บทร้อยแก้ว ของ นิราศพระบาท

ใครมีบทความที่ถอดคำประพันธ์ของเรื่องนิราศพระบาทแล้วมั่งคะ

ขอหน่อยค่ะ จะเอาอ่านค่ะ เอาแค่ว่าสุนทรภู่ไปกับใคร ที่ไหนบ้างก้อพอค่ะ

ช่วยหน่อยนะคะ


ความคิดเห็นที่ 568


25 ม.ค. 2555 19:16
  1. ช่วยถอดคำปะพันธ์นิราศพระบาท ให้หน่อยน่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 567

7 ก.ย. 2554 18:45
  1. T————T_______T

ความคิดเห็นที่ 566

31 ธ.ค. 2553 12:25
  1. ช่วยหาเรื่องย่อนิราศสุพรรณหน่อยได้ไหมคับผมทำไม่ทันเลยคับหาได้แค่ครึ่งเดียวเองถ้าทำไม่ได้อะคับผมได้ซ้ำชั้นแน่เลยคับช่วยหน่อยนะคับตอนทีผมหาได้นะคับถึงแค่หาแร่ปรอทไม่เจอแล้วกลับมาลงเรือที่บ้านสองพี่น้องคับ

ความคิดเห็นที่ 565

9 ธ.ค. 2553 21:45
  1. ช่วยหาบทละครนอกเรื่องอะไรก็ได้ สักสี่บทพร้อมถอดความและบอกว่ามีตัวละครอะไรอยู่ในบทนั้นบ้าง ได้ไหมค่ะ ตอนนี้จนปัญญาจริงๆ ช่วยด้วยนะค่ะ T-T

ความคิดเห็นที่ 564

4 ต.ค. 2553 20:42
  1. ประสานสองหัตถ์ประนังตั้งประนม น้อมบังคมเทวารักษาวัง ขอฝากน้องสองชนกช่วยปกเกศ อย่ามีเหตุอันตรายเมื่อภายหลัง ใครปองชิงขอให้ตายด้วยรายชัง เทพทั้งชั้นฟ้าได้ปรานี ถอดคำประพันธ์ ถึงคลองขวาง บางจาก คิดถึงอุปสรรคที่มาขัดขวาง และการจากคนรักมา ขออธิษฐานให้เทพที่รักษาวังช่วยปกป้องคนรักและพ่อ ใครคิดร้ายขอให้ตาย ๏ ถึงสามเสนแจ้งความตามสำเหนียก เมื่อแรกเรียกสามแสนทั้งกรุงศรี ประชุมฉุดพุทธรูปในวารี ไม่เคลื่อนที่ชลธารบาดาลดิน จึงสาปนามสามแสนเป็นชื่อคุ้ง เออชาวกรุงกลับเรียกสามเสนสิ้น นี่หรือรักจะมิน่าเป็นราคิน แต่ชื่อดินเจียวยังกลายเป็นหลายคำ ขอใจนุชที่ฉันสุจริตรัก ให้แน่นหนักเหมือนพุทธรูปเลขาขำ ถึงแสนคนจะมาวอนชะอ้อนนำ สักแสนคำอย่าให้เคลื่อนจงเหมือนใจ ถอดคำประพันธ์ ถึงสามเสน เมื่อก่อนเรียกสามแสน เพราะมีการฉุดพระพุทธรูปขึ้นจากน้ำ ใช้คนมากมาย พระพุทธรูปก็ไม่เคลื่อนที่ จึงเรียกที่นี้ว่า สามแสน แต่ชาวกรุงเรียกเป็น สามเสน นับประสาอะไรกับความรัก ก็คงต้องมัวหมอง เช่นเดียวกับชื่อของสามแสนที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป ขอให้ใจของแม่จันทร์แน่นหนักเหมือนพระพุทธรูป แม้ชายแสนคน มาอ้อนด้วยคำหวานแสนคำ ก็อย่าได้หวั่น ๏ ถึงบางพลัดยิ่งอนัตอนาถจิต นิ่งพินิจนึกน่าน้ำตาไหล พี่พลัดนางร้างรักมาแรมไกล ประเดี๋ยวใจพบบางริมทางจร ถึงบางซื่อชื่อบางนี้สุจริต เหมือนซื่อจิตที่พี่ตรงจำนงสมร มิตรจิตขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง ถึงบางซ่อนเหมือนเขาซ่อนสมรพี่ ซ่อนไว้นี่ดอกกระมังเห็นกว้างขวาง เจ้าเยี่ยมหน้าออกมาหกพี่หน่อยนาง จะลาร้างแรมไกลเจ้าไปแล้วฯ ถอดคำประพันธ์ ถึงบางพลัด รู้สึกอนาถใจที่ต้องพลัดพลาดจากคนรักมา ถึงบางซื่อ ชื่อบางเหมือนกับความสัตย์ของพี่ ขอให้น้องซื่อตรงกับพี่เหมือนชื่อบาง ถึงบางซ่อน เหมือนมีคนมาซ่อนน้อง หรือจะซ่อนน้องไว้ที่นี่ ได้โปรดเยี่ยมหน้าออกมาให้พี่เห็นสักหน่อย ๏ ถึงน้ำวนชลสายที่ท้ายย่าน เขาเรียกบ้านวัดโบสถ์ตลาดแก้ว จะเหลียวกลับลับวังมาลิบแล้ว พี่ลับแก้วลับบ้านมาย่านบาง พฤกษาสวนล้วนได้ฤดูดอก ตระหง่านงอกริมกระแสแลสล้าง กล้วยระกำอัมพาพฤกษาปราง ต้องน้ำค้างช่อชุ่มเป็นพุ่มพวง เห็นจันทน์สุกลูกเหลืองตลบกลิ่น แมงภู่บินร่อนร้องประคองหวง พฤกษาพ้องต้องนามกานดาดวง พี่ยลพวงผลจันทน์ให้หวั่นใจ แมงภู่เชยเหมือนพี่เคยประคองชิด นิ่งพินิจนึกน่าน้ำตาไหล เห็นรักร่วงผลิผลัดสลัดใบ เหมือนรักใจขวัญเมืองที่เคืองเรา พี่เวียนเตือนเหมือนอย่างน้ำค้างย้อย ให้แช่มช้อยชื่อช่อเช่นกอเก่า โอ้รักต้นหรือมาต้องกับสองเรา จึงใจเจ้าโกรธไปไม่ได้นาน ถอดคำประพันธ์ ถึงบ้านวัดโบสถ์ตลาดแก้ว มีน้ำวน มีต้นไม้มากมาย เห็นแมลงภู่ตอมลูกจันทร์ เหมือนพี่ที่เคล้าเคลียน้อง

ความคิดเห็นที่ 563

6 ก.ย. 2553 17:34
  1. ช่วยหาเนื้อเรื่องแบบร้อยแก้วของนิราศนรินทร์หน่อยค่ะ หามาทุกที่แล้ว ไม่เคยเจอ น้าคร่ะ.. ~~~

ความคิดเห็นที่ 562

4 ก.ย. 2553 06:56
  1. may-love_112@hotmail.com คัยรู้เรื่องเกี่ยวกับรามเกียรติ์อย่าลืมแอ็ดมานะ ^^

ความคิดเห็นที่ 560

28 มิ.ย. 2553 17:55
  1. dddd very good you is smart. thank you

ความคิดเห็นที่ 559

27 มิ.ย. 2553 10:34
  1. ชอบมากเลย

ความคิดเห็นที่ 558

mint1910
27 พ.ค. 2552 21:45
  1. อนิจจาธานินสิ้นกษัตริย์ เหงาสงัดเงียบไปดังไพรสณฑ์ แม้กรุงยังพรั่งพร้อมประชาชน จะสับสนแซ่เสียงทั้งเวียงวัง มโหรีปี่กลองจะก้องกึก จะโครมครึกเซ็งแซ่ด้วยแตรสังข์ ดูพาราน่าคิดอนิจจัง ยังได้ฟังแต่เสียงสกุณา ทั้งสองฝั่งแฝกแขมแอร่มรก ชะตาตกสูญสิ้นพระชันษา แต่ปู่ย่ายายเราท่านเล่ามา เมื่อแรกศรีอยุธยายังเจริญ กษัตริย์สืบสุริย์วงศ์ดำรงโลก ระงับโศกสุขสุดจะสรรเสริญ เราเห็นยับยังแต่รอยก็พลอยเพลิน เสียดายเกิดมาเมื่อเกินน่าน้อยใจ กำแพงรอบขอบคูก็ดูลึก ไม่น่าศึกอ้ายพม่าจะมาได้ ยังให้มันข้ามเข้าเอาเวียงชัย โอ้อย่างไรเหมือนบุรีไม่มีชาย หรือธานินสิ้นเกณฑ์จึงเกิดยุค ไพรีรุกรบได้ดังใจหมาย เหมือนทุกวันแล้วไม่คัณนาตาย ให้ใจหายหวั่นหวั่นถึงจันทร์ดวง๏ พี่ดูใจค่ายนอกออกหนักแน่น ดังเขตแคว้นคูขอบนครหลวง ไม่เห็นจริงใจนางในกลางทรวง ชายทะลวงเข้ามาบ้างจะอย่างไร ขอเทเวศร์เขตสวรรค์ชั้นดุสิต ดลใจมิตรอย่าให้เหมือนกับกรุงใหญ่ ให้เหมือนกรุงเราทุกวันไม่พรั่นใคร นั่นแลใจเห็นจะครองกับน้องนานถอดคำประพันธ์เมืองที่สิ้นกษัตริย์เงียบดังป่า เมื่อครั้งที่กรุงเต็มไปด้วยผู้คน คงมีเสียงเซ็งแซ่ทั้งเมือง เสียงมโหรี แตร สังข์ แต่ครั้งนี้มีแต่เสียงนก ทั้งสองฝั่งเต็มไปด้วยต้นแฝกและแขม ปู่ยาตายายเล่าถึงเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเจริญ กษัตริย์ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองดับทุกข์โศกของประชาชน น่าสรรเสริญยิ่ง เสียดายที่เราเกิดมาไม่ทันเห็น มีกำแพงเมือง คูเมืองก็ลึก ข้าศึกไม่น่าเข้ามายึดได้ เหมือนกับไม่มีผู้ชาย คงเป็นเพราะเมืองสิ้นชะตา จึงทำให้ข้าศึกยึดได้ ทุกวันนี้พี่ไม่กลัวตาย คิดถึงแต่แม่จัน ขอให้เทวดาในสรวงสรรค์ชั้นดุสิต ดลใจให้น้องอย่าเป็นเหมือนกรุงเก่า ขอให้เป็นเหมือนกรุงของเราที่ไม่พรั่นใคร จะได้อยู่เคียงคู่กับพี่ตลอดไปช่วยถอด 2 บทให้หน่อยค่ะ


ความคิดเห็นที่ 557

ggllee
19 พ.ย. 2551 11:55
  1. อยากได้บทร้อยแก้ว นิราศภูเขาทอง กับ นิราศเมืองแกลง ค่ะ...หรือคำแปล ของทั้งสองเรื่องนี่อ่ะค่ะ..ช่วยด้วยนะค่ะ...ขอบคุณค่ะ..รบกวนส่งเมลล์ให้ด้วยค่ะ..gle_narak@hotmail.com


ความคิดเห็นที่ 556

' เฉาก๊วย <
6 พ.ย. 2551 21:27
  1. ^ ขอบคุณมาก ๆ เลยนะค่ะ !: )


ความคิดเห็นที่ 372

1 ก.ย. 2549 21:49
  1. ขอบคุณมากๆเลยนะ ช่วยเราได้เยอะมากๆเลยล่ะ

ความคิดเห็นที่ 371

30 ส.ค. 2549 19:55
  1. ดีใจจัง พรุ่งนี้อาจารย์จะเรียกถาม แต่ดีนะที่เข้ามาเจอ ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 370

30 ส.ค. 2549 12:53
  1. ดีคับ

ความคิดเห็นที่ 369

30 ส.ค. 2549 12:21
  1. เป็นสิ่งที่ดีเน้อหาใช้ได้

ความคิดเห็นที่ 368

23 ส.ค. 2549 17:00
  1. อยากได้ข้อมูลเกี่ยวกับลูกไม้ป่าในเรื่องนิราศพระบาทอ่ะคับอยากได้รูปภาพด้วยอ่ะคับช่วยหน่อยนะคับ

ความคิดเห็นที่ 367

21 ส.ค. 2549 23:59
  1. ขอบคุณมากๆค่ะที่ช่วยแปล ขอให้ประสบความสำเร็จ ชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วสารทิศเหมือนท่านสุนทรภู่นะคะ (สาธุ)

ความคิดเห็นที่ 366

19 ส.ค. 2549 21:09
  1. ถอดใจความได้ดีมากเลยค่ะ เป็นประโยชน์มากๆๆๆๆ เก่งจังค่ะ ต้องสอบเรื่องนี้ด้วย คงช่วยได้เยอะ

ความคิดเห็นที่ 365

19 ส.ค. 2549 06:48
  1. ขอขอบคุณทุกท่านที่ช่วยถอดคำประพันธ์คับ รักทุกคน

ความคิดเห็นที่ 364

18 ส.ค. 2549 19:26
  1. บรรทัดที่4 แก้เป็น บันไดนาคนาคในบันไดนั้น บรรทัดที่6 ลูกหมากยัดเงินทิ้งอุทิศถวาย ขอบคุนมากครับ

ความคิดเห็นที่ 363

18 ส.ค. 2549 19:21
  1. ถอดคำประพันธ์นี้ทีซิครับ เรื่องนิราศพระบาทเหมือนกัน ทวาราที่ตรงหน้าบันไดนาค มีรูปรากษสสองอสูรขยัน แสยะแยกโอษฐ์อ้าสองตามัน ยืนยิงฟันแยกเขี้ยวอยู่อย่างเป็น บันไดนาคนาคในบันไดบันไดนั้น ดูผกผันเพียงจะเลื้อยออกโลดเล่น ขย้ำเขี้ยวขบปากเหมือนนาคเป็น ตาเขม้นมองมุ่งสะดุ้งกาย มีต้นกำมพฤกษ์ทานในลานวัด ลูกหมากยักเงินทิ้งอุทิศถวาย คนประชุมกลุ้มชิงทั้งหญิงชาย บ้างกอบปรายเบี้ยโปรยอยู่โกรยกราว ช่วยทีนะครับดูข้างบนแล้วไม่เห็นมี

ความคิดเห็นที่ 362

16 ส.ค. 2549 20:57
  1. ขอบคุนคนที่เขียนความคิดเหนที่ 331 คุนเปนคนดีมั่กมายเลยอ่ะ ช่วยคนหลายคนด้ายเลยอ่ะ แต่ขอถามหน่อยดิ หามาจากหนัยอ่ะเนี่ย อยากบอกว่า ขอบคูนน้าค้า... *-*

ความคิดเห็นที่ 361

16 ส.ค. 2549 20:24
  1. ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ สำหรับนิราศพระบาท ที่ช่วยถอดมาให้ ผมกำลังหาอยู่พอดีเลยคับ ขอบคุณคาบๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 360

16 ส.ค. 2549 13:33
  1. อยากได้ร้อยแก้วเรื่องนิราศพระบาทจังเยย ทำงัยดีอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 359

15 ส.ค. 2549 19:33
  1. ขอบคุณมากนะงับที่ช่วยเหลือถ้าไม่ได้นี่ตายเเน่ๆ เปงคนดีที่โลกรอต่อไปเเละจงทำในสิ่งที่ถูกต้องนะงับ^^^^"

ความคิดเห็นที่ 356

14 ส.ค. 2549 13:02
  1. ขอบพระคุณมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 355

13 ส.ค. 2549 01:08
  1. ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ ^_//\_^

ความคิดเห็นที่ 354

9 ส.ค. 2549 20:51
  1. ขอบคุณมากๆๆๆๆ เราส่งพรุ่งนี้ อิอิ

ความคิดเห็นที่ 353

9 ส.ค. 2549 20:21
  1. ใครช่วยถอดคำประพันธ์ อันพวกเราเหล่าเสวกามาตย์ เหนื่อยอนาถนิทราดังอาสัญ แสนวิตกอกพี่นี้ผูกพัน ให้หวั่นหวั่นเวทนาด้วยอาวรณ์ สดับเสียงสัปปุรุษที่หยุดพัก เขาร้องสักวาอึงทั้งครึ่งท่อน บ้างชมป่าช้าปี่ทีละคร ถึงสบกลอนที่จะรู้ก็สู้เมิน เฝ้าแหงนดูดวงแขชะแง้พักตร์ เห็นจันทร์ชักรถร่อนเวหาเหิน ดูดวงเดือนเหมือนชื่อรื้อเผอิญ ระกำเกินที่จะเก็บประกอบกลอน จนไก่เถื่อนเตือนขันสนั่นแจ้ว ดุเหว่าแว่วหวาดหมายว่าสายสมร เดือนแอร่มแจ่มล้ำในอัมพร กองกุญชรผูกช้างมายืนเรียง บรรดาเพื่อนเตือนตื่นขึ้นเซ็งแซ่ บ้างจอแจจัดการประสานเสียง บ้างม้วนเสื่อมัดกระสอบหอบเสบียง บ้างถุ้งเถียงชิงสัปคับกัน บ้างขึ้นบนขนส่งคนข้างล่าง เสียงโฉ่งฉ่างขามแตกกระแทกขัน จนคนบนสัปคับรับไม่ทัน หม้อข้าวขันตกแตกกระจายราย ย่ามกระสอบกรอบแกรบกระไกรกริก กลักพริกพลิกแพลงตะแคงหงาย กะโปเลเชือกร้อยขึ้นห้อยท้าย เมื่อยามร้ายดูงามกว่าชามดิน ให้หน่อยค่ะ ส่งทางเมลล์น่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 352

9 ส.ค. 2549 13:52
  1. ดีใจจัง หาเจอแล้ว จากเด็กสุรินทร์

ความคิดเห็นที่ 350

8 ส.ค. 2549 19:04
  1. พ่ค่ะช่วยถอดคำประพันธ์ให้ที ศรีษะเตียนเลี่ยนโล่งหัวล้านเลื่อม เหนียงกระเพื่อมร้องแรงแสยงขน โอ้หัวนกนี่ก็ล้านประจานคน เมือยามยลพี่ยิ่งแสนระกำทรวง

ความคิดเห็นที่ 349

7 ส.ค. 2549 20:28
  1. มีรูปท่าเสือมั้ยอ่ะ ในนิราศพระบาทอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 348

6 ส.ค. 2549 19:18
  1. ช่วยแปลบบที่ว่า จนแจ่มแจ้งแสงสายไม่วายโศก ให้ได้มากกว่านี้หน่อยได้ไหมครับอาจารย์ว่ามันน้อยกันไปขอร้องละครับแปลให้ผมหน่อยนะครับ ผมขอขอบคุณพี่ไว้นะโอกาสนี้

ความคิดเห็นที่ 347

6 ส.ค. 2549 18:42
  1. ขอบคุณพี่มากจากใจจริงเลยนะครับพี่

ความคิดเห็นที่ 346

6 ส.ค. 2549 18:38
  1. ขอบคุณมากนะครับที่แปลบทกลอนให้ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 345

6 ส.ค. 2549 17:45
  1. ช่างแปลงโศกให้เราปลื้มพอลืมรัก จะรู้จักคุณจริงไม่แกล้งว่าพลพายนายไพร่บรรดามา หุงข้าวหาฟืนใส่ก่อไฟฮือพี่ตันอกตกยากจากสถาน เห็นอาหารหวนทอดใจใหญ่หือค่อยขืนเคี้ยวข้าวคำสักกำมือ พอกลืนครือคอแค้นดังขวากคม ถอดคำประพันธ์ ม่อนนี้ให้ทีนะคะ ......ขอบคุณคะ

ความคิดเห็นที่ 344

6 ส.ค. 2549 15:40
  1. เจ๋.มากค่ะครอบคุน ค่ะ เเต่จะดีอยากได้เเผนภูมิกลอนนิราศด้วยนิค่ะ จะเอาส่งจาน

ความคิดเห็นที่ 343

6 ส.ค. 2549 15:10
  1. อยากได้แผนผังการเดินทาง จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งค่ะ

ความคิดเห็นที่ 342

3 ส.ค. 2549 10:13
  1. ช่วยถอดคำประพันธ์ บทที่ ในหน้าที่ 13 หนังสือเรียน ม.4 ครับ ขึ้นต้นด้วย พื้นผนังหลังบัวที่ฐานบัทม์ เป็นครุฑอัดยืนเหยียบภุชงค์ขยำ

ความคิดเห็นที่ 341

1 ส.ค. 2549 20:44
  1. เราอยากได้ประวัติแต่ละสถานที่ ที่เค้าไปอ่าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 339

30 ก.ค. 2549 14:46
  1. ด่วนคับ นกยางเลียบเหยียบปลานขาหยิก เอาปากจิกบินฮือขึ้นเวหา กระทุงน้อยลอยทวนนาวามา โอ้ปักษาเอ๋ยจะลอยถึงไหนไป หน้าวังหรือจะสั่งด้วยนะนก ให้แนบอกของพี่รู้ว่าโหยไห้ มิทันสั่งสกุณินก็บินไป ลงจับใกล้นกตะกรุมริมวุ้มวน ศีรษะเตียนเลี่ยนโล่งหัวล้านเลื่อม เหนียงกระเพื่อมร้องแรงแสยงขน โอ้หัวนกนี่ก็ล้านประจานคน เมื่อยามยลพี่ยิ่งแสนระกำทรวงฯ ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางน้ำ เหมือนเกิดกรรมเกิดราชการหลวง จึงเกิดโศกขัดขวางขึ้นกลางทรวง จะตักตวงไว้ก็เติบกว่าเกาะดิน รำพึงพายตามสายกระแสเชี่ยว ยิ่งแสนเปลี่ยวเปล่าในฤทัยถวิล สักครู่หนึ่งก็มาถึงบางเกาะอิน กระแสสินธุ์สายชลเป็นวนวัง อันเท็จจริงสิ่งนี้ไม่รู้แน่ ได้ยินแต่ยุบลแต่หนหลัง ว่าที่เกาะบางอออินเป็นถิ่นวัง กษัตริย์ครั้งครองศรีอยุธยา พาสนมออกมาชมคณานก ก็เรื้อรกรั้งร้างเป็นทางป่า อันคำแจ้งกับเราแกล้งสังเกตตา ก็เห็นน่าที่จะแน่กระแสความ แต่เดี๋ยวนี้มีไม้ก็ตายโกร๋น ทั้งเกิดโจรจระเข้ให้คนขาม โอ้ฉะนี้แก้วพี่เจ้ามาตาม จะวอนถามย่านน้ำพี่ร่ำไปฯ ถึงเกาะพระที่ระยะสำเภาล่ม เภตราจมอยู่ในแควกระแสไหล ถึงเกาะเรียนโอ้เรียมยิ่งเกรียมใจ ที่เพื่อนไปเขาก็โจษกันกลางเรือ ว่าคุ้งหน้าท่าเสือข้ามกระแส พี่แลแลหาเสือไม่เห็นเสือ ถ้ามีจริงก็จะวิ่งลงจากเรือ อุทิศเนื้อให้เป็นภักษ์พยัคฆา ไม่เคยตายเขาบ่ายนาวาล่อง เข้าในคลองตะเคียนให้โหยหา ระยะย่านบ้านช่องในคลองมา ล้วนภาษาพวกแขกตะนีอึง ดูหน้าตาก็ไม่น่าจะชมชื่น พี่แข็งขืนอารมณ์ทำก้มขึง ที่เพื่อนเราร้องหยอกมันออกอึง จนเรือถึงปากช่องคลองตะเคียนฯ เห็นวัดวาอารามตามตลิ่ง ออกแจ้งจริงเหลือจะจำในคำเขียน พระเจดีย์ดูกลาดดาษเดียร การเปรียญโบสถ์กุฏิ์ชำรุดพัง แปลให้หน่อย bus_jay-chou@hotmail.com

ความคิดเห็นที่ 338

30 ก.ค. 2549 13:23
  1. bubus_jay-chou@hotmail.com นะคับ ลืม

ความคิดเห็นที่ 337

30 ก.ค. 2549 13:20
  1. ช่วยแปลหน่อยคับ

ความคิดเห็นที่ 336

30 ก.ค. 2549 13:17
  1. นกยางเลียบเหยียบปลานขาหยิก เอาปากจิกบินฮือขึ้นเวหา กระทุงน้อยลอยทวนนาวามา โอ้ปักษาเอ๋ยจะลอยถึงไหนไป หน้าวังหรือจะสั่งด้วยนะนก ให้แนบอกของพี่รู้ว่าโหยไห้ มิทันสั่งสกุณินก็บินไป ลงจับใกล้นกตะกรุมริมวุ้มวน ศีรษะเตียนเลี่ยนโล่งหัวล้านเลื่อม เหนียงกระเพื่อมร้องแรงแสยงขน โอ้หัวนกนี่ก็ล้านประจานคน เมื่อยามยลพี่ยิ่งแสนระกำทรวงฯ ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางน้ำ เหมือนเกิดกรรมเกิดราชการหลวง จึงเกิดโศกขัดขวางขึ้นกลางทรวง จะตักตวงไว้ก็เติบกว่าเกาะดิน รำพึงพายตามสายกระแสเชี่ยว ยิ่งแสนเปลี่ยวเปล่าในฤทัยถวิล สักครู่หนึ่งก็มาถึงบางเกาะอิน กระแสสินธุ์สายชลเป็นวนวัง อันเท็จจริงสิ่งนี้ไม่รู้แน่ ได้ยินแต่ยุบลแต่หนหลัง ว่าที่เกาะบางอออินเป็นถิ่นวัง กษัตริย์ครั้งครองศรีอยุธยา พาสนมออกมาชมคณานก ก็เรื้อรกรั้งร้างเป็นทางป่า อันคำแจ้งกับเราแกล้งสังเกตตา ก็เห็นน่าที่จะแน่กระแสความ แต่เดี๋ยวนี้มีไม้ก็ตายโกร๋น ทั้งเกิดโจรจระเข้ให้คนขาม โอ้ฉะนี้แก้วพี่เจ้ามาตาม จะวอนถามย่านน้ำพี่ร่ำไปฯ ถึงเกาะพระที่ระยะสำเภาล่ม เภตราจมอยู่ในแควกระแสไหล ถึงเกาะเรียนโอ้เรียมยิ่งเกรียมใจ ที่เพื่อนไปเขาก็โจษกันกลางเรือ ว่าคุ้งหน้าท่าเสือข้ามกระแส พี่แลแลหาเสือไม่เห็นเสือ ถ้ามีจริงก็จะวิ่งลงจากเรือ อุทิศเนื้อให้เป็นภักษ์พยัคฆา ไม่เคยตายเขาบ่ายนาวาล่อง เข้าในคลองตะเคียนให้โหยหา ระยะย่านบ้านช่องในคลองมา ล้วนภาษาพวกแขกตะนีอึง ดูหน้าตาก็ไม่น่าจะชมชื่น พี่แข็งขืนอารมณ์ทำก้มขึง ที่เพื่อนเราร้องหยอกมันออกอึง จนเรือถึงปากช่องคลองตะเคียนฯ เห็นวัดวาอารามตามตลิ่ง ออกแจ้งจริงเหลือจะจำในคำเขียน พระเจดีย์ดูกลาดดาษเดียร การเปรียญโบสถ์กุฏิ์ชำรุดพัง

ความคิดเห็นที่ 335

29 ก.ค. 2549 01:38
  1. ว้า...ไม่ได้เข้ามาซะนาน ตั้งกะรุ่นที่ผมแปลกับฟ้า จนส่งไปแล้วคิดว่ารุ่นหลังจะไม่ได้งานแบบนี้แล้วนะเนี่ยยังได้กันอีก ^^ น้องๆทั้งหลายตั้งใจเรียนนะ และตอนนี้ผมก็ไม่เจอ msn ฟ้า ออนเลย อีกอย่าง แปลหน้าแรกๆน่ะไม่ค่อยมีรายละเอียดเท่าไรพอมาหลังๆมีคนมาช่วยจัดให้มันมีรายละเอียดมากขึ้นดีๆ ช่วยกันอย่างงี้น่ะดีแล้ว ถ้ายังไงฟ้ามาเจอข้อความนี้ออน msn บ้างนะครับ จะได้คุยกันไม่ได้คุยกันนานแล้ว By ปลาวาฬทราย (ผม เอ็ม เองรุ่นเดียวกับ ฟ้า ที่แปลนิราศจ้า)

ความคิดเห็นที่ 334

28 ก.ค. 2549 20:59
  1. กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

ความคิดเห็นที่ 333

28 ก.ค. 2549 18:32
  1. ขอบคุณมากนะคะสำหรับการถอดคำประพันธ์

ความคิดเห็นที่ 332

27 ก.ค. 2549 18:41
  1. ช่วยถอดคำประพันธ์เรื่อง นิราศพระบาททีนะคะ จะขอบคุณมาก ต้องการจริงๆค่ะ ด่วนมากทำรายงานส่งอาจารย์

ความคิดเห็นที่ 331

27 ก.ค. 2549 13:08
  1. ** อ่าน * * ประวัติ เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๓๒๙ บิดามารดาแยกทางกัน สุนทรภู่อยู่กับมารดาซึ่งเป็นนางนมของพระธิดาในกรมพระราชวังหลัง กรมพระอนุรักษเทเวศร์ สุนทรภู่ได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กของพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ พระโอรสในกรมพระราชวังหลัง พระองค์เจ้าปฐมวงศ์ประสูติเมื่อ พ.ศ.๒๓๒๕ เป็นพระองค์เจ้าพระองค์แรกที่ประสูติเมื่อประดิษฐานพระบรมราชวงค์จักรี จึงได้พระนามว่าพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ ได้ผนวชอยู่ ณ วัดระฆังโฆสิตารามจนสิ้นพระชนม์ พระองค์เจ้าปฐมวงศ์เสด็จไปนมัสการพระพุทธบาทเมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๐ ในรัชกาลที่ ๑ สุนทรภู่ได้โดยแสดงไปด้วยในฐานะมหาดเล็ก มีหน้าที่เป็นพลพายในการเดินทางทางน้ำ เป็นคนคุมเครื่องสัมภาระในกระบวนช้างเมื่อเดินทางทางบก ในการเดินทางครั้งนี้สุนทรภู่ได้แต่ง นิราศพระบาท ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๒ สุนทรภู่ได้เข้ารับราชการในกรมอาลักษณ์ ได้เป็นขุนสุนทรโวหาร ในรัชกาลที่ ๓ สุนทรภู่ออกจากราชกาลและบวชอยู่ระยะหนึ่งในระหว่างนั้นได้เดินทางไปตามที่ต่างๆ และแต่งนิราศไว้หลายเรื่อง ต่อมารัชกาลที่ ๔ สุนทรภู่ได้เป็นเจ้ากรมอาลักษณ์ในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว มีบรรดาศักดิ์เป็นพระสุนทรโวหาร ผลงาน วรรณกรรมมีหลายประเภท ดังนี้ นิราศ นิราศเรื่องแรกคือนิราศเมืองแกลง นิราศเรื่องเอกคือ นิราศภูเขาทอง และมีนิราศที่แต่งเป็นโครงคือ นิราศเมืองสุพรรณ นิทานคำกลอน ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ พระอภัยมณี สุภาษิตคำกลอน มีสุภาษิตสอนหญิง สวัสดิรักษา เพลงยาวถวายโอวาท กลอนเสภา มีกลอนเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนตอนกำเนิดพลายงามและเสภาพระราชพงศาวดาร กลอนบทละคร เรื่องอภัยนุราช บทเห่กล่อม เช่น เห่เรื่องจับระบำ เห่เรื่องกากี รูปแบบคำประพันธ์ เป็นกลอนนิราศ ขึ้นต้นด้วยวรรครับ คือวรรคที่ ๒ ของกลอน จบเรื่องด้วยคำว่า “เอย” เนื้อเรื่องย่อ สุนทรภู่โดยเสด็จพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ไปนมัสการพระพุทธบาท สระบุรี เมื่อวันขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๓ ปีเถาะ พ.ศ. ๒๓๕๐ สุนทรภู่คร่ำครวญถึงนางจันทร์ว่าต้องจากนางมาทั้งที่นางยังโกรธตนอยู่ สุนทรภู่ออกเดินทางจากวัดระฆังโฆสิตารามโดยทางเรือ ผ่านบางจาก สามเสน บางพลัด บางชื่อ บางซ่อน ตลาดแก้ว ตลาดขวัญ หยุดรับประทานอาหารที่ปากเกร็ด แล้วเดินทางต่อไป ผ่านบางพูด บางพัง บางหลวง สามโคก พักรับประทานอาหารที่วังตำหนัก แล้วเดินทางต่อถึงเกาะใหญ่ราชคราม บางไทร สีกุก เกาะเกิด บางปะอิน เกาะพระ เกาะเรียน ท่าเสือ คลองตะเคียน วัดธรรมาใหม่ ซึ่งกรมพระราชวังหลังทรงศรัทธาให้บูรณปฏิสังขรณ์ มาตามคลองสระประทุม ถึงกรุงศรีอยุธยาซึ่งรกร้าง ตอนเย็นถึงวัดนางปลื้ม หุงหาอาหารรับประทาน และพักค้างคืนที่นี่ ตอนเช้าเดินทางเวลาโมงเช้า เข้าคลองหัวรอ ถึงบ่อโพง ปากจั่น บางระกำ แม่ลา บ้านขวาง ขึ้นบกที่อำเภอท่าเรือ จังหวัดอยุธยา ได้อาบน้ำกัน ตอนค่ำจัดเตรียมช้างสำหรับเดินทางตอนไป และพักผ่อนค้างคืนกัน ตอนเช้ารับประทานอาหารเช้าแล้ว ออกเดินทางด้วยช้าง สุนทรภู่จึงขึ้นช้างตกมันนำทางถึงบางโขมด ตำบลบ่อโศก หนองคนที เขาตก สระยอ ประมาณบ่ายโมงถึงวัดพระพุทธบาท เจ้าอาวาสรับเสด็จในประทับอยู่ในกุฏิ คืนนั้นขึ้น ๑๕ ค่ำ มีเทศน์ปุจฉาวิสัชนา จุดดอกไม้ไฟ สุนทรภู่ต้องนอนริมเนินผา ตอนเช้าไปนมัสการพระพุทธบาท อธิษฐานขอพรแล้ว สุนทรภู่ได้ขึ้นเขาโพธิ์ลังกา ได้พบเจ้าเณรน้อย หรือพระองค์เจ้าวาสุกรี หลังจากนั้นได้ไปเที่ยวเขาขาด ที่เชิงเขามีถ้ำประทุน ถ้ำกินนร บ่อพรานล้างเนื้อ ถ้ำชาลวัน แล้วกลับไปนอนที่พระพุทธบาท วันรุ่งขึ้นไปเที่ยวตลาด และธารเกษม คืนแรมค่ำหนึ่ง เจ้าพระยาพระคลัง (กุน) หาละครนายบุญยังซึ่งเป็นละครมีชื่อเสียงไปเล่นฉลองศาลาที่ท่านสร้าง ณ บริเวณพระพุทธบาท ละครเล่นเรื่อง สุพรรณหงส์ตอนต้องหอกยนต์ ละครเลิกแล้วมีมวยปล้ำ สุนทรภู่อยู่พระพุทธบาทได้ ๔ วัน เดินทางกลับแรม ๓ ค่ำ ไม่มีวันหยุดค้างคืนเดินทางวันครึ่งก็ถึงวัดระฆังโฆสิตาราม ผลการศึกษา ๑. การศึกษาบทกลอนในเรื่องนิราศพระบาท จำแนกสถานที่ในการเดินทางของสุนทรภู่จากวัดระฆังโฆสิตาราม จ.กรุงเทพฯ ถึงวัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี รวม ๔๖ แห่ง ดังนี้ คลองขวาง, บางจาก, สามเสน, บางพลัด, บางซื่อ, บางซ่อน, วัดโบสถ์(ตลาดแก้ว), ตลาดขวัญ, ปากเกร็ด, บางพูด, บางพัง, วัดเทียนถวาย, บางหลวง, สามโคก, วังตำหนัก, ทุ่งขวาง, เกาะใหญ่ราชคราม, บางไทร, สีกุก, เกาะเกิด, บางเกาะอิน (บางปะอิน), เกาะพระ, เกาะเรียน, คลองตะเคียน (ท่าเรือ), วัดธารมาใหม่, คลองสระประทุม, วัดแม่นางปลื้ม, คลองหัวรอ, บ่อโพง, บางระกำ, บ้านคุ้ง (พระนครหลวง), แม่ลา, อรัญญิก, บ้านขวาง (ท่าเรือ), บางโขมด, ตำบลบ่อโศก, หนองคนที, สระยอ, วัดพระพุทธบาท, เขาโพธิ์ลังกา, เขาขาด, ถ้ำประทุนคีรี, ถ้ำกินนร, บ่อพรานล้างเนื้อ, ถ้ำชาละวัน ปรากฏสถานที่ ๔๔ แห่งที่สืบค้นข้อมูลได้ทราบ ประวัติ ที่ตั้ง สภาพปัจจุบันแต่สถานที่สองแห่งไม่สามารถหาข้อมูลได้แน่ชัดดังนี้ - ถ้ำกินนร ถ้ำชาละวัน ที่พระพุทธบาทไม่ปรากฏข้อมูล - ตลาดแก้ว ไม่ปรากฏหลักฐานข้อมูลที่ชัดเจน แต่มีการสันนิษฐานจากชาวบ้านหลายท่าน และจากการสัมภาษณ์อิหม่ามสนั่น มิสกิจมัสยิดรี่ ยาดิ๊สสุนัน (ตลาดแก้ว) กล่าวว่า “ตลาดแก้วตั้งอยู่ริมฝั่งด้านซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนพิบูลสงคราม ซอยบุรีรังสฤษดิ์ (วัดปากน้ำ) หมู่ ๙ ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี” - บ่อโศก ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นสร่างโศก เพราะชาวบ้านเชื่อว่าชื่อไม่เป็นมงคล ๒. สุนทรภู่กล่าวถึงวัดในขณะเดินทางทั้งหมด 6 แห่งดังนี้ ๒.๑ วัดโบสถ์ ตลาดแก้ว ไม่ปรากฏหลักฐานแต่ชาวบ้านให้ข้อคิดเห็น ทรรศนะดังนี้ “เป็นวัดเก่าใกล้วัดค้างคาว ปัจจุบันสูญหายไปแล้ว” “คำว่าวัดโบสถ์ หมายถึงบริเวณที่กล่าวมีวัดจำนวนมากสุนทรภู่น่าจะพูดโดยรวมว่าเห็นวัดและโบสถ์มากมาย” ๒.๒ วัดเทียนถวาย เป็นวัดเก่าแก่ อายุ ๖๖๑ ปี อยู่ที่ อำเภอบ้านใหม่ จ.ปทุมธานี มีโบสถ์เก่าแก่ที่สร้างโดย พระเจ้าอู่ทอง ปรากฏหลักฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อวัดป่าเลไลก์ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าพระเจ้าอู่ทองเป็นผู้สร้าง ๒.๓ วัดธารมา ปัจจุบันชื่อวัดธรรมาราม สร้างมาไม่น้อยกว่า ๔๑๔ ปี พม่าเคยมาตั้งค่ายที่วัดนี้ และปรากฏบุคลสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องกับวัดธารมาคือพระอุบาลีมหาเถระ และพระอริยะมุนี้มหาเถระได้เผยแพร่พระพุทธศาสนาที่ศรีลังกา - วัดธารมาตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา ๒.๔ วัดแม่นางปลื้ม อยู่ที่ตลาดหัวรอ ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๒.๕ วัดพระพุทธบาท อยู่ที่ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี มีอายุ ๓๗๙ ปี มีรอยพระพุทธบาท ประดิษฐานที่วัดนี้ ๒.๖ วัดระฆังโฆสิดาราม ถึงแม้สุนทรภู่ไม่ได้กล่าวถึงในบทกลอนแต่ในประวัติสุนทรภู่มีความผูกพันธ์กับวัดนี้ เนื่องด้วยเป็นวัดที่พระองค์เจ้าปฐมวงศ์ทรงผนวชและจำพรรษา การเดินทางของสุนทรภู่จึงเริ่มจากวัดระฆังโฆสิตาราม เป็นแห่งแรก ๓. สุนทรภู่บันทึกรายละเอียดที่ปรากฏในวัดพระพุทธบาท ได้ชัดเจนละเอียดและถูกต้องซึ่งปัจจุบันมีปรากฏอยู่จริงดังนี้ - ร่มโพธิ์ / พิกุล - ยักษ์ ๒ ตน เฝ้าประตูทางเข้า - บันไดนาค - รูปดาบส - สิงโตต้น ๒ ตัว - ฐานมณฑป - เสามณฑปล้อมด้วยกระจก - รูปบัวหงายปลายเสามณฑป - ใบโพธิ์ (ห้อยรอบมณฑป) - หน้าบ้านเหนือประตูพระมณฑป - บานประตูมุข - มณฑปน้อย - เขาโพธิ์ลังกา - ถ้ำประทุนคีรี - บ่อพรานล้างเนื้อ ศัพท์ที่สำคัญ กระสัน จิตจดจ่อถึง กราน ค้ำ, ทิ่ม, ครูด กะโปเล กาบปูเล ส่วนของใบหมากที่ห่อหุ่มลำต้น อาจนำมา เย็บเป็นภาชนะใส่ของได้ กำดัด อ่อน แกน ขัดสน ขุก เกิดขึ้นทันทีทันใด, ฉุก ก็ว่า ไฉน ชื่อปี่ชนิดหนึ่ง คล้ายปี่ชวาแต่ขนาดเล็กกว่า ชัฏ ป่ารก ชีต้น พระสงฆ์ ตาโถง หรือ ตาโก้ง ผ้าทอเป็นตาโต ๆ บัณรสี วันพระ ๑๕ ค่ำ ประนัง ประชุม, รวมกันอยู่ พะอง ลำไม้ไผ่ทำเป็นขั้นสำหรับปีนที่สูง มุลิกา คนรับใช้, มหาดเล็ก ยุคุนธร ชื่อภูเขาทิวหนึ่งในหมู่เขาทั้ง ๗ ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ ระงิด มืดค่ำ, รู้สึกไม่สบายใจ รากษส ยักษ์พวกหนึ่ง ดุร้าย สำมดึงษ์ มาก ล้น สุหรัด ผ้าจากเมืองสุหรัดประเทศอินเดีย เสน สีแดง นิราศพระบาท ผู้ประพันธ์ สุนทรภู่ พระองค์เจ้าปฐมวงศ์ พระโอรสในกรมพระราชวังหลัง ซึ่งทรงผนวชอยู่ ณ วัดระฆังโฆสิตาราม ได้เสด็จฯ ไปทรงเวียนเทียนวันมาฆบูชาที่พระบาท เมื่อเดือน ๓ ปีพ.ศ.๒๓๕๐ สุนทรภู่ซึ่งเป็นมหาดเล็กในพระองค์ก็ต้องตามเสด็จไปในครั้งนี้ ทั้งๆ ที่ยังมีเรื่องมีราวกับแม่จัน ไม่ทันได้คืนดี รอยพระพุทธบาท ณ เชิงเขาสุวรรณบรรพต แขวงเมืองสระบุรี คือปูชีนียสถานอันสำคัญยิ่ง นับแต่พรานบุญได้ค้นพบรอยพระพุทธบาทแห่งนี้เมื่อปี พ.ศ.๒๑๖๗ ในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรมแห่งกรุงศรีอยุธยาแล้ว พระมหากษัตริย์และเจ้านายพระองค์ต่างๆ ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาชั้นหลัง ลงมาถึงรัตนโกสินทร์ ได้เสด็จไปทรงนมัสการพระพุทธบาทแห่งนี้มาโดยตลอด ครั้งปู่ย่าตาทวดถือกันว่า ใครได้ไปไหว้พระบาทครบ ๗ ครั้ง ตายแล้วจะได้ขึ้นสวรรค์ ที่ถือกันอย่างนี้เพราะสมัยก่อนการเดินทางลำบากยากเย็นเต็มที การเดินทางครั้งนี้แม้จะลำบากเพียงใดก็ดี แต่ก็สนุกสนานยิ่งนัก คราวนี้สุนทรภู่ไปกับขบวนหลวง มีทั้งมหาดเล็กและนางใน ทั้งสาวทั้งแก่ไปกันมาก ต้องเดินทางทั้งทางน้ำและทางบก กว่าจะไปถึงรอยพระพุทธบาทได้ใช้เวลาไปถึง ๓ วัน ถ้าเป็นยุคปัจจุบัน เราขับรถเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ไปถึงกันเสียแล้ว... เรามาเดินทางสู่พระพุทธบาทสระบุรี ไปพร้อมกับท่านสุนทรภู่ในบัดนี้เถิด ๏โอ้อาลัยใจหายไม่วายห่วง ดังศรสักปักซ้ำระกำทรวง เสียดายดวงจันทราพะงางาม เจ้าคุมแค้นแสนโกรธพิโรธพี่ แต่เดือนยี่จนย่างเข้าเดือนสาม จะหน่อพระสุริย์วงศ์ทรงพระนาม จากอารามแรมร้างทางกันดาร ด้วยเรียมรองมุลิกาเป็นข้าบาท จำนิราศร้างนุชสุดสงสาร ตามเสด็จโดยแดนแสนกันดาร นมัสการรอยบาทพระศาสดา ถอดคำประพันธ์ จากบทร้อยกรองนี้ทำให้ได้รับความรู้ว่า สุนทรภู่ต้องจากนางจันผู้เป็นที่รักเพื่อที่จะต้องไปนมัสการรอยพระพุทธบาท โดยที่นางนั้นยังโกรธสุนทรภู่อยู่สุนทรภู่ โดยตามเสด็จพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ เมื่อปีพุทธศักราช 2351 ตรงกับเวลา 12 ค่ำ เดือนยี่ เวลาเช้าตรู่ ออกเดินทางจากวัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ทรงผนวชอยู่ที่วารามแห่งนี้ และสุนทรภู่เป็นมหาดเล็กในขณะนั้น จนถึงเดือนสาม ๏ วันจะจรจากน้องสิบสองค่ำ พอจวนย่ำรุ่งเร่งออกจากท่า รำลึกถึงดวงจันทร์ครรไลลา พี่ตั้งตาแลแต่ตามแพราย ที่ประเทศเขตเคยได้เห็นเจ้า ก็แลเปล่าเปลี่ยวไปน่าใจหาย แสนสลดให้ระทดระทวยกาย ไม่เหือดหายห่วงหวงเป็นห่วงครัน ถอดคำประพันธ์ จากแม่จันทร์เมื่อวันสิบสองค่ำ ตอนรุ่งเช้ารู้สึกใจหาย เศร้าใจ ทั้งหวงทั้งห่วง ๏ ถึงคลองขวางบางจากยิ่งตรมจิต ใครช่างคิดชื่อบางไว้กางกั้น ว่าชื่อจากแล้วไม่รักรู้จักกัน พิเคราะห์ครันหรือมาพ้องกับคลองบาง ทั้งจากที่จากคลองเป็นสองข้อ ยังจากกอนั้นก็ขึ้นในคลองขวาง โอ้ว่าจากช่างมารวบประจวบทาง ทั้งจากบางจากไปใจระบม แสนวิบากหลากใจอาลัยเหลียว เห็นเวียงวังก็ยิ่งเสียวถึงเคยสม ประสานสองหัตถ์ประนังตั้งประนม น้อมบังคมเทวารักษาวัง ขอฝากน้องสองชนกช่วยปกเกศ อย่ามีเหตุอันตรายเมื่อภายหลัง ใครปองชิงขอให้ตายด้วยรายชัง เทพทั้งชั้นฟ้าได้ปรานี ถอดคำประพันธ์ ถึงคลองขวาง บางจาก คิดถึงอุปสรรคที่มาขัดขวาง และการจากคนรักมา ขออธิษฐานให้เทพที่รักษาวังช่วยปกป้องคนรักและพ่อ ใครคิดร้ายขอให้ตาย ๏ ถึงสามเสนแจ้งความตามสำเหนียก เมื่อแรกเรียกสามแสนทั้งกรุงศรี ประชุมฉุดพุทธรูปในวารี ไม่เคลื่อนที่ชลธารบาดาลดิน จึงสาปนามสามแสนเป็นชื่อคุ้ง เออชาวกรุงกลับเรียกสามเสนสิ้น นี่หรือรักจะมิน่าเป็นราคิน แต่ชื่อดินเจียวยังกลายเป็นหลายคำ ขอใจนุชที่ฉันสุจริตรัก ให้แน่นหนักเหมือนพุทธรูปเลขาขำ ถึงแสนคนจะมาวอนชะอ้อนนำ สักแสนคำอย่าให้เคลื่อนจงเหมือนใจ ถอดคำประพันธ์ ถึงสามเสน เมื่อก่อนเรียกสามแสน เพราะมีการฉุดพระพุทธรูปขึ้นจากน้ำ ใช้คนมากมาย พระพุทธรูปก็ไม่เคลื่อนที่ จึงเรียกที่นี้ว่า สามแสน แต่ชาวกรุงเรียกเป็น สามเสน นับประสาอะไรกับความรัก ก็คงต้องมัวหมอง เช่นเดียวกับชื่อของสามแสนที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป ขอให้ใจของแม่จันทร์แน่นหนักเหมือนพระพุทธรูป แม้ชายแสนคน มาอ้อนด้วยคำหวานแสนคำ ก็อย่าได้หวั่น ๏ ถึงบางพลัดยิ่งอนัตอนาถจิต นิ่งพินิจนึกน่าน้ำตาไหล พี่พลัดนางร้างรักมาแรมไกล ประเดี๋ยวใจพบบางริมทางจร ถึงบางซื่อชื่อบางนี้สุจริต เหมือนซื่อจิตที่พี่ตรงจำนงสมร มิตรจิตขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง ถึงบางซ่อนเหมือนเขาซ่อนสมรพี่ ซ่อนไว้นี่ดอกกระมังเห็นกว้างขวาง เจ้าเยี่ยมหน้าออกมาหกพี่หน่อยนาง จะลาร้างแรมไกลเจ้าไปแล้วฯ ถอดคำประพันธ์ ถึงบางพลัด รู้สึกอนาถใจที่ต้องพลัดพลาดจากคนรักมา ถึงบางซื่อ ชื่อบางเหมือนกับความสัตย์ของพี่ ขอให้น้องซื่อตรงกับพี่เหมือนชื่อบาง ถึงบางซ่อน เหมือนมีคนมาซ่อนน้อง หรือจะซ่อนน้องไว้ที่นี่ ได้โปรดเยี่ยมหน้าออกมาให้พี่เห็นสักหน่อย ๏ ถึงน้ำวนชลสายที่ท้ายย่าน เขาเรียกบ้านวัดโบสถ์ตลาดแก้ว จะเหลียวกลับลับวังมาลิบแล้ว พี่ลับแก้วลับบ้านมาย่านบาง พฤกษาสวนล้วนได้ฤดูดอก ตระหง่านงอกริมกระแสแลสล้าง กล้วยระกำอัมพาพฤกษาปราง ต้องน้ำค้างช่อชุ่มเป็นพุ่มพวง เห็นจันทน์สุกลูกเหลืองตลบกลิ่น แมงภู่บินร่อนร้องประคองหวง พฤกษาพ้องต้องนามกานดาดวง พี่ยลพวงผลจันทน์ให้หวั่นใจ แมงภู่เชยเหมือนพี่เคยประคองชิด นิ่งพินิจนึกน่าน้ำตาไหล เห็นรักร่วงผลิผลัดสลัดใบ เหมือนรักใจขวัญเมืองที่เคืองเรา พี่เวียนเตือนเหมือนอย่างน้ำค้างย้อย ให้แช่มช้อยชื่อช่อเช่นกอเก่า โอ้รักต้นหรือมาต้องกับสองเรา จึงใจเจ้าโกรธไปไม่ได้นาน ถอดคำประพันธ์ ถึงบ้านวัดโบสถ์ตลาดแก้ว มีน้ำวน มีต้นไม้มากมาย เห็นแมลงภู่ตอมลูกจันทร์ เหมือนพี่ที่เคล้าเคลียน้อง ๏ ถึงแขวงแควแพตลอดตลาดขวัญ เป็นเมืองจันตประเทศรโหฐาน ตลิ่งเบื้องบูรพาศาลาลาน เรือขนานจอดโจษกันจอแจ พินิจนางแม่ค้าก็น่าชม ท้าคารมเร็วเร่งอยู่เซ็งแซ่ ใส่เสื้อตึงรึงรัดดูอัดแอ พี่แลแลเครื่องเล่นเป็นเสียดาย ชมคณาฝูงนางมากลางชล สุริยนเยี่ยมฟ้าเวลาสาย ถึงปากเกร็ดเสร็จพักผ่อนฝีพาย หยุดสบายบริโภคอาหารพลัน แรงกำเริบเอิบอิ่มขยายออก เขาก็บอกโยนยาวฉาวสนั่น ถึงหาดขวางบางพูดเขาพูดกัน พี่คิดฝันใจฉงนอยู่คนเดียว เป็นพูดชื่อหรือผีภูตปีศาจหลอก ใคร่ช่วยบอกภูตผีมานี่ประเดี๋ยว จะสั่งฝากขนิษฐาสุดาเดียว ใครเกินเกี้ยวแล้วอย่าไว้กำไรเลย ถอดคำประพันธ์ ถึงตลาดขวัญ เป็นเมืองรอบนอก มีเรือแพมากมาย แม่ค้าหน้าตาดี ส่งเสียงเซ้งแซ่ ถึงปากเกร็ด แวะกินข้าว พอให้ท้องอิ่ม ถึงบางพูด คนอื่นพูดคุยกัน แต่ตัวพี่นั่งนิ่งนึกถึงคนรัก ใครช่วยบอกให้ภูตผีมาหา จะได้ฝากดูแลนางจันน้องรัก อย่าให้ใครมายุ่งเกี่ยว ๏ ถึงบางพังน้ำพังลงตลิ่ง โอ้ช่างจริงเหมือนเขาว่านิจจาเอ๋ย พี่จรจากดวงใจมาไกลเชย โอ้อกเอ๋ยแทบพังเหมือนฝั่งชล ถึงวังวัดเทียนถวายบ้านใหม่ข้าม ก็รีบตามเรือที่นั่งมากลางหน ทุ่งละลิ่วทิวเมฆเป็นหมอกมน สะพรั่งต้นตาลโตนดอนาถครัน เจ้าของตาลรักหวานขึ้นปีนต้น ระวังตนตีนมือระมัดมั่น เหมือนคบคนคำหวานรำคาญครัน ถ้าพลั้งพลันเจ็บอกเหมือนตกตาล เห็นเทพีมีหนามลงราน้ำ เปรียบเหมือนคำคนพูดไม่อ่อนหวาน เห็นกิ่งกีดมีดพร้าเข้าราราน ถึงหนามกรานก็ไม่เหน็บเหมือนเจ็บทรวง ถอดคำประพันธ์ ถึงบางพัง ตลิ่งน้ำพัก เหมือนพี่ที่ต้องจากน้องมา อกแทบพังเหมือนฝั่งน้ำ ถึงวัดเทียนถวาย บ้านใหม่ มีต้นตาลมาก เจ้าของตาลอยากได้ลูกตาล จึงปีนต้นตาล เหมือนคนที่ตบกับคนปากหวาน อาจเจ็บใจเหมือนคนตกต้นตาล เห็นเถาต้นเทพี มีหนาม นึกถึงตอนถูกหนามตำก็ไม่เจ็บเหมือนถูกเหน็บแนมเชือดเชือนด้วยคำพูด ๏ ถึงบางหลวงทรวงร้อนดังศรปัก พี่ร้างรักมาด้วยราชการหลวง เมื่อคิดไปใจหายเสียดายดวง จนเรือล่วงมาถึงย่านบ้านกระแซง พี่เร่งเตือนเพื่อนชายพายกระโชก ถึงสามโคกต้องแดดยิ่งแผดแสง ให้รุ่มร้อนอ่อนจิตระอิดแรง เห็นมอญแต่งตัวเดินมาตามทาง ตาโถงถุงนุ่งอ้อมลงกรอมส้น เป็นแยบยลเมื่อยกขยับอย่าง เห็นขาขาววาวแวบอยู่หว่างกลาง ใครยลนางก็เป็นน่าจะปรานี ดูเหย้าเรือนหาเหมือนอย่างไทยไม่ หลังคาใหญ่พื้นเล็กเป็นโรงผี ระยะบ้านย่านนั้นก็ยาวรี จำเพาะมีฝั่งซ้ายเมื่อพายไป ถอดคำประพันธ์ ถึงบางหลวง ใจเร่าร้อนดั่งศรปัก ถึงบ้านกระแซง เร่งฝีพายมาจนถึงสามโคก แดดร้อนเห็นชาวมอญนุ่งโสร่งเดินเห็นขาขาวๆ ใครมองเห็นก็คงนึกชอบ บ้านเรือนไม่เหมือนบ้านคนไทย หลังคาใหญ่ พื้นเล็กเหมือนโลงศพ ทรงบ้านยาวรี ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ฝั่งซ้าย ๏ ถึงวังตำหนักพักพลพอเสวย แล้วก็เลยตามแควกระแสไหล ทั้งน้ำลงน่าสลดระทดใจ โอ้น้ำไหลเจียวยังมีเวลาลง แต่โศกพี่หรือไม่มีเวลาว่าง ระยะทางก็ยังไกลถึงไพรระหง ขึ้นจากน้ำแล้วจะซ้ำเข้าเดินดง เมื่อไรลงนั่นแลกายจะวายตรอม เห็นลมอื้อจะใคร่สื่อสาราสั่ง ถึงร้อยชั่งคู่เชยเคยถนอม ให้นิ่มน้องครองศักดิ์อย่าปลักปลอม เรียมนี้ตรอมใจถึงคะนึงนาง ถอดคำประพันธ์ ถึงวังตำหนัก พักพล เจ้านายเสวยเสร็จ ก็ไปต่อ น้ำไหลยังมีเวลาลง แต่ใจพี่โศกไม่มีเวลาว่าง ต้องเดินทางอีกไกล ขึ้นจากน้ำก็ต้องเดินป่า เห็นลมพัดอยากจะฝากสารถึงน้องรักให้รักษาเนื้อรักษาตัวรอคอยพี่ พี่ตรอมใจคิดถึงน้อง ๏ ถึงทุ่งขวางกลางยานบ้านกระบือ ที่ลมอื้อนั่นค่อยเหือดด้วยคุ้งขวาง ถึงย่านหนึ่งน้ำเซาะเป็นเกาะกลาง ต้องแยกทางสองแควกระแสชล ปางบุรำคำบุราณขนานนาม ราชครามเกาะใหญ่เป็นไพรสณฑ์ ในแถวทางกลางย่านกันดารคน นาวาดลเดินเบื้องบูรพา โอ้กระแสแควเดียวทีเดียวหนอ มาเกิดก่อเกาะถนัดสกัดหน้า ต้องแยกคลองออกเป็นสองทางคงคา นี่หรือคนจะมิน่าเป็นสองใจ ครั้นพอสิ้นถิ่นเกาะค่อยเลาะเลียบ นาวาเพียบน้ำลงกำลังไหล โอ้อนาถเหนื่อยน่าระอาใจ ถึงบางไทรด่านดักนาวาเดิน เขาบอกชื่อสีกุกตรงด่านข้าม เป็นสามง่ามน้ำนองในคลองเขิน ปักษาโบกปีกบินลงดินเดิน มัจฉาเพลินผุดพล่านในคงคา นกยางเลียบเหยียบปลานขาหยิก เอาปากจิกบินฮือขึ้นเวหา กระทุงน้อยลอยทวนนาวามา โอ้ปักษาเอ๋ยจะลอยถึงไหนไป หน้าวังหรือจะสั่งด้วยนะนก ให้แนบอกของพี่รู้ว่าโหยไห้ มิทันสั่งสกุณินก็บินไป ลงจับใกล้นกตะกรุมริมวุ้มวน ศีรษะเตียนเลี่ยนโล่งหัวล้านเลื่อม เหนียงกระเพื่อมร้องแรงแสยงขน โอ้หัวนกนี่ก็ล้านประจานคน เมื่อยามยลพี่ยิ่งแสนระกำทรวง ถอดคำประพันธ์ ถึงทุ่งขวาง บ้านกระบือ เกาะราชคราม กระแสน้ำยังแยกเป็นสองทาง ใจคนก็แยกเป็นสองใจได้เช่นกัน ถึงบางไทร มีสายน้ำแยกเป็นสามง่าม เรียกว่า สีกุก มีนกบิน ปลาผุดว่ายมากมาย ๏ ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางน้ำ เหมือนเกิดกรรมเกิดราชการหลวง จึงเกิดโศกขัดขวางขึ้นกลางทรวง จะตักตวงไว้ก็เติบกว่าเกาะดิน รำพึงพายตามสายกระแสเชี่ยว ยิ่งแสนเปลี่ยวเปล่าในฤทัยถวิล สักครู่หนึ่งก็มาถึงบางเกาะอิน กระแสสินธุ์สายชลเป็นวนวัง อันเท็จจริงสิ่งนี้ไม่รู้แน่ ได้ยินแต่ยุบลแต่หนหลัง ว่าที่เกาะบางอออินเป็นถิ่นวัง กษัตริย์ครั้งครองศรีอยุธยา พาสนมออกมาชมคณานก ก็เรื้อรกรั้งร้างเป็นทางป่า อันคำแจ้งกับเราแกล้งสังเกตตา ก็เห็นน่าที่จะแน่กระแสความ แต่เดี๋ยวนี้มีไม้ก็ตายโกร๋น ทั้งเกิดโจรจระเข้ให้คนขาม โอ้ฉะนี้แก้วพี่เจ้ามาตาม จะวอนถามย่านน้ำพี่ร่ำไป ถอดคำประพันธ์ ถึงเกาะเกิด เหมือนเกิดกรรมที่ต้องมาราชการ จึงเกิดความโศกมากมายกว่าเกาะดิน ถึงเกาะบางอออิน มีน้ำวน เล่ากันว่าเป็นวังเก่าสมัยอยุธยา กษัตริย์พาสนมออกมาชมนก แต่ปัจจุบันต้นไม้ตายโกร๋น มีทั้งโจร จระเข้ คนจึงกลัวกันมาก ๏ ถึงเกาะพระที่ระยะสำเภาล่ม เภตราจมอยู่ในแควกระแสไหล ถึงเกาะเรียนโอ้เรียมยิ่งเกรียมใจ ที่เพื่อนไปเขาก็โจษกันกลางเรือ ว่าคุ้งหน้าท่าเสือข้ามกระแส พี่แลแลหาเสือไม่เห็นเสือ ถ้ามีจริงก็จะวิ่งลงจากเรือ อุทิศเนื้อให้เป็นภักษ์พยัคฆา ไม่เคยตายเขาบ่ายนาวาล่อง เข้าในคลองตะเคียนให้โหยหา ระยะย่านบ้านช่องในคลองมา ล้วนภาษาพวกแขกตะนีอึง ดูหน้าตาก็ไม่น่าจะชมชื่น พี่แข็งขืนอารมณ์ทำก้มขึง ที่เพื่อนเราร้องหยอกมันออกอึง จนเรือถึงปากช่องคลองตะเคียน ถอดคำประพันธ์ ถึงเกาะพระ มีสำเภาล่มจมอยู่ ถึงเกาะเรียน เรียมรู้สึกร้อนใจ ถึงท่าเสือ แต่พี่มองไม่เห็นเสือ ถ้ามีจริงจะวิ่งออกจากเรืออุทิศเนื้อให้เป็นอาหารของเสือ เข้าคลองตะเคียน เป็นถิ่นของพวกแขกตะนี หน้าตาไม่น่ามอง ถึงปากช่องคลองตะเคียน เห็นวัดวาอารามมากมาย เจดีย์ ศาลาการเปรียญ โบสถ์ กุฏิชำรุดพัง ๏ เห็นวัดวาอารามตามตลิ่ง ออกแจ้งจริงเหลือจะจำในคำเขียน พระเจดีย์ดูกลาดดาษเดียร การเปรียญโบสถ์กุฏิ์ชำรุดพัง ถึงวัดธารมาใหม่ใจระย่อ ของพระหน่อสุริย์วงศ์พระวังหลัง อุตส่าห์ทรงศรัทธามาประทัง อารามรั้งหรือมางามอร่ามทอง สังเวชวัดธารมาที่อาศัย ถึงสร้างใหม่ชื่อยังธาระมาหมอง เหมือนทุกข์พี่ถึงจะมีจินดาครอง มงกุฎทองสร้อยสะอิ้งมาใส่กาย อันตัวงามยามนี้ก็ตรอมอก แสนวิตกมาตามแควกระแสสาย ถึงคลองสระปทุมานาวาราย น่าใจหายเห็นศรีอยุธยา ทั้งวังหลวงวังหลังก็รั้งรก เห็นนกหกซ้อแซ้บนพฤกษา ดูปราสาทราชวังเป็นรังกา ดังป่าช้าพงชัฏสงัดคน ถอดคำประพันธ์ ถึงวัดธารมาใหม่ ชื่อวัดเหมือนความทรมานความทุกข์ของพี่ แม้มีเครื่องประดับ แต่งตัวจนงาม แต่ใจก็ยังตรอมตรม ถึงคลองสระประทุม เห็นราชวังเก่าร้างรก ดังรังกา เงียบดังป่าช้า ๏ อนิจจาธานินสิ้นกษัตริย์ เหงาสงัดเงียบไปดังไพรสณฑ์ แม้กรุงยังพรั่งพร้อมประชาชน จะสับสนแซ่เสียงทั้งเวียงวัง มโหรีปี่กลองจะก้องกึก จะโครมครึกเซ็งแซ่ด้วยแตรสังข์ ดูพาราน่าคิดอนิจจัง ยังได้ฟังแต่เสียงสกุณา ทั้งสองฝั่งแฝกแขมแอร่มรก ชะตาตกสูญสิ้นพระชันษา แต่ปู่ย่ายายเราท่านเล่ามา เมื่อแรกศรีอยุธยายังเจริญ กษัตริย์สืบสุริย์วงศ์ดำรงโลก ระงับโศกสุขสุดจะสรรเสริญ เราเห็นยับยังแต่รอยก็พลอยเพลิน เสียดายเกิดมาเมื่อเกินน่าน้อยใจ กำแพงรอบขอบคูก็ดูลึก ไม่น่าศึกอ้ายพม่าจะมาได้ ยังให้มันข้ามเข้าเอาเวียงชัย โอ้อย่างไรเหมือนบุรีไม่มีชาย หรือธานินสิ้นเกณฑ์จึงเกิดยุค ไพรีรุกรบได้ดังใจหมาย เหมือนทุกวันแล้วไม่คัณนาตาย ให้ใจหายหวั่นหวั่นถึงจันทร์ดวง ๏ พี่ดูใจค่ายนอกออกหนักแน่น ดังเขตแคว้นคูขอบนครหลวง ไม่เห็นจริงใจนางในกลางทรวง ชายทะลวงเข้ามาบ้างจะอย่างไร ขอเทเวศร์เขตสวรรค์ชั้นดุสิต ดลใจมิตรอย่าให้เหมือนกับกรุงใหญ่ ให้เหมือนกรุงเราทุกวันไม่พรั่นใคร นั่นแลใจเห็นจะครองกับน้องนาน ถอดคำประพันธ์ เมืองที่สิ้นกษัตริย์เงียบดังป่า เมื่อครั้งที่กรุงเต็มไปด้วยผู้คน คงมีเสียงเซ็งแซ่ทั้งเมือง เสียงมโหรี แตร สังข์ แต่ครั้งนี้มีแต่เสียงนก ทั้งสองฝั่งเต็มไปด้วยต้นแฝกและแขม ปู่ยาตายายเล่าถึงเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเจริญ กษัตริย์ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองดับทุกข์โศกของประชาชน น่าสรรเสริญยิ่ง เสียดายที่เราเกิดมาไม่ทันเห็น มีกำแพงเมือง คูเมืองก็ลึก ข้าศึกไม่น่าเข้ามายึดได้ เหมือนกับไม่มีผู้ชาย คงเป็นเพราะเมืองสิ้นชะตา จึงทำให้ข้าศึกยึดได้ ทุกวันนี้พี่ไม่กลัวตาย คิดถึงแต่แม่จัน ขอให้เทวดาในสรวงสรรค์ชั้นดุสิต ดลใจให้น้องอย่าเป็นเหมือนกรุงเก่า ขอให้เป็นเหมือนกรุงของเราที่ไม่พรั่นใคร จะได้อยู่เคียงคู่กับพี่ตลอดไป ๏ สุริยนเย็นสนธยาย่ำ ประทับลำเรือเรียงเคียงขนาน เขาเรียกวัดแม่นางปลื้มลืมรำคาญ ใครขนานชื่อหนอได้ต่อมา ช่างแปลงโศกให้เราปลื้มพอลืมรัก จะรู้จักคุณจริงไม่แกล้งว่า พลพายนายไพร่บรรดามา หุงข้าวหาฟืนใส่ก่อไฟฮือ พี่ตันอกตกยากจากสถาน เห็นอาหารหวนทอดใจใหญ่หือ ค่อยขืนเคี้ยวข้าวคำสักกำมือ พอกลืนครือคอแค้นดังขวากคม จะเจือน้ำซ้ำแสบในทรวงเสียว มีเค็มเปรี้ยวกล้ำกลืนก็ขื่นขม กินประทับแต่พอรับกับโรคลม ครั้นค่ำพรมน้ำค้างอยู่พร่างพราย ก็แรมรอนนอนวัดแม่นางปลื้ม พี่ไม่ลืมอาลัยให้ใจหาย ทั้งไพร่นายนอนกลาดบนหาดทราย พงศ์นารายณ์นรินทร์วงศ์ที่ทรงญาณ บรรทมเรือพระที่นั่งบังวิสูตร เขารวบรูดรอบดีทั้งสี่ด้าน ครั้นรุ่งเช้าราวโมงหนึ่งนานนาน จัดแจงม่านให้เคลื่อนนาวาคลา ถอดคำประพันธ์ ถึงวัดนางปลื้ม ทำให้เราปลื้มลืมความรัก พักกินข้าว ก็กินไม่ค่อยลง ค้างคืนที่นี่ เจ้านายบรรทมในเรือพระที่นั่ง จนรุ่งเช้าก็เดินทางต่อ ๏ เข้าลำคลองหัวรอตอระดะ ดูเกะกะรอร้างทางพม่า เห็นรอหักเหมือนหนึ่งรักพี่รอรา แต่รอท่ารั้งทุกข์มาตามทาง พอเลี้ยวแหลมถึงท่าศาลาเกวียน ตลิ่งเตียนแลโล่งดังคนถาง พี่ตั้งตาหาเกวียนสองข้างทาง หมายจะจ้างบรรทุกไปท่าเรือ แต่ทุกข์รักก็เห็นหนักถนัดอก ถึงสักหกเจ็ดเกวียนก็เจียนเหลือ แต่โศกรักมาจนหนักในลำเรือ เฝ้าเติมเจือไปทุกคุ้งรำคาญครัน ถอดคำประพันธ์ ถึงคลองหัวรอ มีรอเก่า ๆ ของพวกพม่า เหมือนกับพี่ที่รอความรักด้วยความทุกข์ ถึงศาลาเกวียนตลิ่งเตียน มองหาเกวียนมาบรรทุกความรักสักหกเจ็ดเกวียน ทุกความรักมาจนหนักเรือเติมความรักมาทุกคุ้งจนรู้สึกรำคาญ ๏ ถึงบ่อโพงถ้ามีโพงจะผาสุก จะโพงทุกข์เสียให้สิ้นที่โศกศัลย์ นี่แลแลก็เห็นแต่ตลิ่งชัน ถึงปากจั่นตละเตือนให้ตรอมใจ โอ้นามน้องหรือมาพ้องกับชื่อบ้าน ลืมรำคาญแล้วมานึกรำลึกได้ ถึงบางระกำโอ้กรรมระยำใจ เคราะห์กระไรจึงมาร้ายไม่วายเลย ระกำกายมาถึงท้ายระกำบ้าน ระกำย่านนี่ก็ยาวนะอกเอ๋ย โอ้คนผู้เขาช่างอยู่อย่างไรเลย หรืออยู่เคยความระกำทุกค่ำคืน ถอดคำประพันธ์ ถึงบ่อโพง ถ้ามีโพงคงจะมีความสุข จะใช้โพงความทุกข์ให้หมดสิ้น เห็นแต่ตลิ่งชัน ถึงปากจั่นชื่อพ้องกับแม่จัน ถึงบางระกำ นึกถึงเคราะห์กรรมที่ต้องตกทุกข์ระกำกายจนมาถึงบางระกำ ต้นระกำที่นี่ยาว ผู้คนคงคุ้นเคยกับความระกำใจ ๏ ถึงคุ้งแคว้นแดนพระนครหลวง ยิ่งโศกทรวงเสียใจให้สะอื้น โอ้อกเอ๋ยยังจะไปอีกหลายคืน กว่าจะชื่นแทบช้ำระกำกาย ถึงแม่ลาเมื่อเรามาก็ลาแม่ แม่จะแลแลหาไม่เห็นหาย จะถามข่าวเช้าเย็นไม่เว้นวาย แต่เจ้าสายสุดใจมิได้มา ถึงอรัญญิกยามแดดแผดพยับ เสโทซับซาบโทรมทั้งนาสา ถึงตะเคียนด้วนด่วนรีบนาวามา ถึงศาลาลอยแลลิงโลดใจ เงื้อมตลิ่งงิ้วงามตระหง่านยอด ระกะกอดเกะกะกิ่งไสว พยุยวบกิ่งเยือกเขยื้อนใบ ถึงวังตะไลเห็นบ้านละลานแล ถึงบ้านขวางที่ทางนาวาจอด เรือตลอดแลหลามตามกระแส ถึงท่าเรือเรือยัดกันอัดแอ ดูจอแจจอดริมตลิ่งชุม ที่หน้าท่ารารับประทับหยุด อุตลุดขนของขึ้นกองสุม เสบียงใครใครนั่งระวังคุม พร้อมชุมนุมแน่นหน้าศาลารี ถอดคำประพันธ์ ถึงพระนครหลวง ยิ่งโศกเศร้าใจ ต้องไปอีกหลายคืน ถึงแม่ลา เมื่อมาก็ลาแม่ ถึงอรัญญิก ตะเคียนด้วน ศาลาลอย มีต้นงิ้วงามอยู่ริมตลิ่ง ถึงวังตะไล มีบ้านเต็มไปหมด ถึงบ้านขวาง เป็นท่าเรือ ขนข้าวของเสบียงขึ้นไว้ที่ศาลา ๏ ฝ่ายพระหน่อสุริย์วงศ์ทรงสิกขา ขึ้นศาลาโสรจสรงวารีศรี ข้างพวกเราเฮฮาลงวารี แต่โดยดีใจตนด้วยพ้นพาย อุระเรียมเกรียมตรมอารมณ์ร้อน ระอาอ่านอกใจมิใคร่หาย แลตลิ่งวิงหน้านัยน์ตาพราย หัวไหล่ตายตึงยอกตลอดตัว ได้พึ่งเพื่อนเหมือนญาติเมื่อยามเข็ญ เขานวดเคล้นให้บ้างก็ยังชั่ว พระอาทิตย์มืดมิดเข้าเมฆมัว ฟ้าสลัวแดดดับพยับไพร กองคเชนทร์เกณฑ์ช้างยี่สิบเชือก มาจัดเลือกกองหมอขึ้นคอไส ที่เดินดีขี่กูบไม่แกว่งไกว วิสูตรใ

