การสอนภาษาอังกฤษ

สอนภาษามาก็หลายปี แต่มาระยะหลัง ๆ รู้สึกท้อเพราะเด็กที่มาเรียนต่อระดับม.1ใหม่ เรียนภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง แม้แต่เรื่อง Basic tools ยังไม่ได้เลย หรือว่า ตอนเรียนประถม ครูอาจมัวเอาเวลาไปนั่งทำอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ ซึ่งไม่ประจักษ์ เพราะการประเมินไม่ได้ประเมินในสถาณการณ์จริง ประเมินแต่ตัวอักษร ซึ่งจะเขียนให้มันเลิศหรูยังไงก็ได้ ไม่ใช่ว่าจะอิจฉานะแต่มันเรื่องจริง
3 ก.ค. 2547 06:50
247 ความเห็น
75175 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1  กล้อม (Guest)

ครู ม.2 ก็ว่าครู ม1

ครู ม.3 ก็ว่าครู ม.2

ครู ม.4 ก็ว่าครู ม3

ฯลฯ
3 ก.ค. 2547 06:57


ความคิดเห็นที่ 2 โดย สุรัชน์

คงไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ ผมยอมรับว่าตอนป.5เริ่มเรียนภาษาอังกฤษก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเลย จนม.1 โน่นครับกว่าจะรู้เรื่องปัจจุบัน อดีต อะไรพวกนี้ ผมย้อนนึกกลับไป ผมก็เห็นครูป.5 ป.6เขาตั้งใจสอนเป็นอย่างดี เป็นกำลังใจครับ อย่าเพิ่งท้อ
3 ก.ค. 2547 14:24


ความคิดเห็นที่ 3 ครูอีกคนหนึ่ง (Guest)

อย่าว่าอย่างนันอย่างนี้เลยค่ะ

ดิฉันสแนอยู่ในมหาวิทยาลัย

เด็กปีหนึ่งบางคนยังไม่รูจัก verb to be เลยค่ะ

ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ผ่านชั้นมัธยมมาได้ยังไง



ก็อยากให้เขาเรียนได้น่ะค่ะ

เห็นแล้วเหนื่อยใจ
3 ก.ค. 2547 23:16


ความคิดเห็นที่ 4 w-bpf (Guest)

อย่าว่างั้นงี้เลยครับ ผมสนใจภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เด็ก (ป.6 โน้นแหนะ) ตอนสอบก็ได้วิชาอังกฤษนี่แหละครับที่เป็นวิชาที่ช่วยดึงเกรดวิชาอื่นๆ---แต่ผมเพิ่งจะรู้เรื่องว่าอะไรคือ V. to be หรือกฎแกรมม่าร์ทุกอย่างตอนม. 5 ครับ



ดังนั้นครูควรจะประเมินความสามารถนักเรียนจากการตอบว่าอะไรคือ V. to be หรือว่าเราจะวัดจากการที่นักเรียนทำข้อสอบโดยรวมๆ ได้? แล้ววิธีไหนที่จะทำให้เรามั่นใจว่านักเรียนคนนี้รู้และสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้?--w-bpf
4 ก.ค. 2547 04:49


ความคิดเห็นที่ 5 NT (Guest)

โรงเรียนเทศบาลป4.อ่านภาษาไทยไม่ออก ป6.อ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ตอนนี้NTมาแรงครูโรงเรียนเทศบาลมาบอกพ่อแม่เด็กให้ไปเรียนพิเศษทีบ้านตอนเย็นหรือเสาร์อาทิตย์แต่โรงเรียนเปิดเทอมมาแล้ว 1 เดือน าษาอังกฤษครูไม่ค่อยอยูวิชาคณิตศาสตร์ให้ป่ามาในกระดาษA4 แล้วระบายสีว่ามีช้างกี่ตัวกวางกี่ตัว

พ่อแม่ก็กลัวลูกเข้าเรียนต่อไม่ได้ส่งเรียนกันใหญ่
6 ก.ค. 2547 15:36


ความคิดเห็นที่ 6 p (Guest)

