ท่านที่ต้องการช่วยลดโลกร้อนและรักษ์สิ่งแวดล้อมเชิญทางนี้ | เว็บบอร์ด วิชาการ.คอม

ท่านที่ต้องการช่วยลดโลกร้อนและรักษ์สิ่งแวดล้อมเชิญทางนี้

โพสต์เมื่อ: 11:53 วันที่ 13 ก.ค. 2555         ชมแล้ว: 81,773 ตอบแล้ว: 12
วิชาการ >> กระทู้ >> เทคโนโลยี
การซักผ้าโดยไม่ใช้ผงซักฟอกเป็นแนวทางหนึ่งที่ทำได้ เพราะผงซักฟอกคือสารเคมีที่มีผลต่อสิ่งแวดล้อมโดยตรง และยังมีผลเสียต่อสุขภาพทางผิวหนัง โดยเฉพาะผู้มีอาการแพ้สารเคมี น้ำที่ใช้ซักต้องผ่านการปรับสภาพให้อยู่ในสภาพมีประจุ หรือเป็น ionize water ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม ซึ่งนอกจากจะทำความสะอาดผ้าสะกัดคราบสกปรกออกไปได้แล้ว ยังช่วยกำจัดเชื้อโรคทีผงซักฟอกทำไม่ได้ สังเกตุได้จากกลิ่นอับที่มีในผ้าไม่ถูกแดด นั่นคือมีเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนอยู่แน่นอน ที่น่าสนใจมากคือ น้ำทิ้งที่ผ่านการซักผ้าแล้วยังนำไปใช้ล้างพื้นได้ประจุในน้ำยังคงอยู่ได้ระยะหนึ่ง หรือนำไปรดน้ำต้นไม้ได้จะช่วยกำจัดโรคพืชได้ด้วย หากท่านนำเครื่องปรับสภาพน้ำนี้ไปใช้เท่ากับการใช้น้ำอย่างคุ้มค่าและประหยัดอย่างยิ่ง เครื่องปรับสภาพน้ำดังกล่าวมีจำหน่ายแล้วในประเทศแต่อยู่ในระบบขายตรง หากท่านสนใจจะร่วมมือกันช่วยลดภาวะโลกร้อนในกรณีนี้ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ค่ะ


saisanom@hotmail.com(171.97.141.197)





จำนวน 12 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 21 ก.ค. 2555 (13:42)
หนทางการช่่วยกันลดโลกร้อนนั้นสามารถทำได้ทุุกท่านอยู่ที่ความตระหนักในปัญหานั้นหรือไม่ และสามารถช่วยกันได้ในทิศทางที่แตกต่างกันไป ขอเสนอแนวทางที่ทำได้ง่ายมากที่เกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคอาหารของท่านเอง หากพิจารณาจากรูปแบบการบริโภคของผู้คนทั่วโลกมี 3 แบบคือ
บริโภคทั้งสัตว์ และพืชทุกชนิดที่เป็นอาหารได้ ( Non-vgetarian)
บริโภคพืชเป็นหลักร่วมกับนมวัวและไข่ ( Lacto-ovo vegetarian)
บริโภคอาหารที่ได้มาจากพืช ที่เรียกว่ามังสะวิรัต (Pure vegetarian)
มีรายงานระบุว่าพลังงานที่ใช้ในการผลิตอาหารที่มาจากพืชนั้นต่ำกว่าอาหารที่มาจากพืช ดังนั้นท่านที่บริโภคแบบมังสะวิรัตจึงถือว่าท่านได้ช่วยลดโลกร้อนแล้ว ส่วนท่านที่อยากช่วยก็ทำได้ง่ายโดยบริโภคอาหารจากพืชให้มากขึ้น ซึ่งช่วยทั้งสุขภาพของตัวท่านเอง และยังช่วยลดโลกร้อนได้ด้วย
saisanom@hotmail.com (IP:124.121.162.168)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 27 ก.ค. 2555 (21:39)
การผลิตอาหารประเภทเนื้อสัตว์ต้องใช้พลังงานมากกว่าการผลิตอาหารจากพืชก็จริง แต่การผลิตเนื้อสัตว์ที่ต่างชนิดกันก็ใช้พลังงานต่างกัน มีข้อมูลมาบอกเพื่อให้ท่านที่มีหัวใจที่จะช่วยลดภาวะโลกร้อนได้เลือกบริโภค
