รุ้งกินน้ำ

รุ้งกินน้ำเกิดขึ้นได้อย่างไร? ชนิดของรุ้งกินน้ำ? บริเวณและเวลาที่มักเกิดรุ้งกินน้ำ? ความแตกต่างของรุ้งกินน้ำแต่ละชนิด?

ช่วยตอบหน่อยนะคะ



ความคิดเห็นที่ 105


30 ม.ค. 2550 16:45
  1. รุ้งกินน้ำเกิดจากการหักเหของแสงแดดโดยละอองน้ำในอากาศ จึงเกิดหลังฝนตก หรือบริเวณที่มีละอองน้ำ และจะเกิดด้านที่อยู่ตรงข้ามกับดวงอาทิตย์เสมอ ม่วยคนนี้ขาวและสวยดี ถอดออกเป็นสีทั้งเจ็ดของรุ้งกินน้ำหรือสีของแสงแดด ม่วง-คราม-น้ำเงิน-เขียว-เหลือง-แสด-แดง



ความคิดเห็นที่ 124

12 ก.พ. 2554 14:00
  1. ขอบคุณคะ



ความคิดเห็นที่ 78

16 มิ.ย. 2549 18:30
  1. แสงสีที่สวยงาม

    ในช่วงฤดูฝน นอกเหนือจากความน่าสะพรึงกลัวของเสียงฟ้าคำรามกึกก้องและแสงแปลบปลาบจากปรากฏการณ์ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า ฟ้าร้องแล้ว ธรรมชาติยังปลอบใจมนุษย์ด้วยความสวยงามของแสงสีบนท้องฟ้า เสมือนชดเชยความน่ากลัวที่เกิดขึ้นเป็นแสงสีของ รุ้งกินน้ำ ที่วาดโค้งอยู่บนท้องฟ้า คงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มนุษย์รู้จักความสวยงามของสีสันต่างๆในกาลต่อมา

    รุ้งกินน้ำ เกิดขึ้นภายหลังฝนตกในขณะที่ยังคงมีแสง สว่างจากดวงอาทิตย์อยู่ และเกิดด้านตรงข้ามกับดวงอาทิตย์เสมอ เราจะเห็นได้ชัดเจนสวยงามต้องหันหลังให้ดวงอาทิตย์

    เหตุผลของการเกิดรุ้งกินน้ำเป็นเพราะ แสงอาทิตย์ที่เราเห็นเป็นแสงสีขาวนั้น เมื่อส่องผ่านไปในหยดละอองน้ำของเม็ดฝนที่มีดัชนีหักเหแตกต่างจากอากาศ จะเกิดการสะท้อนแสงและหักเหแสงในเม็ดฝน กระจายแสงออกมาในช่วงความยาวคลื่นที่แตกต่างกันไปแสงสีในช่วงคลื่นที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจะสะท้อนออกมาเรียงตามลำดับ 7 สี คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง ช่วงคลื่นที่ตามองเห็นได้ 7 สีนี้ เรียกว่า Spectrum จากรากศัพท์ภาษาละตินที่หมายถึง ภาพที่ปรากฏ เพราะในแสงอาทิตย์ยังมีช่วงคลื่นอื่นที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ แต่รับรู้ด้วยอุปกรณ์พิเศษ เช่น รังสีใต้แดง(Infrared) รังสีเหนือม่วง(Ultraviolet) เป็นต้น นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ เซอร์ ไอแซค นิวตัน เป็นผู้พิสูจน์ปรากฏการณ์นี้ในปี พ.ศ. 2215 โดยให้แสงอาทิตย์ส่องผ่านแท่งแก้วปริซึมรูปสามเหลี่ยม

    มีปรากฏการณ์ธรรมชาติที่คล้ายกัน แต่เกิดในลักษณะแตกต่างกัน มักเกิดในช่วงฤดูฝน ต้นฤดูหนาว คือปรากฏการณ์อาทิตย์ทรงกลดและพระจันทร์ทรงกลด เพราะขณะนั้นอากาศเบื้องบนจะเย็นจัดจนเมฆสูงขึ้นเป็นเกล็ดผลึกน้ำแข็ง แสงอาทิตย์หรือแสงจันทร์ส่องผ่านเกล็ดน้ำแข็ง จะสะท้อนแสงและหักเหในเกล็ดน้ำแข็ง กระจายแถบสี Spectrum ออกมาเป็นรัศมีคล้ายสีรุ้งอยู่โดยรอบดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ เหมือนกลดมากางกั้นไว้