อย่าไปว่าเด็กมากนักเลยครับ

แม้แต่ครูเองยังอ่าน (ออกเสียง) อะไรแปลกๆเลยครับ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวิชาคอมพิวเตอร์ เช่น

setup = ซีตุ๊บ

worm = วอม

ฯลฯ

ค่อยๆให้เขาเรียนรู้ไปนะครับ

ต้องใช้เวลาและประสบการณ์มากพอสมควร

ที่สำคัญที่สุดอยู่ที่ตัวครูเองครับ

ครูจะต้องเป็นต้นแบบทางภาษา (Language model)ให้ได้ก่อนนะครับ
7 ก.ค. 2547 08:15


ความคิดเห็นที่ 7 aephonnum@yahoo.com (Guest)

เด็กที่เรียนภาษาอังกฤษไม่ได้ เมื่อขึ้นมาเรียนชั้นม.1 นั้น สาเหตุไม่ได้มาจากครูมัวไปทำอาจารย์ 3 หรอกค่ะ ในฐานะที่หนูเป็นนักเรียนคนหนึ่งนั้น หนูคิดว่า อาจเป็นเพราะเราไม่มีหลักสูตรการเรียรภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเด็กในชนบทนั้นยิ่งไม่มีโอกาสได้เรียนภาษาอังกฤษเลย
13 ก.ค. 2547 15:21


ความคิดเห็นที่ 8 copter (Guest)

ผมเห็นด้วยครับ ทุกวันี้เด็ก ๆ ส่วนใหญ่มีความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษที่ไมตรงกับระดับชั้นที่แท้จริงของตน เด็กม.1 เหมือนกับเด็กป.6 เด็กม.6 เหมือนเด็ก ม.3 เด็กป .6ขึ้นม.1 ครูก็สอนๆๆๆไปวันๆๆไม่แยแสว่าเด็กจะเป็นอย่างไร เด็กเรียนช้าหน่อยทนไม่ได้ ด่าว่าเด็กทำให้อาย เกลียดวิชานี้ วิธีแก้มันแก้มันก็มี คือเราต้องยอมรับความจริงว่าเด็กเราเรียนไม่เก่งเริ่มต้นใหม่ให้เขาอดทนหน่อย หาวิธีการเรียนที่สนุก ๆ สอนสิ่งที่สามารถนำไปใช้ได้เลย ไม่ใช่สอนแต่แกรมมาร์
18 ก.ค. 2547 18:19


ความคิดเห็นที่ 9 ppp (Guest)

เห็นด้วยกับความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 ค่ะ แต่มีต่างมุมสักนิดว่าที่จริงแล้วมีบางส่วนที่ เป็นดังนี้

เด็กม.1 เหมือนกับเด็กป.3 เด็กม.6 เหมือนเด็ก ป 6

และนับวันจำนวนนักเรียนที่เป็นเช่นนี้กำลังมากขึ้นเรื่อยๆ ในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงน้อยกว่าโรงเรียนอื่นๆ
19 ก.ค. 2547 18:57


ความคิดเห็นที่ 10 p (Guest)

แล้วทำไม

แต่ละสถาบันจึงขยายการศึกษาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ทำให้จำนวนผู้จบการศึกษาระดับ

ปริญญาตรี

ปริญญาโท

และปริญญาเอก

เพิ่มมากขึ้นล่ะครับ
20 ก.ค. 2547 08:58


ความคิดเห็นที่ 11 Diedady (Guest)

การเรียนการสอนในปัจจุบันนี้จะมีเทคโนโลยีมากมายจนบางครั้งคนเราก็ไม่สามารถวิ่งตามเทคโนโลยีได้ทันแต่ถ้าเปรียบกับเมื่อก่อนนี้ในอดีตด้านเทคโนโลยียังไม่ทันสมัยเช่นปัจจุบันนี้แล้วทำไมผู้คนที่เรียนในปัจจุบันไม่เก่งเหมือนกับในอดีตทั้งที่มีความสะดวกสบายมากกว่าเมื่อก่อนมากเด็กบางงคนก้ยังอ่านหนังสือไม่ออกด้วยซ้ำไปเช่นวิชาที่ดิฉันกำลังสอนอยู่ในระหว่างเป็นนักศึกษาฝึกสอนคือวิชาภาษาอังกฤษ
21 ก.ค. 2547 12:42


