สนทนากับคุณอังคาร


คุณอังคารคะ โปรดชี้แจงให้ความกระจ่างด้วยค่ะ




ความคิดเห็นที่ 185

นิรันดร์
17 มิ.ย. 2556 00:40
  1.     ๐ บิดาอยู่กับน้อง          ของอา
    เธอชื่อคุณ"ภาวนา"          ชิดใกล้
    พบพ่อเจ็บอุรา                 รีบส่ง
    สมิทธิเวชประคองให้       พี่น้องรีบมา


        ๐ แม่กังวลห่วงด้วย      ดวงใจ
    นอนนั่งยังอาลัย              พ่อแล้
    เป็นเพื่อนคู่หทัย              นานเนิ่น
    จะพรากจึงท้อแท้            อยู่ได้ฤๅไฉน


        ๐ สองบัลลูนสอดแล้ว  ใจสบาย
    พ่อบอกยังไม่ตาย            แน่แล้ว
    มารดาจึ่งค่อยคลาย         ทุกข์โศก
    คุณพ่อคุยเจื้อยแจ้ว          กลับบ้านเรากัน




ความคิดเห็นที่ 183

ไข่มุกราณี
16 มิ.ย. 2556 16:01
  1. ๐  อ่านอ่านคิดคิดให้     ห่วงใย
    หน่อยพบเหตุสงสัย       พึ่งน้อง
    ลูกเมียวินิจฉัย               ฉลาดเถิด           
    โคลงกล่าวน่าเสียวท้อง  เป่าเพี้ยงถูกทาง {#emotions_dlg.d4}




ความคิดเห็นที่ 184

ไข่มุกราณี
16 มิ.ย. 2556 17:18
  1. คุณอาคะ ขอบคุณค่ะที่ชี้แนะ ท่าทางเขียนโคลงแล้วไม่รุ่ง มีแต่ครูหลายท่านบอกไม่รู้ไม่เข้าใจ หงายเก๋งเลย {#emotions_dlg.d8}

    แรงสู้ฝากฝนพา                 ลมพัด
    หมายว่า ช่วยส่งแรงสู้ช่วยเชียร์ให้คุณปู่กับคุณอา บังเอิญฝนกำลังตกลมแรง จึงฝากฝนกับลมไป

    ว่างชื่อเสมือนว่างหน้า      จิตฟุ้งซ่านเอย
    หมายว่า ไม่เห็นชื่อคุณอาก็เหมือนไม่เห็นหน้า จิตรู้สึกห่วง เพราะการคุยในเว็ปมีแต่ชื่อเท่านั้นมาให้เห็นทุกคน เห็นแค่ชื่อก็เหมือนเห็นหน้าสามารถพูดคุยกันได้ สำนวนหน่อยเอง ไม่ได้เอามาจากกวีท่านใด เลยพิสดารอ่านงงเต็ก




ความคิดเห็นที่ 182

นิรันดร์
16 มิ.ย. 2556 09:46
  1.     ๐ สติดีพระช่วยคุ้ม            กันภัย
    สายเลือดเลี้ยงหัวใจ             ขัดข้อง
    อุราแน่นแทบหยุดไป            หามส่ง
    สมิทธิเวชด้วยคุณน้อง          พี่รู้รีบมา

       ๐ หมอบอกว่าจักต้อง        แหวะอุรา
    เส้นเลือดที่แขนขา               เคลื่อนย้าย

    ทำทางเลี่ยงมรรคา               ที่ตีบ   ตันเฮย
    เมียลูกนอนฝันร้าย                จักฝื้นคืนไฉน

      ๐ ตัดสินใจเปลี่ยนถี้(ที่)        รักษา
    จากสมิทธิ์ฯศรีราชา              ส่งด้วย
    ยังศูนย์แพทย์หัทยา              กรุงเทพฯ
    ตรวจใหม่หวังอาจฉ้วย(ช่วย)  ปรับแก้วิธีการ

      ๐ แนวทางหมอท่านให้         สองวิธี
    ลูกเลือกเพราะหวังดี              พ่อต้อง
    ไม่เจ็บไม่ต้องมี                     แผลทั่ว   กายนา
    เสียบสอดสายพยุงป้อง          เปิดข้างหว่างขา