    เมื่อเข้าใจแถบแสงสี 7 สีของ Spectrum แล้วหลักการดังกล่าวสามารถอธิบายโดยสรุปได้ว่า ช่วงเวลาที่ต่างกัน แสงสีบนท้องฟ้าจะแตกต่างกัน เช่น เวลากลางวันขณะที่ดวงอาทิตย์อยู่สูงจากขอบฟ้า เราเห็นท้องฟ้าโดยทั่วไปเป็นสีฟ้า เพราะฝุ่นละอองมากมายในบรรยากาศทำหน้าที่สะท้อนแสง หักเหแสงในช่วงคลื่นสีน้ำเงินออกมามาก แต่ในช่วงเช้าหรือเย็นขณะที่ดวงอาทิตย์อยู่ใกล้ขอบฟ้า แสงของดวงอาทิตย์จะส่องผ่านชั้นบรรยากาศที่หนามากกว่าขณะที่ดวงอาทิตย์อยู่สูง จึงเกิดการสะท้อนแสงและหักเหแสงในช่วงคลื่นสีเหลือง แสด แดง ออกมามากกว่า ดังนั้นท้องฟ้าจึงมีสีแดงหรือสีแสด



ความคิดเห็นที่ 94

19 ส.ค. 2549 14:09
  1. อยากทราบว่ารังสีอินฟราเรตคืออะไรใครร้ช่วยตอบทีค่ะ



ความคิดเห็นที่ 58

17 ม.ค. 2549 14:21
  1. เรื่องรุ้งกินน้ำสนใจมากค่ะ



ความคิดเห็นที่ 121

11 ก.ค. 2550 19:00
  1. ช่วยบอกทีต้องทำรายงาน



ความคิดเห็นที่ 106

7 ก.พ. 2550 20:19
  1. รุ้งกินน้ำแปลาตาเหลือเกิน



ความคิดเห็นที่ 104

29 ม.ค. 2550 20:46
  1. ลองรดน้ำต้นไม้ด้วยสายยาง แล้วคุณจะเห็นรุ้งกินน้ำอย่างสวยงาม แต่ต้องหันหลังให้ดวงอาทิตย์ ม่ายงั้นไม่เห็นหรอก และยังมีอีกวิธีหนึ่ง ลองฉีดสเปรย์ ทิศทางก็เหมือนกับประเภทแรก แค่นี้ก็รู้วิธีการทำรุ้งกินน้ำแล้ว จบ



ความคิดเห็นที่ 117

20 มี.ค. 2550 20:59
  1. รุ้งกินน้ำเกิดขึ้นมาได้อย่างไร?
    รุ้งกินน้ำเกิดจากอะไร?
    รุ้งกินน้ำมีส่วนผสมอะไรบ้าง?
    รุ้งกินน้ำมีประโยชน์อะไร?
    รุ้งกินน้ำทำอะไรได้บ้าง?



ความคิดเห็นที่ 39

9 ส.ค. 2548 20:51
  1. อยากทราบว่าโอกาสที่รุ้งปฐมภุมิและทุติยภูมิจะซ้อนทับกันเป็นไปได้มั้ยคับ และถ้าเป็นไปได้ช่วยอธิบายด้วยคับ



ความคิดเห็นที่ 2

21 ส.ค. 2547 20:42
  1. มี 2 ชนิด คือ รุ้งปฐมภูมิและรุ้งทุติยภูมิ
    รุ้งปฐมภูมิ เกิดจากแสงอาทิตย์หักเหเข้าทางด้านบนของละอองน้ำ แล้ว สะท้อนกลับหมดหนึ่งครั้ง แล้วหักเหออก โดยสีจะเรียงจากด้านบน คือ ม่วง...แดง
    รุ้งทุติยภูมิ เกิดจากแสงอาทิตย์หักเหเข้าทางด้านล่างของละอองน้ำ แล้วสะท้อนกลับหมด 2 ครั้ง แล้วหักเหออก โดยสีจะเรียงจากด้านบน คือ แดง...ม่วง
    รุ้งทุติยภูมิจะเกิดสูงกว่ารุ้งปฐมภูมิ จำว่า