ความคิดเห็นที่ 12 pvci@chaiyo.com (Guest)

น่าจะให้เด็กฝึกร้องเพลงenglish บ่อยๆนะคะตั้งแต่เล็กๆเลย

ถ้าเด็กชอบเพลงเด็กก็จะร้องได้คะ
22 ก.ค. 2547 14:17


ความคิดเห็นที่ 13 ppp (Guest)

ภาระงานของครูในอดีตคือทุ่มเทกับการสอนนักเรียน

แต่ภาระงานของครูปัจจุบันคือ

1. งานธุรการของการสอนเพื่อรายงานผลรับการประเมินของโรงเรียน เพื่อประชาสัมพันธ์โรงเรียน

2. งานเอกสารต่าง ๆ รวมถึงข้อมูลระบบช่วยเหลือนักเรียน

3. ทำผลงานทางวิชาการเพื่อเลื่อนระดับ

ฯลฯ

คงไม่มีใครปฏิเสธว่าการจัดทำเอกสารต่างๆ ทำให้เวลาที่อยู่กับนักเรียนลดลง และจำนวนนักเรียนต่อห้องของบางโรงเรียนที่มากขึ้นทำให้นักเรียนบางคนหลุดวงโคจรของการเรียนไป

ดังนั้นจะเห็นได้ชัดว่าเป้าหมายของโรงเรียนเบี่ยงเบนไป

ย่อมส่งผลต่อผลผลิตของเรา
24 ก.ค. 2547 07:52


ความคิดเห็นที่ 14 อาปัญญา (Guest)

จริงๆแล้วอาอยากเป็นครูนะครับ แต่ไม่มีโอกาส เลย เรียนมาแค่ กศน ม.ปลาย ยังไม่ได้เรียนต่อ แต่ก็มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ พอสมควร ก็เคยเป็นวิทยากร บรรยาย การใช้งานโปรแกรมทั่วไป ทั้งซ่อม ฯลฯ รวมไปถึงการสร้างเว็บไซต์ และการจัดทำสื่อการสอนต่างๆ (CAI) ก็พอทำได้ครับ โปรแกรมไหนก็เรียนรู้ได้เร็ว ตอนนี้ก็กำลังคิดว่าจะจัดทำสารคดี เกี่ยวกับชนบทอยู่ แต่ไม่รู้ว่า ทางผู้ใหญ่จะว่าอย่างไร เพราะยังไม่ได้เสนอไป

ที่เป็นครูไม่ได้ มันติดอยู่ที่วุฒิการศึกษานี่ล่ะครับ เลยออยากให้กำลังใจ คุณครูหลายๆท่านที่ทำงานด้านนี้ ทำต่อไปครับ

ผมว่าอาชีพนี้ เป็นอาชีพที่มีเกียรติ นะครับ จงภูมิใจไว้เถอะว่า ตนเองนั่นล่ะ คือหนึ่งกองกำลังทางปัญญาของประเทศ ประเทศจะเจริญหรือไม่เจริญ เลื้องต้นอยู่ที่การศึกษานี่ละครับ

ให้กำลังใจครับ
29 ก.ค. 2547 00:05


ความคิดเห็นที่ 15 อาปัญญา (Guest)

เพิ่มเติมอีกนิดครับ สำหรับอาจารย์ที่กำลังท้อ

ผมว่า อาจารย์ ควรไปนั่งสมาธินะครับ รับรอง สมองว่างแน่นอน แล้วอะไรๆมันจะสว่างขึ้นมาเอง แต่ก่อนผมหมกมุ่นอยู่กับเอกสาร และหนังสือต่างๆมากมาย นั่งหน้าจอคอมฯ จนตาเขียว เพราะเธอ(คอมฯ) เป็นเหมือนอาจารย์ เป็นเหมือนเลขาฯ เป็นเหมือนห้องสมุด เป็น ฯลฯ