การผลิตเนื้อไก่ใช้พลังงานต่ำที่สุดเพื่อให้ได้ส่วนเนื้อที่นำมาบริโภคปริมาณ 1 กิโลกรัม
การผลิตเนื้อหมูใช้พลังงานสูงกว่าเพื่อให้ได้ส่วนเนื้อที่นำมาบริโภคปริมาณ 1 กิโลกรัม
การผลิตเนื้อวัวและเนื้อแกะใช้พลังงานสูงที่สุดเพื่อให้ได้ส่วนเนื้อที่นำมาบริโภคปริมาณ 1 กิโลกรัม และใช้พลังงานมากกว่าการผลิตเนื้อไก่ประมาณ 5 เท่า และมากกว่าการผลิตเนื้อหมูประมาณ 2 เท่า
มีหลายท่านที่ไม่บริโภคเนื้อวัว ซึ่งถือว่าท่านได้ช่วยลดภาวะโลกร้อนแล้ว
saisanom@hotmail.com (IP:124.122.26.20)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 7 ส.ค. 2555 (14:00)
การใช้พื้นที่ทางการเกษตรเพื่อการเลี้ยงสัตว์จะใช้มากกว่า การปลูกพืช มีรายงานการศึกษา เปรียบเทียบไว้ พบว่าการปลูกพืชอาหารที่ให้แป้งทีเป็นแหล่งให้พลังงานแก่ร่างกายจะใช้พื้นที่เพียง 1/4 ของพื้นที่ในการเลี้ยงสัตว์ ในการให้พลังงานกับร่างกายเท่ากัน ท่านควรบริโภคอาหารที่ผลิตได้ในท้องถิ่นตามฤดูกาล และทำการผลิตด้วยระบบ ปลอดสาร (organic) เพื่อการลดภาวะโลกร้อนอย่างง่ายๆด้วยตัวท่านเอง
saisanom@hotmail.com (IP:115.87.22.91)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 18 ส.ค. 2555 (19:12)
ถ้าท่านมีพื้นที่ว่างและต้องการช่วยลดภาวะโลกร้อน จงปลูกต้นไผ่ไว้จะช่วยได้มากกว่าปลูกพืชชนิดอื่น เพราะมีรายงานว่าต้นไผ่จะช่วยดูดซับกาซคาร์บอนไดออกไซด์ และปลดปล่อยออกซิเจนให้บรรยากาศได้สูงกว่าพืชชนิดอื่นๆ 3-4 เท่า ช่วยเสริมความสมบูรณ์ของดิน หน่ออ่อนใช้บริโภคได้ด้วย ถ้ามีมากก็ทำหน่อไม้ดองเก็บไว้ได้นาน
saisanom@hotmail.com (IP:124.121.168.196)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 24 ส.ค. 2555 (22:38)
นอกจากที่กล่าวแล้วหากท่านต้องการมีส่วนช่วยลดภาวะโลกร้อน กรุณาเลือกบริโภคอาหารที่ผ่านการแปรรูปน้อยที่สุด เช่นเลือกกินข้าวกล้องที่ไม่ต้องขัดสีให้เปลืองพลังงานและยังมีคุณค่าทางโภชนาการสูงกว่าข้าวขัดขาว ได้ประโยชน์ทั้งสองทางดีไหมคะ
saisanom@hotmail.com (IP:115.87.18.200)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 9 ก.ย. 2555 (14:46)
พฤติกรรมการบริโภคอีกประเด็นที่ช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ และท่านทำได้ง่ายที่สุดคือ การกินอย่างพอเพียงไม่กินทิ้งกินขว้าง เพราะอาหารทุกจานที่วางอยู่ให้ท่านบริโภคนั้นทีระยะทางเดินที่ยาวมาก และแต่ละก้าวก็ต้องใช้น้ำใช้พลังงานในการผลิตมาอย่างมากมายหากท่านกินหมดถือว่าคุ้มประโยชน์ แต่ถ้ากินครึ่งทิ้งครึ่งถือเป็นการสิ้นเปลือง และยังก่อปัญหาเพิ่มขยะที่ต้องทิ้งแล้วเข้าสู่กระบวนการกำจัดที่ต้องใช้พลังงานและเพิ่มกาซที่ส่งผลต่อโลกร้อนอีก จะเห็นว่าการลดภาวะโลกร้อนทุกท่านทำได้ อยู่ที่จิตสำนึกของท่านเอง