    ที่เห็นรุ้งเป็นสีๆ เกิดจากดัชนีหักเหของแสงแต่ละสีที่รวมกันเป็นแสงขาวไม่เท่ากัน แสงสีม่วงมีดัชนีหักเหมากที่สุด และแสงสีแดงมีดัชนีหักเหน้อยที่สุด เมื่อเกิดการหักเหแสงสีม่วงจะหักเหมากสุด และแสงสีแดงน้อยสุด(ดูรูปจะง่ายกว่า)



ความคิดเห็นที่ 79

22 มิ.ย. 2549 09:16
  1. รุ้งกินน้ำเป็นปรากฏการทางธรรมชาติที่สวยงาม

    โดย ทีมงานไฉไลUnited
    จากคุณประดิษฐ์ สาลี 6/4 ค.ร. 9618



ความคิดเห็นที่ 6

22 ต.ค. 2547 09:34
  1. ข้อมูลของเรื่องรุ้งกินน้ำดีมาก อยากให้มีเนื้อและหาต่างๆ เพราะว่าเหมาะสำหรับเด็ก



ความคิดเห็นที่ 3

26 ส.ค. 2547 13:20
  1. เมื่อมีแสงขาวตกกระทบหยดน้ำในบรรยากาศ แสงบางส่วนหักเหเข้าไปในหยดน้ำ(บางส่วนสะท้อน)
    ส่วนที่หักเหเข้าไปในหยดน้ำ เมื่อไปตกกระทบผิวหนดน้ำด้านตรงข้ามจะสะท้อน(และหักเห)
    รังสีส่วนที่สะท้อนเมื่อมาถึงผิวหยดน้ำจะเกิดการหักเหออกจากหยดน้ำ
    การหักเหครั้งแรก(ตอนเข้าสู่หยดน้ำ)แสงขาวจะถูกแยกออกเป็นสีต่าง ๆ การหักเหครั้งที่สอง(ตอนออกจากหยดน้ำ)แสงสีต่าง ๆ จะยิ่งแยกออกจากกันมากขึ้น จนเราเห็นแสงสีแยกออกจากกันในลักษณะของรุ้งกินน้ำ
    1. รุ้งปฐมภูมิ เกิดจากแสงตกกระทบหยดน้ำทางขอบบน เกิดการหักเห 2 ครั้ง สะท้อนกลับหมด 1 ครั้ง โดยจะเห็นเป็นสีต่าง ๆ กันมีสีแดงอยู่บนและมีสีม่วงอยู่ล่างสุด จะเกิดเป็นรุ้งตัวล่าง (มีสีเข้มกว่าตัวล่าง)
    2. รุ้งทุติยภูมิ เกิดจากแสงตกกระทบหยดน้ำทางขอบล่าง เกิดการหักเห 2 ครั้ง สะท้อนกลับหมด 2 ครั้ง โดยจะเห็นเป็นสีต่าง ๆ กันมีสีม่วงอยู่บนและมีสีแดงอยู่ล่างสุด จะเกิดเป็นรุ้งตัวบน
    http://www.pt.ac.th/ptweb/prajead/light/Rainbow/rainbow.html



ความคิดเห็นที่ 1

Thaina Yu
30 มิ.ย. 2547 23:03
  1. รุ้งกินน้ำ คือการที่ละอองน้ำวงกลมสามารถจะทำให้แสงที่เข้าไปสะท้อนและหักเหอยู่ข้างในซัก 2-3 ครั้ง จนแสงอาทิตย์ที่ภายในมีหลายคลื่นความถี่ถูกแยกออกมาเป็นความถี่ย่อยๆ จะเปรียบไงดี คือสมมุตว่าเราขว้างลูกปัด 2-3 เม็ด ที่รูปร่างไม่เหมือนกันใส่ข้างฝานะครับ มันจะกระเด็นไปคนละทางกันถูกมั้ยครับ คล้ายๆกันนั่นล่ะครับ แสงสีขาวจะประกอบด้วยแม่สี 4 สี ผสมกันได้ 7 สี เมื่อผ่านไอน้ำกระจายออกมาเป็น 7 สีนี้ มันก็จะเข้าสู่ต่เราในตำแหน่งต่างกันเรียงกันเป็นชั้นๆ เราจึงเห็นเป็นรุ้งน่ะครับ

