วิชาการดอทคอม ptt logo

การสอนภาษาอังกฤษ

โพสต์เมื่อ: 06:50 วันที่ 3 ก.ค. 2547         ชมแล้ว: 71,773 ตอบแล้ว: 247
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
สอนภาษามาก็หลายปี แต่มาระยะหลัง ๆ รู้สึกท้อเพราะเด็กที่มาเรียนต่อระดับม.1ใหม่ เรียนภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง แม้แต่เรื่อง Basic tools ยังไม่ได้เลย หรือว่า ตอนเรียนประถม ครูอาจมัวเอาเวลาไปนั่งทำอาจารย์ 3 เชิงประจักษ์ ซึ่งไม่ประจักษ์ เพราะการประเมินไม่ได้ประเมินในสถาณการณ์จริง ประเมินแต่ตัวอักษร ซึ่งจะเขียนให้มันเลิศหรูยังไงก็ได้ ไม่ใช่ว่าจะอิจฉานะแต่มันเรื่องจริง


ครูที่กำลังท้อ(203.113.51.132,,)





จำนวน 236 ความเห็น, หน้าที่ | -1- 2| 3|
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 1 3 ก.ค. 2547 (06:57)
ครู ม.2 ก็ว่าครู ม1

ครู ม.3 ก็ว่าครู ม.2

ครู ม.4 ก็ว่าครู ม3

ฯลฯ
กล้อม (IP:203.144.143.250,210.86.214.240,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 2 3 ก.ค. 2547 (14:24)
คงไม่ใช่อย่างนั้นหรอกครับ ผมยอมรับว่าตอนป.5เริ่มเรียนภาษาอังกฤษก็ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรเลย จนม.1 โน่นครับกว่าจะรู้เรื่องปัจจุบัน อดีต อะไรพวกนี้ ผมย้อนนึกกลับไป ผมก็เห็นครูป.5 ป.6เขาตั้งใจสอนเป็นอย่างดี เป็นกำลังใจครับ อย่าเพิ่งท้อ
สุรัชน์
ร่วมแบ่งปัน702 ครั้ง - ดาว 158 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 3 3 ก.ค. 2547 (23:16)
อย่าว่าอย่างนันอย่างนี้เลยค่ะ

ดิฉันสแนอยู่ในมหาวิทยาลัย

เด็กปีหนึ่งบางคนยังไม่รูจัก verb to be เลยค่ะ

ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ผ่านชั้นมัธยมมาได้ยังไง



ก็อยากให้เขาเรียนได้น่ะค่ะ

เห็นแล้วเหนื่อยใจ
ครูอีกคนหนึ่ง (IP:203.209.102.41,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 4 ก.ค. 2547 (04:49)
อย่าว่างั้นงี้เลยครับ ผมสนใจภาษาอังกฤษมาตั้งแต่เด็ก (ป.6 โน้นแหนะ) ตอนสอบก็ได้วิชาอังกฤษนี่แหละครับที่เป็นวิชาที่ช่วยดึงเกรดวิชาอื่นๆ---แต่ผมเพิ่งจะรู้เรื่องว่าอะไรคือ V. to be หรือกฎแกรมม่าร์ทุกอย่างตอนม. 5 ครับ



ดังนั้นครูควรจะประเมินความสามารถนักเรียนจากการตอบว่าอะไรคือ V. to be หรือว่าเราจะวัดจากการที่นักเรียนทำข้อสอบโดยรวมๆ ได้? แล้ววิธีไหนที่จะทำให้เรามั่นใจว่านักเรียนคนนี้รู้และสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้?--w-bpf
w-bpf (IP:24.218.96.109,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 6 ก.ค. 2547 (15:36)
โรงเรียนเทศบาลป4.อ่านภาษาไทยไม่ออก ป6.อ่านภาษาอังกฤษไม่ออก ตอนนี้NTมาแรงครูโรงเรียนเทศบาลมาบอกพ่อแม่เด็กให้ไปเรียนพิเศษทีบ้านตอนเย็นหรือเสาร์อาทิตย์แต่โรงเรียนเปิดเทอมมาแล้ว 1 เดือน าษาอังกฤษครูไม่ค่อยอยูวิชาคณิตศาสตร์ให้ป่ามาในกระดาษA4 แล้วระบายสีว่ามีช้างกี่ตัวกวางกี่ตัว

พ่อแม่ก็กลัวลูกเข้าเรียนต่อไม่ได้ส่งเรียนกันใหญ่
NT (IP:61.90.138.3,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 7 ก.ค. 2547 (08:15)
อย่าไปว่าเด็กมากนักเลยครับ

แม้แต่ครูเองยังอ่าน (ออกเสียง) อะไรแปลกๆเลยครับ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในวิชาคอมพิวเตอร์ เช่น

setup = ซีตุ๊บ

worm = วอม

ฯลฯ

ค่อยๆให้เขาเรียนรู้ไปนะครับ

ต้องใช้เวลาและประสบการณ์มากพอสมควร

ที่สำคัญที่สุดอยู่ที่ตัวครูเองครับ

ครูจะต้องเป็นต้นแบบทางภาษา (Language model)ให้ได้ก่อนนะครับ
p (IP:202.44.130.123,172.17.3.75, 203.158.143.254,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 13 ก.ค. 2547 (15:21)
เด็กที่เรียนภาษาอังกฤษไม่ได้ เมื่อขึ้นมาเรียนชั้นม.1 นั้น สาเหตุไม่ได้มาจากครูมัวไปทำอาจารย์ 3 หรอกค่ะ ในฐานะที่หนูเป็นนักเรียนคนหนึ่งนั้น หนูคิดว่า อาจเป็นเพราะเราไม่มีหลักสูตรการเรียรภาษาอังกฤษอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเด็กในชนบทนั้นยิ่งไม่มีโอกาสได้เรียนภาษาอังกฤษเลย
aephonnum@yahoo.com (IP:203.113.57.173,192.168.0.200,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 18 ก.ค. 2547 (18:19)
ผมเห็นด้วยครับ ทุกวันี้เด็ก ๆ ส่วนใหญ่มีความรู้ความสามารถด้านภาษาอังกฤษที่ไมตรงกับระดับชั้นที่แท้จริงของตน เด็กม.1 เหมือนกับเด็กป.6 เด็กม.6 เหมือนเด็ก ม.3 เด็กป .6ขึ้นม.1 ครูก็สอนๆๆๆไปวันๆๆไม่แยแสว่าเด็กจะเป็นอย่างไร เด็กเรียนช้าหน่อยทนไม่ได้ ด่าว่าเด็กทำให้อาย เกลียดวิชานี้ วิธีแก้มันแก้มันก็มี คือเราต้องยอมรับความจริงว่าเด็กเราเรียนไม่เก่งเริ่มต้นใหม่ให้เขาอดทนหน่อย หาวิธีการเรียนที่สนุก ๆ สอนสิ่งที่สามารถนำไปใช้ได้เลย ไม่ใช่สอนแต่แกรมมาร์
copter (IP:203.156.70.154,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 19 ก.ค. 2547 (18:57)
เห็นด้วยกับความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 ค่ะ แต่มีต่างมุมสักนิดว่าที่จริงแล้วมีบางส่วนที่ เป็นดังนี้

เด็กม.1 เหมือนกับเด็กป.3 เด็กม.6 เหมือนเด็ก ป 6

และนับวันจำนวนนักเรียนที่เป็นเช่นนี้กำลังมากขึ้นเรื่อยๆ ในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงน้อยกว่าโรงเรียนอื่นๆ
ppp (IP:203.209.96.210,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 20 ก.ค. 2547 (08:58)
แล้วทำไม

แต่ละสถาบันจึงขยายการศึกษาเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ทำให้จำนวนผู้จบการศึกษาระดับ

ปริญญาตรี

ปริญญาโท

และปริญญาเอก

เพิ่มมากขึ้นล่ะครับ
p (IP:202.44.130.123,172.17.3.71, 203.158.143.254,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 21 ก.ค. 2547 (12:42)
การเรียนการสอนในปัจจุบันนี้จะมีเทคโนโลยีมากมายจนบางครั้งคนเราก็ไม่สามารถวิ่งตามเทคโนโลยีได้ทันแต่ถ้าเปรียบกับเมื่อก่อนนี้ในอดีตด้านเทคโนโลยียังไม่ทันสมัยเช่นปัจจุบันนี้แล้วทำไมผู้คนที่เรียนในปัจจุบันไม่เก่งเหมือนกับในอดีตทั้งที่มีความสะดวกสบายมากกว่าเมื่อก่อนมากเด็กบางงคนก้ยังอ่านหนังสือไม่ออกด้วยซ้ำไปเช่นวิชาที่ดิฉันกำลังสอนอยู่ในระหว่างเป็นนักศึกษาฝึกสอนคือวิชาภาษาอังกฤษ
Diedady (IP:202.47.247.146,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 22 ก.ค. 2547 (14:17)
น่าจะให้เด็กฝึกร้องเพลงenglish บ่อยๆนะคะตั้งแต่เล็กๆเลย

ถ้าเด็กชอบเพลงเด็กก็จะร้องได้คะ
pvci@chaiyo.com (IP:202.47.247.146,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 24 ก.ค. 2547 (07:52)
ภาระงานของครูในอดีตคือทุ่มเทกับการสอนนักเรียน

แต่ภาระงานของครูปัจจุบันคือ

1. งานธุรการของการสอนเพื่อรายงานผลรับการประเมินของโรงเรียน เพื่อประชาสัมพันธ์โรงเรียน

2. งานเอกสารต่าง ๆ รวมถึงข้อมูลระบบช่วยเหลือนักเรียน

3. ทำผลงานทางวิชาการเพื่อเลื่อนระดับ

ฯลฯ

คงไม่มีใครปฏิเสธว่าการจัดทำเอกสารต่างๆ ทำให้เวลาที่อยู่กับนักเรียนลดลง และจำนวนนักเรียนต่อห้องของบางโรงเรียนที่มากขึ้นทำให้นักเรียนบางคนหลุดวงโคจรของการเรียนไป

ดังนั้นจะเห็นได้ชัดว่าเป้าหมายของโรงเรียนเบี่ยงเบนไป

ย่อมส่งผลต่อผลผลิตของเรา
ppp (IP:203.113.34.61,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 29 ก.ค. 2547 (00:05)
จริงๆแล้วอาอยากเป็นครูนะครับ แต่ไม่มีโอกาส เลย เรียนมาแค่ กศน ม.ปลาย ยังไม่ได้เรียนต่อ แต่ก็มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ พอสมควร ก็เคยเป็นวิทยากร บรรยาย การใช้งานโปรแกรมทั่วไป ทั้งซ่อม ฯลฯ รวมไปถึงการสร้างเว็บไซต์ และการจัดทำสื่อการสอนต่างๆ (CAI) ก็พอทำได้ครับ โปรแกรมไหนก็เรียนรู้ได้เร็ว ตอนนี้ก็กำลังคิดว่าจะจัดทำสารคดี เกี่ยวกับชนบทอยู่ แต่ไม่รู้ว่า ทางผู้ใหญ่จะว่าอย่างไร เพราะยังไม่ได้เสนอไป

ที่เป็นครูไม่ได้ มันติดอยู่ที่วุฒิการศึกษานี่ล่ะครับ เลยออยากให้กำลังใจ คุณครูหลายๆท่านที่ทำงานด้านนี้ ทำต่อไปครับ

ผมว่าอาชีพนี้ เป็นอาชีพที่มีเกียรติ นะครับ จงภูมิใจไว้เถอะว่า ตนเองนั่นล่ะ คือหนึ่งกองกำลังทางปัญญาของประเทศ ประเทศจะเจริญหรือไม่เจริญ เลื้องต้นอยู่ที่การศึกษานี่ละครับ

ให้กำลังใจครับ
อาปัญญา (IP:202.133.163.88,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 29 ก.ค. 2547 (00:20)
เพิ่มเติมอีกนิดครับ สำหรับอาจารย์ที่กำลังท้อ

ผมว่า อาจารย์ ควรไปนั่งสมาธินะครับ รับรอง สมองว่างแน่นอน แล้วอะไรๆมันจะสว่างขึ้นมาเอง แต่ก่อนผมหมกมุ่นอยู่กับเอกสาร และหนังสือต่างๆมากมาย นั่งหน้าจอคอมฯ จนตาเขียว เพราะเธอ(คอมฯ) เป็นเหมือนอาจารย์ เป็นเหมือนเลขาฯ เป็นเหมือนห้องสมุด เป็น ฯลฯ

ทำให้ผมมีความรู้อยู่ทุกวันนี้ แต่อาจจะไม่มากเท่าผู้ที่เป็นอาจารย์คนครับ

ส่วนเรื่องการสอนเด็กนั้น ผมว่าอาจารย์ควรกลับไปทบทวนหนังสือ เกี่ยวกับพฤติกรรม การเรียนการสอนเด็ก หรืออื่นๆที่เกี่ยวกับเด็ก

แล้วอุบาย ต่างๆ ที่จะทำให้เด็กเข้าใจสิ่งที่ตนเองอธิบายได้อย่างได้

ผมยิ่งสอนคนหนุ่มสาว ที่หัวทึบผมก็ยังทำให้เขาเข้าใจได้ ผมว่า อาจารย์ ต้องไปทำอย่างที่ผมว่าครับ (นั่งมาธิ) ความรู้ของอาจารย์ และเด็ก มันต่างกันมากครับ ดังนั้นแล้ว เราเองที่เป็นครู จะต้องทันในหลายๆด้าน พยายามอยาอธิบายสิ่งที่ไกลตัวของเด็กมากนัก เพราะเด็กไม่เคยสัมผัส จะไม่เข้าใจเลย เอาแค่ไกล้ตัว พอที่จะเชื่อมโยงไปสู่สิ่งที่ห่างออกไป

ผมเคยมีประสบการณ์ เกี่ยวกับการสอนครับ

เช่นเรื่อง ตัวแปร(ในการเรียนการสอนการเขียนโปรแรม)

ตัวแปรที่ผมอธิบายนั้น เป็นตัวแปรอาร์เร ซึ่งมีได้หลายค่า

สิ่งที่เขาเหล่านั้นมองไม่ออก คือหลายค่าอย่างไร เท่าน้ั้นเอง

การนั่งสมาธิ ทำให้ผมนึกออกว่า ความรู้เรากับเขานั้นห่างชั้นกันมาก

เลยต้องหาสิ่งที่เขาเหล่านั้นสัมผัสอยู่ ก็เลยอธิบายเรื่อเงิน (เปรียบเทียบ)

ตัวแปร = กระเป๋าตังค์

ค่า = เงินในกระเป๋า มีค่าดังนี้



1. เหรียญ1 บาท

2. เหรียญ 5 บาท

3. เหรียญ 10

4. 20

5. 50

6. 100

ซึ่งมันไล่ลำดับให้เขาเหล่านั้นมองภาพออกได้เป็นอย่างดี เวลาเราใช้เงิน เราก็เลือกใช้ตามต้องการ กรณีเราเรียกใช้งานตัวแปรแบบอาร์เร เราก็เลือกใช้เช่นกัน