ความคิดเห็นที่ 330

27 ก.ค. 2549 06:41
  1. ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 329

25 ก.ค. 2549 15:14
  1. ช่วยแปลนิราศพระบาทตั้งแต่ต้นจนจบให้หน่อนยนะคะ พรุ่งนี้จะสอบแล้ว ส่งทางเมล์ให้หน่อยนะคะ กรุณาด้วยค่ะ ขอวันนี้นะคะ

ความคิดเห็นที่ 328

25 ก.ค. 2549 15:14
  1. ถอดร้อบกรองให้หน่อยดิค่ะยากมากเลยอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 327

25 ก.ค. 2549 11:23
  1. เก่งมากเลยค่ะ ขอบคุณมากนะค่ะ พรุ่งนี้จะสอบแล้วด้วย

ความคิดเห็นที่ 326

25 ก.ค. 2549 08:36
  1. ช่วยถอดถอดคำประพันธ์นิราศพระบาทตั้งแต่ต้นจนจบให้หน่อยนะคะ พรุ่งนี้จะสอบแล้วยังไม่รู้เรื่องเลย ช่วยหน่อยนะคะ รีบๆส่งมานะคะ

ความคิดเห็นที่ 325

23 ก.ค. 2549 12:49
  1. ขอบคุณ Pat_sai55+ มากนะที่ช่วยถอดคำประพันธ์ให้วันพรุ่งนี้เรจะส่งอาจารย์พอดีเลย

ความคิดเห็นที่ 324

22 ก.ค. 2549 18:58
  1. ใครมีการถอดคำประพันธ์เรื่องกาพย์เห่เรือมั่งคะถ้ามีก็ให้ด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 323

22 ก.ค. 2549 18:40
  1. ขอบใจเจ้า

ความคิดเห็นที่ 322

21 ก.ค. 2549 19:59
  1. ขอบคุณนะนิวกามลังหาอยู่เลย ขอบคุณค่ะพี่ฟ้า

ความคิดเห็นที่ 321

16 ก.ค. 2549 17:47
  1. ช่วยแปลนิราศเป็นร้อยแก้วให้หน่อยครับ

ความคิดเห็นที่ 320

16 ก.ค. 2549 16:32
  1. ขอบคุณมากค่ะที่ช้วยเเปลให้ค่ะ ดีใจมากเลย

ความคิดเห็นที่ 319

แปะก๊วย
16 ก.ค. 2549 15:02
  1. สุนทรภู่ใช้เวลาเดินทางกี่วัน

ความคิดเห็นที่ 318

14 ก.ค. 2549 08:09
  1. หนูยากทราบว่าสุทรภู่แต่งนิราศเรื่องใดก่อนและเรื่องต่อๆมาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 317

11 ก.ค. 2549 22:06
  1. ช่วยแปลนิราศพระบาท ทั้งหมดให้หน่อยนะค่ะ อาจานให้ทัมบอร์ดเรื่องนี้นู่ไม่มีเวลาแปลแย้วงะ ขอวันพรุ่งนี้ด้ายมั้ยค่ะ เป็นพระคุณอย่างสูงเลยะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 316

11 ก.ค. 2549 18:43
  1. ช่วยแปลนิราศพระบาทให้หน่อยค่ะ จะส่งพร่งนี้แล้ว ส่งมาทางเมล์ให้หน่อยนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 315

11 ก.ค. 2549 16:55
  1. ช่วยถอดคำประพันธ์นิราศพระบาทให้หน่อยค่ะ คือต้องอ่านสอบพรุ่งนี้ ถ้าได้แล้วช่วยส่งมาที่ conan_kitty_lovely@hotmail.com ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 314

11 ก.ค. 2549 15:37
  1. ช่วยถอดคำประพันธ์ตอนนี้หั้ยหน่อยนะครับ ขอร้องหล่ะ ต้องส่งอาจารย์แล้วอ่ะค่ะส่งเข้าเมลนะครับขอบคุนมาก เห็นเขาตกเขาแตกมาตกลึก อนาถนึกแล้วน่าน้ำตาไหล พี่ตกยากจากนางมากลางไพร วิตกใจตกมาถึงคีรี รำจวนจิตคิดไปน่าใจหาย ไม่เว้นวายความเทวษสวาสดิ์ศรี จึงเลยอารักษ์ริมคีรี จงสุขีเถิดนะข้าขอลาจร ถึงสระยอพอได้เวลาเสด็จ ก็ตามเสด็จแวดล้อมพร้อมสลอน กำแดดแผดเที่ยงทินกร รับกุญชรช้างที่นั่งขนัดตาม บ่ายประมาณโมงหนึ่งพอถึงวัด ออกแออัดผู้คนอยู่ล้นหลาม ลงหยุดปลงไอยราริมอาราม สมภารตามเชิญเสด็จให้คลาไคล ขึ้นกุฎิฝากระดานสำราญรื่น ก็ครึกครื้นครอบครัวเข้าอาศัย ทั้งไพร่นายรายเรียงกันเรียดไป ตัดใบไม้มุงเหมือนหลังคาบัง ประจวบจนสุริยนเย็นพยับ ไม่ได้ศัพท์เซ็งแซ่ด้วยแตรสังข์ ปี่ระนาดฆ้องกลองประคมดัง ระฆังหงั่งหงั่งหง่างลงครางครึม

ความคิดเห็นที่ 313

10 ก.ค. 2549 17:22
  1. พี่ครับผมต้องการรู้ว่านิราศพระบาทของสุนทรภู่อ่ะครับ ผมหาสถานที่ระหว่างวัดระฆังไปถึงบางระกำ และระหว่างทางมันมีสถานที่สำคัญอ่ะไรมั่งอ่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 312

9 ก.ค. 2549 17:25
  1. ช่วยถอดความนิราศพระบาทเป็นช่วงๆ ตามย่อหน้าให้หน่อยนะคะ ต้องส่งอาจารย์ ด่วนมากเลยค่ะ ส่งมาตามอีเมลล์ข้างล่างนะคะ

ความคิดเห็นที่ 311

8 ก.ค. 2549 18:07
  1. ช่วยถอดความนิราศพระบาทตั้งแต่ต้นจนจบได้ไม่คะ ต้องส่งอาจารย์(แต่ถอดความไม่เก่งคะ)เลยอยากขอความช่วยเหลือช่วยกันถอดให้หน่อยคะ ขอบคุณคะ

ความคิดเห็นที่ 310

8 ก.ค. 2549 12:24
  1. อยากได้เรื่องย่อนิราศพระบาทช่วยส่งมาให้ตามอีเมล์ที่ระบุไว้ด้วยนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 309

แปะก๊วย
7 ก.ค. 2549 19:21
  1. เรียม ในนิราศพระบาทหมายถึง สุนทรภู่ เกี่ยวกับการเดินทางไปเคารพรอยพระพุทธบาทที่สระบุรี

ความคิดเห็นที่ 307

6 ก.ค. 2549 18:07
  1. ฟ้าขอบใจมั๊กมากนะ เรากำลังหาอยู่พอดี แปลแล้วเหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าถูกหรือเปล่า ดูแล้วเราแปลไม่ตรงกับฟ้าเพียบ อิ อิ อิ ขอบใจอีกครั้งนะ เล่นเอ็มนะ ว่างจะแอดไป แอดดมาบ้างนะ

ความคิดเห็นที่ 306

6 ก.ค. 2549 09:47
  1. ได้ความรู้เยอะมากเลยต้องขอขอบคุณพี่ฟ้ากับพี่เอ็มมีงานส่งอาจารย์แล้วขอบคุณมาก ค่ะจากเด็กจันทบุรี

ความคิดเห็นที่ 305

5 ก.ค. 2549 17:55
  1. ขอบคุณมากๆเลยค่ะ เพราะพรุ่งนี้ต้องสอบแล้ว อาจารย์สอนไม่รู้เรื่องเลย เลยต้องมาหาอ่านเอาเอง ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 304

5 ก.ค. 2549 07:38
  1. ขอบคุณมากนะสำหรับบทประพันธ์ที่อุตส่าห์เสียเวลาถอดให้ ( ป.ล.) เราก็เล่น M เกิบทุกวัน

ความคิดเห็นที่ 303

4 ก.ค. 2549 20:23
  1. ขอบคุณมากอะ เราต้องส่งครูพุงนี้เรยอะ อย่างซึ้งใจอะ ทำไมช่างดีอะไรอย่างนี้ ขอให้เจริญๆนะ มีความสุขมากๆ คนดีอะ ช่วยชีวิตเราเอาไว้ ถอดเองคงตาย ขอบคุนจิงๆ

ความคิดเห็นที่ 302

4 ก.ค. 2549 18:16
  1. ขอบคุณนะ Thank You

ความคิดเห็นที่ 301

4 ก.ค. 2549 17:49
  1. ช่วยถอดคำประพันธ์นิราศพระบาทให้ทีแล้วก็ พี่ๆขา คือ ส่งพรุ่งนี้ ถ้าพี่ว่างพี่ช่วยส่งมาให้ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 300

2 ก.ค. 2549 14:19
  1. ช่วยบอกว่าตอนไหนมีรสวรรณคดีอย่างไรบ้างได้ปะ ของนิราศพระบาทนี่แหละ

ความคิดเห็นที่ 299

1 ก.ค. 2549 22:08
  1. พี่คับขอบพระคุณมากนะครับสำหับคำแปล ขอบคุณมาก ๆ จากใจจริงครับผม...

ความคิดเห็นที่ 298

1 ก.ค. 2549 15:34
  1. ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางน้ำ เหมือนเกิดกรรมเกิดราชการหลวง จึงเกิดโศกขัดขวางขึ้นกลางทรวง จะตักตวงไว้ก็เติบกว่าเกาะดิน รำพึงพายตามสายกระแสเชี่ยว ยิ่งแสนเปลี่ยวเปล่าในฤทัยถวิล สักครู่หนึ่งก็มาถึงบางเกาะอิน กระแสสินธุ์สายชลเป็นวนวัง อันเท็จจริงสิ่งนี้ไม่รู้แน่ ได้ยินแต่ยุบลแต่หนหลัง ว่าที่เกาะบางอออินเป็นถิ่นวัง กษัตริย์ครั้งครองศรีอยุธยา พาสนมออกมาชมคณานก ก็เรื้อรกรั้งร้างเป็นทางป่า อันคำแจ้งกับเราแกล้งสังเกตตา ก็เห็นน่าที่จะแน่กระแสความ เอ่อ...ช่วยแปลให้ด้วยนะคะ ขอแบบละเอียดเลย แปลเป็นบรรทัดๆน่ะค่ะ ต้องส่งวันจันทร์แล้วน่ะค่ะ แปลให้แล้วเมล์มาบอกด้วยนะค่ะ ขอบคุณไว้ล่วงหน้าเลยแล้วกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 297

1 ก.ค. 2549 13:57
  1. ทามมายพี่เก่งจังถ้าหนูไม่ได้พี่หนูก็ไม่รู้หรอก

ความคิดเห็นที่ 293

29 มิ.ย. 2549 22:31
  1. ขอบคุณมากๆเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 292

28 มิ.ย. 2549 20:51
  1. ๏โอ้อาลัยใจหายไม่วายห่วง ดังศรสักปักซ้ำระกำทรวง เสียดายดวงจันทราพะงางาม เจ้าคุมแค้นแสนโกรธพิโรธพี่ แต่เดือนยี่จนย่างเข้าเดือนสาม จะหน่อพระสุริย์วงศ์ทรงพระนาม จากอารามแรมร้างทางกันดารด้วยเรียมรองมุลิกาเป็นข้าบาท จำนิราศร้างนุชสุดสงสาร ตามเสด็จโดยแดนแสนกันดาร นมัสการรอยบาทพระศาสดาถอดคำประพันธ์ จากบทร้อยกรองนี้ทำให้ได้รับความรู้ว่า สุนทรภู่ต้องจากนางจันผู้เป็นที่รักเพื่อที่จะต้องไปนมัสการรอยพระพุทธบาท โดยที่นางนั้นยังโกรธสุนทรภู่อยู่สุนทรภู่ โดยตามเสด็จพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ เมื่อปีพุทธศักราช 2351 ตรงกับเวลา 12 ค่ำ เดือนยี่ เวลาเช้าตรู่ ออกเดินทางจากวัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ทรงผนวชอยู่ที่วารามแห่งนี้ และสุนทรภู่เป็นมหาดเล็กในขณะนั้น จนถึงเดือนสาม ๏ วันจะจรจากน้องสิบสองค่ำ พอจวนย่ำรุ่งเร่งออกจากท่า รำลึกถึงดวงจันทร์ครรไลลา พี่ตั้งตาแลแต่ตามแพราย ที่ประเทศเขตเคยได้เห็นเจ้า ก็แลเปล่าเปลี่ยวไปน่าใจหาย แสนสลดให้ระทดระทวยกาย ไม่เหือดหายห่วงหวงเป็นห่วงครันถอดคำประพันธ์ จากแม่จันทร์เมื่อวันสิบสองค่ำ ตอนรุ่งเช้ารู้สึกใจหาย เศร้าใจ ทั้งหวงทั้งห่วง ๏ ถึงคลองขวางบางจากยิ่งตรมจิต ใครช่างคิดชื่อบางไว้กางกั้นว่าชื่อจากแล้วไม่รักรู้จักกัน พิเคราะห์ครันหรือมาพ้องกับคลองบางทั้งจากที่จากคลองเป็นสองข้อ ยังจากกอนั้นก็ขึ้นในคลองขวางโอ้ว่าจากช่างมารวบประจวบทาง ทั้งจากบางจากไปใจระบมแสนวิบากหลากใจอาลัยเหลียว เห็นเวียงวังก็ยิ่งเสียวถึงเคยสมประสานสองหัตถ์ประนังตั้งประนม น้อมบังคมเทวารักษาวังขอฝากน้องสองชนกช่วยปกเกศ อย่ามีเหตุอันตรายเมื่อภายหลังใครปองชิงขอให้ตายด้วยรายชัง เทพทั้งชั้นฟ้าได้ปรานี ถอดคำประพันธ์ ถึงคลองขวาง บางจาก คิดถึงอุปสรรคที่มาขัดขวาง และการจากคนรักมา ขออธิษฐานให้เทพที่รักษาวังช่วยปกป้องคนรักและพ่อ ใครคิดร้ายขอให้ตาย ๏ ถึงสามเสนแจ้งความตามสำเหนียก เมื่อแรกเรียกสามแสนทั้งกรุงศรีประชุมฉุดพุทธรูปในวารี ไม่เคลื่อนที่ชลธารบาดาลดินจึงสาปนามสามแสนเป็นชื่อคุ้ง เออชาวกรุงกลับเรียกสามเสนสิ้นนี่หรือรักจะมิน่าเป็นราคิน แต่ชื่อดินเจียวยังกลายเป็นหลายคำขอใจนุชที่ฉันสุจริตรัก ให้แน่นหนักเหมือนพุทธรูปเลขาขำถึงแสนคนจะมาวอนชะอ้อนนำ สักแสนคำอย่าให้เคลื่อนจงเหมือนใจถอดคำประพันธ์ ถึงสามเสน เมื่อก่อนเรียกสามแสน เพราะมีการฉุดพระพุทธรูปขึ้นจากน้ำ ใช้คนมากมาย พระพุทธรูปก็ไม่เคลื่อนที่ จึงเรียกที่นี้ว่า สามแสน แต่ชาวกรุงเรียกเป็น สามเสน นับประสาอะไรกับความรัก ก็คงต้องมัวหมอง เช่นเดียวกับชื่อของสามแสนที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป ขอให้ใจของแม่จันทร์แน่นหนักเหมือนพระพุทธรูป แม้ชายแสนคน มาอ้อนด้วยคำหวานแสนคำ ก็อย่าได้หวั่น ๏ ถึงบางพลัดยิ่งอนัตอนาถจิต นิ่งพินิจนึกน่าน้ำตาไหล พี่พลัดนางร้างรักมาแรมไกล ประเดี๋ยวใจพบบางริมทางจรถึงบางซื่อชื่อบางนี้สุจริต เหมือนซื่อจิตที่พี่ตรงจำนงสมร มิตรจิตขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง ถึงบางซ่อนเหมือนเขาซ่อนสมรพี่ ซ่อนไว้นี่ดอกกระมังเห็นกว้างขวางเจ้าเยี่ยมหน้าออกมาหกพี่หน่อยนาง จะลาร้างแรมไกลเจ้าไปแล้วฯ ถอดคำประพันธ์ ถึงบางพลัด รู้สึกอนาถใจที่ต้องพลัดพลาดจากคนรักมาถึงบางซื่อ ชื่อบางเหมือนกับความสัตย์ของพี่ ขอให้น้องซื่อตรงกับพี่เหมือนชื่อบางถึงบางซ่อน เหมือนมีคนมาซ่อนน้อง หรือจะซ่อนน้องไว้ที่นี่ ได้โปรดเยี่ยมหน้าออกมาให้พี่เห็นสักหน่อย ๏ ถึงน้ำวนชลสายที่ท้ายย่าน เขาเรียกบ้านวัดโบสถ์ตลาดแก้ว จะเหลียวกลับลับวังมาลิบแล้ว พี่ลับแก้วลับบ้านมาย่านบางพฤกษาสวนล้วนได้ฤดูดอก ตระหง่านงอกริมกระแสแลสล้างกล้วยระกำอัมพาพฤกษาปราง ต้องน้ำค้างช่อชุ่มเป็นพุ่มพวง เห็นจันทน์สุกลูกเหลืองตลบกลิ่น แมงภู่บินร่อนร้องประคองหวงพฤกษาพ้องต้องนามกานดาดวง พี่ยลพวงผลจันทน์ให้หวั่นใจแมงภู่เชยเหมือนพี่เคยประคองชิด นิ่งพินิจนึกน่าน้ำตาไหล เห็นรักร่วงผลิผลัดสลัดใบ เหมือนรักใจขวัญเมืองที่เคืองเรา พี่เวียนเตือนเหมือนอย่างน้ำค้างย้อย ให้แช่มช้อยชื่อช่อเช่นกอเก่าโอ้รักต้นหรือมาต้องกับสองเรา จึงใจเจ้าโกรธไปไม่ได้นาน ถอดคำประพันธ์ ถึงบ้านวัดโบสถ์ตลาดแก้ว มีน้ำวน มีต้นไม้มากมาย เห็นแมลงภู่ตอมลูกจันทร์ เหมือนพี่ที่เคล้าเคลียน้อง ๏ ถึงแขวงแควแพตลอดตลาดขวัญ เป็นเมืองจันตประเทศรโหฐานตลิ่งเบื้องบูรพาศาลาลาน เรือขนานจอดโจษกันจอแจพินิจนางแม่ค้าก็น่าชม ท้าคารมเร็วเร่งอยู่เซ็งแซ่ใส่เสื้อตึงรึงรัดดูอัดแอ พี่แลแลเครื่องเล่นเป็นเสียดายชมคณาฝูงนางมากลางชล สุริยนเยี่ยมฟ้าเวลาสายถึงปากเกร็ดเสร็จพักผ่อนฝีพาย หยุดสบายบริโภคอาหารพลันแรงกำเริบเอิบอิ่มขยายออก เขาก็บอกโยนยาวฉาวสนั่นถึงหาดขวางบางพูดเขาพูดกัน พี่คิดฝันใจฉงนอยู่คนเดียวเป็นพูดชื่อหรือผีภูตปีศาจหลอก ใคร่ช่วยบอกภูตผีมานี่ประเดี๋ยวจะสั่งฝากขนิษฐาสุดาเดียว ใครเกินเกี้ยวแล้วอย่าไว้กำไรเลยถอดคำประพันธ์ถึงตลาดขวัญ เป็นเมืองรอบนอก มีเรือแพมากมาย แม่ค้าหน้าตาดี ส่งเสียงเซ้งแซ่ถึงปากเกร็ด แวะกินข้าว พอให้ท้องอิ่มถึงบางพูด คนอื่นพูดคุยกัน แต่ตัวพี่นั่งนิ่งนึกถึงคนรัก ใครช่วยบอกให้ภูตผีมาหา จะได้ฝากดูแลนางจันน้องรัก อย่าให้ใครมายุ่งเกี่ยว ๏ ถึงบางพังน้ำพังลงตลิ่ง โอ้ช่างจริงเหมือนเขาว่านิจจาเอ๋ยพี่จรจากดวงใจมาไกลเชย โอ้อกเอ๋ยแทบพังเหมือนฝั่งชลถึงวังวัดเทียนถวายบ้านใหม่ข้าม ก็รีบตามเรือที่นั่งมากลางหนทุ่งละลิ่วทิวเมฆเป็นหมอกมน สะพรั่งต้นตาลโตนดอนาถครันเจ้าของตาลรักหวานขึ้นปีนต้น ระวังตนตีนมือระมัดมั่นเหมือนคบคนคำหวานรำคาญครัน ถ้าพลั้งพลันเจ็บอกเหมือนตกตาลเห็นเทพีมีหนามลงราน้ำ เปรียบเหมือนคำคนพูดไม่อ่อนหวานเห็นกิ่งกีดมีดพร้าเข้าราราน ถึงหนามกรานก็ไม่เหน็บเหมือนเจ็บทรวงถอดคำประพันธ์ถึงบางพัง ตลิ่งน้ำพัก เหมือนพี่ที่ต้องจากน้องมา อกแทบพังเหมือนฝั่งน้ำถึงวัดเทียนถวาย บ้านใหม่ มีต้นตาลมาก เจ้าของตาลอยากได้ลูกตาล จึงปีนต้นตาล เหมือนคนที่ตบกับคนปากหวาน อาจเจ็บใจเหมือนคนตกต้นตาล เห็นเถาต้นเทพี มีหนาม นึกถึงตอนถูกหนามตำก็ไม่เจ็บเหมือนถูกเหน็บแนมเชือดเชือนด้วยคำพูด ๏ ถึงบางหลวงทรวงร้อนดังศรปัก พี่ร้างรักมาด้วยราชการหลวงเมื่อคิดไปใจหายเสียดายดวง จนเรือล่วงมาถึงย่านบ้านกระแซงพี่เร่งเตือนเพื่อนชายพายกระโชก ถึงสามโคกต้องแดดยิ่งแผดแสงให้รุ่มร้อนอ่อนจิตระอิดแรง เห็นมอญแต่งตัวเดินมาตามทางตาโถงถุงนุ่งอ้อมลงกรอมส้น เป็นแยบยลเมื่อยกขยับอย่างเห็นขาขาววาวแวบอยู่หว่างกลาง ใครยลนางก็เป็นน่าจะปรานีดูเหย้าเรือนหาเหมือนอย่างไทยไม่ หลังคาใหญ่พื้นเล็กเป็นโรงผีระยะบ้านย่านนั้นก็ยาวรี จำเพาะมีฝั่งซ้ายเมื่อพายไปถอดคำประพันธ์ถึงบางหลวง ใจเร่าร้อนดั่งศรปัก ถึงบ้านกระแซง เร่งฝีพายมาจนถึงสามโคก แดดร้อนเห็นชาวมอญนุ่งโสร่งเดินเห็นขาขาวๆ ใครมองเห็นก็คงนึกชอบ บ้านเรือนไม่เหมือนบ้านคนไทย หลังคาใหญ่ พื้นเล็กเหมือนโลงศพ ทรงบ้านยาวรี ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ฝั่งซ้าย ๏ ถึงวังตำหนักพักพลพอเสวย แล้วก็เลยตามแควกระแสไหลทั้งน้ำลงน่าสลดระทดใจ โอ้น้ำไหลเจียวยังมีเวลาลงแต่โศกพี่หรือไม่มีเวลาว่าง ระยะทางก็ยังไกลถึงไพรระหงขึ้นจากน้ำแล้วจะซ้ำเข้าเดินดง เมื่อไรลงนั่นแลกายจะวายตรอมเห็นลมอื้อจะใคร่สื่อสาราสั่ง ถึงร้อยชั่งคู่เชยเคยถนอมให้นิ่มน้องครองศักดิ์อย่าปลักปลอม เรียมนี้ตรอมใจถึงคะนึงนางถอดคำประพันธ์ถึงวังตำหนัก พักพล เจ้านายเสวยเสร็จ ก็ไปต่อ น้ำไหลยังมีเวลาลง แต่ใจพี่โศกไม่มีเวลาว่าง ต้องเดินทางอีกไกล ขึ้นจากน้ำก็ต้องเดินป่า เห็นลมพัดอยากจะฝากสารถึงน้องรักให้รักษาเนื้อรักษาตัวรอคอยพี่ พี่ตรอมใจคิดถึงน้อง ๏ ถึงทุ่งขวางกลางยานบ้านกระบือ ที่ลมอื้อนั่นค่อยเหือดด้วยคุ้งขวางถึงย่านหนึ่งน้ำเซาะเป็นเกาะกลาง ต้องแยกทางสองแควกระแสชลปางบุรำคำบุราณขนานนาม ราชครามเกาะใหญ่เป็นไพรสณฑ์ในแถวทางกลางย่านกันดารคน นาวาดลเดินเบื้องบูรพาโอ้กระแสแควเดียวทีเดียวหนอ มาเกิดก่อเกาะถนัดสกัดหน้าต้องแยกคลองออกเป็นสองทางคงคา นี่หรือคนจะมิน่าเป็นสองใจครั้นพอสิ้นถิ่นเกาะค่อยเลาะเลียบ นาวาเพียบน้ำลงกำลังไหลโอ้อนาถเหนื่อยน่าระอาใจ ถึงบางไทรด่านดักนาวาเดินเขาบอกชื่อสีกุกตรงด่านข้าม เป็นสามง่ามน้ำนองในคลองเขินปักษาโบกปีกบินลงดินเดิน มัจฉาเพลินผุดพล่านในคงคานกยางเลียบเหยียบปลานขาหยิก เอาปากจิกบินฮือขึ้นเวหากระทุงน้อยลอยทวนนาวามา โอ้ปักษาเอ๋ยจะลอยถึงไหนไปหน้าวังหรือจะสั่งด้วยนะนก ให้แนบอกของพี่รู้ว่าโหยไห้มิทันสั่งสกุณินก็บินไป ลงจับใกล้นกตะกรุมริมวุ้มวนศีรษะเตียนเลี่ยนโล่งหัวล้านเลื่อม เหนียงกระเพื่อมร้องแรงแสยงขนโอ้หัวนกนี่ก็ล้านประจานคน เมื่อยามยลพี่ยิ่งแสนระกำทรวงถอดคำประพันธ์ถึงทุ่งขวาง บ้านกระบือ เกาะราชคราม กระแสน้ำยังแยกเป็นสองทาง ใจคนก็แยกเป็นสองใจได้เช่นกัน ถึงบางไทร มีสายน้ำแยกเป็นสามง่าม เรียกว่า สีกุก มีนกบิน ปลาผุดว่ายมากมาย ๏ ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางน้ำ เหมือนเกิดกรรมเกิดราชการหลวงจึงเกิดโศกขัดขวางขึ้นกลางทรวง จะตักตวงไว้ก็เติบกว่าเกาะดินรำพึงพายตามสายกระแสเชี่ยว ยิ่งแสนเปลี่ยวเปล่าในฤทัยถวิลสักครู่หนึ่งก็มาถึงบางเกาะอิน กระแสสินธุ์สายชลเป็นวนวังอันเท็จจริงสิ่งนี้ไม่รู้แน่ ได้ยินแต่ยุบลแต่หนหลังว่าที่เกาะบางอออินเป็นถิ่นวัง กษัตริย์ครั้งครองศรีอยุธยาพาสนมออกมาชมคณานก ก็เรื้อรกรั้งร้างเป็นทางป่าอันคำแจ้งกับเราแกล้งสังเกตตา ก็เห็นน่าที่จะแน่กระแสความแต่เดี๋ยวนี้มีไม้ก็ตายโกร๋น ทั้งเกิดโจรจระเข้ให้คนขามโอ้ฉะนี้แก้วพี่เจ้ามาตาม จะวอนถามย่านน้ำพี่ร่ำไปถอดคำประพันธ์ถึงเกาะเกิด เหมือนเกิดกรรมที่ต้องมาราชการ จึงเกิดความโศกมากมายกว่าเกาะดิน ถึงเกาะบางอออิน มีน้ำวน เล่ากันว่าเป็นวังเก่าสมัยอยุธยา กษัตริย์พาสนมออกมาชมนก แต่ปัจจุบันต้นไม้ตายโกร๋น มีทั้งโจร จระเข้ คนจึงกลัวกันมาก ๏ ถึงเกาะพระที่ระยะสำเภาล่ม เภตราจมอยู่ในแควกระแสไหลถึงเกาะเรียนโอ้เรียมยิ่งเกรียมใจ ที่เพื่อนไปเขาก็โจษกันกลางเรือว่าคุ้งหน้าท่าเสือข้ามกระแส พี่แลแลหาเสือไม่เห็นเสือถ้ามีจริงก็จะวิ่งลงจากเรือ อุทิศเนื้อให้เป็นภักษ์พยัคฆาไม่เคยตายเขาบ่ายนาวาล่อง เข้าในคลองตะเคียนให้โหยหาระยะย่านบ้านช่องในคลองมา ล้วนภาษาพวกแขกตะนีอึงดูหน้าตาก็ไม่น่าจะชมชื่น พี่แข็งขืนอารมณ์ทำก้มขึงที่เพื่อนเราร้องหยอกมันออกอึง จนเรือถึงปากช่องคลองตะเคียนถอดคำประพันธ์ถึงเกาะพระ มีสำเภาล่มจมอยู่ ถึงเกาะเรียน เรียมรู้สึกร้อนใจ ถึงท่าเสือ แต่พี่มองไม่เห็นเสือ ถ้ามีจริงจะวิ่งออกจากเรืออุทิศเนื้อให้เป็นอาหารของเสือ เข้าคลองตะเคียน เป็นถิ่นของพวกแขกตะนี หน้าตาไม่น่ามอง ถึงปากช่องคลองตะเคียน เห็นวัดวาอารามมากมาย เจดีย์ ศาลาการเปรียญ โบสถ์ กุฏิชำรุดพัง ๏ เห็นวัดวาอารามตามตลิ่ง ออกแจ้งจริงเหลือจะจำในคำเขียนพระเจดีย์ดูกลาดดาษเดียร การเปรียญโบสถ์กุฏิ์ชำรุดพังถึงวัดธารมาใหม่ใจระย่อ ของพระหน่อสุริย์วงศ์พระวังหลังอุตส่าห์ทรงศรัทธามาประทัง อารามรั้งหรือมางามอร่ามทองสังเวชวัดธารมาที่อาศัย ถึงสร้างใหม่ชื่อยังธาระมาหมองเหมือนทุกข์พี่ถึงจะมีจินดาครอง มงกุฎทองสร้อยสะอิ้งมาใส่กายอันตัวงามยามนี้ก็ตรอมอก แสนวิตกมาตามแควกระแสสายถึงคลองสระปทุมานาวาราย น่าใจหายเห็นศรีอยุธยาทั้งวังหลวงวังหลังก็รั้งรก เห็นนกหกซ้อแซ้บนพฤกษาดูปราสาทราชวังเป็นรังกา ดังป่าช้าพงชัฏสงัดคน ถอดคำประพันธ์ถึงวัดธารมาใหม่ ชื่อวัดเหมือนความทรมานความทุกข์ของพี่ แม้มีเครื่องประดับ แต่งตัวจนงาม แต่ใจก็ยังตรอมตรม ถึงคลองสระประทุม เห็นราชวังเก่าร้างรก ดังรังกา เงียบดังป่าช้า ๏ อนิจจาธานินสิ้นกษัตริย์ เหงาสงัดเงียบไปดังไพรสณฑ์แม้กรุงยังพรั่งพร้อมประชาชน จะสับสนแซ่เสียงทั้งเวียงวังมโหรีปี่กลองจะก้องกึก จะโครมครึกเซ็งแซ่ด้วยแตรสังข์ดูพาราน่าคิดอนิจจัง ยังได้ฟังแต่เสียงสกุณาทั้งสองฝั่งแฝกแขมแอร่มรก ชะตาตกสูญสิ้นพระชันษาแต่ปู่ย่ายายเราท่านเล่ามา เมื่อแรกศรีอยุธยายังเจริญกษัตริย์สืบสุริย์วงศ์ดำรงโลก ระงับโศกสุขสุดจะสรรเสริญเราเห็นยับยังแต่รอยก็พลอยเพลิน เสียดายเกิดมาเมื่อเกินน่าน้อยใจกำแพงรอบขอบคูก็ดูลึก ไม่น่าศึกอ้ายพม่าจะมาได้ยังให้มันข้ามเข้าเอาเวียงชัย โอ้อย่างไรเหมือนบุรีไม่มีชายหรือธานินสิ้นเกณฑ์จึงเกิดยุค ไพรีรุกรบได้ดังใจหมายเหมือนทุกวันแล้วไม่คัณนาตาย ให้ใจหายหวั่นหวั่นถึงจันทร์ดวง ๏ พี่ดูใจค่ายนอกออกหนักแน่น ดังเขตแคว้นคูขอบนครหลวงไม่เห็นจริงใจนางในกลางทรวง ชายทะลวงเข้ามาบ้างจะอย่างไรขอเทเวศร์เขตสวรรค์ชั้นดุสิต ดลใจมิตรอย่าให้เหมือนกับกรุงใหญ่ให้เหมือนกรุงเราทุกวันไม่พรั่นใคร นั่นแลใจเห็นจะครองกับน้องนาน ถอดคำประพันธ์เมืองที่สิ้นกษัตริย์เงียบดังป่า เมื่อครั้งที่กรุงเต็มไปด้วยผู้คน คงมีเสียงเซ็งแซ่ทั้งเมือง เสียงมโหรี แตร สังข์ แต่ครั้งนี้มีแต่เสียงนก ทั้งสองฝั่งเต็มไปด้วยต้นแฝกและแขม ปู่ยาตายายเล่าถึงเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเจริญ กษัตริย์ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองดับทุกข์โศกของประชาชน น่าสรรเสริญยิ่ง เสียดายที่เราเกิดมาไม่ทันเห็น มีกำแพงเมือง คูเมืองก็ลึก ข้าศึกไม่น่าเข้ามายึดได้ เหมือนกับไม่มีผู้ชาย คงเป็นเพราะเมืองสิ้นชะตา จึงทำให้ข้าศึกยึดได้ ทุกวันนี้พี่ไม่กลัวตาย คิดถึงแต่แม่จัน ขอให้เทวดาในสรวงสรรค์ชั้นดุสิต ดลใจให้น้องอย่าเป็นเหมือนกรุงเก่า ขอให้เป็นเหมือนกรุงของเราที่ไม่พรั่นใคร จะได้อยู่เคียงคู่กับพี่ตลอดไป ๏ สุริยนเย็นสนธยาย่ำ ประทับลำเรือเรียงเคียงขนานเขาเรียกวัดแม่นางปลื้มลืมรำคาญ ใครขนานชื่อหนอได้ต่อมาช่างแปลงโศกให้เราปลื้มพอลืมรัก จะรู้จักคุณจริงไม่แกล้งว่าพลพายนายไพร่บรรดามา หุงข้าวหาฟืนใส่ก่อไฟฮือพี่ตันอกตกยากจากสถาน เห็นอาหารหวนทอดใจใหญ่หือค่อยขืนเคี้ยวข้าวคำสักกำมือ พอกลืนครือคอแค้นดังขวากคมจะเจือน้ำซ้ำแสบในทรวงเสียว มีเค็มเปรี้ยวกล้ำกลืนก็ขื่นขมกินประทับแต่พอรับกับโรคลม ครั้นค่ำพรมน้ำค้างอยู่พร่างพรายก็แรมรอนนอนวัดแม่นางปลื้ม พี่ไม่ลืมอาลัยให้ใจหายทั้งไพร่นายนอนกลาดบนหาดทราย พงศ์นารายณ์นรินทร์วงศ์ที่ทรงญาณบรรทมเรือพระที่นั่งบังวิสูตร เขารวบรูดรอบดีทั้งสี่ด้านครั้นรุ่งเช้าราวโมงหนึ่งนานนาน จัดแจงม่านให้เคลื่อนนาวาคลา ถอดคำประพันธ์ถึงวัดนางปลื้ม ทำให้เราปลื้มลืมความรัก พักกินข้าว ก็กินไม่ค่อยลง ค้างคืนที่นี่ เจ้านายบรรทมในเรือพระที่นั่ง จนรุ่งเช้าก็เดินทางต่อ ๏ เข้าลำคลองหัวรอตอระดะ ดูเกะกะรอร้างทางพม่าเห็นรอหักเหมือนหนึ่งรักพี่รอรา แต่รอท่ารั้งทุกข์มาตามทางพอเลี้ยวแหลมถึงท่าศาลาเกวียน ตลิ่งเตียนแลโล่งดังคนถางพี่ตั้งตาหาเกวียนสองข้างทาง หมายจะจ้างบรรทุกไปท่าเรือแต่ทุกข์รักก็เห็นหนักถนัดอก ถึงสักหกเจ็ดเกวียนก็เจียนเหลือแต่โศกรักมาจนหนักในลำเรือ เฝ้าเติมเจือไปทุกคุ้งรำคาญครัน ถอดคำประพันธ์ถึงคลองหัวรอ มีรอเก่า ๆ ของพวกพม่า เหมือนกับพี่ที่รอความรักด้วยความทุกข์ ถึงศาลาเกวียนตลิ่งเตียน มองหาเกวียนมาบรรทุกความรักสักหกเจ็ดเกวียน ทุกความรักมาจนหนักเรือเติมความรักมาทุกคุ้งจนรู้สึกรำคาญ ๏ ถึงบ่อโพงถ้ามีโพงจะผาสุก จะโพงทุกข์เสียให้สิ้นที่โศกศัลย์นี่แลแลก็เห็นแต่ตลิ่งชัน ถึงปากจั่นตละเตือนให้ตรอมใจโอ้นามน้องหรือมาพ้องกับชื่อบ้าน ลืมรำคาญแล้วมานึกรำลึกได้ถึงบางระกำโอ้กรรมระยำใจ เคราะห์กระไรจึงมาร้ายไม่วายเลยระกำกายมาถึงท้ายระกำบ้าน ระกำย่านนี่ก็ยาวนะอกเอ๋ยโอ้คนผู้เขาช่างอยู่อย่างไรเลย หรืออยู่เคยความระกำทุกค่ำคืน ถอดคำประพันธ์ถึงบ่อโพง ถ้ามีโพงคงจะมีความสุข จะใช้โพงความทุกข์ให้หมดสิ้น เห็นแต่ตลิ่งชัน ถึงปากจั่นชื่อพ้องกับแม่จัน ถึงบางระกำ นึกถึงเคราะห์กรรมที่ต้องตกทุกข์ระกำกายจนมาถึงบางระกำ ต้นระกำที่นี่ยาว ผู้คนคงคุ้นเคยกับความระกำใจ ๏ ถึงคุ้งแคว้นแดนพระนครหลวง ยิ่งโศกทรวงเสียใจให้สะอื้นโอ้อกเอ๋ยยังจะไปอีกหลายคืน กว่าจะชื่นแทบช้ำระกำกายถึงแม่ลาเมื่อเรามาก็ลาแม่ แม่จะแลแลหาไม่เห็นหายจะถามข่าวเช้าเย็นไม่เว้นวาย แต่เจ้าสายสุดใจมิได้มาถึงอรัญญิกยามแดดแผดพยับ เสโทซับซาบโทรมทั้งนาสาถึงตะเคียนด้วนด่วนรีบนาวามา ถึงศาลาลอยแลลิงโลดใจเงื้อมตลิ่งงิ้วงามตระหง่านยอด ระกะกอดเกะกะกิ่งไสวพยุยวบกิ่งเยือกเขยื้อนใบ ถึงวังตะไลเห็นบ้านละลานแลถึงบ้านขวางที่ทางนาวาจอด เรือตลอดแลหลามตามกระแสถึงท่าเรือเรือยัดกันอัดแอ ดูจอแจจอดริมตลิ่งชุมที่หน้าท่ารารับประทับหยุด อุตลุดขนของขึ้นกองสุมเสบียงใครใครนั่งระวังคุม พร้อมชุมนุมแน่นหน้าศาลารี ถอดคำประพันธ์ถึงพระนครหลวง ยิ่งโศกเศร้าใจ ต้องไปอีกหลายคืน ถึงแม่ลา เมื่อมาก็ลาแม่ถึงอรัญญิก ตะเคียนด้วน ศาลาลอย มีต้นงิ้วงามอยู่ริมตลิ่ง ถึงวังตะไล มีบ้านเต็มไปหมดถึงบ้านขวาง เป็นท่าเรือ ขนข้าวของเสบียงขึ้นไว้ที่ศาลา ๏ ฝ่ายพระหน่อสุริย์วงศ์ทรงสิกขา ขึ้นศาลาโสรจสรงวารีศรีข้างพวกเราเฮฮาลงวารี แต่โดยดีใจตนด้วยพ้นพายอุระเรียมเกรียมตรมอารมณ์ร้อน ระอาอ่านอกใจมิใคร่หายแลตลิ่งวิงหน้านัยน์ตาพราย หัวไหล่ตายตึงยอกตลอดตัวได้พึ่งเพื่อนเหมือนญาติเมื่อยามเข็ญ เขานวดเคล้นให้บ้างก็ยังชั่วพระอาทิตย์มืดมิดเข้าเมฆมัว ฟ้าสลัวแดดดับพยับไพรกองคเชนทร์เกณฑ์ช้างยี่สิบเชือก มาจัดเลือกกองหมอขึ้นคอไสที่เดินดีขี่กูบไม่แกว่งไกว วิสูตรใส่สองข้างเป็นช้างทรงแล้วผ่อนเกณฑ์กองช้างไว้กลางทุ่ง เวลารุ่งจะเสด็จขึ้นไพรระหงที่สี่เวรเกณฑ์กันไว้ล้อมวง พระจอมพงศ์อิศยมบรรทมพลัน ถอดคำประพันธ์เณรกรมพระปรมานุชิตชิโนรส ขึ้นศาลาทรงน้ำ ส่วนพวกเราลงว่ายน้ำ เพื่อนช่วยบีบนวดจัดกองช้างยี่สิบสี่เชือก เลือกตัวที่เดินดีเป็นช้างพระที่นั่ง พระองค์เจ้าปฐมวงศ์เข้าบรรทม ๏ อันพวกเราเหล่าเสวกามาตย์ เหนื่อยอนาถนิทราดังอาสัญแสนวิตกอกพี่นี้ผูกพัน ให้หวั่นหวั่นเวทนาด้วยอาวรณ์สดับเสียงสัปปุรุษที่หยุดพัก เขาร้องสักวาอึงทั้งครึ่งท่อนบ้างชมป่าช้าปี่ทีละคร ถึงสบกลอนที่จะรู้ก็สู้เมินเฝ้าแหงนดูดวงแขชะแง้พักตร์ เห็นจันทร์ชักรถร่อนเวหาเหินดูดวงเดือนเหมือนชื่อรื้อเผอิญ ระกำเกินที่จะเก็บประกอบกลอนจนไก่เถื่อนเตือนขันสนั่นแจ้ว ดุเหว่าแว่วหวาดหมายว่าสายสมรเดือนแอร่มแจ่มล้ำในอัมพร กองกุญชรผูกช้างมายืนเรียง ถอดคำประพันธ์พวกเสวกามาตย์ต่างเหนื่อยอ่อน นอนเหมือนตาย ได้ยินเสียงเพื่อนร้องเพลงสักวา เพลงครึ่งท่อนช้าปี่ ก็ไม่สนใจ เฝ้าดูดวงจันทร์ เหมือนชื่อน้อง ระกำเกินกว่าที่จะเขียนเป็นคำกลอน จนรุ่งเช้า กองช้างเตรียมช้างมายืนเรียง ๏ บรรดาเพื่อนเตือนตื่นขึ้นเซ็งแซ่ บ้างจอแจจัดการประสานเสียงบ้างม้วนเสื่อมัดกระสอบหอบเสบียง บ้างถุ้งเถียงชิงสัปคับกันบ้างขึ้นบนขนส่งคนข้างล่าง เสียงโฉ่งฉ่างขามแตกกระแทกขันจนคนบนสัปคับรับไม่ทัน หม้อข้าวขันตกแตกกระจายรายย่ามกระสอบกรอบแกรบกระไกรกริก กลักพริกพลิกแพลงตะแคงหงายกะโปเลเชือกร้อยขึ้นห้อยท้าย เมื่อยามร้ายดูงามกว่าชามดิน ถอดคำประพันธ์พวกเพื่อนปลุกกันเซ็งแซ่ รีบเก็บข้าวของดูวุ่นวาย ๏ สงสารนางชาวในที่ไปด้วย ทั้งโถถ้วยเครื่องแต่งแป้งขมิ้นหวีกระจกตกแตกกระจายดิน เจ้าของผินหน้าหาน้ำตาคลอจะปีนขึ้นกูบช้างไม่กางขา แต่โดยผ้ากรีดกรอมทำซอมซ่อมือตะกายสายรัดสกนธ์คอ เห็นช้างงองวงหนีก็หวีดอึงแต่ปีนไพล่เหนี่ยวพลัดสุหรัดขาด สองมือพลาดพลัดคว่ำลงต้ำผึงกรมการบ้านป่าเขาฮาตึง ทำโกรธขึ้งเรียกพวกผู้ชายเร็วบ้างขึ้นช้างพลางฉวยข้อมือฉุด ดังอุณรุทจับกินนรที่ในเหวไม่นึกอายอัประมาณเป็นการเร็ว บ้างโอบเอวอุ้มนางขึ้นช้างพังฯ ถอดคำประพันธ์พวกนางในปีนช้าง ไม่กางขา จึงตกช้าง พวกกรรมการบ้านป่าฮากันตึง พวกนางในจึงเรียกพวกผู้ชายมาช่วยฉุดมือบ้าง อุ้มบ้างเพื่อขึ้นช้าง โดยไม่นึกอาย ๏ สุรแสงแจ่มแจ้งอร่ามโลก บริโภคอิ่มเอิบอารมณ์หวังขัตติยวงศ์ทรงช้างกูบบัลลังก์ รับสั่งสั่งสารถีให้ไสเดินจากศาลาท่าเรือเข้าทิวทุ่ง เป็นฝุ่นฟุ้งนภางค์ในทางเขินกูบกระโดกโยกอย่างทุกย่างเดิน เขยื้อนเยินยอบเยือกยะยวบกายทั้งสองข้างท่านวางเป็นช้างดั้ง ระยะหลังมหาดเล็กนั้นเหลือหลายแต่ตัวพี่นี้จำเพาะเป็นเคราะห์ร้าย ต้องขึ้นพลายนำทางช้างน้ำมันเพื่อนเขาแกล้งตบมือกระพือผัด ช้างสะบัดบุกไปในไพรสัณฑ์ผงะหงายคนท้ายเขาคว้าทัน โอ้แม่จันทร์เจียนจะไม่เห็นใจจริงนึกจะโจนจากช้างลงกลางเถื่อน แล้วอายเพื่อนเขาจะเย้ยว่าใจหญิงแต่ตึงเศียรเวียนหน้านัยน์ตาวิง เอาขอพิงพาดตักมาตามทางฯ ถอดคำประพันธ์รุ่งเช้า กินกันอิ่มแล้ว เมื่อพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ทรงช้าง ก็เคลื่อนขบวน สองข้างเป็นช้างตั้ง ด้านหลังเป็นพวกมหาดเล็ก ตัวพี่เคราะห์ร้ายต้องขึ้นช้างตกน้ำมัน เพื่อนแกล้งตบมือ มันจึงพาวิ่งเข้าป่าไป พี่หงายหลัง แต่ท้ายช้างคว้าไว้ทัน นึกจะโจนลง แต่ก็อายเพื่อนจะเย้ยว่าใจหญิง พี่เวียนหัวจนตาลาย ๏ ถึงชายป่านาประโคนรำคาญคิด ถึงมิ่งมิตรแล้วให้หมองอารมณ์หมางจนพ้นทุ่งมุ่งตรงเข้าดงยาง ไม่สล้างลู่ล้มระทมทับรุกขชาติดาษดูระดะป่า สกุณาจอแจประจำจับดุเหว่าแว่วหวาดไหวฤทัยวับ จะแลกลับหลังเหลียวยิ่งเปลี่ยวใจทั้งสองข้างทางเดินก็รกระ ระเกะกะพาดพันเถาวัลย์ไสวจักจั่นแซ่เสียงเรไรไพร ในจิตใจทดท้อระย่อเย็นถอดคำประพันธ์ถึงชายป่าหน้าประโคน คิดถึงน้องรัก เข้าดงยางที่ลู่ล้มทับกัน เสียงนกจอแจ เสียงดุเหว่า ทำให้เปลี่ยวใจ สองข้างทางเต็มไปด้วยเถาวัลย์ ได้ยินเสียงจักจั่นเรไร ทำให้ระทดท้อหนาวใจ ๏ ถึงบางโขมดมีธารตะพานช้าง บรรลุทางครบร้อยห้าสิบเส้นมีโพธิ์พุ่มชุ่มชื่นระรื่นเย็น ไม่ว่างเว้นสัปปุรุษเขาหยุดเรียงบ้างขายของสองข้างตามทางป่า จำนรรจาจอแจออกแซ่เสียงพี่แกล้งไสให้คชสารเคียง เห็นของเรียงอยู่บนร้านทั้งหวานคาวแต่น้ำยานั้นเขาว่ากิ้งกือกุ้ง เห็นชาวกรุงกินกลุ้มทั้งหนุ่มสาวพี่คลื่นไส้ไสช้างในย่างยาว มาตามราวมรคาพนาวันลมกระพือฮือหอบผงคลีหวน ปักษาครวญเพรียกพฤกษ์ในไพรสัณฑ์ดุเหว่าแว่วแจ้วจับน้ำใจครัน ไก่เถื่อนขันขานเขาชวาคู ถอดคำประพันธ์ถึงบางโขมด มีธารตะพานช้าง เดินทางมาได้ร้อยห้าสิบเส้น มีต้นโพธิ์ใหญ่ให้เงาร่มเย็นผู้คนจึงหยุดพักที่นี่ สองข้างทาง มีของขายเสียงจอแจ มีทั้งของหวานของคาว พี่เห็นน้ำยา เขาว่าทำมาจากกิ้งกือ พวกชาวกรุงทั้งหนุ่มสาวจับกลุ่มกินกัน ส่วนพี่คลื่นไส้ ไสช้างเดินต่อ ๏ ประจวบจนถึงตำบลบ่อโศก ยามวิโยคออกชื่อก็ครือหูถึงจะไม่รู้จักไม่รักรู้ แต่เหลือบดูไปที่บ่อยังท้อใจระยะเดินเถินทางมากลางป่า สองร้อยห้าสิบเส้นถึงสระใหญ่พอได้กึ่งมรคาพนาลัย พี่รีบไสช้างเดินโดยลำพอง ถอดคำประพันธ์ถึงตำบลบ่อโศก มาได้สองร้อยห้าสิบเส้น ถึงสระใหญ่ พี่ไสช้างเดินต่ออย่างคะนอง ๏ มาลับท่อบ่อโศกจนสุดเหลียว ยังเสียวเสียวโศกกายไม่วายหมองถึงหนองคนทีมีสระละหานนอง เป็นเปือกกรองแต่ล้วนหญ้าคงดำอันริมรอบขอบหนองทั้งสองข้าง รอยตีนช้างลึกลุ่มหลุ่มถลำโอ้น้ำใจในอุราทาระกรรม เหมือนน้ำดำอยู่ในหนองเป็นฟองครามพี่ยลน้ำช้ำใจแล้วไสช้าง มาตามทางทิวป่าพนาหนามกำหนดนับมรคาพยายาม ก็ได้สามร้อยเส้นห้าสิบปลายโอ้ทางไกลไปเปลืองเหมือนเรื่องว่า แต่โศกข้านี่กระไรมิใคร่หายจะแลขวาป่าเขียวยังเปลี่ยวกาย จะแลซ้ายเห็นแต่โขดภูเขาเคียงกับหมู่ไม้ไกรกรวยกันเกรากร่าง พะยอมยางตาพยัคฆ์พยุงเหียงข่อยมะขามตามทางสล้างเรียง นกเขาเคียงคู่คูประสานคำโอ้นกคู่ดูน่าจะผาสุก พี่นี้ทุกข์เพราะจากเจ้างามขำเห็นนกหนึ่งจับนิ่งกิ่งระกำ โอ้นกน้อยเห็นจะจำจากตัวเมียถ้านกผู้ดูเหมือนหัวอกพี่ แสนทวีเวทนาประดาเสียนิจจาเอ๋ยถ้าเป็นอกนกตัวเมีย จะละเหี่ยหาผัวอยู่ตัวเดียวพี่เห็นนกแล้ววิตกถึงน้องน้อย จะครวญคอยนับวันกระสันเสียวไม่เห็นพี่ก็จะโหยอยู่โดยเดียว พี่ก็เปลี่ยวเปล่ากายซังตายมา ถอดคำประพันธ์ถึงหนองคนที มีสระ น้ำนอง มีหญ้าน้ำสีดำ รอยตีนช้างลึกเป็นหลุม เดินทางมาได้สามร้อยห้าสิบเส้น เหลียวซ้ายแลขวาก็เป็นป่าเขา เห็นนกเขาคู่หนึ่งขันกันอย่างมีความสุข แต่ตัวพี่ทุกข์เพราะต้องจากน้องรัก เห็นนกตัวหนึ่งจับกิ่งระกำ คงจากตัวเมียมา เหมือนตัวพี่ พี่เห็นนกก็คิดถึงน้อง คงต้องครวญคอยพี่อยู่คนเดียว ๏ ถึงศาลาอาศัยเจ้าสามเณร ในบริเวณอึกทึกด้วยพฤกษาที่ป่านั้นขยาดพยัคฆา จะไปมาใครไม่อาจประมาทเมินยามระงิดพี่ไม่คิดว่าเสือร้าย เขม้นหมายมุ่งลำเนาภูเขาเขินได้สี่ร้อยทางจรไม่หย่อนเกิน เขารีบเดินการด่วนจะจวนเพลช้างที่นั่งก็รับสั่งให้รีบไส จนเหงื่อไหลหน้าแดงดังแสงเสนถึงสระยอรอช้างเสวยเพล จนกองเกณฑ์เดินทางมาตามทัน ถอดคำประพันธ์ถึงศาลาที่สามเณรพักอยู่ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ ป่านี้นายพรานว่ามีเสือ จะไปมาต้องไม่ประมาทยามไม่สบายใจ พี่คิดกลัวเสือ มุ่งหน้าเดินทางข้ามเขา ระยะทางประมาณสี่ร้อยเส้น จนถึงสระยอ รอเสด็จมาเสวยเพล ๏ พี่แวะเข้าเขาตกคอยนำเสด็จ ดูเทเวศร์อารักษ์นรังสรรค์เอาเทียนจุดบูชาแก่เทวัญ ให้ป้องกันอันตรายในราวไพรเห็นเขาตกเขาแตกมาตกลึก อนาถนึกแล้วน่าน้ำตาไหลที่ตกยากจากนางมากลางไพร วิตกใจตกมาถึงคีรีรำจวญจิตคิดไปน่าใจหาย ไม่เว้นวายความเทวษสวาทศรีจึงเลยลาอารักษ์ริมคีรี จงสุขีเถิดนะข้าขอลาจร ถอดคำประพันธ์พี่แวะที่เขาตก คอยนำเสด็จ บูชาถวายเทวาอารักษ์ให้ช่วยป้องกันอันตราย เห็นเขาตก ทำให้นึกถึงตัวเองที่ต้องมาตกยากจากน้องมาอยู่กลางป่า รู้สึกใจหาย ๏ ถึงสระยอพอได้เวลาเสด็จ ก็ตามเสร็จแวดล้อมพร้อมสลอนกำดัดแดดแผดเที่ยงทินกร รีบกุญชรช้างที่นั่งขนัดตามบ่ายประมาณโมงหนึ่งพอถึงวัด ออกแออัดผู้คนอยู่ล้นหลามลงหยุดปลงไอยราริมอาราม สมภารตามเชิญเสด็จให้คลาไคลขึ้นกุฎีฝากระดานสำราญรื่น ก็ครึกครื้นครอบครัวเข้าอาศัยทั้งไพร่นายรายเรียบกันเรียดไป ตัดใบไม้มุงเหมือนหลังคาบัง ถอดคำประพันธ์เสด็จออกจากสระยอเวลาประมาณเที่ยง ถึงวัดประมาณบ่ายโมง มีผู้คนล้นหลาม หยุดช้างริมวัด สมภารเชิญเสด็จให้พักผ่อนบนกุฏิวัด ๏ ประจวบจนสุริยนเย็นพยับ ไม่ได้ศัพท์เซ็งแซ่ด้วยแตรสังข์ปี่ระนาดฆ้องกลองประโคมดัง ระฆังหงั่งหงั่งหง่างลงครางครึมมโหรีปี่ไฉนจับใจแจ้ว วิเวกแว่วกลองโยนตะโพนกระหึมทุกที่ทับสัปปุรุษก็พูดพึม รุกขาครึ้มครอบแสงพระจันทรเสนาะเสียงเทศนาปุจฉาถาม ในสนามเสียงสนั่นเนินสิงขรเป็นวันบรรณรสีรวีวร พระจันทรทรงกลดรจนาไฟตะเกียงเรียงรอบพระมณฑป กระจ่างจบจันทร์แจ่มแอร่มผาดอกไม้พุ่มจุดงามอร่ามตา จับศิลาแลเลื่อมเป็นลายลายพระจันทร์ส่องต้องยอดมณฑปสุก ในหน้ามุขเงางามอร่ามฉายนกบินกรวดพรวดพราดประกายพราย พลุกระจายช่อช่วงดังดวงเดือนดอกไม้ร้องป้องปีปสนั่นป่า ในแหล่งหล้าใครไม่มีเสมอเหมือนแต่คนเดินพัลวันออกฟั่นเฟือน จนจันทร์เคลื่อนรถคล้อยลับเมฆาสงัดเสียงคนดังระฆังเงียบ เย็นยะเยียบยามนอนริมเนินผาเมื่อยามแกนแสนทุเรศเวทนา ต้องไสยาอยู่กลางน้ำค้างพราวทั้งต้องน้ำอำมฤกเมื่อดึกเงียบ แสนยะเยียบเนื้อเย็นเป็นเหน็บหนาวทั้งหนาวลมหนาวพรมน้ำค้างพราว ไหนจะหนาวซากผาศิลาเย็นโอ้หนาวอื่นพอขืนอารมณ์ได้ แต่หนาวใจยากแค้นนี้แสนเข็ญทั้งหนาวนอนไกลนุชสุดจะเย็น ใครปะเป็นเหมือนหนึ่งข้าจะว่าจริงถึงผ้าผ่อนซ้อนห่มเป็นไหนไหน ไม่อุ่นใจเหมือนกอดแม่ยอดหญิงแต่ตรอมใจไสยาสน์หวาดประวิง จนไก่ชิงกันขันกระชั้นยามได้เพลินอุ่นฉุนเคลิ้มสติหลับ ก็ฝันยับไปด้วยรักไม่พักถามในนิมิตว่าได้ชิดพะงางาม เหมือนเมื่อยามยังสำราญอยู่บ้านน้องสบายนิดหนึ่งที่ฝันก็พลันรุ่ง ตื่นสะดุ้งเขาประดังระฆังก้องพอลืมตาก็ผวาคว้าประคอง ไม่พบน้องสุดแค้นแสนรำคาญ ถอดคำประพันธ์เวลาเย็น เสียงประโคมมโหรีดังเซ็งแซ่ เสียงพูดคุยกัน วันนี้เป็นวันพระขึ้น ๑๕ ค่ำ พระจันทร์ทรงกรด ไฟตะเกียงรอบพระมณฑปประกอบกับแสงจันทร์ส่องสว่างเห็นผาชัดเจน เที

