วิชาการดอทคอม ptt logo

บทร้อยแก้ว ของ นิราศพระบาท

โพสต์เมื่อ: 17:24 วันที่ 20 ก.ค. 2547         ชมแล้ว: 220,293 ตอบแล้ว: 575
วิชาการ >> กระทู้ >> ทั่วไป
ใครมีบทความที่ถอดคำประพันธ์ของเรื่องนิราศพระบาทแล้วมั่งคะ
ขอหน่อยค่ะ จะเอาอ่านค่ะ เอาแค่ว่าสุนทรภู่ไปกับใคร ที่ไหนบ้างก้อพอค่ะ
ช่วยหน่อยนะคะ


ช่วยหน่อย(203.118.64.134,,)





จำนวน 518 ความเห็น, หน้าที่ | 1| 2| 3| 4| 5| -6-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 465 11 มิ.ย. 2550 (23:00)
ขอบใจมากๆเลยที่ทำให้เขาส่งงานทัน
มะปราง (IP:203.113.45.69)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 466 12 มิ.ย. 2550 (14:41)
ไม่มีเกี่ยวกับลายไทยหรอ
เขา (IP:222.123.10.42)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 467 12 มิ.ย. 2550 (16:18)
ขอบคุณมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกคะ
jub.nd@hotmail.com (IP:61.19.121.110)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 468 12 มิ.ย. 2550 (18:57)
ขอบคุณมากมายค่ะ
mameawkhomkh (IP:125.25.87.95)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 469 12 มิ.ย. 2550 (21:12)
กำ เยอะจางเยยแฮะ
มะไหวงิ (IP:124.121.173.71)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 470 12 มิ.ย. 2550 (22:02)
ช่วยถอดคำประพันธ์ให้หน่อยเถอะค่ะ งานเยอะมากทำจาไม่ทันอยู่แล้ว เอาตั้งแต่ อนิจจาธานินทร์สิ้นกษัตริย์ จนถึง จัดแจงท่านให้เคลื่อนนาวาคลา ช่วยหน่อยนะค่ะ ใกล้จาส่งแล้ว ตอนนี้นั่งแปลจนมึนไปหมดเลยค่ะ

ให้แปลได้ ช่วยส่งเมลล์ หรือ แอดมาที่ Kapook_kawaii@hotmail.com
สงสารหนูเถอะ T_______T (IP:222.123.220.38)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 471 13 มิ.ย. 2550 (16:40)
สนุกมากๆเลยล่ะค่ะ ลองไปเที่ยวดูซิครับ
น่ารัก (IP:125.26.21.116)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 472 13 มิ.ย. 2550 (20:26)
ขอนิราศพระบาทตั้งแต่ต้นจนจบเลยนะครับ(แบบแปลแล้วนะ)

ก็addผมคุยได้นะงับ

แต่ออนน้อยอะนะครับ

ช่วยหนอ่ยนะครับ

พอดีผมงง

ไอตรงที่พวกคุนโพสท์มาแต่

มีแบบเป็นตัวที่ยังไมได้แปมาด้วย

กับที่แปลมาแล้ว

มันควบกันอยู่เลยดูยาก
nongnui8619@hotmail.com (IP:124.120.207.143)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 473 14 มิ.ย. 2550 (17:18)
รบกวน ช่วยถอดคำประพันธ์ นิราศภูเขาทองให้หน่อยนะครับ ขอบคุณครับ
Oat,,* (IP:58.9.174.92)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 474 14 มิ.ย. 2550 (18:34)
แปลไม่เป็นเหมือนกันเราก็หาคนแปยุ
เเบบบบนนนนน (IP:58.10.201.68)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 475 14 มิ.ย. 2550 (18:34)
ช่วยหาร้อยแก้วในรสวรรณคดีสันสกฤตที่มี9รสให้หน่อย นะสัก2รสจากเรื่องไรบอกด้วยส่งเขาเมล์ให้หน่อยนะ
chilli_seed@hotmail.com (IP:58.147.81.62)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 476 14 มิ.ย. 2550 (18:40)
ของใครอ่ะ
dsadas@hotmail.com (IP:58.8.22.146)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 477 14 มิ.ย. 2550 (21:25)
ช่วยแปลนิราศพระบาทให้หน่อยครับ

ตั้งแต่ ถึงคูหาชื่อชาลวันถ้ำ จนถึง ฉันขอแบ่งส่วนกุศลทุกคนเอ๋ย
ddc_o2@hotmail.com (IP:203.188.57.93)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 478 15 มิ.ย. 2550 (16:22)
ช่วยแปลนิราศพระบาทให้หน่อยค่ะ
jen_dekline@hotmail.com (IP:125.24.194.69)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 479 16 มิ.ย. 2550 (13:44)
เราต้องส่งแล้วจันทร์นี้ หาร้อยแก้วในรสวรรณคดีสันสกฤตให้ที2รสการบ้านเยอะมาก
chilli_seed@hotmail.com (IP:222.123.63.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 480 16 มิ.ย. 2550 (13:47)
เราต้องรีบพิมพ์งานให้ลูกค้า ช่วยงานที่ร้านพี่สาวไม่มีเวลาหาเลย...
chilli_seed@hotmail.com (IP:222.123.63.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 481 16 มิ.ย. 2550 (14:11)
ขอบคุณฟ้ามากน๊าเค้าหาอยู่ตั้งนานถ้าไม่ได้ฟ้าคงแย่มากเลย ขอบคุณน่ะ
pada_ploy@hotmail.com (IP:125.24.169.234)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 482 16 มิ.ย. 2550 (22:53)
ขอบคุณสำหรับข้อความที่เขียนนะ
hanami656565@thaimail.com (IP:61.19.220.2)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 483 16 มิ.ย. 2550 (23:09)
ขอบคุณอย่างสูง
ป๊อบ (IP:61.19.220.2)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 484 17 มิ.ย. 2550 (08:18)
สุทรภู่ครูกวีแห่งสากล
เด็กห้อง1/1 (IP:203.113.45.37)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 485 17 มิ.ย. 2550 (13:44)
กำพฤกษ์คืออะไรอยากได้ความหมายเพราะต้องส่งวันจันทร์แล้ว
........ (IP:203.155.117.116)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 486 17 มิ.ย. 2550 (15:12)
พื้นผนังที่ฐานปัทม์ เป็นรูปครุฑจับนาค รูปกินนร เทพนม ใบระกาหน้าบันที่หน้ามุขประดับด้วยทองสุกสว่าง สวยงามราวกับยอดเขายุคนธร กระจังแซมใบระกา นาคสะดุ้ง กระดึงร้อยใบโพธิ์ส่งเสียงดังหงั่งเหง่ง ประสานกับเสียงกังสดาล ได้ยินก็รู้สึกวิเวกวังเวง
beaut_beauty@hotmail.com (IP:124.121.152.83)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 487 18 มิ.ย. 2550 (11:23)
ช่วยแปลนิราศพระบาทเป็ฯร้อยแก้วหน่อยได้มั้ยคะ ส่งพฤหัส ที่ 21 มิ.ย.2550 นี้แล้ว



การบ้านเยอะมาก แปลไม่ถูกเลยอ่าคะ ช่วยหน่อยนะคะ
kan_snoopy25@hotmail.com (IP:125.27.201.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 488 18 มิ.ย. 2550 (12:08)
ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยแปลให้ กำลังต้องการอยู่เลยคระบ ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆๆๆ นะครับ

ขอบคุณจริงๆๆๆๆ
เบอคุง (IP:203.113.71.70)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 489 18 มิ.ย. 2550 (13:05)
ขอถอดความให้ผมมั่งสิครับ
jojo_sa_@hotmail.com (IP:203.172.201.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 491 18 มิ.ย. 2550 (17:16)
ช่วยเขียนแผนที่นิราศพระบาทหัยหน่วยนะค่ะจะส่งวันพรุ่งนี้แล้ว ขอบคุณมากนะค่ะที่ช่วย
ทาส้ สเ (IP:202.143.171.210)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 492 18 มิ.ย. 2550 (17:33)
๏โอ้อาลัยใจหายไม่วายห่วง

ดังศรสักปักซ้ำระกำทรวง เสียดายดวงจันทราพะงางาม

เจ้าคุมแค้นแสนโกรธพิโรธพี่ แต่เดือนยี่จนย่างเข้าเดือนสาม

จะหน่อพระสุริย์วงศ์ทรงพระนาม จากอารามแรมร้างทางกันดาร

ด้วยเรียมรองมุลิกาเป็นข้าบาท จำนิราศร้างนุชสุดสงสาร

ตามเสด็จโดยแดนแสนกันดาร นมัสการรอยบาทพระศาสดา

ถอดคำประพันธ์

จากบทร้อยกรองนี้ทำให้ได้รับความรู้ว่า สุนทรภู่ต้องจากนางจันผู้เป็นที่รักเพื่อที่จะต้องไปนมัสการรอยพระพุทธบาท โดยที่นางนั้นยังโกรธสุนทรภู่อยู่สุนทรภู่ โดยตามเสด็จพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ เมื่อปีพุทธศักราช 2351 ตรงกับเวลา 12 ค่ำ เดือนยี่ เวลาเช้าตรู่ ออกเดินทางจากวัดระฆังโฆสิตาราม ซึ่งพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ทรงผนวชอยู่ที่วารามแห่งนี้ และสุนทรภู่เป็นมหาดเล็กในขณะนั้น จนถึงเดือนสาม



๏ วันจะจรจากน้องสิบสองค่ำ พอจวนย่ำรุ่งเร่งออกจากท่า

รำลึกถึงดวงจันทร์ครรไลลา พี่ตั้งตาแลแต่ตามแพราย

ที่ประเทศเขตเคยได้เห็นเจ้า ก็แลเปล่าเปลี่ยวไปน่าใจหาย

แสนสลดให้ระทดระทวยกาย ไม่เหือดหายห่วงหวงเป็นห่วงครัน

ถอดคำประพันธ์

จากแม่จันทร์เมื่อวันสิบสองค่ำ ตอนรุ่งเช้ารู้สึกใจหาย เศร้าใจ ทั้งหวงทั้งห่วง



๏ ถึงคลองขวางบางจากยิ่งตรมจิต ใครช่างคิดชื่อบางไว้กางกั้น

ว่าชื่อจากแล้วไม่รักรู้จักกัน พิเคราะห์ครันหรือมาพ้องกับคลองบาง

ทั้งจากที่จากคลองเป็นสองข้อ ยังจากกอนั้นก็ขึ้นในคลองขวาง

โอ้ว่าจากช่างมารวบประจวบทาง ทั้งจากบางจากไปใจระบม

แสนวิบากหลากใจอาลัยเหลียว เห็นเวียงวังก็ยิ่งเสียวถึงเคยสม
beaut_beauty@hotmail.com (IP:124.121.152.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 493 18 มิ.ย. 2550 (17:34)
ประสานสองหัตถ์ประนังตั้งประนม น้อมบังคมเทวารักษาวัง

ขอฝากน้องสองชนกช่วยปกเกศ อย่ามีเหตุอันตรายเมื่อภายหลัง

ใครปองชิงขอให้ตายด้วยรายชัง เทพทั้งชั้นฟ้าได้ปรานี

ถอดคำประพันธ์

ถึงคลองขวาง บางจาก คิดถึงอุปสรรคที่มาขัดขวาง และการจากคนรักมา ขออธิษฐานให้เทพที่รักษาวังช่วยปกป้องคนรักและพ่อ ใครคิดร้ายขอให้ตาย



๏ ถึงสามเสนแจ้งความตามสำเหนียก เมื่อแรกเรียกสามแสนทั้งกรุงศรี

ประชุมฉุดพุทธรูปในวารี ไม่เคลื่อนที่ชลธารบาดาลดิน

จึงสาปนามสามแสนเป็นชื่อคุ้ง เออชาวกรุงกลับเรียกสามเสนสิ้น

นี่หรือรักจะมิน่าเป็นราคิน แต่ชื่อดินเจียวยังกลายเป็นหลายคำ

ขอใจนุชที่ฉันสุจริตรัก ให้แน่นหนักเหมือนพุทธรูปเลขาขำ

ถึงแสนคนจะมาวอนชะอ้อนนำ สักแสนคำอย่าให้เคลื่อนจงเหมือนใจ

ถอดคำประพันธ์

ถึงสามเสน เมื่อก่อนเรียกสามแสน เพราะมีการฉุดพระพุทธรูปขึ้นจากน้ำ ใช้คนมากมาย พระพุทธรูปก็ไม่เคลื่อนที่ จึงเรียกที่นี้ว่า สามแสน แต่ชาวกรุงเรียกเป็น สามเสน นับประสาอะไรกับความรัก ก็คงต้องมัวหมอง เช่นเดียวกับชื่อของสามแสนที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป ขอให้ใจของแม่จันทร์แน่นหนักเหมือนพระพุทธรูป แม้ชายแสนคน มาอ้อนด้วยคำหวานแสนคำ ก็อย่าได้หวั่น



