ประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์

กำลังหาประวัติความเป็นมาของคอมพิวเตอร์ใครรู้เว็ปช่วยแนะนำหน่อย


ความคิดเห็นที่ 69 

ฟ้าสุดสวย (Guest)
14 ก.ค. 2549 11:35
  1. มีเนื้อหาดี



ความคิดเห็นที่ 70

โฟร์ มด (Guest)
14 ก.ค. 2549 11:37
  1. มีรูปเกี่ยวคอมพิวเตอร์ไหมค่ะ



ความคิดเห็นที่ 76

นก (Guest)
10 ส.ค. 2549 14:04
  1. ดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆเลยที่ทำให้นกหาข้อมูลให้ครูทันเวลาพอดีต้องขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ



ความคิดเห็นที่ 1

เด็ก Maths
28 มิ.ย. 2547 09:42
  1. ประวัติและวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์ (อย่างคร่าวๆ)
    http://www.school.net.th/library/create-web/10000/generality/10000-10662.html



ความคิดเห็นที่ 10

s4635639@psu.ac.th (Guest)
18 พ.ย. 2547 11:18
  1. อยากทราบวิวัตนาการ Internet ในประเทศไทยค่ะ



ความคิดเห็นที่ 61

ong_lnwind@hotmail.com (Guest)
7 มิ.ย. 2549 12:28
  1. ช่วยหาประวิติของพิวเตอร์ยุคที่2หน่อยคร้าบบบบบ



ความคิดเห็นที่ 62

prd4820940@hotmail.com (Guest)
7 มิ.ย. 2549 12:39
  1. ช่วยหาประวิติความหมายของคอมพิวเตอร์ยุคที่2คร้าบบบ จะขอบคุณมาก ครับ



ความคิดเห็นที่ 8

basbenmvp@hotmail.com (Guest)
3 พ.ย. 2547 14:43
  1. งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง



ความคิดเห็นที่ 5

น้องนุ่น 007 (Guest)
15 ก.ย. 2547 15:59
  1. ความเป็นมาของคอมพิวเตอร์



    คอมพิวเตอร์ยุคที่ 1 (พ.ศ. 2494 - 2502) เกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน ปี พ.ศ. 2494 (ประมาณ 50 ปี) เป็นยุคที่ใช้ หลอดสูญญากาศ ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้ามาก และใช้พื้นที่สำหรับติดตั้งมาก คอมพิวเตอร์ยุคนี้ใช้งานด้านการทำบัญชีเงินเดือน ซึ่งก็ยังถือว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ของโลก



    คอมพิวเตอร์ยุคที่ 2 (พ.ศ. 2502 - 2507) โดยใช้อุปกรณ์ด้านอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกว่าทรานซิสเตอร์ (Transistor) มาแทนหลอดสูญญากาศ ทำให้คอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลงและใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยลงกว่าเดิมมาก เครื่องคอมพิวเตอร์ในยุคนี้ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์ รุ่น IBM 650



    คอมพิวเตอร์ยุคที่ 3 (พ.ศ. 2508 - 2513) เป็นยุคที่ใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า วงจรไอซี (Integrated Circuits, IC) เข้ามาแทนวงจรทรานซิสเตอร์ บรรจุอยู่ในแผ่นซิลิกอนที่เรียกว่าชิพ (Chip) ในยุคนี้คอมพิวเตอร์มีความเร็วสูงมาก ขนาดเล็กลงมากด้วย เริ่มใช้ซอฟต์แวร์ (Software) หลากหลายชนิด เครื่องคอมพิวเตอร์ยุคนี้ เช่น มินิคอมพิวเตอร์



    คอมพิวเตอร์ยุคที่ 4 (พ.ศ. 2514 - ปัจจุบัน) เป็นต้นมา มีการใช้ วรจรแอลเอสไอ (Large Scale Integration, LSI) หรือวงจรกึ่งตัวนำ มาใช้เป็นวงจรลอจิกและวงจรหน่วยความจำทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์เล็กลงมาก จนกลายเป็นไมโครคอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันตามบ้านในอย่างปัจจุบัน 2.



    คอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาต่างไปจากยุคแรกอย่างมาก ทั้งขนาด คุณภาพ และประสิทธิภาพ คอมพิวเตอร์รุ่นปัจจุบันมีขนาดเล็กลงมาก จนถึงขนาดเป็นแบบกระเป๋าหิ้วสามารถนำไปไหนมาไหนได้สะดวก มีคุณภาพและประสิทธิภาพสูง เพราะคอมพิวเตอร์เครื่องเดียวสามารถคำนวณตัวเลขเป็นล้าน ๆ ตัวภายในเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น นอกจากนี้ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมต่าง ๆ ก็พัฉนาไปมาก ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างง่าย สะดวกรวดเร็ว สวยงาม และเพิ่มงานด้านสื่อประสม (Multimedia) เข้ามาทำให้คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ช่วยงานของบริษัท ห้างร้าน หน่วยงานและบุคคลทั่วไป ปัจจุบันคอมพิวเคอร์ส่วนบุคคลสามารถต่อเชื่อมเข้ากับโครงข่ายขนาดใหญ่ที่เรียกว่าอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้ จึงทำให้ข้อมูลข่าวสารเคลื่อนย้ายจากซึกดลกหนึ่งไปยังอีกซีกโลกหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว และโลกของเราก็จะถูกเชื่อมจนกลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันด้วยคอมพิวเตอร์นี่เอง



ความคิดเห็นที่ 47

samongi
29 ส.ค. 2548 13:47



ความคิดเห็นที่ 9

rmutct043@chaiyo.com (Guest)
17 พ.ย. 2547 21:03
  1. อยากรู้ความหมายของ อุปกรไอซี(IC)ช่วยบอกหน่ย



ความคิดเห็นที่ 6

อุดม pomana@friends.co.th (Guest)
2 ต.ค. 2547 21:34
  1. คอมพิวเตอร์ในยุคเริ่มแรก ได้แก่ เครื่องจักรกลหรือสิ่งประดิษฐ์ขึ้นเพื่อช่วยในการ คำนวณ โดยที่ยังไม่มีการ นำวงจรอิเล็กทรอนิกส์ เข้ามาใช้ประโยชน์ร่วมด้วย ลำดับเครื่องมือขึ้นมามีดังนี้

    ในระยะ 5,000 ปีที่ผ่านมา มนุษย์เริ่มรู้จักการใช้นิ้วมือและนิ้วเท้าของตนเพื่อช่วยในการคำนวณ และพัฒนา มาใช้อุปกรณ์อื่น ๆ เช่น ลูกหิน ใช้เชือกร้อยลูกหินคล้ายลูกคิด

    ต่อมาประมาณ 2,600 ปีก่อนคริสตกาล ชาวจีนได้ประดิษฐ์เครื่องมือเพื่อใช้ในการ คำนวณขึ้นมาชนิดหนึ่ง เรียกว่า ลูกคิด ซึ่งถือได้ว่า เป็นอุปกรณ์ใช้ช่วยการคำนวณที่เก่าแก่ที่สุดในโลกและคงยังใช้งานมาจนถึงปัจจุบัน



    พ.ศ. 2158 นักคณิตศาสตร์ชาวสก็อตแลนด์ชื่อ John Napier ได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ใช้ ช่วยการคำนวณขึ้นมา เรียกว่า Napier's Bones เป็นอุปกรณ์ที่ลักษณะคล้ายกับตารางสูตรคูณในปัจจุบัน เครื่องมือชนิดนี้ช่วยให้ สามารถ ทำการคูณและหาร ได้ง่ายเหมือนกับทำการบวก หรือลบโดยตรง



    พ.ศ 2185 นักคณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศลชื่อ Blaise Pascal ซึ่งในขณะนั้นมีอายุเพียง 19 ปี ได้ออกแบบ เครื่องมือในการคำนวณโดย ใช้หลักการหมุนของฟันเฟืองหนึ่งอันถูกหมุนครบ 1 รอบ ฟันเฟืองอีกอันหนึ่งซึ่งอยู่ ทางด้านซ้ายจะถูกหมุนไปด้วยในเศษ 1 ส่วน 10 รอบ เครื่องมือของปาสคาลนี้ถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะชน เมื่อ พ.ศ. 2188 แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรเนื่องจากราคาแพง และเมื่อใช้งานจริงจะเกิดเหตุการณ์ที่ฟันเฟืองติดขัดบ่อยๆ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ค่อยถูกต้องตรงความเป็นจริง

