าอะไรเป็นบุญอะไรเป็นบาปและทำทุกอย่างตามความคิดของตัวเองว่าถูก
เมื่อตายไปเขาย่อมไปเกิดในอบายภูมิซึ่งมีนรกเป็นที่ต่ำที่สุด
แต่เมื่อใดก็ตามที่เขามีบุญวาสนาได้พบอาจารย์ที่มีความรู้ในธรรมะตามคำสั่ง
สอนของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง เขาผู้นั้นก็เสมือนว่าได้เกิดใหม่
ทั้งที่ยังไม่ตาย เขาจะรู้ว่า การกระทำใดเป็นบุญและการกระทำใดเป็นบาป
เขาจะสามารถตั้งมั่นอยู่ในศีลในธรรมตลอดชีวิต
ทำให้ได้รับความสุขความเจริญทั้งในชาตินี้
เมื่อตายไปก็จะมีโลกสวรรค์เป็นที่รองรับ ทั้งนี้
ก็ด้วยพระคุณของครูบาอาจารย์ที่ฉุดเขาพ้นจากนรกนั่นเอง
และการที่เราเคารพครูบาอาจารย์จะทำให้เราเป็นผู้มีความสำเร็จเร็วและเป็นผู้
มีปัญญามากอีกด้วย ดูอย่างเช่าน พระสาริบุตรเมื่อได้ฟังธรรมจากพระอัสสชิ
ก็เกิดความศรัทธาในพระพุทธศาสนา
พระสารีบุตรรู้บุญคุณของพระอัสสชิที่ทำให้ตนได้รู้จักธรรมะที่แท้จริงของพระ
พุทธศาสนา จึงยกย่องนับถือไว้เป็นอาจารย์
เมื่อพระสารีบุตรอยู่ที่ใดก็ตามก่อนจะจำวัด (นอน)
จะต้องหันศรีษะไปทางที่พระอัสสชิอยู่ แล้วตั้งจิตอธิฐาน
ถวายสิ่งที่อยู่เหนือเศียรเกล้าของตนเพื่อบูชาพระอาจารย์
จึงไม่น่าแปลกเลยที่ท่านเป็นพระอัครสาวก ผู้เป็นเลิศด้านผู้มีปัญญามาก
ดูคลิปไฟนรกกองที่ 5


 http://www.youtube.com/watch?v=W68bzmnSwKU

ไฟนรกกองที่ 6 ได้แก่ สมณะชีพราหมณ์
สมณะหรือพระที่บวชในพระพุทธศาสนา โดยปฎิบัติตามพระวินัย คือ รักษาศีล 227 ข้อ เรียกว่า สมมติสงฆ์ หลายคนเข้าใจว่า สมมติสงฆ์ ก็คือ พระสงฆ์ แท้จริงแล้ว พระสงฆ์หมายถึง พระอริยะสงฆ์ที่บรรลุธรรมตั้งแต่พระโสดาบรรณจนถึงพระอรหันต์เท่านั้น ส่วนพระทั่วไปที่ยังไม่ได้บรรลุธรรมนั้นเรียกว่า สมมติสงฆ์
แม้จะเป็นสมมติสงฆ์แต่ถ้ารักษาศีลดี
และปฎิบัติธรรมเพื่อความเป็นไปตามทางแห่งพระอรหันต์แล้ว
ถ้าเราไปทำบุญกับท่าน เราก็จะได้บุญมากมายจนนับไม่ถ้วนเลยทีเดียว
แต่ถ้าเราไปทำบาปกับท่าน เราก็จะได้รับผลบาปนับไม่ถ้วนเช่นกัน
หลายคนที่ไม่เข้าใจเห็นพระบางรูปกำลังทำชั่วอยู่ เช่น เดินช๊อปปิ้ง
ซื้อซีดีโป๊ ก็อดไม่ได้ที่จะตำหนิ ในใจ หรือต่อว่าด่าทอต่างๆ นานา
ซึ่งการไปตำหนิติเตียนหรือด่าว่าพระสมณะ ชี พราหมณ์ นั้น
ถือเป็นบาปที่ต้องได้รับกรรม เพราะเรามีสิทธิ์ที่จะทำบุญกับพระรูปใดก็ได้
แต่เราไม่มีสิทธิ์ที่จะไปด่าว่าใคร เพราะเป็นการไปเบียดเบียนผู้อื่นนั่นเอง
ดูคิลไฟนรกกองที่ 6