๏ ถึงบางพลัดยิ่งอนัตอนาถจิต นิ่งพินิจนึกน่าน้ำตาไหล

พี่พลัดนางร้างรักมาแรมไกล ประเดี๋ยวใจพบบางริมทางจร

ถึงบางซื่อชื่อบางนี้สุจริต เหมือนซื่อจิตที่พี่ตรงจำนงสมร

มิตรจิตขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง

ถึงบางซ่อนเหมือนเขาซ่อนสมรพี่ ซ่อนไว้นี่ดอกกระมังเห็นกว้างขวาง

เจ้าเยี่ยมหน้าออกมาหกพี่หน่อยนาง จะลาร้างแรมไกลเจ้าไปแล้วฯ

ถอดคำประพันธ์

ถึงบางพลัด รู้สึกอนาถใจที่ต้องพลัดพลาดจากคนรักมา

ถึงบางซื่อ ชื่อบางเหมือนกับความสัตย์ของพี่ ขอให้น้องซื่อตรงกับพี่เหมือนชื่อบาง

ถึงบางซ่อน เหมือนมีคนมาซ่อนน้อง หรือจะซ่อนน้องไว้ที่นี่ ได้โปรดเยี่ยมหน้าออกมาให้พี่เห็นสักหน่อย









๏ ถึงน้ำวนชลสายที่ท้ายย่าน เขาเรียกบ้านวัดโบสถ์ตลาดแก้ว

จะเหลียวกลับลับวังมาลิบแล้ว พี่ลับแก้วลับบ้านมาย่านบาง

พฤกษาสวนล้วนได้ฤดูดอก ตระหง่านงอกริมกระแสแลสล้าง

กล้วยระกำอัมพาพฤกษาปราง ต้องน้ำค้างช่อชุ่มเป็นพุ่มพวง

เห็นจันทน์สุกลูกเหลืองตลบกลิ่น แมงภู่บินร่อนร้องประคองหวง

พฤกษาพ้องต้องนามกานดาดวง พี่ยลพวงผลจันทน์ให้หวั่นใจ

แมงภู่เชยเหมือนพี่เคยประคองชิด นิ่งพินิจนึกน่าน้ำตาไหล

เห็นรักร่วงผลิผลัดสลัดใบ เหมือนรักใจขวัญเมืองที่เคืองเรา

พี่เวียนเตือนเหมือนอย่างน้ำค้างย้อย ให้แช่มช้อยชื่อช่อเช่นกอเก่า

โอ้รักต้นหรือมาต้องกับสองเรา จึงใจเจ้าโกรธไปไม่ได้นาน

ถอดคำประพันธ์

ถึงบ้านวัดโบสถ์ตลาดแก้ว มีน้ำวน มีต้นไม้มากมาย เห็นแมลงภู่ตอมลูกจันทร์ เหมือนพี่ที่เคล้าเคลียน้อง
beaut_beauty@hotmail.com (IP:124.121.152.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 494 18 มิ.ย. 2550 (17:34)
๏ ถึงแขวงแควแพตลอดตลาดขวัญ เป็นเมืองจันตประเทศรโหฐาน

ตลิ่งเบื้องบูรพาศาลาลาน เรือขนานจอดโจษกันจอแจ

พินิจนางแม่ค้าก็น่าชม ท้าคารมเร็วเร่งอยู่เซ็งแซ่

ใส่เสื้อตึงรึงรัดดูอัดแอ พี่แลแลเครื่องเล่นเป็นเสียดาย

ชมคณาฝูงนางมากลางชล สุริยนเยี่ยมฟ้าเวลาสาย

ถึงปากเกร็ดเสร็จพักผ่อนฝีพาย หยุดสบายบริโภคอาหารพลัน

แรงกำเริบเอิบอิ่มขยายออก เขาก็บอกโยนยาวฉาวสนั่น

ถึงหาดขวางบางพูดเขาพูดกัน พี่คิดฝันใจฉงนอยู่คนเดียว

เป็นพูดชื่อหรือผีภูตปีศาจหลอก ใคร่ช่วยบอกภูตผีมานี่ประเดี๋ยว

จะสั่งฝากขนิษฐาสุดาเดียว ใครเกินเกี้ยวแล้วอย่าไว้กำไรเลย

ถอดคำประพันธ์

ถึงตลาดขวัญ เป็นเมืองรอบนอก มีเรือแพมากมาย แม่ค้าหน้าตาดี ส่งเสียงเซ้งแซ่

ถึงปากเกร็ด แวะกินข้าว พอให้ท้องอิ่ม

ถึงบางพูด คนอื่นพูดคุยกัน แต่ตัวพี่นั่งนิ่งนึกถึงคนรัก ใครช่วยบอกให้ภูตผีมาหา จะได้ฝากดูแลนางจันน้องรัก อย่าให้ใครมายุ่งเกี่ยว



๏ ถึงบางพังน้ำพังลงตลิ่ง โอ้ช่างจริงเหมือนเขาว่านิจจาเอ๋ย

พี่จรจากดวงใจมาไกลเชย โอ้อกเอ๋ยแทบพังเหมือนฝั่งชล

ถึงวังวัดเทียนถวายบ้านใหม่ข้าม ก็รีบตามเรือที่นั่งมากลางหน

ทุ่งละลิ่วทิวเมฆเป็นหมอกมน สะพรั่งต้นตาลโตนดอนาถครัน

เจ้าของตาลรักหวานขึ้นปีนต้น ระวังตนตีนมือระมัดมั่น

เหมือนคบคนคำหวานรำคาญครัน ถ้าพลั้งพลันเจ็บอกเหมือนตกตาล

เห็นเทพีมีหนามลงราน้ำ เปรียบเหมือนคำคนพูดไม่อ่อนหวาน

เห็นกิ่งกีดมีดพร้าเข้าราราน ถึงหนามกรานก็ไม่เหน็บเหมือนเจ็บทรวง

ถอดคำประพันธ์

ถึงบางพัง ตลิ่งน้ำพัก เหมือนพี่ที่ต้องจากน้องมา อกแทบพังเหมือนฝั่งน้ำ

ถึงวัดเทียนถวาย บ้านใหม่ มีต้นตาลมาก เจ้าของตาลอยากได้ลูกตาล จึงปีนต้นตาล เหมือนคนที่ตบกับคนปากหวาน อาจเจ็บใจเหมือนคนตกต้นตาล เห็นเถาต้นเทพี มีหนาม นึกถึงตอนถูกหนามตำก็ไม่เจ็บเหมือนถูกเหน็บแนมเชือดเชือนด้วยคำพูด





๏ ถึงบางหลวงทรวงร้อนดังศรปัก พี่ร้างรักมาด้วยราชการหลวง

เมื่อคิดไปใจหายเสียดายดวง จนเรือล่วงมาถึงย่านบ้านกระแซง

พี่เร่งเตือนเพื่อนชายพายกระโชก ถึงสามโคกต้องแดดยิ่งแผดแสง

ให้รุ่มร้อนอ่อนจิตระอิดแรง เห็นมอญแต่งตัวเดินมาตามทาง

ตาโถงถุงนุ่งอ้อมลงกรอมส้น เป็นแยบยลเมื่อยกขยับอย่าง

เห็นขาขาววาวแวบอยู่หว่างกลาง ใครยลนางก็เป็นน่าจะปรานี

ดูเหย้าเรือนหาเหมือนอย่างไทยไม่ หลังคาใหญ่พื้นเล็กเป็นโรงผี

ระยะบ้านย่านนั้นก็ยาวรี จำเพาะมีฝั่งซ้ายเมื่อพายไป

ถอดคำประพันธ์

ถึงบางหลวง ใจเร่าร้อนดั่งศรปัก ถึงบ้านกระแซง เร่งฝีพายมาจนถึงสามโคก แดดร้อนเห็นชาวมอญนุ่งโสร่งเดินเห็นขาขาวๆ ใครมองเห็นก็คงนึกชอบ บ้านเรือนไม่เหมือนบ้านคนไทย หลังคาใหญ่ พื้นเล็กเหมือนโลงศพ ทรงบ้านยาวรี ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ฝั่งซ้าย



๏ ถึงวังตำหนักพักพลพอเสวย แล้วก็เลยตามแควกระแสไหล

ทั้งน้ำลงน่าสลดระทดใจ โอ้น้ำไหลเจียวยังมีเวลาลง
beaut_beauty@hotmail.com (IP:124.121.152.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 495 18 มิ.ย. 2550 (17:35)
แต่โศกพี่หรือไม่มีเวลาว่าง ระยะทางก็ยังไกลถึงไพรระหง

ขึ้นจากน้ำแล้วจะซ้ำเข้าเดินดง เมื่อไรลงนั่นแลกายจะวายตรอม

เห็นลมอื้อจะใคร่สื่อสาราสั่ง ถึงร้อยชั่งคู่เชยเคยถนอม

ให้นิ่มน้องครองศักดิ์อย่าปลักปลอม เรียมนี้ตรอมใจถึงคะนึงนาง

ถอดคำประพันธ์

ถึงวังตำหนัก พักพล เจ้านายเสวยเสร็จ ก็ไปต่อ น้ำไหลยังมีเวลาลง แต่ใจพี่โศกไม่มีเวลาว่าง ต้องเดินทางอีกไกล ขึ้นจากน้ำก็ต้องเดินป่า เห็นลมพัดอยากจะฝากสารถึงน้องรักให้รักษาเนื้อรักษาตัวรอคอยพี่ พี่ตรอมใจคิดถึงน้อง



๏ ถึงทุ่งขวางกลางยานบ้านกระบือ ที่ลมอื้อนั่นค่อยเหือดด้วยคุ้งขวาง

ถึงย่านหนึ่งน้ำเซาะเป็นเกาะกลาง ต้องแยกทางสองแควกระแสชล

ปางบุรำคำบุราณขนานนาม ราชครามเกาะใหญ่เป็นไพรสณฑ์

ในแถวทางกลางย่านกันดารคน นาวาดลเดินเบื้องบูรพา

โอ้กระแสแควเดียวทีเดียวหนอ มาเกิดก่อเกาะถนัดสกัดหน้า

ต้องแยกคลองออกเป็นสองทางคงคา นี่หรือคนจะมิน่าเป็นสองใจ

ครั้นพอสิ้นถิ่นเกาะค่อยเลาะเลียบ นาวาเพียบน้ำลงกำลังไหล

โอ้อนาถเหนื่อยน่าระอาใจ ถึงบางไทรด่านดักนาวาเดิน

เขาบอกชื่อสีกุกตรงด่านข้าม เป็นสามง่ามน้ำนองในคลองเขิน

ปักษาโบกปีกบินลงดินเดิน มัจฉาเพลินผุดพล่านในคงคา

นกยางเลียบเหยียบปลานขาหยิก เอาปากจิกบินฮือขึ้นเวหา

กระทุงน้อยลอยทวนนาวามา โอ้ปักษาเอ๋ยจะลอยถึงไหนไป

หน้าวังหรือจะสั่งด้วยนะนก ให้แนบอกของพี่รู้ว่าโหยไห้

มิทันสั่งสกุณินก็บินไป ลงจับใกล้นกตะกรุมริมวุ้มวน

ศีรษะเตียนเลี่ยนโล่งหัวล้านเลื่อม เหนียงกระเพื่อมร้องแรงแสยงขน

โอ้หัวนกนี่ก็ล้านประจานคน เมื่อยามยลพี่ยิ่งแสนระกำทรวง

ถอดคำประพันธ์

ถึงทุ่งขวาง บ้านกระบือ เกาะราชคราม กระแสน้ำยังแยกเป็นสองทาง ใจคนก็แยกเป็นสองใจได้เช่นกัน ถึงบางไทร มีสายน้ำแยกเป็นสามง่าม เรียกว่า สีกุก มีนกบิน ปลาผุดว่ายมากมาย



๏ ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางน้ำ เหมือนเกิดกรรมเกิดราชการหลวง

จึงเกิดโศกขัดขวางขึ้นกลางทรวง จะตักตวงไว้ก็เติบกว่าเกาะดิน

รำพึงพายตามสายกระแสเชี่ยว ยิ่งแสนเปลี่ยวเปล่าในฤทัยถวิล

สักครู่หนึ่งก็มาถึงบางเกาะอิน กระแสสินธุ์สายชลเป็นวนวัง

อันเท็จจริงสิ่งนี้ไม่รู้แน่ ได้ยินแต่ยุบลแต่หนหลัง

ว่าที่เกาะบางอออินเป็นถิ่นวัง กษัตริย์ครั้งครองศรีอยุธยา

พาสนมออกมาชมคณานก ก็เรื้อรกรั้งร้างเป็นทางป่า

อันคำแจ้งกับเราแกล้งสังเกตตา ก็เห็นน่าที่จะแน่กระแสความ

แต่เดี๋ยวนี้มีไม้ก็ตายโกร๋น ทั้งเกิดโจรจระเข้ให้คนขาม

โอ้ฉะนี้แก้วพี่เจ้ามาตาม จะวอนถามย่านน้ำพี่ร่ำไป

ถอดคำประพันธ์

ถึงเกาะเกิด เหมือนเกิดกรรมที่ต้องมาราชการ จึงเกิดความโศกมากมายกว่าเกาะดิน ถึงเกาะบางอออิน มีน้ำวน เล่ากันว่าเป็นวังเก่าสมัยอยุธยา กษัตริย์พาสนมออกมาชมนก แต่ปัจจุบันต้นไม้ตายโกร๋น มีทั้งโจร จระเข้ คนจึงกลัวกันมาก