    หลังจากที่ฝนตกจะมีละอองน้ำตกค้างในอากาศมาก เมื่อแสงอาทิตย์ส่องกระทบ และหักเหเข้าไป แล้วสะท้อนกลับออกมามันก็จะกระจายแสงออกอย่างที่ว่าไว้ แต่มันจะเกิดขึ้นได้ต้องมีการสะท้อนน่ะครับ เพราะฉะนั้น มันจะส่งกลับมาในทิศของดวงอาทิตย์ คือ เราต้องหันหลังให้กับดวงอาทิตย์ และมองกลุ่มไอน้ำในทิศนั้นถึงจะเห็นครับ

    รุ้งกินน้ำมีสองชนิดครับ คือสะท้อนครั้งเดียวกับสะท้อนสองครั้ง ซึ่งมันจะทำให้การเรียงสีกลับทางกัน รู้สึกว่า สะท้อนครั้งเดียวจะเรียงสีบนสุดเป็นม่วง แล้วลงมาเป็นแดง ส่วนสองครั้งจะเป็นแดง แล้วลงมาเป็นม่วง และการสะท้อนครั้งเดียวจะเกิดต่ำกว่าสะท้อนสองครั้งครับ(ย่อหน้านี้ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ ถ้าจำผิดก็กลับกัน)



ความคิดเห็นที่ 41

18 ก.ย. 2548 15:56
  1. ได้ความรู้ค่ะ



ความคิดเห็นที่ 76

15 มิ.ย. 2549 19:15
  1. ผมดูเมื่อเช้าแล้วสวยมากครับ อยากได้ข้อมูลมากๆเลิยครับ



ความคิดเห็นที่ 30

30 มิ.ย. 2548 09:12
  1. ลิตเติ้ลค้นเจอพอดีเลยเอามาฝากน้องๆ

    รุ้งกินน้ำ
    รุ้งกินน้ำ เป็นการกระจายของแสง เกิดจากแสงขาวหักเหผ่านผิวของละอองน้ำ ทำให้แสงสีต่างๆกระจายออกจากกันแล้วเกิดการสะท้อนกลับหมดที่ผิวด้านหลังของละอองน้ำแล้วหักเหออกสู่อากาศ ทำให้แสงขาวกระจายออกเป็นแสงสีต่าง ๆ กัน
    รุ้งกินน้ำจะมี อยู่ 2 ชนิด คือ
    1. รุ้งปฐมภูมิ เกิดจากแสงตกกระทบหยดน้ำทางขอบบน เกิดการหักเห 2 ครั้ง สะท้อนกลับหมด 1 ครั้ง โดยจะเห็นเป็นสีต่าง ๆ กันมีสีแดงอยู่บนและมีสีม่วงอยู่ล่างสุด จะเกิดเป็นรุ้งตัวล่าง (มีสีเข้มกว่าตัวล่าง)
    2. รุ้งทุติยภูมิ เกิดจากแสงตกกระทบหยดน้ำทางขอบล่าง เกิดการหักเห 2 ครั้ง สะท้อนกลับหมด 2 ครั้ง โดยจะเห็นเป็นสีต่าง ๆ กันมีสีม่วงอยู่บนและมีสีแดงอยู่ล่างสุด จะเกิดเป็นรุ้งตัวบน