ความคิดเห็นที่ 181

นิรันดร์
16 มิ.ย. 2556 09:28
  1. ขอแนะนำโคลงของหน่อยสักนิดนะ

    ๐  หลายวัน บ่ คืบก้าว       ข่าวอา
    คุณปู่อาจรักษา                 ทราบช้า
    แรงสู้ฝากฝนพา                 ลมพัด
    ว่างชื่อเสมือนว่างหน้า      จิตฟุ้งซ่านเอย

    เป็นการส่งสัมผัสซ้ำด้วยสระอาทั้งสองที่ ไม่ควรทำ
    แม้จะถูกต้องตามผังบังคับ แต่เวลาอ่านออกเสียงแล้วรู้สึกสะดุด ทำให้ขาดความไพเราะ
    อีกอย่างที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ อาอ่านแล้วตีความสองบรรทัดล่างไม่ได้ ไม่ทราบว่าหมายความอย่างไร
    เข้าใจเพียงสองบรรทัดแรกว่าเป็นความห่วงใยของหน่อย อาก็ขอขอบคุณนะครับ




ความคิดเห็นที่ 180

ไข่มุกราณี
15 มิ.ย. 2556 18:51
  1. ๐  หลายวัน บ่ คืบก้าว       ข่าวอา
    คุณปู่อาจรักษา                 ทราบช้า
    แรงสู้ฝากฝนพา                 ลมพัด
    ว่างชื่อเสมือนว่างหน้า      จิตฟุ้งซ่านเอย {#emotions_dlg.q4}




ความคิดเห็นที่ 179

ไข่มุกราณี
14 มิ.ย. 2556 18:45
  1. ๐   คุณอาลดว้าวุ่น         วายใจ
    เรื่องปกติวิสัย                เจ็บไข้
    สติตั้งอย่าเตลิดไกล      ทุกข์ก่อน
    เฉยพักประเดี๋ยวยิ้มได้   ขีดพ้นอันตราย {#emotions_dlg.d5}




ความคิดเห็นที่ 178

นิรันดร์
13 มิ.ย. 2556 17:07
  1.   ๐  ระหว่างนี้มีกิจต้อง     ห่างไกล
    ถวิลเพื่อนแทบขาดใจ      กลับต้อง
    หายหน้างดปราศัย           อย่าโกรธ   กันเฮย
    พ่อป่วยแทบม้วยจ้อง        หมั่นเฝ้าดูแล




ความคิดเห็นที่ 1

ไข่มุกราณี
7 เม.ย. 2556 21:42
  1. นิพพานนี้...
    อยู่ที่นี่ที่นั่นหรือที่ไหน
    หรือขอบของดาราปลายฟ้าไกล
    หรือออกไปนอกขอบจักรวาล
    เขียนได้เท่านี้ก็ต้องเลิก เพราะเหนือสติปัญญาที่จะตอบตัวเองได้
    และเลี่ยงมาเขียนให้ถูกต้องตามหลักว่า
    ฯ...โลกหมุนเวียนเปลี่ยนไปล้วนไตรลักษณ์
    เปิดประตูแห่งมรรคจะพบได้
    ในมรรคนี้มีแปดขั้นบันใด
    ก้าวเข้าไปพานพบนฤพาน

    (ผลงานคุณอังคารค่ะ)




ความคิดเห็นที่ 2

ไข่มุกราณี
7 เม.ย. 2556 21:43
  1. คุณอังคารคะ นึกว่าเป็นสมภารเก่า ฮิฮิ มีความเห็นบางอย่างถามนิดค่ะ นิพพาน คือ อะไรกันแน่คะ หน่อยว่าอย่างคนแก่ที่อายุมากๆเกือบร้อยปีใกล้เสียชีวิตค่ะ แต่ก่อนจบลมหายใจทราบว่าลูกหลานเหลนทุกคนมีความสุขมีงานการดีทุกคน ไม่มีหนี้สินคดโกงใคร มีคู่ครองดีเหมาะสมการศึกษาสูงดี คือทุกคนอยู่ในศีลในธรรมเป็นคนดีที่น่ายกย่องทุกคน รู้สึกดีใจมาก หมดห่วงทุกคน ก่อนหมดลมมีความปิติยินดีมากสุดขีดที่สุดในโลกเลย แล้วก็เสียชีวิตค่ะ อย่างนี้เรียกว่านิพพานได้ไหมคะ คิดว่าน่าจะได้นะคะ เรื่องว่าเกิดใหม่หรือไม่เกิดอีกว่าเป็นแค่อุบายบางประการไหม คะ