ความคิดเห็นที่ 291

28 มิ.ย. 2549 20:26
  1. ๏โอ้อาลัยใจหายไม่วายห่วงดังศรสักปักซ้ำระกำทรวง เสียดายดวงจันทราพะงางามเจ้าคุมแค้นแสนโกรธพิโรธพี่ แต่เดือนยี่จนย่างเข้าเดือนสามจะหน่อพระสุริย์วงศ์ทรงพระนาม จากอารามแรมร้างทางกันดารด้วยเรียมรองมุลิกาเป็นข้าบาท จำนิราศร้างนุชสุดสงสารตามเสด็จโดยแดนแสนกันดาร นมัสการรอยบาทพระศาสดาถอดคำประพันธ์จากบทร้อยกรองนี้ทำให้ได้รับความรู้ว่า สุนทรภู่ต้องจากนางจันผู้เป็นที่รักเพื่อที่จะต้องไปนมัสการรอยพระพุทธบาท โดยที่นางนั้นยังโกรธสุนทรภู่อยู่สุนทรภู่ โดยตามเสด็จพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ เมื่อปีพุทธศักราช 2351 ตรงกับเวลา 12 ค่ำ เดือนยี่ เวลาเช้าตรู่ ออกเดินทางจากวัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ทรงผนวชอยู่ที่วารามแห่งนี้ และสุนทรภู่เป็นมหาดเล็กในขณะนั้น จนถึงเดือนสาม๏ วันจะจรจากน้องสิบสองค่ำ พอจวนย่ำรุ่งเร่งออกจากท่ารำลึกถึงดวงจันทร์ครรไลลา พี่ตั้งตาแลแต่ตามแพรายที่ประเทศเขตเคยได้เห็นเจ้า ก็แลเปล่าเปลี่ยวไปน่าใจหายแสนสลดให้ระทดระทวยกาย ไม่เหือดหายห่วงหวงเป็นห่วงครันถอดคำประพันธ์จากแม่จันทร์เมื่อวันสิบสองค่ำ ตอนรุ่งเช้ารู้สึกใจหาย เศร้าใจ ทั้งหวงทั้งห่วง ๏ ถึงคลองขวางบางจากยิ่งตรมจิต ใครช่างคิดชื่อบางไว้กางกั้นว่าชื่อจากแล้วไม่รักรู้จักกัน พิเคราะห์ครันหรือมาพ้องกับคลองบางทั้งจากที่จากคลองเป็นสองข้อ ยังจากกอนั้นก็ขึ้นในคลองขวางโอ้ว่าจากช่างมารวบประจวบทาง ทั้งจากบางจากไปใจระบมแสนวิบากหลากใจอาลัยเหลียว เห็นเวียงวังก็ยิ่งเสียวถึงเคยสมประสานสองหัตถ์ประนังตั้งประนม น้อมบังคมเทวารักษาวังขอฝากน้องสองชนกช่วยปกเกศ อย่ามีเหตุอันตรายเมื่อภายหลังใครปองชิงขอให้ตายด้วยรายชัง เทพทั้งชั้นฟ้าได้ปรานีถอดคำประพันธ์ถึงคลองขวาง บางจาก คิดถึงอุปสรรคที่มาขัดขวาง และการจากคนรักมา ขออธิษฐานให้เทพที่รักษาวังช่วยปกป้องคนรักและพ่อ ใครคิดร้ายขอให้ตาย ๏ ถึงสามเสนแจ้งความตามสำเหนียก เมื่อแรกเรียกสามแสนทั้งกรุงศรีประชุมฉุดพุทธรูปในวารี ไม่เคลื่อนที่ชลธารบาดาลดินจึงสาปนามสามแสนเป็นชื่อคุ้ง เออชาวกรุงกลับเรียกสามเสนสิ้นนี่หรือรักจะมิน่าเป็นราคิน แต่ชื่อดินเจียวยังกลายเป็นหลายคำขอใจนุชที่ฉันสุจริตรัก ให้แน่นหนักเหมือนพุทธรูปเลขาขำถึงแสนคนจะมาวอนชะอ้อนนำ สักแสนคำอย่าให้เคลื่อนจงเหมือนใจถอดคำประพันธ์ถึงสามเสน เมื่อก่อนเรียกสามแสน เพราะมีการฉุดพระพุทธรูปขึ้นจากน้ำ ใช้คนมากมาย พระพุทธรูปก็ไม่เคลื่อนที่ จึงเรียกที่นี้ว่า สามแสน แต่ชาวกรุงเรียกเป็น สามเสน นับประสาอะไรกับความรัก ก็คงต้องมัวหมอง เช่นเดียวกับชื่อของสามแสนที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป ขอให้ใจของแม่จันทร์แน่นหนักเหมือนพระพุทธรูป แม้ชายแสนคน มาอ้อนด้วยคำหวานแสนคำ ก็อย่าได้หวั่น ๏ ถึงบางพลัดยิ่งอนัตอนาถจิต นิ่งพินิจนึกน่าน้ำตาไหลพี่พลัดนางร้างรักมาแรมไกล ประเดี๋ยวใจพบบางริมทางจรถึงบางซื่อชื่อบางนี้สุจริต เหมือนซื่อจิตที่พี่ตรงจำนงสมรมิตรจิตขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบางถึงบางซ่อนเหมือนเขาซ่อนสมรพี่ ซ่อนไว้นี่ดอกกระมังเห็นกว้างขวางเจ้าเยี่ยมหน้าออกมาหกพี่หน่อยนาง จะลาร้างแรมไกลเจ้าไปแล้วฯถอดคำประพันธ์ถึงบางพลัด รู้สึกอนาถใจที่ต้องพลัดพลาดจากคนรักมาถึงบางซื่อ ชื่อบางเหมือนกับความสัตย์ของพี่ ขอให้น้องซื่อตรงกับพี่เหมือนชื่อบางถึงบางซ่อน เหมือนมีคนมาซ่อนน้อง หรือจะซ่อนน้องไว้ที่นี่ ได้โปรดเยี่ยมหน้าออกมาให้พี่เห็นสักหน่อย ๏ ถึงน้ำวนชลสายที่ท้ายย่าน เขาเรียกบ้านวัดโบสถ์ตลาดแก้วจะเหลียวกลับลับวังมาลิบแล้ว พี่ลับแก้วลับบ้านมาย่านบางพฤกษาสวนล้วนได้ฤดูดอก ตระหง่านงอกริมกระแสแลสล้างกล้วยระกำอัมพาพฤกษาปราง ต้องน้ำค้างช่อชุ่มเป็นพุ่มพวงเห็นจันทน์สุกลูกเหลืองตลบกลิ่น แมงภู่บินร่อนร้องประคองหวงพฤกษาพ้องต้องนามกานดาดวง พี่ยลพวงผลจันทน์ให้หวั่นใจแมงภู่เชยเหมือนพี่เคยประคองชิด นิ่งพินิจนึกน่าน้ำตาไหลเห็นรักร่วงผลิผลัดสลัดใบ เหมือนรักใจขวัญเมืองที่เคืองเราพี่เวียนเตือนเหมือนอย่างน้ำค้างย้อย ให้แช่มช้อยชื่อช่อเช่นกอเก่าโอ้รักต้นหรือมาต้องกับสองเรา จึงใจเจ้าโกรธไปไม่ได้นานถอดคำประพันธ์ถึงบ้านวัดโบสถ์ตลาดแก้ว มีน้ำวน มีต้นไม้มากมาย เห็นแมลงภู่ตอมลูกจันทร์ เหมือนพี่ที่เคล้าเคลียน้อง ๏ ถึงแขวงแควแพตลอดตลาดขวัญ เป็นเมืองจันตประเทศรโหฐานตลิ่งเบื้องบูรพาศาลาลาน เรือขนานจอดโจษกันจอแจพินิจนางแม่ค้าก็น่าชม ท้าคารมเร็วเร่งอยู่เซ็งแซ่ใส่เสื้อตึงรึงรัดดูอัดแอ พี่แลแลเครื่องเล่นเป็นเสียดายชมคณาฝูงนางมากลางชล สุริยนเยี่ยมฟ้าเวลาสายถึงปากเกร็ดเสร็จพักผ่อนฝีพาย หยุดสบายบริโภคอาหารพลันแรงกำเริบเอิบอิ่มขยายออก เขาก็บอกโยนยาวฉาวสนั่นถึงหาดขวางบางพูดเขาพูดกัน พี่คิดฝันใจฉงนอยู่คนเดียวเป็นพูดชื่อหรือผีภูตปีศาจหลอก ใคร่ช่วยบอกภูตผีมานี่ประเดี๋ยวจะสั่งฝากขนิษฐาสุดาเดียว ใครเกินเกี้ยวแล้วอย่าไว้กำไรเลยถอดคำประพันธ์ถึงตลาดขวัญ เป็นเมืองรอบนอก มีเรือแพมากมาย แม่ค้าหน้าตาดี ส่งเสียงเซ้งแซ่ถึงปากเกร็ด แวะกินข้าว พอให้ท้องอิ่มถึงบางพูด คนอื่นพูดคุยกัน แต่ตัวพี่นั่งนิ่งนึกถึงคนรัก ใครช่วยบอกให้ภูตผีมาหา จะได้ฝากดูแลนางจันน้องรัก อย่าให้ใครมายุ่งเกี่ยว ๏ ถึงบางพังน้ำพังลงตลิ่ง โอ้ช่างจริงเหมือนเขาว่านิจจาเอ๋ยพี่จรจากดวงใจมาไกลเชย โอ้อกเอ๋ยแทบพังเหมือนฝั่งชลถึงวังวัดเทียนถวายบ้านใหม่ข้าม ก็รีบตามเรือที่นั่งมากลางหนทุ่งละลิ่วทิวเมฆเป็นหมอกมน สะพรั่งต้นตาลโตนดอนาถครันเจ้าของตาลรักหวานขึ้นปีนต้น ระวังตนตีนมือระมัดมั่นเหมือนคบคนคำหวานรำคาญครัน ถ้าพลั้งพลันเจ็บอกเหมือนตกตาลเห็นเทพีมีหนามลงราน้ำ เปรียบเหมือนคำคนพูดไม่อ่อนหวานเห็นกิ่งกีดมีดพร้าเข้าราราน ถึงหนามกรานก็ไม่เหน็บเหมือนเจ็บทรวงถอดคำประพันธ์ถึงบางพัง ตลิ่งน้ำพัก เหมือนพี่ที่ต้องจากน้องมา อกแทบพังเหมือนฝั่งน้ำถึงวัดเทียนถวาย บ้านใหม่ มีต้นตาลมาก เจ้าของตาลอยากได้ลูกตาล จึงปีนต้นตาล เหมือนคนที่ตบกับคนปากหวาน อาจเจ็บใจเหมือนคนตกต้นตาล เห็นเถาต้นเทพี มีหนาม นึกถึงตอนถูกหนามตำก็ไม่เจ็บเหมือนถูกเหน็บแนมเชือดเชือนด้วยคำพูด ๏ ถึงบางหลวงทรวงร้อนดังศรปัก พี่ร้างรักมาด้วยราชการหลวงเมื่อคิดไปใจหายเสียดายดวง จนเรือล่วงมาถึงย่านบ้านกระแซงพี่เร่งเตือนเพื่อนชายพายกระโชก ถึงสามโคกต้องแดดยิ่งแผดแสงให้รุ่มร้อนอ่อนจิตระอิดแรง เห็นมอญแต่งตัวเดินมาตามทางตาโถงถุงนุ่งอ้อมลงกรอมส้น เป็นแยบยลเมื่อยกขยับอย่างเห็นขาขาววาวแวบอยู่หว่างกลาง ใครยลนางก็เป็นน่าจะปรานีดูเหย้าเรือนหาเหมือนอย่างไทยไม่ หลังคาใหญ่พื้นเล็กเป็นโรงผีระยะบ้านย่านนั้นก็ยาวรี จำเพาะมีฝั่งซ้ายเมื่อพายไปถอดคำประพันธ์ถึงบางหลวง ใจเร่าร้อนดั่งศรปัก ถึงบ้านกระแซง เร่งฝีพายมาจนถึงสามโคก แดดร้อนเห็นชาวมอญนุ่งโสร่งเดินเห็นขาขาวๆ ใครมองเห็นก็คงนึกชอบ บ้านเรือนไม่เหมือนบ้านคนไทย หลังคาใหญ่ พื้นเล็กเหมือนโลงศพ ทรงบ้านยาวรี ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ฝั่งซ้าย ๏ ถึงวังตำหนักพักพลพอเสวย แล้วก็เลยตามแควกระแสไหลทั้งน้ำลงน่าสลดระทดใจ โอ้น้ำไหลเจียวยังมีเวลาลงแต่โศกพี่หรือไม่มีเวลาว่าง ระยะทางก็ยังไกลถึงไพรระหงขึ้นจากน้ำแล้วจะซ้ำเข้าเดินดง เมื่อไรลงนั่นแลกายจะวายตรอมเห็นลมอื้อจะใคร่สื่อสาราสั่ง ถึงร้อยชั่งคู่เชยเคยถนอมให้นิ่มน้องครองศักดิ์อย่าปลักปลอม เรียมนี้ตรอมใจถึงคะนึงนางถอดคำประพันธ์ถึงวังตำหนัก พักพล เจ้านายเสวยเสร็จ ก็ไปต่อ น้ำไหลยังมีเวลาลง แต่ใจพี่โศกไม่มีเวลาว่าง ต้องเดินทางอีกไกล ขึ้นจากน้ำก็ต้องเดินป่า เห็นลมพัดอยากจะฝากสารถึงน้องรักให้รักษาเนื้อรักษาตัวรอคอยพี่ พี่ตรอมใจคิดถึงน้อง ๏ ถึงทุ่งขวางกลางยานบ้านกระบือ ที่ลมอื้อนั่นค่อยเหือดด้วยคุ้งขวางถึงย่านหนึ่งน้ำเซาะเป็นเกาะกลาง ต้องแยกทางสองแควกระแสชลปางบุรำคำบุราณขนานนาม ราชครามเกาะใหญ่เป็นไพรสณฑ์ในแถวทางกลางย่านกันดารคน นาวาดลเดินเบื้องบูรพาโอ้กระแสแควเดียวทีเดียวหนอ มาเกิดก่อเกาะถนัดสกัดหน้าต้องแยกคลองออกเป็นสองทางคงคา นี่หรือคนจะมิน่าเป็นสองใจครั้นพอสิ้นถิ่นเกาะค่อยเลาะเลียบ นาวาเพียบน้ำลงกำลังไหลโอ้อนาถเหนื่อยน่าระอาใจ ถึงบางไทรด่านดักนาวาเดินเขาบอกชื่อสีกุกตรงด่านข้าม เป็นสามง่ามน้ำนองในคลองเขินปักษาโบกปีกบินลงดินเดิน มัจฉาเพลินผุดพล่านในคงคานกยางเลียบเหยียบปลานขาหยิก เอาปากจิกบินฮือขึ้นเวหากระทุงน้อยลอยทวนนาวามา โอ้ปักษาเอ๋ยจะลอยถึงไหนไปหน้าวังหรือจะสั่งด้วยนะนก ให้แนบอกของพี่รู้ว่าโหยไห้มิทันสั่งสกุณินก็บินไป ลงจับใกล้นกตะกรุมริมวุ้มวนศีรษะเตียนเลี่ยนโล่งหัวล้านเลื่อม เหนียงกระเพื่อมร้องแรงแสยงขนโอ้หัวนกนี่ก็ล้านประจานคน เมื่อยามยลพี่ยิ่งแสนระกำทรวงถอดคำประพันธ์ถึงทุ่งขวาง บ้านกระบือ เกาะราชคราม กระแสน้ำยังแยกเป็นสองทาง ใจคนก็แยกเป็นสองใจได้เช่นกัน ถึงบางไทร มีสายน้ำแยกเป็นสามง่าม เรียกว่า สีกุก มีนกบิน ปลาผุดว่ายมากมาย ๏ ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางน้ำ เหมือนเกิดกรรมเกิดราชการหลวงจึงเกิดโศกขัดขวางขึ้นกลางทรวง จะตักตวงไว้ก็เติบกว่าเกาะดินรำพึงพายตามสายกระแสเชี่ยว ยิ่งแสนเปลี่ยวเปล่าในฤทัยถวิลสักครู่หนึ่งก็มาถึงบางเกาะอิน กระแสสินธุ์สายชลเป็นวนวังอันเท็จจริงสิ่งนี้ไม่รู้แน่ ได้ยินแต่ยุบลแต่หนหลังว่าที่เกาะบางอออินเป็นถิ่นวัง กษัตริย์ครั้งครองศรีอยุธยาพาสนมออกมาชมคณานก ก็เรื้อรกรั้งร้างเป็นทางป่าอันคำแจ้งกับเราแกล้งสังเกตตา ก็เห็นน่าที่จะแน่กระแสความแต่เดี๋ยวนี้มีไม้ก็ตายโกร๋น ทั้งเกิดโจรจระเข้ให้คนขามโอ้ฉะนี้แก้วพี่เจ้ามาตาม จะวอนถามย่านน้ำพี่ร่ำไปถอดคำประพันธ์ถึงเกาะเกิด เหมือนเกิดกรรมที่ต้องมาราชการ จึงเกิดความโศกมากมายกว่าเกาะดิน ถึงเกาะบางอออิน มีน้ำวน เล่ากันว่าเป็นวังเก่าสมัยอยุธยา กษัตริย์พาสนมออกมาชมนก แต่ปัจจุบันต้นไม้ตายโกร๋น มีทั้งโจร จระเข้ คนจึงกลัวกันมาก ๏ ถึงเกาะพระที่ระยะสำเภาล่ม เภตราจมอยู่ในแควกระแสไหลถึงเกาะเรียนโอ้เรียมยิ่งเกรียมใจ ที่เพื่อนไปเขาก็โจษกันกลางเรือว่าคุ้งหน้าท่าเสือข้ามกระแส พี่แลแลหาเสือไม่เห็นเสือถ้ามีจริงก็จะวิ่งลงจากเรือ อุทิศเนื้อให้เป็นภักษ์พยัคฆาไม่เคยตายเขาบ่ายนาวาล่อง เข้าในคลองตะเคียนให้โหยหาระยะย่านบ้านช่องในคลองมา ล้วนภาษาพวกแขกตะนีอึงดูหน้าตาก็ไม่น่าจะชมชื่น พี่แข็งขืนอารมณ์ทำก้มขึงที่เพื่อนเราร้องหยอกมันออกอึง จนเรือถึงปากช่องคลองตะเคียนถอดคำประพันธ์ถึงเกาะพระ มีสำเภาล่มจมอยู่ ถึงเกาะเรียน เรียมรู้สึกร้อนใจ ถึงท่าเสือ แต่พี่มองไม่เห็นเสือ ถ้ามีจริงจะวิ่งออกจากเรืออุทิศเนื้อให้เป็นอาหารของเสือ เข้าคลองตะเคียน เป็นถิ่นของพวกแขกตะนี หน้าตาไม่น่ามอง ถึงปากช่องคลองตะเคียน เห็นวัดวาอารามมากมาย เจดีย์ ศาลาการเปรียญ โบสถ์ กุฏิชำรุดพัง ๏ เห็นวัดวาอารามตามตลิ่ง ออกแจ้งจริงเหลือจะจำในคำเขียนพระเจดีย์ดูกลาดดาษเดียร การเปรียญโบสถ์กุฏิ์ชำรุดพังถึงวัดธารมาใหม่ใจระย่อ ของพระหน่อสุริย์วงศ์พระวังหลังอุตส่าห์ทรงศรัทธามาประทัง อารามรั้งหรือมางามอร่ามทองสังเวชวัดธารมาที่อาศัย ถึงสร้างใหม่ชื่อยังธาระมาหมองเหมือนทุกข์พี่ถึงจะมีจินดาครอง มงกุฎทองสร้อยสะอิ้งมาใส่กายอันตัวงามยามนี้ก็ตรอมอก แสนวิตกมาตามแควกระแสสายถึงคลองสระปทุมานาวาราย น่าใจหายเห็นศรีอยุธยาทั้งวังหลวงวังหลังก็รั้งรก เห็นนกหกซ้อแซ้บนพฤกษาดูปราสาทราชวังเป็นรังกา ดังป่าช้าพงชัฏสงัดคนถอดคำประพันธ์ถึงวัดธารมาใหม่ ชื่อวัดเหมือนความทรมานความทุกข์ของพี่ แม้มีเครื่องประดับ แต่งตัวจนงาม แต่ใจก็ยังตรอมตรม ถึงคลองสระประทุม เห็นราชวังเก่าร้างรก ดังรังกา เงียบดังป่าช้า ๏ อนิจจาธานินสิ้นกษัตริย์ เหงาสงัดเงียบไปดังไพรสณฑ์แม้กรุงยังพรั่งพร้อมประชาชน จะสับสนแซ่เสียงทั้งเวียงวังมโหรีปี่กลองจะก้องกึก จะโครมครึกเซ็งแซ่ด้วยแตรสังข์ดูพาราน่าคิดอนิจจัง ยังได้ฟังแต่เสียงสกุณาทั้งสองฝั่งแฝกแขมแอร่มรก ชะตาตกสูญสิ้นพระชันษาแต่ปู่ย่ายายเราท่านเล่ามา เมื่อแรกศรีอยุธยายังเจริญกษัตริย์สืบสุริย์วงศ์ดำรงโลก ระงับโศกสุขสุดจะสรรเสริญเราเห็นยับยังแต่รอยก็พลอยเพลิน เสียดายเกิดมาเมื่อเกินน่าน้อยใจกำแพงรอบขอบคูก็ดูลึก ไม่น่าศึกอ้ายพม่าจะมาได้ยังให้มันข้ามเข้าเอาเวียงชัย โอ้อย่างไรเหมือนบุรีไม่มีชายหรือธานินสิ้นเกณฑ์จึงเกิดยุค ไพรีรุกรบได้ดังใจหมายเหมือนทุกวันแล้วไม่คัณนาตาย ให้ใจหายหวั่นหวั่นถึงจันทร์ดวง ๏ พี่ดูใจค่ายนอกออกหนักแน่น ดังเขตแคว้นคูขอบนครหลวงไม่เห็นจริงใจนางในกลางทรวง ชายทะลวงเข้ามาบ้างจะอย่างไรขอเทเวศร์เขตสวรรค์ชั้นดุสิต ดลใจมิตรอย่าให้เหมือนกับกรุงใหญ่ให้เหมือนกรุงเราทุกวันไม่พรั่นใคร นั่นแลใจเห็นจะครองกับน้องนานถอดคำประพันธ์เมืองที่สิ้นกษัตริย์เงียบดังป่า เมื่อครั้งที่กรุงเต็มไปด้วยผู้คน คงมีเสียงเซ็งแซ่ทั้งเมือง เสียงมโหรี แตร สังข์ แต่ครั้งนี้มีแต่เสียงนก ทั้งสองฝั่งเต็มไปด้วยต้นแฝกและแขม ปู่ยาตายายเล่าถึงเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเจริญ กษัตริย์ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองดับทุกข์โศกของประชาชน น่าสรรเสริญยิ่ง เสียดายที่เราเกิดมาไม่ทันเห็น มีกำแพงเมือง คูเมืองก็ลึก ข้าศึกไม่น่าเข้ามายึดได้ เหมือนกับไม่มีผู้ชาย คงเป็นเพราะเมืองสิ้นชะตา จึงทำให้ข้าศึกยึดได้ ทุกวันนี้พี่ไม่กลัวตาย คิดถึงแต่แม่จัน ขอให้เทวดาในสรวงสรรค์ชั้นดุสิต ดลใจให้น้องอย่าเป็นเหมือนกรุงเก่า ขอให้เป็นเหมือนกรุงของเราที่ไม่พรั่นใคร จะได้อยู่เคียงคู่กับพี่ตลอดไป ๏ สุริยนเย็นสนธยาย่ำ ประทับลำเรือเรียงเคียงขนานเขาเรียกวัดแม่นางปลื้มลืมรำคาญ ใครขนานชื่อหนอได้ต่อมาช่างแปลงโศกให้เราปลื้มพอลืมรัก จะรู้จักคุณจริงไม่แกล้งว่าพลพายนายไพร่บรรดามา หุงข้าวหาฟืนใส่ก่อไฟฮือพี่ตันอกตกยากจากสถาน เห็นอาหารหวนทอดใจใหญ่หือค่อยขืนเคี้ยวข้าวคำสักกำมือ พอกลืนครือคอแค้นดังขวากคมจะเจือน้ำซ้ำแสบในทรวงเสียว มีเค็มเปรี้ยวกล้ำกลืนก็ขื่นขมกินประทับแต่พอรับกับโรคลม ครั้นค่ำพรมน้ำค้างอยู่พร่างพรายก็แรมรอนนอนวัดแม่นางปลื้ม พี่ไม่ลืมอาลัยให้ใจหายทั้งไพร่นายนอนกลาดบนหาดทราย พงศ์นารายณ์นรินทร์วงศ์ที่ทรงญาณบรรทมเรือพระที่นั่งบังวิสูตร เขารวบรูดรอบดีทั้งสี่ด้านครั้นรุ่งเช้าราวโมงหนึ่งนานนาน จัดแจงม่านให้เคลื่อนนาวาคลาถอดคำประพันธ์ถึงวัดนางปลื้ม ทำให้เราปลื้มลืมความรัก พักกินข้าว ก็กินไม่ค่อยลง ค้างคืนที่นี่ เจ้านายบรรทมในเรือพระที่นั่ง จนรุ่งเช้าก็เดินทางต่อ ๏ เข้าลำคลองหัวรอตอระดะ ดูเกะกะรอร้างทางพม่าเห็นรอหักเหมือนหนึ่งรักพี่รอรา แต่รอท่ารั้งทุกข์มาตามทางพอเลี้ยวแหลมถึงท่าศาลาเกวียน ตลิ่งเตียนแลโล่งดังคนถางพี่ตั้งตาหาเกวียนสองข้างทาง หมายจะจ้างบรรทุกไปท่าเรือแต่ทุกข์รักก็เห็นหนักถนัดอก ถึงสักหกเจ็ดเกวียนก็เจียนเหลือแต่โศกรักมาจนหนักในลำเรือ เฝ้าเติมเจือไปทุกคุ้งรำคาญครันถอดคำประพันธ์ถึงคลองหัวรอ มีรอเก่า ๆ ของพวกพม่า เหมือนกับพี่ที่รอความรักด้วยความทุกข์ ถึงศาลาเกวียนตลิ่งเตียน มองหาเกวียนมาบรรทุกความรักสักหกเจ็ดเกวียน ทุกความรักมาจนหนักเรือเติมความรักมาทุกคุ้งจนรู้สึกรำคาญ ๏ ถึงบ่อโพงถ้ามีโพงจะผาสุก จะโพงทุกข์เสียให้สิ้นที่โศกศัลย์นี่แลแลก็เห็นแต่ตลิ่งชัน ถึงปากจั่นตละเตือนให้ตรอมใจโอ้นามน้องหรือมาพ้องกับชื่อบ้าน ลืมรำคาญแล้วมานึกรำลึกได้ถึงบางระกำโอ้กรรมระยำใจ เคราะห์กระไรจึงมาร้ายไม่วายเลยระกำกายมาถึงท้ายระกำบ้าน ระกำย่านนี่ก็ยาวนะอกเอ๋ยโอ้คนผู้เขาช่างอยู่อย่างไรเลย หรืออยู่เคยความระกำทุกค่ำคืนถอดคำประพันธ์ถึงบ่อโพง ถ้ามีโพงคงจะมีความสุข จะใช้โพงความทุกข์ให้หมดสิ้น เห็นแต่ตลิ่งชัน ถึงปากจั่นชื่อพ้องกับแม่จัน ถึงบางระกำ นึกถึงเคราะห์กรรมที่ต้องตกทุกข์ระกำกายจนมาถึงบางระกำ ต้นระกำที่นี่ยาว ผู้คนคงคุ้นเคยกับความระกำใจ ๏ ถึงคุ้งแคว้นแดนพระนครหลวง ยิ่งโศกทรวงเสียใจให้สะอื้นโอ้อกเอ๋ยยังจะไปอีกหลายคืน กว่าจะชื่นแทบช้ำระกำกายถึงแม่ลาเมื่อเรามาก็ลาแม่ แม่จะแลแลหาไม่เห็นหายจะถามข่าวเช้าเย็นไม่เว้นวาย แต่เจ้าสายสุดใจมิได้มาถึงอรัญญิกยามแดดแผดพยับ เสโทซับซาบโทรมทั้งนาสาถึงตะเคียนด้วนด่วนรีบนาวามา ถึงศาลาลอยแลลิงโลดใจเงื้อมตลิ่งงิ้วงามตระหง่านยอด ระกะกอดเกะกะกิ่งไสวพยุยวบกิ่งเยือกเขยื้อนใบ ถึงวังตะไลเห็นบ้านละลานแลถึงบ้านขวางที่ทางนาวาจอด เรือตลอดแลหลามตามกระแสถึงท่าเรือเรือยัดกันอัดแอ ดูจอแจจอดริมตลิ่งชุมที่หน้าท่ารารับประทับหยุด อุตลุดขนของขึ้นกองสุมเสบียงใครใครนั่งระวังคุม พร้อมชุมนุมแน่นหน้าศาลารีถอดคำประพันธ์ถึงพระนครหลวง ยิ่งโศกเศร้าใจ ต้องไปอีกหลายคืน ถึงแม่ลา เมื่อมาก็ลาแม่ถึงอรัญญิก ตะเคียนด้วน ศาลาลอย มีต้นงิ้วงามอยู่ริมตลิ่ง ถึงวังตะไล มีบ้านเต็มไปหมดถึงบ้านขวาง เป็นท่าเรือ ขนข้าวของเสบียงขึ้นไว้ที่ศาลา ๏ ฝ่ายพระหน่อสุริย์วงศ์ทรงสิกขา ขึ้นศาลาโสรจสรงวารีศรีข้างพวกเราเฮฮาลงวารี แต่โดยดีใจตนด้วยพ้นพายอุระเรียมเกรียมตรมอารมณ์ร้อน ระอาอ่านอกใจมิใคร่หายแลตลิ่งวิงหน้านัยน์ตาพราย หัวไหล่ตายตึงยอกตลอดตัวได้พึ่งเพื่อนเหมือนญาติเมื่อยามเข็ญ เขานวดเคล้นให้บ้างก็ยังชั่วพระอาทิตย์มืดมิดเข้าเมฆมัว ฟ้าสลัวแดดดับพยับไพรกองคเชนทร์เกณฑ์ช้างยี่สิบเชือก มาจัดเลือกกองหมอขึ้นคอไสที่เดินดีขี่กูบไม่แกว่งไกว วิสูตรใส่สองข้างเป็นช้างทรงแล้วผ่อนเกณฑ์กองช้างไว้กลางทุ่ง เวลารุ่งจะเสด็จขึ้นไพรระหงที่สี่เวรเกณฑ์กันไว้ล้อมวง พระจอมพงศ์อิศยมบรรทมพลันถอดคำประพันธ์เณรกรมพระปรมานุชิตชิโนรส ขึ้นศาลาทรงน้ำ ส่วนพวกเราลงว่ายน้ำ เพื่อนช่วยบีบนวดจัดกองช้างยี่สิบสี่เชือก เลือกตัวที่เดินดีเป็นช้างพระที่นั่ง พระองค์เจ้าปฐมวงศ์เข้าบรรทม ๏ อันพวกเราเหล่าเสวกามาตย์ เหนื่อยอนาถนิทราดังอาสัญแสนวิตกอกพี่นี้ผูกพัน ให้หวั่นหวั่นเวทนาด้วยอาวรณ์สดับเสียงสัปปุรุษที่หยุดพัก เขาร้องสักวาอึงทั้งครึ่งท่อนบ้างชมป่าช้าปี่ทีละคร ถึงสบกลอนที่จะรู้ก็สู้เมินเฝ้าแหงนดูดวงแขชะแง้พักตร์ เห็นจันทร์ชักรถร่อนเวหาเหินดูดวงเดือนเหมือนชื่อรื้อเผอิญ ระกำเกินที่จะเก็บประกอบกลอนจนไก่เถื่อนเตือนขันสนั่นแจ้ว ดุเหว่าแว่วหวาดหมายว่าสายสมรเดือนแอร่มแจ่มล้ำในอัมพร กองกุญชรผูกช้างมายืนเรียงถอดคำประพันธ์พวกเสวกามาตย์ต่างเหนื่อยอ่อน นอนเหมือนตาย ได้ยินเสียงเพื่อนร้องเพลงสักวา เพลงครึ่งท่อนช้าปี่ ก็ไม่สนใจ เฝ้าดูดวงจันทร์ เหมือนชื่อน้อง ระกำเกินกว่าที่จะเขียนเป็นคำกลอน จนรุ่งเช้า กองช้างเตรียมช้างมายืนเรียง ๏ บรรดาเพื่อนเตือนตื่นขึ้นเซ็งแซ่ บ้างจอแจจัดการประสานเสียงบ้างม้วนเสื่อมัดกระสอบหอบเสบียง บ้างถุ้งเถียงชิงสัปคับกันบ้างขึ้นบนขนส่งคนข้างล่าง เสียงโฉ่งฉ่างขามแตกกระแทกขันจนคนบนสัปคับรับไม่ทัน หม้อข้าวขันตกแตกกระจายรายย่ามกระสอบกรอบแกรบกระไกรกริก กลักพริกพลิกแพลงตะแคงหงายกะโปเลเชือกร้อยขึ้นห้อยท้าย เมื่อยามร้ายดูงามกว่าชามดินถอดคำประพันธ์พวกเพื่อนปลุกกันเซ็งแซ่ รีบเก็บข้าวของดูวุ่นวาย ๏ สงสารนางชาวในที่ไปด้วย ทั้งโถถ้วยเครื่องแต่งแป้งขมิ้นหวีกระจกตกแตกกระจายดิน เจ้าของผินหน้าหาน้ำตาคลอจะปีนขึ้นกูบช้างไม่กางขา แต่โดยผ้ากรีดกรอมทำซอมซ่อมือตะกายสายรัดสกนธ์คอ เห็นช้างงองวงหนีก็หวีดอึงแต่ปีนไพล่เหนี่ยวพลัดสุหรัดขาด สองมือพลาดพลัดคว่ำลงต้ำผึงกรมการบ้านป่าเขาฮาตึง ทำโกรธขึ้งเรียกพวกผู้ชายเร็วบ้างขึ้นช้างพลางฉวยข้อมือฉุด ดังอุณรุทจับกินนรที่ในเหวไม่นึกอายอัประมาณเป็นการเร็ว บ้างโอบเอวอุ้มนางขึ้นช้างพังฯถอดคำประพันธ์พวกนางในปีนช้าง ไม่กางขา จึงตกช้าง พวกกรรมการบ้านป่าฮากันตึง พวกนางในจึงเรียกพวกผู้ชายมาช่วยฉุดมือบ้าง อุ้มบ้างเพื่อขึ้นช้าง โดยไม่นึกอาย ๏ สุรแสงแจ่มแจ้งอร่ามโลก บริโภคอิ่มเอิบอารมณ์หวังขัตติยวงศ์ทรงช้างกูบบัลลังก์ รับสั่งสั่งสารถีให้ไสเดินจากศาลาท่าเรือเข้าทิวทุ่ง เป็นฝุ่นฟุ้งนภางค์ในทางเขินกูบกระโดกโยกอย่างทุกย่างเดิน เขยื้อนเยินยอบเยือกยะยวบกายทั้งสองข้างท่านวางเป็นช้างดั้ง ระยะหลังมหาดเล็กนั้นเหลือหลายแต่ตัวพี่นี้จำเพาะเป็นเคราะห์ร้าย ต้องขึ้นพลายนำทางช้างน้ำมันเพื่อนเขาแกล้งตบมือกระพือผัด ช้างสะบัดบุกไปในไพรสัณฑ์ผงะหงายคนท้ายเขาคว้าทัน โอ้แม่จันทร์เจียนจะไม่เห็นใจจริงนึกจะโจนจากช้างลงกลางเถื่อน แล้วอายเพื่อนเขาจะเย้ยว่าใจหญิงแต่ตึงเศียรเวียนหน้านัยน์ตาวิง เอาขอพิงพาดตักมาตามทางฯ ถอดคำประพันธ์รุ่งเช้า กินกันอิ่มแล้ว เมื่อพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ทรงช้าง ก็เคลื่อนขบวน สองข้างเป็นช้างตั้ง ด้านหลังเป็นพวกมหาดเล็ก ตัวพี่เคราะห์ร้ายต้องขึ้นช้างตกน้ำมัน เพื่อนแกล้งตบมือ มันจึงพาวิ่งเข้าป่าไป พี่หงายหลัง แต่ท้ายช้างคว้าไว้ทัน นึกจะโจนลง แต่ก็อายเพื่อนจะเย้ยว่าใจหญิง พี่เวียนหัวจนตาลาย ๏ ถึงชายป่านาประโคนรำคาญคิด ถึงมิ่งมิตรแล้วให้หมองอารมณ์หมางจนพ้นทุ่งมุ่งตรงเข้าดงยาง ไม่สล้างลู่ล้มระทมทับรุกขชาติดาษดูระดะป่า สกุณาจอแจประจำจับดุเหว่าแว่วหวาดไหวฤทัยวับ จะแลกลับหลังเหลียวยิ่งเปลี่ยวใจทั้งสองข้างทางเดินก็รกระ ระเกะกะพาดพันเถาวัลย์ไสวจักจั่นแซ่เสียงเรไรไพร ในจิตใจทดท้อระย่อเย็นถอดคำประพันธ์ถึงชายป่าหน้าประโคน คิดถึงน้องรัก เข้าดงยางที่ลู่ล้มทับกัน เสียงนกจอแจ เสียงดุเหว่า ทำให้เปลี่ยวใจ สองข้างทางเต็มไปด้วยเถาวัลย์ ได้ยินเสียงจักจั่นเรไร ทำให้ระทดท้อหนาวใจ ๏ ถึงบางโขมดมีธารตะพานช้าง บรรลุทางครบร้อยห้าสิบเส้นมีโพธิ์พุ่มชุ่มชื่นระรื่นเย็น ไม่ว่างเว้นสัปปุรุษเขาหยุดเรียงบ้างขายของสองข้างตามทางป่า จำนรรจาจอแจออกแซ่เสียงพี่แกล้งไสให้คชสารเคียง เห็นของเรียงอยู่บนร้านทั้งหวานคาวแต่น้ำยานั้นเขาว่ากิ้งกือกุ้ง เห็นชาวกรุงกินกลุ้มทั้งหนุ่มสาวพี่คลื่นไส้ไสช้างในย่างยาว มาตามราวมรคาพนาวันลมกระพือฮือหอบผงคลีหวน ปักษาครวญเพรียกพฤกษ์ในไพรสัณฑ์ดุเหว่าแว่วแจ้วจับน้ำใจครัน ไก่เถื่อนขันขานเขาชวาคูถอดคำประพันธ์ถึงบางโขมด มีธารตะพานช้าง เดินทางมาได้ร้อยห้าสิบเส้น มีต้นโพธิ์ใหญ่ให้เงาร่มเย็นผู้คนจึงหยุดพักที่นี่ สองข้างทาง มีของขายเสียงจอแจ มีทั้งของหวานของคาว พี่เห็นน้ำยา เขาว่าทำมาจากกิ้งกือ พวกชาวกรุงทั้งหนุ่มสาวจับกลุ่มกินกัน ส่วนพี่คลื่นไส้ ไสช้างเดินต่อ ๏ ประจวบจนถึงตำบลบ่อโศก ยามวิโยคออกชื่อก็ครือหูถึงจะไม่รู้จักไม่รักรู้ แต่เหลือบดูไปที่บ่อยังท้อใจระยะเดินเถินทางมากลางป่า สองร้อยห้าสิบเส้นถึงสระใหญ่พอได้กึ่งมรคาพนาลัย พี่รีบไสช้างเดินโดยลำพองถอดคำประพันธ์ถึงตำบลบ่อโศก มาได้สองร้อยห้าสิบเส้น ถึงสระใหญ่ พี่ไสช้างเดินต่ออย่างคะนอง ๏ มาลับท่อบ่อโศกจนสุดเหลียว ยังเสียวเสียวโศกกายไม่วายหมองถึงหนองคนทีมีสระละหานนอง เป็นเปือกกรองแต่ล้วนหญ้าคงดำอันริมรอบขอบหนองทั้งสองข้าง รอยตีนช้างลึกลุ่มหลุ่มถลำโอ้น้ำใจในอุราทาระกรรม เหมือนน้ำดำอยู่ในหนองเป็นฟองครามพี่ยลน้ำช้ำใจแล้วไสช้าง มาตามทางทิวป่าพนาหนามกำหนดนับมรคาพยายาม ก็ได้สามร้อยเส้นห้าสิบปลายโอ้ทางไกลไปเปลืองเหมือนเรื่องว่า แต่โศกข้านี่กระไรมิใคร่หายจะแลขวาป่าเขียวยังเปลี่ยวกาย จะแลซ้ายเห็นแต่โขดภูเขาเคียงกับหมู่ไม้ไกรกรวยกันเกรากร่าง พะยอมยางตาพยัคฆ์พยุงเหียงข่อยมะขามตามทางสล้างเรียง นกเขาเคียงคู่คูประสานคำโอ้นกคู่ดูน่าจะผาสุก พี่นี้ทุกข์เพราะจากเจ้างามขำเห็นนกหนึ่งจับนิ่งกิ่งระกำ โอ้นกน้อยเห็นจะจำจากตัวเมียถ้านกผู้ดูเหมือนหัวอกพี่ แสนทวีเวทนาประดาเสียนิจจาเอ๋ยถ้าเป็นอกนกตัวเมีย จะละเหี่ยหาผัวอยู่ตัวเดียวพี่เห็นนกแล้ววิตกถึงน้องน้อย จะครวญคอยนับวันกระสันเสียวไม่เห็นพี่ก็จะโหยอยู่โดยเดียว พี่ก็เปลี่ยวเปล่ากายซังตายมาถอดคำประพันธ์ถึงหนองคนที มีสระ น้ำนอง มีหญ้าน้ำสีดำ รอยตีนช้างลึกเป็นหลุม เดินทางมาได้สามร้อยห้าสิบเส้น เหลียวซ้ายแลขวาก็เป็นป่าเขา เห็นนกเขาคู่หนึ่งขันกันอย่างมีความสุข แต่ตัวพี่ทุกข์เพราะต้องจากน้องรัก เห็นนกตัวหนึ่งจับกิ่งระกำ คงจากตัวเมียมา เหมือนตัวพี่ พี่เห็นนกก็คิดถึงน้อง คงต้องครวญคอยพี่อยู่คนเดียว ๏ ถึงศาลาอาศัยเจ้าสามเณร ในบริเวณอึกทึกด้วยพฤกษาที่ป่านั้นขยาดพยัคฆา จะไปมาใครไม่อาจประมาทเมินยามระงิดพี่ไม่คิดว่าเสือร้าย เขม้นหมายมุ่งลำเนาภูเขาเขินได้สี่ร้อยทางจรไม่หย่อนเกิน เขารีบเดินการด่วนจะจวนเพลช้างที่นั่งก็รับสั่งให้รีบไส จนเหงื่อไหลหน้าแดงดังแสงเสนถึงสระยอรอช้างเสวยเพล จนกองเกณฑ์เดินทางมาตามทันถอดคำประพันธ์ถึงศาลาที่สามเณรพักอยู่ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ ป่านี้นายพรานว่ามีเสือ จะไปมาต้องไม่ประมาทยามไม่สบายใจ พี่คิดกลัวเสือ มุ่งหน้าเดินทางข้ามเขา ระยะทางประมาณสี่ร้อยเส้น จนถึงสระยอ รอเสด็จมาเสวยเพล ๏ พี่แวะเข้าเขาตกคอยนำเสด็จ ดูเทเวศร์อารักษ์นรังสรรค์เอาเทียนจุดบูชาแก่เทวัญ ให้ป้องกันอันตรายในราวไพรเห็นเขาตกเขาแตกมาตกลึก อนาถนึกแล้วน่าน้ำตาไหลที่ตกยากจากนางมากลางไพร วิตกใจตกมาถึงคีรีรำจวญจิตคิดไปน่าใจหาย ไม่เว้นวายความเทวษสวาทศรีจึงเลยลาอารักษ์ริมคีรี จงสุขีเถิดนะข้าขอลาจรถอดคำประพันธ์พี่แวะที่เขาตก คอยนำเสด็จ บูชาถวายเทวาอารักษ์ให้ช่วยป้องกันอันตราย เห็นเขาตก ทำให้นึกถึงตัวเองที่ต้องมาตกยากจากน้องมาอยู่กลางป่า รู้สึกใจหาย ๏ ถึงสระยอพอได้เวลาเสด็จ ก็ตามเสร็จแวดล้อมพร้อมสลอนกำดัดแดดแผดเที่ยงทินกร รีบกุญชรช้างที่นั่งขนัดตามบ่ายประมาณโมงหนึ่งพอถึงวัด ออกแออัดผู้คนอยู่ล้นหลามลงหยุดปลงไอยราริมอาราม สมภารตามเชิญเสด็จให้คลาไคลขึ้นกุฎีฝากระดานสำราญรื่น ก็ครึกครื้นครอบครัวเข้าอาศัยทั้งไพร่นายรายเรียบกันเรียดไป ตัดใบไม้มุงเหมือนหลังคาบังถอดคำประพันธ์เสด็จออกจากสระยอเวลาประมาณเที่ยง ถึงวัดประมาณบ่ายโมง มีผู้คนล้นหลาม หยุดช้างริมวัด สมภารเชิญเสด็จให้พักผ่อนบนกุฏิวัด ๏ ประจวบจนสุริยนเย็นพยับ ไม่ได้ศัพท์เซ็งแซ่ด้วยแตรสังข์ปี่ระนาดฆ้องกลองประโคมดัง ระฆังหงั่งหงั่งหง่างลงครางครึมมโหรีปี่ไฉนจับใจแจ้ว วิเวกแว่วกลองโยนตะโพนกระหึมทุกที่ทับสัปปุรุษก็พูดพึม รุกขาครึ้มครอบแสงพระจันทรเสนาะเสียงเทศนาปุจฉาถาม ในสนามเสียงสนั่นเนินสิงขรเป็นวันบรรณรสีรวีวร พระจันทรทรงกลดรจนาไฟตะเกียงเรียงรอบพระมณฑป กระจ่างจบจันทร์แจ่มแอร่มผาดอกไม้พุ่มจุดงามอร่ามตา จับศิลาแลเลื่อมเป็นลายลายพระจันทร์ส่องต้องยอดมณฑปสุก ในหน้ามุขเงางามอร่ามฉายนกบินกรวดพรวดพราดประกายพราย พลุกระจายช่อช่วงดังดวงเดือนดอกไม้ร้องป้องปีปสนั่นป่า ในแหล่งหล้าใครไม่มีเสมอเหมือนแต่คนเดินพัลวันออกฟั่นเฟือน จนจันทร์เคลื่อนรถคล้อยลับเมฆาสงัดเสียงคนดังระฆังเงียบ เย็นยะเยียบยามนอนริมเนินผาเมื่อยามแกนแสนทุเรศเวทนา ต้องไสยาอยู่กลางน้ำค้างพราวทั้งต้องน้ำอำมฤกเมื่อดึกเงียบ แสนยะเยียบเนื้อเย็นเป็นเหน็บหนาวทั้งหนาวลมหนาวพรมน้ำค้างพราว ไหนจะหนาวซากผาศิลาเย็นโอ้หนาวอื่นพอขืนอารมณ์ได้ แต่หนาวใจยากแค้นนี้แสนเข็ญทั้งหนาวนอนไกลนุชสุดจะเย็น ใครปะเป็นเหมือนหนึ่งข้าจะว่าจริงถึงผ้าผ่อนซ้อนห่มเป็นไหนไหน ไม่อุ่นใจเหมือนกอดแม่ยอดหญิงแต่ตรอมใจไสยาสน์หวาดประวิง จนไก่ชิงกันขันกระชั้นยามได้เพลินอุ่นฉุนเคลิ้มสติหลับ ก็ฝันยับไปด้วยรักไม่พักถามในนิมิตว่าได้ชิดพะงางาม เหมือนเมื่อยามยังสำราญอยู่บ้านน้องสบายนิดหนึ่งที่ฝันก็พลันรุ่ง ตื่นสะดุ้งเขาประดังระฆังก้องพอลืมตาก็ผวาคว้าประคอง ไม่พบน้องสุดแค้นแสนรำคาญถอดคำประพันธ์เวลาเย็น เสียงประโคมมโหรีดังเซ็งแซ่ เสียงพูดคุยกัน วันนี้เป็นวันพระขึ้น ๑๕ ค่ำ พระจันทร์ทรงกรด ไฟตะเกียงรอบพระมณฑปประกอบกับแสงจันทร์ส่องสว่างเห็นผาชัดเจน เทียนดอกไม้พุ่มสว่างจับเขาแวววับ พระจันทร์ส่องแสงต้องยอดมณฑปดูสุกใส หน้ามุขเป็นเงางาม นกบินกรวดพุ่งขึ้นสว่างอยู่กลางฟ้า พลุกระจายเป็นช่อเหมือนดวงจันทร์ เสียงดอกไม้ไฟดังสนั่นป่า ไม่มีที่ไหนเหมือนอีกแล้ว ผู้คนเดินไปมามากมาย จนพระจันทร์ลับเมฆไป บรรยากาศเริ่มเงี