คนที่สามารถอธิบายสรรพสิ่งที่ตนเองเข้าใจได้นั้น เป็นครูโดยกำเนิดครับ

การเป็นครูนั้น ไม่จำเป็นต้องจบปริญญาก็ได้ เช่น ครูดนตรี บางท่านไม่ได้จบประถม 6 ด้วยซ้ำ ยังเป็นครูได้เลย



ลองพิจารณาครับ
อาปัญญา (IP:202.133.163.88,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 17 ส.ค. 2547 (11:49)
ผมว่าหนังสือแบบเรียนอังกฤษโดยเฉพาะมัธยมปลายครูสอนยังไม่เข้าใจเลยแล้วจะให้เด็กมันเข้าใจได้อย่างไรเพราะมีแต่ภาษาอังกฤษทั้งนั้น

มัธยมชนบท
่่่่่่่่่่่่่่่่่jirawat.nora@ (IP:203.150.217.115,203.113.61.69,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 23 ส.ค. 2547 (20:52)
การสอนภาษาอังกฤษ เป็นสิ่งที่ยากมากสำหรับครูผู้สอนในยุคปัจจุบัน เนื่องจากหลักสูตรที่มีการเปลี่ยนแปลง ต้องสอนโดยยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง คงจะยากสำหรับเด็กที่อยู่โรงเรียนชนบท เพราะเด็กไม่เห็นความสำคัญของภาษาและขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ .....
jp47091 (IP:203.172.117.86,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 24 ส.ค. 2547 (18:59)
ไม่อยากให้เกิดขึ้นว่า อาจารย์มาหวิทยาลัยโทษครูมัธยม ครูมัธยมโทษครูประถม ครูประถมโทษครูอนุบาล... เราทุกคนล้วนเป็นครู ทำตามนโยาบายกันทั้งนั้น รู้ทั้งรู้ เห็นทั้งเห็นว่าเดี๋ยวนี้การศึกษามันแย่ลง เพราะระบบและนโยบายที่สั่งลงมาทั้งนั้น ไม่ว่าครูจะต้องทำงานหลายอย่าง นโยบายปลอดศูนย์ ทุกวันนี้แทบจะต้องอ้อนวอนให้นักเรียนมาเรียนซ่อมเสริมหรือสอบแก้ตัวกัน นักเรียนไม่รู้สึกเดือดร้อนหรอกเพราะมัวแต่ลดคุณภาพมาตรฐานการศึกษาลงเพื่อปรับให้เข้ากับนักเรียน จะได้จบกันมาก ๆ ไง รัฐบาลจะได้พูดได้ว่า ที่นี่ประเทศไทยคนมีการศึกษาขั้นพื้นฐานสูงเป็นปริมาณมากมายยยเลยละ
m06 (IP:203.154.219.4,203.154.219.101,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 25 ส.ค. 2547 (22:27)
ดิฉันเป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้นักเรียนชาวไทยภูเขาแห่งหนึ่งมีความคิดว่าคุณภาพนักเรียนลดลงจริง เพราะตอนมาบรรจุเป็นครูใหม่ ๆได้สอนชั้นประถม มีความสุขในการสอนนักเรียนมากเพราะได้สอนให้นักเรียนได้รู้ในสิ่งที่ไม่รู้และนักเรียนทำได้ แต่ตอนนี้ ได้สอนมัธยม 1 และ ม.3 นักเรียนไม่ค่อยขยันเหมือนนักเรียนหลายรุ่นที่ผ่านมา เพราะโรงเรียนจะสอนตั้งแต่ชั้นป .1- ม.6 ครูภาษาอังกฤษก็มีน้อยไม่เพียงพอ ต้องได้ขอความช่วยเหลือครูสาขาวิชาอื่นมาสอนแทน ซึ่งบางท่านก็ไม่ถนัดก็เลยไม่สอนซะเลย แล้วก็ส่งต่อกันมาเลย ๆ นี่อาจเป็นปัญหาได้หรือไม่ และผู้บริหารก็ไม่ใส่อย่างจริงจังในเรื่องนี้ และคงจะมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้การเรียนการสอนมีปัญหา ดิฉัีนเห็นด้วยว่าคงต้องไปนั่งสมาธิดุว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่ก็มีเรื่องไม่ชอบใจเรื่องการทำเอกสาร เห็นเพื่อนครูบางคนทำใบงานแจกให้เด็กเป็นชุด ๆ แต่ไม่รู้ว่า นักเรียนรู้มากขนาดไหน หรือสื่อสารได้จริงหรือเปล่า
psomkam@yahoo.com (IP:202.183.157.80,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 29 ส.ค. 2547 (14:15)
ครูที่สอนเด็กระดับมัธยมศึกษา ท่านอาจจะไม่คิดถึงพื้นฐานทางครอบครัวของเด็ก เด็กที่เรียน ป1 - 6 โดยเฉพาะเด็กที่อยู่โดรงเรียนห่างไกล ครูที่สอนไม่จบเอกภาษาอังกฤษมาโดยตรง มิหนำซำ้ยังสอนทุกกลุ่มสาระ ในชั้นเรียนเดียว ไม่ได้แยกตามความถนัดเหมือนท่าน เด็กก็คงไม่เป็นอัจฉริยะทั้งหมด เห็นใจครูประถมด้วย ถึงไม่เก่งภาษาอังกฤษ เด็กอย่างคุณอีปึก ยังนำผ้าป่ามาโรงเรียน...
ครูสอนภาษาอังกฤษเหมือนกัน (IP:203.172.72.31,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 15 ก.ย. 2547 (17:36)
นักเรียนยุคนี้กับยุคก่อนไม่เหมือนกัน ยุคก่อนจะขยันท่องขยันอ่านแต่ยุคนี้ก็ขยันเหมือนกันแต่ขยันตีกันไม่ใช่ขยันอ่าน

ห้องหนึ่งจะมีอยู่ประมาณ 5-6 คนที่จะสนใจเรียนอีก35-36 คนสนใจลอก เพื่อนทำมาถูกผิดไม่สนใจขอให้มีลอดส่งครูเป็นพอ

ถ้าเป็นแบบนี้ต่อให้ครูปั่นความรู้ได้เหมือนน้ำปั่นแล้วให้นักเรียนดื่มนักเรียนยังไม่ฉลาดเลย
kookai (IP:203.150.217.115,203.113.41.132,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 19 ก.ย. 2547 (08:37)
นักเรียนที่จบ ป.6 มาพื้นฐานอ่อนมากๆ อย่าว่าแต่ภาษาอังกฤษเลย ภาษาไทยยังอ่านไม่ออก ก-ฮ ยังท่องไม่ได้ (จริง สาบานได้ครับ ) งงเหมือนกันว่าครูประถมเขาสอนกันยังไงในปัจจุบันนี้

สมัยก่อนครูที่สอนผมในระดับประถมท่านสอนดีมาก นักเรียนอ่านออกทุกคน ทุกวันนี้ไม่รู้เป็นไง บางโรง ป.6 แค่ 3-8 คน

ยังไม่มีปัญญาสอนให้อ่านออกเลย เงินเดือนคนละ 20,000 ขึ้นไป เสียดายเงินงบประมาณ วัฒนธรรมของครูประถมสามารถปรับเปลี่ยนได้ครับ เช่นการมาโรงเรียนผมสังเกตดูแล้ว โรงเรียนมัธยทมเคารพธงชาติ แต่ึครูประถม(บางคน)ยังไใ่ได้ออกจากบ้านเลย นุ่งผ้าขาวม้าอยู่หน้าบ้านเฉยเลย

อีกอย่างหนึ่ง ทราบว่าการประเมินผลสัมฤทธิ์ก็มีการแก้เกรดกันเพื่อให้สูงขึ้น อันนี้ของจริงครับ สพฐ.น่าจะออกกฏเหล็กกับครูประถม ถ้าโรงเรียนไหนมีนักเรียนที่อ่านหนังสือไม่ออก ขอให้ผู้บริหารชี้แจงหน่อยครับ ผู้บริหารเหมือนกัน ประชุมแต่ละที ประชุมยังไม่เสร็จ หาเรื่องกินกันแล้ว เมาแล้วเ...ี้ย ยิ่งกว่า....ตว์

เ...ร....าน ไม่เหมาะสมกับคำว่า ผอ.8 , 9 เลย

แล้วการศึกษาไทยมันจะปฏิรูปกันได้อย่างไร
ครูEng (IP:203.150.217.119,203.113.61.199,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 7 ต.ค. 2547 (21:43)
การศึกษาของ"ทยกำลังจะไปถึงปลายทาง (คือหุบเหว ) เพราะ

1. ผู้บริหารมัวแต่สนองนโยบายเบื้องบน สร้างภาพภายนอกที่สวย ๆ ไม่สนใจเด็กนักเรียนทั้งดทางด้านความรู้และคุณธรรมแม้แต่นิดเดียว นักเรียนเป็นตัวประกอบให้มีโรงเรีน ห้องเรียนขึ้นเท่านั้น

2. ผู้บริหารพันธ์ใหม่ล้วนแล้วแต่เป็นนักธุรกิจ หากำไรเข้าหระเป๋าส่วนตัวกันทั้งนั้น เพราะไม่สนใจด้านวิชาการเลย สนใจแต่การเงินกับฝ่ายบริหาร ชอบปากว่าตาขยิบ สอพลอ พูดไม่เป็นความจริง เอาแต่ประโยชน์ สร้างแต่ผลงาน(ปลอม ๆ ) เข้าตัว

3. นโยบาย หลักสสูตรที่ยกให้นักเรียนเป็นนาย ครูเป็นทาส

นักเรียนไม่เคารพครู แล้วจะเรียนจะสอยอย่างไรกัน วหุฒิภาวะของเด็กไทยกับเด็กนอกที่ไปเอาตัวอย่างหรือแบบมา มันไม่เหมือนกัน อยู่ที่โรงเรียนนี้ (ไม่กล้าบอกชื่อ ) เด็กนักเรียนเหมือนนีรกมาเกิดทั้งนั้น ยิ่งแรงเข้าไปทุกรุ่นไปตามายุคสมัยเจริญทางวัตถุ ตั้งแต่ ม.1 - ม.6 คอยจอ้งแต่หาผัว หาเมีย หรือทำอื่นอะไรก็ได้ที่เขาอยากทำแต่ไม่สร้างสรรค์ เช่นกินเล่า หนีเรียน เล่นการพนันต่อหน้าครู ต่อหน้าผู้บริหารที่ไม่สนใจ เพราะเขาเข้าใจจิตวิทยาวัยรุ่นว่าต้องปล่อยเขาให้เป็นอิสระ วันสอบจุดประทัดตลอดเวลา พวกทีสอบ 3 นาทีเสร็จ

ฝ่ายปกครองไม่มีน้ำยา มีแนวคิดเหมือนผู้บริหาร

3. นโยบายที่ไม่ให้นักเรียนตก นักเรีนเลยได้ใจ นิดหน่อยก็ไม่เรียนแล้ว เพระาแก้ตัวนิดเดียวก็ได้แล้ว ที่นี่เชาตกกันเป็น 30 รายวิชา แล้วก็ไปแก้ตัว ตอนชั้นที่จะจบที่เดียว แถมบางครั้ง 30 วิชา แก้วันเดียวหมด เรื่องจริงที่ไม่น่าจริง
อีแมวไม่มี (IP:203.113.70.8,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 24 7 ต.ค. 2547 (22:30)
เศร้า ครับ!
p (IP:210.86.141.8,210.86.140.161,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 25 9 ต.ค. 2547 (14:58)
ปัจจุบันการสอนภาษาอังกฤษยังไม่ประสบความสำเร็จ เป็นที่น่าวิตกมากเนื่องจากเด็กไทยเริ่มเรียนภาษาอังกฤษตั้งแต่ระดับประถมหนึ่ง จนมาถึงระดับมัธยมก็ยังไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษในระดับที่สื่อสารได้ จึงอยากให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็ก ไม่ว่าจะเป็นครูผู้สอน ผู้บริหาร ผู้ปกครอง รวมทั้งตัวเด็กเองเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและร่วมมือกันแก้ไขปัญหานี้ให้ได้
คนไทยอยากเก่งอังกฤษ (IP:203.150.217.119,203.113.57.9,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 26 15 ต.ค. 2547 (00:11)
We'd better help them step by step and let them speak as much as possible. Try to encourage them and let them learn how to speak English from various medias such as movies songs and go on as many as possible.....this is just my suggestion!
tv.junior@mailcity.com (IP:202.129.39.177,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 27 19 ต.ค. 2547 (09:32)
ขอโทษนะคะ " ครูEng " แน่ใจนะคะว่าคุณเป็นครูและน่าจะไม่ใช่ครูประถม คุณใช้คำพูดเหมือนคนไม่มีการศึกษาเลยค่ะ มั่นใจเหรอคะว่าคุณมีเทคนิคการสอนที่เยี่ยมยอด ทำงานทุ่มเทมากกว่าคนที่คุณว่าเขา แน่จริงโอนมาสอนประถมสิ จะรอดูว่าจะสอนได้ไหม แล้วจะซึ้งว่าสอนเด็กประถมไม่ใช่เรื่องหมูๆ
เฮ้อ !! (IP:202.183.213.186,202.183.213.180,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 28 1 พ.ย. 2547 (11:32)
คงต้องช่วยกันทั้งเด็กและครูหากจะโทษครูเพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้ หรือจะโทษเด็กก็ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่งเพราะหากทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจกันและกันคงไม่ใช้เรื่องยากเท่าไร แต่ทั้งคู่ต้องรับผิดชอบต่อตนเองต่างหากและผู้ปกครองต้องคอยเกลาด้วย หากจะคอยให้เป็นความรับผิดชอบของครูเพียงอย่างเดียวเห็นจะไม่สำเร็จเป็นแน่แท้
tulakom2000@yahoo.com (IP:203.150.217.112,203.113.46.9,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 29 6 พ.ย. 2547 (14:03)
จากความคิดเห็นที่ 22 ของครูEng ขอแสดงความเสียใจด้วยที่ครูคนนี้มีความคิดเห็นแก่ตัวอย่างร้ายแรง ที่ด่าและโทษครูสอนอังกฤษระดับประถม คุณไม่มีวิญญาณในความเป็นครู แน่จริงคุณลองให้เด็กที่ไม่รู้มาก่อน ให้มีความสามารถตามที่คุณต้องการซิ นั่นหล่ะถือว่าคุณเป็นครูจริงๆ ถ้าคุณมั่วแต่จะคอยสอนเฉพาะเด็กเก่ง มีความรู้ความสามารถมาแล้ว แสดงว่าคุณเป็นครูที่ไม่ดี ไม่มีการพัฒนาในความสามารถของตนเองเลย ขอบคุณนะครับที่แสดงความรู้สึกได้ห่วยที่สุด
ครูอังกฤษ (IP:203.150.217.118,203.113.71.164,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 30 6 พ.ย. 2547 (22:25)
เอ้า...อย่าโมโหกันเลยเราก็หัวอกเดียวกัน ปากกัดเท้าถีบ ต่อสู้เพื่อตัวเอง เพื่อเด็ก ..น่า....อย่าใส่อารมณ์กันเลยนะ แนะนำวิธีที่ใช้กันอยู่แล้วเด็กรับดี จะได้นำมาประยุกต์ใช้บ้าง