ความคิดเห็นที่ 3

ไข่มุกราณี
7 เม.ย. 2556 21:49
  1. คุณหน่อยทราบว่ายังมีผู้ตอบคำถามนี้ได้อยู่หรือ?  smiley
    โดยปัญญาสามัญชนนั้นไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้เลย เหตุว่าปัญญาที่ใช้ใคร่ครวญนั้นอ่อนนัก
    ไม่ใช่ปัญญาอันประหารกิเลสได้ ดังจะได้ยกตัวอย่างตามคัมภีร์วิสุทธิมรรค โดยจะยกมาเฉพาะจุด
    เปรียบเทียบให้เห็นเท่านั้น ดังนี้
    ฯ...ในข้อปฐมปุจฉาที่ถามว่า สิ่งดังฤๅชื่อว่าปัญญานั้น นักปราชญ์พึงสันนิษฐานว่า วิปัสสนาญาณที่สัมปยุต
    ประกอบด้วยกุศลจิตพิจารณาไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา นั้นแล ได้ชื่อว่าปัญญา
    ในข้อทุติยปุจฉาที่ถามว่า ธรรมชาติที่ชื่อว่าปัญญา ดัวยอรรถาธิบายเป็นดังฤๅนั้น วิสัชนาว่า
    ธรรมชาติซึ่งได้นามบัญญัติชื่อว่าปัญญานั้น ด้วยอรรถว่า ให้รู้โดยประการ อธิบายว่า
    กิริยาที่รู้ชอบ รู้ดี รู้พิเศษ โดยอาการต่างๆ นั้นได้ชื่อว่ารู้โดยประการ
    ถ้าจะว่าด้วยธรรมชาติอันมีกิริยาให้รู้นั้น มี ๓ คือสัญญา ๑ วิญญาณ ๑ ปัญญา ๑ ทั้ง ๓ ประการนี้
    มีกิริยาให้รู้อารมณ์เหมือนกัน แต่สัญญากับวิญญาณ ๒ ประการนี้ ไม่รู้พิเศษเหมือนปัญญา...ฯ
    ฯ...แท้จริง ธรรมทั้ง ๓ ประการ คือ สัญญาและวิญญาณกับปัญญานี้ เปรียบเหมือนชน ๓ จำพวก
    คือ ทารกน้อยๆ ๑ บุรุษชาวบ้านที่เป็นผู้ใหญ่ ๑ ช่างเงินจำพวก ๑ ชน ๓ จำพวกนี้รู้จักกหาปณะ
    และรูปมาสกไม่เหมือนกัน...ฯ
    ถ้าให้ กหาปณะแลรูปมาสกนี้ คือเครื่องประดับ คุณหน่อยคิดว่าคน ๓ จำพวกข้างต้นจะมีความรู้เท่ากันหรือไม่




ความคิดเห็นที่ 4

ไข่มุกราณี
7 เม.ย. 2556 21:50
  1. คุณอังคารคะ นิพพานอธิบายไม่ได้เลยหรือ แล้วทำไมรู้จักได้ ถูกเอ่ยถึงได้ อยากได้เอามาไว้กับเรา มีคุณประโยชน์กับมนุษย์หรือไม่ มนุษย์ชาตินี้ไม่มีความจำเป็นต้องนิพพานก็ได้ จะเหมือนโนเบลไหมไม่ได้ทุกคน น้อยมากที่ฉลาดคิดค้นจนได้ แต่เราไม่ฉลาดพอก็ไม่เป็นไร บางคนพยายามมากที่อยากคว้ามาครอง แต่คนไม่มีไม่สนใจหรือเรียนสาขาอื่นก็ไม่เดือดร้อนต้องเอามาไว้กับเราเลย คือพอมีการค้นพบก็ยินดีมากและรอดูการเปลี่ยนแปลงจากการค้นพบโดยไม่คิดจะคิด อะไรเลยค่ะ คล้ายกันไหมคะ




