๑ ทศวรรษโรงเรียนในฝัน


โครงการโรงเรียนในฝัน ได้ดำเนินการมาครบ ๑๐ ปีในปีนี้  มีโรงเรียนในโครงการรวม 2626 โรงเรียน


ในโอกาสฉลอง ๑ ทศวรรษโรงเรียนในฝัน ขอเชิญนักเรียน ผู้ปกครองนักเรียน ครู ผู้บริหารโรงเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ ผู้อุปถัมภ์โรงเรียน ชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเคยสัมผัสโรงเรียนในฝันโดยทางใดทางหนึ่ง ร่วมฝากความในใจที่มีต่อโรงเรียนในฝัน ภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดยแสดงตัวตนของท่านและสถานภาพความสัมพันธ์กับโรงเรียนด้วย  เช่น เป็นผู้ปกครองนักเรียน หรือคนในชุมชนใกล้โรงเรียน... อำเภอ... จังหวัด...   ฯลฯ  เพื่อคณะทำงานจะได้รวบรวมลงพิมพ์ในหนังสือที่ระลึก ๑ ทศวรรษโรงเรียนในฝัน ในการประชุมสัมมนาประจำปีงบประมาณ 2556 เดือนกันยายน ค่ะ 




โปรดฝากข้อความของท่านที่  www.labschools.net หรือ ที่นี่ ก็ได้ค่ะ


 


ความในใจของ ผอ.บรรจง ปัทมาลัย (ย้ายมาจากกระดานสนทนาใน www.labschools.net)


« Reply #1 on: August 06, 2013, 02:22:43 pm »


มีชื่อ มีเสียง ปรากฏชัดในแวดวงแกนนำโรงเรียนในฝันเพราะได้เริ่มงานกับโรงเรียนในฝันมาต่อเนื่อง 9 ปี


ผอ.บรรจง  ปัทมาลัย (โรงเรียนเร่งสู่ฝัน และ Roving Team จังหวัดเลย)



17 พ.ย. 2548 ท่านนิวัตร นาคะเวช มอบป้ายรับรองต้นแบบโรงเรียนในฝัน (โรงเรียนเชียงกลมวิทยา) รุ่นที่ 1(เร่งสู่ฝัน)จะได้ป้ายแบบนี้ 


ขลัง และเป็นประวัติศาสตร์ ป้ายนี้พี่ชัดเจนบอกว่าหลวงพ่อคูณเคาะมาแล้ว เพราะใช้ป้ายหมุนเวียนและเราประเมินหลังจากโรงเรียนในจ.นครราชสีมา



8 ส.ค. 2556 13:04
37 ความเห็น
10337 อ่าน


ความคิดเห็นที่ 1 โดย ครูไผ่

เรียนรู้ร่วมกัน โดยใช้เมาส์หลายตัวทำกิจกรรมบนจอเดียวกัน


เด็กๆ ในรูปนี้เรียนที่โรงเรียนอะไรคะ?
ขอเชิญคุณครูหรือเด็กๆ มาช่วยอธิบายขยายความค่ะ

11 ส.ค. 2556 08:18


ความคิดเห็นที่ 2 โดย ครูไผ่



คนในรูปนี้เกี่ยวข้องกับโรงเรียนในฝันอย่างไรคะ ?

12 ส.ค. 2556 08:10


ความคิดเห็นที่ 3 rueankon11@hotmail.co.th (Guest)

ผมเป็นผู้บริหารโรงเรียนในฝัน รุ่นแรก และไม่เคยย้ายไปไหนเลย จนพัฒนาสู่โรงเรียนมาตรฐานสากล รุ่น 2 ยอมรับว่าการพัฒนาโรงเรียนในฝันมีความต่อเนื่องจนถึงรุ่นที่ 3 และเป็นที่ยอมรับจากคณะครู ผู้บริหารและชุมชนเป็นอย่างดี มาปีการศึกษา 2556 ที่กำหนดให้มีการเข้าค่ายคุณธรรมสำหรับครูและผู้บริหารทุกคน โดยใช้หลักการของวัดธรรมกายมาเป็นแนวปฏิบัติ เป็นสิ่งที่ทำให้โรงเรียนในฝันเสื่อมเสียมาก มีการนำครูออกนอกห้องเรียนไปอบรม แต่ทิ้งเด็กอยู่กับพ่อแม่ และยังให้โรงเรียนสมัยโครงการ V Star ให้นักเรียนจัดหากฐินนักเรียนให้กับวัด ซึ่งเป็นการที่ไม่ถูต้อง มีการส่งเจ้าหน้าที่ไปบังคับให้ผู้บริหาร ครูต้องไปอบรมนะ สิ่งเหล่านี้เหมาะสมหรือไม่ อยากให้ผู้เกี่ยวข้องได้วิเคราะห์สังเคราะห์ความถูกต้อง โรงเรียนในฝัน โรงเรียมาตรฐานสากลเน้นที่การเรียนรู้ การใช้เทคโนโลยี การจัดสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมไม่ใช่หรือ
14 ส.ค. 2556 14:21