ความคิดเห็นที่ 289

28 มิ.ย. 2549 15:42
  1. ช่วยด้วยถ้าแปลความหมาย ตลาดแก้วไม่ได้ต้องโดนครูว่าแน่ๆ

ความคิดเห็นที่ 288

28 มิ.ย. 2549 09:19
  1. ช่วยด้วย ต้องรีบหา ความเป็นมาของตลาดแก้วในสุนทรภู่

ความคิดเห็นที่ 287

27 มิ.ย. 2549 20:10
  1. ช่วยถอดบทความให้หน่อยค่ะ ถึงไม่มีสิ่งตอบแทน ต่อก็เป็นค่านําใจนะ ถึงคลองขวางบางจากยิ่งตรมจิต ใครช่างคิดชื่อบางไว้กางกั้น ว่าชื่อจากแล้วไม่รักรู้จักกัน พิเคราะห์ครันหรือมาพ้องกับคลองบาง ทั้งจากที่จากคลองเป็นสองข้อ ยังจากกอนั้นก็ขึ้นในคลองขวาง โอ้ว่าจากช่างมารวบประจวบทาง ทั้งจากบางจากไปใจระบม กรุณาด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 286

27 มิ.ย. 2549 19:03
  1. อยากได้คำถอดประพันธ์เรื่องนิราศเมืองแกลงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ........เลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 285

27 มิ.ย. 2549 16:31
  1. ช่วยแปลให้หน่อยนะคะ ถึงบางหลวงทรวงร้อนดังศรปัก พี่ร้างรักมาด้วยราชการหลวง เมื่อคิดไปใจหายเสียดายดวง จนเรือล่วงมาถึงย่านบ้านกระแซง พี่เร่งเตือนเพื่อนชายพายกระโชก ถึงสามโคกต้องแดดยิ่งแผดแสง ให้รุ่มร้อนอ่อนจิตระอิดแรง เห็นมอญแต่งตัวเดินมาตามทาง ตาโถงถุงนุ่งอ้อมลงกรอมส้น เป็นแยบยลเมื่อยกขยับอย่าง เห็นขาขาววาวแวบอยู่หว่างกลาง ใครยลนางก็เป็นน่าจะปรานี ดูเหย้าเรือนหาเหมือนอย่างไทยไม่ หลังคาใหญ่พื้นเล็กเป็นโรงผี ระยะบ้านย่านนั้นก็ยาวรี จำเพาะมีฝั่งซ้ายเมื่อพายไปฯ ๏ ถึงวังตำหนักพักพลพอเสวย แล้วก็เลยตามแควกระแสไหล ทั้งน้ำลงน่าสลดระทดใจ โอ้น้ำไหลเจียวยังมีเวลาลง แต่โศกพี่หรือไม่มีเวลาว่าง ระยะทางก็ยังไกลถึงไพรระหง ขึ้นจากน้ำแล้วจะซ้ำเข้าเดินดง เมื่อไรลงนั่นแลกายจะวายตรอม เห็นลมอื้อจะใคร่สื่อสาราสั่ง ถึงร้อยชั่งคู่เชยเคยถนอม ให้นิ่มน้องครองศักดิ์อย่าปลักปลอม เรียมนี้ตรอมใจถึงคะนึงนางฯ ถึงทุ่งขวางกลางยานบ้านกระบือ ที่ลมอื้อนั่นค่อยเหือดด้วยคุ้งขวาง ถึงย่านหนึ่งน้ำเซาะเป็นเกาะกลาง ต้องแยกทางสองแควกระแสชล ปางบุรำคำบุราณขนานนาม ราชครามเกาะใหญ่เป็นไพรสณฑ์ ในแถวทางกลางย่านกันดารคน นาวาดลเดินเบื้องบูรพา โอ้กระแสแควเดียวทีเดียวหนอ มาเกิดก่อเกาะถนัดสกัดหน้า ต้องแยกคลองออกเป็นสองทางคงคา นี่หรือคนจะมิน่าเป็นสองใจ ครั้นพอสิ้นถิ่นเกาะค่อยเลาะเลียบ นาวาเพียบน้ำลงกำลังไหล โอ้อนาถเหนื่อยน่าระอาใจ ถึงบางไทรด่านดักนาวาเดิน เขาบอกชื่อสีกุกตรงด่านข้าม เป็นสามง่ามน้ำนองในคลองเขิน ปักษาโบกปีกบินลงดินเดิน มัจฉาเพลินผุดพล่านในคงคา นกยางเลียบเหยียบปลานขาหยิก เอาปากจิกบินฮือขึ้นเวหา กระทุงน้อยลอยทวนนาวามา โอ้ปักษาเอ๋ยจะลอยถึงไหนไป หน้าวังหรือจะสั่งด้วยนะนก ให้แนบอกของพี่รู้ว่าโหยไห้ มิทันสั่งสกุณินก็บินไป ลงจับใกล้นกตะกรุมริมวุ้มวน ศีรษะเตียนเลี่ยนโล่งหัวล้านเลื่อม เหนียงกระเพื่อมร้องแรงแสยงขน โอ้หัวนกนี่ก็ล้านประจานคน เมื่อยามยลพี่ยิ่งแสนระกำทรวงฯ ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางน้ำ เหมือนเกิดกรรมเกิดราชการหลวง จึงเกิดโศกขัดขวางขึ้นกลางทรวง จะตักตวงไว้ก็เติบกว่าเกาะดิน รำพึงพายตามสายกระแสเชี่ยว ยิ่งแสนเปลี่ยวเปล่าในฤทัยถวิล สักครู่หนึ่งก็มาถึงบางเกาะอิน กระแสสินธุ์สายชลเป็นวนวัง อันเท็จจริงสิ่งนี้ไม่รู้แน่ ได้ยินแต่ยุบลแต่หนหลัง ว่าที่เกาะบางอออินเป็นถิ่นวัง กษัตริย์ครั้งครองศรีอยุธยา พาสนมออกมาชมคณานก ก็เรื้อรกรั้งร้างเป็นทางป่า อันคำแจ้งกับเราแกล้งสังเกตตา ก็เห็นน่าที่จะแน่กระแสความ แต่เดี๋ยวนี้มีไม้ก็ตายโกร๋น ทั้งเกิดโจรจระเข้ให้คนขาม โอ้ฉะนี้แก้วพี่เจ้ามาตาม จะวอนถามย่านน้ำพี่ร่ำไปฯ ถึงเกาะพระที่ระยะสำเภาล่ม เภตราจมอยู่ในแควกระแสไหล ถึงเกาะเรียนโอ้เรียมยิ่งเกรียมใจ ที่เพื่อนไปเขาก็โจษกันกลางเรือ ว่าคุ้งหน้าท่าเสือข้ามกระแส พี่แลแลหาเสือไม่เห็นเสือ ถ้ามีจริงก็จะวิ่งลงจากเรือ อุทิศเนื้อให้เป็นภักษ์พยัคฆา ไม่เคยตายเขาบ่ายนาวาล่อง เข้าในคลองตะเคียนให้โหยหา ระยะย่านบ้านช่องในคลองมา ล้วนภาษาพวกแขกตะนีอึง ดูหน้าตาก็ไม่น่าจะชมชื่น พี่แข็งขืนอารมณ์ทำก้มขึง ที่เพื่อนเราร้องหยอกมันออกอึง จนเรือถึงปากช่องคลองตะเคียนฯ เห็นวัดวาอารามตามตลิ่ง ออกแจ้งจริงเหลือจะจำในคำเขียน พระเจดีย์ดูกลาดดาษเดียร การเปรียญโบสถ์กุฏิ์ชำรุดพัง

ความคิดเห็นที่ 284

27 มิ.ย. 2549 16:29
  1. ช่วยแปลให้หนูหน่อยนะคะต้องรีบส่งในวันพรุ่งนี้ ถึงบางหลวงทรวงร้อนดังศรปัก พี่ร้างรักมาด้วยราชการหลวง เมื่อคิดไปใจหายเสียดายดวง จนเรือล่วงมาถึงย่านบ้านกระแซง พี่เร่งเตือนเพื่อนชายพายกระโชก ถึงสามโคกต้องแดดยิ่งแผดแสง ให้รุ่มร้อนอ่อนจิตระอิดแรง เห็นมอญแต่งตัวเดินมาตามทาง ตาโถงถุงนุ่งอ้อมลงกรอมส้น เป็นแยบยลเมื่อยกขยับอย่าง เห็นขาขาววาวแวบอยู่หว่างกลาง ใครยลนางก็เป็นน่าจะปรานี ดูเหย้าเรือนหาเหมือนอย่างไทยไม่ หลังคาใหญ่พื้นเล็กเป็นโรงผี ระยะบ้านย่านนั้นก็ยาวรี จำเพาะมีฝั่งซ้ายเมื่อพายไปฯ ๏ ถึงวังตำหนักพักพลพอเสวย แล้วก็เลยตามแควกระแสไหล ทั้งน้ำลงน่าสลดระทดใจ โอ้น้ำไหลเจียวยังมีเวลาลง แต่โศกพี่หรือไม่มีเวลาว่าง ระยะทางก็ยังไกลถึงไพรระหง ขึ้นจากน้ำแล้วจะซ้ำเข้าเดินดง เมื่อไรลงนั่นแลกายจะวายตรอม เห็นลมอื้อจะใคร่สื่อสาราสั่ง ถึงร้อยชั่งคู่เชยเคยถนอม ให้นิ่มน้องครองศักดิ์อย่าปลักปลอม เรียมนี้ตรอมใจถึงคะนึงนางฯ ถึงทุ่งขวางกลางยานบ้านกระบือ ที่ลมอื้อนั่นค่อยเหือดด้วยคุ้งขวาง ถึงย่านหนึ่งน้ำเซาะเป็นเกาะกลาง ต้องแยกทางสองแควกระแสชล ปางบุรำคำบุราณขนานนาม ราชครามเกาะใหญ่เป็นไพรสณฑ์ ในแถวทางกลางย่านกันดารคน นาวาดลเดินเบื้องบูรพา โอ้กระแสแควเดียวทีเดียวหนอ มาเกิดก่อเกาะถนัดสกัดหน้า ต้องแยกคลองออกเป็นสองทางคงคา นี่หรือคนจะมิน่าเป็นสองใจ ครั้นพอสิ้นถิ่นเกาะค่อยเลาะเลียบ นาวาเพียบน้ำลงกำลังไหล โอ้อนาถเหนื่อยน่าระอาใจ ถึงบางไทรด่านดักนาวาเดิน เขาบอกชื่อสีกุกตรงด่านข้าม เป็นสามง่ามน้ำนองในคลองเขิน ปักษาโบกปีกบินลงดินเดิน มัจฉาเพลินผุดพล่านในคงคา นกยางเลียบเหยียบปลานขาหยิก เอาปากจิกบินฮือขึ้นเวหา กระทุงน้อยลอยทวนนาวามา โอ้ปักษาเอ๋ยจะลอยถึงไหนไป หน้าวังหรือจะสั่งด้วยนะนก ให้แนบอกของพี่รู้ว่าโหยไห้ มิทันสั่งสกุณินก็บินไป ลงจับใกล้นกตะกรุมริมวุ้มวน ศีรษะเตียนเลี่ยนโล่งหัวล้านเลื่อม เหนียงกระเพื่อมร้องแรงแสยงขน โอ้หัวนกนี่ก็ล้านประจานคน เมื่อยามยลพี่ยิ่งแสนระกำทรวงฯ ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางน้ำ เหมือนเกิดกรรมเกิดราชการหลวง จึงเกิดโศกขัดขวางขึ้นกลางทรวง จะตักตวงไว้ก็เติบกว่าเกาะดิน รำพึงพายตามสายกระแสเชี่ยว ยิ่งแสนเปลี่ยวเปล่าในฤทัยถวิล สักครู่หนึ่งก็มาถึงบางเกาะอิน กระแสสินธุ์สายชลเป็นวนวัง อันเท็จจริงสิ่งนี้ไม่รู้แน่ ได้ยินแต่ยุบลแต่หนหลัง ว่าที่เกาะบางอออินเป็นถิ่นวัง กษัตริย์ครั้งครองศรีอยุธยา พาสนมออกมาชมคณานก ก็เรื้อรกรั้งร้างเป็นทางป่า อันคำแจ้งกับเราแกล้งสังเกตตา ก็เห็นน่าที่จะแน่กระแสความ แต่เดี๋ยวนี้มีไม้ก็ตายโกร๋น ทั้งเกิดโจรจระเข้ให้คนขาม โอ้ฉะนี้แก้วพี่เจ้ามาตาม จะวอนถามย่านน้ำพี่ร่ำไปฯ ถึงเกาะพระที่ระยะสำเภาล่ม เภตราจมอยู่ในแควกระแสไหล ถึงเกาะเรียนโอ้เรียมยิ่งเกรียมใจ ที่เพื่อนไปเขาก็โจษกันกลางเรือ ว่าคุ้งหน้าท่าเสือข้ามกระแส พี่แลแลหาเสือไม่เห็นเสือ ถ้ามีจริงก็จะวิ่งลงจากเรือ อุทิศเนื้อให้เป็นภักษ์พยัคฆา ไม่เคยตายเขาบ่ายนาวาล่อง เข้าในคลองตะเคียนให้โหยหา ระยะย่านบ้านช่องในคลองมา ล้วนภาษาพวกแขกตะนีอึง ดูหน้าตาก็ไม่น่าจะชมชื่น พี่แข็งขืนอารมณ์ทำก้มขึง ที่เพื่อนเราร้องหยอกมันออกอึง จนเรือถึงปากช่องคลองตะเคียนฯ เห็นวัดวาอารามตามตลิ่ง ออกแจ้งจริงเหลือจะจำในคำเขียน พระเจดีย์ดูกลาดดาษเดียร การเปรียญโบสถ์กุฏิ์ชำรุดพัง

ความคิดเห็นที่ 283

27 มิ.ย. 2549 13:26
  1. ช่วยแปลความหมายให้หน่อยได้ไมคะ เอาแค่ว่า สุนทรภู่ไปทำอะรที่ไหนมา ทำอะไรบาง

ความคิดเห็นที่ 282

25 มิ.ย. 2549 19:23
  1. ขอบคุนมากๆเลยนะคะ..ขอให้โชคดดีน้า...เอาความรู้มาเผื่อแผ่คนอื่นของให้เข้ามหาลัยได้เลยอะ..^^

ความคิดเห็นที่ 281

25 มิ.ย. 2549 18:11
  1. ๏ สุรแสงแจ่มแจ้งอร่ามโลก บริโภคอิ่มเอิบอารมณ์หวัง ขัตติยวงศ์ทรงช้างกูบบัลลังก์ รับสั่งสั่งสารถีให้ไสเดิน จากศาลาท่าเรือเข้าทิวทุ่ง เป็นฝุ่นฟุ้งนภางค์ในทางเขิน กูบกระโดกโยกอย่างทุกย่างเดิน เขยื้อนเยินยอบเยือกยะยวบกาย ทั้งสองข้างท่านวางเป็นช้างดั้ง ระยะหลังมหาดเล็กนั้นเหลือหลาย แต่ตัวพี่นี้จำเพาะเป็นเคราะห์ร้าย ต้องขึ้นพลายนำทางช้างน้ำมัน เพื่อนเขาแกล้งตบมือกระพือผัด ช้างสะบัดบุกไปในไพรสัณฑ์ ผงะหงายคนท้ายเขาคว้าทัน โอ้แม่จันทร์เจียนจะไม่เห็นใจจริง นึกจะโจนจากช้างลงกลางเถื่อน แล้วอายเพื่อนเขาจะเย้ยว่าใจหญิง แต่ตึงเศียรเวียนหน้านัยน์ตาวิง เอาขอพิงพาดตักมาตามทางฯ ช่วยถอดคำประพันธ์ตรงนี้หน่อยนะครับ ถือว่าขอร้อง แต่ขอแบบละเอียดอ่าคับ ขอบพระคุณล่วงหน้าค้าบ

ความคิดเห็นที่ 280

24 มิ.ย. 2549 20:37
  1. ช่วยถอดคำประพันธ์นิราศพระบาทให้หน่อยค่ะ ค อนิจจาธานินทร์สิ้นกษัตริย์ เหงาสงัดเงียบไปดังไพรสณฑ์ แม้กรุงยังพรั่งพร้อมประชาชน จะสับสนแซ่เสียงทั้งเวียงวัง มะโหรีปี่กลองจะก้องกึก จะโครมครึกเซ็งแซ่ด้วยแตรสังข์ ดูพาราน่าคิดอนิจจัง ยังได้ฟังแต่เสียงสกุณา ทั้งสองฝั่งแฝกแขมแอร่มรก ชตาตกสูญสิ้นพระชันษา แต่ปู่ย่าตายายเราท่านเล่ามา เมื่อแรกศรีอยุธยายังเจริญ กษัตริย์สืบสุริยวงศ์ดำรงโลก ระงับโศกสุขสุดจะสรรเสริญ เราเห็นยับยังแต่รอยก็พลอยเพลิน เสียดายเกิดมาเมื่อเกินน่าน้อยใจ กำแพงรอบขอบคูก็ดูลึก ไม่น่าศึกอ้ายพม่าจะมาได้ ยังให้มันข้ามเข้าเอาเวียงชัย โอ้อย่างไรเหมือนบุรีไม่มีชาย หรือธานินทร์สิ้นเกณฑ์จึงเกิดยุค ไพรีรุกรบได้ดังใจหมาย เหมือนทุกวันแล้วไม่คัณนาตาย ให้ใจหายหวั่นหวั่นถึงจันทร์ดวง... ค สุริยนเย็นสนธยาย่ำ ประทับลำเรือเรียงเคียงขนาน เขาเรียกวัดแม่นางปลื้มลืมรำคาญ ใครขนานชื่อหนอได้ต่อมา ช่างแปลงโศกให้เราปลื้มพอลืมรัก จะรู้จักคุณจริงไม่แกล้งว่า พลพายนายไพร่บรรดามา หุงข้าวหาฟืนใส่ก่อไฟฮึอ... ...ทั้งไพร่นายนอนกลาดบนหาดทราย พงศ์นารายณ์นรินทร์วงศ์ที่ทรงญาณ บรรทมเรือพระที่นั่งบังวิสูตร เขารวบรูดรอบดีทั้งสี่ด้าน ครั้งรุ่งเช้าราวโมงหนึ่งนานนาน จัดแจงม่านให้เคลื่อนนาวาคลา

ความคิดเห็นที่ 279

24 มิ.ย. 2549 17:31
  1. ชีวประวัติ ท่านสุนทรภู่มหากวีของโลก ประวัติสุนทรภู่ สุนทรภู่เกิดเมื่อวันจันทร์ เดือน ๘ ขึ้น ๑ ค่ำ ปีมะเมีย จุลศักราช ๑๑๔๘ เวลาประมาณ ๘.๐๐ น. ซึ่งตรงกับวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๓๒๙ ในรัชกาลที่ ๑ บิดามารดาชื่อใดไม่ปรากฏ ทราบเพียงว่ามารดามีเชื้อสายผู้ดี เเละทำหน้าที่เป็นแม่นมของพระธิดาในกรมพระราชวังหลัง ส่วนบิดานั้นบวชเป็นพระอยู่ที่วัดบ้านกร่ำ อำเภอเเกลง จังหวัดระยอง เมื่อสุนทรภู่โตพอสมควร มารดาได้นำไปฝากให้เรียนหนังสือที่วัดชีปะขาว หรือวัดศรีสุดารามในปัจจุบัน ครั้นมีความรู้ดีเเล้ว มารดานำไปฝากเป็นข้าในกรมพระราชวังหลัง เเต่อยู่ได้ไม่นานก็ลาออกไปเป็นเสมียน สุนทรภู่รับราชการไม่ก้าวหน้านัก เพราะติดนิสัยรักกาพย์กลอน กระทั่งในสมัยรัชกาลที่ ๒ จึงเป็นที่โปรดปรานให้เป็น "ขุนสุนทรโวหาร" ( ภู่ ) เรียกกันสั้นๆ ว่า "สุนทรภู่ " ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๔ ได้รับบรรดาศักดิ์เป็น " พระสุนทรโวหาร " เเละถึงเเก่กรรมเมื่อปีเถาะ พ.ศ. ๒๓๙๘ อายุได้ ๗๐ ปี ผลงาน หนังสือบทกลอนที่สุนทรภู่เเต่งมีมากมาย ที่ได้ยินเเต่ชื่อเรื่องยังหาฉบับไม่พบก็มี ที่หายสาบสูญไปเเล้วไม่ได้ยินชื่อเรื่องก็มี เเต่เรื่องที่ยังมีต้นฉบับอยู่ในปัจจุบันมี ๒๔ เรื่อง คือ - นิราศ ๙ เรื่อง ได้เเก่ นิราศเมืองเเกลง นิราศพระบาท นิราศภูเขาทอง นิราศเมืองสุพรรณ นิราศวัดเจ้าฟ้า นิราศอิเหนา นิราศพระเเท่นดงรัง นิราศพระปฐม เเละนิราศเมืองเพชรบุรี - นิทาน ๕ เรื่อง ได้เเก่ โคบุตร พระอภัยมณี พระไชยสุริยา ลักษณวงศ์ เเละ สิงหไตรภพ - สุภาษิต ๓ เรื่อง ได้เเก่ สวัสดิรักษา เพลงยาวถวายโอวาท เเละสุภาษิตสอนหญิง - บทละคร ๑ เรื่อง คือ เรื่องอภัยนุราช - บทเสภา ๒ เรื่อง ได้เเก่ ขุนช้างขุนเเผน ตอนกำเนิดพลายงาม เเละเรื่องพระราชพงศาวดาร - บทเห่กล่อม ๔ เรื่อง ได้เเก่ เห่เรื่องจับระบำ เห่เรื่องกากี เห่เรื่องพระอภัยมณี เเละเห่เรื่องโคบุตร วัยเด็ก(พ.ศ.๒๓๒๙-พ.ศ.๒๓๔๙)แรกเกิด-อายุวัย๒๐ปี พระสุนทรโวหาร (ภู่) มีนามเดิมว่า ภู่ เป็นบุตรขุนศรีสังหาร (พลับ) และแม่ช้อย เกิดในรัชกาลที่ ๑ กรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อวันจันทร์ เดือนแปด ขึ้นหนึ่งค่ำ ปีมะเมีย จุลศักราช ๑๑๔๘ เวลาสองโมงเช้า ตรงกับวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๓๒๙ ที่บ้านใกล้กำแพงวังหลัง คลองบางกอกน้อย สุนทรภู่เกิดได้ไม่นาน บิดามารดาก็หย่าจากกัน ฝ่ายบิดากลับไปบวชที่บ้านกร่ำ เมืองแกลง ส่วนมารดา คงเป็นนางนมพระธิดา ในกรมพระราชวังหลัง (กล่าวกันว่าพระองค์เจ้าจงกล หรือเจ้าครอกทองอยู่) ได้แต่งงาน มีสามีใหม่ และมีบุตรกับสามีใหม่ ๒ คนเป็นหญิง ชื่อฉิมและนิ่ม ตัวสุนทรภู่เองได้ถวายตัว เป็นข้าในกรมพระราชวังหลังตั้งแต่ยังเด็ก สุนทรภู่เป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอน สันทัดทั้งสักวาและเพลงยาว เมื่อรุ่นหนุ่มเกิดรักใคร่ชอบพอกับนาง ข้าหลวงในวังหลัง ชื่อแม่จัน ครั้นความทราบถึงกรมพระราชวังหลัง พระองค์ก็กริ้ว รับสั่งให้นำสุนทรภู่ และจันไปจองจำทันที แต่ทั้งสองถูกจองจำได้ไม่นาน เมื่อกรมพระราชวังหลังเสด็จทิวงคตในปี พ.ศ. ๒๓๔๙ ทั้งสองก็พ้นโทษออกมา เพราะเป็นประเพณีแต่โบราณที่จะมีการปล่อยนักโทษ เพื่ออุทิศส่วนพระราชกุศลแด่ พระมหากษัตริย์หรือพระราชวงศ์ชั้นสูง เมื่อเสด็จสวรรคตหรือทิวงคตแล้ว แม้จะพ้นโทษ สุนทรภู่และจันก็ยังมิอาจสมหวังในรัก สุนทรภู่ถูกใช้ไปชลบุรี ดังความตอนหนึ่งใน นิราศเมืองแกลงว่า "จะกรวดน้ำคว่ำขันจนวันตาย แม้เจ้านายท่านไม่ใช้แล้วไม่มา" แต่เจ้านายท่านใดใช้ไป และไปธุระเรื่องใดไม่ปรากฎ อย่างไรก็ดี สุนทรภู่ได้เดินทางเลยไปถึงบ้านกร่ำ เมืองแกลง จังหวัดระยอง เพื่อไปพบบิดาที่จากกันกว่า ๒๐ ปี สุนทรภู่เกิดล้มเจ็บหนักเกือบถึงชีวิต กว่าจะกลับมากรุงเทพฯ ก็ล่วงถึงเดือน ๙ ปี พ.ศ.๒๓๔๙ วัยฉกรรจ์(พ.ศ.๒๓๕๐-พ.ศ.๒๓๕๙)อายุ๒๑-๓๐ปี หลังจากกลับจากเมืองแกลง สุนทรภู่ได้เป็นมหาดเล็กของพระองค์เจ้าปฐมวงศ ์ พระโอรสองค์เล็กของกรมพระราชวังหลัง ซึ่งทรงผนวชอยู่ที่วัดระฆัง ในช่วงนี้ สุนทรภู่ก็สมหวังในรัก ได้แม่จันเป็นภรรยาสุนทรภู่คงเป็นคนเจ้าชู้ แต่งงานได้ไม่นานก็เกิดระหองระแหงกับแม่จัน ยังไม่ทันคืนดี สุนทรภู่ก็ต้องตามเสด็จพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ไปนมัสการพระพุทธบาท จ.สระบุรี ในวันมาฆบูชา สุนทรภู่ได้แต่งนิราศ เรื่องที่สองขึ้น คือ นิราศพระบาท สุนทรภู่ตามเสด็จกลับถึงกรุงเทพฯ ในเดือน ๓ ปี พ.ศ.๒๓๕๐ สุนทรภู่มีบุตรกับแม่จัน ๑ คน ชื่อหนูพัด แต่ชีวิตครอบครัวก็ยังไม่ราบรื่นนักในที่สุดแม่จันก็ร้างลาไป พระองค์เจ้าจงกล (เจ้าครอกทองอยู่) ได้รับอุปการะหนูพัดไว ้ ชีวิตของท่านสุนทรภู่ช่วงนี้คงโศกเศร้ามิใช่น้อย ประวัติชีวิตของสุนทรภู่ในช่วงปี พ.ศ.๒๓๕๐ - ๒๓๕๙ ก่อนเข้ารับราชการ ไม่ชัดแจ้ง แต่เชื่อว่าท่าน หนีความเศร้าออกไปเพชรบุรี ทำไร่ทำนาอยู่กับหม่อมบุญนาค ในพระราชวังหลัง ดังความตอนหนึ่งในนิราศเมืองเพชร ที่ท่านย้อนรำลึกความหลังสมัยหนุ่ม ว่า "ถึงต้นตาลบ้านคุณหม่อมบุญนาค มารดาเจ้าคราวพระวังหลังครรไล เมื่อยามยากจนมาได้อาศัย มาทำไร่ทำนาท่านการุญ" นักเลงกลอนอย่างท่านสุนทรภู่ ทำไร่ทำนาอยู่นานก็ชักเบื่อ ด้วยเลือดนักกลอนทำให้ท่านกลับมากรุงเทพฯ หากินทางรับจ้างแต่งเพลงยาว บอกบทสักวา จนถึงบอกบทละครนอก บางทีนิทานเรื่องแรกของ ท่านคงจะแต่งขึ้นในช่วงนี้ การที่เกิดมีนิทานเรื่องใหม่ๆ ทำให้เป็นที่สนใจมาก เพราะสมัยนั้นมีแต่กลอนนิทานจักรๆ วงศ์ๆ ไม่กี่เรื่อง ซ้ำไปซ้ำมาจนคนอ่าน คนดูรู้เรื่องตลอดหมดแล้ว นิทานของท่านทำให้นายบุญยัง เจ้าของคณะละครนอกชื่อดัง ในสมัยนั้นมาติดต่อว่าจ้างสุนทรภู่ ท่านจึงได้ร่วมคณะละคร เป็นทั้งคนแต่งบทและบอกบท เดินทางเร่ร่อนไปกับคณะละครจนทั่ว ดังตอนหนึ่งใน นิราศสุพรรณคำโคลง ท่านรำลึกถึงครั้งเดินทางกับคณะละครว่า " ๏ บางระมาดมิ่งมิตรครั้ง บอกบทบุญยังพยาน ประทุนประดิษฐาน แหวนประดับกับผ้า คราวงาน พยักหน้า แทนฮ่อง หอเอย พี่อ้างรางวัล " นิทานเรื่องสำคัญที่สุด คือ เรื่องพระอภัยมณี ก็น่าจะเริ่มแต่งในช่วงนี้ด้วย (เป็นแต่เริ่มแต่ง มิได้แต่งตลอดทั้งเรื่อง) นิทานเรื่องนี้แปลกแหวกแนวยิ่งกว่า นิทานจักรๆ วงศ์ๆ เรื่องใดที่เคยมีมา ทำให้คณะ ละครนายบุญยังโด่งดังเป็นพล ุ เป็นที่ต้องการของใครต่อใคร และแน่นอนชื่อเสียงของท่านสุนทรภู่ ก็โด่งดังไปไม่แพ้กัน ทั่วทั้งกรุงเทพฯ และหัวเมืองใกล้เคียง รับราชการครั้งที่๑(พ.ศ.๒๓๕๙-พ.ศ.๒๓๖๗)อายุ๓๐-๓๘ปี พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงเป็นมหากวีและทรงสนพระทัยเรื่องการละครเป็น อย่างยิ่งในรัชสมัยของพระองค์ได้กวดขันการฝึกหัดวิธีรำจนได้ที่ เป็นแบบอย่างของละครรำมาตราบ ทุกวันนี้พระองค์ยังทรงพระราชนิพนธ์บทละครขึ้นใหม่อีกถึง ๗ เรื่อง มีเรื่องอิเหนาและเรื่องรามเกียรติ์ เป็นต้น มูลเหตุที่สุนทรภู่ได้เข้ารับราชการ น่าจะเนื่องมาจากเรื่องละครนี้เอง ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับกรณี ทอดบัตรสนเท่ห์ เพราะจากกรณีบัตรสนเท่ห์นั้น คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องถูกประหารชีวิตถึง ๑๐ คนแม้แต่ นายแหโขลน คนซื้อกระดาษดินสอ ก็ยังถูกประหารชีวิตด้วย มีหรือสุนทรภู่จะรอดชีวิตมาได้ นอกจากนี้ สุนทรภู่เป็นแต่เพียงไพร่ มีชีวิตอยู่นอกวังหลวง ช่วงอายุก่อนหน้านี้ก็วนเวียนและเวียนใจอยู่กับเรื่อง ความรัก ที่ไหนจะมีเวลามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องการเมือง (กรณีวิเคราะห์นี้ มิได้รับรองโดยนักประวัติศาสตร์เป็นความเห็นของคุณปราโมทย์ ทัศนาสุวรรณ เขียนไว้ในหนังสือ "เที่ยวไปกับสุนทรภู่" ซึ่งเห็นว่ามูลเหตุที่สุนทรภู่ได้เข้า รับราชการ น่าจะมาจากเรื่องละครมากกว่าเรื่องอื่น ซึ่งข้าพเจ้าพิเคราะห์ดูก็เห็นน่าจะจริง ผิดถูกเช่นไรโปรดใช้วิจารณญาณ) อย่างไรก็ดีสุนทรภู่ได้เข้ารับราชการในปี พ.ศ.๒๓๕๙ ในกรมพระอาลักษณ์ เรื่องราวของกวี ที่ปรึกษาท่านนี้ ที่ได้แสดงฝีมือเป็นที่พอพระทัยของ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเล่าว่า ครั้งหนึ่ง เมื่อพระองค์ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องรามเกียรติ์ ถึงตอนนางสีดาผูกคอตาย บท พระราชนิพนธ์รัชกาลที่ ๑ ซึ่งเล่นละครกันมากล่าวบทนางสีดาตอนเมื่อจะผูกคอตายว่า "เอาภูษาผูกศอให้มั่น หลับเนตรจำนงปลงใจ แล้วพันกับกิ่งโศกใหญ่ อรไทก็โจนลงมา" ต่อนี้ถึงบทหนุมานว่า "๏ บัดนั้น ครั้นเห็นองค์อัครกัลยา ตัวสั่นเพียงสิ้นชีวิต โลดโผนโจนลงตรงไป ครั้นถึงจึงแก้ภูษาทรง หย่อนลงยังพื้นปัถพี วายุบุตรวุฒิไกรใจกล้า ผูกศอโจนมาก็ตกใจ ร้อนจิตดังหนึ่งเพลิงไหม้ ด้วยกำลังว่องไวทันที (เชิด) ที่ผูกศอองค์พระลักษมี ขุนกระบี่ก็โจนลงมา" ทรงติว่าบทเก่าตรงนี้ กว่าหนุมานจะเข้าไปแก้ไขนางสีดา นางสีดาก็คงตายไปแล้ว จึงทรง พระราชนิพนธ์ตอนนี้ใหม่ หวังจะให้หนุมานเข้าไปช่วยนางสีดา ได้โดยเร็ว ทรงแต่งบทนางสีดาว่า "จึงเอาผ้าผูกพันกระสันรัด เกี่ยวกระหวัดกับกิ่งโศกใหญ่" แล้วก็เกิดขัดข้องว่า จะแต่งบทหนุมานอย่างไรให้แก้นางสีดาโดยเร็ว เหล่ากวีที่ปรึกษาไม่มีใคร สามารถแต่งบทให้พอพระราชหฤทัยได้ จึงโปรดให้สุนทรภู่ที่หมอบเฝ้าอยู่ด้วยลองแต่งดู สุนทรภู่แต่งต่อว่า "ชายหนึ่งผูกศออรไท ๏ บัดนั้น แล้วทอดองค์ลงไปจะให้ตาย วายุบุตรแก้ได้ดังใจหมาย" ปรากฏว่าเป็นที่พอพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่ง ทรงยกย่องสุนทรภู่ว่าเก่ง อีกคราวหนึ่งเมื่อทรงพระราชนิพนธ์เรื่องรามเกียรติ์ตอนศึกสิบขุนสิบรถ ทรงพระราชนิพนธ์บท ชมรถทศกัณฐ์ว่า "๏ รถที่นั่ง กว้างยาวใหญ่เท่าเขาจักรวาล ดุมวงกงหันเป็นควันคว้าง สารถีขี่ขับเข้าดงแดน บุษบกบัลลังก์ตั้งตระหง่าน ยอดเยี่ยมเทียมวิมานเมืองแมน เทียมสิงห์วิ่งวางข้างละแสน พื้นแผ่นดินกระเด็นไปเป็นจุณ" ทรงพระราชนิพนธ์มาได้เพียงนี้ ทรงนึกความที่จะต่อไปอย่างไร ให้สมกับที่รถใหญ่โตปานนั้นก็ นึกไม่ออก จึงมีรับสั่งให้สุนทรภู่แต่งต่อ สุนทรภู่แต่งต่อว่า "นทีตีฟองนองระลอก เขาพระเมรุเอนเอียงอ่อนละมุน ทวยหาญโห่ร้องก้องกัมปนาท บดบังสุริยันตะวันเดือน กระฉอกกระฉ่อนชลข้นขุ่น อนนต์หนุนดินดานสะท้านสะเทือน สุธาวาสไหวหวั่นลั่นเลื่อน คลาดเคลื่อนจัตุรงค์ตรงมา" กลอนบทนี้เป็นที่โปรดปรานของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยยิ่งนัก นับแต่นั้นก็นับ สุนทรภู่เป็นกวีที่ปรึกษาด้วยอีกคนหนึ่ง ทรงตั้งเป็นที่ขุนสุนทรโวหาร พระราชทานที่ให้ปลูกเรือนที่ท่าช้างและให้มีตำแหน่งเฝ้าฯ เป็นนิจ แม้เวลาเสด็จประพาสก็โปรดฯ ให้สุนทรภู่ลงเรือพระที่นั่งไปด้วย เป็น พนักงานอ่านเขียนในเวลาทรงพระราชนิพนธ์บทกลอน ออกบวช(พ.ศ๒๓๖๗-พ.ศ.๒๓๘๕)อายุ๓๘-๕๖ปี วันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ.๒๓๖๗ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จสวรรคต นอกจาก แผ่นดินและผืนฟ้าจะร่ำไห้ ไพร่ธรรมดาคนหนึ่งที่มีโอกาสสูงสุดในชีวิตได้เป็นถึงกวีที่ปรึกษาในราชสำนักก็หมดวาสนาไปด้วย สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงพระนิพนธ์ไว้ถึงเหตุที่สุนทรภู่ไม่กล้ารับราชการต่อในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ดังนี้ "เล่ากันว่า เมื่อทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องอิเหนา ทรงแต่งตอนนางบุษบาเล่นธาร เมื่อท้าว ดาหาไปใช้บน พระราชทานให้พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อยังดำรงพระยศเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ทรงแต่ง "เมื่อทรงแต่งแล้ว ถึงวันจะอ่านถวายตัว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว มีรับสั่งวานสุนทรภู่ ตรวจดูเสียก่อน สุนทรภู่อ่านแล้วกราบทูลว่า เห็นดีอยู่แล้ว ครั้นเสด็จออก เมื่อโปรดให้อ่านต่อหน้ากวีที่ทรง ปรึกษาพร้อมกัน ถึงบทแห่งหนึ่งว่า" 'น้ำใสไหลเย็นแลเห็นตัว ปลาแหวกกอบัวอยู่ไหวไหว' "สุนทรภู่ติว่ายังไม่ดี ขอแก้เป็น " 'น้ำใสไหลเย็นเห็นตัวปลา ว่ายแหวกปทุมาอยู่ไหวไหว' "โปรดตามที่สุนทรภู่แก้ พอเสด็จขึ้นแล้ว พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวก็กริ้ว ดำรัสว่า เมื่อ ขอให้ตรวจทำไมจึงไม่แก้ไขแกล้งนิ่งเอาไปไว้ติหักหน้ากลางคัน เป็นเรื่องที่ทรงขัดเคืองสุนทรภู่ครั้งหนึ่ง "อีกครั้งหนึ่ง รับสั่งให้พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงแต่งบทละครเรื่องสังข์ทอง ตอน ท้าวสามลจะให้ลูกสาวเลือกคู่ ทรงแต่งคำปรารภของท้าวสามลว่า " 'จำจะปลูกฝังเสียยังแล้ว ให้ลูกแก้วสมมาดปรารถนา' " ครั้นถึงเวลาอ่านถวาย สุนทรภู่ถามขึ้นว่า 'ลูกปรารถนาอะไร' พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ต้องแก้ว่า " 'จำจะปลูกฝังเสียยังแล้ว ให้ลูกแก้วมีคู่เสน่หา' "ทรงขัดเคืองสุนทรภู่ว่าแกล้งประมาทอีกครั้งหนึ่งแต่นั้นก็ว่าพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมึนตึงต่อสุนทรภู่มาจนตลอดรัชกาลที่ ๒ ... " จะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจเพียงคิดได้ด้วยเฉพาะหน้าตรงนั้นก็ตาม สุนทรภู่ก็ได้ทำการไม่เป็นที่พอ พระราชหฤทัย ประกอบกับความอาลัยเสียใจหนักหนา ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย สุนทรภู่ จึงลาออกจากราชการ และตั้งใจบวชเพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณสุนทรภู่ได้เผยความในใจนี้ ในตอนหนึ่ง ของนิราศภูเขาทอง ว่า "จะสร้างพรตอตส่าห์ส่งบุญถวาย เป็นสิ่งของฉลองคุณมุลิกา ประพฤติฝ่ายสมถะทั้งวสา ขอเป็นข้าเคียงพระบาททุกชาติไป" เมื่อบวชแล้ว ท่านได้ออกจาริกแสวงบุญไปยังที่ต่างๆ เล่ากันว่า ท่านได้เดินทางไปยังหัวเมืองต่างๆ หลายแห่ง เช่น เมืองพิษณุโลก เมืองประจวบคีรีขันธ์ จนถึงเมืองถลางหรือภูเก็ต และเชื่อกันว่า ท่านคงจะ เขียนนิราศเมืองต่างๆ นี้ไว้อย่างแน่นอน เพียงแต่ยังค้นหาต้นฉบับไม่พบ ราวปี พ.ศ.๒๓๗๐ ท่านก็กลับมาจำพรรษาที่วัดราชบูรณะ หรือวัดเลียบ แต่หลังจากกลับมาอยู่ได้ไม่นาน สุนทรภู่เกิดอธิกรณ์กับพระในวัด อาจด้วยเหตุทะเลาะวิวาทอย่างใดอย่างหนึ่ง (บางแห่งสันนิษฐานว่าท่านเมา สุรา) จึงถูกขับออกจากวัด เมื่อรับกฐินในปลายปี พ.ศ.๒๓๗๑ ท่านก็ออกเดินทางไปกรุงเก่า และได้แต่งนิราศ ภูเขาทอง อันเป็นนิราศเรื่องเยี่ยมที่สุดของท่าน และเป็นวรรณกรรมชิ้นเอกของวงการกวีไทย เหตุที่คาดว่าท่าน เกิดการวิวาทกับพระในวัด ด้วยความตอนหนึ่งในนิราศภูเขาทองกล่าวว่า "โอ้อาวาสราชบูรณะพระวิหาร เหลือรำลึกนึกน่าน้ำตากระเด็น จะหยิบยกอธิบดีเป็นที่ตั้ง จึ่งจำลาอาวาสนิราศร้าง แต่นี้นานนับทิวาจะมาเห็น เพราะขุกเข็ญคนพาลมารานทาง ก็ใช้ถังแทนสัดเห็นขัดขวาง มาอ้างว้างวิญญาในสาคร" เมื่อกลับจากกรุงเก่า พระสุนทรภู่ได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดอรุณราชวราราม หรือวัดแจ้ง ปี พ.ศ.๒๓๗๒เจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดีในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงฝากเจ้าฟ้ากลางและเจ้าฟ้าปิ๋ว พระโอรสองค์กลางและองค์น้อยให้เป็นศิษย์สุนทรภู่ การมีศิษย์ชั้นเจ้าฟ้าเช่นนี้จึงทำให้พระสุนทรภู่ สุขสบายขึ้นพระสุนทรภู่อยู่วัดอรุณฯ ราว ๒ ปี จึงข้ามฟากมาจำพรรษาอยู่ที่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม หรือวัดโพธิ์ เล่ากันถึงสาเหตุที่พระสุนทรภู่ย้ายวัดมา ก็เพราะสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ทรงชักชวนให้มาอยู่ด้วยกัน สมเด็จฯ ทรงเป็นกวีองค์สำคัญของกรุงรัตนโกสินทร์ พระองค์หนึ่ง เชื่อว่าคงจะทรงคุ้นเคยกับสุนทรภู่ในฐานะที่เป็นกวีด้วยกัน โดยเฉพาะสมัยที่สุนทรภู่เป็นขุนสุนทรโวหารในรัชกาลที่ ๒ ชีพจรลงเท้า สุนทรภู่อีกครั้งเมื่อท่านเกิดไปสนใจเรื่องเล่นแร่แปรธาตุและยาอายุวัฒนะ ถึงแก่อุตสาหะไปค้นหา ทำให้เกิดนิราศวัดเจ้าฟ้า และนิราศสุพรรณปี พ.ศ.๒๓๘๓ สุนทรภู่มาจำพรรษาอยู่ที่วัดเทพธิดาราม ท่านอยู่ที่นี่ได้ ๓ พรรษา คืนหนึ่งเกิดฝันร้าย ว่าชะตาขาด จะถึงแก่ชีวิต จึงได้แต่งเรื่องรำพันพิลาป ซึ่งทำให้ทราบเรื่องราวในชีวิตของท่านอีกเป็นอันมากจากนั้นจึงลาสิกขาบทเมื่อปี พ.ศ.๒๓๘๕ เพื่อเตรียมตัวจะตาย รับราชการครั้งที่๒(พ.ศ.๒๓๘๕-พ.ศ.๒๓๙๘)อายุ๕๖-๖๙ เมื่อสึกออกมา สุนทรภู่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ครั้งทรงพระยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนอิศเรศรังสรรค์ โปรดอุปถัมภ์ให้สุนทรภู่ไปอยู่พระราชวังเดิมด้วย ต่อมา กรมหมื่นอัปสรสุดาเทพ ทรงพระเมตตาอุปการะสุนทรภู่ด้วย กล่าวกันว่า ชอบพระราชหฤทัยในเรื่องพระอภัยมณี จึงมีรับสั่งให้สุนทรภู่แต่งต่อ นอกจากนี้ สุนทรภู่ยังแต่งเรื่องสิงหไตรภพถวายกรมหมื่นอัปสรฯ อีกเรื่องหนึ่งแม้สุนทรภู่จะอายุมากแล้ว แต่ท่านก็ยังรักการเดินทางและรักกลอนเป็นที่สุด ท่านได้แต่งนิราศไว้อีก ๒ เรื่องคือนิราศพระประธม และนิราศเมืองเพชรสุนทรภู่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "พระสุนทรโวหาร" ในปี พ.ศ.๒๓๙๔ ขณะที่ท่านมีอายได้ ๖๕ ปีแล้ว ท่านถึงแก่อนิจกรรมเมื่อปี พ.ศ.๒๓๙๘ รวมอายุได้ ๖๙ ปี

ความคิดเห็นที่ 277

22 มิ.ย. 2549 18:19
  1. ถอดคำประพันธ์นิราศพระบาทตั้งแต่ต้นจนจบ

ความคิดเห็นที่ 276

22 มิ.ย. 2549 18:11
  1. ถอดบทประพันธ์นิราศพระบาทให้หน่อยค่ะ ช่วยตอบเดี๋ยวนี้ได้ป๊ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 275

21 มิ.ย. 2549 12:58
  1. คุณครูให้หารูปที่เกี่ยวกับ บางซื่อในเรื่องนิราศพระบาท หาไม่ได้อ่ะ ใครมีส่งมาให้เราหน่อยนะ

ความคิดเห็นที่ 274

19 มิ.ย. 2549 20:35
  1. อยากเรียนเก่ง

ความคิดเห็นที่ 273

19 มิ.ย. 2549 18:47
  1. ขอบคุณนะครับคนที่ที่ได้แปลห้ายขอบคุณคับ

ความคิดเห็นที่ 271

19 มิ.ย. 2549 16:12
  1. กองคเชนทร์เกณฑ์ช้างยี่สิบเชือก มาจัดเลือกกองหมอขึ้นคอไส ที่เด่นดีขี่กูบไม่แกว่งไกว วิสูตรใส่สองข้างเป็นช้างทรง แล้วผ่อนเกณฑ์กองช้างไว้กลางทุ่ง เวลารุ่งจะเสด็จขึ้นไพรระหง ที่สี่เวรเกณฑ์กันไว้ล้อมวง พระจอมพงศ์อิศยมบรรทมพลัน

ความคิดเห็นที่ 270

19 มิ.ย. 2549 16:11
  1. ข้อความข้างบนที่269 ใครก็ได้ช่วยแปลให้ที แปลยังไงก็แปลไม่ออกง่ะ แย่ชมัดเลย ไม่มีงานส่งอาจารย์ด้วยอ่า..