    เครื่องมือของปาสคาล สามารถใช้ได้ดีในการคำนวณการบวกและลบ ส่วนการคูณและหารยังไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นในปี พ.ศ. 2216 นักปราชญษชาวเยอรมันชื่อ Gottfriend von Leibnitz ได้ปรับปรุงเครื่งคำนวณของ ปาสคาลให้สามารถทหการคูณและหารได้โดยตรง โดยที่การคูณใช้หลักการบวกกันหลายๆ ครั้ง และการหาร ก็คือการลบกันหลายๆ ครั้ง แต่เครื่องมือของ Leibnitz ยังคงอาศัยการหมุนวงล้อ ของเครื่องเองอัตโนมัติ นับว่า เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่ดูยุ่งยากกลับเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น



    พ.ศ. 2344 นักประดิษฐ์ชาวฝรั่งเศลชื่อ Joseph Marie Jacquard ได้พยายามพัฒนาเครื่องทอผ้าโดยใช้ บัตรเจาะรูในการบันทึกคำสั่ง ควบคุมเครื่องทอผ้าให้ทำตามแบบที่กำหนดไว้ และแบบดังกล่าวสามารถนำมา สร้างซ้ำๆ ได้อีกหลายครั้ง ความพยายามของ Jacquard สำเร็จลงใน พ.ศ. 2348 เครื่องทอผ้านี้ถือว่าเป็น เครื่องทำงานตามโปรแกรมคำสั่งเป็นเครื่องแรก



    พ.ศ. 2373 Chales Babbage ถือกำเนิดที่ประเทศอังกฤษ เมื่อ พ.ศ. 2334 จบการศึกษาทางด้านคณิตศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแคมบริดจ์ และได้รับตำแหน่ง Lucasian Professor ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ Isaac Newton เคยได้รับมาก่อน ในขณะที่กำลังศึกษาอยู่นั้น Babbage ได้สร้างเครื่อง หาผลต่าง (Difference Engine) ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้คำนวณ และพิมพ์ตารางทางคณิศาสตร์อย่างอัตโนมัติ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2373 เขาได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลอังกฤษเพื่อสร้างเครื่อง Difference Engine ขึ้นมาจริงๆ แต่ในขณะที่ Babbage ทำการสร้างเครื่อง Difference Engine อยู่นั้น ได้พัฒนาความคิดไปถึง เครื่องมือในการคำนวนที่มีความสามารถสูงกว่านี้ ซึ่งก็คอืเครื่องที่เรียกว่าเครื่องวิเคราะห์ (Analytical Engine) และได้ยกเลิกโครงการสร้างเครื่อง Difference Engine ลงแล้วเริ่มต้นงานใหม่ คือ งานสร้างเครื่องวิเคราะห์ ในความคิดของเขา โดยที่เครื่องดังกล่าวประกอบไปด้วยชิ้นส่วนที่สำคัญ 4 ส่วน คือ



    1. ส่วนเก็บข้อมูล เป็นส่วนที่ใช้ในการเก็บข้อมูลนำเข้าและผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณ



    2. ส่วนประมวลผล เป็นส่วนที่ใช้ในการประมวลผลทางคณิตศาสตร์



    3. ส่วนควบคุม เป็นส่วนที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายข้อมูลระหว่างส่วนเก็บข้อมูล และส่วนประมวลผล



    4. ส่วนรับข้อมูลเข้าและแสดงผลลัพธ์ เป็นส่วนที่ใช้รับทราบข้อมูลจากภายนอกเครื่องเข้าสู่ส่วนเก็บ และแสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณให้ผู้ใช้ได้รับทราบ