 http://www.youtube.com/watch?v=KEnaD-RDPW4

ไฟนรกกองที่ 7 ได้แก่ สามี
ผู้ชายนั้นจะมีไฟนรกแค่ 6 กอง แต่ผู้หญิงที่มีสามีจะมีไฟนรก 7 กอง เพราะสามีนั้นเปรียบเสมือนพ่อคนที่ 2 ของภรรยา ที่คอยทำหน้าที่ป้องกันภัย และดูแลห่วงใยภรรยา สามีจึงเป็นไฟนรกของภรรยาตามกฎของธรรมชาติ ฉะนั้นผู้หญิงคนใดที่มีสามีไม่ดี
ถือว่าเป็นความโชคร้ายของผู้หญิงคนนั้นอย่างยิ่ง
เพราะเมื่อมีการทะเลาะเบาะแว้งกัน ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบมาก
เพราะจะมีโอกาส ทำกรรมหนัก จากการล่วงเกินไฟนรกนั่นเอง

ขอยกตัวอย่าง ถ้าเราทำบุญให้กับบิดามารดา
เราก็จะได้รับผลบุญอย่างน้อยประมาณ 10,000 ล้านเท่า แต่ถ้าเราล่วงเกิน
ก็จะได้บาปอย่างน้อยประมาณ 10,000 ล้านเท่าเหมือนกัน



ถ้าภรรยา ทำบุญให้กับสามี
ภรรยาก็จะได้บุญอย่างน้อยประมาณ 5,000 ล้านเท่า ถ้าไปล่วงเกินเข้า
ก็ต้องได้รับผลบาปอย่างน้อยประมาณ 5,000 ล้านเท่าเช่นกัน



ส่วนสามี ถ้าได้ล่วงเกินภรรยา
ถ้าภรรยาเป็นผู้ไม่มีศีล สามีจะได้ผลบาป 1,000 เท่า
แต่ถ้าภรรยาเป็นผู้รักษาศีล 5 สามีก็จะได้รับบาป 10,000 เท่า
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว จะเห็นได้ว่า การไปล่วงเกินสามีด้วย กาย วาจา ใจ
นั้นไม่คุ้มเลย

ดูคลิปไฟนรกกองที่ 7


                 http://www.youtube.com/watch?v=uC6xDPv7kOA


ที่มา : http://dharmareveal.blogspot.com/2010/04/7.html


นกแสก
ร่วมแบ่งปัน4186 ครั้ง - ดาว 251 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 11 มิ.ย. 2555 (11:29)
เนื่องจากได้พบเห็นมาด้วยตัวเองจึงขอเชิญชวนทุกๆท่านว่ามันเป็นความสุขที่ทำแล้วมันสบายใจจริงๆทันที ประกอบกับมีคนทราบและยังมาทำแบบนี้กันน้อยเมื่อเทียบกับความต้องการของผู้ป่วย จึงขอเชิญชวนอีกครั้ง
ขอเชิญชวน (IP:203.121.178.126)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 26 มิ.ย. 2555 (13:15)
จากที่มีกระทู้นี้ทำให้หลายท่านคิดว่าดีและทำตามกัน ต้องขอขอบคุณและอนุโมทนาบุญด้วยอย่างยิ่ง
ขอบคุณ (IP:203.121.178.126)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 13 ก.ค. 2555 (09:57)
ทราบว่า รพ.ศรีธัญญา จะจัดการแสดงคนตรีรอบการกุศลโดยรายได้จะมอบให้กับรพ.ศรีธัญญา ท่านใดจะร่วมทำบุญก็เชิญติดต่อขอรายละเอียดที่ประชาสัมพันธ์ของรพ.ได้เลย
ข่าว (IP:203.121.178.126)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.0258 seconds !