เราสอนขยายโอกาส ภาษาอังกฤษ ตั้งแต่ ป.4- ม.3 คนเดียวและเอกอุตสาหกรรมศิลป์ด้วย ยังต้อง(ทน)สอนเลย เพื่อเด็กไง

อึ้งไปเลยใช่มั๊ย ก็ เราแก้ปัญหาได้แค่นี้ ใครแก้ปัญหาได้ดีกว่านี้คุยกันที่ datodato Thaimail.com นะจะบอกให้
datodato thaimail.com (IP:203.150.217.114,203.113.71.4,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 31 16 พ.ย. 2547 (17:36)
การเรียนการสอนภาษาอังกฤษหรือภาษาใดก็ตามถ้าเริ่มจากการท่องจำแล้วความสำเร้จในการอ่านเขียนฟังพูดต้องเป็นสิ่งที่น่าเบื่อทำไมไม่ลองนึกถึงว่าครั้งเมื่อก่อนที่จะเข้าเรียน การเขียนอ่าน ก-ฮ เราพูดกันเป็นก่อนแล้วค่อยมานั่งเรียนว่าสิ่งที่เราจะใช้กันจริงๆมีการแบ่งแยกภาษาเขียนออกโดยระเอียดอยู่แล้ว แต่คนไทยชอบคิดห่างตัวออกไป ชอบคิดว่าภาอังกฤษคือการเรียนการสอน แกรมม่าทั้งหมดซึ่งทำให้ผู้เรียนน้อยคนนักที่จะประสบความสำเร็จกับการเรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียน เพราะคำนึงถึงการท่องจำให้ได้เกรดเฉลี่ยที่สวยหรู ดิฉันมีประสบการณ์ในการสัมภาษณ์คนทำงานมาแล้วคิดว่าไม่ตำกว่าร้อยท่านซึ่งจบการสึกษาปริญญาตรีอุดมศึกษาทั้งนั้น(ที่มีชื่อเสียงก็มี) พูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ หรือบางทีฟังผู้สัมภาษณ์ที่เป็นชาวไทยและชาวต่างประเทศไม่ได้... น่าเป็นห่วงมากนะ

เล่าสู่กันฟังว่าอย่ามาถกเถียงกันเลยเป็นที่บุคคลมากกว่าว่าจะมีความใส่ใจในตัวเองเกี่ยวกับการแสวงหาความรุ้มากน้อยแค่ไหน
sommit196574@yahoo.co.uk (IP:61.90.62.247,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 32 17 พ.ย. 2547 (10:32)
การสอนภาษาอังกฤษไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็กที่เขาอยู่ตามชนบท เพราะสื่อต่าง ๆ ของเขาไม่มีเช่น จะหาเพลงฟังก็ลำบากดูรายการที่เป็น Soundtrack ก็หาได้ยาก ยิ่งสอนเด็กประถมแล้ว ก็ยิ่งยาก ไม่ใช่ว่าครูเขามัวเอาเวลาไปทำอาจารย์ 3 ครูเขาก็เตรียมมาเหมือนกันแต่ก่อนจะสอนต้องเอาเด็กให้อยู่ก่อน ไม่อย่างนั้น เวลาสอนเด็กก็วิ่งว่อนทั่วห้อง ทำให้ไม่มีบรรยากาศในการสอน และกว่าเด็กจะเรียนรู้ในแต่ละคำ-ประโยคก็ลำบากเพราะมันเป็นสิ่งที่ใหม่สำหรับเขา ในแต่ละปีจะได้สักกี่ตัว เรียนก็ไม่ครบตามที่หลักสูตรกำหนด คนที่อยู่ในจุดนี้จริง ๆ น่าเห็นใจเขามากกว่าทีจะตำหนินะค่ะ ส่วนเด็กในเมืองเขามีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน ผู้ปกครองให้ความสนใจ คนที่ชอบพูดโดยไม่คิดนะ คราวนี้คิดได้แล้วนะคะ ไม่ได้ว่าแต่อยากบอก
Osangi.TD (IP:203.150.217.112,203.113.77.68,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 33 21 พ.ย. 2547 (20:49)
จากประสบการณ์จริงที่พบ ก๊คือ ครูผู้สอนภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา ส่วนใหญ่ไม่มีความถนัดในการสอนภาษาอังกฤษ ส่วนใหญ่จะเน้นหนักวิชาที่ตนถนัด จะปล่อยเป็นหน้าที่การสอนภาษาอังกฤษ เป็นของครูระดับมัธยมศึกษาตอนต้นไปเลย จะพบว่าปัจจุบันความรู้ด้านภาษาอังกฤษของเด็ก ม.1 จะเทียบเท่าระดับ ป.5 ในอดีต
ครูคนหนึ่ง (IP:203.150.217.119,203.113.51.7,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 34 27 พ.ย. 2547 (08:14)
สอนภาษาอังกฤษเด็กขยายโอกาสยากจริง ๆ เด็กท่พอจะเรียนได้ดีหน่อยก็ขยับขยายไปเรียนต่อในเมืองท่เจริญ ท่เหลือส่วนใหญ่จะถูกพ่อแม่บังคับเรียนบ้าง ไม่มีกระจิตกระใจจะเรียน มาเพื่อจได้ะเล่นกับเพื่อนไปวัน ๆ ไม่เห็นความสำคัญของการเรียนลอกงานส่ง หนีเรียน นั่งเรียนไม่เป็น เลื่อนลอย คุยกันทั่งวัน แววตาไร้ความรู้สึกท่ตอบสนองต่อการเรียน มีแต่ความว่างเปล่า คิดหรือไม่ว่าครูต้องใช้เทคนิคใดบ้างท่จะทำให้เด็กเหล่านี้เห็นแก่เรียนบ้าง ทั้งศาสตร์และศิลป์ท่ครูต้องนำมาใช้เพื่อตล่อมเด็กเหล่านี้ให้อยู่ในโรงเรียนแม้จะไม่ได้รับความรู้มากมายแต่ก็พยายามกล่อมเกลาจิตใจของเด็กให้ตระหนักถึงความคิดดีทำดีต่อสังคม อยากให้ท่าน ๆ ท่ว่าเก่งแน่มาสอนดูบ้างว่าจะสอนได้มากน้อยแค่ไหนและมีความอดทนอดกลั้นเพียงใด แล้วจะรู้ว่าหลอดเลือดดำหลอดเลือดแดงของครูประถมสูบฉีดเต้นแรงเพียงใดในแต่ละวัน...ยัง..ยัง..ฉันยังไม่ตาย...ขอรับท่าน
paosaonkhaew@hotmail.com (IP:210.86.140.187,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 35 29 พ.ย. 2547 (23:42)
วิธีการหนึ่งที่จะพัฒนาการสอนภาษาอังกฤษให้ได้ผล ควรพัฒนาครูผู้สอนภาษาอังกฤษให้สามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารในชีวิตประจำวันให้ได้ เพราะครูประถมส่วนใหญ่ไม่ได้จบเอกภาษาอังกฤษโดยตรงและโอกาสใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารในชีวิตประจำวันก็ไม่มีโดยเฉพาะทักษะการฟังและการพูด ปัจจุบันเราหวังผลเลิศ แต่ไม่พัฒนาครูซึ่งเป็นผู้ขับเคลื่อนโดยตรง เป้าหมายก็ยังเป็นแค่ความฝันหวานโอกาสเป็นฝันที่เป็นจริงมีน้อยครับ
Thongdee@hotmail.com (IP:203.150.217.118,203.113.51.164,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 36 1 ธ.ค. 2547 (14:40)
การสอนภาษาอังกฤษนั้นเป็นการสอนภาษาโดยการสื่อสาร จึงประมีผลโดยตรงสำหรับนักเรียน ต้องมีการฝึกทักษะในการและการพูดให้ได้เสียก่อนแล้วทักษะอื่นๆ ก็จะตามมา แต่สังเกตว่าครูผูสอนภาษาอังกฤษส่วนมากไม่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญ สอนไปตามความต้องการเท่าที่จะเป็นไดเ่ทานั้น และปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือ เวลาในการทำการสอนตามหสักสูตรใหม่ได้ลดสาระกลุ่มภาษาต่างประเทศลงไปมากมาย บางโรงเรียนได้แค่่ 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ / 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เท่านั้นเอง จะทำอย่างไรได้ให้ช่วยกันคิดดูเองก็แล้วกัน ฅึ่งเป็นเรื่องที่น่าหนักใจสำหรับผู้สอนเหลือเกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนที่อยู่ตามชนบท ไมเชื่อลองไปสัมผัสดูเองบ้าง แม้แต่วิชาภาษาไทยเด็กยังอ่านและเขียนไมได้เลยก็มี ครูมีแต่เอกสารเพื่อเอาไว้ให้เป็นหลักฐานเท่านั้น
Chaingrai Teachers' 1/12/47 (IP:203.150.217.116,203.113.51.4,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 37 5 ธ.ค. 2547 (10:32)
น่าสงสารเนาะที่คุณครูที่กำลังท้อ...ท้อเพราะเด็กไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษ....รึว่าท้อเพราะตัวเองสอนไปแล้วเด็กไม่รู้เรื่อง..รึว่ามัวแต่ท้อแท้...จนไม่เป็นอันเรียนอันสอน...เลยโมเมว่าเด็กไม่มีพื้นฐาน...สอนไม่ดี เด็กไม่รุ้รู้เรื่อง เลยโทษครูประถม ! โอ้น่าสงสารเด็กเหล่านั้นจริงๆ ที่ต้องได้เรียนหนังสือกับครูที่มีความคิดแบบนั้น....(โทษแต่คนอื่น ไม่ดูตัวเอง)......มิน่าเล่าประเทศชาติถึงพัฒนาได้ช้า.....ลองใช้เทคนิควิธีที่จะทำให้เขามีพื้นฐานภาษาอังกฤษดีกว่าที่เป็นอยู่สิค่ะ....ถ้าคุณมัวแต่ท้อ...แล้วเด็กนักเรียนจะได้อะไร....ลองคิดดูนะ....ถ้าเขาผ่านชั้นที่คุณกำลังสอนอยู่ขึ้นไปชั้นต่อไป คุณครูท่านที่รับช่วงต่อจากคุณเขาจะคิดยังไงบ้างถ้าเด็กที่คุณส่งขึ้นไปนั้นมีความรู้นิดๆ ..555......อย่าท้อ ความท้อไม่ได้ทำให้ใครสำเร็จ....มีแต่คนที่สำเร็จที่นำความท้อ มาฮึดสู้...ค่ะ.....จะเป็นกำลังใจให้นะคะ
คุณครูเหมือนกัน (IP:203.150.217.113,203.113.50.140,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 38 10 ธ.ค. 2547 (10:42)
เห็นด้วยกับคุณ Tongdee@hotmail เป็นอย่างยิ่งค่ะ คือครูมัธยมก็หงุดหงิดที่นักเรียนจากประถม 6 มีพื้นฐานความรู้ไม่พอมาต่อยอด และในขณะที่ครูระดับประถมก็ไม่ใช่ครูที่เอกภาษาอังกฤษโดยตรงแต่ได้รับหน้าที่มาสอนภาษาอังกฤษ วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาเฉพาะทาง เรียกว่าอาจารย์ที่เก่งและชอบภาษาอังกฤษแต่ไม่ได้เรียนมา นักเรียนและครูคนนั้นก็ถือว่าโชคดีไป มีความสุขในการสอนการเรียนบ้าง แต่ที่แน่ๆ เกือบ 90 % ครูระดับประถมไม่ได้เรียนเอกภาษาอังกฤษ การสอนภาษาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และต้องมีทั้งเทคนิคและจิตวิทยา ขอแสดงความเห็นใจครูระดับประถมที่ต้องมาสอนในสิ่งที่ไม่ถนัด ซึ่งถ้าเป็นดิฉันให้ไปสอนคณิตศาสตร์คงลำบากใจมากเช่นกัน และก็เห็นใจครูมัธยมด้วยที่คาดหวังจะต่อยอดความรู้ให้เต็มที่เพื่อให้นักเรียนระดับคุณภาพด้านภาษาอังกฤษดีขึ้นเพื่อให้พร้อมกับการเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้น ดิฉันว่าคนที่ควรโดนต่อว่ามากที่สุดไม่ใช่ครูระดับประถมหรือมัธยมค่ะ แต่เป็นผู้บริหารตั้งแต่ระดับล่างจนระดับสูงที่ไม่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาตัวครูอย่างแท้จริง หรือจัดอบรมก็ไม่ตรงเป้าหมายอย่างแท้จริง เสียเงินเสียเวลาเปล่า แต่ไม่บรรลุตรงเป้าของปัญหา คุณครูทั้งหลายคะ อย่าแตกกันเลยค่ะ เราเป็นครูถ้อยทีถ้อยอาศัยกันนะคะ ยังไงเสียเยาวชนของชาติก็อยู่ในความรับผิดชอบของเรา เรามีหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ที่จะช่วยให้ประเทศชาติมีกำลังสมองที่ดีมีสติปัญญาต่อไปค่ะ แก้ไขกันไป ข่วยกันไปเพื่อประเทศชาติให้สมกับที่เกิดมาเป็นคนไทยกับเขาชาติหนึ่งเถอะค่ะ แต่ยังไงเสีย รัฐบาลคะถ้าคิดจะพัฒนาระบบการเรียน หรือยกระดับคุณภาพการเรียนทั้งประเทศ ช่วยขจัดผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์แคบ โบราณ ไม่พัฒนา ประมาณว่าโง่แต่ขยันน่ะค่ะ ช่วยหน่อยนะคะ เพราะพวกดิฉันไม่มีอำนาจค่ะ ต้องมาปฏิบัติตามพวกบริหารเหล่านี้รู้สึกหดหู่ใจจังแต่ทำอะไรไม่ได้ พัฒนาผู้บริหารให้ดีเถอะค่ะ แล้วระบบการศึกษาไทยจะพัฒนาเอง
pitoonl@yahoo.com (IP:203.144.205.171,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 39 15 ธ.ค. 2547 (09:28)
การสอนภาษาอังกฤษที่จะให้เด็กได้รับการพัฒนาทางทักษะการฟัง การพูด การอ่าน การเขียนและการดูนั้นครูต้องได้รับการพัฒนาที่๔กต้องก่อนจึงจะใช้ได้ดีนะครับท่าน
ครูชนบท (IP:203.150.217.111,203.113.61.229,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 40 24 ธ.ค. 2547 (16:52)
เข้าใจว่าการสอนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องยากพอสมควร ดิฉันสอนภาษาอังกฤษมาไม่นานแต่ต้องอาศัยความอดทนมากในการสอนเพราะเด็กที่สอนใช้ภาษาที่ 1 คือภาษามลายู ภาษาที่ 2 คือภาษาไทย(พุไม่จะมาก)ครั้นจะให้เด็กเรียนภาษาอังกฤษให้ได้ดีคงเป็นไปได้ยากหรือบางที่อาจต้องใช้เวลา แต้ด้วยเวลานี่แหละตัวสำคัญเชียวแหละ ปัจจุบันสอนจำนวน22 คาบต่อสัปดาห์รับหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ธุรการ ตรวจรับเงินคงเหลือ และดูแลทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เช่นobecต่างๆ NT และทุกอย่างที่เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ อยากให้ผู้หลักผู้ใหญ่เขามาดูกับตาซิว่าคนที่เป็นครูเค้าจะมีเวลาทำหน้าที่สอนนักเรียนตอนไหน เพราะงานทุกอย่างปัจจุบันให้ครูทำหมด หรือว่าหน้าที่ครูตอนนี้ไม่ใช่สอนให้เด็กอ่านออกเขียนได้ หากว่าท่านผู้ใหญ่เปิดอ่านช่วยตอบหน่อยว่าหน้าที่ของเราคือการสอนหนังสือให้เด็กอีกหรือเปล่า
ครูธุรการdayanta.n@chaiyo.com (IP:203.150.217.119,203.113.77.41,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 41 13 ม.ค. 2548 (16:12)
ครูผู้สอนภาษาอังกฤษจะต้องมีความตั้งใจและทุ่มเทในการสอนให้กับผู้เรียน ซึ่งเปรียบเสมือนผู้เรียนคือ ผู้ที่ต้องการหาความรู้จากครู ถ้าครูมีจิตวิญญาณในการสอน ในบางครั้งจะทำให้ผู้เรียน กล้าคิด กล้าพูด กล้าแสดง ออกมากยิ่งขึ้น ในสมัยนี้เด็กไม่ค่อยสนใจในการท่องคำศัพท์เพราะคิดว่า การท่องเป็นสิ่งที่น่าเบื่อมาก ดังนั้นผมจึงอยากให้ครูทุกคนที่สอนภาษาอังกฤษ สวมวิญญาณของความเป็นครูโดยฝึกสอนให้เด็กเป็นคนที่รักในการท่องคำศัพท์มากยิ่งขึ้น และต้องเข้มงวดกับเด็กมากยิ่งขึ้น บางทีอาจจะทำให้เด็กพูดภาษาอังกฤษได้ดียิ่งขึ้น
waraphot24@yahoo.com (IP:61.19.154.78,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 42 14 ม.ค. 2548 (11:08)
การสอนภาษาอังกฤษไม่ว่านักเรียนจะอยู่ในศักยภาพระดับใด เราก็ต้องใช้ลีลาการสอนให้เหมาะสมกับเค้า คิดว่าน่าจะประสบผลสำเร็จในการสอนนะคะ อยู่ที่ว่าเรามีลีลาหรือเปล่า
somsook.lsn.@hunsa.com (IP:202.129.53.230,192.168.1.242,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 43 14 ม.ค. 2548 (13:51)
คุณ somsook ครับ