ความคิดเห็นที่ 269

19 มิ.ย. 2549 16:07
  1. กองคเชนทร์เกณฑ์ช้างยี่สิบเชือก มาจัดเลือกกองหมอขึ้นคอไส ที่เด่นดีขี่กูบไม่แกว่งไกว วิสูตรใส่สองข้างเป็นช้างทรง แล้วผ่อนเกณฑ์กองช้างไว้กลางทุ่ง เวลารุ่งจะเสด็จขึ้นไพรระหง ที่สี่เวรเกณฑ์กันไว้ล้อมวง พระจอมพงศ์อิศยมบรรทมพลัน

ความคิดเห็นที่ 268

16 มิ.ย. 2549 20:21
  1. ขอบใจฟ้ามากๆน้าแล้วก้อคนโพสใหม่ด้วย ไม่งั้นเราคงแปลเองไม่ได้เลยไม่ได้คะแนนแน่เลย ขอบใจมากๆๆๆๆๆๆๆจ้า

ความคิดเห็นที่ 267

15 มิ.ย. 2549 19:19
  1. ขอบคุณมากๆ พรุ่งนี้เราสอบแต่ยังอ่านไม่รู้เรื่องเลย ดีที่ได้เรื่องย่อนี้ ขอบคุณมากๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 265

14 มิ.ย. 2549 15:51
  1. ขอบคุณน่ะทิ่ทำให้มีงานส่ง

ความคิดเห็นที่ 264

14 มิ.ย. 2549 15:05
  1. ขอขอบคุณที่ช่วยถอดความเรื่อง นิราศพระบาทให้ได้

ความคิดเห็นที่ 263

13 มิ.ย. 2549 20:28
  1. ขอบคุณมากคับ ว่างๆๆมาคุยกานได้งับ เพิ่ง เข้า ม.4

ความคิดเห็นที่ 262

13 มิ.ย. 2549 13:45
  1. ขอบใจมากๆเลยนะฟ้าที่ช่วยถอดความให้หมดเลย เราต้องส่งอาจารย์วันพุธนี้พอดี

ความคิดเห็นที่ 261

12 มิ.ย. 2549 14:03
  1. พี่ค่ะช่วยหนูหน่อยค่ะ คือว่าพี่ช่วยสรุปเรื่องนิราศพระบาทเป็นช่วง ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ ให้ด้วยได้ไหมค่ะ จะขอบคุณเป็นอย่างสูงเลยค่ะ หนูขอวันนี้ได้ไหมค่ะประมาณบ่าย 3 หนูส่งพรุ่งนี้ค่ะ ส่งมาที่ email นะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 260

12 มิ.ย. 2549 14:00
  1. พี่ค่ะช่วยหนูหน่อยค่ะ คือว่าพี่ช่วยสรุปเรื่องนิราศพระบาทเป็นช่วง ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ ให้ด้วยได้ไหมค่ะ จะขอบคุณเป็นอย่างสูงเลยค่ะ หนูขอวันนี้ได้ไหมค่ะประมาณบ่าย 3 หนูส่งพรุ่งนี้ค่ะ ส่งมาที่ email นะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 259

11 มิ.ย. 2549 14:41
  1. ku_ru_mi_fah@hotmail.com คะ ที่ถอดคำประพันธ์เอาไว้ เราขอเอาไปใช้ส่งรายงาน ได้ไหมคะ

ความคิดเห็นที่ 258

10 มิ.ย. 2549 10:00
  1. พี่ๆช่วยถอดคำประพันธ์นิราศภูเขาทองให้หน่อยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 257

9 มิ.ย. 2549 13:12
  1. แปลข้อความนี้ให้หน่อยได้ไหมคะ แปลดูแล้วแต่กลัวไม่ถูก อยากให้ใครช่วยแปลเริ่มต้อนให้หน่อย ๏ ถึงศาลาอาศัยเจ้าสามเณร ในบริเวณอึกกระทึกด้วยพฤกษา ที่ป่านั้นขยาดพยัคฆา จะไปมาใครไม่อาจประมาทเมิน ยามระงิดพี่ไม่คิดว่าเสือร้าย เขม้นหมายมุ่งลำเนาภูเขาเขิน ได้สี่ร้อยทางจรไม่หย่อนเกิน เขารีบเดินการด่วนจะจวนเพล ช้างที่นั่งก็รับสั่งให้รีบไส จนเหงื่อไหลหน้าแดงดังแสงเสน ถึงสระยอรอช้างเสวยเพล จนกองเกณฑ์เดินทางมาตามทันฯ ๏ พี่แวะเข้าเขาตกคอยนำเสด็จ ดูเทเวศร์อารักษ์นรังสรรค์ เอาเทียนจุดบูชาแก่เทวัญ ให้ป้องกันอันตรายในแนวไพร เห็นเขาตกเขาแตกมาตกลึก อนาถนึกแล้วน่าน้ำตาไหล ที่ตกยากจากนางมากลางไพร วิตกใจตกมาถึงคีรี รำจวญจิตคิดไปน่าใจหาย ไม่เว้นวายความเทวษสวาทศรี จึงเลยลาอารักษ์ริมคีรี จงสุขีเถิดนะข้าขอลาจรฯ ๏ ถึงสระยอพอได้เวลาเสด็จ ก็ตามเสร็จแวดล้อมพร้อมสลอน กำดัดแดดแผดเที่ยงทินกร รีบกุญชรช้างที่นั่งขนัดตาม บ่ายประมาณโมงหนึ่งพอถึงวัด ออกแออัดผู้คนอยู่ล้นหลาม ลงหยุดปลงไอยราริมอาราม สมภารตามเชิญเสด็จให้คลาไคล ขึ้นกุฎีฝากระดานสำราญรื่น ก็ครึกครื้นครอบครัวเข้าอาศัย ทั้งไพร่นายรายเรียงกันเรียดไป ตัดใบไม้มุงเหมือนหลังคาบังฯ ๏ ประจวบจนสุริยนเย็นพยับ ไม่ได้ศัพท์เซ็งแซ่ด้วยแตรสังข์ ปี่ระนาดฆ้องกลองประโคมดัง ระฆังหงั่งหงั่งหง่างลงครางครึม มโหรีปี่ไฉนจับใจแจ้ว วิเวกแว่วกลองโยนตะโพนกระหึม ทุกที่ทับสับบุรุษก็พูดพึม รุกขาครื้มครอบแสงพระจันทร เสนาะเสียงเทศนาปุจฉาถาม ในสนามเสียงสนั่นเนินสิงขร เป็นวันบรรณรสีรวีวร พระจันทรทรงกลดรจนา ไฟตะเกียงเรียงรอบพระมณฑป กระจ่างจบจันทร์แจ่มแอร่มผา ดอกไม้พุ่มจุดงามอร่ามตา จับศิลาแลเลื่อมเป็นลายลาย พระจันทร์ส่องต้องยอดมณฑปสุก ในหน้ามุขเงางามอร่ามฉาย นกบินกรวดพรวดพราดประกายพราย พลุกระจายช่อช่วงดังดวงเดือน ดอกไม้ร้องป้องปีบสนั่นป่า ในแหล่งหล้าใครไม่มีเสมอเหมือน แต่คนเดินพัลวันออกฟั่นเฟือน จนจันทร์เคลื่อนรถคล้อยลับเมฆา สงัดเสียงคนดังระฆังเงียบ เย็นยะเยียบยามนอนริมเนินผา เมื่อยามแกนแสนทุเรศเวทนา ต้องไสยาอยู่กลางน้ำค้างพราว ทั้งต้องน้ำอำมฤกเมื่อดึกเงียบ แสนยะเยียบเนื้อเย็นเป็นเหน็บหนาว ทั้งหนาวลมหนาวพรมน้ำค้างพราว ไหนจะหนาวซากผาศิลาเย็น โอ้หนาวอื่นพอขืนอารมณ์ได้ แต่หนาวใจยากแค้นนี้แสนเข็ญ ทั้งหนาวนอนไกลนุชสุดจะเย็น ใครปะเป็นเหมือนหนึ่งข้าจะว่าจริง ถึงผ้าผ่อนซ้อนห่มเป็นไหนไหน ไม่อุ่นใจเหมือนกอดแม่ยอดหญิง แต่ตรอมใจไสยาสน์หวาดประวิง จนไก่ชิงกันขันกระชั้นยาม ได้เพลินอุ่นฉุนเคลิ้มสติหลับ ก็ฝันยับไปด้วยรักไม่พักถาม ในนิมิตว่าได้ชิดพะงางาม เหมือนเมื่อยามยังสำราญอยู่บ้านน้อง สบายนิดหนึ่งที่ฝันก็พลันรุ่ง ตื่นสะดุ้งเขาประดังระฆังก้อง พอลืมตาก็ผวาคว้าประคอง ไม่พบน้องสุดแค้นแสนรำคาญฯ ช่วยหน่อยนะคะ ต้องการด่วนส่งอาจาร์ยวันจันทร์แล้วคะ

ความคิดเห็นที่ 256

7 มิ.ย. 2549 19:44
  1. เราก็ได้ทำเหมือนกันอ่ะ ข้อความที่254 แต่เราได้ทำแค่หน้า218หน้าเดียวเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 255

7 มิ.ย. 2549 19:24
  1. อืม !! อยากได้ประวัติของผ้าสุหรัดอ่ะค่ะ ช่วนหน่อยน่ะ

ความคิดเห็นที่ 254

6 มิ.ย. 2549 23:32
  1. พี่คะขอร้อยแก้วของ นิราศพระบาทหน่อยนะค่ะจะไปส่งพรุ่งนี้แล้วคะตั้งแต่ สงสารนางชาวในที่ไปด้วย-----ถึง เอาคอพิงงพาดตักมาตามทางขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 253

6 มิ.ย. 2549 23:24
  1. เจ๋งมากพี่ ขอบคุณคร๊าบ ขอบคุณ รักพี่ที่สุดเลยฮะ!!^^

ความคิดเห็นที่ 252

6 มิ.ย. 2549 09:54
  1. อยากรู้แผนผังการแต่งกลอน และข้อบังคับในการประพันธื

ความคิดเห็นที่ 251

5 มิ.ย. 2549 21:56
  1. อยากทราบว่าสุนทรภู่ได้ยกตำนานใดมากล่าวถึงในเรื่องนี้บ้างอ่ะค่ะ ใครรู้ช่วยส่งมาที่ sa_kwaiiiz@hotmail.com ด้วยค่ะ ขอบคุณมากๆๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 250

เพิล
5 มิ.ย. 2549 21:32
  1. ขอบคุนนะคะทุกคนที่ช่วย

ความคิดเห็นที่ 249

5 มิ.ย. 2549 20:09
  1. ถอดคำประพันธ์เรื่องนิราศพระบาทให้หน่วยตั้งแต่ต้นจนจบ

ความคิดเห็นที่ 248

4 มิ.ย. 2549 20:24
  1. ช่วยแปลเรื่องนิราศพระบาทให้หน่อยค่ะ ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 247

4 มิ.ย. 2549 08:45
  1. ใครก้อได้ช่วยแปลนิราศพระบาทบทที่ 7 ให้หน่อยได้มั้ยคะจาเอาไปส่งพรุ่งนี้แล้ว

ความคิดเห็นที่ 246

3 มิ.ย. 2549 16:12
  1. to 242 ที่บอกว่าเวปห่วยแตก กรุณาชีแจงด้วย ว่าอะไร ห่วย อะไรไม่ดีตรงไหน ขอเขาออกจาดี กรุณาถอนคำพูดด้วย

ความคิดเห็นที่ 245

3 มิ.ย. 2549 14:29
  1. ช่วยแปลความหมายให้หน่อยได้ไมคะ เอาแค่ว่า สุนทรภู่ไปทำอะรที่ไหนมา ทำอะไรบาง

ความคิดเห็นที่ 244

3 มิ.ย. 2549 13:37
  1. ขอบคุณนะ

ความคิดเห็นที่ 243

2 มิ.ย. 2549 21:18
  1. ใครที่มีเส้นทางการเดินทางของสุนทรภู่ไปพระพุทธบาท โรดส่งมาให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 241

31 พ.ค. 2549 20:53
  1. ไคชอบลินด์เซย์ แอดมาได้น่ะ

ความคิดเห็นที่ 240

31 พ.ค. 2549 19:21
  1. อยากให้มีเนื้อหาบ้างไม่ใช่ให้ส่งความคิดเห็นอย่างเดียว

ความคิดเห็นที่ 239

31 พ.ค. 2549 17:38
  1. รักเด็กพรหมคีรีมากๆนะ พ.ร.จากน้องใหม่

ความคิดเห็นที่ 238

31 พ.ค. 2549 17:31
  1. เรารักสุนทรภู่

ความคิดเห็นที่ 236

30 พ.ค. 2549 17:20
  1. หาร้อยแก้วนิราศพระบาทจากไหนบอกที่ครับ ติดต่อมาทางเมลก็ได้

ความคิดเห็นที่ 234

29 พ.ค. 2549 15:35
  1. คิดถึงคนที่เรารักมากเเต่เขาจะรู้ใหมนะ

ความคิดเห็นที่ 232

28 พ.ค. 2549 11:47
  1. อยากได้รามเกียรติ์ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 231

27 พ.ค. 2549 23:03
  1. ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ดีมากๆเลย

ความคิดเห็นที่ 230

27 พ.ค. 2549 15:51
  1. ขอบคุณมากเหมือนกัน มีประโยชน์อย่างยิ่ง

ความคิดเห็นที่ 229

27 พ.ค. 2549 15:34
  1. ขอบคุณสำหรับคำแปลมากๆเลยนะ ช่วยในการทำการบ้านมากๆเลยค่ะ ขอบคุณมากๆเลยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 228

26 พ.ค. 2549 18:13
  1. ขอบคุณมากๆๆนะคะที่แปลให้เราๆต้องแปลจากไทยเป็นอังกฤษอีกรอบ เฮ้อ เหนื่อยจังเลย

ความคิดเห็นที่ 227

24 พ.ค. 2549 18:30
  1. ขอบคุนมากๆ

ความคิดเห็นที่ 226

23 พ.ค. 2549 20:34
  1. ไม่มีข้อคิดบ้างหรอ ขอบ้างจิ

ความคิดเห็นที่ 225

23 พ.ค. 2549 18:12
  1. ช่วยถอดคำประพันให้หน่อยค่ะ เรื่องนิราศพระบาท ตั้งแต่ ถึงบ้านขวาง มาถึงเมื่อยามร้ายดูงามกว่าชามดิน ขอขอบคุณล่วงหน้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 224

23 พ.ค. 2549 14:34
  1. ขอบคุนจ้า

ความคิดเห็นที่ 223

22 พ.ค. 2549 20:26
  1. ขอบคุณมักๆๆครับ

ความคิดเห็นที่ 222

22 พ.ค. 2549 20:09
  1. กำลังหาเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 221

22 พ.ค. 2549 17:49
  1. ขอบคุณครับผมกำลังหาอยู่พอดีครับ

ความคิดเห็นที่ 220

21 พ.ค. 2549 16:54
  1. ขอกราบขอบคุณมากทีช่วยแปลให้

ความคิดเห็นที่ 219

22 มี.ค. 2549 23:08
  1. ช่วยแปลคำประพันธ์ตอนที่3 นายขนมต้ม ไห้ทีนะครับได้แล้วโทมาหาที เราไม่ค่อยได้ ออน 027276116กด3 ครับ

ความคิดเห็นที่ 218

ninjanoiz
22 มี.ค. 2549 21:54
  1. ช่วยได้เยอะเลย

ความคิดเห็นที่ 216

6 มี.ค. 2549 21:54
  1. ขอบคุณมากกำลังอยู่พอดี

ความคิดเห็นที่ 212

19 ก.พ. 2549 18:15
  1. หนูเรียนที่บางซ่อน

ความคิดเห็นที่ 211

19 ก.พ. 2549 18:13
  1. หนูเรียนที่บางซ่อนค่ะ วัดเวตวันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 210

12 ก.พ. 2549 10:41
  1. จนบัดนี้ก็ยังมีประโยชน์อยู่ ถ้าไม่ได้เพจนี้ นู๋คงไม่จบ ม.6 แน่ๆเลย ขอบคุณมากนะคะ

ความคิดเห็นที่ 209

10 ก.พ. 2549 11:11
  1. ทำไมไม่มีณ หาดทรายทะเลแห่งหนึ่ง

ความคิดเห็นที่ 207

1 ก.พ. 2549 18:38
  1. แทงคิ้วนะ ช่วยได้มาก จาก นวลนรดิศจ้า

ความคิดเห็นที่ 206

27 ม.ค. 2549 14:41
  1. ดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 204

23 ม.ค. 2549 19:08
  1. ช่วยถอดบทกลอนเรื่อง..นิราศภูเขาทองให้ทีจะเปนพระคุนอย่างสูง

ความคิดเห็นที่ 203

15 ม.ค. 2549 16:59
  1. แท้ที่จริงเป็นมนุษย์ คนหนึ่ง ๆ เช่น เอ็ก วาย เป็น เซ้นส์ ก็ต่างๆ นานากัน ? แล้ว ก็ค่อยๆบอกว่า จะหาไหนกัน ล่ะค่า ? มนุษย์ คนต่างๆ จำพวก คือ ค่า แห่ง ยาวิเศษณ์ ก็มีค่า นะค่า ?

ความคิดเห็นที่ 202

8 ม.ค. 2549 09:43
  1. ช่วยทีงับเราได้ นิราศนรินท์ 4 บทงับ 21-24 แปลให้ทีงับ 21. สังข์กระจายพี่จากเจ้า จอมอนงค์ สังข์พระสี่กรทรง จักแก้ว สรวมทิพย์สุธาสรง สายสวาทพี่เอย สังข์สระสมรจงแผ้ว ผ่อนถ้าเรียมถึง 22. จากมามาลิ้วล้ำ ลำบาง บางยี่เรือรางพลาง พี่พร้อง เรือแผงช่วยพานาง เมียงม่าน มานา บางบ่รับคำคล้อง คล่าวน้ำตาคลอ 23. มาด่าน ด่านบ่ร้อง เรียกพัก พลเอย ตาหลิ่งตาเหลวปัก ขีดไว้ ตาเรียมหลังชนตัก ตวงย่าน ไฟด่านดับแดไหม้ มอดม้วยฤามี 24. นางนองชลน่านไล้ ลบบาง ไหลเล่ห์ชลลบปราง แม่คล้ำ แสนโศกสั่งสารปาง จากพี่ ปลอบแม่ นาสิกเรียมซับน้ำ เนตรหน้านางนอง ขอบคุณคับ ช่วยทีงับ

ความคิดเห็นที่ 201

21 ธ.ค. 2548 20:42
  1. ถอดคำประพันธ์ เรื่อง รามเกียรติ์ ตอน ศึกไมยราพ ให้หน่อนครับ

ความคิดเห็นที่ 200

12 ธ.ค. 2548 14:04
  1. ใครรู้เรื่อง พระยาทิชัยดาบหัก บ้างค่ะ! ช่วยหน่อยดิ ?

ความคิดเห็นที่ 199

12 ธ.ค. 2548 12:59
  1. เป็นบทกวีที่ยอดเยี่ยมมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 198

6 ธ.ค. 2548 18:52
  1. ใครก็ได้ช่วยถอดคำประพันธ์ ของอิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิงให้หน่อยดิ ขอร้องละ อยากได้มากเลย ต้องส่งแล้วอะแต่ยังแปลไม่เสร็จเลย

ความคิดเห็นที่ 195

25 ต.ค. 2548 21:20
  1. ขอบคุณมากๆเลยที่ถอดคำประพันธ์ให้

ความคิดเห็นที่ 194

4 ต.ค. 2548 23:02
  1. เออนะป๋อม ไอ้ซีมันโคดบ้าปังย่าเลยอ่ะ ขนาดเค้าออนอยู่มันยังไม่คุยกะเค้าเลยอ่ะ มันจะไปเล่นเกมก่อน แล้วหนังสือรายปักษ์อ่ะ พ่อซีซื้อให้ สมัครเป็นรายเดือนไปแล้วด้วย อิอิ........ป๋อมอิจฉาอ่ะดิ แล้วก้อนะ........ปลาวาฬทราย ออนแล้วไม่เคยคุยเลยนะ

ความคิดเห็นที่ 192

30 ก.ย. 2548 11:44
  1. ช่วยแปลนิราศ อิเหนาหน่อยจิ นะ

ความคิดเห็นที่ 191

25 ก.ย. 2548 12:32
  1. อยากได้คำแปลของนิราศนรินทร์หน่ะค่ะ เพราะต้องเอาไปพูดที่ชั้นเรียนด้วย บทที่ 11 ค่ะ ถ้าใครแปลให้ขอให้จงมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง มีคนช่วยเหมือนกับที่ช่วยหนูนะคะ

ความคิดเห็นที่ 190

22 ก.ย. 2548 21:43
  1. สุดยอดจริงๆเพ่ Laetat02@hotmail.com ชื่อไรอะเนี่ยหาจากไหนได้อะถอดความนิราษพระบาท 30คะแนนเลยได้เต็มๆก็เพราะเพ่อะใจมาก เมลล์มะบอกมั่งนะ kanongrit055@hotmail.com

ความคิดเห็นที่ 189

20 ก.ย. 2548 20:27
  1. ขอบคุณจริงๆ ไม่ได้คงแย่

ความคิดเห็นที่ 188

19 ก.ย. 2548 17:36
  1. เราก้อทำส่งปายแล้วววว โดยที่ไม่ได้อ่านอารายสักอย่างเลย แล้วใกล้สอบ อ.กันยา บอกว่า เรื่องนิราศพระบาทจาออกสอบเยอะ ! ต้องกลับมาอ่านอีก T-T ขี้เกียจอ่านจัง นี่ฟ้า ๆ ไอ้ซีมันบ้าปังย่าสุด ๆ เลยอ่ะ มันตัดหน้าซื้อปังหนังรายปักษ์เล่มที่ 1 มาอ่านก่อนเค้า!! เตือนมันหน่อยก้อดีนะจ๊ะ บอกมันว่าอย่าเก่งกว่าเราให้มาก อิอิ แฮร์รี่ ตอนเดอะฮาล์ฟ บลอด ปริ้น ภาค uk ไอ้ปุ๋มมีอ่ะ ไอ้โต้มันส่งมาให้จากอเมกา ลองไปขอใอ้ปุ๋มแปลดูดิ ปุ๋มมันก้อให้เค้าช่วยแปลอยู่ แต่ไม่ว่างสักที เลยแปลไปไม่ถึง 1 บทเลย หุหุ เด๋วกลับไปอ่านต่อก่อนๆ แว๊ปปปปปปปปป

ความคิดเห็นที่ 187

17 ก.ย. 2548 18:42
  1. ขอบคุณ #170 มากๆนะคะ จันทร์นี้จาสอบ final รอดตายยแล้ว thank you very muchhhhh

ความคิดเห็นที่ 186

15 ก.ย. 2548 20:01
  1. ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยน่ะ จากเด็กระนอง วันที่ 15/ก.ย./48

ความคิดเห็นที่ 185

14 ก.ย. 2548 18:39
  1. To...170 ขอมคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 184

14 ก.ย. 2548 11:50
  1. สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 183

14 ก.ย. 2548 11:46
  1. ขอบคุณนะครับ กำลังหาอยู่พอดีเลย

ความคิดเห็นที่ 182

14 ก.ย. 2548 11:44
  1. ขอบคุณครับที่แปลให้

ความคิดเห็นที่ 181

13 ก.ย. 2548 18:26
  1. ขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่สุดในโลกเลย

ความคิดเห็นที่ 180

11 ก.ย. 2548 21:31
  1. ขอบคุงนะ กำลังหาอยู่พอดีเลย นึกว่าจาหาไม่ได้ซะและ ปล.เราเล่น m ด้วยนะ แอดเข้ามาหาเราด้วยก็ได้ เราอยู่ 4/15 ขอนแก่นวิทยายนนะ

ความคิดเห็นที่ 179

10 ก.ย. 2548 11:48
  1. ขอบคุณมากๆค่ะ สำหรับการถอดคำประพันธ์

ความคิดเห็นที่ 178

9 ก.ย. 2548 19:33
  1. ขอบคุณมากนะคะ สำหรับการถอดคำประพันธ์

ความคิดเห็นที่ 176

4 ก.ย. 2548 12:29
  1. ขอบคุณมากๆครับสำหรับถอดคำประพันธ์

ความคิดเห็นที่ 175

31 ส.ค. 2548 15:38
  1. ขอบคุณน่ะ ช่วยเราได้มกเลยหล่ะ คุณku_ru_mi_fah@hotmail.com เราก็เล่นน่ะ M น่ะ แต่ไม่บ่อยเท่าไร ...

ความคิดเห็นที่ 173

24 ส.ค. 2548 16:48
  1. ใครมีรูปและความหมายหรือลักษณะของต้นลักจั่นมั่งค่ะ คือเราหาไม่ได้อ่ะ ช่วยหาหน่อยนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 172

21 ส.ค. 2548 11:48
  1. เราอยากได้ถอดคำประพันธ์นิราศเมืองเเกลงจัง

ความคิดเห็นที่ 170

18 ส.ค. 2548 22:03
  1. อันนี้ที่ ฟ้า โพสไว้แต่แรกแล้วนะครับผมเอามาซ้ำให้อีกทีครับ ครั้งที่ 2 นิราศพระบาท ผู้ประพันธ์ สุนทรภู่ พระองค์เจ้าปฐมวงศ์ พระโอรสในกรมพระราชวังหลัง ซึ่งทรงผนวชอยู่ ณ วัดระฆังโฆสิตาราม ได้เสด็จฯ ไปทรงเวียนเทียนวันมาฆบูชาที่พระบาท เมื่อเดือน ๓ ปีพ.ศ.๒๓๕๐ สุนทรภู่ซึ่งเป็นมหาดเล็กในพระองค์ก็ต้องตามเสด็จไปในครั้งนี้ ทั้งๆ ที่ยังมีเรื่องมีราวกับแม่จัน ไม่ทันได้คืนดี รอยพระพุทธบาท ณ เชิงเขาสุวรรณบรรพต แขวงเมืองสระบุรี คือปูชีนียสถานอันสำคัญยิ่ง นับแต่พรานบุญได้ค้นพบรอยพระพุทธบาทแห่งนี้เมื่อปี พ.ศ.๒๑๖๗ ในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรมแห่งกรุงศรีอยุธยาแล้ว พระมหากษัตริย์และเจ้านายพระองค์ต่างๆ ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาชั้นหลัง ลงมาถึงรัตนโกสินทร์ ได้เสด็จไปทรงนมัสการพระพุทธบาทแห่งนี้มาโดยตลอด ครั้งปู่ย่าตาทวดถือกันว่า ใครได้ไปไหว้พระบาทครบ ๗ ครั้ง ตายแล้วจะได้ขึ้นสวรรค์ ที่ถือกันอย่างนี้เพราะสมัยก่อนการเดินทางลำบากยากเย็นเต็มที การเดินทางครั้งนี้แม้จะลำบากเพียงใดก็ดี แต่ก็สนุกสนานยิ่งนัก คราวนี้สุนทรภู่ไปกับขบวนหลวง มีทั้งมหาดเล็กและนางใน ทั้งสาวทั้งแก่ไปกันมาก ต้องเดินทางทั้งทางน้ำและทางบก กว่าจะไปถึงรอยพระพุทธบาทได้ใช้เวลาไปถึง ๓ วัน ถ้าเป็นยุคปัจจุบัน เราขับรถเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ไปถึงกันเสียแล้ว... เรามาเดินทางสู่พระพุทธบาทสระบุรี ไปพร้อมกับท่านสุนทรภู่ในบัดนี้เถิด ๏โอ้อาลัยใจหายไม่วายห่วง ดังศรสักปักซ้ำระกำทรวง เสียดายดวงจันทราพะงางาม เจ้าคุมแค้นแสนโกรธพิโรธพี่ แต่เดือนยี่จนย่างเข้าเดือนสาม จะหน่อพระสุริย์วงศ์ทรงพระนาม จากอารามแรมร้างทางกันดาร ด้วยเรียมรองมุลิกาเป็นข้าบาท จำนิราศร้างนุชสุดสงสาร ตามเสด็จโดยแดนแสนกันดาร นมัสการรอยบาทพระศาสดา ถอดคำประพันธ์ จากบทร้อยกรองนี้ทำให้ได้รับความรู้ว่า สุนทรภู่ต้องจากนางจันผู้เป็นที่รักเพื่อที่จะต้องไปนมัสการรอยพระพุทธบาท โดยที่นางนั้นยังโกรธสุนทรภู่อยู่สุนทรภู่ โดยตามเสด็จพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ เมื่อปีพุทธศักราช 2351 ตรงกับเวลา 12 ค่ำ เดือนยี่ เวลาเช้าตรู่ ออกเดินทางจากวัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ทรงผนวชอยู่ที่วารามแห่งนี้ และสุนทรภู่เป็นมหาดเล็กในขณะนั้น จนถึงเดือนสาม ๏ วันจะจรจากน้องสิบสองค่ำ พอจวนย่ำรุ่งเร่งออกจากท่า รำลึกถึงดวงจันทร์ครรไลลา พี่ตั้งตาแลแต่ตามแพราย ที่ประเทศเขตเคยได้เห็นเจ้า ก็แลเปล่าเปลี่ยวไปน่าใจหาย แสนสลดให้ระทดระทวยกาย ไม่เหือดหายห่วงหวงเป็นห่วงครัน ถอดคำประพันธ์ จากแม่จันทร์เมื่อวันสิบสองค่ำ ตอนรุ่งเช้ารู้สึกใจหาย เศร้าใจ ทั้งหวงทั้งห่วง ๏ ถึงคลองขวางบางจากยิ่งตรมจิต ใครช่างคิดชื่อบางไว้กางกั้น ว่าชื่อจากแล้วไม่รักรู้จักกัน พิเคราะห์ครันหรือมาพ้องกับคลองบาง ทั้งจากที่จากคลองเป็นสองข้อ ยังจากกอนั้นก็ขึ้นในคลองขวาง โอ้ว่าจากช่างมารวบประจวบทาง ทั้งจากบางจากไปใจระบม แสนวิบากหลากใจอาลัยเหลียว เห็นเวียงวังก็ยิ่งเสียวถึงเคยสม ประสานสองหัตถ์ประนังตั้งประนม น้อมบังคมเทวารักษาวัง ขอฝากน้องสองชนกช่วยปกเกศ อย่ามีเหตุอันตรายเมื่อภายหลัง ใครปองชิงขอให้ตายด้วยรายชัง เทพทั้งชั้นฟ้าได้ปรานี ถอดคำประพันธ์ ถึงคลองขวาง บางจาก คิดถึงอุปสรรคที่มาขัดขวาง และการจากคนรักมา ขออธิษฐานให้เทพที่รักษาวังช่วยปกป้องคนรักและพ่อ ใครคิดร้ายขอให้ตาย ๏ ถึงสามเสนแจ้งความตามสำเหนียก เมื่อแรกเรียกสามแสนทั้งกรุงศรี ประชุมฉุดพุทธรูปในวารี ไม่เคลื่อนที่ชลธารบาดาลดิน จึงสาปนามสามแสนเป็นชื่อคุ้ง เออชาวกรุงกลับเรียกสามเสนสิ้น นี่หรือรักจะมิน่าเป็นราคิน แต่ชื่อดินเจียวยังกลายเป็นหลายคำ ขอใจนุชที่ฉันสุจริตรัก ให้แน่นหนักเหมือนพุทธรูปเลขาขำ ถึงแสนคนจะมาวอนชะอ้อนนำ สักแสนคำอย่าให้เคลื่อนจงเหมือนใจ ถอดคำประพันธ์ ถึงสามเสน เมื่อก่อนเรียกสามแสน เพราะมีการฉุดพระพุทธรูปขึ้นจากน้ำ ใช้คนมากมาย พระพุทธรูปก็ไม่เคลื่อนที่ จึงเรียกที่นี้ว่า สามแสน แต่ชาวกรุงเรียกเป็น สามเสน นับประสาอะไรกับความรัก ก็คงต้องมัวหมอง เช่นเดียวกับชื่อของสามแสนที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป ขอให้ใจของแม่จันทร์แน่นหนักเหมือนพระพุทธรูป แม้ชายแสนคน มาอ้อนด้วยคำหวานแสนคำ ก็อย่าได้หวั่น ๏ ถึงบางพลัดยิ่งอนัตอนาถจิต นิ่งพินิจนึกน่าน้ำตาไหล พี่พลัดนางร้างรักมาแรมไกล ประเดี๋ยวใจพบบางริมทางจร ถึงบางซื่อชื่อบางนี้สุจริต เหมือนซื่อจิตที่พี่ตรงจำนงสมร มิตรจิตขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง ถึงบางซ่อนเหมือนเขาซ่อนสมรพี่ ซ่อนไว้นี่ดอกกระมังเห็นกว้างขวาง เจ้าเยี่ยมหน้าออกมาหกพี่หน่อยนาง จะลาร้างแรมไกลเจ้าไปแล้วฯ ถอดคำประพันธ์ ถึงบางพลัด รู้สึกอนาถใจที่ต้องพลัดพลาดจากคนรักมา ถึงบางซื่อ ชื่อบางเหมือนกับความสัตย์ของพี่ ขอให้น้องซื่อตรงกับพี่เหมือนชื่อบาง ถึงบางซ่อน เหมือนมีคนมาซ่อนน้อง หรือจะซ่อนน้องไว้ที่นี่ ได้โปรดเยี่ยมหน้าออกมาให้พี่เห็นสักหน่อย ๏ ถึงน้ำวนชลสายที่ท้ายย่าน เขาเรียกบ้านวัดโบสถ์ตลาดแก้ว จะเหลียวกลับลับวังมาลิบแล้ว พี่ลับแก้วลับบ้านมาย่านบาง พฤกษาสวนล้วนได้ฤดูดอก ตระหง่านงอกริมกระแสแลสล้าง กล้วยระกำอัมพาพฤกษาปราง ต้องน้ำค้างช่อชุ่มเป็นพุ่มพวง เห็นจันทน์สุกลูกเหลืองตลบกลิ่น แมงภู่บินร่อนร้องประคองหวง พฤกษาพ้องต้องนามกานดาดวง พี่ยลพวงผลจันทน์ให้หวั่นใจ แมงภู่เชยเหมือนพี่เคยประคองชิด นิ่งพินิจนึกน่าน้ำตาไหล เห็นรักร่วงผลิผลัดสลัดใบ เหมือนรักใจขวัญเมืองที่เคืองเรา พี่เวียนเตือนเหมือนอย่างน้ำค้างย้อย ให้แช่มช้อยชื่อช่อเช่นกอเก่า โอ้รักต้นหรือมาต้องกับสองเรา จึงใจเจ้าโกรธไปไม่ได้นาน ถอดคำประพันธ์ ถึงบ้านวัดโบสถ์ตลาดแก้ว มีน้ำวน มีต้นไม้มากมาย เห็นแมลงภู่ตอมลูกจันทร์ เหมือนพี่ที่เคล้าเคลียน้อง ๏ ถึงแขวงแควแพตลอดตลาดขวัญ เป็นเมืองจันตประเทศรโหฐาน ตลิ่งเบื้องบูรพาศาลาลาน เรือขนานจอดโจษกันจอแจ พินิจนางแม่ค้าก็น่าชม ท้าคารมเร็วเร่งอยู่เซ็งแซ่ ใส่เสื้อตึงรึงรัดดูอัดแอ พี่แลแลเครื่องเล่นเป็นเสียดาย ชมคณาฝูงนางมากลางชล สุริยนเยี่ยมฟ้าเวลาสาย ถึงปากเกร็ดเสร็จพักผ่อนฝีพาย หยุดสบายบริโภคอาหารพลัน แรงกำเริบเอิบอิ่มขยายออก เขาก็บอกโยนยาวฉาวสนั่น ถึงหาดขวางบางพูดเขาพูดกัน พี่คิดฝันใจฉงนอยู่คนเดียว เป็นพูดชื่อหรือผีภูตปีศาจหลอก ใคร่ช่วยบอกภูตผีมานี่ประเดี๋ยว จะสั่งฝากขนิษฐาสุดาเดียว ใครเกินเกี้ยวแล้วอย่าไว้กำไรเลย ถอดคำประพันธ์ ถึงตลาดขวัญ เป็นเมืองรอบนอก มีเรือแพมากมาย แม่ค้าหน้าตาดี ส่งเสียงเซ้งแซ่ ถึงปากเกร็ด แวะกินข้าว พอให้ท้องอิ่ม ถึงบางพูด คนอื่นพูดคุยกัน แต่ตัวพี่นั่งนิ่งนึกถึงคนรัก ใครช่วยบอกให้ภูตผีมาหา จะได้ฝากดูแลนางจันน้องรัก อย่าให้ใครมายุ่งเกี่ยว ๏ ถึงบางพังน้ำพังลงตลิ่ง โอ้ช่างจริงเหมือนเขาว่านิจจาเอ๋ย พี่จรจากดวงใจมาไกลเชย โอ้อกเอ๋ยแทบพังเหมือนฝั่งชล ถึงวังวัดเทียนถวายบ้านใหม่ข้าม ก็รีบตามเรือที่นั่งมากลางหน ทุ่งละลิ่วทิวเมฆเป็นหมอกมน สะพรั่งต้นตาลโตนดอนาถครัน เจ้าของตาลรักหวานขึ้นปีนต้น ระวังตนตีนมือระมัดมั่น เหมือนคบคนคำหวานรำคาญครัน ถ้าพลั้งพลันเจ็บอกเหมือนตกตาล เห็นเทพีมีหนามลงราน้ำ เปรียบเหมือนคำคนพูดไม่อ่อนหวาน เห็นกิ่งกีดมีดพร้าเข้าราราน ถึงหนามกรานก็ไม่เหน็บเหมือนเจ็บทรวง ถอดคำประพันธ์ ถึงบางพัง ตลิ่งน้ำพัก เหมือนพี่ที่ต้องจากน้องมา อกแทบพังเหมือนฝั่งน้ำ ถึงวัดเทียนถวาย บ้านใหม่ มีต้นตาลมาก เจ้าของตาลอยากได้ลูกตาล จึงปีนต้นตาล เหมือนคนที่ตบกับคนปากหวาน อาจเจ็บใจเหมือนคนตกต้นตาล เห็นเถาต้นเทพี มีหนาม นึกถึงตอนถูกหนามตำก็ไม่เจ็บเหมือนถูกเหน็บแนมเชือดเชือนด้วยคำพูด ๏ ถึงบางหลวงทรวงร้อนดังศรปัก พี่ร้างรักมาด้วยราชการหลวง เมื่อคิดไปใจหายเสียดายดวง จนเรือล่วงมาถึงย่านบ้านกระแซง พี่เร่งเตือนเพื่อนชายพายกระโชก ถึงสามโคกต้องแดดยิ่งแผดแสง ให้รุ่มร้อนอ่อนจิตระอิดแรง เห็นมอญแต่งตัวเดินมาตามทาง ตาโถงถุงนุ่งอ้อมลงกรอมส้น เป็นแยบยลเมื่อยกขยับอย่าง เห็นขาขาววาวแวบอยู่หว่างกลาง ใครยลนางก็เป็นน่าจะปรานี ดูเหย้าเรือนหาเหมือนอย่างไทยไม่ หลังคาใหญ่พื้นเล็กเป็นโรงผี ระยะบ้านย่านนั้นก็ยาวรี จำเพาะมีฝั่งซ้ายเมื่อพายไป ถอดคำประพันธ์ ถึงบางหลวง ใจเร่าร้อนดั่งศรปัก ถึงบ้านกระแซง เร่งฝีพายมาจนถึงสามโคก แดดร้อนเห็นชาวมอญนุ่งโสร่งเดินเห็นขาขาวๆ ใครมองเห็นก็คงนึกชอบ บ้านเรือนไม่เหมือนบ้านคนไทย หลังคาใหญ่ พื้นเล็กเหมือนโลงศพ ทรงบ้านยาวรี ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ฝั่งซ้าย ๏ ถึงวังตำหนักพักพลพอเสวย แล้วก็เลยตามแควกระแสไหล ทั้งน้ำลงน่าสลดระทดใจ โอ้น้ำไหลเจียวยังมีเวลาลง แต่โศกพี่หรือไม่มีเวลาว่าง ระยะทางก็ยังไกลถึงไพรระหง ขึ้นจากน้ำแล้วจะซ้ำเข้าเดินดง เมื่อไรลงนั่นแลกายจะวายตรอม เห็นลมอื้อจะใคร่สื่อสาราสั่ง ถึงร้อยชั่งคู่เชยเคยถนอม ให้นิ่มน้องครองศักดิ์อย่าปลักปลอม เรียมนี้ตรอมใจถึงคะนึงนาง ถอดคำประพันธ์ ถึงวังตำหนัก พักพล เจ้านายเสวยเสร็จ ก็ไปต่อ น้ำไหลยังมีเวลาลง แต่ใจพี่โศกไม่มีเวลาว่าง ต้องเดินทางอีกไกล ขึ้นจากน้ำก็ต้องเดินป่า เห็นลมพัดอยากจะฝากสารถึงน้องรักให้รักษาเนื้อรักษาตัวรอคอยพี่ พี่ตรอมใจคิดถึงน้อง ๏ ถึงทุ่งขวางกลางยานบ้านกระบือ ที่ลมอื้อนั่นค่อยเหือดด้วยคุ้งขวาง ถึงย่านหนึ่งน้ำเซาะเป็นเกาะกลาง ต้องแยกทางสองแควกระแสชล ปางบุรำคำบุราณขนานนาม ราชครามเกาะใหญ่เป็นไพรสณฑ์ ในแถวทางกลางย่านกันดารคน นาวาดลเดินเบื้องบูรพา โอ้กระแสแควเดียวทีเดียวหนอ มาเกิดก่อเกาะถนัดสกัดหน้า ต้องแยกคลองออกเป็นสองทางคงคา นี่หรือคนจะมิน่าเป็นสองใจ ครั้นพอสิ้นถิ่นเกาะค่อยเลาะเลียบ นาวาเพียบน้ำลงกำลังไหล โอ้อนาถเหนื่อยน่าระอาใจ ถึงบางไทรด่านดักนาวาเดิน เขาบอกชื่อสีกุกตรงด่านข้าม เป็นสามง่ามน้ำนองในคลองเขิน ปักษาโบกปีกบินลงดินเดิน มัจฉาเพลินผุดพล่านในคงคา นกยางเลียบเหยียบปลานขาหยิก เอาปากจิกบินฮือขึ้นเวหา กระทุงน้อยลอยทวนนาวามา โอ้ปักษาเอ๋ยจะลอยถึงไหนไป หน้าวังหรือจะสั่งด้วยนะนก ให้แนบอกของพี่รู้ว่าโหยไห้ มิทันสั่งสกุณินก็บินไป ลงจับใกล้นกตะกรุมริมวุ้มวน ศีรษะเตียนเลี่ยนโล่งหัวล้านเลื่อม เหนียงกระเพื่อมร้องแรงแสยงขน โอ้หัวนกนี่ก็ล้านประจานคน เมื่อยามยลพี่ยิ่งแสนระกำทรวง ถอดคำประพันธ์ ถึงทุ่งขวาง บ้านกระบือ เกาะราชคราม กระแสน้ำยังแยกเป็นสองทาง ใจคนก็แยกเป็นสองใจได้เช่นกัน ถึงบางไทร มีสายน้ำแยกเป็นสามง่าม เรียกว่า สีกุก มีนกบิน ปลาผุดว่ายมากมาย ๏ ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางน้ำ เหมือนเกิดกรรมเกิดราชการหลวง จึงเกิดโศกขัดขวางขึ้นกลางทรวง จะตักตวงไว้ก็เติบกว่าเกาะดิน รำพึงพายตามสายกระแสเชี่ยว ยิ่งแสนเปลี่ยวเปล่าในฤทัยถวิล สักครู่หนึ่งก็มาถึงบางเกาะอิน กระแสสินธุ์สายชลเป็นวนวัง อันเท็จจริงสิ่งนี้ไม่รู้แน่ ได้ยินแต่ยุบลแต่หนหลัง ว่าที่เกาะบางอออินเป็นถิ่นวัง กษัตริย์ครั้งครองศรีอยุธยา พาสนมออกมาชมคณานก ก็เรื้อรกรั้งร้างเป็นทางป่า อันคำแจ้งกับเราแกล้งสังเกตตา ก็เห็นน่าที่จะแน่กระแสความ แต่เดี๋ยวนี้มีไม้ก็ตายโกร๋น ทั้งเกิดโจรจระเข้ให้คนขาม โอ้ฉะนี้แก้วพี่เจ้ามาตาม จะวอนถามย่านน้ำพี่ร่ำไป ถอดคำประพันธ์ ถึงเกาะเกิด เหมือนเกิดกรรมที่ต้องมาราชการ จึงเกิดความโศกมากมายกว่าเกาะดิน ถึงเกาะบางอออิน มีน้ำวน เล่ากันว่าเป็นวังเก่าสมัยอยุธยา กษัตริย์พาสนมออกมาชมนก แต่ปัจจุบันต้นไม้ตายโกร๋น มีทั้งโจร จระเข้ คนจึงกลัวกันมาก ๏ ถึงเกาะพระที่ระยะสำเภาล่ม เภตราจมอยู่ในแควกระแสไหล ถึงเกาะเรียนโอ้เรียมยิ่งเกรียมใจ ที่เพื่อนไปเขาก็โจษกันกลางเรือ ว่าคุ้งหน้าท่าเสือข้ามกระแส พี่แลแลหาเสือไม่เห็นเสือ ถ้ามีจริงก็จะวิ่งลงจากเรือ อุทิศเนื้อให้เป็นภักษ์พยัคฆา ไม่เคยตายเขาบ่ายนาวาล่อง เข้าในคลองตะเคียนให้โหยหา ระยะย่านบ้านช่องในคลองมา ล้วนภาษาพวกแขกตะนีอึง ดูหน้าตาก็ไม่น่าจะชมชื่น พี่แข็งขืนอารมณ์ทำก้มขึง ที่เพื่อนเราร้องหยอกมันออกอึง จนเรือถึงปากช่องคลองตะเคียน ถอดคำประพันธ์ ถึงเกาะพระ มีสำเภาล่มจมอยู่ ถึงเกาะเรียน เรียมรู้สึกร้อนใจ ถึงท่าเสือ แต่พี่มองไม่เห็นเสือ ถ้ามีจริงจะวิ่งออกจากเรืออุทิศเนื้อให้เป็นอาหารของเสือ เข้าคลองตะเคียน เป็นถิ่นของพวกแขกตะนี หน้าตาไม่น่ามอง ถึงปากช่องคลองตะเคียน เห็นวัดวาอารามมากมาย เจดีย์ ศาลาการเปรียญ โบสถ์ กุฏิชำรุดพัง ๏ เห็นวัดวาอารามตามตลิ่ง ออกแจ้งจริงเหลือจะจำในคำเขียน พระเจดีย์ดูกลาดดาษเดียร การเปรียญโบสถ์กุฏิ์ชำรุดพัง ถึงวัดธารมาใหม่ใจระย่อ ของพระหน่อสุริย์วงศ์พระวังหลัง อุตส่าห์ทรงศรัทธามาประทัง อารามรั้งหรือมางามอร่ามทอง สังเวชวัดธารมาที่อาศัย ถึงสร้างใหม่ชื่อยังธาระมาหมอง เหมือนทุกข์พี่ถึงจะมีจินดาครอง มงกุฎทองสร้อยสะอิ้งมาใส่กาย อันตัวงามยามนี้ก็ตรอมอก แสนวิตกมาตามแควกระแสสาย ถึงคลองสระปทุมานาวาราย น่าใจหายเห็นศรีอยุธยา ทั้งวังหลวงวังหลังก็รั้งรก เห็นนกหกซ้อแซ้บนพฤกษา ดูปราสาทราชวังเป็นรังกา ดังป่าช้าพงชัฏสงัดคน ถอดคำประพันธ์ ถึงวัดธารมาใหม่ ชื่อวัดเหมือนความทรมานความทุกข์ของพี่ แม้มีเครื่องประดับ แต่งตัวจนงาม แต่ใจก็ยังตรอมตรม ถึงคลองสระประทุม เห็นราชวังเก่าร้างรก ดังรังกา เงียบดังป่าช้า ๏ อนิจจาธานินสิ้นกษัตริย์ เหงาสงัดเงียบไปดังไพรสณฑ์ แม้กรุงยังพรั่งพร้อมประชาชน จะสับสนแซ่เสียงทั้งเวียงวัง มโหรีปี่กลองจะก้องกึก จะโครมครึกเซ็งแซ่ด้วยแตรสังข์ ดูพาราน่าคิดอนิจจัง ยังได้ฟังแต่เสียงสกุณา ทั้งสองฝั่งแฝกแขมแอร่มรก ชะตาตกสูญสิ้นพระชันษา แต่ปู่ย่ายายเราท่านเล่ามา เมื่อแรกศรีอยุธยายังเจริญ กษัตริย์สืบสุริย์วงศ์ดำรงโลก ระงับโศกสุขสุดจะสรรเสริญ เราเห็นยับยังแต่รอยก็พลอยเพลิน เสียดายเกิดมาเมื่อเกินน่าน้อยใจ กำแพงรอบขอบคูก็ดูลึก ไม่น่าศึกอ้ายพม่าจะมาได้ ยังให้มันข้ามเข้าเอาเวียงชัย โอ้อย่างไรเหมือนบุรีไม่มีชาย หรือธานินสิ้นเกณฑ์จึงเกิดยุค ไพรีรุกรบได้ดังใจหมาย เหมือนทุกวันแล้วไม่คัณนาตาย ให้ใจหายหวั่นหวั่นถึงจันทร์ดวง ๏ พี่ดูใจค่ายนอกออกหนักแน่น ดังเขตแคว้นคูขอบนครหลวง ไม่เห็นจริงใจนางในกลางทรวง ชายทะลวงเข้ามาบ้างจะอย่างไร ขอเทเวศร์เขตสวรรค์ชั้นดุสิต ดลใจมิตรอย่าให้เหมือนกับกรุงใหญ่ ให้เหมือนกรุงเราทุกวันไม่พรั่นใคร นั่นแลใจเห็นจะครองกับน้องนาน ถอดคำประพันธ์ เมืองที่สิ้นกษัตริย์เงียบดังป่า เมื่อครั้งที่กรุงเต็มไปด้วยผู้คน คงมีเสียงเซ็งแซ่ทั้งเมือง เสียงมโหรี แตร สังข์ แต่ครั้งนี้มีแต่เสียงนก ทั้งสองฝั่งเต็มไปด้วยต้นแฝกและแขม ปู่ยาตายายเล่าถึงเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเจริญ กษัตริย์ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองดับทุกข์โศกของประชาชน น่าสรรเสริญยิ่ง เสียดายที่เราเกิดมาไม่ทันเห็น มีกำแพงเมือง คูเมืองก็ลึก ข้าศึกไม่น่าเข้ามายึดได้ เหมือนกับไม่มีผู้ชาย คงเป็นเพราะเมืองสิ้นชะตา จึงทำให้ข้าศึกยึดได้ ทุกวันนี้พี่ไม่กลัวตาย คิดถึงแต่แม่จัน ขอให้เทวดาในสรวงสรรค์ชั้นดุสิต ดลใจให้น้องอย่าเป็นเหมือนกรุงเก่า ขอให้เป็นเหมือนกรุงของเราที่ไม่พรั่นใคร จะได้อยู่เคียงคู่กับพี่ตลอดไป ๏ สุริยนเย็นสนธยาย่ำ ประทับลำเรือเรียงเคียงขนาน เขาเรียกวัดแม่นางปลื้มลืมรำคาญ ใครขนานชื่อหนอได้ต่อมา ช่างแปลงโศกให้เราปลื้มพอลืมรัก จะรู้จักคุณจริงไม่แกล้งว่า พลพายนายไพร่บรรดามา หุงข้าวหาฟืนใส่ก่อไฟฮือ พี่ตันอกตกยากจากสถาน เห็นอาหารหวนทอดใจใหญ่หือ ค่อยขืนเคี้ยวข้าวคำสักกำมือ พอกลืนครือคอแค้นดังขวากคม จะเจือน้ำซ้ำแสบในทรวงเสียว มีเค็มเปรี้ยวกล้ำกลืนก็ขื่นขม กินประทับแต่พอรับกับโรคลม ครั้นค่ำพรมน้ำค้างอยู่พร่างพราย ก็แรมรอนนอนวัดแม่นางปลื้ม พี่ไม่ลืมอาลัยให้ใจหาย ทั้งไพร่นายนอนกลาดบนหาดทราย พงศ์นารายณ์นรินทร์วงศ์ที่ทรงญาณ บรรทมเรือพระที่นั่งบังวิสูตร เขารวบรูดรอบดีทั้งสี่ด้าน ครั้นรุ่งเช้าราวโมงหนึ่งนานนาน จัดแจงม่านให้เคลื่อนนาวาคลา ถอดคำประพันธ์ ถึงวัดนางปลื้ม ทำให้เราปลื้มลืมความรัก พักกินข้าว ก็กินไม่ค่อยลง ค้างคืนที่นี่ เจ้านายบรรทมในเรือพระที่นั่ง จนรุ่งเช้าก็เดินทางต่อ ๏ เข้าลำคลองหัวรอตอระดะ ดูเกะกะรอร้างทางพม่า เห็นรอหักเหมือนหนึ่งรักพี่รอรา แต่รอท่ารั้งทุกข์มาตามทาง พอเลี้ยวแหลมถึงท่าศาลาเกวียน ตลิ่งเตียนแลโล่งดังคนถาง พี่ตั้งตาหาเกวียนสองข้างทาง หมายจะจ้างบรรทุกไปท่าเรือ แต่ทุกข์รักก็เห็นหนักถนัดอก ถึงสักหกเจ็ดเกวียนก็เจียนเหลือ แต่โศกรักมาจนหนักในลำเรือ เฝ้าเติมเจือไปทุกคุ้งรำคาญครัน ถอดคำประพันธ์ ถึงคลองหัวรอ มีรอเก่า ๆ ของพวกพม่า เหมือนกับพี่ที่รอความรักด้วยความทุกข์ ถึงศาลาเกวียนตลิ่งเตียน มองหาเกวียนมาบรรทุกความรักสักหกเจ็ดเกวียน ทุกความรักมาจนหนักเรือเติมความรักมาทุกคุ้งจนรู้สึกรำคาญ ๏ ถึงบ่อโพงถ้ามีโพงจะผาสุก จะโพงทุกข์เสียให้สิ้นที่โศกศัลย์ นี่แลแลก็เห็นแต่ตลิ่งชัน ถึงปากจั่นตละเตือนให้ตรอมใจ โอ้นามน้องหรือมาพ้องกับชื่อบ้าน ลืมรำคาญแล้วมานึกรำลึกได้ ถึงบางระกำโอ้กรรมระยำใจ เคราะห์กระไรจึงมาร้ายไม่วายเลย ระกำกายมาถึงท้ายระกำบ้าน ระกำย่านนี่ก็ยาวนะอกเอ๋ย โอ้คนผู้เขาช่างอยู่อย่างไรเลย หรืออยู่เคยความระกำทุกค่ำคืน ถอดคำประพันธ์ ถึงบ่อโพง ถ้ามีโพงคงจะมีความสุข จะใช้โพงความทุกข์ให้หมดสิ้น เห็นแต่ตลิ่งชัน ถึงปากจั่นชื่อพ้องกับแม่จัน ถึงบางระกำ นึกถึงเคราะห์กรรมที่ต้องตกทุกข์ระกำกายจนมาถึงบางระกำ ต้นระกำที่นี่ยาว ผู้คนคงคุ้นเคยกับความระกำใจ ๏ ถึงคุ้งแคว้นแดนพระนครหลวง ยิ่งโศกทรวงเสียใจให้สะอื้น โอ้อกเอ๋ยยังจะไปอีกหลายคืน กว่าจะชื่นแทบช้ำระกำกาย ถึงแม่ลาเมื่อเรามาก็ลาแม่ แม่จะแลแลหาไม่เห็นหาย จะถามข่าวเช้าเย็นไม่เว้นวาย แต่เจ้าสายสุดใจมิได้มา ถึงอรัญญิกยามแดดแผดพยับ เสโทซับซาบโทรมทั้งนาสา ถึงตะเคียนด้วนด่วนรีบนาวามา ถึงศาลาลอยแลลิงโลดใจ เงื้อมตลิ่งงิ้วงามตระหง่านยอด ระกะกอดเกะกะกิ่งไสว พยุยวบกิ่งเยือกเขยื้อนใบ ถึงวังตะไลเห็นบ้านละลานแล ถึงบ้านขวางที่ทางนาวาจอด เรือตลอดแลหลามตามกระแส ถึงท่าเรือเรือยัดกันอัดแอ ดูจอแจจอดริมตลิ่งชุม ที่หน้าท่ารารับประทับหยุด อุตลุดขนของขึ้นกองสุม เสบียงใครใครนั่งระวังคุม พร้อมชุมนุมแน่นหน้าศาลารี ถอดคำประพันธ์ ถึงพระนครหลวง ยิ่งโศกเศร้าใจ ต้องไปอีกหลายคืน ถึงแม่ลา เมื่อมาก็ลาแม่ ถึงอรัญญิก ตะเคียนด้วน ศาลาลอย มีต้นงิ้วงามอยู่ริมตลิ่ง ถึงวังตะไล มีบ้านเต็มไปหมด ถึงบ้านขวาง เป็นท่าเรือ ขนข้าวของเสบียงขึ้นไว้ที่ศาลา ๏ ฝ่ายพระหน่อสุริย์วงศ์ทรงสิกขา ขึ้นศาลาโสรจสรงวารีศรี ข้างพวกเราเฮฮาลงวารี แต่โดยดีใจตนด้วยพ้นพาย อุระเรียมเกรียมตรมอารมณ์ร้อน ระอาอ่านอกใจมิใคร่หาย แลตลิ่งวิงหน้านัยน์ตาพราย หัวไหล่ตายตึงยอกตลอดตัว ได้พึ่งเพื่อนเหมือนญาติเมื่อยามเข็ญ เขานวดเคล้นให้บ้างก็ยังชั่ว พระอาทิตย์มืดมิดเข้าเมฆมัว ฟ้าสลัวแดดดับพยับไพร กองคเชนทร์เกณฑ์ช้างยี่สิบเชือก มาจัดเลือกกองหมอขึ้นคอไส ที่เดินดีขี่กูบไม่แกว่งไกว วิสูตรใส่สองข้างเป็นช้างทรง แล้วผ่อนเกณฑ์กองช้างไว้กลางทุ่ง เวลารุ่งจะเสด็จขึ้นไพรระหง ที่สี่เวรเกณฑ์กันไว้ล้อมวง พระจอมพงศ์อิศยมบรรทมพลัน ถอดคำประพันธ์ เณรกรมพระปรมานุชิตชิโนรส ขึ้นศาลาทรงน้ำ ส่วนพวกเราลงว่ายน้ำ เพื่อนช่วยบีบนวดจัดกองช้างยี่สิบสี่เชือก เลือกตัวที่เดินดีเป็นช้างพระที่นั่ง พระองค์เจ้าปฐมวงศ์เข้าบรรทม ๏ อันพวกเราเหล่าเสวกามาตย์ เหนื่อยอนาถนิทราดังอาสัญ แสนวิตกอกพี่นี้ผูกพัน ให้หวั่นหวั่นเวทนาด้วยอาวรณ์ สดับเสียงสัปปุรุษที่หยุดพัก เขาร้องสักวาอึงทั้งครึ่งท่อน บ้างชมป่าช้าปี่ทีละคร ถึงสบกลอนที่จะรู้ก็สู้เมิน เฝ้าแหงนดูดวงแขชะแง้พักตร์ เห็นจันทร์ชักรถร่อนเวหาเหิน ดูดวงเดือนเหมือนชื่อรื้อเผอิญ ระกำเกินที่จะเก็บประกอบกลอน จนไก่เถื่อนเตือนขันสนั่นแจ้ว ดุเหว่าแว่วหวาดหมายว่าสายสมร เดือนแอร่มแจ่มล้ำในอัมพร กองกุญชรผูกช้างมายืนเรียง ถอดคำประพันธ์ พวกเสวกามาตย์ต่างเหนื่อยอ่อน นอนเหมือนตาย ได้ยินเสียงเพื่อนร้องเพลงสักวา เพลงครึ่งท่อนช้าปี่ ก็ไม่สนใจ เฝ้าดูดวงจันทร์ เหมือนชื่อน้อง ระกำเกินกว่าที่จะเขียนเป็นคำกลอน จนรุ่งเช้า กองช้างเตรียมช้างมายืนเรียง ๏ บรรดาเพื่อนเตือนตื่นขึ้นเซ็งแซ่ บ้างจอแจจัดการประสานเสียง บ้างม้วนเสื่อมัดกระสอบหอบเสบียง บ้างถุ้งเถียงชิงสัปคับกัน บ้างขึ้นบนขนส่งคนข้างล่าง เสียงโฉ่งฉ่างขามแตกกระแทกขัน จนคนบนสัปคับรับไม่ทัน หม้อข้าวขันตกแตกกระจายราย ย่ามกระสอบกรอบแกรบกระไกรกริก กลักพริกพลิกแพลงตะแคงหงาย กะโปเลเชือกร้อยขึ้นห้อยท้าย เมื่อยามร้ายดูงามกว่าชามดิน ถอดคำประพันธ์ พวกเพื่อนปลุกกันเซ็งแซ่ รีบเก็บข้าวของดูวุ่นวาย ๏ สงสารนางชาวในที่ไปด้วย ทั้งโถถ้วยเครื่องแต่งแป้งขมิ้น หวีกระจกตกแตกกระจายดิน เจ้าของผินหน้าหาน้ำตาคลอ จะปีนขึ้นกูบช้างไม่กางขา แต่โดยผ้ากรีดกรอมทำซอมซ่อ มือตะกายสายรัดสกนธ์คอ เห็นช้างงองวงหนีก็หวีดอึง แต่ปีนไพล่เหนี่ยวพลัดสุหรัดขาด สองมือพลาดพลัดคว่ำลงต้ำผึง กรมการบ้านป่าเขาฮาตึง ทำโกรธขึ้งเรียกพวกผู้ชายเร็ว บ้างขึ้นช้างพลางฉวยข้อมือฉุด ดังอุณรุทจับกินนรที่ในเหว ไม่นึกอายอัประมาณเป็นการเร็ว บ้างโอบเอวอุ้มนางขึ้นช้างพังฯ ถอดคำประพันธ์ พวกนางในปีนช้าง ไม่กางขา จึงตกช้าง พวกกรรมการบ้านป่าฮากันตึง พวกนางในจึงเรียกพวกผู้ชายมาช่วยฉุดมือบ้าง อุ้มบ้างเพื่อขึ้นช้าง โดยไม่นึกอาย ๏ สุรแสงแจ่มแจ้งอร่ามโลก บริโภคอิ่มเอิบอารมณ์หวัง ขัตติยวงศ์ทรงช้างกูบบัลลังก์ รับสั่งสั่งสารถีให้ไสเดิน จากศาลาท่าเรือเข้าทิวทุ่ง เป็นฝุ่นฟุ้งนภางค์ในทางเขิน กูบกระโดกโยกอย่างทุกย่างเดิน เขยื้อนเยินยอบเยือกยะยวบกาย ทั้งสองข้างท่านวางเป็นช้างดั้ง ระยะหลังมหาดเล็กนั้นเหลือหลาย แต่ตัวพี่นี้จำเพาะเป็นเคราะห์ร้าย ต้องขึ้นพลายนำทางช้างน้ำมัน เพื่อนเขาแกล้งตบมือกระพือผัด ช้างสะบัดบุกไปในไพรสัณฑ์ ผงะหงายคนท้ายเขาคว้าทัน โอ้แม่จันทร์เจียนจะไม่เห็นใจจริง นึกจะโจนจากช้างลงกลางเถื่อน แล้วอายเพื่อนเขาจะเย้ยว่าใจหญิง แต่ตึงเศียรเวียนหน้านัยน์ตาวิง เอาขอพิงพาดตักมาตามทางฯ ถอดคำประพันธ์ รุ่งเช้า กินกันอิ่มแล้ว เมื่อพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ทรงช้าง ก็เคลื่อนขบวน สองข้างเป็นช้างตั้ง ด้านหลังเป็นพวกมหาดเล็ก ตัวพี่เคราะห์ร้ายต้องขึ้นช้างตกน้ำมัน เพื่อนแกล้งตบมือ มันจึงพาวิ่งเข้าป่าไป พี่หงายหลัง แต่ท้ายช้างคว้าไว้ทัน นึกจะโจนลง แต่ก็อายเพื่อนจะเย้ยว่าใจหญิง พี่เวียนหัวจนตาลาย ๏ ถึงชายป่านาประโคนรำคาญคิด ถึงมิ่งมิตรแล้วให้หมองอารมณ์หมาง จนพ้นทุ่งมุ่งตรงเข้าดงยาง ไม่สล้างลู่ล้มระทมทับ รุกขชาติดาษดูระดะป่า สกุณาจอแจประจำจับ ดุเหว่าแว่วหวาดไหวฤทัยวับ จะแลกลับหลังเหลียวยิ่งเปลี่ยวใจ ทั้งสองข้างทางเดินก็รกระ ระเกะกะพาดพันเถาวัลย์ไสว จักจั่นแซ่เสียงเรไรไพร ในจิตใจทดท้อระย่อเย็น ถอดคำประพันธ์ ถึงชายป่าหน้าประโคน คิดถึงน้องรัก เข้าดงยางที่ลู่ล้มทับกัน เสียงนกจอแจ เสียงดุเหว่า ทำให้เปลี่ยวใจ สองข้างทางเต็มไปด้วยเถาวัลย์ ได้ยินเสียงจักจั่นเรไร ทำให้ระทดท้อหนาวใจ ๏ ถึงบางโขมดมีธารตะพานช้าง บรรลุทางครบร้อยห้าสิบเส้น มีโพธิ์พุ่มชุ่มชื่นระรื่นเย็น ไม่ว่างเว้นสัปปุรุษเขาหยุดเรียง บ้างขายของสองข้างตามทางป่า จำนรรจาจอแจออกแซ่เสียง พี่แกล้งไสให้คชสารเคียง เห็นของเรียงอยู่บนร้านทั้งหวานคาว แต่น้ำยานั้นเขาว่ากิ้งกือกุ้ง เห็นชาวกรุงกินกลุ้มทั้งหนุ่มสาว พี่คลื่นไส้ไสช้างในย่างยาว มาตามราวมรคาพนาวัน ลมกระพือฮือหอบผงคลีหวน ปักษาครวญเพรียกพฤกษ์ในไพรสัณฑ์ ดุเหว่าแว่วแจ้วจับน้ำใจครัน ไก่เถื่อนขันขานเขาชวาคู ถอดคำประพันธ์ ถึงบางโขมด มีธารตะพานช้าง เดินทางมาได้ร้อยห้าสิบเส้น มีต้นโพธิ์ใหญ่ให้เงาร่มเย็นผู้คนจึงหยุดพักที่นี่ สองข้างทาง มีของขายเสียงจอแจ มีทั้งของหวานของคาว พี่เห็นน้ำยา เขาว่าทำมาจากกิ้งกือ พวกชาวกรุงทั้งหนุ่มสาวจับกลุ่มกินกัน ส่วนพี่คลื่นไส้ ไสช้างเดินต่อ ๏ ประจวบจนถึงตำบลบ่อโศก ยามวิโยคออกชื่อก็ครือหู ถึงจะไม่รู้จักไม่รักรู้ แต่เหลือบดูไปที่บ่อยังท้อใจ ระยะเดินเถินทางมากลางป่า สองร้อยห้าสิบเส้นถึงสระใหญ่ พอได้กึ่งมรคาพนาลัย พี่รีบไสช้างเดินโดยลำพอง ถอดคำประพันธ์ ถึงตำบลบ่อโศก มาได้สองร้อยห้าสิบเส้น ถึงสระใหญ่ พี่ไสช้างเดินต่ออย่างคะนอง ๏ มาลับท่อบ่อโศกจนสุดเหลียว ยังเสียวเสียวโศกกายไม่วายหมอง ถึงหนองคนทีมีสระละหานนอง เป็นเปือกกรองแต่ล้วนหญ้าคงดำ อันริมรอบขอบหนองทั้งสองข้าง รอยตีนช้างลึกลุ่มหลุ่มถลำ โอ้น้ำใจในอุราทาระกรรม เหมือนน้ำดำอยู่ในหนองเป็นฟองคราม พี่ยลน้ำช้ำใจแล้วไสช้าง มาตามทางทิวป่าพนาหนาม กำหนดนับมรคาพยายาม ก็ได้สามร้อยเส้นห้าสิบปลาย โอ้ทางไกลไปเปลืองเหมือนเรื่องว่า แต่โศกข้านี่กระไรมิใคร่หาย จะแลขวาป่าเขียวยังเปลี่ยวกาย จะแลซ้ายเห็นแต่โขดภูเขาเคียง กับหมู่ไม้ไกรกรวยกันเกรากร่าง พะยอมยางตาพยัคฆ์พยุงเหียง ข่อยมะขามตามทางสล้างเรียง นกเขาเคียงคู่คูประสานคำ โอ้นกคู่ดูน่าจะผาสุก พี่นี้ทุกข์เพราะจากเจ้างามขำ เห็นนกหนึ่งจับนิ่งกิ่งระกำ โอ้นกน้อยเห็นจะจำจากตัวเมีย ถ้านกผู้ดูเหมือนหัวอกพี่ แสนทวีเวทนาประดาเสีย นิจจาเอ๋ยถ้าเป็นอกนกตัวเมีย จะละเหี่ยหาผัวอยู่ตัวเดียว พี่เห็นนกแล้ววิตกถึงน้องน้อย จะครวญคอยนับวันกระสันเสียว ไม่เห็นพี่ก็จะโหยอยู่โดยเดียว พี่ก็เปลี่ยวเปล่ากายซังตายมา ถอดคำประพันธ์ ถึงหนองคนที มีสระ น้ำนอง มีหญ้าน้ำสีดำ รอยตีนช้างลึกเป็นหลุม เดินทางมาได้สามร้อยห้าสิบเส้น เหลียวซ้ายแลขวาก็เป็นป่าเขา เห็นนกเขาคู่หนึ่งขันกันอย่างมีความสุข แต่ตัวพี่ทุกข์เพราะต้องจากน้องรัก เห็นนกตัวหนึ่งจับกิ่งระกำ คงจากตัวเมียมา เหมือนตัวพี่ พี่เห็นนกก็คิดถึงน้อง คงต้องครวญคอยพี่อยู่คนเดียว ๏ ถึงศาลาอาศัยเจ้าสามเณร ในบริเวณอึกทึกด้วยพฤกษา ที่ป่านั้นขยาดพยัคฆา จะไปมาใครไม่อาจประมาทเมิน ยามระงิดพี่ไม่คิดว่าเสือร้าย เขม้นหมายมุ่งลำเนาภูเขาเขิน ได้สี่ร้อยทางจรไม่หย่อนเกิน เขารีบเดินการด่วนจะจวนเพล ช้างที่นั่งก็รับสั่งให้รีบไส จนเหงื่อไหลหน้าแดงดังแสงเสน ถึงสระยอรอช้างเสวยเพล จนกองเกณฑ์เดินทางมาตามทัน ถอดคำประพันธ์ ถึงศาลาที่สามเณรพักอยู่ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ ป่านี้นายพรานว่ามีเสือ จะไปมาต้องไม่ประมาทยามไม่สบายใจ พี่คิดกลัวเสือ มุ่งหน้าเดินทางข้ามเขา ระยะทางประมาณสี่ร้อยเส้น จนถึงสระยอ รอเสด็จมาเสวยเพล ๏ พี่แวะเข้าเขาตกคอยนำเสด็จ ดูเทเวศร์อารักษ์นรังสรรค์ เอาเทียนจุดบูชาแก่เทวัญ ให้ป้องกันอันตรายในราวไพร เห็นเขาตกเขาแตกมาตกลึก อนาถนึกแล้วน่าน้ำตาไหล ที่ตกยากจากนางมากลางไพร วิตกใจตกมาถึงคีรี รำจวญจิตคิดไปน่าใจหาย ไม่เว้นวายความเทวษสวาทศรี จึงเลยลาอารักษ์ริมคีรี จง