ความคิดเห็นที่ 4 โดย แขชนะ


คนในความเห็นที่ 2 มีหลายคน ทุกคนล้วนแล้วแต่กินยานอนหลับ เพื่อให้ฝันได้ครับ เพราะมักจะนอนไม่หลับ ส่วนพวกที่ไม่นอนก็จะเป็นพวกฝันกลางวัน เพื่อให้จิตสงบก็ต้องเกณฑ์ไปฝึกจิตในสถานฝึกจิตที่สวนทางกับแนวทางของพระพุทธเจ้า 

14 ส.ค. 2556 23:54


ความคิดเห็นที่ 5 โดย ครู...ชิต


โครงการโรงเรียนต้นแบบ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนในฝัน (โรงเรียนวรคุณอุปถัมภ์ อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ )โรงเรียนได้เข้าสู่โครงการตามนโยบายของรัฐบาลในปีการศึกษา 2549 มีโรงเรียนในโครงการทั้งสิ้น 921 โรงเรียนที่มุ่งสร้างโรงเรียนในฝันให้กระจายอยู่ทุกอำเภอของการปฏิรูปการศึกษาที่ส่งเสริมเด็กไทยที่ขาดโอกาสได้รับการพัฒนาในระดับมาตรฐานใกล้บ้านเป็นการขับเคลื่อนพลังปัญญา พลังประสบการณ์ พลังทรัพย์เข้าสู่โรงเรียน เพื่อเติมฝันให้คนในชนบทหรือมีรายได้น้อย ให้ลูกหลานของเราเติบโตมามีการศึกษาดี มีคุณภาพชีวิตที่ดี ในช่วงที่ผ่านมาข้าพเจ้า ผู้บริหาร คณะครู บุคลากร นักเรียน และชุมชนได้ร่วมกันวางแผน ดำเนินการ นิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผล ปรับปรุง พัฒนาโรงเรียนให้เห็นภาพเป็นรูปธรรม“ต้นแบบโรงเรียนในฝัน”จนโรงเรียนได้รับการประเมินเพื่อรับรองการเป็นโรงเรียนต้นแบบ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนในฝัน เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2549 ตามทำเนียบโรงเรียนในฝัน จังหวัดศรีสะเกษที่ 1800 รหัส 530967 รุ่นที่ 1จากการร่วมดำเนินการโครงการดังกล่าวส่งผลให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมาย



ผล นักเรียน เกิดการพัฒนาศักยภาพ ตามความสามารถ ความถนัด ความสนใจ จนพัฒนาได้ตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพของผู้เรียน ครู เป็นนักแสวงหาความรู้ นักพัฒนา โดยนำนวัตกรรม สื่อและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เหมาะสม มาจัดการเรียนรู้ กระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลายคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง ที่เน้นทั้งความรู้และคุณธรรม  ผู้บริหาร เป็นผู้บริหารมืออาชีพ ที่ได้บริหารและจัดการศึกษา ส่งเสริม กำกับ ดูแล ท่ามกลางอุปสรรค ได้รับรางวัลเป็นข้าราชการดีเด่นรางวัลครุฑทองคำ หนึ่งคนดีศรีแผ่นดิน มีคุณภาพตามมาตรฐาน  โรงเรียน มีห้องปฏิบัติการ สื่อ วัสดุอุปกรณ์ เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์ สารสนเทศและเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร เข้ามาใช้ร่วมกัน  ที่มีความพร้อม ทันสมัย เหมาะสม สมดุล มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล ทำให้โรงเรียนผ่านการประเมินรับรองเป็นโรงเรียนต้นแบบ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนในฝัน รุ่นที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2549

15 ส.ค. 2556 09:39


ความคิดเห็นที่ 6 โดย ครู...ชิต

ครูไผ่ครับ สพฐ มีหนังสือเรียกตัวผู้ผ่านการสรรหาบัญชีรวมสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไปรายงานตัวเพื่อเรียกสถานศึกษาที่จะบรรจุและแต่งตั้งในวันที่ 21 สิงหาคม 2556 เวลา13.30 น. ที่ห้องประชุมสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ อาคารสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2 ชั้น 6 สำหรับผมก็จะไปรายงานตัวผู้ผ่านการสรรหา ในตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ครับ

 

15 ส.ค. 2556 10:03


ความคิดเห็นที่ 7 โดย ครูไผ่

ขอแสดงความยินดีกับท่าน ผอ.ชิต... เป็นอย่างยิ่งค่ะ ที่ได้รับหนังสือเรียกตัวเพื่อบรรจุเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนแล้ว 

และขอบพระคุณท่าน ผอ.rueankon11 (ไม่กล้าพิมพ์คำอ่านเป็นภาษาไทยค่ะ)  ท่านอาจารย์ ดร.แขชนะ และท่าน ผอ.ชิต... ที่เข้ามาฝากความในใจที่มีต่อโรงเรียนในฝัน