    แสงสีที่สวยงาม
    ในช่วงฤดูฝน นอกเหนือจากความน่าสะพรึงกลัวของเสียงฟ้าคำรามกึกก้องและแสงแปลบปลาบจากปรากฏการณ์ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า ฟ้าร้องแล้ว ธรรมชาติยังปลอบใจมนุษย์ด้วยความสวยงามของแสงสีบนท้องฟ้า เสมือนชดเชยความน่ากลัวที่เกิดขึ้นเป็นแสงสีของ รุ้งกินน้ำ ที่วาดโค้งอยู่บนท้องฟ้า คงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มนุษย์รู้จักความสวยงามของสีสันต่างๆในกาลต่อมา
    รุ้งกินน้ำ เกิดขึ้นภายหลังฝนตกในขณะที่ยังคงมีแสง สว่างจากดวงอาทิตย์อยู่ และเกิดด้านตรงข้ามกับดวงอาทิตย์เสมอ เราจะเห็นได้ชัดเจนสวยงามต้องหันหลังให้ดวงอาทิตย์
    เหตุผลของการเกิดรุ้งกินน้ำเป็นเพราะ แสงอาทิตย์ที่เราเห็นเป็นแสงสีขาวนั้น เมื่อส่องผ่านไปในหยดละอองน้ำของเม็ดฝนที่มีดัชนีหักเหแตกต่างจากอากาศ จะเกิดการสะท้อนแสงและหักเหแสงในเม็ดฝน กระจายแสงออกมาในช่วงความยาวคลื่นที่แตกต่างกันไปแสงสีในช่วงคลื่นที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าจะสะท้อนออกมาเรียงตามลำดับ 7 สี คือ ม่วง คราม น้ำเงิน เขียว เหลือง แสด แดง ช่วงคลื่นที่ตามองเห็นได้ 7 สีนี้ เรียกว่า Spectrum จากรากศัพท์ภาษาละตินที่หมายถึง ภาพที่ปรากฏ เพราะในแสงอาทิตย์ยังมีช่วงคลื่นอื่นที่มนุษย์ไม่สามารถมองเห็นได้ แต่รับรู้ด้วยอุปกรณ์พิเศษ เช่น รังสีใต้แดง(Infrared) รังสีเหนือม่วง(Ultraviolet) เป็นต้น นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ เซอร์ ไอแซค นิวตัน เป็นผู้พิสูจน์ปรากฏการณ์นี้ในปี พ.ศ. 2215 โดยให้แสงอาทิตย์ส่องผ่านแท่งแก้วปริซึมรูปสามเหลี่ยม
    มีปรากฏการณ์ธรรมชาติที่คล้ายกัน แต่เกิดในลักษณะแตกต่างกัน มักเกิดในช่วงฤดูฝน ต้นฤดูหนาว คือปรากฏการณ์อาทิตย์ทรงกลดและพระจันทร์ทรงกลด เพราะขณะนั้นอากาศเบื้องบนจะเย็นจัดจนเมฆสูงขึ้นเป็นเกล็ดผลึกน้ำแข็ง แสงอาทิตย์หรือแสงจันทร์ส่องผ่านเกล็ดน้ำแข็ง จะสะท้อนแสงและหักเหในเกล็ดน้ำแข็ง กระจายแถบสี Spectrum ออกมาเป็นรัศมีคล้ายสีรุ้งอยู่โดยรอบดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์ เหมือนกลดมากางกั้นไว้
    เมื่อเข้าใจแถบแสงสี 7 สีของ Spectrum แล้วหลักการดังกล่าวสามารถอธิบายโดยสรุปได้ว่า ช่วงเวลาที่ต่างกัน แสงสีบนท้องฟ้าจะแตกต่างกัน เช่น เวลากลางวันขณะที่ดวงอาทิตย์อยู่สูงจากขอบฟ้า เราเห็นท้องฟ้าโดยทั่วไปเป็นสีฟ้า เพราะฝุ่นละอองมากมายในบรรยากาศทำหน้าที่สะท้อนแสง หักเหแสงในช่วงคลื่นสีน้ำเงินออกมามาก แต่ในช่วงเช้าหรือเย็นขณะที่ดวงอาทิตย์อยู่ใกล้ขอบฟ้า แสงของดวงอาทิตย์จะส่องผ่านชั้นบรรยากาศที่หนามากกว่าขณะที่ดวงอาทิตย์อยู่สูง จึงเกิดการสะท้อนแสงและหักเหแสงในช่วงคลื่นสีเหลือง แสด แดง ออกมามากกว่า ดังนั้นท้องฟ้าจึงมีสีแดงหรือสีแสด



ความคิดเห็นที่ 61

21 ม.ค. 2549 19:49
  1. อยากด้ายประวัติรุ้งกินน้ำและวิธีการทำรุ้งกินนำอยากด้ายเร็วที่สุดนะค่ะคัยรุบ้างคะ



ความคิดเห็นที่ 75

14 มิ.ย. 2549 18:35
  1. ช่วยบอกวิธีการดูรุงกินน้ำที่หลากหลายหน่อยนะคะอยากรุ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น