ลีลาที่ว่านั้น

พอจะยกตัวอย่างได้ไหมครับ
p (IP:202.47.247.130,172.17.3.81, 203.158.143.254,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 44 21 ม.ค. 2548 (16:31)
ดิฉันคิดว่าการที่จะเป็นครูที่สอนภาษาอังกฤษที่ดีได้นั้นอย่างแรกคือต้องมีความตั้งใจจริงที่จะถ่ายทอดความรู้ก่อน ส่วนเรื่องต่อมาก็คงจะเป็นเรื่องเทคนิคการสอน สำหรับตัวดิฉันเองไม่ได้เรียนจบการสอนมาเวลาสอนจึงประสบปัญหาเรืองเทคนิดการสอนพอสมควรเพระว่าไม่รู้จะจัดกิจกรรมอย่างไรเวลาสอนบางทีเด็กก็รู้สึกเบื่อและง่วงเพราะว่าดิฉันถนัดว่าตามหนังสือแปลไปทีละตัวเลย ครั้นจะไปเรียนปริญญาโททางด้านการสอนก็ไม่มีพื้นฐานมาเลยแต่อยากที่จะเรีนยรู้เทคนิคการสอนของหลายๆคน มีที่เปิดสอนตัวต่อตัวไหมคะ ขอความกรุณาส่งมาทาง E_mail ด้วย จะเป็นพระคุณอย่างสูง
amara_123@yahoo.com (IP:202.29.65.127,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 45 21 ม.ค. 2548 (18:18)
ดิฉันคิดว่า การไปดูงานหรือสังเกตการสอนของคนสอนเก่ง ๆ ที่ยินดีให้เราไปสังเกต จะเป็นวิธีที่ดีมากเลยค่ะ ทั้งประหยัดเวลาและได้เห็นบริบทในสภาพจริง



และถ้าได้มีโอกาสเห็นหลาย ๆ คนก็จะยิ่งดี เพราะแต่ละคนก็จะมีลีลาที่ดี ๆ ต่าง ๆ กัน ไม่แน่นะ ลงท้ายคุณอาจเป็นคนที่สอนเก่งกว่าทุก ๆ คนที่คุณไปดูมาก็ได้ เพราะคุณมีโอกาสดูจุดเด่นของหลาย ๆ คน
ครูไผ่ (IP:61.91.102.248,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 46 29 ม.ค. 2548 (20:50)
การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ว่าจะมีนักเรียนท ี่ไ่ม่รู้เรื่อง ไม่เอาอะไรเลย แต่ยังมีนักเรียนส่วนหนึ่งที่เอาใจใส่และสามารถเรียนได้ดี อาจจะด้วยสาเหตุใดๆ ก็ตามของนักเรียนทั้งสองประเภท ปัญหาคือ ความเอาใจใส่ดูแลของผู้ปกครองที่ทั้งมีความรู้และไม่มีความรู้ภาษาอังกฤษ ควรอย่างยิ่งที่จะให้ความสนใจในการถามไถ่การบ้าน การให้นักเรียนในปกครองใช้เวลาในการฝึกฝนเพราะวิชาภาษาเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝน ต้องท่องจำ ต้องพยายามมากจึงควรช่วยเหลือกันด้วย ไม่ใช่เพียงแต่ให้ครูรับผิดแต่ในการสอนในห้องเรียน เพราะการเรียนภาษานั้นเพื่อการนำไปติดต่อสื่อสาร
พาหล ร่วมใจ (IP:203.150.217.114,203.113.71.72,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 47 25 ก.พ. 2548 (09:51)
เห็นด้วยกับหลายๆ ท่านที่แสดงความคิดเห็น ดิฉันก็เป็นครูคนหนึ่งที่ไม่ได้จบเอกอังกฤษเลย เคยเรียนตอนม.3 ตกภาษาอังกฤษด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้จำเป็นต้องมาสอนภาษาอังกฤษ เพราะเขาเห็นว่าจบปริญญาโทมาก็น่าจะสอนได้ จริง ๆ แล้ว สภาพของครูประถมศึกษาสอนได้ทุกวิชา ดิฉันสอนภาษาอังกฤษปีนี้เป็นปีที่ 2 ซึ่งพื้นไม่มีเลย ต้องไขว่ขว้าหาความรู้ใส่ตัว ฝึกพูด(ผิดบ้าง ถูกบ้าง) บางครั้งก็ละอายตัวเอง เพราะตัวเราเองยังพูดไม่เก่งเลยไปสอนเด็ก อยากให้เด็กพูดเก่ง ๆ เหมือนแม่ปูสอนให้ลูกเดินตรง ๆ แต่แม่กลับเดินไม่ตรงเสียเอง แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรค ดิฉัน พยายามหาทางพัฒนาตนเอง หาที่อบรม หาที่เรียนถึงแม้ต้องเสียเงินของตัวเองก็ตาม คิดว่าอนาคตจะทำในสิ่งที่ไม่ชอบนี้ให้ดี เพราะเป็นอาชีพของเรา ครูต้องทำได้ทุกอย่าง ยังงัยก็ขอเป็นกำลังใจให้ครูมัธยมน๊ะ เพราะครูประถมถือว่าเก่งมากแล้วที่ทำให้เด็กไม่รู้อะไรเลยรู้ได้ พวกเราควรต้องคำนึงอนาคตของชาติไว้เป็นที่หนึ่งก็แล้วกัน ประเทศเราเจริญแน่
ครูสอนภาษาอังกฤษจำเป็น (IP:203.150.217.112,203.113.45.197,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 48 26 ก.พ. 2548 (15:47)
จบสาขาอื่นมาแต่ได้รับมอบหมายให้สอนภาษาอังกฤษครับ

แค่พูดได้แต่ไม่สามารถถ่ายทอดได้ เทคนิคการสอนไม่มี

ประสบการณ์ไม่มี แย่จัง สงสารเด็กมาก ทุกวันนี้ได้แต่เปิดหนังสือแล้วสอนไปตามที่มีอยู่ จะมอบหมายงานก็ไม่รู้จะสร้างสรรค์อย่างไร ช่วยด้วยครับ
jim@hotmail.com (IP:203.209.126.33,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 49 26 ก.พ. 2548 (23:35)
ทำซ๊และขายamway ดีกว่า
แมน (IP:203.157.14.246,203.157.222.10,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 50 4 มี.ค. 2548 (20:09)
ประเทศไทยมีการสอนภาษาอังกฤษมาหลายร้อยปี แต่คนไทยพูดภาษาอังกฤษได้แค่หยิบมือ หนึ่งในหยิบมือนั้นก็มีครูผู้ท้อแท้อย่างเราท่านด้วย เป็นความล้มเหลวของหลักสูตร หรือระบบก็ไม่รู้ ปัญหานี้แก้ได้ โดยช่วยพวกเราอย่างต่อเนื่องผ่านกระบวนการอบรมสัมมนาทั้งเทคนิคการสอน การใช้ภาษาสื่อสารในชีวิตประจำวัน จนสามารถใช้ภาษาสื่อสารในชีวิตประจำวันได้ เมื่อครูมั่นใจตนเอง เด็กก็น่าจะมั่นใจตนเองและเรียนรู้ได้ดีขึ้น
thong_2@thaimail.com (IP:203.151.140.120,203.113.51.164,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 51 4 มี.ค. 2548 (21:22)
เป็นนักเรียนที่เรียนโรงเรียนขยายโอกาสเหมือนกันค่ะภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ชอบเรียนมากๆค่ะตอนนี้อยู่ม.3สอบแล้วซึ่งคะเเนนออกมาดีได้เกือบเต็มส่วนใหญมาจากการที่ขยันค้นคว้าอ่านหนังสือเองค่ะเพราะโรงเรียนมีกิจกรรมเยอะครูจึงไม่ค่อยได้สอนเป็นเรื่องเป็นราวหรือจริงจังมากเท่าไรนักแต่เพื่อนในห้องสอบวิชานี้ตกหมดซึ่งเป็นที่น่าเศร้าใจคะเเนวิชานี้จึงต่ำมากค่ะการเรียนทุกอย่างก็ต้องขึ้นอยู่กับตัวนักเรียนแล้วก็อาจารย์ผู้สอนทางบ้านและทางโรงเรียนน่าจะให้ความร่วมมือกันในเรื่องการศึกษาคอยกวดขันดูแลลูกหลานให้ทำการบ้านส่งทบทวนหนังสือส่วนครูก็ทำหน้าที่สอนศิษย์อย่างเมที่คิดว่าแค่นี้คะแนนก็น่าจะเป็นที่พอใจของทุคนแล้วค่ะ
เด็กเรียน พรพิชชา
ร่วมแบ่งปัน13 ครั้ง - ดาว 152 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 52 6 มี.ค. 2548 (13:30)
การเรียนรู้ของเด็กนักเรียนบ้างคนเรียนรู้ได้เร็วบ้างคนเรียนรู้ได้ช้าบ้างคนจำเก่งบางคนรู้ตักคิดบ้างคนไม่รับรู้อะไรเลย บ้างคนก็อยากจะเล่น และอื่นๆอีกมากมายที่เป็นสาเหตุของเด็กที่เรียนอังกฤษไม่รู้เรื่องฉนั้นขอให้คุณครูช่วยใจเย็นๆในการสอน การเรียนรู้ การรับรู้ข่าวสารต่างๆจะดีก็ต่อเมื่อฝึกกระทำบ่อยๆ ผมขอให้กำลังใจครูทุกท่านที่สอนวิชาภาษาอังกฤษ ใจเย็นๆไว้นะครับเด็กต้องเก่งขี้นมาได้สักวันหนึ่ง
pgawrutana@thaimail.com (IP:61.19.158.50,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 53 7 มี.ค. 2548 (10:28)
คนที่เก่งภาษาอังกฤษมีดังนี้

1ฝรั่ง 2.คนไทยลูกครึ่ง 3.คนไทยไปเรียนเมืองฝรั่ง4.คนไทยเรียนรร.ฝรั่งในเมืองไทย5.คนไทยไปทำงานเมืองฝรั่ง6.คนไทยทำงานอยู่เมืองไทยกับฝรั่ง7.คนไทยได้แฟนเป็นฝรั่ง8.คนไทยมีเพื่อนเป็นฝรั่ง9.คนไทยที่บ้าภาษาฝรั่งคร่ำเคร่งกับภาษาฝรั่งมาระยะหนึ่ง

ผมลอกเขามาซึ่งมันน่าคิดถ้าครูสอนภาษาอังกฤษเป็นคนในข้อ9จะเป็นพระคุณสำหรับเด็กทั้งประเทศรัฐบาลจะมีวิธีการสร้างครูสอนภาษาอังกฤษให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร? T_T
Jormjai69@hotmail.com (IP:203.151.140.119,203.113.51.164,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 54 7 มี.ค. 2548 (18:37)
ขอโทษนะอยากบอกว่ากุก็เบื่อโว้ยยพยามแม่...งเข้าไปไม่เก่งมันสักทีไอ้พวกบ้าก็ดีแต่สอนโดยเปิดเทปสอนกันตามสยามแพงก้อแพงได้ผลหรือแค่ 10-15 เปอเซนเองของการพัฒนาเมื่อไหร่เมืองไทยมันจะดีได้เป็นเมืองขึ้นเลยไม่ดีกว่าเหรอฟะ เบื่อพูดอังกิดแบบพวกสิงคโปรฺได้มั้ยปรรจุเปนภาษาราชการไปเลยทไงก็ได้ แค่นี้มันก้อเสียเปรียบนานาอารยะประเทศอยู่แล้วเบื่อเมืองไทยยยยยยยยยย
ไทยแลนแดนเสียเปรียบ (IP:168.120.26.178,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 55 10 มี.ค. 2548 (22:36)
เราอย่าเพิ่งท้อแท้กันดิครับ ผมมาเรียนการสอนภาษาที่อังกฤษระดับ PhD แล้วก็ยังรู้สึกว่ที่อื่นชาติอื่นเขาก็มีปัญหาเหมือนเรา อย่าลืมนะครับว่าเราเป็น แค่ foreign language มาเลย์ เขาเป็น second lang แต่ผมก็รู้สึกว่าภาษาก็ไม่ได้ดีเด่อะไร มากมาย จริงๆๆ แล้วเราควรจะ มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่า เราต้องการให้เด็กเราได้แค่ไหน ไม่ใช่เห็นเด้กผูดไม่ได้เราก็บอกว่า เด็กเราไม่เก่งจริงๆๆ แล้วไม่ใช่ เลย ผมท้าเลย แม้แต่ครูที่สอนภาษามานานๆๆ บ้างครั้งก็ยังพูดไม่ได้ดีเท่าที่มีประสบการณ์สอนมา หรือ อาจจะพูด ได้ แต่ผิดๆๆถูกๆๆ ครูที่สอนภาษาต้องพัฒนาตัวเองตลอด และเปิดใจกับเด็กที่เราสอนเลยว่า เราเองมีความั่นใจในภาษาแค่ไหน ความรู้ที่เรามีอยู่ตอนนี้มั่นใจหรือยังว่าดีและถูกต้องแล้ว structure คนไทยนี่แน่นมาก แต่เชื่อไหมว่า มีเด็กทุนที่มาเรียนเอกที่นี่หลายๆๆๆๆๆๆๆๆคน สอบ placement ทางแกรมม่า ได้เฉลี่ยแล้ว 70 กว่าๆๆจาก 100 เต็ม ดังนั้นผมจึงคิดเสมอว่าถ้าตัวเราเองยังไม่ไปถึงในจุดที่ดีที่สุดแล้ว เราก็อย่าหวังให้เด็กจะเก่งไปมากกว่าเราได้ ยกเว้นในเด็กที่เขามีความพยายามและมุ่งมั่นรวมถึงพรสวรรค์ในตัวของเขาด้วย
tob (IP:213.48.73.94,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 56 11 มี.ค. 2548 (07:01)
I think we try too hard.