saisanom@hotmail.com (IP:115.87.30.89)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 16 ก.ย. 2555 (12:37)
การตระหนักถึงภัยที่คุกคามโลกจากภาวะโลกร้อน ประกอบกับการคาดการณ์ของหน่วยงาน FAO ที่ประกาศว่า ในปี 2030 ประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นอีกโดยเฉพาะผู้สูงอายุุุ จึงส่งผลให้ประชากรทั่วโลก ต้องการใช้พลังงานเพิ่มขึ้น 40% ต้องการใช้น้ำเพิ่มขึ้น 40% และต้องการอาหารเพิ่มขึ้น 50% ทำให้ทุกประเทศตระหนักถึงความเสี่ยงด้านความอดหยากทีจะเกิดขึ้นมากขึ้นจากที่ปรากฏอยู่แล้วในบางประเทศ องค์กรระดับโลกจึงผลักดันให้ทุกประเทศเตรียมรับมือสถานะการณ์ด้วยการสร้าง ความมั่นคงทางอาหาร ( Food security) ขึ้นในประเทศของตน แม้ไทยเราที่ต้องการเป็นครัวโลกก็คงประมาทไม่ได้นะคะ
saisanom@hotmail.com (IP:124.121.122.91)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 29 ก.ย. 2555 (13:20)
การผลิตอาหารเพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์ นอกจากต้องมีคุณภาพและปลอดภัยอร่อยถูกใจผู้บริโภคแล้ว ผู้ผลิตยังต้องตระหนักด้านสิ่งแวดล้อมที่กระทบต่อภาวะโลกร้อน โดยต้องใช้ความพยายามในการใช้น้ำและพลังงานในการผลิตให้ต่ำที่สุด มีกากเหลือทิ้งทั้งในรูปขยะและน้ำทิ้งต่ำที่สุด เพราะผู้บริโภคที่สนใจในการลดโลกร้อนจะเน้นให้ผู้ผลิตแสดงฉลากสินค้าด้านสิ่งแวดล้อมไว้ด้วย ที่รู้จักกันดีและเริ่มใช้แล้วคือฉลากแสดง Carbon Footprint ถ้าสินค้าใดมีค่าดังกล่าวสูงแสดงว่าสินค้านั้นมีส่วนทำให้เกิดภาวะโลกร้อนสูง นอกจากนี้ยังจะนำฉลากที่เรียกว่า Water Footprint มาใช้เพื่อช่วยลดการใช้น้ำในการผลิตด้วย นับว่าเป็นมาตรการที่ดีในการประหยัดทรัพยากรให้ยั่งยืนมีใช้จนถึงลูก หลาน เหลน
saisanom@hotmail.com (IP:124.122.221.208)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 11 ต.ค. 2555 (20:58)
ขอให้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง water footprint ที่นำมาใช้ที่กล่าวแล้วแม้แต่ด้านการเกษตรก็ให้แสดงค่าดังกล่าวด้วย และพิจารณาลึกถึงแหล่งน้ำดิบที่นำมาใช้ด้วย โดยแบ่งแหล่งน้ำดิบออกเป็น 3 แหล่งคือ
1. Green water คือน้ำที่ได้มาจากฟากฟ้า หรือหยาดน้ำฟ้าซึ่งได้แก่ น้ำฝน ลูกเห็บ หิมะ และความชื้นในบรรยากาศ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแหล่งน้ำอื่น
2. Blue water คือน้ำผิวดิน (surface water) ได้แก่น้ำใน แม่น้ำ ลำธาร และหนอง คลอง บึง รวมถึงน้ำในเขื่อนเก็บกักน้ำทั้งหลายและน้ำใต้ดินที่นิยมเรียกว่าน้ำบาดาลที่ต้องขุดขึ้นมาใช้ ในแง่การนำน้ำมาใช้ประโยชน์ดั้งเดิม จะแยกเป็น 2 แหล่งโดยพิจารณาจากสมบัติน้ำที่แตกต่างกัน
3. Grey water คือน้ำที่ใช้แล้วเป็นน้ำเสียที่ต้องผ่านการบำบัดให้เหมาะสมก่อนจะปล่อยลงแม่น้ำลำคลองได้ น้ำแหล่งนิ้หากผ่านการบำบัดให้สะอาดจะสามารถกลับมาใช้ใหม่ได้ จึงถือว่ามีความสำคัญในอนาคตเมื่อโลกเราประสบกับความแห้งแล้ง