    เป็นที่น่าสังเกตว่าส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่อง Alaytical Engine มีลักษณะใกล้เคียงกับส่วนประกอบ ของระบบคอมพิวเตอร์ ในปัจจุบัน แต่น่าเสียดายที่เครื่อง Alalytical Engine ของ Babbage นั้นไม่สามารถ สร้างให้สำเร็จขึ้นมาได้ ทั้งนี้เนื่องจากเทคโนโลยี สมัยนั้นไม่สามารถสร้างส่วนประกอบต่างๆ ดังกล่าว และอีกประการหนึ่งก็คือ สมัยนั้นไม่มีความจำเป็น ต้องใช้เครื่องที่มีความสามารถสูงขนาดนั้น ดังนั้นรัฐบาล อังกฤษจึงหยุดให้ความสนับสนุนโครงการของ Babbage ในปี พ.ศ. 2385 ทำให้ไม่มีทุนที่จะทำการวิจัยต่อไป สืบเนื่องจากมาจากแนวความคิดของ Analytical Engine เช่นนี้จึงทำให้ Charles Babbage ได้รับการยกย่อง ให้เป็น บิดาของเครื่องคอมพิวเตอร์



    พ.ศ. 2385 ชาวอังกฤษ ชื่อ Lady Auqusta Ada Byron ได้ทำการแปลเรื่องราวเกี่ยวกับเครื่อง Anatical Engine จากภาษาฝรั่งเศลเป็นภาษาอังกฤษ ในระหว่างการแปลทำให้ Lady Ada เข้าใจถึงหลักการทำงาน ของเครื่อง Analytical Engine และได้เขียนรายละเอียดขั้นตอนของคำสั่งให้เครื่องนี้ทำการคำนวณที่ยุ่งยาก ซับซ้อนไว้ในหนังสือทางคณิตศาสตร์เล่มหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์โปรแกรมแรกของโลก และจากจุดนี้จึงถือว่า Lady Ada เป็นโปรแกรมเมอร์คนแรกของโลก (มีภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรมที่เก่แก่ อยู่หนึ่งภาษาคือภาษา Ada มาจาก ชื่อของ Lady Ada) นอกจากนี้ Lady Ada ยังค้นพบอีกว่าชุดบัตรเจาะรู ที่บรรจุคำสั่งไว้สามารถนำกลับมาทำงานซ้ำได้ถ้าต้องการ นั่นคือหลักของการทำงานวนซ้ำ หรือเรียกว่า Loop เครื่องมือที่ใช้ในการคำนวณที่ถูกพัฒนาขึ้นในศตวรรษที่ 19 นั้น ทำงานกับเลขฐานสิบ (Decimal Number) แต่เมื่อเริ่มต้นของศตวรรษที่ 20 ระบบคอมพิวเตอร์ได้ถูกพัฒนาขึ้นจึงทำให้มีการเปลี่ยนแปลงมาใช้ เลขฐานสอง (Binary Number) กับระบบคอมพิวเตอร์ ที่เป็นผลสืบเนื่องมาจากหลักของพีชคณิต



    พ.ศ. 2397 นักคณิตศาสตร์ชาวอังกฤษ George Boole ได้ใช้หลักพีชคณิตเผยแพร่กฎของ Boolean Algebra ซึ่งเป็นคณิตศาสตร์ที่ใช้อธิบายเหตุผลของตรรกวิทยาที่ตัวแปรมีค่าได้เพียง "จริง" หรือ "เท็จ" เท่านั้น (ใช้สภาวะเพียงสองอย่างคือ 0 กับ 1 ร่วมกับเครื่องหมายในเชิงตรรกพื้นฐาน คือ AND, OR และ NOT)

    สิ่งที่ George Boole คิดค้นขึ้น นับว่ามีประโยชน์ต่อระบบคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็น การยากที่จะใช้กระแสไฟฟ้า ซึ่งมีเพี่ยง 2 สภาวะ คือ เปิด กับ ปิด ในการแทน เลขฐานสิบซึ่งมีอยู่ถึง 10 ตัว คือ 0 ถึง 9 แต่เป็นการง่ายกว่าเราแทนด้วยเลขฐานสอง คือ 0 กับ 1 จึงถือว่าสิ่งนี้เป็นรากฐานที่สำคัญของการ ออกแบบวงจรระบบคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน



    พ.ศ. 2423 Dr. Herman Hollerith นักสถิติชาวอเมริกันได้ประดิษฐ์เครื่องประมวลผลทางสถิติซึ่ง ใช้กับบัตรเจาะรู เครื่องนี้ได้รับการพัฒนา ให้ดียิ่งขึ้นและมาใช้งานสำรวจสำมะโนประชากร ของสหรัฐอเมริกา ในป พ.ศ. 2433 และช่วยให้การสรุปผลสำมะโนประชากรเสร็จสิ้นภายในระยะเวลา 2 ปีครึ่ง (โดยก่อนหน้านั้นต้องใช้เวลาถึง 7 ปีครึ่ง) เรียกบัตรเจาะรูนี้ว่า บัตรฮอลเลอริธ และชื่ออื่นๆ ที่ใช้เรียกบัตรนี้ ก็คือ บัตร ไอบีเอ็ม หรือบัตร 80 คอลัมน์ เพราะผู้ผลิตคือ บริษัท IBM



    การกำเนิดของเครื่องคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์

    เครื่องมือทั้งหลายที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาในยุคก่อนนั้นส่วนมากประกอบด้วยฟันเฟือง รอก คาน ซึ่งเป็นวัสดุ ที่มีขนาดใหญ่ และมีน้ำหนักมากทำให้การทำงานล่าช้าและผิดพลาดอยู่เสมอ ดังนั้นในยุคต่อมาจึงพยายาม พัฒนาเครื่องมือ ให้มีขนาดเล็กลง แต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ดังนี้

    พ.ศ. 2480 ศาสตราจารย์ Howard Aiken แห่งมหาลัยวิทยาลัยฮาวาร์ด ได้พัฒนาเครื่องคำนวณ ตาม แนวคิด ของ Babbage ร่วมกับวิศวะกรของบริษัท IBM สร้างเครื่องคำนวณตามความคิดของ Babbage ได้ สำเร็จ โดยเครื่องดังกล่าวทำงานแบบเครื่องจักรกลปนไฟฟ้า และใช้บัตรเจาะรูเป็นสื่อในการนำเข้าข้อมูลสู่ เครื่องเพื่อทำการประมวลผล การพัฒนาดังกล่าวมาเสร็จสิ้นในปี พ.ศ. 2487 โดยเครื่องมือนี้มีชื่อว่า MARK 1 และเนื่องจากเครื่องนี้สำเร็จได้จากการสนับสนุน ด้านการเงินและบุคลากรจากบริษัท IBM ดังนั้นจึงมีอีกชื่อ หนึ่งว่า IBM Automatic Sequence Controlled Calculator และนับเป็นเครื่องคำนวณแบบอัตโนมัติเครื่องแรกของโลก



    พ.ศ. 2486 ซึ่งเป็นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ศูนย์วิจัยของกองทัพบกสหรัฐอเมริกามีความจำเป็นที่จะต้อง คิดค้นเครื่องช่วยคำนวณ เพื่อใช้คำนวณหาทิศทางและระยะทางในการส่งขีปนาวุธ ซึ่งถ้าใช้เครื่องคำนวณที่มี อยู่ในสมัยนั้นจะต้องใช้เวลาถึง 12 ชั่วโมงในการคำนวณ การยิง 1 ครั้ง ดังนั้นกองทัพจึงให้กองทุนอุดหนุนแก่ John W. Mauchly และ Persper Eckert จากหมาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย ในการสร้างคอมพิวเตอร์ จากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมา โดยนำหลอดสุญยากาศ (Vacuum Tube) จำนวน 18,000 หลอด มาใช้ในการสร้าง ซึ่งมีข้อดีคือ ทำให้เครื่องมีความเร็ว และมีความถูกต้องแม่นยำในการคำนวณมากขึ้น ในด้านของความเร็วนั้น เครื่องจักกลมีความเฉื่อยของการเคลื่อนที่ของชิ้นส่วนประกอบ แต่คอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ จะใช้อิเล็กตรอนเป็นตัวคลื่อนที่ ทำให้สามารถส่งข้อมูลด้วยกระแสไฟฟ้าได้ ด้วยความเร็วใกล้เคียงกับความเร็วของแสง ส่วนความถูกต้องแม่นยำในการทำงานของเครื่องจักรกลอาศัยฟันเฟือง รอก คาน ในการทำงาน ทำให้ทำงานได้ช้า และเเกิดความผิดพลดได้ง่าย