Kids want to learn - but in their own ways.



I think 'we' have put 'fear' in their learning - fear to talk, fear to write, fear to fail, ...



I am running an experiment (Let us talk English). So far I have no reponse. The fear is deep? In a few more days I hope to have more data. We will see what we can do.



In the meanwhile - CHEERIO.
สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 57 11 มี.ค. 2548 (10:45)
ถ้าลดราคาค่าเรียนลงมาบ้าง ผู้ปกครองก็อยากส่งบุตรหลานมาเรียนมากขึ้น บางทีเรียนพิเศษตอนเย็นที่ ร.ร เด็กกลับมีการบ้านหนักมากกว่าเดิม แล้วจะเอาเวลาที่ไหนมาอ่านหนังสือ บางครั้งครูก็สอนและตรวจการบ้านเด็กมาแบบผิด ๆ พอทักท้วงก็กลายเป็นว่าผู้ปกครองจ้องจับผิด มิได้ค่ะ คนที่ทำงานทุกคนล้วนต้องผิดมาก่อน เพียงแต่ว่าอย่าผิดตรงจุดเดิม
จากแม่ลูก 2 (IP:61.90.68.233,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 58 16 มี.ค. 2548 (11:44)
#57 has a BIG point there.



Are we asking TOO MUCH of our kids? And, parents?



Can we help SAVE time and let our kids LEARN and PLAY?



I think we should TRY our best.
สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 59 23 มี.ค. 2548 (15:17)
การสอนภาษาอังกฤษที่ดีทำได้ยากแต่เราก็อยากจะทำเราเป็นครูนอกระบบไม่ใช่ข้าราชการถวายความรู้พระภิกษุ-สามเณรยากกว่าท่านทั้งหลายมากนักเพราะบางรูปอ่านไม่ออกทั้งไทยและอังกฤษแต่เราก็ไม่ท้อคิดแต่ว่าจะทำอย่างไรนักเรียนของเราจะมีความรู้ความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษได้ดีท่านใดมีแนวทางหรือวิธีการสอนภาษาอังกฤษม.ปลายที่มีประสิทธิภาพเรียนรู้ได้เร็วก็ขอความกรุณาแนะนำบ้างจะเป็นพระคุณอย่างสูงเราขอเป็นกำลังใจให้ท่านข้าราชการครูทุกท่านสู้กับระบบราชการในยุคปัจจุบันต่อไป
บึงกิตติ.com (IP:203.188.32.93,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 60 23 มี.ค. 2548 (16:36)
การสอนภาษาอังกฤษสำหรับประเทศไทยเป็นสิ่งที่ผิดธรรมชาติของการสอนภาษาทุกภาษา โดยไปเน้นการอ่านและเขียนทั้งนี้ก็เนื่องจากครูผู้สอนไม่ถนัดภาษาอังกฤษและไม่ได้จบวิชาเอกภาษาอังกฤษท่านก็สอนได้เฉพาะการอ่านและการเขียนเท่านั้น ซึ่งการเรียนภาษาทุกภาษาจะมี 4 กิจกรรมคือ ฟัง พูด อ่าน และเขียนเป็นลำดับสุดท้าย

จากการที่ได้ศึกษาหลักการสอนภาษาอังกฤษ กิจกรรมการเรียนการสอนในแต่ละระดับหรือช่วงชั้นคิดเทียบเป็นร้อยละของเวลาที่สอน แต่ละกิจกรรมมีจำนวนร้อยละดังนี้

1.การฟัง ร้อยละ 40 ของเวลาที่สอน

2.การพูด ร้อยละ 35 "

3.การอ่าน ร้อยละ 16 "

4.การเขียน ร้อยละ 9 "

ดังนั้นจะต้องแก้ที่พฤติกรรมการสอนของครู โดยพูดช้าๆเป็นภาษาอังกฤษในแต่ละชั่วโมงหรือช่วงที่สอนหรือคาบ ให้เด็กได้ฟังร้อยละ 40 และให้เด็กได้พูดตอบคำถามหรือพูดโต้ตอบกันรองลงมาร้อยละ 35 ให้เด็กอ่านร้อยละ 16 และเขียนร้อยละ 9

ปัญหาหลักก็คือ การสอนในระดับประถมศึกษาครูจบเอกอังกฤษมีน้อย ซึ่งบางโรงเรียนไม่มีครูจบเอกภาษาอังกฤษ

หรือครูที่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้เลย และเป็นการสอนประจำชั้นซึ่งสอนทุกวิชา จากการที่ได้พูดคุยกับคุณครูที่สอนตั้งแต่ระดับอนุบาลถึง ป.6 พบว่าเขาไม่กล้าที่จะพูดภาษาอังกฤษในชั่วโมงหรือคาบที่สอนภาษาอังกฤษเนื่องจากกลัวว่าจะให้ความรู้ที่ไม่ถูกต้องแก่นักเรียน ซึ่งก็เห็นใจเขาในเรื่องนี้

เพื่อให้ครูมีความมั่นใจที่จะสอนภาษาอังกฤษโดยการพูดภาษาอังกฤษตลอดชั่วโมงหรือคาบ ต้องให้ครูประถมไปพัฒนาหรือฝึกพูดภาษาอังกฤษเพื่อการสอนทุกช่วงชั้น

ซึ่งจะส่งผลดีแก่เด็กส่วนใหญ่ ปัญหาที่จะตามมาต้องมีแน่

แต่ทุกปัญหามีไว้เพื่อแก้ ไม่ใช่มีไว้เพื่อให้คนหลบหลีกปัญหา

และทุกปัญหาก็มีทางออกทุกปัญหา

จึงอยากให้ช่วยกันแก้ปัญหา โดยไม่โยนความผิดไปให้ครูระดับใดระดับหนึ่ง
jl_nuchit (IP:203.151.140.111,203.113.57.39,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 61 23 มี.ค. 2548 (18:52)
ครูพูดไม่ได้ ไม่กล้าออกเสียง ก็ดีแล้ว จะได้ไม่ทำให้เด็กเรียนรู้การพูด การออกเสียงที่ผิด ๆ ไปจากครู จนยากที่จะแก้ไขได้ในภายหลัง



ครูสามารถใช้สื่อมาช่วยได้นี่คะ

เช่น เทปเสียง วีดิโอ วีซีดี หรือ ซีดีบทเรียน

ซึ่งครูและเด็กจะได้ฝึกฟัง ฝึกพูดไปพร้อม ๆ กัน



ส่วนเรื่องการอ่านและเขียนครูก็ช่วยจัดการให้เด็กเรียนรู้ได้
ครูไผ่ (IP:203.146.229.230,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 62 24 มี.ค. 2548 (08:15)
ตัวอย่างซีดีบทเรียน



ABC for Thai Kids เป็น ซีดีบทเรียน ขนาด 158 MB มีเสียงประกอบตลอดเรื่อง ด้วยสำเนียงอังกฤษแท้จากเจ้าของภาษา ประกอบด้วยการเรียนรู้ตัวอักษร พยัญชนะ สระ การสะกดคำ ตัวเลข วัน เดือน แบบฝึกหัดการออกเสียง และ แบบฝึกหัดพัฒนาศัพท์

จัดทำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิชัย นันทบุรมย์ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นครราชสีมา 30000



ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.labschools.net/cur/modules.php?op=modload&name=Web_Links&file=index&req=viewlink&cid=39

ค่ะ
ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4131 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63 25 มี.ค. 2548 (21:28)
การสอนภาษาอังกฤษเน้นให้ผู้เรียนสนทนาเป็นหลักแต่ข้อทดสอบระดับชาติออกมามีแต่ข้อสอบอ่านเรื่องแล้วให้นักเรียนตอบปรากฏว่านักเรียนตอบไม่ได้เพราะไม่รู้คำศัพท์แค่ข้อสอบออกมาก็ไม่ตรงวัตถุประสงค์แล้วครูที่เขาสอนภาษาอังกฤษมานานๆทั่วประเทศเขาเบื่อมากๆหลักสูตรก็เปลี่ยนบ่อยทั้งๆที่ Englidh is fun ก็เป็นหลักสูตรที่ทำมาดีที่สุดแล้วเท่าที่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษมา 30 กว่าปี นโยบายไปหลงเชื่อนักวิชาการมากเกินไประหว่างนักวิชาการที่ไม่เคยสอนนักเรียนหรือสัมผัสกับเด็กตามชนบทใครจะมีประสบการณ์มากกว่ากันมันเหมือนกับครูผู้สอนเป็นผู้ซ่อมรถแต่นักวิชาการเป็นผู้จัดการร้าน เวลาออกรายการทีวีก็คัดเอานักเรียนเก่งๆที่เป็นนักเรียนในกรุงโรงเรียนดีๆมาเป็นตัวอย่างมาพูดสร้างภาพหน้าทีวีแต่ครูที่เขาสอนจริงๆตามชนบทซึ่งสอนเด็กบ้านนอกจำนวนหลายล้านคนแต่ละคน ใน 100 % จะเป็นเด็กเรียนปานกลางเสียประมาณ 30 % อีก 60% เป็นเด็กที่มีสติปัญญาขั้นอ่อนเด็กเก่งมีประมาณแค่ 10 % เท่านั้น แล้วเอาการสอนของฝรั่งมาใช้ในเรื่องเอาเด็กเป็นศูนย์กลางการศึกษาชาติเป็นหลักจึงทำให้การศึกษาชาติอยู่ในยุคที่ตกต่ำที่สุดใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้จะเป็นการตราบาปให้กับเยาวชนของชาติยากที่จะเยียวยารักษาได้สรุป ตกก็ไม่ ทำโทษก็ไม่มี บวกกับสังคมที่ย่ำแย่ นวัตกรรมที่ทันสมัยที่มีอันตรายอยู่รอบด้านยังมีเรื่องที่จะพูดอีกมากมายแต่เหนื่อยใจเหลือเกินขอยุติก่อน ประเทศไทยสอนเด็กให้ดีต้องเอาวินัยมาบังคับให้ได้ก่อนแล้วต้องสอนแบบ one by one เวียตนามเขาไม่ลอกเลียนแบบใคร สังคมเขาดีเขาถึงก้าวหน้าไปไกลจนไทยเราตามไม่ทันแล้ว สรุปเด็กไทยต้องปกครองแบบสมัยก่อนแล้วค่อยเลียนแบบฝรั่งที่เขามีความพร้อมทางด้านพื้นฐานที่ดีกว่าเรามากvudlyd 10 xuแล้วค่อยไปใช้ child center คงไม่นานเกินรอ
paru_noon@yahoo.com (IP:203.151.140.119,203.113.51.164,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 64 26 มี.ค. 2548 (10:53)
ผมชักจะห็นด้วยกับแนวคิดของท่าน paru_noon@yahoo.com

และขณะนี้ผมกำลังทดลองตามแนวคิด Theory X ของ Douglas McGregor ที่มีความเชื่อว่า

1. คนไม่ชอบการทำงานมาตั้งแต่เกิด (โดยสันดาน)

2. คนจะต้องถูกบังคับหรือควบคุมให้ทำงานจึงจะบรรลุตามจุดประสงค์ได้

3. คนชอบที่จะทำตามสั่งมากกว่า



http://choo.fis.utoronto.ca/FIS/Courses/LIS1230/LIS1230sharma/motive2.htm
p (IP:202.44.130.21,172.17.3.84, 203.158.143.254,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 65 28 มี.ค. 2548 (08:35)
ถ้าท่านไม่ชอบ Theory X ของ Douglas McGregor

กรุณาไปดู Theory Y นะครับ

อาจจะเหมาะกับท่านและผู้เรียนมากกว่า
http://choo.fis.utoronto.ca/FIS/Courses/LIS1230/LIS1230sharma/motive2.htm
p
ร่วมแบ่งปัน31 ครั้ง - ดาว 202 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 66 31 มี.ค. 2548 (16:16)
เป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่คิดว่ามีความรู้และทักษะอยู้่ในระดับดี แต่งานที่ทำที่โรงเรียนหนักมาก โดยเฉพาะงานพิเศษของโรงเรียน งานรับการประเมินภายนอก งานแนะแนว งานวิชาการ อยู่โรงเรียนเล็กๆ เอกสารทุกอย่างต้องทำเองหมด และสอน 28 ชั่วโมง/สัปดาห์ ทำให้ไม่สามารถใช้ความรู้ความสามารถที่มีมาทุ่มเทกับการสอนนักเรียนได้เต็มที่ ทั้งที่ก่อนปฏิรูปการศึกษา สามารถคิดค้นวิธีการสอนและเตรียมการจัดการเรียนการสอนได้ดีและสนุกกับการสอนมาก
wir2428@thaimail.com (IP:203.151.140.119,203.113.56.74,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 67 31 มี.ค. 2548 (17:10)
เราใช้วิธีการสอนทุกวิถีทางเราก็เรียนเอกภาษาอังกฤษเช่นกันมหาวิทยาลัยเขาสอนอะไรก็นำมาประยุกต์ใช้เรียนจากสถาบันสอนภาษาอเมริกันก็นำมาใช้แต่ผู้เรียนที่มาบวชเรียนนี้ในจำนวนนักเรียน30รูป/ห้องผู้ที่สามารถเรียนภาษาอังกฤษได้ดีเข้าใจภาษาอังกฤษจนกระทั่งสามารถอ่านได้ เขียนได้ พูดได้บ้างจะมีเพียง 1 รูปเท่านั้นที่เหลือรู้บ้างไม่รู้บ้าง บางรูปอ่านไม่ออกเลยทั้งที่อยู่ชั้นม.ปลายแล้วต้องจับมานั่งสอนเรื่องสระ พยัญชนะกันใหม่สาเหตุเพราะพื้นฐานตั้งแต่ชั้นต้นๆไม่มีเลยเรานำเจ้าของภาษา(ชาวต่างชาติ)มาเป็นผู้ถวายความรู้บ้างให้เรียนรู้เรื่องการใช้dictionary อังกฤษ-อังกฤษก็ไม่ค่อยจะสนใจกัน
บึงกิตติ.com (IP:203.188.15.226,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 68 17 เม.ย. 2548 (10:20)
ครูไม่มีเอกอย่างฉันก็พยายามสอนENG.ตามคำสั่งเหมือนกันนะ