ความคิดเห็นที่ 5

ไข่มุกราณี
7 เม.ย. 2556 21:57
  1. นิพพานอธิบายไม่ได้เลยหรือ?
    อธิบายได้โดยท่านผู้ถึงนิพพานแล้วเท่านั้น
    แล้วทำไมรู้จักได้?
    เพราะผู้ที่รู้แล้วอธิบายให้ฟัง
    ยกตัวอย่างคำถามคำตอบระหว่างพระเจ้ามิลินท์และพระนาคเสน ลองพิจารณาดังนี้ครับ
    ปฏิสนธิคหณปัญหาที่ ๖
    ครั้งนั้นพระเจ้ามิลินท์ภูมินทรบดี จึงมีพระราชปุจฉาถามอรรถปัญหาอันอื่นต่อไปว่า
    ข้าแต่พระนาคเสนผู้เป็นเจ้าคนที่ตายไปแล้ว จะไม่ปฏิสนธิเกิดมาเป็นร่างกายจิตใจ
    สูญไปนี้ จะมีบ้างหรือ หรือว่าไม่มี
    พระนาคเสนได้ฟังพระราชโองการฉะนี้จึงถวายพระพรว่า ดูรานะมหาบพิตร
    คนบางจำพวกได้ดับจิตแล้วไม่เกิดอีกก็มี ที่กลับมาเกิดอีกก็มี
    พระเจ้ามิลินท์ภูมินทรบดีจึงซักถามต่อไปอีกว่า ข้าแต่พระผู้เป็นเจ้า พระผู้เป็นเจ้าว่า
    บุคคลที่ดับจิตไม่ได้เกิดอีกนั้น ได้แก่คนจำพวกใด คนที่ดับจิตตายไปแล้ว
    กลับเกิดใหม่นั้น ได้แก่คนจำพวกใด นิมนต์วิสัชนาไปให้แจ้งก่อน
    พระนาคเสนถวายพระพรว่า "มหาราชา" ดูรานะบพิตรคนที่มีราคาทิกิเลส
    ดับจิตแล้วเกิดใหม่ ที่หากิเลสมิได้ดับจิตแล้วไม่เกิดอีก ขอถวายพระพร
    พระเจ้ากรุงมิลินท์จึงย้อนถามว่า ก็พระผู้เป็นเจ้านี้เล่าดับจิตแล้วจะเกิดไหม
    หรือว่าไม่เกิดอีกในภพเป็นประการใด
    พระนาคเสนวิสัชนาแก้ไขว่า "มหาราชา" ดูรานะบพิตรพระราชสมภารผู้ประเสริฐ
    ถ้าว่าอาตมาประกอบไปด้วยกิเลส ดับจิตไปก็ต้องเกิดใหม่ ถ้าว่าอาตมาหากิเลสมิได้
    ก็จะดับสูญไปไม่เกิดอีกขอถวายพระพร
    สมเด็จพระเจ้ามิลินท์ปิ่นสาคลนคร ก็มีพระราชโองการสรรเสริญว่า
    พระผู้เป็นเจ้าวิสัชนานี้สมควรแล้ว
    ปฏิสนธิคหณปัญหาที่ ๖ จบเท่านี้
    มนสิการปัญหาที่ ๗
    สมเด็จพระเจ้ามิลินท์ปิ่นกษัตริย์มีพระราชโองการตรัสถามอรรถปัญหาต่อไปว่า
    ข้าแต่พระนาคเสนผู้เป็นเจ้า โยมนี้ยังสงสัยอยู่ ด้วยบุคคลไม่ปฏิสนธิคือไม่เกิดใหม่นั้น
    ไม่เกิดใหม่ด้วยโยนิโสมนสิการดังฤๅ
    พระนาคเสนถวายพระพรว่า "มหาราชา" ดูรานะบพิตรพระราชสมภารผู้ประเสริฐ
    ในศฤงคาร บุคคลไม่ปฏิสนธิเกิดใหม่นั้นด้วยโยนิโสมนสิการกับกุศลธรรมอื่นที่
    บำเพ็ญไว้แต่ก่อน มีบารมีเต็มตามกำหนดให้สำเร็จพระนิพพานอีกกับปัญญาพร้อม
    ด้วยสิ่งสามประการนี้จึงมิได้เกิดใหม่ ขอถวายพระพร
    พระเจ้ามิลินท์ภูมินท์มีพระราชโองการซักถามว่า ข้าแต่พระนาคเสนผู้มีปรีชาญาณ
    โยนิโสมนสิการนั้นไม่ใช่ปัญญาหรือประการใด
    พระนาคเสนวิสัชนาแก้ไขว่า โยนิโสมนสิการมิใช่ปัญญาและโยนิโสมนสิการนั้น
    มีในสันดานแห่งสัตว์ทั้งหลาย คือวัวควายช้างม้า สรรพสัตว์ทั้งปวงเหล่านี้ และสัตว์
    ดังพรรณามานี้จะได้มีปัญญาหามิได้ มีแต่โยนิโสมนสิการ ขอถวายพระพร
    มนสิการปัญหาที่ ๗ จนเท่านี้