    พ.ศ. 2489 เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ Mauchly และ Eckert คิดค้นขึ้นได้มีชื่อว่า ENIAC ย่อมาจาก (Electronic Numberical Integrater and Caculator) ประสบความสำเร็จในปี พ.ศ. 2489 ถึงแม้ว่าจะไม่ทันใช้ในสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ความเร็วในการตำนวณของ ENIAC ทำให้วงการคอมพิวเตอร์ขณะนั้น ยอมรับความสามารถของเครื่องคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ แต่อย่างไรก็ตาม ENIAC ทำงานด้วยไฟฟ้าทั้งหมดทำให้ในการทำงานแต่ละครั้งจึงทำให้เกิดความร้อนสูงมาก จำเป็นต้องติดตั้งไว้ในห้องที่มีเครือ่งปรับอากาศด้วย นอกจากนี้ ENIAC ยังเก็บได้เฉพาะข้อมูลที่เป็นตัวเลขขนาด 10 หลัก และเก็บได้เพียง 20 จำนวน เท่านั้น ส่วนชุดคำสั่งนั้น ยังไม่สามารถเก็บไว้ในเครื่องได้ การส่งชุดคำสั่งเข้าเครื่องจะต้องใช้วิธีการเดินสายไฟสร้างวงจร ถ้ามีการแก้ไขโปรแกรม ก็ต้องมีการเดินสายไฟกันใหม่ ซึ่งใช้เวลาเป็นวัน

    ความคิดต่อมาในการพัฒนาเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ดีขึ้นก็คือ การค้นหาวิธีการเก็บโปรแกรมไว้ในเครื่อง เพื่อลดความยุ่งยาก ของขั้นตอนการป้อนคำสั่งเข้าเครื่อง มีนักคณิตศาสตร์เชื้อสายฮังการเรียนชื่อ Dr.John Von Neumann ได้พบวิธีการเก็บโปรแกรมไว้ ในหน่วยความจำของเครื่องเช่นเดียวกับการเก็บข้อมูลและต่อวงจรไฟฟ้า สำหรับการคำนวณ และการปฏิบัติการพื้นฐาน ไว้ให้เรียบร้อยภายในเครื่อง แล้วเรียกวงจรเหล่านี้ด้วยรหัสตัวเลขที่กำหนดไว้ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกพัฒนาขึ้นตามแนวความคิดนี้ได้แก่ EVAC (Electronic Ddiscreate Variable Automatic Computer) ซึ่งสร้างเสร็จใน พ.ศ. 2492 และนำมาใช้งานจริงในปี พ.ศ. 2494 และในเวลาใกล้เคียงกัน ที่มหาวิทยาลัยเคมบริดส์ ประเทศอังกฤษ ได้มีการสร้างคอมพิวเตอร์มีลักษณะคล้ายกับเครื่อง EVAC และให้ชื่อว่า EDSAC (Electronic Delay Strorage Automatic Caculator)



ความคิดเห็นที่ 66

... (Guest)
23 มิ.ย. 2549 11:38
  1. ความคิดเห็นที่ 5 เเละ6 ลงดีมาก



ความคิดเห็นที่ 2

pisanu (Guest)
12 ก.ค. 2547 13:58
  1. ช่วยประวัติค



ความคิดเห็นที่ 58

ภัทรวดี สายชมพู (Guest)
30 พ.ย. 2548 10:44
  1. ยุคที่1ยุคที่3



ความคิดเห็นที่ 11

เปิ้ล (Guest)
22 พ.ย. 2547 13:35
  1. น่าจะมีข้อความมากกว่านี้ มีรุปมากกว่านี้



ความคิดเห็นที่ 63

c_cin
10 มิ.ย. 2549 19:52
  1. ...........



ความคิดเห็นที่ 28

้manorom_pin@hotmail.com (Guest)
21 มิ.ย. 2548 10:15
  1. อย่ากรู้ความหมายของวงจรกลับสัญญาณ



ความคิดเห็นที่ 41

น้องพิซซ่า (Guest)
10 ก.ค. 2548 08:51
  1. เอาแต่คำตอบก็ไดค่ะ



ความคิดเห็นที่ 40

น้องพิซซ่า (Guest)
10 ก.ค. 2548 08:43
  1. ช่วยบอกเรื่องบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ด้วยเถอะค่ะ เอารูปของบุคลนั้นๆด้วยก็ดี ตอบด้วยนะค่ะ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น