เขาช่วยอบรมให้บ้างก็นำมาใช้ทุกอย่าง เด็กเก่งพัฒนาได้มากเลย ส่วนเด็กที่เรียนรู้ช้าก็น่าสงสารเหลือเกิน
weeyanana.yahoo.com (IP:203.151.140.119,203.113.39.9,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 69 1 พ.ค. 2548 (16:19)
ที่ว่าปัญหาการจัดการเรียนการสอนในปัจจุบันนั้นมาจากการที่ผู้สอนไม่ได้จบวิชาเอกภาษาอังกฤษมา เป็นแค่ส่วนหนึ่งของปัญหา เพราะดิฉันเป็นครูผู้สอนภาษาอังกฤษที่จบมาแล้วสอบบรรจุของสปชได้ ปีที่ 1-2 สอนประจำชั้นต้องสอนทุกวิชา และเมื่อ ต.ค.47สอบของสพฐ.ได้ย้ายกลับบ้านมาได้สอนอังกฤษ ป.1-6 ปัญหาที่พบก็คือว่าเอกอังกฤาที่จบมานั้นเป็นการสอนระดับมัธยมศึกษา แต่มาสอนในระดับประถมศึกษา ซึ่งมันแตกต่างกันมากเลย ตั้งมานั่งเรียนการสอนกันใหม่ตั้งแต่ A-Zกันเลย แต่ก็ต้องสอนไปตามที่พอจะสอนได้ด้วยสุขบ้างทุกข์บ้าง และเมื่อถึงฤดูการย้ายแล้วมาบอกว่าให้ย้ายภายในสังกัดเดียวกันก่อนแล้วถามว่านั่นเป็นการถูกต้องแล้วหรือ ถ้าจะให้การสอนภาษาอังกฤษประสบความสำเร็จมากกว่านี้ก็น่าจะจัดการศึกษาของผู้สอนให้สอดคล้องกับระดับที่จะสอนด้วย แล้วไม่ใช่ว่าครูเท่านั้นผู้ปกครองก็ต้องมีส่วนร่วมในการดูแลช่วยเหลือและเอาใจใส่นักเรียนอีกทางหนึ่งด้วย ปัญหาที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือขาดสือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนการสอน และครูแต่ละคนนั้นก็มีคาบสอบมากมีงานอื่น ๆ มากด้วย ถ้าหากมัวแต่โทษว่าครูประถมสอนมาไม่ดีแล้วครูมัธยมก็ไม่สามารถสอนได้ ก็ลองให้ครูมัธยมมาสอนประถมดูแล้วจะรู้ว่าเป็นอย่างไร
jaechairat (IP:203.113.71.164,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 70 1 พ.ค. 2548 (18:06)
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 63



การสอนภาษาอังกฤษเน้นให้ผู้เรียนสนทนาเป็นหลักแต่ข้อทดสอบระดับชาติออกมามีแต่ข้อสอบอ่านเรื่องแล้วให้นักเรียนตอบปรากฏว่านักเรียนตอบไม่ได้เพราะไม่รู้คำศัพท์แค่ข้อสอบออกมาก็ไม่ตรงวัตถุประสงค์แล้วครูที่เขาสอนภาษาอังกฤษมานานๆทั่วประเทศเขาเบื่อมากๆหลักสูตรก็เปลี่ยนบ่อยทั้งๆที่ Englidh is fun ก็เป็นหลักสูตรที่ทำมาดีที่สุดแล้วเท่าที่เป็นครูสอนภาษาอังกฤษมา 30 กว่าปี นโยบายไปหลงเชื่อนักวิชาการมากเกินไประหว่างนักวิชาการที่ไม่เคยสอนนักเรียนหรือสัมผัสกับเด็กตามชนบทใครจะมีประสบการณ์มากกว่ากันมันเหมือนกับครูผู้สอนเป็นผู้ซ่อมรถแต่นักวิชาการเป็นผู้จัดการร้าน เวลาออกรายการทีวีก็คัดเอานักเรียนเก่งๆที่เป็นนักเรียนในกรุงโรงเรียนดีๆมาเป็นตัวอย่างมาพูดสร้างภาพหน้าทีวีแต่ครูที่เขาสอนจริงๆตามชนบทซึ่งสอนเด็กบ้านนอกจำนวนหลายล้านคนแต่ละคน ใน 100 % จะเป็นเด็กเรียนปานกลางเสียประมาณ 30 % อีก 60% เป็นเด็กที่มีสติปัญญาขั้นอ่อนเด็กเก่งมีประมาณแค่ 10 % เท่านั้น แล้วเอาการสอนของฝรั่งมาใช้ในเรื่องเอาเด็กเป็นศูนย์กลางการศึกษาชาติเป็นหลักจึงทำให้การศึกษาชาติอยู่ในยุคที่ตกต่ำที่สุดใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้จะเป็นการตราบาปให้กับเยาวชนของชาติยากที่จะเยียวยารักษาได้สรุป ตกก็ไม่ ทำโทษก็ไม่มี บวกกับสังคมที่ย่ำแย่ นวัตกรรมที่ทันสมัยที่มีอันตรายอยู่รอบด้านยังมีเรื่องที่จะพูดอีกมากมายแต่เหนื่อยใจเหลือเกินขอยุติก่อน ประเทศไทยสอนเด็กให้ดีต้องเอาวินัยมาบังคับให้ได้ก่อนแล้วต้องสอนแบบ one by one เวียตนามเขาไม่ลอกเลียนแบบใคร สังคมเขาดีเขาถึงก้าวหน้าไปไกลจนไทยเราตามไม่ทันแล้ว สรุปเด็กไทยต้องปกครองแบบสมัยก่อนแล้วค่อยเลียนแบบฝรั่งที่เขามีความพร้อมทางด้านพื้นฐานที่ดีกว่าเรามากvudlyd 10 xuแล้วค่อยไปใช้ child center คงไม่นานเกินรอ



โดย: paru_noon@yahoo.com [IP: 203.151.140.119,203.113.51.164,] - วันที่ 25 มี.ค. 2548 - 21:28:48
paru_noon@yahoo.com (IP:203.151.140.120,203.113.51.164,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 71 11 พ.ค. 2548 (08:48)
ไม่ชอบคำว่าสอนภาษาอังกฤษ เพราะเราไม่ได้สอนภาษาแต่เราช่วยให้คนเข้าใจภาษาแล้วนำไปใช้ให้ได้ในชีวิตประจำวันหรือค้นคว้าหาความรู้ที่สูงขึ้น คนที่มีโอกาศฟังมาก ใช้บ่อยๆจะเข้าใจภาษาแบบสะสมและยั่งยืน การถูกบังคับให้เรียนอย่างเร่งรีบภายไต้ความจำกัดด้านเวลาของครูจะทัศนคติเชิงลบทั้งครูและเด็ก

เด็กจะท้อและไม่สนใจขณะที่ครูจะเริ่มดูถูกเด็กว่าอ่อนด้อยและขาดความพยายาม

11/05/05
phachon_sbc@hotmail.com (IP:61.90.136.38,192.168.7.211,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 72 11 พ.ค. 2548 (09:36)
คำว่า "สอน" คือคำสั้น ๆ ที่ใช้แทนความหมายของการทำให้คนเข้าใจแล้วนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวันหรือค้นคว้าหาความรู้ที่สูงขึ้น ตลอดจนเกิดพฤติกรรมอื่น ๆ อีกมากมายตามจุดประสงค์ที่ต้องการ



คุณไม่ชอบคำว่า "สอน" เพราะคุณเข้าใจผิดคิดว่า "สอน" คือบอก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ เพียงอย่างเดียว



ลองศึกษาตำรา "ศาสตร์การสอน" ของท่าน ดร.ทิศนา แขมมณี แล้วจะทราบว่า คุณสามารถเลือกวิธีที่คุณชอบได้มากมายหลากหลายแบบ รวมทั้งคุณสามารถออกแบบการสอนของคุณเองด้วย
ครูไผ่
ร่วมแบ่งปัน4131 ครั้ง - ดาว 285 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 73 28 พ.ค. 2548 (17:16)
ปัญหามันมีมากครับสำหรับการสอนภาษาอังกฤษ แต่ละที่แต่ละทาง มันมีเหมือนกันหมด อย่างโรงเรียนที่ผมสอน เป็นระดับมัธยมศึกษา แห่งหนึ่งใน จ.แม่ฮ่องสอน นักเรียน ม.5 ม.6 ขนาดถามว่า นาม คืออะไร กริยาคืออะไร และให้แต่งประโยคง่ายๆ นักเรียนยังไม่สามารถเลย ผมคิดว่า มันยากมากที่จะให้นักเรียนเก่งเหมือนกันทุกคน นักเรียนห้องหนึ่ง 40-45 คน แต่ละคนปัญหาต่างกัน มาจากหลายๆ โรงเรียน ซึ่งการสอนก็ย่อมไม่เหมือนกัน ฉะนั้น ผมว่า สังเกต หรือ ประเมินนักเรียน ดีกว่า ว่านักเรียนเก่ง หรือ อ่อน ตรงไหน แล้วเรา (ซึ่งเป็นครู) ต้องพัฒนาและปรับปรุงแก้ไขให้ตรงจุดดีกว่า (ไม่ต้องว่ากันหรอกครับว่า ครูเอาเวลาไปทำอาจารย์ 2 หรือ 3 ) เพราะครูเราทุกคนย่อมต้องการความก้าวหน้าทั้งนั้น แต่ในขณะเดียวกัน เมื่ออยากได้ ก็ต้องพัฒนาและปรับปรุงตัวเองตลอดเวลาครับ (อตฺตานํ ทมยนฺติ ปณฺฑิตา บัณฑิตย่อมฝึกตนอยู่เสมอ)
ครูมะหา (IP:203.172.137.150,192.168.1.240,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 74 4 มิ.ย. 2548 (19:52)
อยากส่งกำลังใจให้ครูผู้สอนภาษาอังกฤษทุกคน....ไม่ว่าท่านจะอยู่ ณ หนแห่งใดของประเทศไทย หลายๆท่านที่เป็นครูบาอาจารย์คงจะหนักอกหนักใจกับคุณภาพการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในบ้านเราที่ดูเหมือนว่าจะไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร แม้แต่ผมเองก็เคยคิดว่าการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในเมืองไทยอาจจะแย่ที่สุดในโลก แต่มาวันนี้ความคิดผมเปลี่ยนไปแล้วครับ เมื่อผมได้มาเห็นระบบการศึกษาภาษาอังกฤษของประเทศญี่ปุ่น... ผมสอนภาษาอังกฤษและวิชาอื่นๆอีกหลายวิชาในโรงเรียนประถมศึกษาขนาดเล็ก และไม่ได้จบวิชาเอกภาษาอังกฤษ ผมได้รับทุนรัฐบาลญี่ปุนให้มาศึกษาและดูงานด้านการศึกษาเป็นระยะเวลา ๑ ปี ๖ เดือน ผมสนใจที่จะมาดูการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเป็นพิเศษ เพราะญี่ปุ่นกับไทยมีความเหมือนกันในฐานะที่เราเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ และบริบทของสังคมก็มีความคล้ายคลึงกันเพราะทั้งไทยและญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ไม่ได้พูดภาษาอังกฤษ ดังนั้นผมจึงสนใจที่จะศึกษา และเปรียบเทียบ รวมทั้งอยากทราบความก้าวหน้า ปัญหา และอุปสรรค การเรียนการสอนภาษาอังกฤษของญี่ปุ่นกับของไทยว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร ผมได้มีโอกาสร่วมชั้นเรียนกับนักศึกษามหาวิทยาลัยทั้งระดับปริญญาตรี และปริญญาโท ที่เรียนภาษาอังกฤษ เป็นวิชาเอก รวมทั้งได้ไปเยี่ยม ร่วมกิจกรรม และช่วยสอนในโรงเรียนหลายโรงเรียน ปรากฎว่าประสบการณ์ที่พบทำให้ผมตกใจมาก เพราะนักศึกษาวิชาเอกภาษาอังกฤษ ทั้งระดับปริญญาตรี และปริญญาโท ไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ และในชั่วโมงเรียนภาษาอังกฤษ ทั้งนักศึกษาและอาจารย์ใช้ภาษาญี่ปุ่นตลอดทั้งชั่วโมง สองชั่วโมง แทบจะไม่ได้ยินคำภาษาอังกฤษเลย ผมได้เข้าเรียนวิชาสัมมนาการสอนภาษาอังกฤษของนักศึกษาปริญญาโท และได้มีโอกาสนำเสนอการบรรยายเรื่องการจัดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในเมืองไทยทั้งในประเด็นการจัดทำหลักสูตร การจัดทำแผนการสอน ทฤษฏีการสอน การวัดและประเมินผล แหล่งการเรียนรู้ กิจกรรมในชั้นเรียน และประเด็นอื่นๆ...อยู่บ่อยครั้ง ปรากฏว่าเมื่อผมบรรรยายจบ อาจารย์ที่สอนต้องแปลและสรุปเป็นภาษาญี่ปุ่นอีกครั้ง ทั้งที่ทุกคนก็เรียนภาษาอังกฤษในระดับปริญญาโทแล้ว ผมลองถามนักศึกษาญี่ปุ่นว่าเข้าใจเรื่องที่ผมพูดหรือไม่ เขาบอกว่าจับได้แต่ประเด็นหลักๆประมาณ ๕๐ เปอร์เซนต์เท่านั้น แต่ผมเชื่อว่าหลายๆคนอาจจะไม่รู้เรื่องเลย ขณะที่อาจารย์ที่มาจากจีน ที่นั่งฟังอยู่ด้วย บอกว่าเข้าใจรายละเอียด ๑๐๐ เปอร์เซนต์ ผมกับเพื่อนอาจารย์ที่มาจากประเทศจีนได้ถกกันถึงปัญหาที่พบในมหาวิทยาลัยญี่ปุ่น เราต่างแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เมื่อตอนผมเรียนภาษาอังกฤษพื้นฐานในมหาวิทยาลัยไทย ซึ่งได้เรียนแค่ ๒ รายวิชา ในระยะเวลา ๔ ปี ที่เรียนครุศาสตร์ แต่อาจารย์ก็ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการสอน และที่น่าเป็นห่วงมากคือนักศึกษาญี่ปุ่นเอกภาษาอังกฤษที่ออกไปฝึกสอน และบางส่วนกำลังจะออกไปเป็นครูภาษาอังกฤษ แต่พวกเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ซึ่งเปรียบเทียบกับนักศึกษาเอกอังกฤษของไทย ผมเชื่อว่าแตกต่างกันราวฟ้ากับดินทีเดียว และในชั่วโมงของนักศึกษาปริญญาตรี เนื้อหาที่เรียนบางรายวิชาเทียบได้กับระดับมัธยมปลายที่ผมเรียนในเมืองไทยเมื่อสมัยวัยละอ่อน และที่น่าแปลกใจอีกประการก็คือ ไม่มีการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในระดับประถมศึกษาของโรงเรียนรัฐบาล เด็กญี่ปุ่นจะเริ่มเรียนภาษาอังกฤษในระดับมัธยม ที่ผมกล่าวมาทั้งหมดคือภาพรวมๆของการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในประเทศญี่ปุ่นที่เป็นประสบการณ์ตรงที่ได้สัมผัสมา แม้ญี่ปุ่นจะเจริญก้าวหน้าในทุกๆด้าน แต่การศึกษาภาษาอังกฤษยังล้าหลังไทยอยู่มาก ญี่ปุ่นใช้เงินมหาศาลในการจ้างครูภาษาอังกฤษเจ้าของภาษา และส่งไปสอนในโรงเรียนมัธยมเป็นเวลาติดต่อกันหลายสิบปี แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม ขอปลุกเร้าพลังใจแก่ครูภาษาอังกฤษของไทยทุกท่าน ด้วยความเชื่อมั่น และศรัทธา ผมเชื่อศักยภาพของครูไทยว่า ไม่ได้ด้อยกว่าใครในโลกนี้
ครูไทยในญี่ปุ่น (IP:220.49.149.33,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 75 15 มิ.ย. 2548 (17:36)
การเรียนภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่ยากที่นักเยนจะสามารถบรรลุตามจุดมุ่งหมายที่เราตั้งไว้ได้ดังนั้นสิ่งแรกที่เราต้องปลูกฝังให้กับเด็กก็คือ "ทัศนคติต่อการเรียนวิชาภาษาอังกฤษค่ะ"
ked.taparat@chaiyo.com (IP:61.19.120.90,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 76 24 มิ.ย. 2548 (11:44)
ผมทำหน้าที่สอนภาษาอังกฤษในระดับประถมแต่ไม่ได้จบทางสอนมา พอมาทำหน้าที่สอนภาษาอังกฤษจึงเป็นค่อนข้างมีปัญหาในการสอน ไม่มีเทคนิคการสอนไม่รู้เรื่องจิตวิทยาในการสอนและเด็กประถมบ้านนอกมีพื้นฐานภาษาอังกฤษน้อยมาก อาจจะด้วยหลายๆปัจจัย ถ้าเพื่อนๆพี่ๆครูภาษาอังกฤษท่านใดมีเทคนิค/วิธีการดีๆพอจะเป็นวิทยาทานส่งมาที่ E-mail ดังกล่าวจะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง
tone_tall@yahoo.com (IP:203.151.140.120,203.113.55.199,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 77 24 มิ.ย. 2548 (13:57)
สื่อการสอนก็ช่วยได้มากนะคะ สำหรับคนที่ไม่ได้จบทางการสอนมา สื่อที่ดี ๆ จะออกแบบบนพื้นฐานการสอนที่ดี ๆ ค่ะ