ความคิดเห็นที่ 6

ไข่มุกราณี
7 เม.ย. 2556 21:58
  1. คุณอังคารคะ ขออภัยที่ให้รอ เพราะเข้าใจยากมากต้องอ่านซ้ำไปมาหลายรอบ โดยเฉพาะโยนิโสมนสิการมีในสิ่งมีชีวิตทุกชนิดหรือค่ะ คืออะไรคะเป็นพวกลมหายใจหรือไม่ พออ่านเข้าใจบ้างก็รู้สึกสนุกเหมือนกันเพราะได้อ่านภาษาธรรมะน้อยค่ะ สมัยนี้ผู้ที่บรรลุเหมือนพระนาคเสนไม่มีแล้วหรือมีค่ะ การเวียนว่ายตายเกิดสมัยนี้พิสูจน์ได้แล้วนิค่ะว่าเป็นเรื่องไม่จริง เรารู้จักสิ่งมีชีวิตมากมายทั้งวงจรชีวิตรู้จักแม้แต่จุลินทรีย์จุลชีพค่ะ ขอโทษก่อนว่ามิได้ต่อต้านนะคะเพราะรู้มาทางนี้สวนทางกันค่ะ




ความคิดเห็นที่ 7

ไข่มุกราณี
7 เม.ย. 2556 22:00
  1. ไม่เป็นไรครับ รู้ไปทางเดียวกัน รู้สวนทางกัน บางทีจะรวมเรียกว่าไม่รู้เหมือนกันก็ได้ครับ  smiley
    ถ้าจับเอาตามพระนาคเสนกล่าวถึงสรรพสัตว์ทั้งปวง มีโยนิโสมนสิการ ก็หมายความว่าสัตว์ทั้งปวงครับ
    ต้นไม้เป็นสิ่งมีชีวิต จะมีโยนิโสมนสิการด้วยหรือไม่ ผมไม่แจ้งในข้อนี้
    โยนิโสมนสิการคำนี้ ศัพท์พุทธศาสตรฺ์เขียนไว้กว้างๆ บางทีจะเข้าใจยากสักหน่อย (ขอติดไว้ก่อน)
    อ่อ...พระนาคเสนแจกแจงไว้แล้วนี่ว่า
    โยนิโสมนสิการนั้น มีลักขณะให้อุตสาหะมีพยายามความเพียรประการ ๑
    มัลักขณะจะถือเอาให้ได้ เหมือนกับสัตว์เป็นต้น ว่าแพะลาโคมหิงสา ถึงผูกไว้ก็คงจะดิ้นไปกินหญ้านั้น
    สมัยนี้ผู้ที่บรรลุเหมือนพระนาคเสนไม่มีแล้วหรือมีค่ะ
    ถ้าท่านผู้ใดถึงพร้อมด้วยองค์สาม คือโยนิโสมนสิการ ๑ บารมีเต็มตามกำหนดให้สำเร็จพระนิพพาน ๑
    กับอีกมีปัญญา ๑ ผมคิดว่าก็ยังคงมีผู้บรรลุเกิดขึ้นได้ครับ
    การเวียนว่ายตายเกิดสมัยนี้พิสูจน์ได้แล้วนิค่ะว่าเป็นเรื่องไม่จริง
    อ่อ...เขาพิสูจน์กันอย่างไรหรือครับ?




ความคิดเห็นที่ 8

Ankkarn
7 เม.ย. 2556 22:32
  1. สนทนาที่นี้ก็ดีเหมือนกันครับ
     




ความคิดเห็นที่ 9

ไข่มุกราณี
7 เม.ย. 2556 22:47
  1. คุณอังคารคะ การศึกษาทางชีววิทยาที่ศึกษาความเป็นไปของสิ่งมีชีวิต วงจรชีวิต การดำรงชีพ ห่วงโซ่อาหาร การศึกษาทางการแพทย์ ค้นพบสิ่งมีชีวิตเซลเดียวเกิดจุลชีววิทยา จนยุตนี้เกิดเทคโนโลยีชีวภาพหรือไบโอเทค เราทราบกันหมดแล้วค่ะว่า การเวียนว่ายตายเกิดไม่มี ชาติโน้นชาตินี้ไม่มี มีแต่ประเทศชาติค่ะ เราสามารถควบคุมการเกิดของทุกสิ่งมีชีวิตได้ มีการอนุรักษ์พันธ์ถ้าใกล้สูญพันธุ์ มีการรณรงค์ต่างๆเกิดองค์การใหม่ๆ คนรุ่นใหม่ก็มักตื่นตัวหันมาร่วมมืออย่างเต็มที่ นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ๆฉลาดจนสามารถเรียนทันกันหมดทั่วโลก วิชาการที่ไหนค้นพบก็จะถ่ายทอดกันทันทีอย่างรวดเร็ว แถมปลูกฝังกันตั้งแต่เด็กน้อย คิดเลือกอาชีพในอนาคตตั้งแต่เริ่มมัธยมต้นค่ะ
    แต่ที่หน่อยสงสัยคือทางพ้นทุกข์ซึ่งก็ยอมรับกันว่าต้องมีธรรมะช่วยได้แน่นอน และสนใจนิพพานด้วยเพราะพูดกันบ่อยมากค่ะ  