ทำให้ผมมีความรู้อยู่ทุกวันนี้ แต่อาจจะไม่มากเท่าผู้ที่เป็นอาจารย์คนครับ

ส่วนเรื่องการสอนเด็กนั้น ผมว่าอาจารย์ควรกลับไปทบทวนหนังสือ เกี่ยวกับพฤติกรรม การเรียนการสอนเด็ก หรืออื่นๆที่เกี่ยวกับเด็ก

แล้วอุบาย ต่างๆ ที่จะทำให้เด็กเข้าใจสิ่งที่ตนเองอธิบายได้อย่างได้

ผมยิ่งสอนคนหนุ่มสาว ที่หัวทึบผมก็ยังทำให้เขาเข้าใจได้ ผมว่า อาจารย์ ต้องไปทำอย่างที่ผมว่าครับ (นั่งมาธิ) ความรู้ของอาจารย์ และเด็ก มันต่างกันมากครับ ดังนั้นแล้ว เราเองที่เป็นครู จะต้องทันในหลายๆด้าน พยายามอยาอธิบายสิ่งที่ไกลตัวของเด็กมากนัก เพราะเด็กไม่เคยสัมผัส จะไม่เข้าใจเลย เอาแค่ไกล้ตัว พอที่จะเชื่อมโยงไปสู่สิ่งที่ห่างออกไป

ผมเคยมีประสบการณ์ เกี่ยวกับการสอนครับ

เช่นเรื่อง ตัวแปร(ในการเรียนการสอนการเขียนโปรแรม)

ตัวแปรที่ผมอธิบายนั้น เป็นตัวแปรอาร์เร ซึ่งมีได้หลายค่า

สิ่งที่เขาเหล่านั้นมองไม่ออก คือหลายค่าอย่างไร เท่าน้ั้นเอง

การนั่งสมาธิ ทำให้ผมนึกออกว่า ความรู้เรากับเขานั้นห่างชั้นกันมาก

เลยต้องหาสิ่งที่เขาเหล่านั้นสัมผัสอยู่ ก็เลยอธิบายเรื่อเงิน (เปรียบเทียบ)

ตัวแปร = กระเป๋าตังค์

ค่า = เงินในกระเป๋า มีค่าดังนี้



1. เหรียญ1 บาท

2. เหรียญ 5 บาท

3. เหรียญ 10

4. 20

5. 50

6. 100

ซึ่งมันไล่ลำดับให้เขาเหล่านั้นมองภาพออกได้เป็นอย่างดี เวลาเราใช้เงิน เราก็เลือกใช้ตามต้องการ กรณีเราเรียกใช้งานตัวแปรแบบอาร์เร เราก็เลือกใช้เช่นกัน



คนที่สามารถอธิบายสรรพสิ่งที่ตนเองเข้าใจได้นั้น เป็นครูโดยกำเนิดครับ

การเป็นครูนั้น ไม่จำเป็นต้องจบปริญญาก็ได้ เช่น ครูดนตรี บางท่านไม่ได้จบประถม 6 ด้วยซ้ำ ยังเป็นครูได้เลย



ลองพิจารณาครับ
29 ก.ค. 2547 00:20


ความคิดเห็นที่ 16 ่่่่่่่่่่่่่่่่่jirawat.nora@ (Guest)

ผมว่าหนังสือแบบเรียนอังกฤษโดยเฉพาะมัธยมปลายครูสอนยังไม่เข้าใจเลยแล้วจะให้เด็กมันเข้าใจได้อย่างไรเพราะมีแต่ภาษาอังกฤษทั้งนั้น

มัธยมชนบท
17 ส.ค. 2547 11:49


ความคิดเห็นที่ 17 jp47091 (Guest)

การสอนภาษาอังกฤษ เป็นสิ่งที่ยากมากสำหรับครูผู้สอนในยุคปัจจุบัน เนื่องจากหลักสูตรที่มีการเปลี่ยนแปลง ต้องสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง คงจะยากสำหรับเด็กที่อยู่โรงเรียนชนบท เพราะเด็กไม่เห็นความสำคัญของภาษาและขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ .....
23 ส.ค. 2547 20:52