๏ ถึงเกาะพระที่ระยะสำเภาล่ม เภตราจมอยู่ในแควกระแสไหล

ถึงเกาะเรียนโอ้เรียมยิ่งเกรียมใจ ที่เพื่อนไปเขาก็โจษกันกลางเรือ

ว่าคุ้งหน้าท่าเสือข้ามกระแส พี่แลแลหาเสือไม่เห็นเสือ

ถ้ามีจริงก็จะวิ่งลงจากเรือ อุทิศเนื้อให้เป็นภักษ์พยัคฆา

ไม่เคยตายเขาบ่ายนาวาล่อง เข้าในคลองตะเคียนให้โหยหา
beaut_beauty@hotmail.com (IP:124.121.152.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 496 18 มิ.ย. 2550 (17:35)
ระยะย่านบ้านช่องในคลองมา ล้วนภาษาพวกแขกตะนีอึง

ดูหน้าตาก็ไม่น่าจะชมชื่น พี่แข็งขืนอารมณ์ทำก้มขึง

ที่เพื่อนเราร้องหยอกมันออกอึง จนเรือถึงปากช่องคลองตะเคียน

ถอดคำประพันธ์

ถึงเกาะพระ มีสำเภาล่มจมอยู่ ถึงเกาะเรียน เรียมรู้สึกร้อนใจ ถึงท่าเสือ แต่พี่มองไม่เห็นเสือ ถ้ามีจริงจะวิ่งออกจากเรืออุทิศเนื้อให้เป็นอาหารของเสือ เข้าคลองตะเคียน เป็นถิ่นของพวกแขกตะนี หน้าตาไม่น่ามอง ถึงปากช่องคลองตะเคียน เห็นวัดวาอารามมากมาย เจดีย์ ศาลาการเปรียญ โบสถ์ กุฏิชำรุดพัง



๏ เห็นวัดวาอารามตามตลิ่ง ออกแจ้งจริงเหลือจะจำในคำเขียน

พระเจดีย์ดูกลาดดาษเดียร การเปรียญโบสถ์กุฏิ์ชำรุดพัง

ถึงวัดธารมาใหม่ใจระย่อ ของพระหน่อสุริย์วงศ์พระวังหลัง

อุตส่าห์ทรงศรัทธามาประทัง อารามรั้งหรือมางามอร่ามทอง

สังเวชวัดธารมาที่อาศัย ถึงสร้างใหม่ชื่อยังธาระมาหมอง

เหมือนทุกข์พี่ถึงจะมีจินดาครอง มงกุฎทองสร้อยสะอิ้งมาใส่กาย

อันตัวงามยามนี้ก็ตรอมอก แสนวิตกมาตามแควกระแสสาย

ถึงคลองสระปทุมานาวาราย น่าใจหายเห็นศรีอยุธยา

ทั้งวังหลวงวังหลังก็รั้งรก เห็นนกหกซ้อแซ้บนพฤกษา

ดูปราสาทราชวังเป็นรังกา ดังป่าช้าพงชัฏสงัดคน

ถอดคำประพันธ์

ถึงวัดธารมาใหม่ ชื่อวัดเหมือนความทรมานความทุกข์ของพี่ แม้มีเครื่องประดับ แต่งตัวจนงาม แต่ใจก็ยังตรอมตรม ถึงคลองสระประทุม เห็นราชวังเก่าร้างรก ดังรังกา เงียบดังป่าช้า



๏ อนิจจาธานินสิ้นกษัตริย์ เหงาสงัดเงียบไปดังไพรสณฑ์

แม้กรุงยังพรั่งพร้อมประชาชน จะสับสนแซ่เสียงทั้งเวียงวัง

มโหรีปี่กลองจะก้องกึก จะโครมครึกเซ็งแซ่ด้วยแตรสังข์

ดูพาราน่าคิดอนิจจัง ยังได้ฟังแต่เสียงสกุณา

ทั้งสองฝั่งแฝกแขมแอร่มรก ชะตาตกสูญสิ้นพระชันษา

แต่ปู่ย่ายายเราท่านเล่ามา เมื่อแรกศรีอยุธยายังเจริญ

กษัตริย์สืบสุริย์วงศ์ดำรงโลก ระงับโศกสุขสุดจะสรรเสริญ

เราเห็นยับยังแต่รอยก็พลอยเพลิน เสียดายเกิดมาเมื่อเกินน่าน้อยใจ

กำแพงรอบขอบคูก็ดูลึก ไม่น่าศึกอ้ายพม่าจะมาได้

ยังให้มันข้ามเข้าเอาเวียงชัย โอ้อย่างไรเหมือนบุรีไม่มีชาย

หรือธานินสิ้นเกณฑ์จึงเกิดยุค ไพรีรุกรบได้ดังใจหมาย

เหมือนทุกวันแล้วไม่คัณนาตาย ให้ใจหายหวั่นหวั่นถึงจันทร์ดวง



๏ พี่ดูใจค่ายนอกออกหนักแน่น ดังเขตแคว้นคูขอบนครหลวง

ไม่เห็นจริงใจนางในกลางทรวง ชายทะลวงเข้ามาบ้างจะอย่างไร

ขอเทเวศร์เขตสวรรค์ชั้นดุสิต ดลใจมิตรอย่าให้เหมือนกับกรุงใหญ่

ให้เหมือนกรุงเราทุกวันไม่พรั่นใคร นั่นแลใจเห็นจะครองกับน้องนาน



ถอดคำประพันธ์

เมืองที่สิ้นกษัตริย์เงียบดังป่า เมื่อครั้งที่กรุงเต็มไปด้วยผู้คน คงมีเสียงเซ็งแซ่ทั้งเมือง เสียงมโหรี แตร สังข์ แต่ครั้งนี้มีแต่เสียงนก ทั้งสองฝั่งเต็มไปด้วยต้นแฝกและแขม ปู่ยาตายายเล่าถึงเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเจริญ กษัตริย์ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองดับทุกข์โศกของประชาชน น่าสรรเสริญยิ่ง เสียดายที่เราเกิดมาไม่ทันเห็น มีกำแพงเมือง คูเมืองก็ลึก ข้าศึกไม่น่าเข้ามายึดได้ เหมือนกับไม่มีผู้ชาย คงเป็นเพราะเมืองสิ้นชะตา จึงทำให้ข้าศึกยึดได้ ทุกวันนี้พี่ไม่กลัวตาย คิดถึงแต่แม่จัน ขอให้เทวดาในสรวงสรรค์ชั้นดุสิต ดลใจให้น้องอย่าเป็นเหมือนกรุงเก่า
beaut_beauty@hotmail.com (IP:124.121.152.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 497 18 มิ.ย. 2550 (17:35)
ขอให้เป็นเหมือนกรุงของเราที่ไม่พรั่นใคร จะได้อยู่เคียงคู่กับพี่ตลอดไป



๏ สุริยนเย็นสนธยาย่ำ ประทับลำเรือเรียงเคียงขนาน

เขาเรียกวัดแม่นางปลื้มลืมรำคาญ ใครขนานชื่อหนอได้ต่อมา

ช่างแปลงโศกให้เราปลื้มพอลืมรัก จะรู้จักคุณจริงไม่แกล้งว่า

พลพายนายไพร่บรรดามา หุงข้าวหาฟืนใส่ก่อไฟฮือ

พี่ตันอกตกยากจากสถาน เห็นอาหารหวนทอดใจใหญ่หือ

ค่อยขืนเคี้ยวข้าวคำสักกำมือ พอกลืนครือคอแค้นดังขวากคม

จะเจือน้ำซ้ำแสบในทรวงเสียว มีเค็มเปรี้ยวกล้ำกลืนก็ขื่นขม

กินประทับแต่พอรับกับโรคลม ครั้นค่ำพรมน้ำค้างอยู่พร่างพราย

ก็แรมรอนนอนวัดแม่นางปลื้ม พี่ไม่ลืมอาลัยให้ใจหาย

ทั้งไพร่นายนอนกลาดบนหาดทราย พงศ์นารายณ์นรินทร์วงศ์ที่ทรงญาณ

บรรทมเรือพระที่นั่งบังวิสูตร เขารวบรูดรอบดีทั้งสี่ด้าน

ครั้นรุ่งเช้าราวโมงหนึ่งนานนาน จัดแจงม่านให้เคลื่อนนาวาคลา

ถอดคำประพันธ์

ถึงวัดนางปลื้ม ทำให้เราปลื้มลืมความรัก พักกินข้าว ก็กินไม่ค่อยลง ค้างคืนที่นี่ เจ้านายบรรทมในเรือพระที่นั่ง จนรุ่งเช้าก็เดินทางต่อ



๏ เข้าลำคลองหัวรอตอระดะ ดูเกะกะรอร้างทางพม่า

เห็นรอหักเหมือนหนึ่งรักพี่รอรา แต่รอท่ารั้งทุกข์มาตามทาง

พอเลี้ยวแหลมถึงท่าศาลาเกวียน ตลิ่งเตียนแลโล่งดังคนถาง

พี่ตั้งตาหาเกวียนสองข้างทาง หมายจะจ้างบรรทุกไปท่าเรือ

แต่ทุกข์รักก็เห็นหนักถนัดอก ถึงสักหกเจ็ดเกวียนก็เจียนเหลือ

แต่โศกรักมาจนหนักในลำเรือ เฝ้าเติมเจือไปทุกคุ้งรำคาญครัน

ถอดคำประพันธ์

ถึงคลองหัวรอ มีรอเก่า ๆ ของพวกพม่า เหมือนกับพี่ที่รอความรักด้วยความทุกข์ ถึงศาลาเกวียนตลิ่งเตียน มองหาเกวียนมาบรรทุกความรักสักหกเจ็ดเกวียน ทุกความรักมาจนหนักเรือเติมความรักมาทุกคุ้งจนรู้สึกรำคาญ











๏ ถึงบ่อโพงถ้ามีโพงจะผาสุก จะโพงทุกข์เสียให้สิ้นที่โศกศัลย์

นี่แลแลก็เห็นแต่ตลิ่งชัน ถึงปากจั่นตละเตือนให้ตรอมใจ

โอ้นามน้องหรือมาพ้องกับชื่อบ้าน ลืมรำคาญแล้วมานึกรำลึกได้

ถึงบางระกำโอ้กรรมระยำใจ เคราะห์กระไรจึงมาร้ายไม่วายเลย

ระกำกายมาถึงท้ายระกำบ้าน ระกำย่านนี่ก็ยาวนะอกเอ๋ย

โอ้คนผู้เขาช่างอยู่อย่างไรเลย หรืออยู่เคยความระกำทุกค่ำคืน

ถอดคำประพันธ์

ถึงบ่อโพง ถ้ามีโพงคงจะมีความสุข จะใช้โพงความทุกข์ให้หมดสิ้น เห็นแต่ตลิ่งชัน ถึงปากจั่นชื่อพ้องกับแม่จัน ถึงบางระกำ นึกถึงเคราะห์กรรมที่ต้องตกทุกข์ระกำกายจนมาถึงบางระกำ ต้นระกำที่นี่ยาว ผู้คนคงคุ้นเคยกับความระกำใจ



๏ ถึงคุ้งแคว้นแดนพระนครหลวง ยิ่งโศกทรวงเสียใจให้สะอื้น

โอ้อกเอ๋ยยังจะไปอีกหลายคืน กว่าจะชื่นแทบช้ำระกำกาย

ถึงแม่ลาเมื่อเรามาก็ลาแม่ แม่จะแลแลหาไม่เห็นหาย

จะถามข่าวเช้าเย็นไม่เว้นวาย แต่เจ้าสายสุดใจมิได้มา

ถึงอรัญญิกยามแดดแผดพยับ เสโทซับซาบโทรมทั้งนาสา

ถึงตะเคียนด้วนด่วนรีบนาวามา ถึงศาลาลอยแลลิงโลดใจ
beaut_beauty@hotmail.com (IP:124.121.152.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 498 18 มิ.ย. 2550 (17:36)
เงื้อมตลิ่งงิ้วงามตระหง่านยอด ระกะกอดเกะกะกิ่งไสว

พยุยวบกิ่งเยือกเขยื้อนใบ ถึงวังตะไลเห็นบ้านละลานแล

ถึงบ้านขวางที่ทางนาวาจอด เรือตลอดแลหลามตามกระแส

ถึงท่าเรือเรือยัดกันอัดแอ ดูจอแจจอดริมตลิ่งชุม

ที่หน้าท่ารารับประทับหยุด อุตลุดขนของขึ้นกองสุม

เสบียงใครใครนั่งระวังคุม พร้อมชุมนุมแน่นหน้าศาลารี

ถอดคำประพันธ์

ถึงพระนครหลวง ยิ่งโศกเศร้าใจ ต้องไปอีกหลายคืน ถึงแม่ลา เมื่อมาก็ลาแม่

ถึงอรัญญิก ตะเคียนด้วน ศาลาลอย มีต้นงิ้วงามอยู่ริมตลิ่ง ถึงวังตะไล มีบ้านเต็มไปหมด