ลองติดต่อสื่อการสอนภาษาอังกฤษดี ๆ ที่นี่ดูนะคะ

http://multimediathailand.com/
อยากบอก (IP:203.146.229.230,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 78 29 มิ.ย. 2548 (06:15)
อ่านแล้วหลากหลายความคิด แต่ลองคิดทุกสิ่งทุกอย่างมันเกิดจากฐาน หากฐานมันดียอดที่ต่อขึ้นไปต้องดีแน่ จะทำยอดเป็นอย่างไรก็ย่อมได้หากฐานดี เปรียบการเรียนชั้นประถมเป็นฐาน หากครูประถมไม่เอาใจใส่เด็กอย่างจริงจัง แล้วฐานของเด็กจะดีได้อย่างไร การที่เราเป็นครูคนหนึ่งก็เข้าใจในความยากลำบากที่จะให้เด็กเป็นดังเราวาดหวังไว้ แต่ทำไมครูประถมที่ไม่ใช่ในเมืองซึ่งมีนักเรียนที่ดูแลในห้องเพียงไม่กี่คน และอยู่กับนักเรียนตลอดวัน ยังไม่สามารถสร้างฐานของเด็กให้แข็งแรง สามารถให้เด็กไปต่อยอดในชั้นมัธยมได้ ในฐานะครูคนหนึ่งก็สงสัย การศึกษาไทยคงต้องปรับ เน้นพื้นฐานชั้นประถมมากเป็นพิเศษ ต้องให้เด็กอ่านออกเขียนได้จริง ๆ ส่วนการสอนภาษาอังกฤษหากท่านนายกต้องการให้ไทยเป็นอินเตอร์ ทุ่มงบประมาณจ้างชาวต่างประเทศวางพื้นฐานให้เด็กตั้งแต่ชั้นประถมดีไหม ให้เด็กฝึกสนทนาตั้งแต่เด็ก โดยไม่ต้องคำนึงถึงหลักไวยากรณ์ เพื่อให้เด็กกล้าพูด แล้วค่อยแก้ไขโครงสร้างประโยคของการพูดเมื่อโตขึ้นมาในชั้นสูงขึ้น เหมือนตอนเราพูดภาษาไทยได้ เราก็ไม่ได้เรียนหลักภาษา แต่เราใช้การเริ่มฝึกพูด รู้จักคำศัพท์ แล้วค่อย ๆ มาสร้างเป็นประโยค หวังอยากเห็นเด็กไทยไปให้ไกลมากกว่านึ้ แต่อย่าเอาแค่เด็กในเมืองเป็นตัวสรุป เพราะเด็กบ้านนอกในประเทศมีมากกว่า จะคิดอะไรทำอะไรน่าจะคำนึงถึงแถบบ้านนอกให้มาก
ครูคนหนึ่ง (IP:203.151.140.112,203.113.45.100,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 80 6 ก.ค. 2548 (16:58)
เรียนฮังกฤษไม่รู่เรื่อง
U89$0y)9@totonline.net (IP:203.151.140.120,203.113.61.103,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 81 9 ก.ค. 2548 (13:48)
การสอน ภาษาอังกฤษ นร.ประถมฯ ... ต้องเน้น ย้ำ ซ้ำ ทวน บ่อยๆ ครับ ....



อย่างคำศัพท์นี่ ครู ทำเป็นตารางทบทวนไปเลย เช่น

สอนวันจันทร์ ทวนวันอังคาร ทวนวันศุกร์ แล้วทวนอีกทุกสัปดาห์/1ครั้ง



หรือครูจะติดบัตรคำศัพท์พร้อมภาพ ให้นร.อ่านทุกวันยิ่งดี ที่ผมบอกไปนี่คือการท่องศัพท์



แต่ผมจะทำให้เป็นเรื่องสนุกในการอ่านคำ เช่น มีปรบมือขั้น...

มีเสียงสูงต่ำ ... มีคำโจ๊กเพื่อจำ

เช่น ครูพูด เชอรี่ แฮร์

เด็กเปลี่ยนเป็น curly hair



แบบนี้ ก็สนุกไปอีกแบบ นร.ที่เรียนอ่อน ก็จะจำคำได้แม่นขึ้น





ยังมีอะไรอีกมากมาย พูดไม่จบ...
อ.ปรัชญ์ (IP:202.12.97.111,10.116.0.11,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 82 11 ก.ค. 2548 (19:10)
ฝากถึงคุณครูทุกท่านไม่เพียงแค่ครูภาษาอย่างเดียวนะครับ เรื่องการไม่สามารถทำให้เด็กสามารถแสดงพฤติกรรมที่ท่านพึงประสงค์นั้นท่านอย่ามัวไปโทษใครเลย แต่ที่สำคัญที่สุด ณ ตอนนั้นคือ ท่านได้แก้ปัญหาที่พบหรือยังครับ วิเคราะห์หรือยังว่าเป็นที่อะไร จากเด็กเอง จากครูประถม จากเนื้อหาที่สอน หรือเป็นที่ตัวท่านเอง แล้วดำเนินการแก้ไปตามสภาพที่เกิดขึ้นจริง ท่านเชื่อหรือไม่ว่า เด็กที่ท่านสอนจะสนใจการเรียนมากขึ้น ที่ตามมาจะรักและอยากเรียนกับท่านด้วยนะครับ
Prawit (IP:203.156.51.152,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 83 13 ก.ค. 2548 (17:07)
ดิฉันเป็นครูผู้สอนวิชาภาษาอังกฤษในโรงเรียนขยายโอกาสด้วยความรักในวิชาภาษาอังกฤษและตั้งใจที่จะให้ความรู้เต็มที่กับวิชานี้จึงมีการเตรียมการสอนอย่างดี แต่บางครั้งกลับรู้สึกเสียใจในความตั้งใจของตนเอง เพราะนักเรียนไม่ตั้งใจที่จะรับความรู้ที่ครูถ่ายทอดให้เลย ดิฉันพยายามหาเกม เพลงมาช่วยแต่เด็กไม่มีพื้นฐานก็ร่วมกิจกรรมได้ไม่เต็มที่ จึงทำให้บทเรียนไม่สนุก อยากฝากถึงครูที่สอนภาษาอังกฤษทุกท่านว่า ถ้าเด็กไม่รักที่จะเรียนภาษาอังกฤษ ก็จะทำให้เขาไม่ตั้งใจจริงในการศึกษาหาความรู้ และเขาก็จะคิดว่าภาษาอังกฤษยากที่สุด....ไม่อยากให้เด็กไทยคิดแบบนั้นเลย..............ค่ะ....ครูบ้านนอก
khrusu@hunsa.com (IP:203.113.81.6,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 84 19 ก.ค. 2548 (11:10)
We win some and we lose some.



Kids come and go (grow?). Some are good (obedient) and some are just awful.



We do the stuff that gives us a win more and change our tactics so we do not lose again.



In teaching them, we learn about them and about ourselves.



It is the learning that makes us better persons.

It will not hurt to let kids know sometimes that it is learning that makes them better persons.



I am sure you have tried putting square pegs in round holes. It is fun but it gets us nowhere.



Let some go to their destiny!
สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 85 20 ก.ค. 2548 (11:24)
คนไทยเรียนภาษาอังกฤษกันคนละหลายปี แต่นำมาใช้ไม่ได้ มีสาเหตุมากมายที่เป็นดังกล่าว สาเหตุหนึ่งคือไม่มีโอกาสใช้ อีกอย่างพอมีโอกาสก็อายเสียอีก เรื่องโอกาสน่าจะมีเรื่องพูดกันยาว ขอพูดเรื่องความอายก่อน ความอายเป็นอุปสรรคใหญ่ขนาดภูเขาหิมาลัย เราจะขจัดหรือลดความอายลงได้อย่างไร ท่านที่มีโอกาสพูดกับชาวต่างประเทศด้วยภาษาอังกฤษควรใช้โอกาสนั้น ใหม่ ๆ ท่านอาจไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ควรคิดเสียว่าภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาของเราเอง ไม่ใช่ภาษาที่สอง แต่เป็นภาษาต่างประเทศ การพูดก็ต้องถูกบ้างผิดบ้างไปตามเรื่อง คนเราถ้าลิ้นแข็งเสียแล้วมันก็ฝึกยาก ดูคนจีนที่มาอย่เมืองไทยตลอดชีวิตเขาพูดคำว่าดีไม่ได้เลยออกเสียงเป็นลีตลอด แต่เขาก็สื่อสารได้
suthsarn@hotmail.com (IP:61.19.153.206,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 86 25 ก.ค. 2548 (01:23)
แน่จริงส่งครูไปฝึกภาษาในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษกันเยอะๆสิ กล้าไหมล่ะ 10 ทุน/อำเภอ ส่งไปเลยปีละ 2 รุ่น

กลับมาแล้วสอนไม่ได้ ตัดเงินเดือนเสียให้เข็ด
maverick07@thaimail.com (IP:203.113.81.6,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 87 30 ก.ค. 2548 (10:11)
I agree with #85, an experiment "Let us talk English" supports this observation.



I think the problem is more in the "mind" than the "place".

I do not know how to teach "courage" - but I try by acting out what I wish to teach.



I however take lessons and experiences (from postings here) and move forwards.



I can remember the "inner glow" I felt when I succeeded in doing something.

This joy lasts long after the pains and hard work are forgotten.
สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 88 2 ส.ค. 2548 (18:11)
ก้อไม่ยากนี่ค่ะ ถ้าจะให้เด็กมีพื้นฐานจริง ๆ ก็น่าจะเริ่มจากให้เด็กทำแบบทดสอบภาพรวมดูก่อนว่าแต่ละคนเป็นอย่างไร แล้วก้อจับกลุ่มเด็ก ให้อยู่กับเด็กที่เก่งกว่า การเรียนถ้าเรียนเป็นกลุ่ม ๆ ช่วยกันทำกิจกรรม ก้อจะทำให้เด็กมีกำลังใจขึ้น ควรจะหาวิธีการสอนแบบอ้อม ๆ คือ หากิจกรรมให้ทำโดยให้เรียนรู้พวก grammar ไปด้วย ถ้าเด็กมีการพัฒนาขึ้นแสดงว่าดีแล้วค่ะ
kathy (IP:203.156.48.128,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 92 3 ส.ค. 2548 (21:12)
I studied English for long time. I hope I will be a good teacher to help Thai student to speak English.I try and try. Some students get better. O.K I can see someone impove very litte but I think I try all my ability.

It's the best thing that I can do.Many things I didn't teach them.I hope I can help them and impove myself by this way.
Payao@hunsa.com (IP:61.7.141.149,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 94 5 ส.ค. 2548 (04:55)
#92: I sympathize your cause - we all try our best to do what we can when we can.

I am sure you will "shine".



#93: I sincerely wish that you would join us in learning.

English is a powerful tool that will help you and Thailand to stand "proud" in our global village.



We will try to "master" the use of this tool - English.

We will try to practice using it. We will try and try and try - for learning is "life long".