ความคิดเห็นที่ 18 m06 (Guest)

ไม่อยากให้เกิดขึ้นว่า อาจารย์มาหวิทยาลัยโทษครูมัธยม ครูมัธยมโทษครูประถม ครูประถมโทษครูอนุบาล... เราทุกคนล้วนเป็นครู ทำตามนโยาบายกันทั้งนั้น รู้ทั้งรู้ เห็นทั้งเห็นว่าเดี๋ยวนี้การศึกษามันแย่ลง เพราะระบบและนโยบายที่สั่งลงมาทั้งนั้น ไม่ว่าครูจะต้องทำงานหลายอย่าง นโยบายปลอดศูนย์ ทุกวันนี้แทบจะต้องอ้อนวอนให้นักเรียนมาเรียนซ่อมเสริมหรือสอบแก้ตัวกัน นักเรียนไม่รู้สึกเดือดร้อนหรอกเพราะมัวแต่ลดคุณภาพมาตรฐานการศึกษาลงเพื่อปรับให้เข้ากับนักเรียน จะได้จบกันมาก ๆ ไง รัฐบาลจะได้พูดได้ว่า ที่นี่ประเทศไทยคนมีการศึกษาขั้นพื้นฐานสูงเป็นปริมาณมากมายยยเลยละ
24 ส.ค. 2547 18:59


ความคิดเห็นที่ 19 psomkam@yahoo.com (Guest)

ดิฉันเป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้นักเรียนชาวไทยภูเขาแห่งหนึ่งมีความคิดว่าคุณภาพนักเรียนลดลงจริง เพราะตอนมาบรรจุเป็นครูใหม่ ๆได้สอนชั้นประถม มีความสุขในการสอนนักเรียนมากเพราะได้สอนให้นักเรียนได้รู้ในสิ่งที่ไม่รู้และนักเรียนทำได้ แต่ตอนนี้ ได้สอนมัธยม 1 และ ม.3 นักเรียนไม่ค่อยขยันเหมือนนักเรียนหลายรุ่นที่ผ่านมา เพราะโรงเรียนจะสอนตั้งแต่ชั้นป .1- ม.6 ครูภาษาอังกฤษก็มีน้อยไม่เพียงพอ ต้องได้ขอความช่วยเหลือครูสาขาวิชาอื่นมาสอนแทน ซึ่งบางท่านก็ไม่ถนัดก็เลยไม่สอนซะเลย แล้วก็ส่งต่อกันมาเลย ๆ นี่อาจเป็นปัญหาได้หรือไม่ และผู้บริหารก็ไม่ใส่อย่างจริงจังในเรื่องนี้ และคงจะมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้การเรียนการสอนมีปัญหา ดิฉัีนเห็นด้วยว่าคงต้องไปนั่งสมาธิดุว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ก็มีเรื่องไม่ชอบใจเรื่องการทำเอกสาร เห็นเพื่อนครูบางคนทำใบงานแจกให้เด็กเป็นชุด ๆ แต่ไม่รู้ว่า นักเรียนรู้มากขนาดไหน หรือสื่อสารได้จริงหรือเปล่า
25 ส.ค. 2547 22:27


ความคิดเห็นที่ 20 ครูสอนภาษาอังกฤษเหมือนกัน (Guest)

ครูที่สอนเด็กระดับมัธยมศึกษา ท่านอาจจะไม่คิดถึงพื้นฐานทางครอบครัวของเด็ก เด็กที่เรียน ป1 - 6 โดยเฉพาะเด็กที่อยู่โดรงเรียนห่างไกล ครูที่สอนไม่จบเอกภาษาอังกฤษมาโดยตรง มิหนำซำ้ยังสอนทุกกลุ่มสาระ ในชั้นเรียนเดียว ไม่ได้แยกตามความถนัดเหมือนท่าน เด็กก็คงไม่เป็นอัจฉริยะทั้งหมด เห็นใจครูประถมด้วย ถึงไม่เก่งภาษาอังกฤษ เด็กอย่างคุณอีปึก ยังนำผ้าป่ามาโรงเรียน...
29 ส.ค. 2547 14:15

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น