ถึงบ้านขวาง เป็นท่าเรือ ขนข้าวของเสบียงขึ้นไว้ที่ศาลา



๏ ฝ่ายพระหน่อสุริย์วงศ์ทรงสิกขา ขึ้นศาลาโสรจสรงวารีศรี

ข้างพวกเราเฮฮาลงวารี แต่โดยดีใจตนด้วยพ้นพาย

อุระเรียมเกรียมตรมอารมณ์ร้อน ระอาอ่านอกใจมิใคร่หาย

แลตลิ่งวิงหน้านัยน์ตาพราย หัวไหล่ตายตึงยอกตลอดตัว

ได้พึ่งเพื่อนเหมือนญาติเมื่อยามเข็ญ เขานวดเคล้นให้บ้างก็ยังชั่ว

พระอาทิตย์มืดมิดเข้าเมฆมัว ฟ้าสลัวแดดดับพยับไพร

กองคเชนทร์เกณฑ์ช้างยี่สิบเชือก มาจัดเลือกกองหมอขึ้นคอไส

ที่เดินดีขี่กูบไม่แกว่งไกว วิสูตรใส่สองข้างเป็นช้างทรง

แล้วผ่อนเกณฑ์กองช้างไว้กลางทุ่ง เวลารุ่งจะเสด็จขึ้นไพรระหง

ที่สี่เวรเกณฑ์กันไว้ล้อมวง พระจอมพงศ์อิศยมบรรทมพลัน

ถอดคำประพันธ์

เณรกรมพระปรมานุชิตชิโนรส ขึ้นศาลาทรงน้ำ ส่วนพวกเราลงว่ายน้ำ เพื่อนช่วยบีบนวดจัดกองช้างยี่สิบสี่เชือก เลือกตัวที่เดินดีเป็นช้างพระที่นั่ง พระองค์เจ้าปฐมวงศ์เข้าบรรทม



๏ อันพวกเราเหล่าเสวกามาตย์ เหนื่อยอนาถนิทราดังอาสัญ

แสนวิตกอกพี่นี้ผูกพัน ให้หวั่นหวั่นเวทนาด้วยอาวรณ์

สดับเสียงสัปปุรุษที่หยุดพัก เขาร้องสักวาอึงทั้งครึ่งท่อน

บ้างชมป่าช้าปี่ทีละคร ถึงสบกลอนที่จะรู้ก็สู้เมิน

เฝ้าแหงนดูดวงแขชะแง้พักตร์ เห็นจันทร์ชักรถร่อนเวหาเหิน

ดูดวงเดือนเหมือนชื่อรื้อเผอิญ ระกำเกินที่จะเก็บประกอบกลอน

จนไก่เถื่อนเตือนขันสนั่นแจ้ว ดุเหว่าแว่วหวาดหมายว่าสายสมร

เดือนแอร่มแจ่มล้ำในอัมพร กองกุญชรผูกช้างมายืนเรียง

ถอดคำประพันธ์

พวกเสวกามาตย์ต่างเหนื่อยอ่อน นอนเหมือนตาย ได้ยินเสียงเพื่อนร้องเพลงสักวา เพลงครึ่งท่อนช้าปี่ ก็ไม่สนใจ เฝ้าดูดวงจันทร์ เหมือนชื่อน้อง ระกำเกินกว่าที่จะเขียนเป็นคำกลอน จนรุ่งเช้า กองช้างเตรียมช้างมายืนเรียง



๏ บรรดาเพื่อนเตือนตื่นขึ้นเซ็งแซ่ บ้างจอแจจัดการประสานเสียง

บ้างม้วนเสื่อมัดกระสอบหอบเสบียง บ้างถุ้งเถียงชิงสัปคับกัน

บ้างขึ้นบนขนส่งคนข้างล่าง เสียงโฉ่งฉ่างขามแตกกระแทกขัน

จนคนบนสัปคับรับไม่ทัน หม้อข้าวขันตกแตกกระจายราย

ย่ามกระสอบกรอบแกรบกระไกรกริก กลักพริกพลิกแพลงตะแคงหงาย

กะโปเลเชือกร้อยขึ้นห้อยท้าย เมื่อยามร้ายดูงามกว่าชามดิน

ถอดคำประพันธ์

พวกเพื่อนปลุกกันเซ็งแซ่ รีบเก็บข้าวของดูวุ่นวาย



๏ สงสารนางชาวในที่ไปด้วย ทั้งโถถ้วยเครื่องแต่งแป้งขมิ้น
beaut_beauty@hotmail.com (IP:124.121.152.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 499 18 มิ.ย. 2550 (17:36)
หวีกระจกตกแตกกระจายดิน เจ้าของผินหน้าหาน้ำตาคลอ

จะปีนขึ้นกูบช้างไม่กางขา แต่โดยผ้ากรีดกรอมทำซอมซ่อ

มือตะกายสายรัดสกนธ์คอ เห็นช้างงองวงหนีก็หวีดอึง

แต่ปีนไพล่เหนี่ยวพลัดสุหรัดขาด สองมือพลาดพลัดคว่ำลงต้ำผึง

กรมการบ้านป่าเขาฮาตึง ทำโกรธขึ้งเรียกพวกผู้ชายเร็ว

บ้างขึ้นช้างพลางฉวยข้อมือฉุด ดังอุณรุทจับกินนรที่ในเหว

ไม่นึกอายอัประมาณเป็นการเร็ว บ้างโอบเอวอุ้มนางขึ้นช้างพังฯ

ถอดคำประพันธ์

พวกนางในปีนช้าง ไม่กางขา จึงตกช้าง พวกกรรมการบ้านป่าฮากันตึง พวกนางในจึงเรียกพวกผู้ชายมาช่วยฉุดมือบ้าง อุ้มบ้างเพื่อขึ้นช้าง โดยไม่นึกอาย

๏ สุรแสงแจ่มแจ้งอร่ามโลก บริโภคอิ่มเอิบอารมณ์หวัง

ขัตติยวงศ์ทรงช้างกูบบัลลังก์ รับสั่งสั่งสารถีให้ไสเดิน

จากศาลาท่าเรือเข้าทิวทุ่ง เป็นฝุ่นฟุ้งนภางค์ในทางเขิน

กูบกระโดกโยกอย่างทุกย่างเดิน เขยื้อนเยินยอบเยือกยะยวบกาย

ทั้งสองข้างท่านวางเป็นช้างดั้ง ระยะหลังมหาดเล็กนั้นเหลือหลาย

แต่ตัวพี่นี้จำเพาะเป็นเคราะห์ร้าย ต้องขึ้นพลายนำทางช้างน้ำมัน

เพื่อนเขาแกล้งตบมือกระพือผัด ช้างสะบัดบุกไปในไพรสัณฑ์

ผงะหงายคนท้ายเขาคว้าทัน โอ้แม่จันทร์เจียนจะไม่เห็นใจจริง

นึกจะโจนจากช้างลงกลางเถื่อน แล้วอายเพื่อนเขาจะเย้ยว่าใจหญิง

แต่ตึงเศียรเวียนหน้านัยน์ตาวิง เอาขอพิงพาดตักมาตามทางฯ

ถอดคำประพันธ์

รุ่งเช้า กินกันอิ่มแล้ว เมื่อพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ทรงช้าง ก็เคลื่อนขบวน สองข้างเป็นช้างตั้ง ด้านหลังเป็นพวกมหาดเล็ก ตัวพี่เคราะห์ร้ายต้องขึ้นช้างตกน้ำมัน เพื่อนแกล้งตบมือ มันจึงพาวิ่งเข้าป่าไป พี่หงายหลัง แต่ท้ายช้างคว้าไว้ทัน นึกจะโจนลง แต่ก็อายเพื่อนจะเย้ยว่าใจหญิง พี่เวียนหัวจนตาลาย



๏ ถึงชายป่านาประโคนรำคาญคิด ถึงมิ่งมิตรแล้วให้หมองอารมณ์หมาง

จนพ้นทุ่งมุ่งตรงเข้าดงยาง ไม่สล้างลู่ล้มระทมทับ

รุกขชาติดาษดูระดะป่า สกุณาจอแจประจำจับ

ดุเหว่าแว่วหวาดไหวฤทัยวับ จะแลกลับหลังเหลียวยิ่งเปลี่ยวใจ

ทั้งสองข้างทางเดินก็รกระ ระเกะกะพาดพันเถาวัลย์ไสว

จักจั่นแซ่เสียงเรไรไพร ในจิตใจทดท้อระย่อเย็น

ถอดคำประพันธ์

ถึงชายป่าหน้าประโคน คิดถึงน้องรัก เข้าดงยางที่ลู่ล้มทับกัน เสียงนกจอแจ เสียงดุเหว่า ทำให้เปลี่ยวใจ สองข้างทางเต็มไปด้วยเถาวัลย์ ได้ยินเสียงจักจั่นเรไร ทำให้ระทดท้อหนาวใจ



๏ ถึงบางโขมดมีธารตะพานช้าง บรรลุทางครบร้อยห้าสิบเส้น

มีโพธิ์พุ่มชุ่มชื่นระรื่นเย็น ไม่ว่างเว้นสัปปุรุษเขาหยุดเรียง

บ้างขายของสองข้างตามทางป่า จำนรรจาจอแจออกแซ่เสียง

พี่แกล้งไสให้คชสารเคียง เห็นของเรียงอยู่บนร้านทั้งหวานคาว

แต่น้ำยานั้นเขาว่ากิ้งกือกุ้ง เห็นชาวกรุงกินกลุ้มทั้งหนุ่มสาว

พี่คลื่นไส้ไสช้างในย่างยาว มาตามราวมรคาพนาวัน

ลมกระพือฮือหอบผงคลีหวน ปักษาครวญเพรียกพฤกษ์ในไพรสัณฑ์

ดุเหว่าแว่วแจ้วจับน้ำใจครัน ไก่เถื่อนขันขานเขาชวาคู

ถอดคำประพันธ์

ถึงบางโขมด มีธารตะพานช้าง เดินทางมาได้ร้อยห้าสิบเส้น มีต้นโพธิ์ใหญ่ให้เงาร่มเย็นผู้คนจึงหยุดพักที่นี่ สองข้างทาง มีของขายเสียงจอแจ มีทั้งของหวานของคาว พี่เห็นน้ำยา เขาว่าทำมาจากกิ้งกือ พวกชาวกรุงทั้งหนุ่มสาวจับกลุ่มกิน
beaut_beauty@hotmail.com (IP:124.121.152.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 500 18 มิ.ย. 2550 (17:36)
กัน ส่วนพี่คลื่นไส้ ไสช้างเดินต่อ

๏ ประจวบจนถึงตำบลบ่อโศก ยามวิโยคออกชื่อก็ครือหู

ถึงจะไม่รู้จักไม่รักรู้ แต่เหลือบดูไปที่บ่อยังท้อใจ

ระยะเดินเถินทางมากลางป่า สองร้อยห้าสิบเส้นถึงสระใหญ่

พอได้กึ่งมรคาพนาลัย พี่รีบไสช้างเดินโดยลำพอง

ถอดคำประพันธ์

ถึงตำบลบ่อโศก มาได้สองร้อยห้าสิบเส้น ถึงสระใหญ่ พี่ไสช้างเดินต่ออย่างคะนอง



๏ มาลับท่อบ่อโศกจนสุดเหลียว ยังเสียวเสียวโศกกายไม่วายหมอง

ถึงหนองคนทีมีสระละหานนอง เป็นเปือกกรองแต่ล้วนหญ้าคงดำ

อันริมรอบขอบหนองทั้งสองข้าง รอยตีนช้างลึกลุ่มหลุ่มถลำ

โอ้น้ำใจในอุราทาระกรรม เหมือนน้ำดำอยู่ในหนองเป็นฟองคราม

พี่ยลน้ำช้ำใจแล้วไสช้าง มาตามทางทิวป่าพนาหนาม

กำหนดนับมรคาพยายาม ก็ได้สามร้อยเส้นห้าสิบปลาย

โอ้ทางไกลไปเปลืองเหมือนเรื่องว่า แต่โศกข้านี่กระไรมิใคร่หาย

จะแลขวาป่าเขียวยังเปลี่ยวกาย จะแลซ้ายเห็นแต่โขดภูเขาเคียง

กับหมู่ไม้ไกรกรวยกันเกรากร่าง พะยอมยางตาพยัคฆ์พยุงเหียง

ข่อยมะขามตามทางสล้างเรียง นกเขาเคียงคู่คูประสานคำ

โอ้นกคู่ดูน่าจะผาสุก พี่นี้ทุกข์เพราะจากเจ้างามขำ

เห็นนกหนึ่งจับนิ่งกิ่งระกำ โอ้นกน้อยเห็นจะจำจากตัวเมีย

ถ้านกผู้ดูเหมือนหัวอกพี่ แสนทวีเวทนาประดาเสีย

นิจจาเอ๋ยถ้าเป็นอกนกตัวเมีย จะละเหี่ยหาผัวอยู่ตัวเดียว

พี่เห็นนกแล้ววิตกถึงน้องน้อย จะครวญคอยนับวันกระสันเสียว

ไม่เห็นพี่ก็จะโหยอยู่โดยเดียว พี่ก็เปลี่ยวเปล่ากายซังตายมา

ถอดคำประพันธ์

ถึงหนองคนที มีสระ น้ำนอง มีหญ้าน้ำสีดำ รอยตีนช้างลึกเป็นหลุม เดินทางมาได้สามร้อยห้าสิบเส้น เหลียวซ้ายแลขวาก็เป็นป่าเขา เห็นนกเขาคู่หนึ่งขันกันอย่างมีความสุข แต่ตัวพี่ทุกข์เพราะต้องจากน้องรัก เห็นนกตัวหนึ่งจับกิ่งระกำ คงจากตัวเมียมา เหมือนตัวพี่ พี่เห็นนกก็คิดถึงน้อง คงต้องครวญคอยพี่อยู่คนเดียว