saisanom@hotmail.com (IP:58.11.212.42)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 15 ต.ค. 2555 (20:47)
ช่วงนี้เป็นเทศกาลกินเจ การชักชวนในทุกกรณีในการกินเจจะเน้นด้านศาสนาเป็นหลักในแง่ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ไม่มีการกล่าวถึงการกินเจในแง่การช่วยลดโลกร้อนเลย ความจริงถ้าหากเชิญชวนในประเด็นนี้ด้วยน่าจะมีผู้กินเจเพิ่มขึ้นอีก เพราะถือว่าได้บุญมากเป็นสองเท่า อย่างไรก็ตามต้องชื่นชมกับเทศกาลกินเจเป็นอย่างยิ่ง หากกินต่อไปเป็นประจำคงจะดีมากๆ
saisanom@hotmail.com (IP:115.87.42.78)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 12 พ.ย. 2555 (19:23)
การจัดการความมั่นคงทางอาหารภายใต้สภาวะโลกร้อนเป็นเรื่องที่ต้องร่วมด้วยช่วยกันในทุกมิติ เพราะเป็นเรื่องยากผลผลิตทางการเกษตรจะลดลงอย่างแน่นอนจากผลของภาวะความแห้งแล้งที่ประสบอยู่ แม้ผลผลิตที่เป็นอาหารลดลงหากสามารถใช้เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวเข้าช่วยเพื่อลดการสูญเสีย ซึ่งมีรายงานชัดเจนว่าการสูญเสียช่วงหลังการเก็บเกี่ยวมีสูงถึงร้อยละ 20-25 การจัดการเพื่อลดปัญหาดังกล่าวได้นับเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารได้
saisanom@hotmail.com (IP:110.169.165.149)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 29 พ.ย. 2555 (19:58)
เป็นที่รับรู้ทั่วไปว่าการผลิตวัตถุดิบทางการเกษตรภายใต้ภาวะโลกร้อนจะส่งผลให้สูญเสียพื้นที่แหล่งผลิตไปอย่างแน่นอน ส่งผลให้เกิดการผันผวนของวัตถุดิบ นับว่าเป็นเรื่องยากในการมุ่งแต่จะเพิ่มผลผลิต ขอเสนอให้แก้ปัญหาด้วยการบูรณาการความรู้ทุกสาขาเข้ามาปฏิบัติร่วมกัน เริ่มด้วยการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวที่กล่าวแล้ว การใช้วัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสูญเสียในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิต หาวิธีนำของเหลือทิ้งที่ยังใช้ได้มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ นำความรู้ทางการบรรจุให้สามารถเก็บไว้ได้นานนำส่งถึงผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึงรวดเร็วและปลอดภัย ต้องปรับปรุงระบบ logistic ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำอย่างเร่งด่วน การจะบรรลุผลดังกล่าวได้คงต้องอาศัยการลงทุนด้านการศึกษาวิจัยเพิ่มขึ้นเพื่อนำมาปฏิบัติได้อย่างถูกต้องเหมาะสมโดยผู้ที่รู้ตรงในด้านนั้นๆ คงไม่สามารถใช้การลองผิดลองถูกที่สูญเสียทั้งเวลาและเงินทอง
saisanom@hotmail.com (IP:171.97.161.113)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.037 seconds !