ความคิดเห็นที่ 169

16 ส.ค. 2548 12:02
  1. ช่วยถอดคำประพันธ์ทั้งหมดให้ทีได้มั้ย ต้องการจริง ๆ

ความคิดเห็นที่ 168

15 ส.ค. 2548 22:25
  1. อ้อ.ลืมบอก ไอ้ที่ตกน่ะ ฟิสิกส์ แงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 167

15 ส.ค. 2548 22:24
  1. อ้อ....อีกอย่างนึงอ่ะ ที่บอกว่าน่าจะแยกคำประพันธ์ออกจากบทกลอนอ่ะ เราว่าเราก็ทำไว้นะ ลองเปิดไปหน้าแรกล่ะกัน หาดีๆๆ 163 ใครอ่ะ อยู่ 4/3 ขึ้นต้นด้วย แ_ _ ผู้ชายใช่ป้ะ เดี๋ยวจะลองสืบดู ที่แน่ๆ คงไม่ใช่ไอ้ซีใช่ป้ะ อิอิ แล้วก้อคุณ MaC kY อ่ะ เดี๋ยวโดนแฟนฟ้าเตะนะ อิอิ ขอบคุณล่ะกันสำหรับคำชมว่าน่ารัก ความจิงไม่ต้องขอบคุณก็ได้นะเรา เพราะมันเป็นเรื่องจิง อิอิ ^^ ปล. อย่าหมั่นไส้กันน๊า ฟ้าพิมพ์เล่นๆ + + + ไปละ แล้วเดี๋ยวจะแวะมาใหม่

ความคิดเห็นที่ 166

15 ส.ค. 2548 22:16
  1. ถึง 138 คนเดียวกะ 165 ใช่ป้ะ ฟ้านะจ้ะ คำอวยพรไม่ประสบผลสำเร็จอ่ะ ตกจ้าตก ได้ 9 เองอ่ะ br /> ส่วนวิชาอื่นได้ 70% ขึ้นหมดเลย เย้ๆๆๆ ^^

ความคิดเห็นที่ 165

15 ส.ค. 2548 09:54
  1. โอ้วไม่สบายหายไปนานกลับมาอีกทีคนก็มาโพสไว้เยอะแฮะโดยเฉพาะฟ้า เก่งสุดๆเลย ^^

ความคิดเห็นที่ 163

9 ส.ค. 2548 18:15
  1. ขอบคุณคับ ฟ้ามากคับ

ความคิดเห็นที่ 162

8 ส.ค. 2548 21:51
  1. โห ฟ้าเก่งจังอะ ขอบคุณงับกำลังหาอ่านไว้สอบพอดี :P

ความคิดเห็นที่ 161

8 ส.ค. 2548 00:34
  1. อยากได้แฟนแบบฟ้าจัง 555+

ความคิดเห็นที่ 160

8 ส.ค. 2548 00:31
  1. คือแบบ ฟ้าน่ารักมากๆเลยคับ ใจดี ขยันพิม ความพยายามสูงส่ง มีน้ำใจ หยั่งงี้สิไทยแท้ ขอให้ฟ้าสมหวังทุกอย่างน่ารักขึ้นมากๆนะคับ

ความคิดเห็นที่ 158

7 ส.ค. 2548 14:13
  1. ขอบคุนมากน่ะค่ะ พอดีจ่ะต้องส่งเหมือนกันยังหาม่ายด้ายเรย พอดีมาเจออ่ะค่ะ ชอบคุนน่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 157

7 ส.ค. 2548 07:31
  1. แปลได้เก่งมากเลยคะ

ความคิดเห็นที่ 156

5 ส.ค. 2548 10:35
  1. โอ เก่งจังเลย รักไทยกันเยอะนะครับ

ความคิดเห็นที่ 155

4 ส.ค. 2548 20:42
  1. ขอบคุณมากนะฟ้า

ความคิดเห็นที่ 154

2 ส.ค. 2548 20:47
  1. ช่วยส่ง ถอดความ เนื้องเรื่องนิราศพระบาทละเอียดให้ทีนะคับ ต้องการจิงๆขอบคุณคับ

ความคิดเห็นที่ 153

1 ส.ค. 2548 21:41
  1. ช่วย เปรียบเที่ยบอดีต กับปัจจุบันในนิราศให้หน่อยสิ ต้องการด่วน !! Y_Y

ความคิดเห็นที่ 152

31 ก.ค. 2548 11:48
  1. ขอขอบคุณนะ

ความคิดเห็นที่ 151

31 ก.ค. 2548 11:46
  1. อยากได้บุคคลสำคัญของนิราศพระบาทนะด้วยหน่อยได้มั้ย

ความคิดเห็นที่ 149

30 ก.ค. 2548 16:36
  1. เราอยากได้ประวัติเกี่ยวกับเรื่องนรชาติน่ะ ใครรู้บอกด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 148

30 ก.ค. 2548 11:06
  1. เราก้อยู่นวมินนครสวรรค์ กำลังทำอยู่เลย มันเปงประโยชน์มากๆ thxๆๆๆๆมากจ้า

ความคิดเห็นที่ 147

30 ก.ค. 2548 10:44
  1. thx............ very....

ความคิดเห็นที่ 146

29 ก.ค. 2548 12:04
  1. สุดยอดมากมากคับ

ความคิดเห็นที่ 145

28 ก.ค. 2548 21:44
  1. ขอบคุนมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 143

27 ก.ค. 2548 21:05
  1. ขอบคุนมากนะค้า

ความคิดเห็นที่ 142

26 ก.ค. 2548 17:31
  1. ขอบคุณฮับ พอดีจะทำส่งอาจารย์เหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 141

26 ก.ค. 2548 17:00
  1. ขอบคุณมากๆเลยค่ะ จาสอบเรื่องนี้แล้วอะ อาจารก้มะสอน :'(

ความคิดเห็นที่ 140

26 ก.ค. 2548 16:24
  1. ขอบคุณมากนะคะ

ความคิดเห็นที่ 138

25 ก.ค. 2548 20:16
  1. สุขสัน วันเกิดนะครับฟ้า ขอให้สอบผ่านหมดนะครับ

ความคิดเห็นที่ 137

24 ก.ค. 2548 19:22
  1. ขอคุณมากๆค่ะกำลังหาทำรายงานอยู่พอดี

ความคิดเห็นที่ 136

24 ก.ค. 2548 19:22
  1. ๑. การศึกษาบทกลอนในเรื่องนิราศพระบาท จำแนกสถานที่ในการเดินทางของสุนทรภู่จากวัดระฆังโฆสิตาราม จ.กรุงเทพฯ ถึงวัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี รวม ๔๖ แห่ง ดังนี้ คลองขวาง, บางจาก, สามเสน, บางพลัด, บางซื่อ, บางซ่อน, วัดโบสถ์(ตลาดแก้ว), ตลาดขวัญ, ปากเกร็ด, บางพูด, บางพัง, วัดเทียนถวาย, บางหลวง, สามโคก, วังตำหนัก, ทุ่งขวาง, เกาะใหญ่ราชคราม, บางไทร, สีกุก, เกาะเกิด, บางเกาะอิน (บางปะอิน), เกาะพระ, เกาะเรียน, คลองตะเคียน (ท่าเรือ), วัดธารมาใหม่, คลองสระประทุม, วัดแม่นางปลื้ม, คลองหัวรอ, บ่อโพง, บางระกำ, บ้านคุ้ง (พระนครหลวง), แม่ลา, อรัญญิก, บ้านขวาง (ท่าเรือ), บางโขมด, ตำบลบ่อโศก, หนองคนที, สระยอ, วัดพระพุทธบาท, เขาโพธิ์ลังกา, เขาขาด, ถ้ำประทุนคีรี, ถ้ำกินนร, บ่อพรานล้างเนื้อ, ถ้ำชาละวัน ปรากฏสถานที่ ๔๔ แห่งที่สืบค้นข้อมูลได้ทราบ ประวัติ ที่ตั้ง สภาพปัจจุบันแต่สถานที่สองแห่งไม่สามารถหาข้อมูลได้แน่ชัดดังนี้ - ถ้ำกินนร ถ้ำชาละวัน ที่พระพุทธบาทไม่ปรากฏข้อมูล - ตลาดแก้ว ไม่ปรากฏหลักฐานข้อมูลที่ชัดเจน แต่มีการสันนิษฐานจากชาวบ้านหลายท่าน และจากการสัมภาษณ์อิหม่ามสนั่น มิสกิจมัสยิดรี่ ยาดิ๊สสุนัน (ตลาดแก้ว) กล่าวว่า “ตลาดแก้วตั้งอยู่ริมฝั่งด้านซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนพิบูลสงคราม ซอยบุรีรังสฤษดิ์ (วัดปากน้ำ) หมู่ ๙ ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี” - บ่อโศก ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นสร่างโศก เพราะชาวบ้านเชื่อว่าชื่อไม่เป็นมงคล ๒. สุนทรภู่กล่าวถึงวัดในขณะเดินทางทั้งหมด 6 แห่งดังนี้ ๒.๑ วัดโบสถ์ ตลาดแก้ว ไม่ปรากฏหลักฐานแต่ชาวบ้านให้ข้อคิดเห็น ทรรศนะดังนี้ “เป็นวัดเก่าใกล้วัดค้างคาว ปัจจุบันสูญหายไปแล้ว” “คำว่าวัดโบสถ์ หมายถึงบริเวณที่กล่าวมีวัดจำนวนมากสุนทรภู่น่าจะพูดโดยรวมว่าเห็นวัดและโบสถ์มากมาย” ๒.๒ วัดเทียนถวาย เป็นวัดเก่าแก่ อายุ ๖๖๑ ปี อยู่ที่ อำเภอบ้านใหม่ จ.ปทุมธานี มีโบสถ์เก่าแก่ที่สร้างโดย พระเจ้าอู่ทอง ปรากฏหลักฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อวัดป่าเลไลก์ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าพระเจ้าอู่ทองเป็นผู้สร้าง ๒.๓ วัดธารมา ปัจจุบันชื่อวัดธรรมาราม สร้างมาไม่น้อยกว่า ๔๑๔ ปี พม่าเคยมาตั้งค่ายที่วัดนี้ และปรากฏบุคลสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องกับวัดธารมาคือพระอุบาลีมหาเถระ และพระอริยะมุนี้มหาเถระได้เผยแพร่พระพุทธศาสนาที่ศรีลังกา - วัดธารมาตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา ๒.๔ วัดแม่นางปลื้ม อยู่ที่ตลาดหัวรอ ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๒.๕ วัดพระพุทธบาท อยู่ที่ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี มีอายุ ๓๗๙ ปี มีรอยพระพุทธบาท ประดิษฐานที่วัดนี้ ๒.๖ วัดระฆังโฆสิดาราม ถึงแม้สุนทรภู่ไม่ได้กล่าวถึงในบทกลอนแต่ในประวัติสุนทรภู่มีความผูกพันธ์กับวัดนี้ เนื่องด้วยเป็นวัดที่พระองค์เจ้าปฐมวงศ์ทรงผนวชและจำพรรษา การเดินทางของสุนทรภู่จึงเริ่มจากวัดระฆังโฆสิตาราม เป็นแห่งแรก ๓. สุนทรภู่บันทึกรายละเอียดที่ปรากฏในวัดพระพุทธบาท ได้ชัดเจนละเอียดและถูกต้องซึ่งปัจจุบันมีปรากฏอยู่จริงดังนี้ - ร่มโพธิ์ / พิกุล - ยักษ์ ๒ ตน เฝ้าประตูทางเข้า - บันไดนาค - รูปดาบส - สิงโตต้น ๒ ตัว - ฐานมณฑป - เสามณฑปล้อมด้วยกระจก - รูปบัวหงายปลายเสามณฑป - ใบโพธิ์ (ห้อยรอบมณฑป) - หน้าบ้านเหนือประตูพระมณฑป - บานประตูมุข - มณฑปน้อย - เขาโพธิ์ลังกา - ถ้ำประทุนคีรี - บ่อพรานล้างเนื้อ + + + + + เรื่องสถานที่มาแล้วนะ ดีจ้ะ ที่ไม่ได้เข้ามาเพราะสอบอยู่อ่ะเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ก่อนสอบก็มีกีฬาสีอีก เลยวุ่นๆอ่ะ อ้อวันเกิดเราวันที่ 21 ก.ค.อ่ะ ถึงแม้จะเลยมาแล้วแต่ถ้าจะส่งของขวัญให้ก็ไม่เป็นไรนะจ้ะ อิอิ (ขอแฮร์รี่เล่ม6ได้ป่ะ อิอิ) รู้น่าว่าไม่ได้ ~~ฟ้าจ้า~~

ความคิดเห็นที่ 135

24 ก.ค. 2548 16:07
  1. ขอปาหวาดตัวละครเรื่องนิราศพระบาทหน่อยดิ เอามาให้หมดเลยนะ เราต้องการด่วน

ความคิดเห็นที่ 134

24 ก.ค. 2548 16:04
  1. ช่วยบอกประวัติตัวละครทั้งหมดในนิราศพระบาทให้เราหน่อยได้ป่ะ จะส่งวันศุกร์นี้แล้ว ขอแบบละเอียดหน่อยนะ เพราะอาจารย์ที่สอนน่ะดุมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 133

24 ก.ค. 2548 14:50
  1. ฟ้าเก่งจัง ขอบใจนะ ว่าแต่อยู่นวมินทร์อ่ะ นครสวรรค์ป่ะ เราก็อยุ่นครสวรรค์ เหมือนกาน

ความคิดเห็นที่ 132

23 ก.ค. 2548 13:58
  1. ฟ้าเก่งเนอะแต่จะให้ดีขยายความตอนบรรดาเพื่อนเตือนตื่นขึ้นเซ็งแซ่ถึงเมื่อยามร้ายดูงามกว่าชามดินให้อีกนิดจะขอยคุณมากเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 131

21 ก.ค. 2548 12:24
  1. ช่วยหาการเลียนเสียงธรรมชาติในเรื่องนิราศพระบาทให้หน่อย เร็วๆด้วย

ความคิดเห็นที่ 130

21 ก.ค. 2548 11:46
  1. ขอบคุณมากครับ ผมเกือบตายแหนะครับ โดนเพื่อนๆว่าขอบคุณครับที่ช่วยถอดคำประพันธ์ให้ขอบคุณมากจริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 129

21 ก.ค. 2548 10:28
  1. thank u

ความคิดเห็นที่ 128

21 ก.ค. 2548 10:15
  1. อยากด้ายภาพประกอบคำประพันธ์นิราศงะ .. เอาเป็นบทไหนก้อด้าย .. ใครมีช่วยทีนะค่ะ มะง้านก๊ะ add เมลมาละส่งให้ก้อด้าย ขอบคุงร่วงหน้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 127

19 ก.ค. 2548 21:48
  1. ว้าๆ ช่วงนี้ผมสอบ แต่ว่าเห็นบ่นๆกันว่าจะให้แยก คำแปลออกจากบทประพันใช่มะจะได้ดูง่ายๆ ไว้ว่างๆจะทำให้ล่ะกันนะไม่เกินวันที่ 22 จ้า ไม่เห็นฟ้าเข้ามาเลยแฮะแล้วอย่างงี้ใครจะช่วยเพื่อนๆ ม.4 ด้วยกันล่ะเนี่ยครับ ???? BY.สเวนโบลฟิวด์

ความคิดเห็นที่ 126

19 ก.ค. 2548 19:09
  1. ขอบคุณจริงๆครับ ขอบคุณมากที่เอาร้อยแก้วมาให้ขอบคุณมาก ๆ ขอบคุณจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 125

19 ก.ค. 2548 18:20
  1. ขอบคุณมากนะคะ ได้ความรู้เยอะเลย

ความคิดเห็นที่ 124

19 ก.ค. 2548 16:56
  1. ขอบคุณมาก

ความคิดเห็นที่ 122

18 ก.ค. 2548 19:22
  1. = =" เยอมากตาลาย น่าจะแยกออกจากคำประพันเลยนะจะได้อ่านง่ายๆ

ความคิดเห็นที่ 121

18 ก.ค. 2548 16:23
  1. ผมอยากได้คำแปลของนิราศภูเขาทองง่ะอยากได้มากๆเรยไครุ้ช่วยเล่น M แล้วมาเจอกานคุน add มาน่าคับแล้วมาคุยกานส่วนใหย่เล่น เสา ก่ะ ทิด สุกก้อได้คับ

ความคิดเห็นที่ 120

18 ก.ค. 2548 15:14
  1. ช่วยแปลท่อนนี้ด้วยนะครับ ขอแบบละเอียดเลย ช่วยทีน้าครับบบบบบ๏ พี่ดูใจค่ายนอกออกหนักแน่น ดังเขตแคว้นคูขอบนครหลวง ไม่เห็นจริงใจนางในกลางทรวง ชายทะลวงเข้ามาบ้างจะอย่างไร ขอเทเวศร์เขตสวรรค์ชั้นดุสิต ดลใจมิตรอย่าให้เหมือนกับกรุงใหญ่ ให้เหมือนกรุงเราทุกวันไม่พรั่นใคร นั่นแลใจเห็นจะครองกับน้องนาน ๏ สุริยนเย็นสนธยาย่ำ ประทับลำเรือเรียงเคียงขนาน เขาเรียกวัดแม่นางปลื้มลืมรำคาญ ใครขนานชื่อหนอได้ต่อมา ช่างแปลงโศกให้เราปลื้มพอลืมรัก จะรู้จักคุณจริงไม่แกล้งว่า พลพายนายไพร่บรรดามา หุงข้าวหาฟืนใส่ก่อไฟฮือ ไหวละช่วยทีครับ

ความคิดเห็นที่ 119

18 ก.ค. 2548 12:37
  1. ช่วยแปลนิราศพระบาทให้บ้าง

ความคิดเห็นที่ 118

16 ก.ค. 2548 16:44
  1. เกม ล.ส. ร.ส. คิดถึงและอยากถาม พี่อ้อ

ความคิดเห็นที่ 117

16 ก.ค. 2548 16:41
  1. มีใครรู้จัก อ่อ ม.ดุสิดบ้างบอกให้โทรหา เกม ร.ส.หน่อยครับ

ความคิดเห็นที่ 116

14 ก.ค. 2548 21:12
  1. ประเพณีหรือวัฒนะธรรม เท่าที่ผมจำได้รู้สึกว่าจะมี เกี่ยวกับ การใช้ชีวิตริมน้ำ แล้วก็จิตกรรมฝาผันงอ่ะคับ แล้วก็อีกเยอะเลยแต่ว่าจำได้แค่นี้อ่ะ - -"

ความคิดเห็นที่ 115

13 ก.ค. 2548 21:52
  1. ผมอยากรู้ว่ามีประเพณีหรือวัฒนะธรรมใดเกิดในเรื่องนิราศพระบาทนี้บ้างครับ

ความคิดเห็นที่ 114

11 ก.ค. 2548 19:42
  1. จะเอาคำตอบจากไหนอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 113

11 ก.ค. 2548 19:40
  1. ผ่านตำบลรัยมั่งอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 112

11 ก.ค. 2548 18:44
  1. ขอบคุณมากๆนะคะต้องทำงานส่งพอดีเลย

ความคิดเห็นที่ 111

11 ก.ค. 2548 14:08
  1. หนองคนทีคืออะไรอะ

ความคิดเห็นที่ 110

10 ก.ค. 2548 23:42
  1. ทุกคนต้องขอบคุณฟ้ามากๆ เลย ไม่มีฟ้าคงแย่ฟ้าแปลได้สั้นมากๆ ถ้าผมเอาของผมลงล่ะก็ยาวสุดๆครับ ตอนนี้งานทำสถามนีที่สุนทรภู่ผ่านนั้นผมทำออกมาเป้นรูปเป้รร่างแล้ว By.สเวนโบลฟิวด์

ความคิดเห็นที่ 109

10 ก.ค. 2548 19:25
  1. ขอบคุณ มั่กมาก เลยนะ ทั้ง 2 คนเลย ที่ช่วยให้เรารอดตาย

ความคิดเห็นที่ 108

10 ก.ค. 2548 10:59
  1. ขอบคุนด้วยคนคะ ต้องใช้ทำงานเหมือนกัน ขอบคุนจิงๆเลยน้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 107

9 ก.ค. 2548 22:32
  1. ขอบคุณมากเลยนะคะ ต้องทำงานส่งพอดี ขอบคุณ ฟ้า มากๆๆๆนะคะ ช่วยได้มากเลย

ความคิดเห็นที่ 106

9 ก.ค. 2548 15:59
  1. ขอบคุณ คุณที่ถอดคำประพันธ์เรื่องนิราศพระบาทไว้ คุณช่างมีนำใจดีจัง ไม่งั้นมีหวังเราคงแย่นั่งถอดคำประพันธ์เรื่องนี้ไม่ไว้

ความคิดเห็นที่ 105

9 ก.ค. 2548 15:22
  1. ส่วนใครที่ได้ทำรายงานหาเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวอ่ะครับ เด๋วผมทำเสร็จแล้วจะเอามาโพสให้นะครับตอนนี้รอผมทำเสร็จก่อนกำลังจะได้แล้ว

ความคิดเห็นที่ 104

9 ก.ค. 2548 13:41
  1. โห เก่งมากอะ เราก็ต้องทำงานเรื่องนี้เหมือนกันเลย ส่งวันจันทร์ด้วย ขอบคุณมากๆเลยนะ เก่งจัง

ความคิดเห็นที่ 103

8 ก.ค. 2548 21:43
  1. ดีจังเลย ขอบคุณนะค่ะะะะะะะ

ความคิดเห็นที่ 102

6 ก.ค. 2548 21:59
  1. แง...ๆๆ พรุ่งนี้เราสอบอ่ะ แต่โชคดีที่ได้อ่านเรื่องย่อแล้ว ขอบคุณ ฟ้า มากนะค่ะ สอบก้อแค่เรื่อง ชิวๆ

ความคิดเห็นที่ 101

6 ก.ค. 2548 21:00
  1. ขอบใจมากๆเลยเป็นประโยชน์ต่อการสอบมากมาย หุหุ

ความคิดเห็นที่ 100

6 ก.ค. 2548 03:38
  1. ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 99

5 ก.ค. 2548 20:07
  1. อันนี้ที่ ฟ้า โพสไว้แต่แรกแล้วนะครับผมเอามาซ้ำให้อีกทีครับ ท่าทางฟ้าคงจะเหนื่อยเด๋วผมช่วยล่ะกันครับ นิราศพระบาท ผู้ประพันธ์ สุนทรภู่ พระองค์เจ้าปฐมวงศ์ พระโอรสในกรมพระราชวังหลัง ซึ่งทรงผนวชอยู่ ณ วัดระฆังโฆสิตาราม ได้เสด็จฯ ไปทรงเวียนเทียนวันมาฆบูชาที่พระบาท เมื่อเดือน ๓ ปีพ.ศ.๒๓๕๐ สุนทรภู่ซึ่งเป็นมหาดเล็กในพระองค์ก็ต้องตามเสด็จไปในครั้งนี้ ทั้งๆ ที่ยังมีเรื่องมีราวกับแม่จัน ไม่ทันได้คืนดี รอยพระพุทธบาท ณ เชิงเขาสุวรรณบรรพต แขวงเมืองสระบุรี คือปูชีนียสถานอันสำคัญยิ่ง นับแต่พรานบุญได้ค้นพบรอยพระพุทธบาทแห่งนี้เมื่อปี พ.ศ.๒๑๖๗ ในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรมแห่งกรุงศรีอยุธยาแล้ว พระมหากษัตริย์และเจ้านายพระองค์ต่างๆ ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาชั้นหลัง ลงมาถึงรัตนโกสินทร์ ได้เสด็จไปทรงนมัสการพระพุทธบาทแห่งนี้มาโดยตลอด ครั้งปู่ย่าตาทวดถือกันว่า ใครได้ไปไหว้พระบาทครบ ๗ ครั้ง ตายแล้วจะได้ขึ้นสวรรค์ ที่ถือกันอย่างนี้เพราะสมัยก่อนการเดินทางลำบากยากเย็นเต็มที การเดินทางครั้งนี้แม้จะลำบากเพียงใดก็ดี แต่ก็สนุกสนานยิ่งนัก คราวนี้สุนทรภู่ไปกับขบวนหลวง มีทั้งมหาดเล็กและนางใน ทั้งสาวทั้งแก่ไปกันมาก ต้องเดินทางทั้งทางน้ำและทางบก กว่าจะไปถึงรอยพระพุทธบาทได้ใช้เวลาไปถึง ๓ วัน ถ้าเป็นยุคปัจจุบัน เราขับรถเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ไปถึงกันเสียแล้ว... เรามาเดินทางสู่พระพุทธบาทสระบุรี ไปพร้อมกับท่านสุนทรภู่ในบัดนี้เถิด ๏โอ้อาลัยใจหายไม่วายห่วง ดังศรสักปักซ้ำระกำทรวง เสียดายดวงจันทราพะงางาม เจ้าคุมแค้นแสนโกรธพิโรธพี่ แต่เดือนยี่จนย่างเข้าเดือนสาม จะหน่อพระสุริย์วงศ์ทรงพระนาม จากอารามแรมร้างทางกันดาร ด้วยเรียมรองมุลิกาเป็นข้าบาท จำนิราศร้างนุชสุดสงสาร ตามเสด็จโดยแดนแสนกันดาร นมัสการรอยบาทพระศาสดา ถอดคำประพันธ์ จากบทร้อยกรองนี้ทำให้ได้รับความรู้ว่า สุนทรภู่ต้องจากนางจันผู้เป็นที่รักเพื่อที่จะต้องไปนมัสการรอยพระพุทธบาท โดยที่นางนั้นยังโกรธสุนทรภู่อยู่สุนทรภู่ โดยตามเสด็จพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ เมื่อปีพุทธศักราช 2351 ตรงกับเวลา 12 ค่ำ เดือนยี่ เวลาเช้าตรู่ ออกเดินทางจากวัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ทรงผนวชอยู่ที่วารามแห่งนี้ และสุนทรภู่เป็นมหาดเล็กในขณะนั้น จนถึงเดือนสาม ๏ วันจะจรจากน้องสิบสองค่ำ พอจวนย่ำรุ่งเร่งออกจากท่า รำลึกถึงดวงจันทร์ครรไลลา พี่ตั้งตาแลแต่ตามแพราย ที่ประเทศเขตเคยได้เห็นเจ้า ก็แลเปล่าเปลี่ยวไปน่าใจหาย แสนสลดให้ระทดระทวยกาย ไม่เหือดหายห่วงหวงเป็นห่วงครัน ถอดคำประพันธ์ จากแม่จันทร์เมื่อวันสิบสองค่ำ ตอนรุ่งเช้ารู้สึกใจหาย เศร้าใจ ทั้งหวงทั้งห่วง ๏ ถึงคลองขวางบางจากยิ่งตรมจิต ใครช่างคิดชื่อบางไว้กางกั้น ว่าชื่อจากแล้วไม่รักรู้จักกัน พิเคราะห์ครันหรือมาพ้องกับคลองบาง ทั้งจากที่จากคลองเป็นสองข้อ ยังจากกอนั้นก็ขึ้นในคลองขวาง โอ้ว่าจากช่างมารวบประจวบทาง ทั้งจากบางจากไปใจระบม แสนวิบากหลากใจอาลัยเหลียว เห็นเวียงวังก็ยิ่งเสียวถึงเคยสม ประสานสองหัตถ์ประนังตั้งประนม น้อมบังคมเทวารักษาวัง ขอฝากน้องสองชนกช่วยปกเกศ อย่ามีเหตุอันตรายเมื่อภายหลัง ใครปองชิงขอให้ตายด้วยรายชัง เทพทั้งชั้นฟ้าได้ปรานี ถอดคำประพันธ์ ถึงคลองขวาง บางจาก คิดถึงอุปสรรคที่มาขัดขวาง และการจากคนรักมา ขออธิษฐานให้เทพที่รักษาวังช่วยปกป้องคนรักและพ่อ ใครคิดร้ายขอให้ตาย ๏ ถึงสามเสนแจ้งความตามสำเหนียก เมื่อแรกเรียกสามแสนทั้งกรุงศรี ประชุมฉุดพุทธรูปในวารี ไม่เคลื่อนที่ชลธารบาดาลดิน จึงสาปนามสามแสนเป็นชื่อคุ้ง เออชาวกรุงกลับเรียกสามเสนสิ้น นี่หรือรักจะมิน่าเป็นราคิน แต่ชื่อดินเจียวยังกลายเป็นหลายคำ ขอใจนุชที่ฉันสุจริตรัก ให้แน่นหนักเหมือนพุทธรูปเลขาขำ ถึงแสนคนจะมาวอนชะอ้อนนำ สักแสนคำอย่าให้เคลื่อนจงเหมือนใจ ถอดคำประพันธ์ ถึงสามเสน เมื่อก่อนเรียกสามแสน เพราะมีการฉุดพระพุทธรูปขึ้นจากน้ำ ใช้คนมากมาย พระพุทธรูปก็ไม่เคลื่อนที่ จึงเรียกที่นี้ว่า สามแสน แต่ชาวกรุงเรียกเป็น สามเสน นับประสาอะไรกับความรัก ก็คงต้องมัวหมอง เช่นเดียวกับชื่อของสามแสนที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป ขอให้ใจของแม่จันทร์แน่นหนักเหมือนพระพุทธรูป แม้ชายแสนคน มาอ้อนด้วยคำหวานแสนคำ ก็อย่าได้หวั่น ๏ ถึงบางพลัดยิ่งอนัตอนาถจิต นิ่งพินิจนึกน่าน้ำตาไหล พี่พลัดนางร้างรักมาแรมไกล ประเดี๋ยวใจพบบางริมทางจร ถึงบางซื่อชื่อบางนี้สุจริต เหมือนซื่อจิตที่พี่ตรงจำนงสมร มิตรจิตขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง ถึงบางซ่อนเหมือนเขาซ่อนสมรพี่ ซ่อนไว้นี่ดอกกระมังเห็นกว้างขวาง เจ้าเยี่ยมหน้าออกมาหกพี่หน่อยนาง จะลาร้างแรมไกลเจ้าไปแล้วฯ ถอดคำประพันธ์ ถึงบางพลัด รู้สึกอนาถใจที่ต้องพลัดพลาดจากคนรักมา ถึงบางซื่อ ชื่อบางเหมือนกับความสัตย์ของพี่ ขอให้น้องซื่อตรงกับพี่เหมือนชื่อบาง ถึงบางซ่อน เหมือนมีคนมาซ่อนน้อง หรือจะซ่อนน้องไว้ที่นี่ ได้โปรดเยี่ยมหน้าออกมาให้พี่เห็นสักหน่อย ๏ ถึงน้ำวนชลสายที่ท้ายย่าน เขาเรียกบ้านวัดโบสถ์ตลาดแก้ว จะเหลียวกลับลับวังมาลิบแล้ว พี่ลับแก้วลับบ้านมาย่านบาง พฤกษาสวนล้วนได้ฤดูดอก ตระหง่านงอกริมกระแสแลสล้าง กล้วยระกำอัมพาพฤกษาปราง ต้องน้ำค้างช่อชุ่มเป็นพุ่มพวง เห็นจันทน์สุกลูกเหลืองตลบกลิ่น แมงภู่บินร่อนร้องประคองหวง พฤกษาพ้องต้องนามกานดาดวง พี่ยลพวงผลจันทน์ให้หวั่นใจ แมงภู่เชยเหมือนพี่เคยประคองชิด นิ่งพินิจนึกน่าน้ำตาไหล เห็นรักร่วงผลิผลัดสลัดใบ เหมือนรักใจขวัญเมืองที่เคืองเรา พี่เวียนเตือนเหมือนอย่างน้ำค้างย้อย ให้แช่มช้อยชื่อช่อเช่นกอเก่า โอ้รักต้นหรือมาต้องกับสองเรา จึงใจเจ้าโกรธไปไม่ได้นาน ถอดคำประพันธ์ ถึงบ้านวัดโบสถ์ตลาดแก้ว มีน้ำวน มีต้นไม้มากมาย เห็นแมลงภู่ตอมลูกจันทร์ เหมือนพี่ที่เคล้าเคลียน้อง ๏ ถึงแขวงแควแพตลอดตลาดขวัญ เป็นเมืองจันตประเทศรโหฐาน ตลิ่งเบื้องบูรพาศาลาลาน เรือขนานจอดโจษกันจอแจ พินิจนางแม่ค้าก็น่าชม ท้าคารมเร็วเร่งอยู่เซ็งแซ่ ใส่เสื้อตึงรึงรัดดูอัดแอ พี่แลแลเครื่องเล่นเป็นเสียดาย ชมคณาฝูงนางมากลางชล สุริยนเยี่ยมฟ้าเวลาสาย ถึงปากเกร็ดเสร็จพักผ่อนฝีพาย หยุดสบายบริโภคอาหารพลัน แรงกำเริบเอิบอิ่มขยายออก เขาก็บอกโยนยาวฉาวสนั่น ถึงหาดขวางบางพูดเขาพูดกัน พี่คิดฝันใจฉงนอยู่คนเดียว เป็นพูดชื่อหรือผีภูตปีศาจหลอก ใคร่ช่วยบอกภูตผีมานี่ประเดี๋ยว จะสั่งฝากขนิษฐาสุดาเดียว ใครเกินเกี้ยวแล้วอย่าไว้กำไรเลย ถอดคำประพันธ์ ถึงตลาดขวัญ เป็นเมืองรอบนอก มีเรือแพมากมาย แม่ค้าหน้าตาดี ส่งเสียงเซ้งแซ่ ถึงปากเกร็ด แวะกินข้าว พอให้ท้องอิ่ม ถึงบางพูด คนอื่นพูดคุยกัน แต่ตัวพี่นั่งนิ่งนึกถึงคนรัก ใครช่วยบอกให้ภูตผีมาหา จะได้ฝากดูแลนางจันน้องรัก อย่าให้ใครมายุ่งเกี่ยว ๏ ถึงบางพังน้ำพังลงตลิ่ง โอ้ช่างจริงเหมือนเขาว่านิจจาเอ๋ย พี่จรจากดวงใจมาไกลเชย โอ้อกเอ๋ยแทบพังเหมือนฝั่งชล ถึงวังวัดเทียนถวายบ้านใหม่ข้าม ก็รีบตามเรือที่นั่งมากลางหน ทุ่งละลิ่วทิวเมฆเป็นหมอกมน สะพรั่งต้นตาลโตนดอนาถครัน เจ้าของตาลรักหวานขึ้นปีนต้น ระวังตนตีนมือระมัดมั่น เหมือนคบคนคำหวานรำคาญครัน ถ้าพลั้งพลันเจ็บอกเหมือนตกตาล เห็นเทพีมีหนามลงราน้ำ เปรียบเหมือนคำคนพูดไม่อ่อนหวาน เห็นกิ่งกีดมีดพร้าเข้าราราน ถึงหนามกรานก็ไม่เหน็บเหมือนเจ็บทรวง ถอดคำประพันธ์ ถึงบางพัง ตลิ่งน้ำพัก เหมือนพี่ที่ต้องจากน้องมา อกแทบพังเหมือนฝั่งน้ำ ถึงวัดเทียนถวาย บ้านใหม่ มีต้นตาลมาก เจ้าของตาลอยากได้ลูกตาล จึงปีนต้นตาล เหมือนคนที่ตบกับคนปากหวาน อาจเจ็บใจเหมือนคนตกต้นตาล เห็นเถาต้นเทพี มีหนาม นึกถึงตอนถูกหนามตำก็ไม่เจ็บเหมือนถูกเหน็บแนมเชือดเชือนด้วยคำพูด ๏ ถึงบางหลวงทรวงร้อนดังศรปัก พี่ร้างรักมาด้วยราชการหลวง เมื่อคิดไปใจหายเสียดายดวง จนเรือล่วงมาถึงย่านบ้านกระแซง พี่เร่งเตือนเพื่อนชายพายกระโชก ถึงสามโคกต้องแดดยิ่งแผดแสง ให้รุ่มร้อนอ่อนจิตระอิดแรง เห็นมอญแต่งตัวเดินมาตามทาง ตาโถงถุงนุ่งอ้อมลงกรอมส้น เป็นแยบยลเมื่อยกขยับอย่าง เห็นขาขาววาวแวบอยู่หว่างกลาง ใครยลนางก็เป็นน่าจะปรานี ดูเหย้าเรือนหาเหมือนอย่างไทยไม่ หลังคาใหญ่พื้นเล็กเป็นโรงผี ระยะบ้านย่านนั้นก็ยาวรี จำเพาะมีฝั่งซ้ายเมื่อพายไป ถอดคำประพันธ์ ถึงบางหลวง ใจเร่าร้อนดั่งศรปัก ถึงบ้านกระแซง เร่งฝีพายมาจนถึงสามโคก แดดร้อนเห็นชาวมอญนุ่งโสร่งเดินเห็นขาขาวๆ ใครมองเห็นก็คงนึกชอบ บ้านเรือนไม่เหมือนบ้านคนไทย หลังคาใหญ่ พื้นเล็กเหมือนโลงศพ ทรงบ้านยาวรี ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ฝั่งซ้าย ๏ ถึงวังตำหนักพักพลพอเสวย แล้วก็เลยตามแควกระแสไหล ทั้งน้ำลงน่าสลดระทดใจ โอ้น้ำไหลเจียวยังมีเวลาลง แต่โศกพี่หรือไม่มีเวลาว่าง ระยะทางก็ยังไกลถึงไพรระหง ขึ้นจากน้ำแล้วจะซ้ำเข้าเดินดง เมื่อไรลงนั่นแลกายจะวายตรอม เห็นลมอื้อจะใคร่สื่อสาราสั่ง ถึงร้อยชั่งคู่เชยเคยถนอม ให้นิ่มน้องครองศักดิ์อย่าปลักปลอม เรียมนี้ตรอมใจถึงคะนึงนาง ถอดคำประพันธ์ ถึงวังตำหนัก พักพล เจ้านายเสวยเสร็จ ก็ไปต่อ น้ำไหลยังมีเวลาลง แต่ใจพี่โศกไม่มีเวลาว่าง ต้องเดินทางอีกไกล ขึ้นจากน้ำก็ต้องเดินป่า เห็นลมพัดอยากจะฝากสารถึงน้องรักให้รักษาเนื้อรักษาตัวรอคอยพี่ พี่ตรอมใจคิดถึงน้อง ๏ ถึงทุ่งขวางกลางยานบ้านกระบือ ที่ลมอื้อนั่นค่อยเหือดด้วยคุ้งขวาง ถึงย่านหนึ่งน้ำเซาะเป็นเกาะกลาง ต้องแยกทางสองแควกระแสชล ปางบุรำคำบุราณขนานนาม ราชครามเกาะใหญ่เป็นไพรสณฑ์ ในแถวทางกลางย่านกันดารคน นาวาดลเดินเบื้องบูรพา โอ้กระแสแควเดียวทีเดียวหนอ มาเกิดก่อเกาะถนัดสกัดหน้า ต้องแยกคลองออกเป็นสองทางคงคา นี่หรือคนจะมิน่าเป็นสองใจ ครั้นพอสิ้นถิ่นเกาะค่อยเลาะเลียบ นาวาเพียบน้ำลงกำลังไหล โอ้อนาถเหนื่อยน่าระอาใจ ถึงบางไทรด่านดักนาวาเดิน เขาบอกชื่อสีกุกตรงด่านข้าม เป็นสามง่ามน้ำนองในคลองเขิน ปักษาโบกปีกบินลงดินเดิน มัจฉาเพลินผุดพล่านในคงคา นกยางเลียบเหยียบปลานขาหยิก เอาปากจิกบินฮือขึ้นเวหา กระทุงน้อยลอยทวนนาวามา โอ้ปักษาเอ๋ยจะลอยถึงไหนไป หน้าวังหรือจะสั่งด้วยนะนก ให้แนบอกของพี่รู้ว่าโหยไห้ มิทันสั่งสกุณินก็บินไป ลงจับใกล้นกตะกรุมริมวุ้มวน ศีรษะเตียนเลี่ยนโล่งหัวล้านเลื่อม เหนียงกระเพื่อมร้องแรงแสยงขน โอ้หัวนกนี่ก็ล้านประจานคน เมื่อยามยลพี่ยิ่งแสนระกำทรวง ถอดคำประพันธ์ ถึงทุ่งขวาง บ้านกระบือ เกาะราชคราม กระแสน้ำยังแยกเป็นสองทาง ใจคนก็แยกเป็นสองใจได้เช่นกัน ถึงบางไทร มีสายน้ำแยกเป็นสามง่าม เรียกว่า สีกุก มีนกบิน ปลาผุดว่ายมากมาย ๏ ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางน้ำ เหมือนเกิดกรรมเกิดราชการหลวง จึงเกิดโศกขัดขวางขึ้นกลางทรวง จะตักตวงไว้ก็เติบกว่าเกาะดิน รำพึงพายตามสายกระแสเชี่ยว ยิ่งแสนเปลี่ยวเปล่าในฤทัยถวิล สักครู่หนึ่งก็มาถึงบางเกาะอิน กระแสสินธุ์สายชลเป็นวนวัง อันเท็จจริงสิ่งนี้ไม่รู้แน่ ได้ยินแต่ยุบลแต่หนหลัง ว่าที่เกาะบางอออินเป็นถิ่นวัง กษัตริย์ครั้งครองศรีอยุธยา พาสนมออกมาชมคณานก ก็เรื้อรกรั้งร้างเป็นทางป่า อันคำแจ้งกับเราแกล้งสังเกตตา ก็เห็นน่าที่จะแน่กระแสความ แต่เดี๋ยวนี้มีไม้ก็ตายโกร๋น ทั้งเกิดโจรจระเข้ให้คนขาม โอ้ฉะนี้แก้วพี่เจ้ามาตาม จะวอนถามย่านน้ำพี่ร่ำไป ถอดคำประพันธ์ ถึงเกาะเกิด เหมือนเกิดกรรมที่ต้องมาราชการ จึงเกิดความโศกมากมายกว่าเกาะดิน ถึงเกาะบางอออิน มีน้ำวน เล่ากันว่าเป็นวังเก่าสมัยอยุธยา กษัตริย์พาสนมออกมาชมนก แต่ปัจจุบันต้นไม้ตายโกร๋น มีทั้งโจร จระเข้ คนจึงกลัวกันมาก ๏ ถึงเกาะพระที่ระยะสำเภาล่ม เภตราจมอยู่ในแควกระแสไหล ถึงเกาะเรียนโอ้เรียมยิ่งเกรียมใจ ที่เพื่อนไปเขาก็โจษกันกลางเรือ ว่าคุ้งหน้าท่าเสือข้ามกระแส พี่แลแลหาเสือไม่เห็นเสือ ถ้ามีจริงก็จะวิ่งลงจากเรือ อุทิศเนื้อให้เป็นภักษ์พยัคฆา ไม่เคยตายเขาบ่ายนาวาล่อง เข้าในคลองตะเคียนให้โหยหา ระยะย่านบ้านช่องในคลองมา ล้วนภาษาพวกแขกตะนีอึง ดูหน้าตาก็ไม่น่าจะชมชื่น พี่แข็งขืนอารมณ์ทำก้มขึง ที่เพื่อนเราร้องหยอกมันออกอึง จนเรือถึงปากช่องคลองตะเคียน ถอดคำประพันธ์ ถึงเกาะพระ มีสำเภาล่มจมอยู่ ถึงเกาะเรียน เรียมรู้สึกร้อนใจ ถึงท่าเสือ แต่พี่มองไม่เห็นเสือ ถ้ามีจริงจะวิ่งออกจากเรืออุทิศเนื้อให้เป็นอาหารของเสือ เข้าคลองตะเคียน เป็นถิ่นของพวกแขกตะนี หน้าตาไม่น่ามอง ถึงปากช่องคลองตะเคียน เห็นวัดวาอารามมากมาย เจดีย์ ศาลาการเปรียญ โบสถ์ กุฏิชำรุดพัง ๏ เห็นวัดวาอารามตามตลิ่ง ออกแจ้งจริงเหลือจะจำในคำเขียน พระเจดีย์ดูกลาดดาษเดียร การเปรียญโบสถ์กุฏิ์ชำรุดพัง ถึงวัดธารมาใหม่ใจระย่อ ของพระหน่อสุริย์วงศ์พระวังหลัง อุตส่าห์ทรงศรัทธามาประทัง อารามรั้งหรือมางามอร่ามทอง สังเวชวัดธารมาที่อาศัย ถึงสร้างใหม่ชื่อยังธาระมาหมอง เหมือนทุกข์พี่ถึงจะมีจินดาครอง มงกุฎทองสร้อยสะอิ้งมาใส่กาย อันตัวงามยามนี้ก็ตรอมอก แสนวิตกมาตามแควกระแสสาย ถึงคลองสระปทุมานาวาราย น่าใจหายเห็นศรีอยุธยา ทั้งวังหลวงวังหลังก็รั้งรก เห็นนกหกซ้อแซ้บนพฤกษา ดูปราสาทราชวังเป็นรังกา ดังป่าช้าพงชัฏสงัดคน ถอดคำประพันธ์ ถึงวัดธารมาใหม่ ชื่อวัดเหมือนความทรมานความทุกข์ของพี่ แม้มีเครื่องประดับ แต่งตัวจนงาม แต่ใจก็ยังตรอมตรม ถึงคลองสระประทุม เห็นราชวังเก่าร้างรก ดังรังกา เงียบดังป่าช้า ๏ อนิจจาธานินสิ้นกษัตริย์ เหงาสงัดเงียบไปดังไพรสณฑ์ แม้กรุงยังพรั่งพร้อมประชาชน จะสับสนแซ่เสียงทั้งเวียงวัง มโหรีปี่กลองจะก้องกึก จะโครมครึกเซ็งแซ่ด้วยแตรสังข์ ดูพาราน่าคิดอนิจจัง ยังได้ฟังแต่เสียงสกุณา ทั้งสองฝั่งแฝกแขมแอร่มรก ชะตาตกสูญสิ้นพระชันษา แต่ปู่ย่ายายเราท่านเล่ามา เมื่อแรกศรีอยุธยายังเจริญ กษัตริย์สืบสุริย์วงศ์ดำรงโลก ระงับโศกสุขสุดจะสรรเสริญ เราเห็นยับยังแต่รอยก็พลอยเพลิน เสียดายเกิดมาเมื่อเกินน่าน้อยใจ กำแพงรอบขอบคูก็ดูลึก ไม่น่าศึกอ้ายพม่าจะมาได้ ยังให้มันข้ามเข้าเอาเวียงชัย โอ้อย่างไรเหมือนบุรีไม่มีชาย หรือธานินสิ้นเกณฑ์จึงเกิดยุค ไพรีรุกรบได้ดังใจหมาย เหมือนทุกวันแล้วไม่คัณนาตาย ให้ใจหายหวั่นหวั่นถึงจันทร์ดวง ๏ พี่ดูใจค่ายนอกออกหนักแน่น ดังเขตแคว้นคูขอบนครหลวง ไม่เห็นจริงใจนางในกลางทรวง ชายทะลวงเข้ามาบ้างจะอย่างไร ขอเทเวศร์เขตสวรรค์ชั้นดุสิต ดลใจมิตรอย่าให้เหมือนกับกรุงใหญ่ ให้เหมือนกรุงเราทุกวันไม่พรั่นใคร นั่นแลใจเห็นจะครองกับน้องนาน ถอดคำประพันธ์ เมืองที่สิ้นกษัตริย์เงียบดังป่า เมื่อครั้งที่กรุงเต็มไปด้วยผู้คน คงมีเสียงเซ็งแซ่ทั้งเมือง เสียงมโหรี แตร สังข์ แต่ครั้งนี้มีแต่เสียงนก ทั้งสองฝั่งเต็มไปด้วยต้นแฝกและแขม ปู่ยาตายายเล่าถึงเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเจริญ กษัตริย์ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองดับทุกข์โศกของประชาชน น่าสรรเสริญยิ่ง เสียดายที่เราเกิดมาไม่ทันเห็น มีกำแพงเมือง คูเมืองก็ลึก ข้าศึกไม่น่าเข้ามายึดได้ เหมือนกับไม่มีผู้ชาย คงเป็นเพราะเมืองสิ้นชะตา จึงทำให้ข้าศึกยึดได้ ทุกวันนี้พี่ไม่กลัวตาย คิดถึงแต่แม่จัน ขอให้เทวดาในสรวงสรรค์ชั้นดุสิต ดลใจให้น้องอย่าเป็นเหมือนกรุงเก่า ขอให้เป็นเหมือนกรุงของเราที่ไม่พรั่นใคร จะได้อยู่เคียงคู่กับพี่ตลอดไป ๏ สุริยนเย็นสนธยาย่ำ ประทับลำเรือเรียงเคียงขนาน เขาเรียกวัดแม่นางปลื้มลืมรำคาญ ใครขนานชื่อหนอได้ต่อมา ช่างแปลงโศกให้เราปลื้มพอลืมรัก จะรู้จักคุณจริงไม่แกล้งว่า พลพายนายไพร่บรรดามา หุงข้าวหาฟืนใส่ก่อไฟฮือ พี่ตันอกตกยากจากสถาน เห็นอาหารหวนทอดใจใหญ่หือ ค่อยขืนเคี้ยวข้าวคำสักกำมือ พอกลืนครือคอแค้นดังขวากคม จะเจือน้ำซ้ำแสบในทรวงเสียว มีเค็มเปรี้ยวกล้ำกลืนก็ขื่นขม กินประทับแต่พอรับกับโรคลม ครั้นค่ำพรมน้ำค้างอยู่พร่างพราย ก็แรมรอนนอนวัดแม่นางปลื้ม พี่ไม่ลืมอาลัยให้ใจหาย ทั้งไพร่นายนอนกลาดบนหาดทราย พงศ์นารายณ์นรินทร์วงศ์ที่ทรงญาณ บรรทมเรือพระที่นั่งบังวิสูตร เขารวบรูดรอบดีทั้งสี่ด้าน ครั้นรุ่งเช้าราวโมงหนึ่งนานนาน จัดแจงม่านให้เคลื่อนนาวาคลา ถอดคำประพันธ์ ถึงวัดนางปลื้ม ทำให้เราปลื้มลืมความรัก พักกินข้าว ก็กินไม่ค่อยลง ค้างคืนที่นี่ เจ้านายบรรทมในเรือพระที่นั่ง จนรุ่งเช้าก็เดินทางต่อ ๏ เข้าลำคลองหัวรอตอระดะ ดูเกะกะรอร้างทางพม่า เห็นรอหักเหมือนหนึ่งรักพี่รอรา แต่รอท่ารั้งทุกข์มาตามทาง พอเลี้ยวแหลมถึงท่าศาลาเกวียน ตลิ่งเตียนแลโล่งดังคนถาง พี่ตั้งตาหาเกวียนสองข้างทาง หมายจะจ้างบรรทุกไปท่าเรือ แต่ทุกข์รักก็เห็นหนักถนัดอก ถึงสักหกเจ็ดเกวียนก็เจียนเหลือ แต่โศกรักมาจนหนักในลำเรือ เฝ้าเติมเจือไปทุกคุ้งรำคาญครัน ถอดคำประพันธ์ ถึงคลองหัวรอ มีรอเก่า ๆ ของพวกพม่า เหมือนกับพี่ที่รอความรักด้วยความทุกข์ ถึงศาลาเกวียนตลิ่งเตียน มองหาเกวียนมาบรรทุกความรักสักหกเจ็ดเกวียน ทุกความรักมาจนหนักเรือเติมความรักมาทุกคุ้งจนรู้สึกรำคาญ ๏ ถึงบ่อโพงถ้ามีโพงจะผาสุก จะโพงทุกข์เสียให้สิ้นที่โศกศัลย์ นี่แลแลก็เห็นแต่ตลิ่งชัน ถึงปากจั่นตละเตือนให้ตรอมใจ โอ้นามน้องหรือมาพ้องกับชื่อบ้าน ลืมรำคาญแล้วมานึกรำลึกได้ ถึงบางระกำโอ้กรรมระยำใจ เคราะห์กระไรจึงมาร้ายไม่วายเลย ระกำกายมาถึงท้ายระกำบ้าน ระกำย่านนี่ก็ยาวนะอกเอ๋ย โอ้คนผู้เขาช่างอยู่อย่างไรเลย หรืออยู่เคยความระกำทุกค่ำคืน ถอดคำประพันธ์ ถึงบ่อโพง ถ้ามีโพงคงจะมีความสุข จะใช้โพงความทุกข์ให้หมดสิ้น เห็นแต่ตลิ่งชัน ถึงปากจั่นชื่อพ้องกับแม่จัน ถึงบางระกำ นึกถึงเคราะห์กรรมที่ต้องตกทุกข์ระกำกายจนมาถึงบางระกำ ต้นระกำที่นี่ยาว ผู้คนคงคุ้นเคยกับความระกำใจ ๏ ถึงคุ้งแคว้นแดนพระนครหลวง ยิ่งโศกทรวงเสียใจให้สะอื้น โอ้อกเอ๋ยยังจะไปอีกหลายคืน กว่าจะชื่นแทบช้ำระกำกาย ถึงแม่ลาเมื่อเรามาก็ลาแม่ แม่จะแลแลหาไม่เห็นหาย จะถามข่าวเช้าเย็นไม่เว้นวาย แต่เจ้าสายสุดใจมิได้มา ถึงอรัญญิกยามแดดแผดพยับ เสโทซับซาบโทรมทั้งนาสา ถึงตะเคียนด้วนด่วนรีบนาวามา ถึงศาลาลอยแลลิงโลดใจ เงื้อมตลิ่งงิ้วงามตระหง่านยอด ระกะกอดเกะกะกิ่งไสว พยุยวบกิ่งเยือกเขยื้อนใบ ถึงวังตะไลเห็นบ้านละลานแล ถึงบ้านขวางที่ทางนาวาจอด เรือตลอดแลหลามตามกระแส ถึงท่าเรือเรือยัดกันอัดแอ ดูจอแจจอดริมตลิ่งชุม ที่หน้าท่ารารับประทับหยุด อุตลุดขนของขึ้นกองสุม เสบียงใครใครนั่งระวังคุม พร้อมชุมนุมแน่นหน้าศาลารี ถอดคำประพันธ์ ถึงพระนครหลวง ยิ่งโศกเศร้าใจ ต้องไปอีกหลายคืน ถึงแม่ลา เมื่อมาก็ลาแม่ ถึงอรัญญิก ตะเคียนด้วน ศาลาลอย มีต้นงิ้วงามอยู่ริมตลิ่ง ถึงวังตะไล มีบ้านเต็มไปหมด ถึงบ้านขวาง เป็นท่าเรือ ขนข้าวของเสบียงขึ้นไว้ที่ศาลา ๏ ฝ่ายพระหน่อสุริย์วงศ์ทรงสิกขา ขึ้นศาลาโสรจสรงวารีศรี ข้างพวกเราเฮฮาลงวารี แต่โดยดีใจตนด้วยพ้นพาย อุระเรียมเกรียมตรมอารมณ์ร้อน ระอาอ่านอกใจมิใคร่หาย แลตลิ่งวิงหน้านัยน์ตาพราย หัวไหล่ตายตึงยอกตลอดตัว ได้พึ่งเพื่อนเหมือนญาติเมื่อยามเข็ญ เขานวดเคล้นให้บ้างก็ยังชั่ว พระอาทิตย์มืดมิดเข้าเมฆมัว ฟ้าสลัวแดดดับพยับไพร กองคเชนทร์เกณฑ์ช้างยี่สิบเชือก มาจัดเลือกกองหมอขึ้นคอไส ที่เดินดีขี่กูบไม่แกว่งไกว วิสูตรใส่สองข้างเป็นช้างทรง แล้วผ่อนเกณฑ์กองช้างไว้กลางทุ่ง เวลารุ่งจะเสด็จขึ้นไพรระหง ที่สี่เวรเกณฑ์กันไว้ล้อมวง พระจอมพงศ์อิศยมบรรทมพลัน ถอดคำประพันธ์ เณรกรมพระปรมานุชิตชิโนรส ขึ้นศาลาทรงน้ำ ส่วนพวกเราลงว่ายน้ำ เพื่อนช่วยบีบนวดจัดกองช้างยี่สิบสี่เชือก เลือกตัวที่เดินดีเป็นช้างพระที่นั่ง พระองค์เจ้าปฐมวงศ์เข้าบรรทม ๏ อันพวกเราเหล่าเสวกามาตย์ เหนื่อยอนาถนิทราดังอาสัญ แสนวิตกอกพี่นี้ผูกพัน ให้หวั่นหวั่นเวทนาด้วยอาวรณ์ สดับเสียงสัปปุรุษที่หยุดพัก เขาร้องสักวาอึงทั้งครึ่งท่อน บ้างชมป่าช้าปี่ทีละคร ถึงสบกลอนที่จะรู้ก็สู้เมิน เฝ้าแหงนดูดวงแขชะแง้พักตร์ เห็นจันทร์ชักรถร่อนเวหาเหิน ดูดวงเดือนเหมือนชื่อรื้อเผอิญ ระกำเกินที่จะเก็บประกอบกลอน จนไก่เถื่อนเตือนขันสนั่นแจ้ว ดุเหว่าแว่วหวาดหมายว่าสายสมร เดือนแอร่มแจ่มล้ำในอัมพร กองกุญชรผูกช้างมายืนเรียง ถอดคำประพันธ์ พวกเสวกามาตย์ต่างเหนื่อยอ่อน นอนเหมือนตาย ได้ยินเสียงเพื่อนร้องเพลงสักวา เพลงครึ่งท่อนช้าปี่ ก็ไม่สนใจ เฝ้าดูดวงจันทร์ เหมือนชื่อน้อง ระกำเกินกว่าที่จะเขียนเป็นคำกลอน จนรุ่งเช้า กองช้างเตรียมช้างมายืนเรียง ๏ บรรดาเพื่อนเตือนตื่นขึ้นเซ็งแซ่ บ้างจอแจจัดการประสานเสียง บ้างม้วนเสื่อมัดกระสอบหอบเสบียง บ้างถุ้งเถียงชิงสัปคับกัน บ้างขึ้นบนขนส่งคนข้างล่าง เสียงโฉ่งฉ่างขามแตกกระแทกขัน จนคนบนสัปคับรับไม่ทัน หม้อข้าวขันตกแตกกระจายราย ย่ามกระสอบกรอบแกรบกระไกรกริก กลักพริกพลิกแพลงตะแคงหงาย กะโปเลเชือกร้อยขึ้นห้อยท้าย เมื่อยามร้ายดูงามกว่าชามดิน ถอดคำประพันธ์ พวกเพื่อนปลุกกันเซ็งแซ่ รีบเก็บข้าวของดูวุ่นวาย ๏ สงสารนางชาวในที่ไปด้วย ทั้งโถถ้วยเครื่องแต่งแป้งขมิ้น หวีกระจกตกแตกกระจายดิน เจ้าของผินหน้าหาน้ำตาคลอ จะปีนขึ้นกูบช้างไม่กางขา แต่โดยผ้ากรีดกรอมทำซอมซ่อ มือตะกายสายรัดสกนธ์คอ เห็นช้างงองวงหนีก็หวีดอึง แต่ปีนไพล่เหนี่ยวพลัดสุหรัดขาด สองมือพลาดพลัดคว่ำลงต้ำผึง กรมการบ้านป่าเขาฮาตึง ทำโกรธขึ้งเรียกพวกผู้ชายเร็ว บ้างขึ้นช้างพลางฉวยข้อมือฉุด ดังอุณรุทจับกินนรที่ในเหว ไม่นึกอายอัประมาณเป็นการเร็ว บ้างโอบเอวอุ้มนางขึ้นช้างพังฯ ถอดคำประพันธ์ พวกนางในปีนช้าง ไม่กางขา จึงตกช้าง พวกกรรมการบ้านป่าฮากันตึง พวกนางในจึงเรียกพวกผู้ชายมาช่วยฉุดมือบ้าง อุ้มบ้างเพื่อขึ้นช้าง โดยไม่นึกอาย ๏ สุรแสงแจ่มแจ้งอร่ามโลก บริโภคอิ่มเอิบอารมณ์หวัง ขัตติยวงศ์ทรงช้างกูบบัลลังก์ รับสั่งสั่งสารถีให้ไสเดิน จากศาลาท่าเรือเข้าทิวทุ่ง เป็นฝุ่นฟุ้งนภางค์ในทางเขิน กูบกระโดกโยกอย่างทุกย่างเดิน เขยื้อนเยินยอบเยือกยะยวบกาย ทั้งสองข้างท่านวางเป็นช้างดั้ง ระยะหลังมหาดเล็กนั้นเหลือหลาย แต่ตัวพี่นี้จำเพาะเป็นเคราะห์ร้าย ต้องขึ้นพลายนำทางช้างน้ำมัน เพื่อนเขาแกล้งตบมือกระพือผัด ช้างสะบัดบุกไปในไพรสัณฑ์ ผงะหงายคนท้ายเขาคว้าทัน โอ้แม่จันทร์เจียนจะไม่เห็นใจจริง นึกจะโจนจากช้างลงกลางเถื่อน แล้วอายเพื่อนเขาจะเย้ยว่าใจหญิง แต่ตึงเศียรเวียนหน้านัยน์ตาวิง เอาขอพิงพาดตักมาตามทางฯ ถอดคำประพันธ์ รุ่งเช้า กินกันอิ่มแล้ว เมื่อพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ทรงช้าง ก็เคลื่อนขบวน สองข้างเป็นช้างตั้ง ด้านหลังเป็นพวกมหาดเล็ก ตัวพี่เคราะห์ร้ายต้องขึ้นช้างตกน้ำมัน เพื่อนแกล้งตบมือ มันจึงพาวิ่งเข้าป่าไป พี่หงายหลัง แต่ท้ายช้างคว้าไว้ทัน นึกจะโจนลง แต่ก็อายเพื่อนจะเย้ยว่าใจหญิง พี่เวียนหัวจนตาลาย ๏ ถึงชายป่านาประโคนรำคาญคิด ถึงมิ่งมิตรแล้วให้หมองอารมณ์หมาง จนพ้นทุ่งมุ่งตรงเข้าดงยาง ไม่สล้างลู่ล้มระทมทับ รุกขชาติดาษดูระดะป่า สกุณาจอแจประจำจับ ดุเหว่าแว่วหวาดไหวฤทัยวับ จะแลกลับหลังเหลียวยิ่งเปลี่ยวใจ ทั้งสองข้างทางเดินก็รกระ ระเกะกะพาดพันเถาวัลย์ไสว จักจั่นแซ่เสียงเรไรไพร ในจิตใจทดท้อระย่อเย็น ถอดคำประพันธ์ ถึงชายป่าหน้าประโคน คิดถึงน้องรัก เข้าดงยางที่ลู่ล้มทับกัน เสียงนกจอแจ เสียงดุเหว่า ทำให้เปลี่ยวใจ สองข้างทางเต็มไปด้วยเถาวัลย์ ได้ยินเสียงจักจั่นเรไร ทำให้ระทดท้อหนาวใจ ๏ ถึงบางโขมดมีธารตะพานช้าง บรรลุทางครบร้อยห้าสิบเส้น มีโพธิ์พุ่มชุ่มชื่นระรื่นเย็น ไม่ว่างเว้นสัปปุรุษเขาหยุดเรียง บ้างขายของสองข้างตามทางป่า จำนรรจาจอแจออกแซ่เสียง พี่แกล้งไสให้คชสารเคียง เห็นของเรียงอยู่บนร้านทั้งหวานคาว แต่น้ำยานั้นเขาว่ากิ้งกือกุ้ง เห็นชาวกรุงกินกลุ้มทั้งหนุ่มสาว พี่คลื่นไส้ไสช้างในย่างยาว มาตามราวมรคาพนาวัน ลมกระพือฮือหอบผงคลีหวน ปักษาครวญเพรียกพฤกษ์ในไพรสัณฑ์ ดุเหว่าแว่วแจ้วจับน้ำใจครัน ไก่เถื่อนขันขานเขาชวาคู ถอดคำประพันธ์ ถึงบางโขมด มีธารตะพานช้าง เดินทางมาได้ร้อยห้าสิบเส้น มีต้นโพธิ์ใหญ่ให้เงาร่มเย็นผู้คนจึงหยุดพักที่นี่ สองข้างทาง มีของขายเสียงจอแจ มีทั้งของหวานของคาว พี่เห็นน้ำยา เขาว่าทำมาจากกิ้งกือ พวกชาวกรุงทั้งหนุ่มสาวจับกลุ่มกินกัน ส่วนพี่คลื่นไส้ ไสช้างเดินต่อ ๏ ประจวบจนถึงตำบลบ่อโศก ยามวิโยคออกชื่อก็ครือหู ถึงจะไม่รู้จักไม่รักรู้ แต่เหลือบดูไปที่บ่อยังท้อใจ ระยะเดินเถินทางมากลางป่า สองร้อยห้าสิบเส้นถึงสระใหญ่ พอได้กึ่งมรคาพนาลัย พี่รีบไสช้างเดินโดยลำพอง ถอดคำประพันธ์ ถึงตำบลบ่อโศก มาได้สองร้อยห้าสิบเส้น ถึงสระใหญ่ พี่ไสช้างเดินต่ออย่างคะนอง ๏ มาลับท่อบ่อโศกจนสุดเหลียว ยังเสียวเสียวโศกกายไม่วายหมอง ถึงหนองคนทีมีสระละหานนอง เป็นเปือกกรองแต่ล้วนหญ้าคงดำ อันริมรอบขอบหนองทั้งสองข้าง รอยตีนช้างลึกลุ่มหลุ่มถลำ โอ้น้ำใจในอุราทาระกรรม เหมือนน้ำดำอยู่ในหนองเป็นฟองคราม พี่ยลน้ำช้ำใจแล้วไสช้าง มาตามทางทิวป่าพนาหนาม กำหนดนับมรคาพยายาม ก็ได้สามร้อยเส้นห้าสิบปลาย โอ้ทางไกลไปเปลืองเหมือนเรื่องว่า แต่โศกข้านี่กระไรมิใคร่หาย จะแลขวาป่าเขียวยังเปลี่ยวกาย จะแลซ้ายเห็นแต่โขดภูเขาเคียง กับหมู่ไม้ไกรกรวยกันเกรากร่าง พะยอมยางตาพยัคฆ์พยุงเหียง ข่อยมะขามตามทางสล้างเรียง นกเขาเคียงคู่คูประสานคำ โอ้นกคู่ดูน่าจะผาสุก พี่นี้ทุกข์เพราะจากเจ้างามขำ เห็นนกหนึ่งจับนิ่งกิ่งระกำ โอ้นกน้อยเห็นจะจำจากตัวเมีย ถ้านกผู้ดูเหมือนหัวอกพี่ แสนทวีเวทนาประดาเสีย นิจจาเอ๋ยถ้าเป็นอกนกตัวเมีย จะละเหี่ยหาผัวอยู่ตัวเดียว พี่เห็นนกแล้ววิตกถึงน้องน้อย จะครวญคอยนับวันกระสันเสียว ไม่เห็นพี่ก็จะโหยอยู่โดยเดียว พี่ก็เปลี่ยวเปล่ากายซังตายมา ถอดคำประพันธ์ ถึงหนองคนที มีสระ น้ำนอง มีหญ้าน้ำสีดำ รอยตีนช้างลึกเป็นหลุม เดินทางมาได้สามร้อยห้าสิบเส้น เหลียวซ้ายแลขวาก็เป็นป่าเขา เห็นนกเขาคู่หนึ่งขันกันอย่างมีความสุข แต่ตัวพี่ทุกข์เพราะต้องจากน้องรัก เห็นนกตัวหนึ่งจับกิ่งระกำ คงจากตัวเมียมา เหมือนตัวพี่ พี่เห็นนกก็คิดถึงน้อง คงต้องครวญคอยพี่อยู่คนเดียว ๏ ถึงศาลาอาศัยเจ้าสามเณร ในบริเวณอึกทึกด้วยพฤกษา ที่ป่านั้นขยาดพยัคฆา จะไปมาใครไม่อาจประมาทเมิน ยามระงิดพี่ไม่คิดว่าเสือร้าย เขม้นหมายมุ่งลำเนาภูเขาเขิน ได้สี่ร้อยทางจรไม่หย่อนเกิน เขารีบเดินการด่วนจะจวนเพล ช้างที่นั่งก็รับสั่งให้รีบไส จนเหงื่อไหลหน้าแดงดังแสงเสน ถึงสระยอรอช้างเสวยเพล จนกองเกณฑ์เดินทางมาตามทัน ถอดคำประพันธ์ ถึงศาลาที่สามเณรพักอยู่ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ ป่านี้นายพรานว่ามีเสือ จะไปมาต้องไม่ประมาทยามไม่สบายใจ พี่คิดกลัวเสือ มุ่งหน้าเดินทางข้ามเขา ระยะทางประมาณสี่ร้อยเส้น จนถึงสระยอ รอเสด็จมาเสวยเพล ๏ พี่แวะเข้าเขาตกคอยนำเสด็จ ดูเทเวศร์อารักษ์นรังสรรค์ เอาเทียนจุดบูชาแก่เทวัญ ให้ป้องกันอันตรายในราวไพร เห็นเขาตกเขาแตกมาตกลึก อนาถนึกแล้วน่าน้ำตาไหล ที่ตกยากจากนางมากลางไพร วิตกใจตกมาถึงคีรี รำจวญจิตคิดไปน่าใจหาย ไม่เว้นวายความเทวษสวา