๏ ถึงศาลาอาศัยเจ้าสามเณร ในบริเวณอึกทึกด้วยพฤกษา

ที่ป่านั้นขยาดพยัคฆา จะไปมาใครไม่อาจประมาทเมิน

ยามระงิดพี่ไม่คิดว่าเสือร้าย เขม้นหมายมุ่งลำเนาภูเขาเขิน

ได้สี่ร้อยทางจรไม่หย่อนเกิน เขารีบเดินการด่วนจะจวนเพล

ช้างที่นั่งก็รับสั่งให้รีบไส จนเหงื่อไหลหน้าแดงดังแสงเสน

ถึงสระยอรอช้างเสวยเพล จนกองเกณฑ์เดินทางมาตามทัน

ถอดคำประพันธ์

ถึงศาลาที่สามเณรพักอยู่ ร่มรื่นด้วยต้นไม้ ป่านี้นายพรานว่ามีเสือ จะไปมาต้องไม่ประมาทยามไม่สบายใจ พี่คิดกลัวเสือ มุ่งหน้าเดินทางข้ามเขา ระยะทางประมาณสี่ร้อยเส้น จนถึงสระยอ รอเสด็จมาเสวยเพล

๏ พี่แวะเข้าเขาตกคอยนำเสด็จ ดูเทเวศร์อารักษ์นรังสรรค์

เอาเทียนจุดบูชาแก่เทวัญ ให้ป้องกันอันตรายในราวไพร

เห็นเขาตกเขาแตกมาตกลึก อนาถนึกแล้วน่าน้ำตาไหล

ที่ตกยากจากนางมากลางไพร วิตกใจตกมาถึงคีรี

รำจวญจิตคิดไปน่าใจหาย ไม่เว้นวายความเทวษสวาทศรี

จึงเลยลาอารักษ์ริมคีรี จงสุขีเถิดนะข้าขอลาจร

ถอดคำประพันธ์

พี่แวะที่เขาตก คอยนำเสด็จ บูชาถวายเทวาอารักษ์ให้ช่วยป้องกันอันตราย เห็น
beaut_beauty@hotmail.com (IP:124.121.152.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 501 18 มิ.ย. 2550 (17:37)
เขาตก ทำให้นึกถึงตัวเองที่ต้องมาตกยากจากน้องมาอยู่กลางป่า รู้สึกใจหาย



๏ ถึงสระยอพอได้เวลาเสด็จ ก็ตามเสร็จแวดล้อมพร้อมสลอน

กำดัดแดดแผดเที่ยงทินกร รีบกุญชรช้างที่นั่งขนัดตาม

บ่ายประมาณโมงหนึ่งพอถึงวัด ออกแออัดผู้คนอยู่ล้นหลาม

ลงหยุดปลงไอยราริมอาราม สมภารตามเชิญเสด็จให้คลาไคล

ขึ้นกุฎีฝากระดานสำราญรื่น ก็ครึกครื้นครอบครัวเข้าอาศัย

ทั้งไพร่นายรายเรียบกันเรียดไป ตัดใบไม้มุงเหมือนหลังคาบัง

ถอดคำประพันธ์

เสด็จออกจากสระยอเวลาประมาณเที่ยง ถึงวัดประมาณบ่ายโมง มีผู้คนล้นหลาม หยุดช้างริมวัด สมภารเชิญเสด็จให้พักผ่อนบนกุฏิวัด



๏ ประจวบจนสุริยนเย็นพยับ ไม่ได้ศัพท์เซ็งแซ่ด้วยแตรสังข์

ปี่ระนาดฆ้องกลองประโคมดัง ระฆังหงั่งหงั่งหง่างลงครางครึม

มโหรีปี่ไฉนจับใจแจ้ว วิเวกแว่วกลองโยนตะโพนกระหึม

ทุกที่ทับสัปปุรุษก็พูดพึม รุกขาครึ้มครอบแสงพระจันทร

เสนาะเสียงเทศนาปุจฉาถาม ในสนามเสียงสนั่นเนินสิงขร

เป็นวันบรรณรสีรวีวร พระจันทรทรงกลดรจนา

ไฟตะเกียงเรียงรอบพระมณฑป กระจ่างจบจันทร์แจ่มแอร่มผา

ดอกไม้พุ่มจุดงามอร่ามตา จับศิลาแลเลื่อมเป็นลายลาย

พระจันทร์ส่องต้องยอดมณฑปสุก ในหน้ามุขเงางามอร่ามฉาย

นกบินกรวดพรวดพราดประกายพราย พลุกระจายช่อช่วงดังดวงเดือน

ดอกไม้ร้องป้องปีปสนั่นป่า ในแหล่งหล้าใครไม่มีเสมอเหมือน

แต่คนเดินพัลวันออกฟั่นเฟือน จนจันทร์เคลื่อนรถคล้อยลับเมฆา

สงัดเสียงคนดังระฆังเงียบ เย็นยะเยียบยามนอนริมเนินผา

เมื่อยามแกนแสนทุเรศเวทนา ต้องไสยาอยู่กลางน้ำค้างพราว

ทั้งต้องน้ำอำมฤกเมื่อดึกเงียบ แสนยะเยียบเนื้อเย็นเป็นเหน็บหนาว

ทั้งหนาวลมหนาวพรมน้ำค้างพราว ไหนจะหนาวซากผาศิลาเย็น

โอ้หนาวอื่นพอขืนอารมณ์ได้ แต่หนาวใจยากแค้นนี้แสนเข็ญ

ทั้งหนาวนอนไกลนุชสุดจะเย็น ใครปะเป็นเหมือนหนึ่งข้าจะว่าจริง

ถึงผ้าผ่อนซ้อนห่มเป็นไหนไหน ไม่อุ่นใจเหมือนกอดแม่ยอดหญิง

แต่ตรอมใจไสยาสน์หวาดประวิง จนไก่ชิงกันขันกระชั้นยาม

ได้เพลินอุ่นฉุนเคลิ้มสติหลับ ก็ฝันยับไปด้วยรักไม่พักถาม

ในนิมิตว่าได้ชิดพะงางาม เหมือนเมื่อยามยังสำราญอยู่บ้านน้อง

สบายนิดหนึ่งที่ฝันก็พลันรุ่ง ตื่นสะดุ้งเขาประดังระฆังก้อง

พอลืมตาก็ผวาคว้าประคอง ไม่พบน้องสุดแค้นแสนรำคาญ

ถอดคำประพันธ์

เวลาเย็น เสียงประโคมมโหรีดังเซ็งแซ่ เสียงพูดคุยกัน วันนี้เป็นวันพระขึ้น ๑๕ ค่ำ พระจันทร์ทรงกรด ไฟตะเกียงรอบพระมณฑปประกอบกับแสงจันทร์ส่องสว่างเห็นผาชัดเจน เทียนดอกไม้พุ่มสว่างจับเขาแวววับ พระจันทร์ส่องแสงต้องยอดมณฑปดูสุกใส หน้ามุขเป็นเงางาม นกบินกรวดพุ่งขึ้นสว่างอยู่กลางฟ้า พลุกระจายเป็นช่อเหมือนดวงจันทร์ เสียงดอกไม้ไฟดังสนั่นป่า ไม่มีที่ไหนเหมือนอีกแล้ว ผู้คนเดินไปมามากมาย จนพระจันทร์ลับเมฆไป บรรยากาศเริ่มเงียบสงบ อากาศเย็นยะเยือก ต้องนอนหนาวตากน้ำค้างอยู่ริมผา หนาวลม หนาวน้ำค้าง หนาวที่ต้องนอนบนหินเย็นๆ ยังพอทน แต่หนาวใจช่าง

ยากแค้นแสนเข็ญสุดจนทนเพราะต้องนอนหนาวไกลน้อง จะห่มผ้าก็ไม่หายหนาว ไม่เหมือนกับได้กอดน้อง เมื่อหลับก็ฝันว่าอยู่ใกล้น้อง พอเช้าตื่นขึ้น ไม่พบน้อง รู้สึกแค้นและรำคาญ



๏ จนแจ่มแจ้งแสงสายไม่วายโศก บริโภคโภชนากระยาหาร
beaut_beauty@hotmail.com (IP:124.121.152.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 502 18 มิ.ย. 2550 (17:37)
แล้วเลือกธูปเทียนจัดไปนมัสการ เข้าในลานแลเลื่อมละอองทราย

มีร่มโพธิ์รุกขังเป็นรังรื่น พิกุลชื่นช่อบังพระสุริย์ฉาย

แสนรโหโอฬาร์น่าสบาย ทั้งหญิงชายกลาดกลุ้มประชุมกัน

ทวาราที่ตรงหน้าบันไดนาค มีรูปรากษสสองอสูรขยัน

แสยะแยกโอษฐ์อ้าสองตามัน ยืนยิงฟันแยกเขี้ยวอยู่อย่างเป็น

บันไดนาคนาคในบันไดนั้น ดูผกผันเพียงจะเลื้อยออกโลดเล่น

ขย้ำเขี้ยวขบปากเหมือนนาคเป็น ตาเขม้นมองมุ่งสะดุ้งกาย

มีต้นกำพฤกษ์ทานในลานวัด ลูกหมากยัดเงินทิ้งอุทิศถวาย

คนประชุมกลุ้มชิงทั้งหญิงชาย บ้างกอบปรายเบี้ยโปรยอยู่โกรยกราว

ถอดคำประพันธ์

รุ่งแจ้ง จัดหาธูปเทียนไปนมัสการ เข้าไปในลานที่เป็นพื้นทราย มีต้นโพธิ์ พอกุลร่มรื่น ชายหญิงมากมายมาชุมนุมกันอยู่ที่นี่



๏ ทิศประจิมริมฐานมณฑปนั้น มีดาบสรูปปั้นยิงฟันขาว

นุ่งหนังพยัคฆาชฎายาว ครังเคราคราวหนวดแซมสองแก้มคาง

ขั้นบันไดจะขึ้นไปมณฑปนั้น สิงโตตันสองตัวกระหนาบข้าง

ดูผาดเผ่นเหมือนจะเต้นไปตามทาง พี่ชมพลางขึ้นบนบันไดพลัน

ทั้งสาวหนุ่มเข้าประชุมกันแออัด ประนมหัตถ์ทักษิณเกษมสันต์

แต่เวียนเดินเพลินชมมาตามกัน ตามช่องชั้นกำแพงแก้วอันแพรวพราย

ทั้งซุ้มเสามณฑปกระจกแจ่ม กระจังแซมปลายเสาเป็นบัวหงาย

มีดอกจันทน์ก้านแย่งสลับลาย กลางกระจายดอกจอกประจำทำ

ถอดคำประพันธ์

ประตูตรงหน้าบันไดนาค มีรูปยักษ์สองตนยืนแยกเขี้ยว จ้องตาเป็นมันเหมือนมีชีวิต นาคในบันไดดูเหมือนจะเลื้อยไปได้จริง ๆ ขย้ำเขี้ยวขบปากเหมือนมีชีวิต ตาจ้องเขม้น มีต้นกัลปพฤกษ์ในลานวัด มีการโปรยทาน เช่น ลูกหมากยัดเงิน เบี้ย ชายหญิงมากมายแย่งทานกัน

ทิศตะวันตกริมฐานมณฑป รูปปั้นดาบสยิ้มเห็นฟันขาว นุ่งหนังเนื้อเสือใส่ชฏายาว หนวดยาว ขั้นบันไดที่จะขึ้นมณฑปมีสิงโตสองตัวตั้งกระหนาบ ดูเหมือนจะกระโดดตามไปด้วย พี่เดินชมมณฑปชมลวดลายต่าง ๆ เช่น กระจัง บัวหงาย ดอกจันทร์ ก้านแย่ง ดอกจอก



๏ พื้นผนังหลังบัวที่ฐานปัทม์ เป็นครุฑอัดยืนเหยียบภุชงค์ขยำ

หยิกขยุ้มกุมวาสุกรีกำ กินนรรำรายเทพประนมกร

ใบระกาหน้าบันบนชั้นมุข สุวรรณสุกเลื่อมแก้วประภัสสร

ดูยอดเยี่ยมเทียมยอดยุคุนธร กระจังซ้อนแซมใบระกาบัง

นาคสะดุ้งรุงรังกระดึงห้อย ใบโพธิ์ร้อยระเรงอยู่เหง่งหงั่ง

เสียงประสานกังสดาลกระดึงดัง วิเวกวังเวงในหัวใจครัน

ถอดคำประพันธ์

พื้นผนังที่ฐานปัทม์ เป็นรูปครุฑจับนาค รูปกินนร เทพนม ใบระกาหน้าบันที่หน้ามุขประดับด้วยทองสุกสว่าง สวยงามราวกับยอดเขายุคนธร กระจังแซมใบระกา นาคสะดุ้ง กระดึงร้อยใบโพธิ์ส่งเสียงดังหงั่งเหง่ง ประสานกับเสียงกังสดาล ได้ยินก็รู้สึกวิเวกวังเวงใจ



