ช่วยพิสูจน์สมการ Twyman-Green Interferometer | เว็บบอร์ด วิชาการ.คอม

ช่วยพิสูจน์สมการ Twyman-Green Interferometer

โพสต์เมื่อ: 01:45 วันที่ 16 ส.ค. 2555         ชมแล้ว: 8,476 ตอบแล้ว: 6
วิชาการ >> กระทู้ >> วิทยาศาสตร์ >> ฟิสิกส์

 ช่วยหน่อยนะคะ ค่อนข้างจะยาวนิดนึง เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ Twyman-Green Interferometer ปัญหาคือเปเปอร์ที่นำมาอ่านเนื้อหาเป็นภาษาอังกฤษอ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจ อาจจะมีความผิดเพี๊ยนไปบ้าง แต่จากจากสมการที่ให้มา อธิบายคร่าวๆ ดังนี้นะคะ

สมการ 1) เป็นสมการพื้นฐานของการสะท้อนหักเห (กฎของสเนลล์)

สมการ 2) เกียวกับความแตกต่างทางเดินแสง

สมการ 4) 5) เป็นสมการที่ได้จากรูป 1,2

แทนสมการ  4) 5) ลงใน 3) จะได้สมการ 7)

อาศัยหลักตรีโกณมิติ จะทำให้ได้สมการ 8) และ 9) คือสมการผลลัพธ์

*** อยากจะทราบวิธีการ derive สมการอย่างละเอียดหรือแค่บางส่วนก็ได้ค่ะ โดยเฉพาะที่ดูจากภาพ 1,2 แล้วได้สมการ 4) 5) อยากจะทราบว่าคิดยังไง และที่อาศัยหลักตรีโกณอยากรู้ว่าใช้สูตรไหนถึงจะได้ผลออกมาตามนี้ค่ะ

 

256867


little eve
ร่วมแบ่งปัน4 ครั้ง - ดาว 49 ดวง





จำนวน 6 ความเห็น, หน้าที่ | -1-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 16 ส.ค. 2555 (01:46)
256868

รูปที่1


little eve
ร่วมแบ่งปัน4 ครั้ง - ดาว 49 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 16 ส.ค. 2555 (01:46)
256869

รูปที่ 2


little eve
ร่วมแบ่งปัน4 ครั้ง - ดาว 49 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 16 ส.ค. 2555 (18:21)

เรื่องที่คุณถามเป็นเรื่องที่เฉพาะเจาะจง อาจจะไม่ใช่ความรู้พื้นฐานทั่วไป
wiki ไม่ได้เป็นเอกสารที่เชื่อถือได้ 100% อาจเชื่อถือได้บ้าง แต่ไม่ทั้งหมด
หลักการพื้นฐานของอินเทอเฟโรมิเตอร์ก็คือ ทางเดินคลื่นที่แตกต่างกันจะทำให้ผลการแทรกสอดออกมาแตกต่างกัน
1. หากแสงเดินทางในอากาศทั้งหมดและการสะท้อนไม่เปลี่ยนเฟส
ทางเดินแสงที่แตกต่างกันเต็มความยาวคลื่นก็ให้ผลการแทรกสอดแบบเสริม หรือเห็นแสงสว่าง
แต่หากทางเดินแสงต่างกันมีเศษเป็นครึ่งคลื่น ผลการแทรกสอดก็จะหักล้าง หรือเห็นว่ามืด


2. หากทางทางเดินแสงในอากาศทั้งหมดและการสะท้อนแต่ละครั้งเปลี่ยนเฟสไปเท่ากัน ก็คิดเหมือนข้อ 1
3. ความยากเริ่มเกิดขึ้นเมื่อมีทางเดินแสงในอากาศทั้งหมดแต่การสะท้อนบางครั้งเปลี่ยนเฟส บางครั้งไม่เปลี่ยน ผลการแทรกสอดก็จะกลับกับกรณีที่ 1
4. มันจะยากขึ้นไปอีกเมื่อมีทางเดินแสงในอากาศบ้าง ตัวกลางอื่นบ้าง 
ตัวกลางที่มีดรรชนีหักเหแสงมากกว่า 1 จะทำให้ทางเดินแสงเหมือนจะมากขึ้นทั้งที่จริงยาวเท่าเดิม ด้วยแสงในตัวกลางดังกล่าวมีความยาวคลื่นที่สั้นลง และการสะท้อนแสงที่ผิวตัวกลางบางทีก็เปลี่ยนเฟส บางทีก็ไม่เปลี่ยน

การที่จะเขียนสมการดังกล่าวได้ น่าจะได้เห็นว่าเครื่องมือเป็นอย่างไรด้วย

ผมสงสัยว่าทำไมลำแสงในภาพที่สองจึงแยกออกเป็นสองแนว


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24849 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 16 ส.ค. 2555 (21:15)

ในรูปที่สองผมคิดว่าเขาเขียนรูปผิด เข้าใจว่าระยะ Δx คือความหนาของแท่งปริซึมในแบบ 3 มิติ
แต่เขาเขียนเหมือนเป็นสามเหลี่ยม 2 รูปวางเหลื่อมกันอยู่ครับ


Ankkarn
ร่วมแบ่งปัน538 ครั้ง - ดาว 55 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 16 ส.ค. 2555 (21:39)

ขอบคุณคุณอังคารครับ


นิรันดร์
ร่วมแบ่งปัน24849 ครั้ง - ดาว 1014 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 17 ส.ค. 2555 (22:23)
256944

รูปอุปกรณ์ในการทดลองค่ะ


ข้อมูลเพิ่มเติมจากเว๊บนี้ค่ะ http://www.scribd.com/doc/47887762/Lab-6-Interferometry-Experiment


little eve
ร่วมแบ่งปัน4 ครั้ง - ดาว 49 ดวง

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม
Google  
ผู้สนับสนุน คลิีกดูสถิติ
อีเมล : star@vcharkarn.com
โทรศัพท์ : 02-9620127
Creative Commons License สงวนสิทธิ์บางประการภายใต้สัญญาอนุญาต ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ โดยต้องอ้างอิงที่มา ห้ามใช้เพื่อการค้าและห้ามดัดแปลง
Page generated in0.0265 seconds !