ทางโครงการยินดีรับทราบทุกความในใจค่ะ

15 ส.ค. 2556 10:14


ความคิดเห็นที่ 8 โดย ครู...ชิต

ขอบคุณมากครับ ครูไผ่ ติดตามผลงาน กิจกรรม ของครูไผ่เป็นประจำ ขอให้ท่านสุขภาพแข็งแรงครับ ผมขออนุญาตนำไปประชาสัมพันธ์ในเฟสของผมและเพื่อน ว่าที่และ ผอ ด้วยกัน ขอบคุณมาก หากได้บรรจุที่ใดจะรายงานให้ครูไผ่และพี่ เพือนๆในเว็บวิชาการ.คอม ได้รับทราบต่อไปครับ
ประชาสัมพันธ์
https://www.facebook.com/#!/chitnarongkhodphookhiao  / Chitnarong
 https://www.facebook.com/#!/groups/356545791088282/  / ผอ.รุ่นหนึ่งในร้อย(บัญชีรวม)https://www.facebook.com/#!/groups/187855434684569/ / สุรสีห์เสมา 261

15 ส.ค. 2556 10:36


ความคิดเห็นที่ 9 โดย ครูไผ่


ขอบคุณ ผอ.ชิต... ที่ช่วยเป็นสื่อกลางให้อีก 3 ทางค่ะ

15 ส.ค. 2556 10:47


ความคิดเห็นที่ 10 โดย ครู...ชิต

15 ส.ค. 2556 11:21


ความคิดเห็นที่ 11 โดย แขชนะ

เมื่อพูดถึงผู้บริหารโรงเรียน ผมมีเรื่องที่อยากเอามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ความจริงเคยเล่าให้ฟังแล้วในกระทู้อื่นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว  แต่ไม่ค่อยมีใครสนใจและคงเห็นว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ แต่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่คนในสังคมไทยละเลย ทำให้สังคมต่ำลง โดนเฉพาะวงการศึกษาที่จะผลิตเยาวชนที่มีคุณภาพ ขอยกมาเล่าอีกครั้งครับ......

เมื่อวันที่ 15-18 กุมภาพันธ์ 2554 นี้มีการประชุมสัมมนาทางวิชาการและประชุมใหญ่สามัญประจำปี เรื่ออง “โรงเรียนมัธยมศึกษาสู่มาตรฐานสากล” ของสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย  ที่โรงแรมสุนีย์แกรนด์  จังหวัดอุบลราชธานี



ผมมีโอกาสไปบรรยายให้นักศึกษาปริญญาตรี-โทของภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี  หลังการบรรยาย ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาตใต้ ขณะนั้น อาจารย์ปิยะ ชนะศักดิ์ ชวนผมมาร่วมกิจกรรมทางวิชาการด้วย

การประชุมเริ่มวันที่ 15 กุมภาพันธ์โดยเป็นการลงทะเบียนทั้งวัน มีร่วมประชุมราว 2500 คนจากทั่วประเทศ วันที่ 16 กุมภาพันธ์จึงเริ่มกิจกรรมจริง พิธีเปิดโดย ฯพณฯ พลเอกพิจิตร กุลละวณิชย์ องคมนตรี แต่เนื่องจากเครื่องบินโดยสารมีเหตุขัดข้องจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงรายการ โดยท่านประทานจะเปิดในตอนบ่าย 13.00 น.แทน หลังพิธีเปิดจะเป็นการมอบโล่ผู้บริหารดีเด่น  และตามด้วยการบรรยายพิเศษเรื่อง “การพัฒนาการมัธยมศึกษาสู่มาตรฐานสากล”


มีสิ่งที่น่าสนใจที่ผมสังเกตเห็นก็คือ  เมื่อเวลา 13.00น.พิธีกรได้ประกาศเรียกผู้บริหารเข้าห้องประชุมอยู่นาน ก็ไม่ค่อยมีใครสนใจ ผู้บริหารจำนวนมากยังคงเยี่ยมชมบูธของห้างร้านขายอุปกรณ์การศึกษาที่เปิดแสดงในงาน บางคน ออกไปรับประทานอาหารข้างนอกยังไม่กลับมา บางคนวิ่งเต้นติดต่อรถไปเที่ยวในจังหวัดอุบลฯ บางคนก็วิ่งเต้นหาทัวร์ไปเที่ยวลาว จนกระทั่งห้างร้านต่างๆร่วมกันช่วยประกาศว่าถึงเวลาพิธีเปิดแล้ว ขอความกรุณาผู้บริหารเข้าห้องประชุม จนในที่สุดไม่มีคนเข้าห้องประชุมอีกแล้ว ผมสังเตดูด้วยสายตาพบว่ามีผู้เข้าร่วมพิธีในห้องประชุมเพียงร้อยละ 20ของผู้ลงทะเบียนราว 2500 คน ดังแสดงในรูป


หลังพิธีเปิดและมอบโล่รางวัลแล้ว ท่านองคมนตรีขอกล่าวพิเศษย้ำว่า ให้ผู้บริหารเน้นเรื่องการพัฒนาคนมากกว่าการสร้างอาคารสถานที่ที่โอ่โถง หรูหรา เมื่อเสร็จพิธีเปิดก็มีผู้ลุกออกไปนอกห้องอีกเป็นจำนวนมาก เหลือผู้ฟังการบรรยายพิเศษซึ่งเป็นหัวข้องสำคัญของการประชุมอยู่เพียงไม่ถึงร้อยละ 20 ดังรูป


ช่วงเช้าก่อนพิธีเปิด ผมได้มีโอกาสเดินดูร้านค้าที่นำสินค้าทางการศึกษามาเปิดแสดง ผู้คนเดินกันอย่างคึกคัก ได้พบผู้บริหารหลายท่านที่ผมเคยร่วมงานด้วย ห้างร้านต่างๆที่เคยฟังผมบรรยายก็เข้ามาทักทาย หลายคนผมจำได้ หลายคนผมก็จำไม่ได้ เพราะอบรมบรรยายมานับเป็นร้อยครั้งในช่วง 30 กว่าปีที่ผ่านมา ผมได้พบผู้จัดการร้านค้าหลายร้านวิ่งกระหืดกระหอบมา ผมก็ถามว่ารีบไปไหนมา เขาเหล่านั้นบอกว่าไปหาตู้เอทีเอ็ม หลายคนบอกผมว่าวันนี้เหนื่อยมาก ผู้อำนวยการหลายคนมาขอรับ "อย่างว่า" ผมก็ไม่กล้าถามต่อว่า ไอ้"อย่างว่า" มันคืออะไร แต่ผมก็เดาเอาว่ามันคือ "แคตตาล็อก" สินค้าทางการศึกษา ผู้จัดการร้านค้าหลายคนเล่าอย่างท้อแท้กับระบบการค้าขายสินค้าทางการศึกษา ผมได้รู้เรื่องราวอันน่าอัศจรรย์หลายอย่าง เป็นการบริหารอย่างช่ำชองและละเอียดอ่อนของผู้บริหารการศึกษา (ที่ไม่ควรเอาไปสอนเยาวชน)

ผบลองสังเกตดู พวกพนักงานขายของหรือผู้จัดการเวลาพูดกับผู้อำนวยการโรงเรียน แสนอ่อนน้อมยิ้มแย้ม แต่พอผู้อำนวยการไปแล้ว พูดถึงเรื่อง "แคตตาล็อก" กลับพูดจาแบบดูถูกดูแคลนเหยียดหยามผู้อำนวยการเหล่านั้นมาก แต่ก็มีผู้จัดการร้านค้าบางคน เล่าว่า ผู้อำนวยการหลายคนไม่ยอมรับ "แคตตาล็อก" มีอยู่ร้านหนึ่งเล่าให้ฟัง พลางชี้นิ้วไปที่ผู้อำนวยการอาวุโสท่านหนึ่ง แล้วแอบกระซิบว่า ผู้อำนวยการคนนี้ไม่ยอมรับ "แคตตาล็อก" กลับขอให้ทางร้านค้าเปลี่ยน "แคตตาล็อก" เป็นปัจจัยอื่นที่เอื้อต่อการศึกษาของเด็กยากจนในชนบท ผมฟังแล้วก็รู้สึกอยากรู้จัก ผมลองแกล้งเข้าไปคุยแนะนำตัว หาเรื่องคุยทางวิชาการต่างๆ ท่านก็พูดคุยอย่างดี อ่อนน้อมถ่อมตนมากอย่างน่านับถือ คุยไปคุยมาจึงรู้ว่า ท่านเป็นนักเรียนเก่าราชสีมาวิทยาลัยรุ่นพี่ผมราว 2-3 ปี เมื่อ 40 กว่าปีมาแล้ว ก็ทำให้ดูสนิทสนมยิ่งขึ้น ท่านเล่าให้ฟังว่าปีนี้ท่านจะเกษียณแล้ว ได้หาทางตั้งกองทุนให้นักเรียนยากจนได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียน ผมฟังแล้วก็รู้สึกชื่นใจ หาก"ย่าโม" ได้รู้ได้เห็น ผมคิดว่าย่าโมท่านก็คงภูมิใจที่ลูกหลานของท่านทำหน้าที่ "เรือจ้าง" ได้อย่างมีเกียรติและน่ายกย่องโดยไม่ต้องอาสัย "แคตตาล็อก"

หลังการประชุมที่อุบลราชธานีในวันนั้น มีบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์การศึกษาและบริษัทหนังสือบางบริษัทมาติดต่อผมให้ไปจัดการอบรมครูในต่างจังหวัด เขาบอกว่าเป็นโครงการที่ขายอุปกรณ์การศึกษาแล้วต้องแถมการอบรมครูด้วย ผมลองคุยถามรายละเอียดต่างๆ ได้ข้อมูลที่น่าสนใจมาก มีร้านขายหนังสือที่ไปออกร้านบูธเล็กๆเล่าว่า ในช่วงเวลาเพียง 3 วันเขาขายหนังสือได้ราว 4 ล้านบาท (ยังไม่หักค่าใช้จ่าย) แต่เขาต้องจ่าย "ค่าแคตตาล็อก" ไปเป็นเงิน 8 แสนบาท คิดเป็นร้อยละ 20 นี่เพียงบูธเล็กๆเพียงบูธเดียว ในงานมีบูธที่ใหญ่โตกว่านี้อีกมากมาย หากไม่จัดทำ "แคตตาล็อก" ก็ไม่มีโอกาสขายของได้ คนค้าคนขายเขาก็ต้องการทำธุรกิจที่สุจริตตรงไปตรงมา แต่พวกนี้จะอยู่ไม่ได้ในสังคม ต้องเจ๊งไปตามๆกัน พวกที่สามารถอยู่ได้ก็ต้องทนกับการจัดทำ "แคตตาล็อก" ต่อไป ซึ่งนับวัน ค่าจัดทำก็ยิ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จึงเป็นที่มั่นใจได้ว่า กิจกรรมเลือกชมสินค้าจาก "แคตตาล็อก" รอบๆห้องประชุมนั้นน่าสนใจกว่ากิจกรรมในห้องประชุมเป็นไหนๆ

มีเพื่อนๆครูโรงเรียนมัธยมจำนวนมากทุกภาคในประเทศไทย เล่าให้ฟังพร้อมกับการถอนหายใจว่า รัฐบาลจัดสรรเงินให้นักเรียนได้ซื้อหาวัสดุอุปกรณ์ทางการศึกษาหัวละสองร้อย กว่าบาท นักเรียนจำนวนมากไปติดต่อร้านค้าในเมืองเพื่อ "ซื้อใบเสร็จรับเงิน" ตัวอย่างเช่น นักเรียนมัธยมต้นได้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาล (สมัยนั้น) คนละ 210 บาท แต่ไปฮั้วกับทางร้านค้า ซื้อใบเสร็จใบละ 60 บาท นักเรียนได้เงินเปล่าๆไปใช้ 150 บาท ผมถามเพื่อนๆครูเหล่านั้นว่า แล้วตรวสอบไม่ได้หรือ ครูตอบว่า ใครจะมานั่งตรวจสอบสินค้าในใบเสร็จแต่ละใน นักเรียนกี่พันคน ลำพังงานสอน งานตรวจการบ้าน งานกิจกรรมอื่นๆของโรงเรียน ครูก็จะตายอยู่แล้ว





เมื่อพูดถึง "การพัฒนาการมัธยมศึกษาสู่มาตรฐานสากล" ผมได้ฟังเพื่อนๆครูและผู้บริหารโรงเรียนหลายคนแล้วรู้สึกขัดหูมาก ปี 2553 มีโรงเรียนในโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากลอยู่ 500 โรงเรียน ในจำนวนนี้ มีผู้อำนวยการโรงเรียนหลายโรงเรียนมาติดต่อขอคำปรึกษาเกี่ยวกับมาตรฐานสากล หลายโรงเรียนพยายามจัดทำโครงการให้ครูในโรงเรียน "สอนเป็นภาษาอังกฤษ" ทั้งๆที่ผมเห็นครูในโรงเรียนแม้สอนเป็นภาษาไทยยังมีที่ผิดทางวิชาการอยู่มาก และหากสอนเป็นภาษาอังกฤษไม่ยิ่งไปใหญ่หรือ ผมมีลูกชายที่เคยเรียนในโรงเรียนเอกชนที่สอนสองภาษาโรงเรียนแรกของประเทศไทย เห็นครูชาวต่างชาติสอนลูกผิดมากมาย จนต้องไปบอกทางโรงเรียน หรือแม้แต่อบรมครูให้โรงเรียนฟรีๆ





สมัยก่อนตอนที่ผมเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัยเบอร์ลินในเยอรมนี อาจารย์ก็สอนเป็นภาษาเยอรมัน โรงเรียนในความดูแลของมหาวิทยาลัย ก็สอนเป็นภาษาเยอรมัน คุณภาพของมหาวิทยาลัยและโรงเรียนมัธยมก็อยู่ในระดับมาฐานสากล ไม่เห็นว่าเขาต้อง "สอนเป็นภาษาอังกฤษ" เลย แต่แน่นอนนักเรียนต้องรู้ภาษาต่างประเทศอย่างน้อย 2 ภาษา





เมื่อหลายปีก่อน ผมได้รับเชิญให้ไปบรรยายและเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยโตเกียว และได้มีโอกาสเยี่ยมชมโรงเรียนมัธยมที่อยู่ในความดูแลของมหาวิทยาลัยโตเกียว ใครๆก็รู้ว่า ทั้งโรงเรียนและมหาวิทยาลัยโตเกียวนั้นเป็นสถาบันการศึกษาที่อยู่ในระดับ มาตรฐานสากล แต่ผมก็เห็นเขาสอนเป็นภาษาญี่ปุ่น เด็กนักเรียนและนักศึกษาพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ด้วยซ้ำไป

ผมลองสังเกตครูไทยจำนวนมากเวลาไปประชุมในต่างประเทศ ก็มักจะสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษไม่ค่อยคล่อง แม้ว่าจะมีครูจำนวนมากที่สามารถพูดได้ดี แต่นั่นก็ไม่ใช่ครูส่วนใหญ่ที่อยู่ในโครงการโรงเรียนมาตรฐานสากลที่จะต้อง สอนเป็นภาษาอังกฤษ

คำถามที่อยู่ในใจผมตลอดเวลาก็คือ "การสอนเป็นภาษาอังกฤษจะทำให้เกิดการพัฒนาไปสู่มาตรฐานสากลจริงหรือ" ในเมื่อสอนเป็นภาษาไทยยังได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร





ผมเองไม่ได้ต่อต้านการสอนเป็นภาษาอังกฤษ แต่ผมเห็นว่าการพัฒนาไปสู่มาตรฐานสากลก็คือทำอย่างไรก็ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ (ด้วยภาษาอะไรก็ได้) ที่สามารถทำให้นักเรียนมีความรู้และความสามารถที่จะดำรงชีวิตอยู่ได้ในสังคมโลกอย่างปกติสุขและมีคุณภาพทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ สามารถมีทักษะในการค้นคว้าหาความรู้ได้ด้วยตนเองอย่างมีเหตุผล ใฝ่หาความรู้ตลอดชีวิต และสามารถสื่อสารกับผู้คนได้ทั่วโลก

มีเรื่องมาฝากคุณครูผู้ถูกบังคับให้สอนเป็นภาษาอังกฤษ โดยที่ตนเองไม่ค่อยคล่องภาษาอังกฤษ.......

ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง คุณครู"สุดสวย"(นามสมมุติ)และสามีได้รับเชิญไปในงานเลี้ยงของเพื่อนฝรั่ง สามีของคุณครูสุดสวยมาร่วมงานไม่ได้ แต่ก็อาสามาส่งภรรยาที่หน้างาน แค่เพียงผ่านมาส่งแล้วไปไปประชุมต่อ ฝรั่งในงานหลายคนแสดงความสงสารคุณครูสุดสวยมาก คุณครูสุดสวยเองก็แปลกใจที่ทำไมตัวเองจึงแลดูเป็นบุคคลที่น่าสงสารมาก เหตุที่เป็นดังนี้เพราะว่า มีฝรั่งเข้ามาทักทายสนทนากับคุณครูสุดสวยดังนี้.....

ฝรั่ง: Good evening, Ajarn Sudsuay, how are you?
ครูสุดสวย: Oh! I am fine, thank you and you? Sit down please (ตอนอยู่ที่โรงเรียนสอนแบบนั้น ก็เลยจำเอามาใช้)
ฝรั่ง: Thank you, I am quite all right. But where is your husband?
ครูสุดสวย: (คุณครูสุดสวยคิดในใจเป็นภาษาไทยว่า สามีของดิฉันเพิ่ง"ผ่านไป" เมื่อสักครู่นี้เอง เธอจึงตอบไปว่า) My husband just "passed away".
ฝรั่ง: Oh! dear. I am so sorry to hear that.
ครูสุดสวย: ???

ไม่ได้พูดให้ท้อใจนะครับ และก็ไม่ได้ว่าผู้อำนวยการทั้งหมดทุกคน แต่ตัวเลขจำนวนผู้อำนวยการที่แสดงให้ดูข้างต้น ผมรู้สึกว่าน่าตกใจครับ ถ้าสังคมเป็นแบบนี้ แล้วเราจะสอนเยาวชนของเราอย่างไร แม่ปูกับลูกปูครับ แม่เป็นอย่างไร ลูกก็เป็นอย่างนั้น แม่พมพ์เป็นอย่างไร พิมพ์ออกมาก็เป็นอย่างนั้น

ต้องขออภัยเขียนมาเสียยาว คงไม่มีใครสนใจตามเคยว่าสังคมจะเป็นอย่างไร ถ้าอย่างนั้นก็ "ฝันกันต่อไป" ดีกว่า


15 ส.ค. 2556 23:19


ความคิดเห็นที่ 12 โดย แขชนะ

เรียนครูไผ่ครับ

หน้าแรกของเว็ปโรงเรียนในฝัน ที่มีรูปผมอยู่ ใต้รูปจะมีชื่อและตำแหน่ง ผมขอแก้ไขตำแหน่งครับ เพราะเปลี่ยนไปแล้ว เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่มีวาระ
ขอเปลี่ยนจาก ประธานสาขาครูวิทยาศาสตร์ สมาคมครูวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย  เป็น  รองผู้อำนวยการ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา

15 ส.ค. 2556 23:48


ความคิดเห็นที่ 14 โดย ครู...ชิต

ผมอ่านทุกตัวอักษรครับ อาจารย์แขชนะ เป็นการวิพากษ์ครับ ก็น่าแปลกอยุ๋เหมือนกันการประชุมสัมมนาทางวิชาการและประชุมใหญ่สามัญประจำปี เรื่อง “โรงเรียนมัธยมศึกษาสู่มาตรฐานสากล” ของสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย กับได้รับความสนใจน้อยมาก ประเด็นสุดท้ายท่านเขียนได้แง่คิด สะกิดใจผมมากคือ ไม่ได้พูดให้ท้อใจนะครับ และก็ไม่ได้ว่าผู้อำนวยการทั้งหมดทุกคน แต่ตัวเลขจำนวนผู้อำนวยการที่แสดงให้ดูข้างต้น ผมรู้สึกว่าน่าตกใจครับ ถ้าสังคมเป็นแบบนี้ แล้วเราจะสอนเยาวชนของเราอย่างไร แม่ปูกับลูกปูครับ แม่เป็นอย่างไร ลูกก็เป็นอย่างนั้น แม่พมพ์เป็นอย่างไร พิมพ์ออกมาก็เป็นอย่างนั้น ผมเห็นด้วยครับ ตัวอย่างที่ดีมีค่ากว่าคำสอน ผมถือว่าท่านได้ปฐมนิเทศผมก่อนที่จะไปรับตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา อันใกล้ มีประโยชน์มากครับ


ขออนุญาตนำบทความรูปภาพไปเผยแพร่แก่เพื่อผุ้บริหารด้วยกันที่เฟสกลุ่มของพวกเราครับ

16 ส.ค. 2556 10:16


ความคิดเห็นที่ 15 โดย ครู...ชิต

อาจารย์แขชนะครับ หลังจากที่ผมนำบทความไปเผยแพร่ในกลุ่มว่าที่ ผอ และ ผอ ด้วยกันในเฟส ผมเจอคำถามจากท่านผู้สนใจ เขาถามว่า จัดแคตตาล็อกคือหยังครับ บ่อเข้าใจ แปลเป็นไทยอีกครั้งคือ จัดแคตตาล็อกคืออะไร ไม่เข้าใจ ดังนั้นผมขอความกระจ่างในคำดังกล่าวอีกครั้งเพื่อผมจะได้นำความคิดเห็นของอาจารย์แขชนะไปแจ้งให้เพื่อนได้รับทราบต่อไป ขอบคุณมากครับ

16 ส.ค. 2556 18:10


ความคิดเห็นที่ 16 โดย ครู...ชิต


แต่ผมไปสืบค้นมาว่า แคตตาล็อกเป็นเอกสารเย็บเล่ม สิ่งพิมพ์เป็นเล่ม มักมีสารบัญ บทนำ เนื้อหามักจะเป็นรายละเอียดของสินค้า/บริการต่าง ๆ และบทความแนะนำ โฆษณาต่าง ๆ สำหรับสินค้า/บริการนั้น ๆลักษณะที่สำคัญของแคตตาล็อก ก็คือ เป็นสิ่งพิมพ์ที่มุ่งเสนอรายละเอียดของสินค้า/บริการ มักมีภาพสินค้า มีคำบรรยายประกอบ จัดแบ่งประเภทสินค้า/การบริการเป็นหมวดหมู่ สะดวกต่อการค้นหา แคตตาล็อกบางเล่มบรรจุสินค้า/บริการเป็นจำนวนมาก ทำให้หนังสือมีความหนามาก แคตตาล็อกมีผลต่อการจำหน่ายสินค้า/บริการค่อนข้างสูง การจัดทำแคตตาล็อกจึงต้องมีการเอาใจใส่ในเรื่องคุณภาพเป็นอย่างมากงานพิมพ์แคตตาล็อกเป็นงานที่พิถีพิถัน แคตตาล็อกที่ดีมีคุณภาพช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับสินค้า/การบริการของบริษัทห้างร้าน อีกทั้งทำให้สินค้า/การบริการนั้นมีความโดดเด่นซึ่งโรงพิมพ์ของเรามีความเข้าใจและช่ำชองในการพิมพ์สิ่งพิมพ์แคตตาล็อกเป็นอย่างดี อีกทั้งราคาก็เป็นกันเองการออกแบบรูปเล่มและเนื้อหาที่ดีของแคตตาล็อกย่อมทำให้สินค้า/การบริการนั้น ๆ มีความโดดเด่นและน่าสนใจยิ่งขึ้น ซึ่งจะทำให้จุดมุ่งหมายของงานพิมพ์แคตตาล็อกนั้นประสบความสำเร็จ ทั้งนี้โรงพิมพ์รับออกแบบหรือให้คำปรึกษาแนะนำในการจัดทำพิมพ์แคตตาล็อกให้ดีเด่นทั้งรูปแบบและคุณภาพงานพิมพ์ ประมาณนี้หละครับ ขอให้อาจารย์แขชนะเสริมเติมเต็มให้ผมและเพื่อนจะได้มีองค์ความรู้เพิ่มขึ้นครับ

16 ส.ค. 2556 18:24


ความคิดเห็นที่ 17 โดย แขชนะ

ครูชิตคงยังไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของ "แคตตาล็อก" ที่ผมหมายถึง
ผมใช้คำนี้เพื่อประชดประชันเสียดสีมากกว่าจะเป็นความหมายที่แท้จริงของเล่มเอกสารตามที่ครูชิตเขียนมา
"แคตตาล็อก" ในความหมายของผมหมายถึง "ของอย่างว่า" ที่ผู้จัดการร้านค้าพูดถึง หรือจะเรียกให้ใกล้ความจริงอีกหน่อยก็คือ "ปัจจัยอำนวยความสะดวก" ที่ผู้จัดการร้านค้าสามารถเอาออกมาจากตู้เอทีเอ็มได้นั่นเองครับ

16 ส.ค. 2556 18:58


ความคิดเห็นที่ 18 โดย นิรันดร์

อปริหานิยธรรม หมายถึงธรรมะที่ผู้ปฏิบัติไม่มีความเสื่อม
พระเจ้าอชาติศัตรู กว่าจะเอาชนะวัชชีได้ก็ต้องส่งวัสสการพราหมณ์ไปทำลาย"อปริหานิยธรรม" เสียก่อน
บางข้อของ
อปริหานิยธรรม คือ 
๑ ไม่เบื่อหน่ายการประชุมปรึกษาหารือ
๒ เริ่มและเลิกประชุมพร้อมกัน
มีอีก ๕ ข้อ
ครูที่มีหน้าที่ดูแลพัฒนาการศึกษาของเยาวชนไม่ปฏิบัติธรรมโดยไม่ต้องมีใครมาทำลาย
แต่ท่านเหล่านี้ได้ทำลายธรรมะเหล่านี้เองด้วยความเห็นแก่"แคตตาล็อก"
ก็เป็นเหตุให้เกิดความเสื่อมของระบบการศึกษาชาติ

ยินดีด้วยกับท่าน ผอ.ชิต นะครับ

16 ส.ค. 2556 20:41


ความคิดเห็นที่ 19 โดย ครู...ชิต


ขอบคุณครับอาจารย์แขชนะ สำหรับ "แคตตาล็อก" ในมุมมองของท่าน ให้แง่คิดหลายๆด้าน ขอบคุณอาจารย์นิรันดร์ เรียกผม ครูชิต เหมือนเดิมนะครับ เพราะผมก็อยู่กับวิชาการ.คอมมาหลายปีหรือเกือบจะสิบปีในอันใกล้นี้เลยรู้สึกคุ้นเคยซึมซับความคิด ความรู้ ปัญญาของแต่ละบุคคล ที่ได้ร่วมแป่งปันความรู้คู่คุณธรรม กิจกรรมดีๆ เกิดประโยชน์ต่อการศึกษา สังคม และประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง สุดท้ายนี้ขอให้ครูไผ่ อาจารย์แขชนะ อาจารย์นิรันดร์ ตลอดจนทุกๆท่านในเว็บวิชาการ.คอมนี้ จงมีสุขภาพแข็งแรงครับ

16 ส.ค. 2556 21:32


ความคิดเห็นที่ 20 sokaewkhong@hotmail.com (Guest)

แรกเริ่มที่ได้เริ่มรับรู้นโยบายโรงเรียนในฝัน มักถูกกล่าวเย้ยหยันว่า เป็นไปได้ยาก ก็แค่ "โรงเรียนนายฝัน"
แต่เมื่อได้ปฏิบัติจริง ทำอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง เกิดผลกับผู้เรียนจริง
เมื่อประเมินผ่านหลังจากการร่วมทำงานอย่างมุ่งมั่น เห็นครูผู้อาวุโสของโรงเรียนน้ำตาไหลด้วยความยินดี

ทำให้รู้ว่า "โรงเรียนในฝัน พัฒนาผู้เรียนได้จริงและยังหลอมรวมจิตวิญญาณองค์กรด้วย"



(จาก ว่าที่ร้อยตรีสมพร แก้วคง ผอ.รร.คงคาประชารักษ์ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช, สพม.12)

17 ส.ค. 2556 06:16


ความคิดเห็นที่ 21 โดย ครูไผ่


ขออนุญาตแทรกรูปจาก facebook ของโรงเรียนคงคาประชารักษ์ ไว้ในความเห็นที่ 20 ค่ะ

17 ส.ค. 2556 14:33

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น