ความคิดเห็นที่ 98

5 ก.ค. 2548 17:32
  1. เออ ใครก้อได้ช่วยซันถอดคำประพันธ์ ตั้งแต่ จะกลับหลังพระพุทธบาท เหนื่อยอนาถอกใจมิใช่เล่น จนจบให้ซันหน่อยค่ะ ช่วยด้วยนะค่ะ ไม่งั้นแย่แน่ๆๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 97

4 ก.ค. 2548 20:20
  1. ผมผิดไปแล้วค้าบ ขอเรื่องบ้านขวางหน่อยคับ ตะเป็นพระคณอย่างสูง

ความคิดเห็นที่ 95

4 ก.ค. 2548 18:25
  1. เอา ความไพเราะ โวหาร ข้อคิดที่ได้ หาหั้ยทีนะฮะ ด่วนมาก ๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 94

3 ก.ค. 2548 13:10
  1. ขอบคุณจริงๆจ่ะ สำหรับคำประพันธ์น่ะ ต้องส่งวันจันทร์แล้วด้วย...รอดตายแล้ว........ขอบใจจริงๆจ่ะ

ความคิดเห็นที่ 93

3 ก.ค. 2548 08:34
  1. ขอบคุณมากค่ะ หามาตั้งนาน

ความคิดเห็นที่ 92

2 ก.ค. 2548 22:52
  1. นี่ๆๆๆ พวกที่จะให้ถอดคำประพันธ์นิราศพระบาทน่ะ + คลิกไปหน้าแรกซิ-_-" + มีอยู่แล้วนะ + ทั้งหมดเลย + ตอบ คห.90 ทำเองดิ ( แต่บางส่วนพวกที่มา เส้นทางการเดินเรือ เอามาจากเว็บน่ะ แต่ต้องมาตวรจสอบอีกที) + ตอนแรกก็กะจะหาในเน็ตน่ะแหล่ะ + แต่มันหาไม่เจอ (ไม่มีใครโพส) + สงสารเพื่อนที่ชะตากรรมเดียวกันอ่ะ + ก็เลยเอามาโพส + เข้าใจ๋?

ความคิดเห็นที่ 91

2 ก.ค. 2548 20:32
  1. ช่วยถอดคำประพันธ์ นิราศพระบาท นกยางเลียบเหยียบปลานขาหยิก ถึง การเปรียญโบสถ์กุฎิชำรุดพัง ให้หน่อยนะค่ะ นะค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 90

2 ก.ค. 2548 17:19
  1. เก่งจังพี่ จะทำโครงงานเรื่องนี้พอดีเลย ทำเองหรอเก่งมั๊กๆๆๆ ได้ข้อมูลไปเพียบ . ...แบบว่าเจ๋งอ่า..........

ความคิดเห็นที่ 88

2 ก.ค. 2548 12:05
  1. tell the niradmuengklang

ความคิดเห็นที่ 87

2 ก.ค. 2548 10:19
  1. ช่วยถอดร้อยกลอนให้หน่อยให้เป้นร้อยแก้ว

ความคิดเห็นที่ 86

1 ก.ค. 2548 21:54
  1. ช่ ว ย เ ค้ า เ เ ป ล อ า น นี้ ห น่ อ ย จิ่ ต้นโศกทอดยอดขวางออกกลางห้วย พี่ก็ช่วยผูกชิงช้าให้อาศัย พวกผู้หญิงชิงขึ้นให้ช้าไกว สนุกใจร้องเตือนให้เพื่อนโยน ดูทำนองนางในไกวชิงช้า ดังสีดาผูกคอที่โรงโขน เถาวัลย์เปราะเคราะห์ร้ายพอสายโยน ก็ขาดโหนลงในน้ำเสียงต้ำโครม ผ้าห่มเปลื้องเครื่องเล่นอล่างฉ่าง ทั้งสองข้างผู้คนเขาฮาโหม พี่แลลานธารหลวงเพียงทรวงโทรม ให้แสนโทมนัสทัศนา บ อ ก เ ค้ า ห น่ อ ย น๊ า คื อ เ เ ป ล ม่ า ย เ ป น อ่ า

ความคิดเห็นที่ 85

1 ก.ค. 2548 19:10
  1. ที่ท่องเที่ยวไม่รุอ่ะ ใครอยู่แถวสามเสนช่วยหน่อยยยยยย

ความคิดเห็นที่ 84

1 ก.ค. 2548 19:07
  1. ตอบ 79 สามเสน + + + สุนทรภู่เดินทางผ่านสามแสน ซึ่งปัจจุบันเรียกสามเสน บางพลัด บางซื่อ และบางซ่อน สถานที่ดั่งกล่าวติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา บางพลัดมีอาณาเขตติดกับบางกรวย อยู่ริมเจ้าพระยาฝั่งซ้าย(จากบางกอกน้อยไปอยุธยา) สำหรับ บางซื่อ บางซ่อน มีอาณาเขตติดกัน ปัจจุบันอยู่ในอำเภอดุสิต ตำบลบางซื่อ และตำบลบางซ่อน + + + เอามาจากเว็บนี้อ่ะhttp://www.school.net.th/library/webcontest2003/100team/dlbs089/n_03_samsan.htm

ความคิดเห็นที่ 83

1 ก.ค. 2548 19:03
  1. อ้อ.........มีหน้า 185 ด้วยนะ จะไปท่องวันจันทร์เนี่ย อันนี้ 2 คะแนน รวมนิราศเป็น 5 คะแนน เฮ้อออออออออออออออ (อีกรอบ)

ความคิดเห็นที่ 82

1 ก.ค. 2548 19:01
  1. คห.ที่67 น่ะ ใครน่ะ แอดมาหาได้นะ ไม่เคยเห็นเราเลยเหรอ คนที่น่ารักๆๆๆอ่ะ อิอิอิอิ อืม........เราส่งกันยาไปแล้ว ท่องนิราศยังอ่ะหน้า 222 ฟ้าท่องแล้วนะ 3 คะแนน ใช่ 3 คะแนน -_-" ท่องอาขยาน 18 บรรทัด เฮ้อออออออออออ

ความคิดเห็นที่ 81

1 ก.ค. 2548 18:58
  1. คห.ที่ 80 คลิกไปหน้าแรกซิ + ++ +++ ++++ +++++ ฟ้าจ้ะ

ความคิดเห็นที่ 80

1 ก.ค. 2548 17:36
  1. อยากได้เรื่องนิราศพระบาทที่ถอดคำประพันธ์แล้วช่วยหน่อยนะ เร็วด้วย ขอร้องล่ะ ขอบคุณล่วงหน้าเลย

ความคิดเห็นที่ 79

30 มิ.ย. 2548 18:31
  1. สามเสนมีที่ท่องเที่ยวอะไรบ้างค่ะและอยู่ที่ใหนค่ะ ช่วยตอบด้วยนะ

ความคิดเห็นที่ 77

29 มิ.ย. 2548 17:07
  1. ฝนจะให้ฟ้าเขาแปลนิราศเมืองแกลงแบบไหนเหรอครับ ? เผื่อผมช่วยได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 75

27 มิ.ย. 2548 17:59
  1. อ่านดูแย้วมีแต่ฟ้า ก็อยากให้ช่วยฝนหน่อยนะ อ่านนิราศเมืองแกลง แล้วแปลไม่ออกเลย มาจาก inter นะ เห็นใจด้วยเถอะ

ความคิดเห็นที่ 74

27 มิ.ย. 2548 12:55
  1. อาจที่จะรู้เรืองประวัติความเป็นมาของสุนทรภู่กวีเอกของชาวไทยเรานี้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 73

26 มิ.ย. 2548 21:29
  1. ขอบคุณมากครับมีประโยชน์มากเลยครับ คุณเป็นคนมีคุณภาพมาก เป็นคนช่วยชีวิตเด็ก ม.4 ทุกคนเลย ขอบคุณค้าบบบบบ

ความคิดเห็นที่ 72

26 มิ.ย. 2548 18:30
  1. ขอบคุณมากครับ มีไรก้อ@มาหานะครับ ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 71

26 มิ.ย. 2548 14:18
  1. ขอบคุนมากนะคับ ที่ช่วยแปลให้อ่า

ความคิดเห็นที่ 70

25 มิ.ย. 2548 23:17
  1. หวัดดี เราชื่อต้อง อยู่โรงเรียนวัดบวรนิเวศคราบ ขอบคุณมากๆ เลยนะครับเรากับเพื่อนทั้งห้องกำลังหาอยู่อย่างแรงเลย หาเท่าไหร่ก็หาไม่ได้ นับว่าดวงดีมากเลย อิอิที่ได้มาเจอเนี่ย ได้คะแนนแล้ว อิอิ ว่างๆ ก็แอ๊ดเมลล์มาคุยกันได้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 69

25 มิ.ย. 2548 23:00
  1. ขอบคุณทุกๆคนมากๆๆๆๆๆเลยนะค่ะ ที่ช่วยบอกสิ่งที่ดีๆ สิ่งที่เป็นความรู้ให้มุก เพราะว่าตอนนี้มุกต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้อยู่พอดีเลย พวกพี่ๆเก่งมากเลยนะค่ะ...ยังไงก็ขอบคุณจริงๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 68

25 มิ.ย. 2548 15:06
  1. ขอบคุณพี่เอ็มกับพี่ฟ้ามากๆคะ ฝนกำลังต้องการร้อยแก้วไปประกวดวาดภาพพอดีเลยคะ

ความคิดเห็นที่ 67

25 มิ.ย. 2548 13:56
  1. ขอบใจฟ้ามาก ๆ เลยนะ ที่ช่วยเราได้มากเลย ไม่งั้นไม่มีงานส่งอาจารย์กันยาแน่ เราอยู่ 4/4 โรงเรียนเดียวกันกับฟ้านั่นแหละนะ เราเป็นเด็กใหม่ไม่รู้จักฟ้าหรอกนะ อยากรู้จักฟ้าจังเลยเก่งมาก ๆ เลยนะ

ความคิดเห็นที่ 66

24 มิ.ย. 2548 21:55
  1. ใครมีลายชื่อลายไทยในนิราศพระบาทบ้างครับ ช่วยหน่อยนะครับ จนปัญญาแล้ว Thanks!!

ความคิดเห็นที่ 65

23 มิ.ย. 2548 21:13
  1. ขอบคุณมากน้า งับ อิอิ ดีจางนะที่เจอ ^O^ เพราะคุณทำให้เราได้คะแนนโย่วๆ

ความคิดเห็นที่ 64

23 มิ.ย. 2548 21:09
  1. ขอบคุณมากเลยคับ ช่วยผมได้เยอะเลย

ความคิดเห็นที่ 63

23 มิ.ย. 2548 20:20
  1. ขอบคุณมากนะคะฟ้า เก่งจังเลย ถอดบทประพันธ์ได้หมดเลยอ่า มีงานส่งจารย์แว้ว ขอบคุณนะคะ เก่งแบบนี้ต้องปรบมือเล๊ย

ความคิดเห็นที่ 62

22 มิ.ย. 2548 22:50
  1. ขอบคุณฟ้ามากๆเลยที่ช่วยถอดคำประพันธ์ให้ ไม่งั้นไม่มีงานส่งครูแน่เลย ต้องขอขอบคุณอย่างสูงค่ะ (มีงานส่งแล้วเรา)

ความคิดเห็นที่ 61

22 มิ.ย. 2548 21:36
  1. มาเล่นๆงิ พอดีจาหางานส่งครูแหะๆ

ความคิดเห็นที่ 60

22 มิ.ย. 2548 19:43
  1. ฟ้าดังแล้ว สุดยอดๆ 5 5 5 ตอนนี้ผมกำลังโง่กับ เคมี ครับ ยังไงก็จะหาคำประพันธ์อะไรมาถอดเล่นๆล่ะกันครับ

ความคิดเห็นที่ 59

22 มิ.ย. 2548 14:34
  1. แปลเก่งจัง

ความคิดเห็นที่ 58

21 มิ.ย. 2548 21:09
  1. ฟ้านี่เก่งจังเลยอะ ถอดคำประพันธ์ได้หมดเลย อย่างงี้ต้องตบมือให้ _“\ /”_ [แปะๆ] ขอบคุณมากนะคับ เราจะเอาไปอ่านเตรียมสอบ ^^ (เด็กอัสสัมเหมือนกันกะเอิธอ่ะคับ แต่มานอยู่ห้องไรหว่าเนี่ย -"

ความคิดเห็นที่ 57

21 มิ.ย. 2548 20:09
  1. อ่าฮะ ใจมากนะ เราก็ต้องทำรายงานพอดีเลยอะ ข้อมูลนี้นี่ช่วยได้มากเลย THX จ้า

ความคิดเห็นที่ 56

21 มิ.ย. 2548 19:05
  1. ขอบคุณมากนะฟ้าที่หามาให้เพื่อนๆทั้งหลายเราต้องรายงานวันพฤหัสบดีที่23นะ (THANK YOU VERY MUCH)

ความคิดเห็นที่ 55

21 มิ.ย. 2548 18:24
  1. ขอบคุณนะคับที่บอก

ความคิดเห็นที่ 54

21 มิ.ย. 2548 17:43
  1. ขอบใจนะ M สำหรับบทประพันธ์ที่ไพเราะ

ความคิดเห็นที่ 53

20 มิ.ย. 2548 20:02
  1. อ้อ......................คำศัพท์น่ะ เราย่อ ๆ มานะ ยังงัยก็หาเพิ่มเองล่ะกัน เราคงจะไม่ค่อยเข้ามาแล้วล่ะ มีไรก็ลองส่งเมล์มานะ m เราไม่ค่อยได้เล่นแล้วอ่ะ มั้ย อ้อ......รร.เรา อยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์นะ อำเภอเมือง ซึ่งรร.เราไม่สนุบสนุน GPA รร.นวมินทราชูทิศ มัชฌิมจ้า ไปล่ะนะ

ความคิดเห็นที่ 52

20 มิ.ย. 2548 19:52
  1. ศัพท์ที่สำคัญ กระสัน จิตจดจ่อถึง กราน ค้ำ, ทิ่ม, ครูด กะโปเล กาบปูเล ส่วนของใบหมากที่ห่อหุ่มลำต้น อาจนำมา เย็บเป็นภาชนะใส่ของได้ กำดัด อ่อน แกน ขัดสน ขุก เกิดขึ้นทันทีทันใด, ฉุก ก็ว่า ไฉน ชื่อปี่ชนิดหนึ่ง คล้ายปี่ชวาแต่ขนาดเล็กกว่า ชัฏ ป่ารก ชีต้น พระสงฆ์ ตาโถง หรือ ตาโก้ง ผ้าทอเป็นตาโต ๆ บัณรสี วันพระ ๑๕ ค่ำ ประนัง ประชุม, รวมกันอยู่ พะอง ลำไม้ไผ่ทำเป็นขั้นสำหรับปีนที่สูง มุลิกา คนรับใช้, มหาดเล็ก ยุคุนธร ชื่อภูเขาทิวหนึ่งในหมู่เขาทั้ง ๗ ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ ระงิด มืดค่ำ, รู้สึกไม่สบายใจ รากษส ยักษ์พวกหนึ่ง ดุร้าย สำมดึงษ์ มาก ล้น สุหรัด ผ้าจากเมืองสุหรัดประเทศอินเดีย เสน สีแดง

ความคิดเห็นที่ 51

20 มิ.ย. 2548 19:52
  1. ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนิราศพระบาท ๑. ผู้แต่งคือ สุนทรภู่ ลักษณะคำประพันธ์ กลอนนิราศ ๒. แต่งเมื่อ ตามเสด็จพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ ในกรมพระราชวังหลัง ไปนมัสการพระพุทธบาท จ.สระบุรี เมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๐ ๓. เจ้าเณรน้อยเสด็จมาดูน่ารัก หมายถึง สมเด็จมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ๔. พระกลดหักทองขวางกางถวาย หมายถึง ร่มคันใหญ่ ใช้สำหรับเจ้านายชั้นสูง ประกอบด้วยผ้าไหมทอกับเส้นทอง ๕. ท่านพระคลังหาบุญยังไปฉลองศาลาลัย หมายถึง เจ้าพระยาพระคลัง (กุน) หาละครคณะนายบุญยัง ซึ่งเป็นละครที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น ไปเล่นฉลองศาลาที่ท่านสร้าง ณ บริเวณพระพุทธบาท ๖. พระพุทธบาทอยู่ที่ ไหล่เขา ต.ขุนโขลน จ.สระบุรี ๗. วัดธารมาใหม่ คือ วัดธรรมาใหม่ ๘. “พี่รีบไสช้างเดินโดยลำลอง” หมายถึง ขี่ช้างเดินไปตามลำพัง ไม่เข้าไปในกระบวน ๙. วรรณคดีที่กล่าวถึง คือ พระสุธน สุวรรณหงส์ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ์ ๑๐. จนพระหน่อสุริยวงศ์ทรงพระนาม คือ พระองค์เจ้าปฐมวงศ์ ๑๑. สามเสน เดิมชื่อ สามแสน เพราะใช้คนมากมายฉุดพระพุทธรูปขึ้นจากน้ำไม่ได้ ๑๒. เขาขาด มีชื่อนี้เพราะ มาจากความเชื่อว่าทศกัณฐ์ลักนางสีดา ขับรถผ่านมา แล้วล้อรถกระทบเขาจนขาด ๑๓. ลักษณะกลอนสุนทรภู่คือ - มีสัมผัสในแพรวพราว ทั้งสัมผัสสระและอักษร ส่วนใหญ่สัมผัสคำที่ ๓, ๔, ๕, ๗ - ใช้คำง่าย ๆ - เปรียบเทียบดี - สอดแทรกคติธรรม - ให้อารมณ์สะเทือนใจ ๑๔. ลักษณะของวรรณคดีประเภทนิราศคือ - ต้องมีการเดินทางจากคนรัก - ต้องมีการพรรณนาถึงสถานที่ระหว่างการเดินทาง - ต้องมีการคร่ำครวญถึงคนรัก ๑๕. ลักษณะของกลอนนิราศ ฉันทลักษณ์เหมือนกลอนแปด ขึ้นต้นด้วยวรรครับ จบด้วยคำว่าเอย

ความคิดเห็นที่ 50

20 มิ.ย. 2548 19:49
  1. ผลการศึกษา ๑. การศึกษาบทกลอนในเรื่องนิราศพระบาท จำแนกสถานที่ในการเดินทางของสุนทรภู่จากวัดระฆังโฆสิตาราม จ.กรุงเทพฯ ถึงวัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี รวม ๔๖ แห่ง ดังนี้ คลองขวาง, บางจาก, สามเสน, บางพลัด, บางซื่อ, บางซ่อน, วัดโบสถ์(ตลาดแก้ว), ตลาดขวัญ, ปากเกร็ด, บางพูด, บางพัง, วัดเทียนถวาย, บางหลวง, สามโคก, วังตำหนัก, ทุ่งขวาง, เกาะใหญ่ราชคราม, บางไทร, สีกุก, เกาะเกิด, บางเกาะอิน (บางปะอิน), เกาะพระ, เกาะเรียน, คลองตะเคียน (ท่าเรือ), วัดธารมาใหม่, คลองสระประทุม, วัดแม่นางปลื้ม, คลองหัวรอ, บ่อโพง, บางระกำ, บ้านคุ้ง (พระนครหลวง), แม่ลา, อรัญญิก, บ้านขวาง (ท่าเรือ), บางโขมด, ตำบลบ่อโศก, หนองคนที, สระยอ, วัดพระพุทธบาท, เขาโพธิ์ลังกา, เขาขาด, ถ้ำประทุนคีรี, ถ้ำกินนร, บ่อพรานล้างเนื้อ, ถ้ำชาละวัน ปรากฏสถานที่ ๔๔ แห่งที่สืบค้นข้อมูลได้ทราบ ประวัติ ที่ตั้ง สภาพปัจจุบันแต่สถานที่สองแห่งไม่สามารถหาข้อมูลได้แน่ชัดดังนี้ - ถ้ำกินนร ถ้ำชาละวัน ที่พระพุทธบาทไม่ปรากฏข้อมูล - ตลาดแก้ว ไม่ปรากฏหลักฐานข้อมูลที่ชัดเจน แต่มีการสันนิษฐานจากชาวบ้านหลายท่าน และจากการสัมภาษณ์อิหม่ามสนั่น มิสกิจมัสยิดรี่ ยาดิ๊สสุนัน (ตลาดแก้ว) กล่าวว่า “ตลาดแก้วตั้งอยู่ริมฝั่งด้านซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา ถนนพิบูลสงคราม ซอยบุรีรังสฤษดิ์ (วัดปากน้ำ) หมู่ ๙ ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี” - บ่อโศก ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นสร่างโศก เพราะชาวบ้านเชื่อว่าชื่อไม่เป็นมงคล ๒. สุนทรภู่กล่าวถึงวัดในขณะเดินทางทั้งหมด 6 แห่งดังนี้ ๒.๑ วัดโบสถ์ ตลาดแก้ว ไม่ปรากฏหลักฐานแต่ชาวบ้านให้ข้อคิดเห็น ทรรศนะดังนี้ “เป็นวัดเก่าใกล้วัดค้างคาว ปัจจุบันสูญหายไปแล้ว” “คำว่าวัดโบสถ์ หมายถึงบริเวณที่กล่าวมีวัดจำนวนมากสุนทรภู่น่าจะพูดโดยรวมว่าเห็นวัดและโบสถ์มากมาย” ๒.๒ วัดเทียนถวาย เป็นวัดเก่าแก่ อายุ ๖๖๑ ปี อยู่ที่ อำเภอบ้านใหม่ จ.ปทุมธานี มีโบสถ์เก่าแก่ที่สร้างโดย พระเจ้าอู่ทอง ปรากฏหลักฐานพระพุทธรูปหลวงพ่อวัดป่าเลไลก์ ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าพระเจ้าอู่ทองเป็นผู้สร้าง ๒.๓ วัดธารมา ปัจจุบันชื่อวัดธรรมาราม สร้างมาไม่น้อยกว่า ๔๑๔ ปี พม่าเคยมาตั้งค่ายที่วัดนี้ และปรากฏบุคลสำคัญที่มีความเกี่ยวข้องกับวัดธารมาคือพระอุบาลีมหาเถระ และพระอริยะมุนี้มหาเถระได้เผยแพร่พระพุทธศาสนาที่ศรีลังกา - วัดธารมาตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา ๒.๔ วัดแม่นางปลื้ม อยู่ที่ตลาดหัวรอ ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๒.๕ วัดพระพุทธบาท อยู่ที่ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี มีอายุ ๓๗๙ ปี มีรอยพระพุทธบาท ประดิษฐานที่วัดนี้ ๒.๖ วัดระฆังโฆสิดาราม ถึงแม้สุนทรภู่ไม่ได้กล่าวถึงในบทกลอนแต่ในประวัติสุนทรภู่มีความผูกพันธ์กับวัดนี้ เนื่องด้วยเป็นวัดที่พระองค์เจ้าปฐมวงศ์ทรงผนวชและจำพรรษา การเดินทางของสุนทรภู่จึงเริ่มจากวัดระฆังโฆสิตาราม เป็นแห่งแรก ๓. สุนทรภู่บันทึกรายละเอียดที่ปรากฏในวัดพระพุทธบาท ได้ชัดเจนละเอียดและถูกต้องซึ่งปัจจุบันมีปรากฏอยู่จริงดังนี้ - ร่มโพธิ์ / พิกุล - ยักษ์ ๒ ตน เฝ้าประตูทางเข้า - บันไดนาค - รูปดาบส - สิงโตต้น ๒ ตัว - ฐานมณฑป - เสามณฑปล้อมด้วยกระจก - รูปบัวหงายปลายเสามณฑป - ใบโพธิ์ (ห้อยรอบมณฑป) - หน้าบ้านเหนือประตูพระมณฑป - บานประตูมุข - มณฑปน้อย - เขาโพธิ์ลังกา - ถ้ำประทุนคีรี - บ่อพรานล้างเนื้อ ๔. ค้นพบคำประพันธ์ที่มีความไพเราะ มีการเล่นคำ เล่นอักษร เล่นสัมผัส ซึ่งเป็นต้นแบบของสุนทรภู่และเป็นกลอนยอดนิยมในปัจจุบันดังนี้ “ถึงบางซื่อซื่อบางนี้สุจริต เหมือนซื่อจิตที่ตรงจำนงสมร มิตรจิตขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง” “เจ้าของตาลรักหวานขึ้นปีนต้น ระวังตนตีนมือระมัดมั่น เหมือนคบคนคำหวานรำคราญครัน ถ้าพลั้งพลันเจ็บอกเหมือนตกตาล” “โอ้กระแสแควเดียวทีเดียวหนอ มาเกิดก่อเกาะถนัดสกัดหน้า ต้องแยกคลองออกเป็นสองทางคงคา นี้ฤาคนจะมิน่าเป็นสองใจ” “อนิจจาธานินทร์สิ้นกษัตริย์ เหงาสงัดเงียบไปดังไพรสนฑ์ แม้กรุงยังพรั่งพร้อมประชาชน จะสับสนแซ่เสียงทั้งเวียงวัง” “ถึงแม่ลาเมื่อเรามาก็ลาแม่ แม่จะแลแลหาไม่เห็นหาย จะถามข่าวเช้าเย็นไม่เว้นวาย แต่เจ้าสายสุดใจมิได้มา”

ความคิดเห็นที่ 49

20 มิ.ย. 2548 19:48
  1. เนื้อเรื่องย่อ สุนทรภู่โดยเสด็จพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ไปนมัสการพระพุทธบาท สระบุรี เมื่อวันขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๓ ปีเถาะ พ.ศ. ๒๓๕๐ สุนทรภู่คร่ำครวญถึงนางจันทร์ว่าต้องจากนางมาทั้งที่นางยังโกรธตนอยู่ สุนทรภู่ออกเดินทางจากวัดระฆังโฆสิตารามโดยทางเรือ ผ่านบางจาก สามเสน บางพลัด บางชื่อ บางซ่อน ตลาดแก้ว ตลาดขวัญ หยุดรับประทานอาหารที่ปากเกร็ด แล้วเดินทางต่อไป ผ่านบางพูด บางพัง บางหลวง สามโคก พักรับประทานอาหารที่วังตำหนัก แล้วเดินทางต่อถึงเกาะใหญ่ราชคราม บางไทร สีกุก เกาะเกิด บางปะอิน เกาะพระ เกาะเรียน ท่าเสือ คลองตะเคียน วัดธรรมาใหม่ ซึ่งกรมพระราชวังหลังทรงศรัทธาให้บูรณปฏิสังขรณ์ มาตามคลองสระประทุม ถึงกรุงศรีอยุธยาซึ่งรกร้าง ตอนเย็นถึงวัดนางปลื้ม หุงหาอาหารรับประทาน และพักค้างคืนที่นี่ ตอนเช้าเดินทางเวลาโมงเช้า เข้าคลองหัวรอ ถึงบ่อโพง ปากจั่น บางระกำ แม่ลา บ้านขวาง ขึ้นบกที่อำเภอท่าเรือ จังหวัดอยุธยา ได้อาบน้ำกัน ตอนค่ำจัดเตรียมช้างสำหรับเดินทางตอนไป และพักผ่อนค้างคืนกัน ตอนเช้ารับประทานอาหารเช้าแล้ว ออกเดินทางด้วยช้าง สุนทรภู่จึงขึ้นช้างตกมันนำทางถึงบางโขมด ตำบลบ่อโศก หนองคนที เขาตก สระยอ ประมาณบ่ายโมงถึงวัดพระพุทธบาท เจ้าอาวาสรับเสด็จในประทับอยู่ในกุฏิ คืนนั้นขึ้น ๑๕ ค่ำ มีเทศน์ปุจฉาวิสัชนา จุดดอกไม้ไฟ สุนทรภู่ต้องนอนริมเนินผา ตอนเช้าไปนมัสการพระพุทธบาท อธิษฐานขอพรแล้ว สุนทรภู่ได้ขึ้นเขาโพธิ์ลังกา ได้พบเจ้าเณรน้อย หรือพระองค์เจ้าวาสุกรี หลังจากนั้นได้ไปเที่ยวเขาขาด ที่เชิงเขามีถ้ำประทุน ถ้ำกินนร บ่อพรานล้างเนื้อ ถ้ำชาลวัน แล้วกลับไปนอนที่พระพุทธบาท วันรุ่งขึ้นไปเที่ยวตลาด และธารเกษม คืนแรมค่ำหนึ่ง เจ้าพระยาพระคลัง (กุน) หาละครนายบุญยังซึ่งเป็นละครมีชื่อเสียงไปเล่นฉลองศาลาที่ท่านสร้าง ณ บริเวณพระพุทธบาท ละครเล่นเรื่อง สุพรรณหงส์ตอนต้องหอกยนต์ ละครเลิกแล้วมีมวยปล้ำ สุนทรภู่อยู่พระพุทธบาทได้ ๔ วัน เดินทางกลับแรม ๓ ค่ำ ไม่มีวันหยุดค้างคืนเดินทางวันครึ่งก็ถึงวัดระฆังโฆสิตาราม

ความคิดเห็นที่ 48

20 มิ.ย. 2548 19:48
  1. อัตชีวประวัติสุนทรภู่ ผู้แต่ง พระสุนทรโวหาร (ภู่) เป็นที่รู้จักโดยทั่วไปในนามว่า “สุนทรภู่” ประวัติ เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๓๒๙ บิดามารดาแยกทางกัน สุนทรภู่อยู่กับมารดาซึ่งเป็นนางนมของพระธิดาในกรมพระราชวังหลัง กรมพระอนุรักษเทเวศร์ สุนทรภู่ได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็กของพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ พระโอรสในกรมพระราชวังหลัง พระองค์เจ้าปฐมวงศ์ประสูติเมื่อ พ.ศ.๒๓๒๕ เป็นพระองค์เจ้าพระองค์แรกที่ประสูติเมื่อประดิษฐานพระบรมราชวงค์จักรี จึงได้พระนามว่าพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ ได้ผนวชอยู่ ณ วัดระฆังโฆสิตารามจนสิ้นพระชนม์ พระองค์เจ้าปฐมวงศ์เสด็จไปนมัสการพระพุทธบาทเมื่อ พ.ศ. ๒๓๕๐ ในรัชกาลที่ ๑ สุนทรภู่ได้โดยแสดงไปด้วยในฐานะมหาดเล็ก มีหน้าที่เป็นพลพายในการเดินทางทางน้ำ เป็นคนคุมเครื่องสัมภาระในกระบวนช้างเมื่อเดินทางทางบก ในการเดินทางครั้งนี้สุนทรภู่ได้แต่ง นิราศพระบาท ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๒ สุนทรภู่ได้เข้ารับราชการในกรมอาลักษณ์ ได้เป็นขุนสุนทรโวหาร ในรัชกาลที่ ๓ สุนทรภู่ออกจากราชกาลและบวชอยู่ระยะหนึ่งในระหว่างนั้นได้เดินทางไปตามที่ต่างๆ และแต่งนิราศไว้หลายเรื่อง ต่อมารัชกาลที่ ๔ สุนทรภู่ได้เป็นเจ้ากรมอาลักษณ์ในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว มีบรรดาศักดิ์เป็นพระสุนทรโวหาร ผลงาน วรรณกรรมมีหลายประเภท ดังนี้ นิราศ นิราศเรื่องแรกคือนิราศเมืองแกลง นิราศเรื่องเอกคือ นิราศภูเขาทอง และมีนิราศที่แต่งเป็นโครงคือ นิราศเมืองสุพรรณ นิทานคำกลอน ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ พระอภัยมณี สุภาษิตคำกลอน มีสุภาษิตสอนหญิง สวัสดิรักษา เพลงยาวถวายโอวาท กลอนเสภา มีกลอนเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผนตอนกำเนิดพลายงามและเสภาพระราชพงศาวดาร กลอนบทละคร เรื่องอภัยนุราช บทเห่กล่อม เช่น เห่เรื่องจับระบำ เห่เรื่องกากี รูปแบบคำประพันธ์ เป็นกลอนนิราศ ขึ้นต้นด้วยวรรครับ คือวรรคที่ ๒ ของกลอน จบเรื่องด้วยคำว่า “เอย”

ความคิดเห็นที่ 47

20 มิ.ย. 2548 19:47
  1. ที่มาและความสำคัญ สุนทรภู่เป็นกวีเอกที่คนไทยควรภาคภูมิใจ เพราะท่านเป็นต้นแบบของการแต่งคำประพันธ์กลอนแปดที่ไพเราะ เล่นคำ เล่นสัมผัส และเปรียบเทียบได้อย่างเห็นภาพ คณะทำงานได้มีโอกาสศึกษาประวัติและผลงานของท่านจากการจัดกิจกรรมวันสุนทรภู่ และจากการเรียนในห้องเรียน โดยเฉพาะงานประพันธ์ประเภทนิราศ คณะผู้จัดทำได้มีโอกาสศึกษานิราศพระบาท จากบทเรียนแล้วทำให้ ทราบว่า นิราศพระบาทเป็นนิราศเรื่องที่ ๒ ของสุนทรภู่ เป็นการเดินทางโดยตามเสด็จพระองค์เจ้า ปฐมวงศ์ ไปนมัสการพระพุทธบาทที่จังหวัดสระบุรี ในนิราศพระบาทมีสถานที่ที่น่าสนใจติดตามประวัติความเป็นมา มีบทประพันธ์ที่อ่านแล้วมีความไพเราะ มีการเปรียบเทียบโดยการเล่นคำ เล่นอักษร เช่น “ถึงวัดเทียนถวายวัดใหม่ข้าม ก็รีบตามเรือพระที่นั่งมากลางหน ทุ่งละลิ่วทิวเมฆเป็นหมอกมน สะพรั่งต้นตาลโตนดอนาถครัน เจ้าของตาลรักหวานขึ้นปีนต้น ระวังตนตีนมือระมัดมั่น เหมือนคบคนคำหวานรำคาญครัน ถ้าพลั้งพลันเจ็บอกเหมือนตกตาล” ถึงแม้สุนทรภู่จะจากไปด้วยร่างกาย และ ชีวิต แต่ผลงานการประพันธ์ของท่านยังคงความเป็นอมตะไม่มีวันตาย โดยเฉพาะสำนวนโวหาร ภาษิต คำคม ที่สอดแทรกคติสอนใจด้วยภาษาสวย นิราศพระบาทเป็นผลงานที่สอดแทรกประวัติชีวิตของท่านขณะที่มีอายุ ๒๑ ปี ซึ่งการศึกษานิราศ พระบาทจะช่วยตอบคำถามช่วงชีวิตวัยรุ่นของท่านในเรื่องอุปนิสัยใจคอ ความรู้สึกและแนวคิด ตลอดจนได้มีโอกาสศึกษาคติ คำสอน ธรรมชาติ และเส้นทางสถานที่ขณะเดินทางและในที่สุดจะได้ทราบแนวคิดทรรศนะความคิดเห็นอย่างหลากหลายจากบุคคลต่าง ๆ ที่มีต่อนิราศพระบาท

ความคิดเห็นที่ 46

20 มิ.ย. 2548 19:46
  1. บทคัดย่อ การศึกษานิราศพระบาทมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาชีวิตของสุนทรภู่ในช่วงอายุประมาณ ๒๑ ปี ขณะที่เสด็จตามพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ไปนมัสการพระพุทธบาท โดยเริ่มเดินทางตั้งแต่ วัดระฆังโฆสิตาราม จังหวัดกรุงเทพมหานคร ถึงพระพุทธบาทจังหวัดสระบุรีถึงความเปลี่ยนแปลง ประวัติความเป็นมา และ สภาพปัจจุบันที่ถูกกล่าวถึง ตลอดจนได้ศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับภาษิต คำคม สำนวนโวหารที่ปรากฏในนิราศพระบาท สุดท้ายต้องการทราบทรรศนะความคิดจากบุคคลต่าง ๆ ที่มีต่อสุนทรภู่และผลงาน โดยมีแนวทางในการศึกษาจากการศึกษาคันคว้า หาข้อมูล รวบรวมข้อมูล ประวัติชีวิต ผลงาน นิราศพระบาทจากหนังสือ สิ่งตีพิมพ์ และ อินเตอร์เน็ต นอกจากนั้นยังศึกษาจากสถานที่จริงที่ปรากฏในนิราศพระบาทโดยการสำรวจ และได้มีการบันทึกเส้นทางการเดินทางจากกรุงเทพ - อยุธยา - สระบุรี ในขณะเดินทางมีการสัมภาษณ์บุคคลทั่วไปเกี่ยวกับสถานที่นั้น ๆ และ ทรรศนะแนวคิดที่มีต่อสุนทรภู่ มารวบรวม วิเคราะห์ อภิปราย สรุปผล และนำเสนอในรูปแบบรายงาน

ความคิดเห็นที่ 45

20 มิ.ย. 2548 19:46
  1. วัตถุประสงค์ ๑.ศึกษาประวัติชีวิตของสุนทรภู่ขณะตามเสด็จพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ไปพระพุทธบาท ๒.ศึกษา แนวคิด ภาษิต คำคม สำนวนโวหารที่ปรากฏในนิราศพระบาท ๓.ศึกษาเส้นทางการเดินทางของสุนทรภู่จาก กรุงเทพฯ-พระพุทธบาท ๔.ค้นคว้าประวัติสถานที่ต่างๆที่แสดงถึงความเปลี่ยนแปลงตามสมัย ๕.ต้องการทราบทรรศนะความคิดเห็นจากบุคคลต่างๆที่มีต่อนิราศพระบาท และ สุนทรภู่ วิธีดำเนินการ ขั้นเตรียมการ ๑. รวบรวมสมาชิกที่มีความสนใจในประวัติและผลงานสุนทรภู่ ๒. ศึกษาค้นคว้ารวบรวมข้อมูลประวัติสุนทรภู่จากหนังสือในห้องสมุด อินเตอร์เน็ต ๓. ศึกษาค้นคว้ารวบรวมข้อมูลนิราศพระบาทจากหนังสือในห้องสมุด อินเตอร์เน็ต ๔. ศึกษาค้นคว้าทำความเข้าใจเนื้อหาที่ปรากฏในนิราศพระบาท ๕. ศึกษาค้นคว้าแผนที่ เส้นทาง การเดินทางจาก กรุงเทพฯ-พระพุทธบาท ๖. ศึกษาค้นคว้าข้อมูลประวัติสถานที่ที่ปรากฏในนิราศพระบาท ขั้นรวบรวมข้อมูล ๑. ทำบันทึกชีวิตของสุนทรภู่ในช่วงสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ๒. นำคำประพันธ์สุนทรภู่แบ่งเป็น ๔ ตอน ตามสถานที่ที่กล่าวถึง ๓. วิเคราะห์คำประพันธ์ และ แปลความเป็นภาษาร้อยแก้ว ๔. ค้นคว้าประวัติ และ ความเป็นมาของสถานที่ และ การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน

ความคิดเห็นที่ 44

20 มิ.ย. 2548 19:45
  1. เกี่ยวกับนิราศ นิราศ คือ บทประพันธ์ที่แต่งขึ้นเพื่อบรรยายถึงสภาพการเดินทาง ด้วยสมัยก่อนการเดินทางค่อนข้าง ลำบากและใช้เวลานาน นักเดินทางจึงแก้ความเหงาเบื่อด้วยการประพันธ์บทกวี พรรณนาถึงการเดินทาง และสภาพภูมิประเทศ โดยมากมักโยงเข้ากับความรัก สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงอธิบายที่มาของนิราศไว้ ดังนี้ "หนังสือจำพวกที่เรียกว่านิราศ เป็นบทกลอนแต่งเวลาไปทางไกล มูลเหตุจะเกิดหนังสือชนิดนี้ขึ้น สันนิษฐานว่า คงเป็นเพราะเวลาเดินทาง ที่มักต้องไปเรือหลายๆ วัน มีเวลาว่างมาก ได้แต่นั่งๆ นอนๆ ไป จนเกิดเบื่อ ก็ต้องคิดหาอะไรทำแก้รำคาญ ผู้สันทัดในทางวรรณคดี จึงแก้รำคาญโดยทางกระบวนคิดแต่ง บทกลอน บทกลอนแต่งในเวลาเดินทางเช่นนั้น ก็เป็นธรรมดาที่จะพรรณนาว่าด้วยสิ่งซึ่งได้พบเห็นในระยะ ทาง แต่มักแต่งประกอบกับครวญคิดถึงคู่รักซึ่งต้องพรากทิ้งไว้ทางบ้านเรือน กระบวนความในหนังสือนิราศ จึงเป็นทำนองอย่างว่านี้ทั้งนั้น ชอบแต่งกันมาแต่ครั้งกรุงรัตนโกสินทร์... นิราศที่แต่งกันในชั้นกรุงรัตนโกสินทร์ แต่งทั้งเป็นโคลงแลเป็นกลอนสุภาพ ดูเหมือนกวีที่แต่งนิราศ ในครั้งรัชกาลที่ ๑ รัชกาลที่ ๒ จะถือคติต่างกันเป็น ๒ พวก พวกหนึ่งถือคติเดิมว่า โคลงฉันท์เป็นของสำคัญ และแต่งยากกว่ากลอน กวีพวกนี้แต่งนิราศเป็นโคลงตามเยี่ยงอย่างศรีปราชญ์ทั้งนั้น กวีอีกพวกหนึ่งชอบ เพลงยาว อย่างเช่นเล่นกันเมื่อปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา กวีพวกนี้แต่งนิราศเป็นกลอนสุภาพทั้งนั้น ถ้าว่าเฉพาะ ที่เป็นกวีคนสำคัญในพวกหลังนี้ คือสุนทรภู่แต่งนิราศเป็นกลอนสุภาพมากเรื่องกว่าใครๆ หมด กลอนของ สุนทรภู่คนชอบอ่านกันแพร่หลาย ก็ถือเอานิราศของสุนทรภู่เป็นแบบอย่างแต่งนิราศกันต่อมา ตั้งแต่รัชกาล ที่ ๓ จนถึงรัชกาลที่ ๕" นิราศของสุนทรภู่ นอกจากจะพรรณนาการเดินทางแล้ว ท่านยังสอดแทรกคติธรรม ข้อเตือนใจต่างๆ และเปรียบเทียบถึงชีวิตของตัวท่านเองเข้าไว้ด้วย ทำให้นักศึกษางานของท่านสืบเสาะประวัติของท่านจาก งานนิพนธ์ของท่านเองได้มาก ท่านสุนทรภู่แต่งนิราศไว้มาก แต่เท่าที่พบในปัจจุบันมี ๘ เรื่อง คือ นิราศเมืองแกลง นิราศพระบาท นิราศภูเขาทอง นิราศวัดเจ้าฟ้า นิราศอิเหนา นิราศสุพรรณ นิราศพระประธม และนิราศเมืองเพชร ส่วน รำพันพิลาป ก็มีเนื้อความรำพึงรำพันทำนองเดียวกับนิราศ เนื้อหาเกี่ยวกับชีวประวัติของท่านสุนทรภู่เป็น ส่วนใหญ่ นอกเหนือจากนี้ ในช่วงเวลาที่ท่านบวชเป็นพระนั้น ท่านได้ธุดงค์ไปทั่ว จึงเชื่อ ว่ายังมีนิราศ เรื่องอื่นของท่านที่ยังมิได้ค้นพบ หรืออาจไม่มีวันค้นพบก็ได้ เพราะต้นฉบับอาจถูกทำลายไปเสียแล้วเมื่อ ครั้งปลวกขึ้นกุฏิของท่านที่วัดเทพธิดาราม นิราศของสุนทรภู่ ๑. นิราศเมืองแกลง ๒. นิราศพระบาท ๓. นิราศภูเขาทอง ๔. นิราศวัดเจ้าฟ้า ๕. นิราศอิเหนา ๖. นิราศสุพรรณ ๗. นิราศพระประธม ๘. นิราศเมืองเพชร ๙. รำพันพิลาป ซึ่งในที่นี้ จะกล่าวถึง นิราศพระบาท เท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 43

20 มิ.ย. 2548 19:44
  1. หวัดดีจ้า.......วันนี้เข้ามาเพราะเพื่อนห้องเดียวกันมันเข้ามาหาเหมือนกันแล้วมันก้อก๊อปของเราไปเลย มันก็เลยมาบอกว่าขอพวกวัตถุประสงค์ คำนำ อะไรพวกเนี้ยะ...............แหมกะจะไม่ทำอะไรเลยนะ แต่ไม่เป็นไร ก่อนเราจะทำได้เราก็เลือดตาแทบกระเด็น ก๊อปแล้วไปอ่านดูด้วย ว่าพิมพ์ผิดตรงไหนรึป่าว แต่ไม่น่าจะผิดนะ เพราะส่งอาจารย์ไปแล้ว อิอิ ก้สงสารอ่ะนะ เห็นหามาตั้งแต่ปี 47 แล้วอ่ะ บางเว็บปี 44 ก็ยังไม่มีใครโพส -_-" ยังงัยเราก้ถือว่าทำบุญทำทานให้เพื่อน ม.4 รุ่นเดียวกัน และรุ่นต่อ ๆ ไปนะจ้ะ อิอิอิ ปล.คห.ที่ 26 น่ะ เราไม่เล่นแรคนะขอบใจที่ให้ เด๋วเอาไปให้เพื่อน เอ้อ............ส่วนอันอื่น ๆ ที่ให้แปลบทความเรื่องอืนน่ะ ขอโทดด้วย เราคงไม่มีเวลาพอ เพราะงานเยอะมากกกกกกกกกกกก

ความคิดเห็นที่ 42

20 มิ.ย. 2548 19:03
  1. โทดทีนะอีเมลล์มันเต็ม ขอบคุณมักๆ มีงานส่งแล้วโล่ง แปลรามเกียรติ์ ตอน หนุมานเผากรุงลงกา ให้ผมทีดิ หาอยู่ส่งมาทางเมลล์ได้ยิ่งดีงับ อ้อผมชื่อ เอิร์ธ อยู่ อัสัมชัญ กรุงเทพ (ถ้างงก็.... อัสสัมชัญ บางรักงะ) ไปละบายงับ

ความคิดเห็นที่ 41

20 มิ.ย. 2548 18:05
  1. ขอบคุนมั่กเลย เปงพระคุณอย่างสูง กว่าจะแปลได้แทบตาย ขอบคุณฮับ

ความคิดเห็นที่ 39

19 มิ.ย. 2548 17:51
  1. ช่วยถอดความบทนี้ให้หน่อยค่ะ นกยางเลียบเหยียบปลานขาหยิก เอาปากจิกบินฮือขึ้นเวหา กระทุงน้อยลอยทวนนาวามา โอ้ปักษาเอ๋ยจะลอยถึงไหนไป หน้าวังหรือจะสั่งด้วยนะนก ให้แนบอกของพี่รู้ว่าโหยไห้ มิทันสั่งสกุณินก็บินไป ลงจับใกล้นกตะกรุมริมวุ้มวน ศีรษะเตียนเลี่ยนโล่งหัวล้านเลื่อม เหนียงกระเพื่อมร้องแรงแสยงขน โอ้หัวนกนี่ก็ล้านประจานคน เมื่อยามยลพี่ยิ่งแสนระกำทรวงฯ