We will not give up!
สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 95 6 ส.ค. 2548 (00:46)
ผมอบรมก็มาก สอนมาก็หลายปี แต่งานครูทุกวันนี้มันจับฉ่ายไร้จุดยืนเป็นของตนเอง ครูเป็นสาระพัด เป็นหมอจิตแพทย์(คอยแนะแนวทางนักเรียน)เป็นพนักงานบัญชี / เสมียน/ เลขานุการ(งานธุรการการเงินและพัสดุ) เป็นฝ่ายบริการ (ส่งงานที่เขตเสียค่าน้ำมันครั้งละ200-500 บาท)เป็นนักวิชาการ(ต้องอบรมอย่างโน้นอย่างนี้ เพื่อให้ได้เงินประจำตำแหน่ง) ลองหาคนมาทำหน้าที่แทนที่กล่าวมานี้สิครับ แล้วให้ครู(จริงๆ)สอนนักเรียน เน้นให้ประสบการณ์ตรง หรือหาแนวทางให้เด็กเกิดความรู้สึกชอบและศรัทธาในตัวครู จะสอนวิชาไหนก็ย่อมประสบผลสำเร็จได้ แต่ที่แน่ๆ ผมได้ดีเพราะมีไม้เรียว คืนอำนาจใช้ไม้เรียวให้ครูเถอะ อย่างน้อยไม่ตีก้นนักเรียนแต่ตีกระดานดำก็สะดุ้งพอแรงแล้ว ฝากรัฐมนตรีว่าการคนใหม่ท่านผ่านประสบการณ์มามาก เห็นชีวประวัติและผลงานแล้วเป็นที่น่าพอใจ คงจะให้กำลังใจครูที่ตั้งใจทำงานเพื่อเด็กและอนาคตของประเทศชาติจะไปในทิศทางไหน เพราะผู้นำต้องมีจุดยืน ที่มั่นคงและมีคุณธรรม ไม่เห็นแก่ฝ่ายใด ปัญหาที่สำคัญตอนนี้คือ แก้ปัญหาให้ครู(บางคน)ที่มีหยี้ล้นพ้นตัว ให้อยู่สอนนักเรียน แทนที่ใกล้สิ้นเดือนก็มีแต่จะวิ่งหาเงินมาอุดหนี้ เงินและสิ่งยั่วกิเลสทั้งหลายทำให้ครูหลายคนเป็นหนี้ อยากมีบ้านสวยๆ รถใหม่ๆก็ไปกู้เขามา แทนที่จะใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงท่าน ตอนนี้ลองหันมามองตัวเองบ้าง ว่ากำลังอยู่จุดไหน ถ้ากำลังจะถอยหลัง(ลงคลอง)ก็ลงไปแบบไม่ต้องโผล่มาอีก(Earlyไปก่อนเกษียน)รัฐบาลก็ตอบแทนค่าทำงานงามๆหน่อยพอให้มีทุนไปทำนา เลี้ยงโค ทำการเกษตร กลับไปใช้วัวควายไถนา รคาน้ำมันจะไปเท่าไรก็ไม่สนโลกแล้ว เราอยู่อย่างไทบ ใช้ศาสนาและพระมหากษัตริย์เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ ก็คิดว่าชีวิตบั้นปลายคงสุขสบายตามอัตภาพ อย่าหลงวุฒน์(วัตถุ)กันเลย ท่านที่เป็นนายทุนทั้งหลายก็เห็นใจกันบ้าง อย่าให้หนี้นอกระบบมันเกิดขึ้นมากมายมหาศาลในปัจจุบัน และฝากรัฐบาลแปลงสินทรัพย์เป็นทุนแล้วอย่ให้แผ่นดินของคนไทยต้องไปอยู่ในมือของคนต่างชาติ ทุกวันนี้ ค่านิยมหาแฟนต่างประเทศมีแทบทุกหมู่บ้าน อย่าให้เขามามีกรรมสิทธิ์ในที่ดินของไทยเป็นอันขาด

ขออภัยที่เขียนไม่ตรงประเด็นเท่าไร แต่เป็นความในใจของครูคนหนึ่งที่กำลังมองเห็นปัญหาของประเทศ กำลังจะเสื่อมตามวัตถุค่านิยมของคนหลงวัฒน์ จากโลกาภิวัฒน์กลับกลายเป็นโลกานุวัฒน์นะครับ

ขอบคุณเว็บดีๆที่ให้โอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น จะติดตามเว็บของท่านตลอดไป มีอะไรดๆก็ E-mail ฝากไว้ตามที่ให้ข้างต้น

ขอบคุณเป็ยอย่างสูง



( ประการ นาคปทุมมา)

e-mail:prakarn01@obec.go.th
prakarn_05@hotmail.com (IP:203.151.140.112,203.113.57.41,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 96 6 ส.ค. 2548 (03:49)
#95: เป็นฝ่ายบริการ (ส่งงานที่เขตเสียค่าน้ำมันครั้งละ200-500 บาท)



Why we cannot "post", "fax", "email" or use "courier services" is a mystery.

Perhaps, it is time to look at the "administrative practices" and make them sensible.

We can help reducing "wastage" in education systems.



#95: เป็นนักวิชาการ(ต้องอบรมอย่างโน้นอย่างนี้ เพื่อให้ได้เงินประจำตำแหน่ง)



I take it that these courses are at "your own cost" (จ่ายค่าเรียน และอื่นๆเอง).

This seems another glitch in administrative practices - bordering on "blackmailing".



#95: อย่าให้เขามามีกรรมสิทธิ์ในที่ดินของไทยเป็นอันขาด



I think this had happened - I cannot say how much land has been foreign owned.

IMF and FTA play parts to allow "full foreign ownership of land" in Thailand.



#95: เงินและสิ่งยั่วกิเลสทั้งหลายทำให้ครูหลายคนเป็นหนี้



The prime bank rate (of interest) is under 4%, the loan rate is 7% and over (and over).

This allows "loan sharks" to get cheap money and lend to people at guaranteed profit.

To make more profit, just lend more money - to anybody!

This sows the seed of social and environmental problems. People would do "anything" to pay.



It is the "blind" push for economic expansion that enslaves people and destroys their "home".



My apology to all for derailing the topic.
SR (IP:144.134.69.109,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 97 6 ส.ค. 2548 (15:13)
Thanks for your sympathize me 92,คุณสรIt the first time for me to Join CT1813. I 'm a new computer user.I will join more to impove my English and know more about the tool or the best way to use and to teach English.

Thanks
Payao@hunsa.com (IP:61.7.137.109,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 98 16 ส.ค. 2548 (17:27)
เห็นด้วยกับครูสอนภาษาอังกฤษทุกท่านที่ เขียนข้อความเข้ามามีทั้งครู บ้างคนทั่วๆไปบ้าง แต่ที่สำคัญทุกคนที่ต้องรับหน้าที่ตรงนี้หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรที่หาความรู้ที่ถูกต้องมากๆไม่เพียงแต่สอนไปเรื่อยๆ ในฐานะที่ทำงานด้านการสอนภาษามา 10 ปี เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ มีเทคนิคว่าเราสอนภาษา ก็ต้องฝึกที่ตัวเองก่อน การออกเสียงเป็นสิ่งแรกที่รู้ว่านี่คือภาษาอะไร การเขียน การอ่านเป็นผลพลอยได้ที่เราพูดเป็น เราฟังออกเพราะเราต้องฝึก จากสื่อต่างๆ การนำเทปมาใช้ อาจไม่ได้ผล เพราะเราไม่มีพื้นฐานเรื่องเสียง แต่ละตัว A-Z เราออกเสียงถูกต้องหรือยัง ถามตัวเองให้แน่ใจ ออกเสียง one - ten ถูกต้องหรือยัง แค่คำศัพท์ง่ายๆจะเป็นพื้นฐานของการพูดประโยคต่อไปๆ ( ไม่เชื่อใช่ไหม เคยได้ยิน การสอนแบบ Phonics ไหม ถ้าครูไม่รู้เชยแย่เลย มีทั่วประเทศ ตอนนี้ที่ Boom สุดๆ
สุ (IP:61.91.112.121,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 99 17 ส.ค. 2548 (02:50)
อยากรู้ใช่มั้ยว่าเด็กทำไมไม่รู้เรื่อง เพราะว่าเข้าไปในห้องเรียนจะเจอแต่ครูที่ชอบว่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ นี่ก้อเป็นสาเหตุนึงแล้วที่เด็กจะไม่อยากจะเรียน คุณครูทั้งหลายลองคิดดูว่าถ้าคุณเป็นเด็ก พอครูเดินเข้ามาถึงยังไม่ทันเรียนก้อว่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ ไอ้โน่นไม่ดีไอนี่ไม่ดี ตั้งแต่ต้นชั่วโมง แล้วก้อจะบอกว่า เด็กปีที่แล้วไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย(ทั้ง ๆ ที่ปีที่แล้วก้อพูดแบบนี้ล่ะ) แค่นี้เด็กก้อไม่อยากเรียนกับครูคนนี้แล้ว ต่อให่ครูพูดเท่าไหร่ มันก้อไม่เข้าหูหรอก แล้วเมืองไทยก้อไม่ได้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ถึงเรียนเป็นสิบ ๆ ปีก้อพูดไม่ได้ คิดดูนะว่า ตื่นเช้ามาพูดไทย ไปโรงเรียนก้อพูดไทยกลับบ้านมาก้อพูดไทย ดูหนังก้อหนังไทย ทำทุก ๆ อย่างเป็นภาษาไทยหมด แต่ลองคิดถึงเด็กที่ไปเรียนเมืองนอกสิ ว่าทำไมถึงเก่งภาษา เพราะเค้าอยู่ที่โน่น เค้าต้องพูดภาษาอังกฤษอยู่ เพราะเค้าไม่สามารถสื่อความหมายโดยใช้ภาษาไทยได้ เพราะคนที่นั่นฟังไม่รู้เรื่อง เค้าจะต้องพูดภาษาอังกฤษทั้งวัน ดูหนังก้ออังกฤษ วันเพลงก้ออังกฤษ ถ้าไปอยู่ที่นั่นแค่เดือนเดียวเราก้อเชื่อว่าสามารถพูดได้และใช้ภาษาได้ดี



แต่ดูครูไทยสิ สอนภาษาอังกฤษแต่พูดภาษาไทยสอนไปว่านักเรียนไป แล้วเด็กอยากจะเรียนมั้ยล่ะ มานั่งเรียนเพื่อจะได้ความรู้แต่กลับโดนด่าเนี่ย แล้วอีกอย่างนะ ครูก้อสอนแต่ในหนังสือ ๆๆๆๆๆๆๆๆ เคยเอาอย่างอื่นมาสอนมั้ย ตกลงที่ได้มาก้อจะมีแต่ความรู้ที่อยู่ในหนังสือเท่านั้น พอเด็กไม่รู้เรื่องก้อดุ ตี ทำให้เด็กกลัว แล้วก้อเครียด พอถึงชั่วโมงต่อไปก้อไม่อยากเรียนเพราะกลัวว่าจะโดนตีอีก ในฐานะเป็นนักเรียนคนนึง อยากให้ครูสอนด้วยอารมณ์ที่ไม่เครียด สบาย ๆ แต่ได้สาระ ได้ความรู้ ความรู้มีได้จากทุกที่ ไม่จำเป็นที่จะต้องเอาแต่ในหนังสือ ไม่ใช่เข้ามาถึงก้อสอน ๆ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ครูก้อว่าแต่เด็ก ว่าเด็กรับไม่ได้ แต่ครูเคยคิดถึงเด็กบ้างรึป่าวว่าเด็กต้องการแบบไหน เด็กแต่ละคนไม่เหมือน เด็กบางคนรับได้มาก บางคนรับได้น้อย แต่ครูชอบมักจะเอามาเปรียบระหว่างเด็กที่เก่งกับไม่เก่ง มีอะไรก้อเลือกแต่เด็กที่เก่ง อยากให้ลองนึกถึงเด็ก ๆ ทุกคน ไม่ใช่ว่าเด็กคนนี้รับได้มากถูกใจครู มีอะไรก้อเด็กคนนี้ ๆ

ที่ว่านี่ไม่ได้ว่าครูทุกคนหรอกนะ...........
นักเรียนคนนึง (IP:202.183.189.158,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 100 17 ส.ค. 2548 (09:50)
Ouch, นักเรียนคนนึง, I think you put a pressure on the "sore" point.



Would you say MORE of what in your mind so that we (students and and teachers) can remove this pain and together we can go forth? Please?
สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 101 19 ส.ค. 2548 (22:04)
เป็นครูสอนภาษาอังกฤษจำเป็น ทุกวันนี้พยายามสอนเท่าที่ความสามารถมีอยู่ อยากรู้จังว่าสอนอย่างไรเด็กจะเรียนรู้เรื่อง
ครูภาคเหนือ (IP:58.147.35.107,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 102 20 ส.ค. 2548 (04:02)
ครูภาคเหนือ asked "อยากรู้จังว่าสอนอย่างไรเด็กจะเรียนรู้เรื่อง"?



My experience is this: some kids are not interested in English and it is hard to "push English" down their throats (you can lead a horse to a water trough, but you cannot make them drink). I tried telling stories (in English) and I found most kids love stories. So, I changed stories, made up stories and told stories in some funny ways. I found that kids come to learn stories even when the stories are in English! The end result is that if I could prepare the stories well, then kids would learn not only English but also the messages behind the stories.



ครูไผ่ may have a name for this approach. I would like to see comments on this "story board?".
SR (IP:144.138.31.222,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 103 23 ส.ค. 2548 (03:23)
รุ่ง ย้ำนโยบายหน่วยงานต้องใช้ทรัพยากรร่วมกัน http://www.dailynews.co.th/educate/each.asp?newsid=63545

...็ให้พิจารณาด้วยว่าในภารกิจของแต่ละหน่วยงานจะสามารถประสานความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นได้อย่างไรเพื่อ

ให้เกิดการบูรณาการการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ร่วมกัน...



(ไม่ใช่ การประฃุม ในโรงแรม(หรู) แล้วทำเอกสาร ไปเก็บในตู้ - ฉันรู้แล้ว ...?)
สร
ร่วมแบ่งปัน577 ครั้ง - ดาว 168 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 104 25 ส.ค. 2548 (20:56)
นโยบายท่านใป้ภาษาอังกฤษBaseมาแต่ป.1 แต่การปฏิบัติไม่รู้ว่าจะเชิงใหนย้ำ English isnot Thai แล้วครูเขาจะ workอย่างไรขอรับ พณ เหนือหัวเจ้าพี่
www.mrt456.com (IP:203.113.81.138,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 105 26 ส.ค. 2548 (06:20)
ปัญหาการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในบ้านเมืองเรานั้น ดิฉันเข้าใจว่ามีสาเหตุดังนี้ ครูผู้สอนไม่ได้จบเอกโดยตรง , นักเรียนไม่สนใจไม่มีการทบทวนบทเรียน , ผู้ปกครองส่วนใหญ่สอนภาษาอังกฤษลูกไมได้บางท่านไม่เคยสนใจการเรียนของลูกเลยแถมยังตามใจอีก , และที่สำคัญหลักสูตรที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา รมต.ศธ.ท่านนี้มาไปทางนี้ อีกท่านมาไปทางนั้น ทั้งที่การสอนแบบสมัยก่อนที่เราเป็นนักเรียนเช่นการท่องศัพท์ มีการทบทวนบทเรียน หาว่าเป็นการสอนแบบโบราณยกเลิก แล้วพอดีกับเด็กสมัยนี้ส่วนใหญ่พกความเกียจคร้านมาเป็นทุนก็เรียบร้อย ดิฉันจบเอกมาบางครั้งยังท้อแท้ใจในการสอนเช่น เมื่อสอนไปวันนี้ วันรุ่งขึ้นทบทวนบทเรียนถามว่าเนื้อเรื่องเมื่อวานว่าอย่างไรบ้าง ส่วนใหญ่จำไม่ได้ 70 % จำไม่ได้เด็กมีความจำระยะสั้น ๆ สมัยก่อนพ่อแม่ก็อ่านหนังสือไม่ค่อยออก ทำนาทำไร่ แต่ท่านบังคับลูก เคี่ยวเข็นลูกให้อ่านหนังสือ เมื่อลูกทำการบ้าน ท่านนั่ง นอนอยู่ใกล้ๆ จนหลับลูกก็ทำการบ้านไป ทบทวนบทเรียนไป ลูกก็ได้ดิบได้ดี เป็นใหญ่เป็นโตในบ้านเมือง

และที่สำคัญที่สุด ครู งานที่ครูรับผิดชอบทำเอกสารหลักฐานมันมากมาย ทำหลายหน้าที่ให้จะให้ดีพร้อมทั้งหมดมันยาก ถ้าใจไม่รักจริง ( ครูร.ร.ขยายโอกาสนะ ) ครูบางท่านให้งานแล้วไม่อธิบายซะด้วยนะ แล้วทำแต่งานส่วนตัวผลงาน ออกไปโน่น นี่ เห็นแล้วสงสารประเทศไทยอนาคตจะเป็นอย่างไร ?
ครูสอนภาษาอังกฤษเช่นกัน (IP:61.19.170.54,,)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม