การท่องจำ

< การสอนให้นักเรียนท่องจำ >

มีความจำเป็นหรือไม่ และยังใช้กันอยู่หรือไม่ในยุคปัจจุบัน



ความคิดเห็นที่ 27


25 ก.พ. 2549 15:40
  1. ถ้าไม่มีความจำแล้วจะตอบคำถาม หรืออื่น ๆ ได้หรือไม่ครับท่าน
    แม้แต่ชื่อตัวเองยังต้องจำเลยว่าชื่ออะไร



ความคิดเห็นที่ 37

thawankesmala
21 มี.ค. 2550 13:22
  1. แม้แต่เล็กเซียวหงษ์ ฮุ้นปวยเอ้ยง ชอลิ้วเฮียง และเหล่าจอมยุทธ์วิทยายุทธ์ล้ำลึกทั้งหลาย ยังต้องท่องเคล็ดวิชา ท่านวิทยายุทธ์ล้ำลึกเพียงใดจึงไม่ท่องเคล็ดวิชา



ความคิดเห็นที่ 18

MathGuy
11 ม.ค. 2549 16:53
  1. ความจำ จำเป็นมากๆ

    เพราะถ้าจำไม่ได้ นี่คงแย่


    ทีนี้ลองมาดูว่า เราจำได้ เพราะอะไร

    1. การผ่านหู ผ่านตา สัมผัสต่างๆ บ่อยๆ จนเคยชิน

    2. เราประสบเรื่องนั้น อย่างรุนแรง เช่น เรื่องคอขาดบาดตาย
    เรื่องที่สะเทือนขวัญ สะเทือนอารมณ์ หรือ ประทับใจอย่างสุดซึ้ง

    3. จำได้โดยบังเอิญ เป็นส่วนที่ฝังลึกข้างใน ปกติจะไม่นึกถึง
    แต่ถ้ามีอะไรกระตุ้นถูกที่ก็จะโพล่งออกมา


    ข้อ 3 เป็นกรณีพิเศษ
    ข้อ 2 เป็นส่วนบุคคล

    ข้อ 1 : นี่น่าจะเกี่ยวกับ การเรียน การศึกษา โดยตรง

    ซึ่งจะเห็นว่า การท่องจำ เป็นวิธีการหนึ่ง

    แต่เป็นเพียงวิธีการหนึ่งเท่านั้น ซึ่งถ้าไม่สนุก ไม่น่าประทับใจ
    ไม่มีการเชื่อมโยง ไม่มีความเข้าใจอะไรอย่างอื่นรวมอยู่ด้วย

    ก้น่าจะ จำได้ อยู่ไม่นาน


    ถ้าข้อสอบยังวัดความจำ ก็จำเป็นต้องท่องจำ เพื่อไปสอบ
    สอบเสร็จแล้ว ก็ตัวใครตัวมัน

    แต่อะไรที่เป็นกระบวนการ เช่น การคำนวณ การแก้ปัญหาคณิตศาสตร์

    ผมว่า ท่องจำอย่างเดียว ไม่น่าจะทำข้อสอบคณิตศาสตร์ได้เลย



ความคิดเห็นที่ 24

MathGuy
29 ม.ค. 2549 13:01
  1. อ่าน คหพ ของคุณดอกไม้ทะเล

    และจำอะไรจาก workshop ของคุณสุรัชน์ได้

    คำว่า "รู้" สะดุดใจผมมากๆ

    นำเอาคำว่า รู้ ไปใส่หน้าคำที่เราพูด เขียนกัน แล้วทำให้มุมมอง และการคิดเปลี่ยนไปในเชิงคุณภาพ

    เช่น

    รู้สนุก (ได้จากคุณสุรัชน์)

    เฮ้ ... ไม่ใช่เราจะมุ่งสนุกสนานเฮฮาอย่างเดียว ต้องรู้สนุก
    เรื่องยากๆ ก็สนุกได้ แต่ต้องรู้สนุก


    รู้คิด

    เฮ้ ... ไม่ใช่คิดอะไรเรื่อยเปื่อย คิดเข้าข้างตัวเราเอง คิดหาข้อแก้ตัว เราต้องรู้คิด คิดยากๆ ก็ต้องคิดให้เป็น


    รู้จำ

    กลับมาที่กระทู้อันนี้ ... ครับ ถ้ารู้จำ ก็เป็นหมดปัญหา ใช่มั้ยครับ



ความคิดเห็นที่ 23

สุรัชน์
29 ม.ค. 2549 12:41
  1. อย่าสอนให้ท่องจำ
    ถ้ามีคนพูดแบบนี้ ผมตีความว่า
    เขากำลังบอกผมว่า
    พยายามสอนให้เด็กเข้าใจนะ
    จะได้จำอะไรได้อย่างมีความหมาย

    เด็กหลายคน(ไม่บอกว่ามากหรือน้อย)จำสูตรการหาพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมคางหมูได้
    เมื่อมีโจทย์มาให้หาพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมคางหมูรูปหนึ่ง
    เด็กหาคำตอบได้ถูกต้อง
    แต่พอถามว่าทำไมสูตรการหาพื้นที่รูปสี่เหลี่ยมคางหมูจึงเป็นเช่น(ที่จำได้)นั้น เด็กหลายคน(ไม่บอกว่ามากหรือน้อย) ตอบว่าไม่รู้

    ถ้าจำแบบนี้ ผมว่าไม่ค่อยจะดี



ความคิดเห็นที่ 26

25 ก.พ. 2549 14:39
  1. แปะให้อ่านกันในนี้เป็นตอนๆก็ได้นะครับ น่าจะเป็นประโยชน์ครับ



ความคิดเห็นที่ 30

12 มี.ค. 2549 10:43
  1. รออ่านตอนต่อไปครับ



ความคิดเห็นที่ 11

22 ก.ค. 2547 10:13
  1. อาจารย์นิรันด์ ครับ!
    ถือว่าเป็นโอสถ ก็ไม่ได้หรือครับ
    :)-



ความคิดเห็นที่ 2

20 ก.ค. 2547 08:49
  1. ยังจำเป็นในบางกรณีครับ เช่น
    ในกรณีเรียนภาษาอังกฤษในฐานะที่เป็นภาษาต่างประเทศ
    แม้เราจะมีการฝึกฝนในชั้นเรียนมากที่สุดและดีที่สุด
    เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับคำศัพท์นั้นๆ
    จนทำให้เราจดจำคำศัพท์นั้นๆได้อย่างขึ้นใจ ( by heart )
    แต่การฝึกฝนของเรามีขีดจำกัด
    แถมไม่มีโอกาสได้ใช้เลยเมื่ออกนอกห้องเรียนแล้ว
    ทำให้คำศัพท์ของเรามีจำนวนจำกัด
    ดังนั้นผู้รักและไฝ่เรียนภาษาอังกฤษจึงมีความจำเป็นบ้าง
    ที่จะจดจำคำศัพท์โดยการท่องจำ
    แต่เป็นการท่องจำที่มีความเข้าใจในคำศัพท์นั้นๆ
    ไม่ใช่ท่องจำแบบนกแก้วนกขุนทองครับ

    เออ!
    เคยได้ฟังเรื่องที่นกขุนทองพูดว่า " แม่มึงเอ๊ย ! " ไหมครับ
    เรื่องมีอยู่ว่า
    ที่บ้านหลังหนึ่ง เมื่อมีแขกเดินเข้าบ้านทีไร
    นกขุนทองที่บ้านนั้นจะทักทายแขกว่า " แม่มึงเอ๊ย ! " ทุกครั้ง
    จนทำให้ไม่มีใครอยากจะไปเยี่ยมบ้านหลังนั้นอีกต่อไป
    เพราะกลัวนกขุนทองจะด่า เอาว่า " แม่มึงเอ๊ย ! " อีก
    ทำไมนกขุนทองจึงด่าได้ล่ะ
    จริงๆแล้วคงไม่ได้ตั้งใจจะด่าอะไรหรอกครับ
    นกเขาคงคิดว่า " แม่มึงเอ๊ย ! " เป็นสำนวนที่ยอดฮิตที่สุดของสังคม
    เพราะผัวเมียเจ้าของบ้านใช้เป็นประจำเวลาเจอหน้ากัน

    ไม่ทราบว่าครูสมมติเลี้ยงนกแก้วนกขุนทองบ้างไหมครับ !
    :)-



ความคิดเห็นที่ 9

22 ก.ค. 2547 09:08
  1. สูงส่ง สูงส่ง ขอคารวะอาจารย์นิรันดร์หลาย ๆ จอก (น้ำใสจากใจจริง)
    อาจารย์นิรันดร์เป็นตัวอย่างของบุคคลที่ใช้สมองทั้งสองซีกอย่างสมดุล

    สมองของเรามีศักยภาพเหลือคณานับ ถ้าเราปลดปล่อยให้มันได้แสดงพลังของมันอย่างสมดุลทั้งสองด้าน พลังทั้งสองด้านจะเกื้อหนุนกันและกันส่งให้แต่ละด้านพัฒนาดีกว่าการมุ่งพัฒนาเพียงด้านเดียว



ความคิดเห็นที่ 6

21 ก.ค. 2547 09:08
  1. Since most science and math teacher always said it is better to understand than just memorize.
    ข้อความข้างบนนี้ ไม่ได้บอกว่าห้ามจำ แต่แนะนำว่าต้องทำความเข้าใจด้วย ดีกว่าจำอย่างเดียว

    เพราะเราจะจำสิ่งที่เราเข้าใจได้ดีกว่า สิ่งที่เราไม่เข้าใจเราจะจำได้ชั่วประเดี๋ยวประด๋าวเท่านั้น

    ดังนั้นจึงต้องพยายามทำความเข้าใจ แต่ไม่ต้องพยายามที่จะไม่จำ

    การพยายามที่จะไม่จำ เป็นการฝืนธรรมชาติ เพราะสมองมันจะพยายามจำสิ่งที่มันเข้าใจ

    ความจำเป็นความสามารถพื้นฐานของสมอง สมองที่จำไม่ได้คือสมองที่ไม่มีคุณภาพ หรือ เสื่อมแล้ว เช่น เป็นอัลไซเมอร์

    ต่อให้ฉลาดปราดเปรื่องอย่างไร ก็ต้องมีความสามารถในการจำ จึงจะนำความฉลาดนั้นออกมาใช้ได้ทันเหตุการณ์

    คุณต้องการจะเป็นคนที่สูญเสียความจำหรือไม่ ?



ความคิดเห็นที่ 21

24 ม.ค. 2549 20:38
  1. ที่นายกคิดเก่ง ทำเก่ง วิเคราะห็เก่ง เก่งไปเสียทุกอย่าง ไม่ใช่เพราะเรียนหลักสูตรเดิมของเมืองไทยหรอกหรือ บนโลกใบนี้ มีประเทศใหนบ้างมีสูตรคูณให้ท่อง ท่องแล้วมีประโยชน์หรือไม่ใครๆเขาก็รู้กัน ควรหรือที่จะอนุรักษ์เป็นความภาคภูมใจของชาวไทย คำศัพท์ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย สูตรคณิต ฟิสิกส์ เคมี ไม่ท่องจำแล้วคอยให้ค้นพบด้วยตัวเองแล้วค่อยนำมาใช้หรือคงต้องคอยชาติหน้า โดยเฉพาะคณิต มีคนไทยค้นพบสูตรได้กี่คน แม้แต่ ค้นหนังสือห้องสมุด เปิดสมุดหน้าเหลือง ยังต้องท่อง ก-ฮ ท่องให้จำได้ไม่งั้นหากันตาย



ความคิดเห็นที่ 20

นิรันดร์
23 ม.ค. 2549 22:46
  1. อาจารย์ MG ครับ จำอย่างเดียวไปไม่รอด
    ไม่เพียงคณิตศาสตร์หรอกครับ
    แม้วิชาวรรณคดีไทย ก็ไม่สามารถเรียนด้วยการจำเพียงอย่างเดียวได้
    เวลาอ่านฉันทลักษณ์ ก็ต้องจำคณะ แผนผังบังคับให้ได้แม่นยำ รู้จักสำผัส
    ผมรู้สึกว่าการแต่งคำประพันธ์ฉันทลักษณ์ก็เหมือนการแก้สมการทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนเพราะตัวแปรและโซลูชั่นหลากหลายมาก



ความคิดเห็นที่ 4

นิรันดร์
20 ก.ค. 2547 11:33
  1. การฝึกให้จำเป็นเรื่องจำเป็นครับ
    แต่ความจำก็ต้องประกอบด้วยความคิดวิเคราะห์สังเคราะห์ด้วย

    ผมสนับสนุนให้เด็กต้องท่องอาขยาน
    การจดจำคำสอน ถ้อยคำที่สละสลวย เป็นความทรงจำที่ดี

    ความจำนั้นไม่เคยเต็ม
    เราจำแล้ว เราก็ยังสามารถที่จะจำเรื่องใหม่ ๆ ได้เรื่อยไป

    แต่บางเรื่อง อยากจำกลับลืม อยากลืมกลับจำ ก็มี



ความคิดเห็นที่ 10

นิรันดร์
22 ก.ค. 2547 10:03
  1. มิกล้า มิกล้า รับแม้ครึ่งจอก (ถือศีลห้าครับ )

    ที่จริง ตอนเด็ก ๆ ผมมีฝีที่ศีรษะ หัวลีบไปข้างหนึ่ง
    แล้วเมื่อ 2-3 เดือนก่อนก็เพิ่งไปผ่าเอาซีสอีกก้อนออกจากหัว
    หัวผมก็เอียงไปเอียงมา ไม่ค่อยสมดุลเท่าไรครับ

    ก็ระลึกไว้เสมอว่าพระพุทธองค์ตรัสรู้สรรพสิ่งล้วนเป็น"ไตรลักษณ์" คือเป็นจริงตามลักษณะธรรมชาติ 3 ประการ คือ สัพเพสังขาราอนิจจา
    สัพเพสังขาราทุกขา สัพเพสังขาราอนัตตาติ หรือที่พูดกันย่อ ๆ ว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา(สิ่งทั้งหลายทั้งปวง ไม่เที่ยง ตั้งอยู่ได้ยาก และไม่มีตัวตน)
    เหมือนที่ไฮเซนเบอร์บอกเราว่าไม่สามารถบอกอะไรได้แม่นยำได้เป็นคู่ ๆ อย่างตำแหน่ง และโมเมนตัม หรือ พลังงาน กับ เวลา แล้วมีผู้รู้บางท่านเรียกว่า "หลักอนิจจังของไฮเซนเบอร์ก"



ความคิดเห็นที่ 8

นิรันดร์
22 ก.ค. 2547 08:23
  1. สิ่งที่เราต้องจำได้อย่างแม่นยำแบบไม่ต้องคิดเลยมีมากมาย
    เช่นต้องจำภริยาเราได้ว่าเป็นใคร
    ต้องจำได้ว่าเป็นไฟแดงแล้วต้องหยุดรถ
    จำเพลงชาติไทยได้

    การจำคำประพันธ์ประเภทโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ร่าย ฯลฯ ได้
    ก็เป็นความจำอีกระดับหนึ่ง และต้องจำแบบใช้ความคิดและจินตนาการในการจำสูง
    เราต้องจำรูปแบบของความไพเราะของถ้อยคำที่ร้อยเรียงกันมาเป็นกระบวน
    เราต้องจำได้ว่า ถ้าคำนี้ ต่อด้วยคำนี้ แล้วเกิดความรู้สึกอย่างไรต่อจิตใจ
    เราจำได้แล้วเราจะมีเครื่องเตือนสติเราไว้ตลอดเวลา
    เราจำได้ เราสามารถใช้ความจำนั้นเป็นเพื่อนยามเราอ้างว้างอยู่คนเดียว
    เราจำได้แล้วเราสามารถถ่ายทอดความทรงจำไปสู่คนรุ่นถัดไปให้รู้จักเอกลักษณ์ไทย

    อย่างเช่น ผมจำได้ว่า
    "บ้างเป็นยอดกอดก่ายตะเกะตะกะ ตะขรุตะขระเหี้ยนหักเป็นหินห้อย"
    ตอนท่องครั้งแรก ยากมาก ๆ ที่จะจำได้ เราต้องเสียเวลาท่องกับคำตุกุกตะกักนี้ นานมากกว่าจะจำได้ขึ้นใจ แต่ถ้าเรามานึกถึงความหมายถ้อยคำ เราจะมองภาพเห็นเลยว่า ก้อนหินมันเรียงตัวกันอย่างไร
    ในใจแต่ละคน จะเห็นหินไม่เหมือนกันแน่ แต่ทุกคนจะเห็นในใจว่าเป็นก้อนหิน

    ถ้าเราสามารถสร้างจินตนาการให้เห็นภาพพจน์อย่างนี้ได้
    เวลาเรียนฟิสิกส์
    "ปล่อยหินก้อนหนึ่งให้หล่นจากหน้าผา" เราก็สามารถนึกภาพออกและบรรยายเหตุการในหัวเราได้ง่ายกว่า
    แน่นอน คนบางคนไม่ต้องการ แต่บางคนต้องครับ

    ผมจำได้ว่า
    "ถึงบางพูดพูดดีเป็นศรีศักดิ์ มีคนรักรสถ้อยอร่อยจิต
    ถ้าพูดชั่วตัวตายทำลายมิตร จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา"
    มันก็คอยเตือนเราเสมอว่า เวลาพูดจะต้องคิดไม่ให้กระเทือนใจใครมากนัก ถ้าพูดดี เราก็จะได้เพื่อน พูดไม่ดีก็จะถูกเกลียด
    เช่นเดียวกัน
    หลายคนก็รู้อย่างนี้ ไม่ต้องอาศัยกลอนก็ได้

    ผมจำได้ว่า
    "เมื่อยากไร้กายเราก็เท่านี้ ไม่มีที่พสุธาจะอาศัย
    เหมือนหนามเหน็บเจ็บแสบคับแคบใจ ดังนกไร้รังเร่อยู่เอกา"
    เวลาเราคับข้องใจอยู่คนเดียว เราก็รู้ว่า ไม่ได้มีแต่เราหรอกที่เป็นเช่นนี้ คนอื่นก็ต้องเจ็บช้ำเหมือนเราเหมือนกัน ต้องทนให้ได้"

    ยังมีความสวยงามทางภาษาอีกมากมายที่คนรู้ภาษาครึ่ง ๆ กลาง ๆ(ค่อยไปทางน้อยอย่างผมซึมซาบรับไว้ และอยากให้มันถ่ายทอดไปยังเยาวชนรุ่นถัดไป
    ความทรงจำ ช่วยให้เราเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจนมากขึ้น
    คำเดียวกัน บางครั้งก็ให้ความหมายไปตรงกันข้าม
    อย่างคำว่าอาวุโส พระจะใช้เรียกผู้ที่เยาวหรือด้อยวัยวุฒิกว่า
    แต่คนไทยที่ไม่ได้เป็นพระจะใช้เรียกคนที่แก่หรือมีวัยสูงกว่า

    แต่ก่อน ข้าว ก็สะกดว่า เข้า

    วรรณคดี บทประพันธ์ เป็นความสวยงาม
    เราจำได้บ้างและเข้าใจความสวยงามนั้น ก็เป็นกำไรแล้วครับ



ความคิดเห็นที่ 12

นิรันดร์
22 ก.ค. 2547 12:01
  1. ผมไม่ทำในสิ่งที่คนส่วนมากทำ(อย่างเช่นเขาลอกการบ้านกันผมไม่ลอก)
    ผมทำในสิ่งที่คนส่วนมากไม่ทำ(ผมทำการบ้านมาให้เพื่อนลอกแต่เพื่อนไม่ทำ)
    ผมเคารพในความแตกต่าง แล้วเราก็อยู่ด้วยกันได้ครับ

    เวลาเพื่อนกินเหล้ากัน ผมก็ดวลกับเขาด้วยน้ำอัดลม ก็คบกันได้
    เวลากินเหล้าก็มาชวนผมเกือบทุกทีเหมือนกัน
    เพื่อนบอกว่า เอาไว้ขับรถไปส่ง ไม่ต้องกลัวตรวจวัดแอลกอฮอลครับ



ความคิดเห็นที่ 36

นิรันดร์
23 เม.ย. 2549 17:10
  1. เมื่อ 2-3 วันก่อน ดูรายการสามช่าหรือชิงร้อยชิงล้าน
    (แค่นี้ก็จำไม่ได้เสียแล้ว)ที่มีคุณปัญญา มยุรา หม่ำ เท่ง โหน่ง ส้ม

    เขาเอาพยาบาลมานั่งเข้าแถวกัน 30 คน
    แต่ละคนมีป้ายชื่อ
    แขกรับเชิญท่านหนึ่ง มองดูสักพัก(2 นาทีเท่านั้น)
    แล้วคุณเธอสามารถจำชื่อพยาบาลได้หมดทุกคน

    งงมาก

    เป็นผม ท่องอยู่ทั้งเดือนก็คงจำได้ไม่ถึงครึ่ง



ความคิดเห็นที่ 22

25 ม.ค. 2549 02:12
  1. ดิฉันเห็นด้วยกับเพื่อนครูหลายท่านข้างต้น
    และได้ข้อคิดดีๆไปคุยกับนักศึกษาอีกแล้ว

    ดิฉันว่าจะไปคุยกับเด็กทำนองนี้ค่ะ..

    ท่านว่า การท่องจำ เป็นพื้นฐานสำคัญของการนำไปคิดต่อ
    ถ้าจำอะไรไม่ได้เลย ก็คิดต่อไม่ได้
    การท่องจำ จึงเป็นการตอกและย้ำฐานความรู้

    การท่องจำ
    คือการนำเรื่องนั้นๆมาพูดมาออกเสียงซ้ำๆ
    เน้น ย้ำ ซ้ำ..
    (เด็กเฮี้ยวๆชอบไปพูดต่อว่า เน้น ย้ำ ซ้ำ และกระตื้บ)
    จะทำให้เรา"มี" คือมีฐานความรู้
    จะทำให้เรา"แม่น" คือแม่นในฐานความรู้
    และแม่นยำในบางส่วนที่เป็นแก่นของตัวความรู้นั้น
    ความรู้(หมายถึง ความรู้ในเรื่องต่างๆ
    ความรู้ในวิชา และหรือศาสตร์ต่างๆ)

    เราควรใช้การท่องจำ กับสารชุดไหนบ้าง
    สารที่เป็นพื้นฐานของสิ่งนั้น ถ้าไม่มีพื้นและฐานนั้น
    สิ่งนั้นก็ตั้งอยู่ไม่ได้
    สารที่เป็นหลักการแก่นของสิ่งนั้น ถ้าไม่มีแก่นนั้น
    สิ่งนั้นก็ตั้งอยู่ไม่ได้
    อันนี้ควรท่อง ให้จำ จะได้นำไปใช้ถนัดมือ

    การท่องจำ ช่วยให้จำสิ่งพื้นฐาน แม่นยำ
    ช่วยให้จำหลักการ(ทฤษฎี) ได้แม่นยำ
    ช่วยให้นำพื้นฐานที่มีเหล่านั้น ไปเพิ่ม ไปตัด ไปต่อ ไปเปลี่ยน
    ไปปรับ ไปแปลง ไปเติมเสริมและแต่ง อย่างไรก็ได้
    ตามความรู้และปัญญาของผู้ท่องจนจำนั้น

    สรุปว่าการท่องจำ ดีแหงๆเลย ถ้ารู้จักจำ เพื่อนำไปสู่การรู้จักคิด
    แต่การท่องจำ จะทำให้เราแย่แหงๆเลย
    ถ้าเราไม่รู้จักคัดกรอง ไม่รู้จักแยกแยะ
    เขาเรียกว่าสะสมขยะ เพราะว่าไม่รู้วิธีเลือกสิ่งที่ควรจำ
    ออกจากสิ่งที่ควรคิด

    (อันนี้เล่นคำไปนิดค่ะ เพราะยังตีโจทย์ไม่แตก
    ว่าจะอธิบายยังไงให้เด็กนึกออก)

    เลยคิดไม่เป็น คิดไม่ออก ได้แต่จำที่เขาพูด ฟังที่เขาบอก
    แล้วก็ลอกความคิดต่อๆกันไป
    เขาเรียกว่าไม่รู้จักคิด
    ทั้งชีวิตก็เลยได้แต่ท่องจำเป็นนกแก้วนกขุนทอง

    .... ดิฉันบ่น เอ๊ยพูดจบแล้ว ก็จะปลุกนกแก้วเอ๊ยเธอๆทั้งหลาย
    ให้ตื่นขึ้นมาท่องสูตรคูณ
    "ซ้องหนึ่งซ้อง ซ้องซ้องสี่ ซ้องซ้ามหก ซ้องสี่แปด.."
    ให้เห็นกันตัวเป็นๆไปเลยว่า การท่องจำ ในสิ่งที่พึงจำนั้น
    จะทำให้เธอมีพื้นฐานในการคิดต่อเป็นอย่างดี

    ดังนั้นคืนนี้ จงไปท่องทฤษฎีการสื่อสารทั้งหกแบบ
    แล้วพรุ่งนี้มาสอบปากเปล่ากับครูเทอญ...

    ...เธอก็จะร้อง โห..จารย์ โธ่..จารย์!



ความคิดเห็นที่ 34

แป๋มคุง 100
13 มี.ค. 2549 12:25
  1. หนู เป็นเด็กนักเรียนธรรมดาเองก็มีบ้างที่ต้องท่องจำ

    ช่วงนี้ท่องศัพท์เป็น พันเลยค่ะ เอาไว้ใช้สอบ

    เวลาท่องได้แล้วก็จะใช้ได้เองค่ะ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น