ความคิดเห็นที่ 38

19 มิ.ย. 2548 17:07
  1. อยากรุ้สำนวน คำคม สุภาษิต คำพังเพยในเรื่ง นิราศพระบาท

ความคิดเห็นที่ 37

19 มิ.ย. 2548 14:45
  1. ขอบคุณมากๆๆๆๆ ถ้าไม่ได้นายเราแย่แน่เลย ขอบคุณน่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 34

18 มิ.ย. 2548 14:00
  1. Thanks

ความคิดเห็นที่ 33

18 มิ.ย. 2548 12:31
  1. ขอบคุณมากนะ นั่งแปลตั้งนานยังไม่เสร็จเลย

ความคิดเห็นที่ 32

17 มิ.ย. 2548 22:21
  1. ขอบคุณมากเลยครับไม่รุจะตอบแทนยังไงดี บอกไรให้ช่วยบอกได้เลยนะช่วยเต็มที่ จากเด็กสวนกุหลาบตาดำๆ

ความคิดเห็นที่ 31

17 มิ.ย. 2548 19:44
  1. อ่อ....อย่าลืมแอดเมลมาคุยกันน๊า.... ถ้าผมออนไม่บ่อยอย่าว่ากันนะ ห้อง 1 งานเป็นล้านเลย ยังไงก็จะพยายามมาออนครับแล้วถ้ามีงานภาษาไทยอีก ก็ให้ทุกคนลองเข้ามาให้เว็ปนี้ดูนะ เผื่อได้งานเหมือนผมจะได้ ช่วยๆกันครับ By. Inthependent

ความคิดเห็นที่ 30

17 มิ.ย. 2548 19:27
  1. ดีจังเลย ฟ้า แปลให้ทุกคนครบหมดเลย เรากะว่าจะลงต่อให้จบ แต่ว่าเห้นแบบนี้ก็ดีใจแล้วที่คนอื่นๆไม่ต้องเดือดร้อนหากันจนเครียด ขอบคุณฟ้ามากๆ ส่วนเราก็เสร็จแล้ว

ความคิดเห็นที่ 29

17 มิ.ย. 2548 19:21
  1. ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 28

16 มิ.ย. 2548 16:57
  1. ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆคร้าบ

ความคิดเห็นที่ 27

15 มิ.ย. 2548 14:18
  1. หวัดดีจะฟ้าขอบคุณมากนะสำหรับบทร้อยแก้วของสุนทรภู่ ขอให้ฟ้าหน้ารักที่สุดในดลก

ความคิดเห็นที่ 26

15 มิ.ย. 2548 14:08
  1. ขอบใจมากๆนะเราทำงานได้รวดเร็วมากๆเลย เอิ้กๆ ให้ของรางวัลป็นไอดีragnarok id warlock9 pass 012442607 ฮันเตอร์เลเวล65และอีกหลายตัว เติมบัตรเองนะ

ความคิดเห็นที่ 25

14 มิ.ย. 2548 22:26
  1. ขอบคุณนะ

ความคิดเห็นที่ 24

14 มิ.ย. 2548 21:13
  1. ขอบคุณอีกรอบก๊าบ เล่นเอ็มด้วยนะ @มาคุยกันก้อได้ เผื่อจะได้ช่วยหางานกันอีก ขอบคุงก๊ะ

ความคิดเห็นที่ 23

14 มิ.ย. 2548 21:10
  1. ขอบคุณนะ เราหากันตาหลุนหมดแร้ว ดีนะ ที่มาเจอที่นี่ ขอบคุณเพื่อนๆนะค๊า

ความคิดเห็นที่ 22

14 มิ.ย. 2548 15:54
  1. เราก็อยู่ม.4เหมือนกัน สุดยอดมากๆๆ ขอบคุณมากเลยด้วย กำลังหาอยู่พอดีเลย

ความคิดเห็นที่ 21

13 มิ.ย. 2548 17:54
  1. ขอบคุณมากนะ ขอบคุณจิงๆๆ เอ็มเราหาดูอยู่เหมือนกันเดียวกะไม่ได้เธอก็คงแย่นะเราพยายมแปลแม่แน่ใจว่าจะถูกเปล่าแต่ขอบคุณมากๆนะว่างๆเดียวจะเข้าไปคุยนะ ฟ้าเราขอบคุณนะจ๊ะ เราเรียนอยู่ราชวินิตบางแก้วนะว่างๆก็เอดมาได้นะ ขอบใจจ๊ะ กิ๊ฟ( )

ความคิดเห็นที่ 20

12 มิ.ย. 2548 18:39
  1. อ่ะ เอาไปเลยจ้า เพื่อนๆๆๆ + + + + นิราศพระบาท ผู้ประพันธ์ สุนทรภู่ พระองค์เจ้าปฐมวงศ์ พระโอรสในกรมพระราชวังหลัง ซึ่งทรงผนวชอยู่ ณ วัดระฆังโฆสิตาราม ได้เสด็จฯ ไปทรงเวียนเทียนวันมาฆบูชาที่พระบาท เมื่อเดือน ๓ ปีพ.ศ.๒๓๕๐ สุนทรภู่ซึ่งเป็นมหาดเล็กในพระองค์ก็ต้องตามเสด็จไปในครั้งนี้ ทั้งๆ ที่ยังมีเรื่องมีราวกับแม่จัน ไม่ทันได้คืนดี รอยพระพุทธบาท ณ เชิงเขาสุวรรณบรรพต แขวงเมืองสระบุรี คือปูชีนียสถานอันสำคัญยิ่ง นับแต่พรานบุญได้ค้นพบรอยพระพุทธบาทแห่งนี้เมื่อปี พ.ศ.๒๑๖๗ ในรัชสมัยพระเจ้าทรงธรรมแห่งกรุงศรีอยุธยาแล้ว พระมหากษัตริย์และเจ้านายพระองค์ต่างๆ ตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาชั้นหลัง ลงมาถึงรัตนโกสินทร์ ได้เสด็จไปทรงนมัสการพระพุทธบาทแห่งนี้มาโดยตลอด ครั้งปู่ย่าตาทวดถือกันว่า ใครได้ไปไหว้พระบาทครบ ๗ ครั้ง ตายแล้วจะได้ขึ้นสวรรค์ ที่ถือกันอย่างนี้เพราะสมัยก่อนการเดินทางลำบากยากเย็นเต็มที การเดินทางครั้งนี้แม้จะลำบากเพียงใดก็ดี แต่ก็สนุกสนานยิ่งนัก คราวนี้สุนทรภู่ไปกับขบวนหลวง มีทั้งมหาดเล็กและนางใน ทั้งสาวทั้งแก่ไปกันมาก ต้องเดินทางทั้งทางน้ำและทางบก กว่าจะไปถึงรอยพระพุทธบาทได้ใช้เวลาไปถึง ๓ วัน ถ้าเป็นยุคปัจจุบัน เราขับรถเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ไปถึงกันเสียแล้ว... เรามาเดินทางสู่พระพุทธบาทสระบุรี ไปพร้อมกับท่านสุนทรภู่ในบัดนี้เถิด ๏โอ้อาลัยใจหายไม่วายห่วง ดังศรสักปักซ้ำระกำทรวง เสียดายดวงจันทราพะงางาม เจ้าคุมแค้นแสนโกรธพิโรธพี่ แต่เดือนยี่จนย่างเข้าเดือนสาม จะหน่อพระสุริย์วงศ์ทรงพระนาม จากอารามแรมร้างทางกันดาร ด้วยเรียมรองมุลิกาเป็นข้าบาท จำนิราศร้างนุชสุดสงสาร ตามเสด็จโดยแดนแสนกันดาร นมัสการรอยบาทพระศาสดา ถอดคำประพันธ์ จากบทร้อยกรองนี้ทำให้ได้รับความรู้ว่า สุนทรภู่ต้องจากนางจันผู้เป็นที่รักเพื่อที่จะต้องไปนมัสการรอยพระพุทธบาท โดยที่นางนั้นยังโกรธสุนทรภู่อยู่สุนทรภู่ โดยตามเสด็จพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ เมื่อปีพุทธศักราช 2351 ตรงกับเวลา 12 ค่ำ เดือนยี่ เวลาเช้าตรู่ ออกเดินทางจากวัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ทรงผนวชอยู่ที่วารามแห่งนี้ และสุนทรภู่เป็นมหาดเล็กในขณะนั้น จนถึงเดือนสาม ๏ วันจะจรจากน้องสิบสองค่ำ พอจวนย่ำรุ่งเร่งออกจากท่า รำลึกถึงดวงจันทร์ครรไลลา พี่ตั้งตาแลแต่ตามแพราย ที่ประเทศเขตเคยได้เห็นเจ้า ก็แลเปล่าเปลี่ยวไปน่าใจหาย แสนสลดให้ระทดระทวยกาย ไม่เหือดหายห่วงหวงเป็นห่วงครัน ถอดคำประพันธ์ จากแม่จันทร์เมื่อวันสิบสองค่ำ ตอนรุ่งเช้ารู้สึกใจหาย เศร้าใจ ทั้งหวงทั้งห่วง ๏ ถึงคลองขวางบางจากยิ่งตรมจิต ใครช่างคิดชื่อบางไว้กางกั้น ว่าชื่อจากแล้วไม่รักรู้จักกัน พิเคราะห์ครันหรือมาพ้องกับคลองบาง ทั้งจากที่จากคลองเป็นสองข้อ ยังจากกอนั้นก็ขึ้นในคลองขวาง โอ้ว่าจากช่างมารวบประจวบทาง ทั้งจากบางจากไปใจระบม แสนวิบากหลากใจอาลัยเหลียว เห็นเวียงวังก็ยิ่งเสียวถึงเคยสม ประสานสองหัตถ์ประนังตั้งประนม น้อมบังคมเทวารักษาวัง ขอฝากน้องสองชนกช่วยปกเกศ อย่ามีเหตุอันตรายเมื่อภายหลัง ใครปองชิงขอให้ตายด้วยรายชัง เทพทั้งชั้นฟ้าได้ปรานี ถอดคำประพันธ์ ถึงคลองขวาง บางจาก คิดถึงอุปสรรคที่มาขัดขวาง และการจากคนรักมา ขออธิษฐานให้เทพที่รักษาวังช่วยปกป้องคนรักและพ่อ ใครคิดร้ายขอให้ตาย ๏ ถึงสามเสนแจ้งความตามสำเหนียก เมื่อแรกเรียกสามแสนทั้งกรุงศรี ประชุมฉุดพุทธรูปในวารี ไม่เคลื่อนที่ชลธารบาดาลดิน จึงสาปนามสามแสนเป็นชื่อคุ้ง เออชาวกรุงกลับเรียกสามเสนสิ้น นี่หรือรักจะมิน่าเป็นราคิน แต่ชื่อดินเจียวยังกลายเป็นหลายคำ ขอใจนุชที่ฉันสุจริตรัก ให้แน่นหนักเหมือนพุทธรูปเลขาขำ ถึงแสนคนจะมาวอนชะอ้อนนำ สักแสนคำอย่าให้เคลื่อนจงเหมือนใจ ถอดคำประพันธ์ ถึงสามเสน เมื่อก่อนเรียกสามแสน เพราะมีการฉุดพระพุทธรูปขึ้นจากน้ำ ใช้คนมากมาย พระพุทธรูปก็ไม่เคลื่อนที่ จึงเรียกที่นี้ว่า สามแสน แต่ชาวกรุงเรียกเป็น สามเสน นับประสาอะไรกับความรัก ก็คงต้องมัวหมอง เช่นเดียวกับชื่อของสามแสนที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป ขอให้ใจของแม่จันทร์แน่นหนักเหมือนพระพุทธรูป แม้ชายแสนคน มาอ้อนด้วยคำหวานแสนคำ ก็อย่าได้หวั่น ๏ ถึงบางพลัดยิ่งอนัตอนาถจิต นิ่งพินิจนึกน่าน้ำตาไหล พี่พลัดนางร้างรักมาแรมไกล ประเดี๋ยวใจพบบางริมทางจร ถึงบางซื่อชื่อบางนี้สุจริต เหมือนซื่อจิตที่พี่ตรงจำนงสมร มิตรจิตขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง ถึงบางซ่อนเหมือนเขาซ่อนสมรพี่ ซ่อนไว้นี่ดอกกระมังเห็นกว้างขวาง เจ้าเยี่ยมหน้าออกมาหกพี่หน่อยนาง จะลาร้างแรมไกลเจ้าไปแล้วฯ ถอดคำประพันธ์ ถึงบางพลัด รู้สึกอนาถใจที่ต้องพลัดพลาดจากคนรักมา ถึงบางซื่อ ชื่อบางเหมือนกับความสัตย์ของพี่ ขอให้น้องซื่อตรงกับพี่เหมือนชื่อบาง ถึงบางซ่อน เหมือนมีคนมาซ่อนน้อง หรือจะซ่อนน้องไว้ที่นี่ ได้โปรดเยี่ยมหน้าออกมาให้พี่เห็นสักหน่อย ๏ ถึงน้ำวนชลสายที่ท้ายย่าน เขาเรียกบ้านวัดโบสถ์ตลาดแก้ว จะเหลียวกลับลับวังมาลิบแล้ว พี่ลับแก้วลับบ้านมาย่านบาง พฤกษาสวนล้วนได้ฤดูดอก ตระหง่านงอกริมกระแสแลสล้าง กล้วยระกำอัมพาพฤกษาปราง ต้องน้ำค้างช่อชุ่มเป็นพุ่มพวง เห็นจันทน์สุกลูกเหลืองตลบกลิ่น แมงภู่บินร่อนร้องประคองหวง พฤกษาพ้องต้องนามกานดาดวง พี่ยลพวงผลจันทน์ให้หวั่นใจ แมงภู่เชยเหมือนพี่เคยประคองชิด นิ่งพินิจนึกน่าน้ำตาไหล เห็นรักร่วงผลิผลัดสลัดใบ เหมือนรักใจขวัญเมืองที่เคืองเรา พี่เวียนเตือนเหมือนอย่างน้ำค้างย้อย ให้แช่มช้อยชื่อช่อเช่นกอเก่า โอ้รักต้นหรือมาต้องกับสองเรา จึงใจเจ้าโกรธไปไม่ได้นาน ถอดคำประพันธ์ ถึงบ้านวัดโบสถ์ตลาดแก้ว มีน้ำวน มีต้นไม้มากมาย เห็นแมลงภู่ตอมลูกจันทร์ เหมือนพี่ที่เคล้าเคลียน้อง ๏ ถึงแขวงแควแพตลอดตลาดขวัญ เป็นเมืองจันตประเทศรโหฐาน ตลิ่งเบื้องบูรพาศาลาลาน เรือขนานจอดโจษกันจอแจ พินิจนางแม่ค้าก็น่าชม ท้าคารมเร็วเร่งอยู่เซ็งแซ่ ใส่เสื้อตึงรึงรัดดูอัดแอ พี่แลแลเครื่องเล่นเป็นเสียดาย ชมคณาฝูงนางมากลางชล สุริยนเยี่ยมฟ้าเวลาสาย ถึงปากเกร็ดเสร็จพักผ่อนฝีพาย หยุดสบายบริโภคอาหารพลัน แรงกำเริบเอิบอิ่มขยายออก เขาก็บอกโยนยาวฉาวสนั่น ถึงหาดขวางบางพูดเขาพูดกัน พี่คิดฝันใจฉงนอยู่คนเดียว เป็นพูดชื่อหรือผีภูตปีศาจหลอก ใคร่ช่วยบอกภูตผีมานี่ประเดี๋ยว จะสั่งฝากขนิษฐาสุดาเดียว ใครเกินเกี้ยวแล้วอย่าไว้กำไรเลย ถอดคำประพันธ์ ถึงตลาดขวัญ เป็นเมืองรอบนอก มีเรือแพมากมาย แม่ค้าหน้าตาดี ส่งเสียงเซ้งแซ่ ถึงปากเกร็ด แวะกินข้าว พอให้ท้องอิ่ม ถึงบางพูด คนอื่นพูดคุยกัน แต่ตัวพี่นั่งนิ่งนึกถึงคนรัก ใครช่วยบอกให้ภูตผีมาหา จะได้ฝากดูแลนางจันน้องรัก อย่าให้ใครมายุ่งเกี่ยว ๏ ถึงบางพังน้ำพังลงตลิ่ง โอ้ช่างจริงเหมือนเขาว่านิจจาเอ๋ย พี่จรจากดวงใจมาไกลเชย โอ้อกเอ๋ยแทบพังเหมือนฝั่งชล ถึงวังวัดเทียนถวายบ้านใหม่ข้าม ก็รีบตามเรือที่นั่งมากลางหน ทุ่งละลิ่วทิวเมฆเป็นหมอกมน สะพรั่งต้นตาลโตนดอนาถครัน เจ้าของตาลรักหวานขึ้นปีนต้น ระวังตนตีนมือระมัดมั่น เหมือนคบคนคำหวานรำคาญครัน ถ้าพลั้งพลันเจ็บอกเหมือนตกตาล เห็นเทพีมีหนามลงราน้ำ เปรียบเหมือนคำคนพูดไม่อ่อนหวาน เห็นกิ่งกีดมีดพร้าเข้าราราน ถึงหนามกรานก็ไม่เหน็บเหมือนเจ็บทรวง ถอดคำประพันธ์ ถึงบางพัง ตลิ่งน้ำพัก เหมือนพี่ที่ต้องจากน้องมา อกแทบพังเหมือนฝั่งน้ำ ถึงวัดเทียนถวาย บ้านใหม่ มีต้นตาลมาก เจ้าของตาลอยากได้ลูกตาล จึงปีนต้นตาล เหมือนคนที่ตบกับคนปากหวาน อาจเจ็บใจเหมือนคนตกต้นตาล เห็นเถาต้นเทพี มีหนาม นึกถึงตอนถูกหนามตำก็ไม่เจ็บเหมือนถูกเหน็บแนมเชือดเชือนด้วยคำพูด ๏ ถึงบางหลวงทรวงร้อนดังศรปัก พี่ร้างรักมาด้วยราชการหลวง เมื่อคิดไปใจหายเสียดายดวง จนเรือล่วงมาถึงย่านบ้านกระแซง พี่เร่งเตือนเพื่อนชายพายกระโชก ถึงสามโคกต้องแดดยิ่งแผดแสง ให้รุ่มร้อนอ่อนจิตระอิดแรง เห็นมอญแต่งตัวเดินมาตามทาง ตาโถงถุงนุ่งอ้อมลงกรอมส้น เป็นแยบยลเมื่อยกขยับอย่าง เห็นขาขาววาวแวบอยู่หว่างกลาง ใครยลนางก็เป็นน่าจะปรานี ดูเหย้าเรือนหาเหมือนอย่างไทยไม่ หลังคาใหญ่พื้นเล็กเป็นโรงผี ระยะบ้านย่านนั้นก็ยาวรี จำเพาะมีฝั่งซ้ายเมื่อพายไป ถอดคำประพันธ์ ถึงบางหลวง ใจเร่าร้อนดั่งศรปัก ถึงบ้านกระแซง เร่งฝีพายมาจนถึงสามโคก แดดร้อนเห็นชาวมอญนุ่งโสร่งเดินเห็นขาขาวๆ ใครมองเห็นก็คงนึกชอบ บ้านเรือนไม่เหมือนบ้านคนไทย หลังคาใหญ่ พื้นเล็กเหมือนโลงศพ ทรงบ้านยาวรี ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ฝั่งซ้าย ๏ ถึงวังตำหนักพักพลพอเสวย แล้วก็เลยตามแควกระแสไหล ทั้งน้ำลงน่าสลดระทดใจ โอ้น้ำไหลเจียวยังมีเวลาลง แต่โศกพี่หรือไม่มีเวลาว่าง ระยะทางก็ยังไกลถึงไพรระหง ขึ้นจากน้ำแล้วจะซ้ำเข้าเดินดง เมื่อไรลงนั่นแลกายจะวายตรอม เห็นลมอื้อจะใคร่สื่อสาราสั่ง ถึงร้อยชั่งคู่เชยเคยถนอม ให้นิ่มน้องครองศักดิ์อย่าปลักปลอม เรียมนี้ตรอมใจถึงคะนึงนาง ถอดคำประพันธ์ ถึงวังตำหนัก พักพล เจ้านายเสวยเสร็จ ก็ไปต่อ น้ำไหลยังมีเวลาลง แต่ใจพี่โศกไม่มีเวลาว่าง ต้องเดินทางอีกไกล ขึ้นจากน้ำก็ต้องเดินป่า เห็นลมพัดอยากจะฝากสารถึงน้องรักให้รักษาเนื้อรักษาตัวรอคอยพี่ พี่ตรอมใจคิดถึงน้อง ๏ ถึงทุ่งขวางกลางยานบ้านกระบือ ที่ลมอื้อนั่นค่อยเหือดด้วยคุ้งขวาง ถึงย่านหนึ่งน้ำเซาะเป็นเกาะกลาง ต้องแยกทางสองแควกระแสชล ปางบุรำคำบุราณขนานนาม ราชครามเกาะใหญ่เป็นไพรสณฑ์ ในแถวทางกลางย่านกันดารคน นาวาดลเดินเบื้องบูรพา โอ้กระแสแควเดียวทีเดียวหนอ มาเกิดก่อเกาะถนัดสกัดหน้า ต้องแยกคลองออกเป็นสองทางคงคา นี่หรือคนจะมิน่าเป็นสองใจ ครั้นพอสิ้นถิ่นเกาะค่อยเลาะเลียบ นาวาเพียบน้ำลงกำลังไหล โอ้อนาถเหนื่อยน่าระอาใจ ถึงบางไทรด่านดักนาวาเดิน เขาบอกชื่อสีกุกตรงด่านข้าม เป็นสามง่ามน้ำนองในคลองเขิน ปักษาโบกปีกบินลงดินเดิน มัจฉาเพลินผุดพล่านในคงคา นกยางเลียบเหยียบปลานขาหยิก เอาปากจิกบินฮือขึ้นเวหา กระทุงน้อยลอยทวนนาวามา โอ้ปักษาเอ๋ยจะลอยถึงไหนไป หน้าวังหรือจะสั่งด้วยนะนก ให้แนบอกของพี่รู้ว่าโหยไห้ มิทันสั่งสกุณินก็บินไป ลงจับใกล้นกตะกรุมริมวุ้มวน ศีรษะเตียนเลี่ยนโล่งหัวล้านเลื่อม เหนียงกระเพื่อมร้องแรงแสยงขน โอ้หัวนกนี่ก็ล้านประจานคน เมื่อยามยลพี่ยิ่งแสนระกำทรวง ถอดคำประพันธ์ ถึงทุ่งขวาง บ้านกระบือ เกาะราชคราม กระแสน้ำยังแยกเป็นสองทาง ใจคนก็แยกเป็นสองใจได้เช่นกัน ถึงบางไทร มีสายน้ำแยกเป็นสามง่าม เรียกว่า สีกุก มีนกบิน ปลาผุดว่ายมากมาย ๏ ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางน้ำ เหมือนเกิดกรรมเกิดราชการหลวง จึงเกิดโศกขัดขวางขึ้นกลางทรวง จะตักตวงไว้ก็เติบกว่าเกาะดิน รำพึงพายตามสายกระแสเชี่ยว ยิ่งแสนเปลี่ยวเปล่าในฤทัยถวิล สักครู่หนึ่งก็มาถึงบางเกาะอิน กระแสสินธุ์สายชลเป็นวนวัง อันเท็จจริงสิ่งนี้ไม่รู้แน่ ได้ยินแต่ยุบลแต่หนหลัง ว่าที่เกาะบางอออินเป็นถิ่นวัง กษัตริย์ครั้งครองศรีอยุธยา พาสนมออกมาชมคณานก ก็เรื้อรกรั้งร้างเป็นทางป่า อันคำแจ้งกับเราแกล้งสังเกตตา ก็เห็นน่าที่จะแน่กระแสความ แต่เดี๋ยวนี้มีไม้ก็ตายโกร๋น ทั้งเกิดโจรจระเข้ให้คนขาม โอ้ฉะนี้แก้วพี่เจ้ามาตาม จะวอนถามย่านน้ำพี่ร่ำไป ถอดคำประพันธ์ ถึงเกาะเกิด เหมือนเกิดกรรมที่ต้องมาราชการ จึงเกิดความโศกมากมายกว่าเกาะดิน ถึงเกาะบางอออิน มีน้ำวน เล่ากันว่าเป็นวังเก่าสมัยอยุธยา กษัตริย์พาสนมออกมาชมนก แต่ปัจจุบันต้นไม้ตายโกร๋น มีทั้งโจร จระเข้ คนจึงกลัวกันมาก ๏ ถึงเกาะพระที่ระยะสำเภาล่ม เภตราจมอยู่ในแควกระแสไหล ถึงเกาะเรียนโอ้เรียมยิ่งเกรียมใจ ที่เพื่อนไปเขาก็โจษกันกลางเรือ ว่าคุ้งหน้าท่าเสือข้ามกระแส พี่แลแลหาเสือไม่เห็นเสือ ถ้ามีจริงก็จะวิ่งลงจากเรือ อุทิศเนื้อให้เป็นภักษ์พยัคฆา ไม่เคยตายเขาบ่ายนาวาล่อง เข้าในคลองตะเคียนให้โหยหา ระยะย่านบ้านช่องในคลองมา ล้วนภาษาพวกแขกตะนีอึง ดูหน้าตาก็ไม่น่าจะชมชื่น พี่แข็งขืนอารมณ์ทำก้มขึง ที่เพื่อนเราร้องหยอกมันออกอึง จนเรือถึงปากช่องคลองตะเคียน ถอดคำประพันธ์ ถึงเกาะพระ มีสำเภาล่มจมอยู่ ถึงเกาะเรียน เรียมรู้สึกร้อนใจ ถึงท่าเสือ แต่พี่มองไม่เห็นเสือ ถ้ามีจริงจะวิ่งออกจากเรืออุทิศเนื้อให้เป็นอาหารของเสือ เข้าคลองตะเคียน เป็นถิ่นของพวกแขกตะนี หน้าตาไม่น่ามอง ถึงปากช่องคลองตะเคียน เห็นวัดวาอารามมากมาย เจดีย์ ศาลาการเปรียญ โบสถ์ กุฏิชำรุดพัง ๏ เห็นวัดวาอารามตามตลิ่ง ออกแจ้งจริงเหลือจะจำในคำเขียน พระเจดีย์ดูกลาดดาษเดียร การเปรียญโบสถ์กุฏิ์ชำรุดพัง ถึงวัดธารมาใหม่ใจระย่อ ของพระหน่อสุริย์วงศ์พระวังหลัง อุตส่าห์ทรงศรัทธามาประทัง อารามรั้งหรือมางามอร่ามทอง สังเวชวัดธารมาที่อาศัย ถึงสร้างใหม่ชื่อยังธาระมาหมอง เหมือนทุกข์พี่ถึงจะมีจินดาครอง มงกุฎทองสร้อยสะอิ้งมาใส่กาย อันตัวงามยามนี้ก็ตรอมอก แสนวิตกมาตามแควกระแสสาย ถึงคลองสระปทุมานาวาราย น่าใจหายเห็นศรีอยุธยา ทั้งวังหลวงวังหลังก็รั้งรก เห็นนกหกซ้อแซ้บนพฤกษา ดูปราสาทราชวังเป็นรังกา ดังป่าช้าพงชัฏสงัดคน ถอดคำประพันธ์ ถึงวัดธารมาใหม่ ชื่อวัดเหมือนความทรมานความทุกข์ของพี่ แม้มีเครื่องประดับ แต่งตัวจนงาม แต่ใจก็ยังตรอมตรม ถึงคลองสระประทุม เห็นราชวังเก่าร้างรก ดังรังกา เงียบดังป่าช้า ๏ อนิจจาธานินสิ้นกษัตริย์ เหงาสงัดเงียบไปดังไพรสณฑ์ แม้กรุงยังพรั่งพร้อมประชาชน จะสับสนแซ่เสียงทั้งเวียงวัง มโหรีปี่กลองจะก้องกึก จะโครมครึกเซ็งแซ่ด้วยแตรสังข์ ดูพาราน่าคิดอนิจจัง ยังได้ฟังแต่เสียงสกุณา ทั้งสองฝั่งแฝกแขมแอร่มรก ชะตาตกสูญสิ้นพระชันษา แต่ปู่ย่ายายเราท่านเล่ามา เมื่อแรกศรีอยุธยายังเจริญ กษัตริย์สืบสุริย์วงศ์ดำรงโลก ระงับโศกสุขสุดจะสรรเสริญ เราเห็นยับยังแต่รอยก็พลอยเพลิน เสียดายเกิดมาเมื่อเกินน่าน้อยใจ กำแพงรอบขอบคูก็ดูลึก ไม่น่าศึกอ้ายพม่าจะมาได้ ยังให้มันข้ามเข้าเอาเวียงชัย โอ้อย่างไรเหมือนบุรีไม่มีชาย หรือธานินสิ้นเกณฑ์จึงเกิดยุค ไพรีรุกรบได้ดังใจหมาย เหมือนทุกวันแล้วไม่คัณนาตาย ให้ใจหายหวั่นหวั่นถึงจันทร์ดวง ๏ พี่ดูใจค่ายนอกออกหนักแน่น ดังเขตแคว้นคูขอบนครหลวง ไม่เห็นจริงใจนางในกลางทรวง ชายทะลวงเข้ามาบ้างจะอย่างไร ขอเทเวศร์เขตสวรรค์ชั้นดุสิต ดลใจมิตรอย่าให้เหมือนกับกรุงใหญ่ ให้เหมือนกรุงเราทุกวันไม่พรั่นใคร นั่นแลใจเห็นจะครองกับน้องนาน ถอดคำประพันธ์ เมืองที่สิ้นกษัตริย์เงียบดังป่า เมื่อครั้งที่กรุงเต็มไปด้วยผู้คน คงมีเสียงเซ็งแซ่ทั้งเมือง เสียงมโหรี แตร สังข์ แต่ครั้งนี้มีแต่เสียงนก ทั้งสองฝั่งเต็มไปด้วยต้นแฝกและแขม ปู่ยาตายายเล่าถึงเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเจริญ กษัตริย์ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองดับทุกข์โศกของประชาชน น่าสรรเสริญยิ่ง เสียดายที่เราเกิดมาไม่ทันเห็น มีกำแพงเมือง คูเมืองก็ลึก ข้าศึกไม่น่าเข้ามายึดได้ เหมือนกับไม่มีผู้ชาย คงเป็นเพราะเมืองสิ้นชะตา จึงทำให้ข้าศึกยึดได้ ทุกวันนี้พี่ไม่กลัวตาย คิดถึงแต่แม่จัน ขอให้เทวดาในสรวงสรรค์ชั้นดุสิต ดลใจให้น้องอย่าเป็นเหมือนกรุงเก่า ขอให้เป็นเหมือนกรุงของเราที่ไม่พรั่นใคร จะได้อยู่เคียงคู่กับพี่ตลอดไป ๏ สุริยนเย็นสนธยาย่ำ ประทับลำเรือเรียงเคียงขนาน เขาเรียกวัดแม่นางปลื้มลืมรำคาญ ใครขนานชื่อหนอได้ต่อมา ช่างแปลงโศกให้เราปลื้มพอลืมรัก จะรู้จักคุณจริงไม่แกล้งว่า พลพายนายไพร่บรรดามา หุงข้าวหาฟืนใส่ก่อไฟฮือ พี่ตันอกตกยากจากสถาน เห็นอาหารหวนทอดใจใหญ่หือ ค่อยขืนเคี้ยวข้าวคำสักกำมือ พอกลืนครือคอแค้นดังขวากคม จะเจือน้ำซ้ำแสบในทรวงเสียว มีเค็มเปรี้ยวกล้ำกลืนก็ขื่นขม กินประทับแต่พอรับกับโรคลม ครั้นค่ำพรมน้ำค้างอยู่พร่างพราย ก็แรมรอนนอนวัดแม่นางปลื้ม พี่ไม่ลืมอาลัยให้ใจหาย ทั้งไพร่นายนอนกลาดบนหาดทราย พงศ์นารายณ์นรินทร์วงศ์ที่ทรงญาณ บรรทมเรือพระที่นั่งบังวิสูตร เขารวบรูดรอบดีทั้งสี่ด้าน ครั้นรุ่งเช้าราวโมงหนึ่งนานนาน จัดแจงม่านให้เคลื่อนนาวาคลา ถอดคำประพันธ์ ถึงวัดนางปลื้ม ทำให้เราปลื้มลืมความรัก พักกินข้าว ก็กินไม่ค่อยลง ค้างคืนที่นี่ เจ้านายบรรทมในเรือพระที่นั่ง จนรุ่งเช้าก็เดินทางต่อ ๏ เข้าลำคลองหัวรอตอระดะ ดูเกะกะรอร้างทางพม่า เห็นรอหักเหมือนหนึ่งรักพี่รอรา แต่รอท่ารั้งทุกข์มาตามทาง พอเลี้ยวแหลมถึงท่าศาลาเกวียน ตลิ่งเตียนแลโล่งดังคนถาง พี่ตั้งตาหาเกวียนสองข้างทาง หมายจะจ้างบรรทุกไปท่าเรือ แต่ทุกข์รักก็เห็นหนักถนัดอก ถึงสักหกเจ็ดเกวียนก็เจียนเหลือ แต่โศกรักมาจนหนักในลำเรือ เฝ้าเติมเจือไปทุกคุ้งรำคาญครัน ถอดคำประพันธ์ ถึงคลองหัวรอ มีรอเก่า ๆ ของพวกพม่า เหมือนกับพี่ที่รอความรักด้วยความทุกข์ ถึงศาลาเกวียนตลิ่งเตียน มองหาเกวียนมาบรรทุกความรักสักหกเจ็ดเกวียน ทุกความรักมาจนหนักเรือเติมความรักมาทุกคุ้งจนรู้สึกรำคาญ ๏ ถึงบ่อโพงถ้ามีโพงจะผาสุก จะโพงทุกข์เสียให้สิ้นที่โศกศัลย์ นี่แลแลก็เห็นแต่ตลิ่งชัน ถึงปากจั่นตละเตือนให้ตรอมใจ โอ้นามน้องหรือมาพ้องกับชื่อบ้าน ลืมรำคาญแล้วมานึกรำลึกได้ ถึงบางระกำโอ้กรรมระยำใจ เคราะห์กระไรจึงมาร้ายไม่วายเลย ระกำกายมาถึงท้ายระกำบ้าน ระกำย่านนี่ก็ยาวนะอกเอ๋ย โอ้คนผู้เขาช่างอยู่อย่างไรเลย หรืออยู่เคยความระกำทุกค่ำคืน ถอดคำประพันธ์ ถึงบ่อโพง ถ้ามีโพงคงจะมีความสุข จะใช้โพงความทุกข์ให้หมดสิ้น เห็นแต่ตลิ่งชัน ถึงปากจั่นชื่อพ้องกับแม่จัน ถึงบางระกำ นึกถึงเคราะห์กรรมที่ต้องตกทุกข์ระกำกายจนมาถึงบางระกำ ต้นระกำที่นี่ยาว ผู้คนคงคุ้นเคยกับความระกำใจ ๏ ถึงคุ้งแคว้นแดนพระนครหลวง ยิ่งโศกทรวงเสียใจให้สะอื้น โอ้อกเอ๋ยยังจะไปอีกหลายคืน กว่าจะชื่นแทบช้ำระกำกาย ถึงแม่ลาเมื่อเรามาก็ลาแม่ แม่จะแลแลหาไม่เห็นหาย จะถามข่าวเช้าเย็นไม่เว้นวาย แต่เจ้าสายสุดใจมิได้มา ถึงอรัญญิกยามแดดแผดพยับ เสโทซับซาบโทรมทั้งนาสา ถึงตะเคียนด้วนด่วนรีบนาวามา ถึงศาลาลอยแลลิงโลดใจ เงื้อมตลิ่งงิ้วงามตระหง่านยอด ระกะกอดเกะกะกิ่งไสว พยุยวบกิ่งเยือกเขยื้อนใบ ถึงวังตะไลเห็นบ้านละลานแล ถึงบ้านขวางที่ทางนาวาจอด เรือตลอดแลหลามตามกระแส ถึงท่าเรือเรือยัดกันอัดแอ ดูจอแจจอดริมตลิ่งชุม ที่หน้าท่ารารับประทับหยุด อุตลุดขนของขึ้นกองสุม เสบียงใครใครนั่งระวังคุม พร้อมชุมนุมแน่นหน้าศาลารี ถอดคำประพันธ์ ถึงพระนครหลวง ยิ่งโศกเศร้าใจ ต้องไปอีกหลายคืน ถึงแม่ลา เมื่อมาก็ลาแม่ ถึงอรัญญิก ตะเคียนด้วน ศาลาลอย มีต้นงิ้วงามอยู่ริมตลิ่ง ถึงวังตะไล มีบ้านเต็มไปหมด ถึงบ้านขวาง เป็นท่าเรือ ขนข้าวของเสบียงขึ้นไว้ที่ศาลา ๏ ฝ่ายพระหน่อสุริย์วงศ์ทรงสิกขา ขึ้นศาลาโสรจสรงวารีศรี ข้างพวกเราเฮฮาลงวารี แต่โดยดีใจตนด้วยพ้นพาย อุระเรียมเกรียมตรมอารมณ์ร้อน ระอาอ่านอกใจมิใคร่หาย แลตลิ่งวิงหน้านัยน์ตาพราย หัวไหล่ตายตึงยอกตลอดตัว ได้พึ่งเพื่อนเหมือนญาติเมื่อยามเข็ญ เขานวดเคล้นให้บ้างก็ยังชั่ว พระอาทิตย์มืดมิดเข้าเมฆมัว ฟ้าสลัวแดดดับพยับไพร กองคเชนทร์เกณฑ์ช้างยี่สิบเชือก มาจัดเลือกกองหมอขึ้นคอไส ที่เดินดีขี่กูบไม่แกว่งไกว วิสูตรใส่สองข้างเป็นช้างทรง แล้วผ่อนเกณฑ์กองช้างไว้กลางทุ่ง เวลารุ่งจะเสด็จขึ้นไพรระหง ที่สี่เวรเกณฑ์กันไว้ล้อมวง พระจอมพงศ์อิศยมบรรทมพลัน ถอดคำประพันธ์ เณรกรมพระปรมานุชิตชิโนรส ขึ้นศาลาทรงน้ำ ส่วนพวกเราลงว่ายน้ำ เพื่อนช่วยบีบนวดจัดกองช้างยี่สิบสี่เชือก เลือกตัวที่เดินดีเป็นช้างพระที่นั่ง พระองค์เจ้าปฐมวงศ์เข้าบรรทม ๏ อันพวกเราเหล่าเสวกามาตย์ เหนื่อยอนาถนิทราดังอาสัญ แสนวิตกอกพี่นี้ผูกพัน ให้หวั่นหวั่นเวทนาด้วยอาวรณ์ สดับเสียงสัปปุรุษที่หยุดพัก เขาร้องสักวาอึงทั้งครึ่งท่อน บ้างชมป่าช้าปี่ทีละคร ถึงสบกลอนที่จะรู้ก็สู้เมิน เฝ้าแหงนดูดวงแขชะแง้พักตร์ เห็นจันทร์ชักรถร่อนเวหาเหิน ดูดวงเดือนเหมือนชื่อรื้อเผอิญ ระกำเกินที่จะเก็บประกอบกลอน จนไก่เถื่อนเตือนขันสนั่นแจ้ว ดุเหว่าแว่วหวาดหมายว่าสายสมร เดือนแอร่มแจ่มล้ำในอัมพร กองกุญชรผูกช้างมายืนเรียง ถอดคำประพันธ์ พวกเสวกามาตย์ต่างเหนื่อยอ่อน นอนเหมือนตาย ได้ยินเสียงเพื่อนร้องเพลงสักวา เพลงครึ่งท่อนช้าปี่ ก็ไม่สนใจ เฝ้าดูดวงจันทร์ เหมือนชื่อน้อง ระกำเกินกว่าที่จะเขียนเป็นคำกลอน จนรุ่งเช้า กองช้างเตรียมช้างมายืนเรียง ๏ บรรดาเพื่อนเตือนตื่นขึ้นเซ็งแซ่ บ้างจอแจจัดการประสานเสียง บ้างม้วนเสื่อมัดกระสอบหอบเสบียง บ้างถุ้งเถียงชิงสัปคับกัน บ้างขึ้นบนขนส่งคนข้างล่าง เสียงโฉ่งฉ่างขามแตกกระแทกขัน จนคนบนสัปคับรับไม่ทัน หม้อข้าวขันตกแตกกระจายราย ย่ามกระสอบกรอบแกรบกระไกรกริก กลักพริกพลิกแพลงตะแคงหงาย กะโปเลเชือกร้อยขึ้นห้อยท้าย เมื่อยามร้ายดูงามกว่าชามดิน ถอดคำประพันธ์ พวกเพื่อนปลุกกันเซ็งแซ่ รีบเก็บข้าวของดูวุ่นวาย ๏ สงสารนางชาวในที่ไปด้วย ทั้งโถถ้วยเครื่องแต่งแป้งขมิ้น หวีกระจกตกแตกกระจายดิน เจ้าของผินหน้าหาน้ำตาคลอ จะปีนขึ้นกูบช้างไม่กางขา แต่โดยผ้ากรีดกรอมทำซอมซ่อ มือตะกายสายรัดสกนธ์คอ เห็นช้างงองวงหนีก็หวีดอึง แต่ปีนไพล่เหนี่ยวพลัดสุหรัดขาด สองมือพลาดพลัดคว่ำลงต้ำผึง กรมการบ้านป่าเขาฮาตึง ทำโกรธขึ้งเรียกพวกผู้ชายเร็ว บ้างขึ้นช้างพลางฉวยข้อมือฉุด ดังอุณรุทจับกินนรที่ในเหว ไม่นึกอายอัประมาณเป็นการเร็ว บ้างโอบเอวอุ้มนางขึ้นช้างพังฯ ถอดคำประพันธ์ พวกนางในปีนช้าง ไม่กางขา จึงตกช้าง พวกกรรมการบ้านป่าฮากันตึง พวกนางในจึงเรียกพวกผู้ชายมาช่วยฉุดมือบ้าง อุ้มบ้างเพื่อขึ้นช้าง โดยไม่นึกอาย ๏ สุรแสงแจ่มแจ้งอร่ามโลก บริโภคอิ่มเอิบอารมณ์หวัง ขัตติยวงศ์ทรงช้างกูบบัลลังก์ รับสั่งสั่งสารถีให้ไสเดิน จากศาลาท่าเรือเข้าทิวทุ่ง เป็นฝุ่นฟุ้งนภางค์ในทางเขิน กูบกระโดกโยกอย่างทุกย่างเดิน เขยื้อนเยินยอบเยือกยะยวบกาย ทั้งสองข้างท่านวางเป็นช้างดั้ง ระยะหลังมหาดเล็กนั้นเหลือหลาย แต่ตัวพี่นี้จำเพาะเป็นเคราะห์ร้าย ต้องขึ้นพลายนำทางช้างน้ำมัน เพื่อนเขาแกล้งตบมือกระพือผัด ช้างสะบัดบุกไปในไพรสัณฑ์ ผงะหงายคนท้ายเขาคว้าทัน โอ้แม่จันทร์เจียนจะไม่เห็นใจจริง นึกจะโจนจากช้างลงกลางเถื่อน แล้วอายเพื่อนเขาจะเย้ยว่าใจหญิง แต่ตึงเศียรเวียนหน้านัยน์ตาวิง เอาขอพิงพาดตักมาตามทางฯ ถอดคำประพันธ์ รุ่งเช้า กินกันอิ่มแล้ว เมื่อพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ทรงช้าง ก็เคลื่อนขบวน สองข้างเป็นช้างตั้ง ด้านหลังเป็นพวกมหาดเล็ก ตัวพี่เคราะห์ร้ายต้องขึ้นช้างตกน้ำมัน เพื่อนแกล้งตบมือ มันจึงพาวิ่งเข้าป่าไป พี่หงายหลัง แต่ท้ายช้างคว้าไว้ทัน นึกจะโจนลง แต่ก็อายเพื่อนจะเย้ยว่าใจหญิง พี่เวียนหัวจนตาลาย ๏ ถึงชายป่านาประโคนรำคาญคิด ถึงมิ่งมิตรแล้วให้หมองอารมณ์หมาง จนพ้นทุ่งมุ่งตรงเข้าดงยาง ไม่สล้างลู่ล้มระทมทับ รุกขชาติดาษดูระดะป่า สกุณาจอแจประจำจับ ดุเหว่าแว่วหวาดไหวฤทัยวับ จะแลกลับหลังเหลียวยิ่งเปลี่ยวใจ ทั้งสองข้างทางเดินก็รกระ ระเกะกะพาดพันเถาวัลย์ไสว จักจั่นแซ่เสียงเรไรไพร ในจิตใจทดท้อระย่อเย็น ถอดคำประพันธ์ ถึงชายป่าหน้าประโคน คิดถึงน้องรัก เข้าดงยางที่ลู่ล้มทับกัน เสียงนกจอแจ เสียงดุเหว่า ทำให้เปลี่ยวใจ สองข้างทางเต็มไปด้วยเถาวัลย์ ได้ยินเสียงจักจั่นเรไร ทำให้ระทดท้อหนาวใจ ๏ ถึงบางโขมดมีธารตะพานช้าง บรรลุทางครบร้อยห้าสิบเส้น มีโพธิ์พุ่มชุ่มชื่นระรื่นเย็น ไม่ว่างเว้นสัปปุรุษเขาหยุดเรียง บ้างขายของสองข้างตามทางป่า จำนรรจาจอแจออกแซ่เสียง พี่แกล้งไสให้คชสารเคียง เห็นของเรียงอยู่บนร้านทั้งหวานคาว แต่น้ำยานั้นเขาว่ากิ้งกือกุ้ง เห็นชาวกรุงกินกลุ้มทั้งหนุ่มสาว พี่คลื่นไส้ไสช้างในย่างยาว มาตามราวมรคาพนาวัน ลมกระพือฮือหอบผงคลีหวน ปักษาครวญเพรียกพฤกษ์ในไพรสัณฑ์ ดุเหว่าแว่วแจ้วจับน้ำใจครัน ไก่เถื่อนขันขานเขาชวาคู ถอดคำประพันธ์ ถึงบางโขมด มีธารตะพานช้าง เดินทางมาได้ร้อยห้าสิบเส้น มีต้นโพธิ์ใหญ่ให้เงาร่มเย็นผู้คนจึงหยุดพักที่นี่ สองข้างทาง มีของขายเสียงจอแจ มีทั้งของหวานของคาว พี่เห็นน้ำยา เขาว่าทำมาจากกิ้งกือ พวกชาวกรุงทั้งหนุ่มสาวจับกลุ่มกินกัน ส่วนพี่คลื่นไส้ ไสช้างเดินต่อ ๏ ประจวบจนถึงตำบลบ่อโศก ยามวิโยคออกชื่อก็ครือหู ถึงจะไม่รู้จักไม่รักรู้ แต่เหลือบดูไปที่บ่อยังท้อใจ ระยะเดินเถินทางมากลางป่า สองร้อยห้าสิบเส้นถึงสระใหญ่ พอได้กึ่งมรคาพนาลัย พี่รีบไสช้างเดินโดยลำพอง ถอดคำประพันธ์ ถึงตำบลบ่อโศก มาได้สองร้อยห้าสิบเส้น ถึงสระใหญ่ พี่ไสช้างเดินต่ออย่างคะนอง ๏ มาลับท่อบ่อโศกจนสุดเหลียว ยังเสียวเสียวโศกกายไม่วายหมอง ถึงหนองคนทีมีสระละหานนอง เป็นเปือกกรองแต่ล้วนหญ้าคงดำ อันริมรอบขอบหนองทั้งสองข้าง รอยตีนช้างลึกลุ่มหลุ่มถลำ โอ้น้ำใจในอุราทาระกรรม เหมือนน้ำดำอยู่ในหนองเป็นฟองคราม พี่ยลน้ำช้ำใจแล้วไสช้าง มาตามทางทิวป่าพนาหนาม กำหนดนับมรคาพยายาม ก็ได้สามร้อยเส้นห้าสิบปลาย โอ้ทางไกลไปเปลืองเหมือนเรื่องว่า แต่โศกข้านี่กระไรมิใคร่หาย จะแลขวาป่าเขียวยังเปลี่ยวกาย จะแลซ้ายเห็นแต่โขดภูเขาเคียง กับหมู่ไม้ไกรกรวยกันเกรากร่าง พะยอมยางตาพยัคฆ์พยุงเหียง ข่อยมะขามตามทางสล้างเรียง นกเขาเคียงคู่คูประสานคำ โอ้นกคู่ดูน่าจะผาสุก พี่นี้ทุกข์เพราะจากเจ้างามขำ เห็นนกหนึ่งจับนิ่งกิ่งระกำ โอ้นกน้อยเห็นจะจำจากตัวเมีย ถ้านกผู้ดูเหมือนหัวอกพี่ แสนทวีเวทนาประดาเสีย นิจจาเอ๋ยถ้าเป็นอกนกตัวเมีย จะละเหี่ยหาผัวอยู่ตัวเดียว พี่เห็นนกแล้ววิตกถึงน้องน้อย จะครวญคอยนับวันกระสันเสียว ไม่เห็นพี่ก็จะโหยอยู่โดยเดียว พี่ก็เปลี่ยวเปล่ากายซังตายมา ถอดคำประพันธ์ ถึงหนองคนที มีสระ น้ำนอง มีหญ้าน้ำสีดำ รอยตีนช้างลึกเป็นหลุม เดินทางมาได้สามร้อยห้าสิบเส้น เหลียวซ้ายแลขวาก็เป็นป่าเขา เห็นนกเขาคู่หนึ่งขันกันอย่างมีความสุข แต่ตัวพี่ทุกข์เพราะต้องจากน้องรัก เห็นนกตัวหนึ่งจับกิ่งระกำ คงจากตัวเมียมา เหมือนตัวพี่ พี่เห็นนกก็คิดถึงน้อง คงต้องครวญคอยพี่อยู่คนเดียว ๏ ถึงศาลาอาศัยเจ้าสามเณร ในบริเวณอึกทึกด้วยพฤกษา ที่ป่านั้นขยาดพยัคฆา จะไปมาใครไม่อาจประมาทเมิน ยามระงิดพี่ไม่คิดว่าเสือร้าย เขม้นหมายมุ่งลำเนาภูเขาเขิน ได้สี่ร้อยทางจรไม่หย่อนเกิน เขารีบเดินการด่วนจะจวนเพล ช้างที่นั่งก็รับสั่งให้รีบไส จนเหงื่อไหลหน้าแดงดังแสงเสน ถึงสระยอรอช้างเสวยเพล จนกองเกณฑ์เดินทางมาตามทัน ถอดคำประพันธ์ ถึงศาลาที่สามเณรพักอยู่ ร่มรื่นด้วยต้

ความคิดเห็นที่ 19

12 มิ.ย. 2548 18:37
  1. หวัดดีนะเอ็ม ฟ้าก็อยู่ ม. 4/1 เหมือนกัน แต่เราแปลได้หมดเลย อิอิ ฟ้าอยู่ รร นวมินทราชูทิศ มัชฌิม น่ะ เอาไปเลยนะคะเพื่อน ๆ สงสารอ่ะ พร้อมกลอนด้วยนะ ปล. เราเล่น m เหมือนกันนะ

ความคิดเห็นที่ 17

8 มิ.ย. 2548 22:07
  1. ช่วยแปลตอน ประจวบจนสุริยนเย็นพยับ ถึง ไม่พบน้องสุดแค้นแสนรําคาญ ช่วยทีนะ

ความคิดเห็นที่ 16

8 มิ.ย. 2548 21:31
  1. เอ้า...นี่ตอนที่ 2 ครับ พอมาถึงบางพลัด ยิ่งคิดก้อยิ่งเสียใจ จนน้ำตาจะไหล ที่พี่นั้นต้องจากน้องเป้นเวลานาน พอถึงบางซื่อ แค่ชื่อกี้บอกอยู่แล้วว่าหมายถึงความซื่อสัตย์สุจริต เหมือนใจพี่ที่มีให้กันน้อง และก็ขอให้ใจน้องนั้นซื่อสัตย์เหมือนชื่อบางซื่อนี้ มาถึงบางซ่อน เหมือนกับเค้าแอบซ่อนน้องของพี่ไว้ ขอให้น้องออกมาหาพี่หน่อยพี่กำลังจะต้องจากไปนาน เดินทางมาสุดละแวกแล้วเป้นน้ำวน คนทั่วไปเรียกว่าวัดโบสถ์ตลาดแก้ว พอมองกลับไปมันก็เลยทางปราสาทราชวังมาไกลแล้วนะ เหมือนกันพี่ได้จากน้องจากบ้านมาที่อื่น ที่นี้เป้นที่ปลูกดอกไม้ ผลไม้ริมตลิ่ง มีทั้ง กล้วย ระกำ ต้นอัมพาพฤกษา น้ำค้างเกาะเต็ม พุ่ม มองไปก้อเห็นลูกจันทน์ สีเหลืองสุก มีกลิ่นหอม แมลงภู่ก็บินเต็มเลย ยิ่งมองก้อทำให้พี่ยิ่งคิดถึงน้อง แมลงภู่ที่บิน รอบลูกจันทน์ เหมือนกันที่พี่เคยอยู่ใกล้น้อง พี่ยิ่งคิดก็ยิ่งจะน้ำตาไหล เมื่อมองเห็นความรักของพี่กัยน้องเหมือนกับใบไม้ผลัดใบร่วงโรย เหมือนใจน้องที่ยังโกดพี่ พี่เตือนตัวเองเสมอว่าต้องทำให้เหมือนน้ำค้างที่คอบเกาะอยู่เหมือนดังก่อน ขอให้เจ้าคิดถึงความรักเราอย่าได้โกดพี่นานเลย พอมาถึงแขวงแคว มองไปเห็นแพ ตลอดแนวตลาดขวัญเลย ซึ่งที่นี่คือเมืองจัน เป้นประเทษที่ใหญ่โต ศาลา และเรือ นี่มองเห็นเต็มไปหมด มองไปก็เห็นแม่ค้าแต่งตัวกันใส่เสื้อรัดๆก้อน่าดู พูดจากันเสียงดัง มองไปก้อเห็นนกมากมายอยู่กลางน้ำ ดวงอาทิตย์ส่องแล้วแสดงว่าสายแล้ว มาถึงปากเกร็ด จึงจอดพักเรือกัน คนพายเรือก้อได้พักด้วย พักกินอาหารซึ่งมีมากมายพอกินเสร็จก้อออกเดินทางต่อ มาถึงหาดขวาง บางคนเค้าก้อพูดกัน ทำให้พี่นึกคิดคนเดียวว่า เค้าพูดถึงชื่อผี ใครกันช่วยเรียกผีให้ที จะได้น้องไว้กะผีพวกนั้น ถ้าหากใครคิดจะมาจีบน้องนะขอให้จัดการให้ที มาถึง บางพัง น้ำพังตลิ่งหมด มันเหมือนกันใจพี่ที่ต้องจากนอกมาไกล ใจแทบจะพังเหมือนตลิ่งที่ถูกน้ำซัด พอมาถึงวังวัดเทียวถวาย ก้อรีบตามเรือพระที่นั่ง มองออกไปมีแต่ทุ่งต้นตาล เมฆหมอกเต็มไม่หมด ต่ลนั้นหวานแต่เวลาจะไปเก้บต้องระวังมือเท้า เพราะเวลาตกลงมาจะเจ็บ ซึ่งเหมือกนันคำพูดคน ที่ชอบพูดหวานๆให้เราตายใจ By. Inthependent

ความคิดเห็นที่ 15

7 มิ.ย. 2548 21:46
  1. ผมเห็นใจคน ม.4 ด้วยกัน ผมชื่อเอ็ม ม.4/1 ผมแปลได้ หน้าแรก คงไม่ว่ากันนะ ผมเรียนอยู่วชิรธรรมสาธิต เล่น msn บ่อยงับ ^^ ตอนนี้เดือน 2 ย่างเข้าเดือน 3 รู้สึกคิดถึง คนรักมาก เป้นห่วง ที่ต้องจากคนรัก คนรักคงโกด พี่มาก แต่พี่เป็นข้ารับใช้ พระมหากษัตริย์ ต้องคอยตามเสด็จพระองค์มา นมัสการพระ พอมาถึงคลองขวาง บางจาก ยิ่งเศร้าใจ ชื่อคลองขวาง ใครนะที่คิดชื่อนี้ ยิ่งเหมือนกับพี่ต้องจากเจ้าซึ่งเป็นคนรัก พอผ่านคลองขวาง บางจาก ก็ยังมาเจอบางกอ ที่อยู่ระหว่างคลองขวางกับบางจาก ทำไมมันช่างบังเอิญ ถึงบางจาก เปรียบเหมือนใจพี่ที่ต้องจากน้อง ทำให้ยิ่งคิดถึง พอไปก้อเห็นปราสาทราชวัง เลยยกมือขึ้นไว้เทพยดา อธิฐานขอฝากน้องไว้กับท่านขออย่าให้มีอันตรายใด หากใครคิดจะมาหมายปองเจ้า ก้อขอให้ตาย ขอให้เทวดาบนสวรรค์ช่วยพอเดินทางมาถึงสามเสน จะบอกให้รู้ว่าแต่ก่อน เค้าเรียกที่นี่ว่าสามแสนทั้งกรุงศรีอยุธยาเพราะที่นี่เป้ฯที่ที่ใช้ลักพระพุทธรูปกัน จึงต้องชื่อนี้ว่า สามแสน แต่ทำไมถึงเพี้ยนมาเป็นสามเสน คำพูดมันช่างกลับคำได้หลายแบบ ขอให้ใจน้องที่พี่ซื่อสัตย์ต่อเจ้าในความรัก หนักแน่นเหมือนกับพระพุทธ ต่อให้มีคนมาพูดอ้อน เป็นแสนคำ ก้ออย่าเปลี่ยนใจเลย By. Inthependent

ความคิดเห็นที่ 13

30 พ.ค. 2548 15:08
  1. ไปหาหนังสือแบรนด์ ด๊ มีแปลเปงบทๆเยย พี่ก้อลองมาแล้ว

ความคิดเห็นที่ 12

29 พ.ค. 2548 15:12
  1. หาอยู่เหมือนกานนะครัยมีช่วยบอกหน่อยต้องส่งวันจันทร์แล้ว

ความคิดเห็นที่ 11

29 พ.ค. 2548 14:48

ความคิดเห็นที่ 10

18 พ.ค. 2548 19:51
  1. ผมสอบติดเตรียมทหารแล้ว ดีใจจังเลย

ความคิดเห็นที่ 7

7 ม.ค. 2548 10:10
  1. นักวิชาการมีก้ช่วยแปลหน่อยนะจะเป็นพระกรุณาอย่างยิ่งเลยพระเจ้า

ความคิดเห็นที่ 6

27 พ.ย. 2547 12:52
  1. เราก็อยากได้เหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 5

2 พ.ย. 2547 19:20
  1. นิราศมันยาวมากเลยพิมพ์ไม่ไหวอะ โทดทีแต่อยากช่วยบอกเหมือนกานแหละ

ความคิดเห็นที่ 4

19 ก.ย. 2547 11:26
  1. ใครรู้ช่วยบอกหน่อย

ความคิดเห็นที่ 3

4 ก.ย. 2547 11:19
  1. ไปกับพระองค์เจ้าปฐมวงศ์

ความคิดเห็นที่ 2

21 ส.ค. 2547 22:34
  1. เราก็หาอยู่เหมือนกัน แย่จังต้องส่งวันจันทร์ด้วย

ความคิดเห็นที่ 1

11 ส.ค. 2547 08:48
  1. ผมก็ยังหาอยู่เลยถ้าหาได้แล้วช่วยบอกด้วยน่ะครับ

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น