ความคิดเห็นที่ 10

Ankkarn
7 เม.ย. 2556 23:13
  1. การศึกษาทางชีววิทยาที่ศึกษาความเป็นไปของสิ่งมีชีวิต วงจรชีวิต การดำรงชีพ ห่วงโซ่อาหาร
    การศึกษาทางการแพทย์ค้นพบสิ่งมีชีวิตเซลเดียวเกิดจุลชีววิทยา...เราทราบกันหมดแล้วค่ะว่า
    การเวียนว่ายตายเกิดไม่มี ชาติโน้นชาตินี้ไม่มี

    เขาศึกษาการเกิดขึ้น การตั้งอยู่ และการดับไป ของชีวิตเล็กๆที่เรียกว่าจุลชีวันใช่ไหมครับ
    มีการศึกษาแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างกว้างขวางในแขนงวิชาต่างๆ อืม ก็เป็นสิ่งที่ดีครับ
    แต่ที่ว่าการเวียนว่ายตายเกิดไม่มีนั้น อย่างน้อยมีการเกิด เจริญเติบโต แล้วก็ตายเหมือนกันสินะครับ

    ดูเหมือนว่าวิทยาการต่างๆก็ก้าวหน้าไปมากแล้ว ความรู้เท่าที่มีอยู่ก็เหมือนว่าเราควบคุมทุกสิ่งได้หมด
    มีการร่วมมือกันทั่วทุกมุมโลก แต่ทำไมยังมีความทุกข์อยู่

    นิพพานเป็นคำๆหนึ่ง มีลักษณะว่า เสร็จแล้ว กิจที่ต้องทำได้ทำเสร็จแล้ว ไม่มีกิจอื่นต้องทำต่อไปอีก
    ความหมายคล้ายๆอย่างนี้ล่ะครับ




ความคิดเห็นที่ 11

Ankkarn
7 เม.ย. 2556 23:21
  1. อ้อ...พวกจุลชีพ จุลชีวัน จุลินทรีย์ บักเตรี แบกทีเรีย พวกนี้เขาจัดว่าเป็นสัตว์ด้วยหรือเปล่าครับ




ความคิดเห็นที่ 12

ไข่มุกราณี
7 เม.ย. 2556 23:40
  1. คุณอังคาร นั่นนะซิ ปัญหามนุษย์ทางกายแก้ไขได้มากมาย แต่ปัญหาทางจิตใจซิยุ่งยาก คิดว่าพวกสัตว์ก็เป็น มีความทุกข์ทางจิตใจ แต่ไม่มีใครสนใจเท่าไหร่ ปล่อยให้ทุกข์ ปล่อยตรอมใจ ปล่อยให้ตายไป แล้วก็ผสมพันธุ์ใหม่เลี้ยงกันใหม่ แต่คนปล่อยไม่ได้ ต้องพยายามศึกษาช่วยกันไป เพราะคนเป็นสัตว์สังคม อยู่ด้วยกันก็มีเรื่องเกี่ยวข้องกัน อยู่คนเดียวก็เหงาหงอยเศร้าสร้อย คิดว่ามด ผึ้ง ปลวก ก็เหมือนกัน มีแต่ธรรมะนี่แหละที่ช่วยชาวพุทธมาตั้งแต่โบราณ ศาสนาอื่นก็ช่วยสาวกเขา พระธรรมอาจจะเป็นกฏหมายชีวิตที่ตราขึ้นมาใช้ในการอยู่ร่วมกันแต่โบราณ เหมือนกฎหมายบ้านเมืองที่มีมาทีหลังเมื่อมีประเทศขึ้นมาแล้ว เห็นด้วยไหมคะ


แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น