๏ บานทวารลานแลล้วนลายมุก น่าสนุกในกระหนกดูผกผัน

เป็นนาคครุฑยุดเหนี่ยวในเครือวัลย์ รูปยักษ์ยันยืนกอดกระบองกุม

สิงโตอัดกัดก้านกระหนกเกี่ยว เทพเหนี่ยวเครือกระหวัดหัตถ์ขยุ้ม

ชมพูพานกอดก้านกระหนกรุม สุครีพกุมขรรค์เงื้อในเครือวง

รูปนารายณ์ทรงขี่ครุฑาเหิน พรหมเจริญเสด็จยังบัลลังก์หงส์

รูปอมรกรกำพระธำมรงค์ เสด็จทรงคชสารในบานบัง

ผนังในกุฎีทั้งสี่ด้าน โอฬาร์ฬารทองทาฝาผนัง
beaut_beauty@hotmail.com (IP:124.121.152.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 503 18 มิ.ย. 2550 (17:37)
จำเพาะมีสี่ด้านทวารบัง ที่พื้นนั่งดาดด้วยแผ่นเงินงาม

มณฑปน้อยสรวมรอยพระบาทนั้น ล้วนสุวรรณแจ่มแจ้งแสงอร่าม

เพดานดาดลาดล้วนกระจกงาม พระเพลิงพลามพร่างพร่างสว่างพราย

ตาข่ายแก้วปักกรองเป็นกรวยห้อย ระย้าย้อยแวววามอร่ามฉาย

หอมควันธูปเทียนตลบอยู่อบอาย ฟุ้งกระจายรื่นรื่นทั้งห้องทอง

ถอดคำประพันธ์

บานประตูประดับด้วยมุก ลายกระหนกเป็นรูปครุฑยุดนาคในเครือวัลย์ รูปยักษ์ยืนกระบอง สิงโต เทวดา ชมพูพาน สุครีพ ถือพระขรรค์ นารายณ์ทรงครุฑ พรหมทรงหงษ์ เทพถืออาวุธทรงช้าง (น่าจะเป็นพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ) ผนังทั้งสี่ด้านใหญ่โตทาด้วยสีทอง บุด้วยแผ่นเงินสวยงาม มณฑปองค์

น้อยที่สวมรอยพระพุทธบาท ทำด้วยทองแจ่มจรัส เพดานประดับกระจก ต้องแสงไฟระยิบระยับ มีตาข่ายแก้วปักเป็นรูปกรวยห้อยดูแวววับสวยงาม กลิ่นควันธูปหอมตลบอยู่ทั่วห้อง



๏ พี่เข้าเคียงเบื้องขวาฝ่าพระบาท อภิวาทหัตถ์ประนังขึ้นทั้งสอง

กราบกราบแล้วก็ตรึกรำลึกปอง เดชะกองกุศลที่ตนทำ

มาคำรพพบพุทธบาทแล้ว ขอคุณแก้วสามประการช่วยอุปถัมภ์

ฉันเกิดมาชาตินี้ก็มีกรรม แสนระยำยุบยับด้วยอับจน

ได้เคืองแค้นแสนยากลำบากบอบ ไม่สมประกอบทรัพย์สินก็ขัดสน

แม้นกลับชาติเกิดใหม่เป็นกายคน ชื่อว่าจนแล้วจงจากกำจัดไกล

สตรีหึงหนึ่งแพศยาหญิง ทั้งสองสิ่งอย่าได้ชิดพิสมัย

สัญชาติชายทรชนที่คนใด ให้หลีกไกลร้อยโยชน์อย่าร่วมทาง

ถ้ารักใครขอให้ได้คนนั้นด้วย บุญจงช่วยปฏิบัติอย่าขัดขวาง

อย่ารู้มีโรคาในสารพางค์ ทั้งรูปร่างขอให้ราวกับองค์อินทร์

หนึ่งบิดรมารดาคณาญาติ ให้ผุดผาดผาสุกเป็นนิจสิน

ความระยำคำใดอย่าได้ยิน ให้สุดสิ้นสูญหายละลายเอง

ทั้งหวายตรวจล้วนเครื่องที่ลำบาก ให้ปราศจากทั้งคนเขาข่มเหง

ใครปองร้ายขอให้กายมันเป็นเอง ให้ครื้นเครงเกียรติยศปรากฏครัน

ถอดคำประพันธ์

พี่นั่งอยู่ทางขวาของพระองค์เจ้าปฐมวงศ์ ประนมมือกรมกราบแล้วอธิษฐาน เป็นบุญของตนที่ได้ทำมาจึงได้มานมัสการพระพุทธบาท ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย ดลบันดาลให้ชาติหน้าเกิดเป็นคนมั่งมี อย่าได้พานพบกับหญิงขี้หึงกับหญิงแพศยา ห่างไกลคนชั่ว รักใครขอให้สมหวัง ปราศจากโรค รูปร่างงดงามราวพระอินทร์ พ่อแม่ญาติพี่น้องมีความผาสุกเสมอ ไม่ได้ยินคำชั่วร้าย พ้นจากการจองจำ ปราศจากคนข่มเหง ใครคิดร้ายขอให้สนองคืน ให้ครื้นเครง มีเกียรติยศ



๏ อธิษฐานแล้วก็ลาฝ่าพระบาท เที่ยวประพาสในพนมพนาสัณฑ์

ขึ้นเขาโพธิ์ลังกาศิลาชัน มีสำคัญรุกขโพธิ์ลังกาเรียง

ศาลารีมีทั้งระฆังห้อย เขาตีบ่อยไปยังค่ำไม่ขาดเสียง

ดงลั่นทมร่มรอบคิรีเรียง มีกุฎิ์เคียงอยู่บนเขาเป็นหลั่นกัน

มีชะวากคูหาศิลาหุบ ในถ้ำมีพุทธรูปนรังสรรค์

แต่คนนมัสการนานอนันต์ บนเขานั้นแจ้งจริงทั้งหญิงชายฯ

ถอดคำประพันธ์

อธิษฐานแล้วก็ลาฝ่าพระบาทเที่ยวในป่า ขึ้นเขาโพธิ์ลังกา เป็นหินชัน มีต้นโพธิ์ลังกาเรียงราย ศาลาทรงรี มีระฆังห้อย คนตีระฆังดังไม่ขาดเสียงไปจนถึงค่ำ มีดงลั่นทมอยู่โดยรอบ มีกุฏิ มีถ้ำ มีพระพุทธรูปอยู่ในถ้ำ มีผู้คนมานมัสการมากมาย
beaut_beauty@hotmail.com (IP:124.121.152.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 504 18 มิ.ย. 2550 (17:38)
๏ เจ้าเณรน้อยเสด็จมาดูน่ารัก พระกลดหักทองขวางกางถวาย

พี่เหลียวพบหลบตกลงเจียนตาย กรตะกายกลิ้งก้อนศิลาตาม

เป็นบุญจริงจับกิ่งสะแกได้ ในจิตใจยอกเจ็บดังเหน็บหนาม

กำลังอายก็ซังตายพยายาม ลงเลียบตามตีนเขาลำเนาไพร

พบพวกนางเข้าที่หว่างชะวากผา เขาแกล้งว่าเยาะเย้ยเฉลยไข

พี่แกล้งเฉยเลยแลดูอื่นไป ให้เจ็บใจจำนิ่งดำเนินมา

ถอดคำประพันธ์

เจ้าเณรน้อยเสด็จมา มองดูน่ารัก มีคนกางกลดหักทองถวาย พี่หลบทางพลาดตกเขา บุญที่จับกิ่งสะแกไว้ได้ รู้สึกเจ็บแต่ทนเก็บเอาไว้เพราะอาย เดินทางต่อ พบพวกนางสนม พวกนางแกล้งเยาะเย้ย พี่ทำเฉย รู้สึกเจ็บในจึงเดินหนีมา



๏ ถึงเขาขาดพี่ถามถึงนามเขา ผู้ใหญ่เล่ามาให้ฟังที่กังขา

ว่าเดิมรถทศกัณฐ์เจ้าลงกา ลักสีดาโฉมฉายมาท้ายรถ

หนีพระรามกลัวจะตามมารุกรบ กงกระทบเขากระจายทลายหมด

ศิลาแตกแหลกลงด้วยกงรถ จึงปรากฏตั้งนามมาตามกัน

ถอดคำประพันธ์

ถึงเขาขาด พี่ถามถึงชื่อ ผู้ใหญ่เล่าให้ฟังว่าทศกัณฐ์ลักนางสีดาขึ้นรถหนีพระรามมา จนกงรถมากระทบเขาขาดกระจาย จึงตั้งชื่อว่า เขาขาด



๏ พี่พูดพูดเขาขาดแล้วหวาดจิต พี่ขาดมิตรมาไกลถึงไพรสัณฑ์

นึกเฉลียวเสียวทรวงถึงดวงจันทร์ จะขาดกันเสียเหมือนเขาพี่เศร้าใจ

แล้วย่องเหยียบเลียบเนินลงเดินล่าง ตามแถวทางหิมวาพฤกษาไสว

เห็นพุ่มพวงบุปผายิ่งอาลัย สลดใจขุกคิดถึงคู่เคียง

ไม้แก้วกางกิ่งพิงกับกิ่งเกด ฝูงโนเรศขันขานประสานเสียง

น้ำตาคลอท้ออกเห็นนกเรียง เหมือนเรียมเคียงร่วมคู่เมื่ออยู่เรือน

ระกำป่ากาหลงกะลิงจับ ระกำกับเราระกำก็จำเหมือน

เห็นไม้จันทน์พี่ยิ่งฟั่นอารมณ์เฟือน เหมือนจันทร์เตือนใจตัวให้ตรอมใจ

โอ้นามไม้หรือมาต้องกับน้องพี่ ขณะนี้นึกหน้าน้ำตาไหล

เจ้าอยู่เรือนชื่อเชือนมาอยู่ไพร เหมือนเตือนใจให้พี่ทุกข์ทุกย่างเดิน

ถอดคำประพันธ์

พูดถึงเขาขาด ก็รู้สึกหวาดกลัว ที่พี่ต้องขาดน้องมาไกลถึงในป่า นึกเสียวใจถ้าต้องขาดจากแม่จันทร์เหมือนเขา พี่คงเศร้าใจ พี่เดินทางต่อตามทางค้านล่างชมไม้ คิดถึงน้อง เห็นกิ่งแก้วพาดพิงกับกิ่งเกด ฝูงนกขันประสานเสียง พี่น้ำตาคลอเพราะนึกถึงยามที่อยู่เคียงคู่น้อง เห็นต้นระกำป่า กาหลง กะลิง เหมือนความระกำของพี่ เห็นไม้จันทร์ เหมือนแม่จันทร์ ตัวอยู่เรือนแต่ชื่อมาอยู่ป่า เหมือนจะเตือนให้พี่ทุกข์ใจทุกย่างก้าว









๏ มาถึงเชิงคีรีที่มีถ้ำ ศิลาง้ำเงื้อมแหงนเป็นแผ่นเผิน

ไม้รวกรอบขอบเขาลำเนาเนิน พิศเพลินพฤกษาบรรดามี

อันชื่อถ้ำแต่บุรำบุราณเรียก สำเหนียกถ้ำประทุนคีรีศรี

สำคัญปากคูหาศาลามี ชวนสตรีเข้าถ้ำทั้งหกคน

เที่ยวชมห้องปล่องหินเป็นพู่ย้อย มีน้ำย้อยหยาดหยัดอย่างเม็ดฝน

พอเทียนดับลับแลไม่เห็นคน ผู้หญิงปนเดินปะปะทะชาย

เสียงร้องกรีดหวีดก้องในห้องถ้ำ ชายขยำหยอกแย่งผู้หญิงหวาย

ใครกอดแม่แปรกอกแตกตาย ใครปาดป้ายด้วยดินหม้อเหมือนแมว
beaut_beauty@hotmail.com (IP:124.121.152.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 505 18 มิ.ย. 2550 (17:38)
คราว

ครั้นออกจากคูหาเห็นหน้าเพื่อน มันมอมเปื้อนแปลกหน้าก็ฮาฉาว

บ้างถูกเล็บเจ็บแขนเป็นริ้วยาว ก็โห่กราวกรูเกรียวไปเที่ยวดง

ถอดคำประพันธ์

มาถึงเชิงเขาที่มีถ้ำ มีไม้รวกรอบ ชื่อว่า ถ้ำประทุน ปากถ้ำมีศาลา พี่ชวนสตรีเข้าถ้ำไปด้วยกันหกคน ชมถ้ำ มีปล่องหินเป็นพู่ มีน้ำย้อยไหลเหมือนเม็ดฝน พอเทียนดับ ผู้หญิงชนผู้ชายก็ร้องกรีด เสียงก้องถ้ำ ชายถือโอกาสกอดหญิง พอออกจากถ้ำหน้าตามอมแมม บ้างถูกเล็บหยิกเป็นริ้วรอย หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน



๏ ถึงถ้ำหนึ่งชื่อถ้ำกินนรนั้น สะพรั่งพรรณพฤกษาป่าระหง

ดูคูหาก็เห็นน่ากินนรลง เป็นเวิ้งวงลึกแลตลอดริม

พาดพะองจึงจะลงไปเล่นได้ เป็นเหวใหญ่ลองโยนด้วยก้อนหิน

เสียงโก้งก้างก้องกึงไม่ถึงดิน กว่าจะสิ้นเสียงผาเป็นช้านาน

พี่กลัวตายชายชวนไปชมอื่น ร่มระรื่นรุกขาขึ้นขนาน

ถึงบ่อหนึ่งมีน้ำคำบุราณ ว่าบ่อพรานล้างเนื้อที่ในไพร

พิเคราะห์น้ำสมคำบุราณกล่าว ยังมีคาวเหม็นหืนจนคลื่นไส้

ถนอมหอมกลิ่นนุชเป็นสุดใจ โอ้เป็นไรจึงไม่ติดอุรามา

น่าฉงนจนใจสงสัยจ้าน ด้วยรอยพรานจารึกอยู่กับผา

แต่กล่าวไว้ว่าพรานไล่มฤคา รอยตีนหมาก็ยังมีสำคัญครัน

ถอดคำประพันธ์

ถึงถ้ำกินนร เต็มไปด้วยต้นไม้ ถ้ำเป็นเวิ้ง ต้องพาดพะองไต่ลงไปจึงจะเล่นได้ เป็นเหวใหญ่ ลองโยนก้อนหินลงไป กว่าจะสิ้นเสียงก้องก็เป็นเวลานาน พี่กลัวตายจึงเลี่ยงไปชมที่อื่น ถึงบ่อพรานล้างเนื้อ พิเคราะห์ดูเห็นสมจริง เพราะน้ำมีกลิ่นคาวเหม็นหืน



๏ บนยอดเขามีสองสุนัขา สังเกตตาก็พิกลเหมือนคนขัน

ทั้งคอคางหางหูขึ้นชูชัน สี่เท้ายันเหยียบยอดคีรีเรียง

เช่นนี้เจ้าเสาวภาคย์มาตามพี่ จะถามจี้ไปทุกสิ่งไม่ขาดเสียง

พี่จะทำเฉยเมินเข้าเดินเรียง ประคองเคียงให้เจ้าค้อนชะอ้อนชม

นี่นึกนึกแล้วก็น่าน้ำตาตก เพราะแนบอกมิได้มาเป็นสองสม

ขืนสนุกไปทั้งทุกข์ระทมตรม ซังตายชมไปทั้งช้ำระกำทรวง



ถอดคำประพันธ์

บนยอดเขามีสุนัขสองตัว ตาเหมือนคน น่าขัน ถ้าน้องมาด้วยคงจะถามไม่ขาดเสียง พี่จะทำเฉยเดินประคองให้เจ้าค้อนชะอ้อนพี่ แต่นึกไปก็ได้แต่น้ำตาตกเพราะน้องไม่ได้มาด้วย สนุกไปทั้งที่ทุกข์



๏ ถึงคูหาชื่อชาละวันถ้ำ วิไลล้ำไปทุกเหลี่ยมภูเขาหลวง

ศิลาแลแวววาวดังดาวดวง เป็นเมฆม่วงมรกตทับทิมแดง

สมมุติแลแง่หินชะง่อนหุบ เป็นที่รูปสิงสัตว์เข้าเฟี้ยมแฝง

กระต่ายเหมือนกระต่ายป่าสองตาแดง ที่ลางแห่งพิศแลเห็นแต่ตัว

ที่ลางแห่งแกล้งพิศประดิษฐ์ต่อ เห็นแต่คอบ้างก็เห็นแต่เพียงหัว

ที่แผ่นเผินเนินผานั้นน่ากลัว ดูเงื้อมตัวเหมือนจะพังลงทับตาย

เทียนสว่างกลางห้องคูหาแจ่ม ศิลาแวมวาววามอร่ามฉาย

พี่ชมแล้วให้ตรมระบมกาย ด้วยเจ้าสายสุดใจมิได้มา

แล้วชักเชือนชวนเพื่อนให้กลับหลัง ที่อื่นยังมีอยู่หลายคูหา

จะแต่งเล่นก็ที่เห็นกับนัยนา ด้วยเวลาสุริยนก็พ้นเย็น

ถอดคำประพันธ์

ถึงถ้ำชาละวัน สวยงามมาก หินแวววาวดังดวงดาว เป็นรูปเมฆสีม่วง มรกต
beaut_beauty@hotmail.com (IP:124.121.152.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 506 18 มิ.ย. 2550 (17:38)
ทับทิมแดง มองดูแง่หินดังรูปสิงสาราสัตว์ต่าง ๆ เป็นกระต่ายบ้าง เห็นแต่คอบ้าง เห็นแต่หัวบ้าง ที่เนินหินผาดูน่ากลัวเหมือนจะพังทับลงมา เทียนสว่างกลางถ้ำแสงจับหินแวววาว พี่ชมไปก็ตรมใจเพราะเจ้าไม่ได้มาด้วย แล้วพี่ก็ชวนเพื่อนกลับเพราะถึงเวลาเย็นแล้ว



๏ จะกลับหลังยังพระพุทธบาท เหนื่อยอนาถอกใจมิใช่เล่น

ครั้นค่ำนอนตละตายทั้งกายเย็น ครั้นเช้าเป็นก็เที่ยวไปตามทาง

เขม้นเมินว่าจะเดินไปหินดาษ ลัดตลาดแลตลอดคนสล้าง

เห็นขนเม่นพี่ยังหมายเสียดายนาง เจ้าเคยสางสอยเส้นกระเด็นราย

สารพันกันภัยลูกนาคพช เครื่องโอสถชาวป่าเขามาขาย

ลักจั่นวัลย์เปรียงแก่นปรูลาย เป็นยาหายโรคภัยที่ในตัว

หัวล้านลูกละเบี้ยดูเสียหน้า ลูกขี้ข้าอะไรล้านประจานหัว

ใครล้านจ้อนควรเจียมเสงี่ยมตัว มันสิบหัวสิบเบี้ยออกเรี่ยทาง

ถอดคำประพันธ์

กลับถึงพระพุทธบาท รู้สึกเหนื่อย ตกค่ำนอนราวกับตาย ครั้นเช้าก็ฟื้นเที่ยวต่อ ไปเที่ยวตลาดเห็นขนเม่น นึกถึงน้องที่ใช้ขนเม่นสางสอยผม เห็นนาคพช สมุนไพร ลักจั่น วัลย์เปรียง แก่นปรูลาย ลูกหัวล้าน มัน















๏ พี่แกล้งเมินเดินมาข้างบ่อโพลง เห็นท่าเลี่ยนเตียนโล่งเป็นทางถาง

พิศพนมชมเพลินแล้วเดินพลาง ถึงระหว่างแนวน้ำที่ลำธาร

กระแสสินธุ์หินดาษสะอาดเอี่ยม วารีเปี่ยมปริ่มไหลในละหาน

เห็นหญิงชายว่ายคล่ำในลำธาร เสียงประสานสรวลสันต์สนั่นอึง

เห็นชีต้นปนประสกสีกากลุ้ม โถมกระทุ่มฟองฟุ้งอยู่ผลุงผึง

พี่หลีกเลียบไปให้พ้นที่คนอึง กระทั่งถึงธารเกษมค่อยสร่างใจ

ถอดคำประพันธ์

พี่เดินมาถึงบ่อโพง เป็นทางเตียนโล่ง ชมป่าจนถึงแนวถ้ำที่ลำธาร น้ำไหล เห็นหินเต็มไปหมด ชายหญิงว่ายน้ำเล่นกันส่งเสียงหัวเราะเฮฮา เห็นทั้งพระ ทั้งประสก และสีกา กระทุ่มน้ำเล่นกันอย่างสนุกสนาน พี่เลี่ยงมาถึงธารเกษม



๏ ต้นโศกทอดยอดขวางออกกลางห้วย พี่ก็ช่วยผูกชิงช้าให้อาศัย

พวกผู้หญิงชิงขึ้นให้ช้าไกว สนุกใจร้องเตือนให้เพื่อนโยน

ดูทำนองนางในไกวชิงช้า ดังสีดาผูกคอที่โรงโขน

เถาวัลย์เปราะเคราะห์ร้ายพอสายโยน ก็ขาดโหนลงในน้ำเสียงต้ำโครม

ผ้าห่มเปลื้องเครื่องเล่นอล่างฉ่าง ทั้งสองข้างผู้คนเขาฮาโหม

พี่แลลานธารหลวงเพียงทรวงโทรม ให้แสนโทมนัสทัศนา

ถอดคำประพันธ์

ต้นโศกทอดยาวไปถึงกลางห้วย พี่จึงผูกชิงช้าให้พวกผู้หญิงขึ้นไกวเล่นกัน ดูเหมือนนางสีดาผูกคอตาย เถาวัลย์ขาด สาว ๆ ตกน้ำ คนฮาด้วยความขบขัน พี่ชมธมธารไปด้วยความเศร้าใจ



๏ คำขนานธารเกษมก็สมชื่อ สนุกคือเรื่องอิเหนาเสน่หา

เมื่อใช้บนเล่นชลธารา อันเรื่องว่ากับเราเห็นก็เช่นกัน
beaut_beauty@hotmail.com (IP:124.121.152.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 507 18 มิ.ย. 2550 (17:39)
ประดับด้วยก้อนแก้วปัทมราช สดสะอาดทาเขียวก็เขียวขัน

มัจฉาว่ายรายเรียงมาเคียงกัน แล้วมีพรรณบุปผาก็น่าชม

หล่นลงกลาดดาษเกลื่อนที่กลางน้ำ ถึงใจช้ำก็ค่อยชื่นอารมณ์สม

ทั้งหญิงชายชิงชวนกันเก็บชม แสนภิรมย์เบิกบานสำราญเรียง

แต่หนุ่มสาวคราวเรานี้นับร้อย ลงเล่นลอยกลางธารประสานเสียง

ล้วนจับคู่ชู้ชายชม้ายเมียง ที่คู่ใครใครเคียงประคองกัน

แสนสนุกจะมาทุกข์อยู่เพียงพี่ ยิ่งทวีความวิโยคให้โศกศัลย์

เห็นคู่รักเขาสมัครสมานกัน คิดถึงวันเมื่อมาดสวาทนาง

แต่วอนเวียนเจียนวายชีวิตพี่ จึงได้ศรีเสาวภาคย์มาแนบข้าง

เจ้าเคืองขัดตัดสวาทขาดระวาง จนแรมร้างออกมาราวอรัญวา

ครั้นอิเหนาสุริย์วงศ์อันทรงกริช พระทรงฤทธิ์แรมร้างจินตะหรา

พระสุธนร้างห่างมโนห์รา พระรามร้างแรมสีดาพระทัยตรอม

องค์พระเพชรปาณีท้าวตรีเนตร เสียพระเวทผูกทวารกรุงพาลถนอม

สุจิตราลาตายไม่วายตรอม ล้วนเจิมจอมธรณีทั้งสี่องค์

แสนสุขุมรุ่มร้อนด้วยร้างรัก ยังไม่หนักเหมือนพี่โศกสุดประสงค์

ไม่ถึงเดือนเพื่อนรักเขาทักทรง ว่าซูบลงกว่าก่อนเป็นค่อนกาย

พี่แกล้งเฉยเลยชมชลาสินธุ์ ในที่ถิ่นธารเกษมกระแสสาย

แต่เพลินชมอยู่นั้นตะวันชาย ก็กลับหมายมุ่งมายังอาราม

ถอดคำประพันธ์

คำขนานนามว่าธารเกษมก็สมชื่อ เหมือนเรื่องอิเหนา ตอนใช้บน ธารน้ำเต็มไปด้วยหินเขียวสวยงาม ปลาว่ายเรียง มีพรรณไม้ ดอกไม้มากมาย ลอยในสายน้ำ ถึงใจช้ำก็ค่อยชื่นใจ หนุ่มสาวนับร้อยลงเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน จับคู่กัน พี่จึงนึกถึงน้อง ต้องจากน้องมากลางป่า เหมือนอิเหนาต้องจากจินตะหรา พระสุธนห่างมโนห์รา พระรามร้างสีดา พระอินทร์ผูกประตูกรุงพาน นางสุจิตราต้องลาตาย ทั้งสี่องค์ต้องรุ่มร้อนเพราะความรัก ก็ไม่หนักเท่ากับพี่ ไม่ถึงเดือนเพื่อนทักว่าซูบผอม พี่เฉย พอตะวันคล้อยก็กลับ



๏ ถึงพบเพื่อนที่รู้จักเคยรักใคร่ ก็เฉยไปเสียมิได้จะทักถาม

แต่คอยฟังเทวราชประภาษความ เมื่อไรจะคืนอารามวัดระฆัง

พี่จะได้ทูลลาไปหาเจ้า เป็นทุกข์เท่านี้แลน้องไม่วายหลัง

พอแรมค่ำหนึ่งวันนั้นท่านพระคลัง หาบุญยังไปฉลองศาลาลัย

มีละครผู้คนอลหม่าน กรับประสานสวบสวบส่งเสียงใส

สุวรรณหงส์ทรงว่าวแต่เช้าไป พี่เลี้ยงใส่หอกยนต์ไว้บนแกล

ตะวันบ่ายเข้าห้องก็ต้องหอก ชาวบ้านนอกตกใจร้องไห้แซ่

บ้างฮาครืนยืนยัดอยู่อัดแอ บ้างจอแจสุรเสียงที่เถียงกัน

ถอดคำประพันธ์

พี่พบเพื่อนที่รู้จักรักใคร่ก็เฉย คอยฟังแต่ว่าจะเสด็จกลับวัดระฆังเมื่อไร พี่จะได้ทูลลาไปหาเจ้า แรมหนึ่งค่ำ เจ้าพระยาพระคลัง (กุน) หาปี่ละครคณะนายบุญยัง ไปเล่นฉลองศาลา มีละคร ผู้คนมากมายเล่นเรื่องสุวรรณหงส์



๏ ละครหยุดอุตลุดด้วยมวยปล้ำ ยืนประจำหมายสู้เป็นคู่ขัน

มงคลใส่สวมหัวไม่กลัวกัน ตั้งประจันจดจับกระหยับมือ

ตีเข่าปับรับโปกสองมือปิด ประจบติดเตะผางหมัดขว้างหวือ

กระหวัดหวิดหวิวผวาเสียงฮาฮือ คนดูอื้อเออเอาสนั่นอึง

ใครมีชัยได้เงินบำเหน็จมาก จมูกปากบอบบวมอลึ่งฉึ่ง

แสนสนุกสุขล้ำสำมดึงษ์ พระผู้ถึงนฤพานด้วยการเพียร

แต่รอยบาทอนุญาตไว้ยอดเขา บุญของเราได้มาเห็นก็เย็นเศียร

บังคมคัลวันละสองเวลาเวียน แต่จำเนียรนับไว้ได้สี่วัน

ถอดคำประพันธ์

ละครจบ ก็มีมวยชกกัน มีคนดูมาก ใครชนะก็ได้รางวัลมาก บุญของเราที่ได้มา
beaut_beauty@hotmail.com (IP:124.121.152.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 508 18 มิ.ย. 2550 (17:40)
เห็นพระพุทธบาท นมัสการวันละสองเวลา อยู่ได้สี่วัน



๏ จอมนรินทร์เทวราชประภาษสั่ง จะกลับยังอาวาสเกษมสันต์

วันรุ่งแรมสามค่ำเป็นสำคัญ อภิวันท์ลาบาทพระชินวร

ถึงท่าเรือลงเรือไม่แรมหยุด ก็เร็วรุดตั้งหน้ามาหาสมร

แต่ตัวพี่ยังมาในสาคร น้ำใจจรมาถึงเสียก่อนกาย

ได้วันครึ่งถึงเวียงประทับวัด โทมนัสอาดูรค่อยสูญหาย

นิราศนี้ปีเถาะเป็นเคราะห์ร้าย เราจดหมายตามมีมาชี้แจง

ที่เปล่าเปล่ามิได้เอามาเสกใส่ ใครไม่ไปก็จงจำคำแถลง

ทั้งคนฟังคนอ่านสารแสดง ฉันขอแบ่งส่วนกุศลทุกคนเอย

ถอดคำประพันธ์

พระองค์เจ้าปฐมวงศ์ ตรัสสั่งจะกลับอาวาสวันรุ่งขึ้น แรมสามค่ำ เดินทางถึงท่าเรือก็รีบพายมาไม่หยุดพัก ตัวพี่อยู่ในท้องน้ำ แต่ใจมาถึงเสียก่อนกาย ใช้เวลาวันครึ่งถึงเมือง เสด็จประทับวัด คารมโศกเศร้าค่อยสูญหายไป นิราศเรื่องนี้แต่งเมื่อปีเถาะ ที่ไม่ได้ไปก็มิได้นำมาเขียน ทั้งคนฟังคนกล่าว ฉันขอแบ่งส่วนกุศลให้ทุกคน
beaut_beauty@hotmail.com (IP:124.121.152.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 509 18 มิ.ย. 2550 (17:42)
ขอให้ส่งงานทันนะ ที่จิงเราก้อต้องส่งเหมือนกัน
beaut_beauty@hotmail.com (IP:124.121.152.218)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 510 18 มิ.ย. 2550 (21:24)
ใครมีบทถอดความนิราศพระบาททั้งเรื่องบ้าง ขอหน่อย ด่วน !! ขอคุณม๊าก..มากที่ตอบกับมา ถ้าหาเจอก็ช่วนหน่อยน่ะค่ะ
rukjung_jib@hotmail.com (IP:203.113.71.68)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 511 19 มิ.ย. 2550 (13:39)
THANK YOU หลาย ๆ

เย่ เย่ มีงานส่งแล้ว
ยัยตัวร้าย (IP:58.137.48.4)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 512 19 มิ.ย. 2550 (18:14)
ถึงบางโขมดมีธารตะพานช้าง บรรลุทางครบร้อยห้าสิบเส้น

มีโพธิ์พุ่มชุ่มชื่นระรื่นเย็น ไม่ว่างเว้นสัปปุรุษเขาหยุดเรียง

บ้างขายของสองข้างตามทางป่า จำนรรจาจอแจออกแซ่เสียง

พี่แกล้งไสให้คชสารเคียง เห็นของเรียงอยู่บนร้านทั้งหวานคาว

แต่น้ำยานั้นเขาว่ากิ้งกือกุ้ง เห็นชาวกรุงกินกลุ้มทั้งหนุ่มสาว

พี่คลื่นไส้ไสช้างในย่างยาว มาตามราวมรคาพนาวัน

ลมกระพือฮือหอบผงคลีหวน ปักษาครวญเพรียกพฤกษ์ในไพรสัณฑ์

ดุเหว่าแว่วแจ้วจับน้ำใจครัน ไก่เถื่อนขันขานเขาชวาคูฯ



๏ ประจวบจนถึงตำบลบ่อโศก ยามวิโยคออกชื่อก็ครือหู

ถึงจะไม่รู้จักไม่รักรู้ แต่เหลือบดูไปที่บ่อยังท้อใจ

ระยะเดินเถินทางมากลางป่า สองร้อยห้าสิบเส้นถึงสระใหญ่

พอได้กึ่งมรคาพนาลัย พี่รีบไสช้างเดินโดยลำพองฯ
jacky (IP:124.121.23.68)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 513 19 มิ.ย. 2550 (20:42)
ช่วยถอดความนิราศเมืองแกลงให้หน่อย
tanasan123@hotmail.com (IP:203.113.76.74)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 514 20 มิ.ย. 2550 (13:48)
ช่วยส่งรูปภาพประกอบเรื่องนิราศพระบาท
คนน่ารัก (IP:125.26.182.114)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 515 20 มิ.ย. 2550 (19:26)
อยากได้ความหมาย(ถอดคำประพันธ์)ของนิราศภูเขาทองอ่ะครับ ช่วยหน่อยนะครับ ส่งเข้าเมลล์หรือเอ็มก็ได้ครับที่ sud_boom@hotmail.com
boomzza (IP:58.9.109.220)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 516 20 มิ.ย. 2550 (20:26)
เราอยากได้แปรนิราศพระบาทมากๆเรยอ่า

ช่วยมาที่เมลเราหน่อน้า
amethyst_purple_eyes@hotmail.com (IP:202.139.223.18)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 517 21 มิ.ย. 2550 (08:34)
ช่วยแปรความเรื่องนิราศพระบาทให้ผมหน่อยนะครับตอนนี้งานเยอะมากขอความกรุณาอย่างสูงครับ
um_103@hotmail.com (IP:202.129.15.107)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 518 21 มิ.ย. 2550 (17:02)
ช่วยแปลนิราศภูเขาทองให้หน่อยดิ จารย์สั่งอ่า...ขึ้นม.4งานมากจะตาย เบื่อ เซ็ง แต่ยังขยันเรียน อิอิ...ก๊ากกกกกกก
เจ้าหญิงในนิยาย (IP:58.136.197.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 519 21 มิ.ย. 2550 (17:07)
ช่วงนี้เพื่อนๆคงจะหาคำแปลนิราศอยู่ใช่ป่าว...น่าเห็นดูจิงจิ๊ง โทษนะเราเองก็ยังช่วยตัวเองมะได้เลย ปัญญาแค่เนี๊ยจะไปช่วยใคร วันๆต้องคอยทำหน้าตาดี อะนะ มะว่างแปลให้จิงๆ อิอิอิอิอิ

และอีกโคตรๆแห่งการหัวเราะ
อยากตื๊บก็เอาดิ (IP:58.136.197.1)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 520 21 มิ.ย. 2550 (19:16)
อยู่ม.4งานเยอะมากเลยอาจารย์ให้แปลนิราศพระบาทตอน*พื้นผนังหลังบัวที่ฐานบัทม์ฯลฯ2บท
นางร้ายในละคร(อิอิอิ) (IP:203.113.17.148)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 521 21 มิ.ย. 2550 (20:47)
ขอบคุณมากนะค
R&P (IP:124.120.188.117)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 522 22 มิ.ย. 2550 (19:59)
[tex]ขอบคุนมากนะคะสำหรับร้อยกรองที่แปลบทประพันธ์ อะค่ะ

ขอบคุนมากๆๆๆๆๆๆๆนะคะ[/tex]
mafia_iftp@hotmail.com (IP:222.123.112.69)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 523 23 มิ.ย. 2550 (14:01)
เฟียเรียนปวช.1 ค่ะ เฟียอยากได้บทร้อยแก้วไปส่งงานอาจารย์ค่ะ ใครช่วยเฟียทีได้ไหมค่ะ
sophia_amita@yahoo.com (IP:203.209.123.9)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 524 23 มิ.ย. 2550 (15:48)
ถามเกี่ยวกับคำประพันธ์...นิราศภูเขาทองได้เปล่า
รัตนา (IP:61.19.27.149)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 525 23 มิ.ย. 2550 (19:15)
คำว่า เปือกกรอง ตรง



ถึงหนองคนทีมีสระละหานนอง เป็นเปือกกรองแต่ล้วนหญ้าคงคาดำ



หมายถึงอะไรหรอ?? เราต้องตอบอาจารง่ะ

ช่วยหน่อยนะๆๆๆๆๆ
nam (IP:124.121.62.113)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 526 23 มิ.ย. 2550 (21:20)
ช่วยหางานให้ทีเป็นแผนผังการแต่งกลอนที่เป็นลูกกลมๆครับช่วยทีขร้องละ.......................................................................................ๆ
lovedn101@hotmail.com (IP:58.10.161.22)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 527 24 มิ.ย. 2550 (22:31)
ได้คำประพันธ์แล้ว ขอบคุณมาๆค่ะ
hanter_srn@hotmail.com (IP:203.148.249.83)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 528 25 มิ.ย. 2550 (18:35)
ขอด้วยคำเอาทั้งหมดเลยก้อได้ ขอบคุณคับ
jin_jerapat@hotmail.com (IP:124.120.47.6)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 529 25 มิ.ย. 2550 (18:38)
ลืมดูข้างบน ขอบคุณมากๆคับ
jin_jerapat@hotmail.com (IP:124.120.47.6)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 530 26 มิ.ย. 2550 (13:27)
ขอบคุณคะ
puk-15000 hotmial .com (IP:58.10.149.183)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 531 26 มิ.ย. 2550 (21:57)
เเต้งกิ้วมากๆเลยนะ

กำลังหาเลยอะจ้า
..... (IP:203.118.114.69)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 534 28 มิ.ย. 2550 (20:00)
สนุกมากผมชอบกลอนของสุนทรภู่มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
โอ (IP:203.113.70.10)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 535 29 มิ.ย. 2550 (00:26)
ขอคุณมากๆๆๆๆที่สุดในโลกที่ถอดคำประพันธ์ให้พวกเราได้อ่านและCOPY GRAZIE
เด็กตกไทย (IP:203.113.34.9)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 536 1 ก.ค. 2550 (20:21)
อยากได้คำแปลของนิราศพระบาทจังค่ะ

ตอนช่วงที่ "เข้าลำคลองหัวตอรอระดะ-เคราะห์กระไรจึงมาร้ายไม่วายเลย"
kanicnan_1@hotmail.com (IP:124.120.192.126)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 537 1 ก.ค. 2550 (20:30)
เข้าลำคลองหัวรอตอระดะ-ดูเกะกะรอร้างทางพม่า
kanicnan_1@hotmail.com (IP:124.120.192.126)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 538 2 ก.ค. 2550 (10:38)
ช่วยบอกลักษณะของวรรณคดีประเภทนิราศหน่อยน่ะค่ะ จะส่งวันนี้แล้ว ช่วยด้วยค่ะ
raktertesud@hotmail.com (IP:203.172.168.136)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 539 2 ก.ค. 2550 (20:59)
ขอบคุณค่าเกื่อบไม่ได้งานซะแยว
sassy_girls_apple@hotmail.com (IP:203.172.74.26)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 540 2 ก.ค. 2550 (22:25)
ขอบคุณนะ
**.......** (IP:203.113.33.9)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 541 3 ก.ค. 2550 (11:47)
ถอดคำประพันธ์ไม่เป็น
สุรีพร2535_1 (IP:203.172.224.198)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 542 3 ก.ค. 2550 (15:24)
ช่วยแต่งกลอนแปด เกี่ยวกับหัวข้อประสานมือประสานใจ เกี่ยวกับความสามัคคีภายในประเทศช่วยหน่อยน่ะ คนเก่ง
vampire (IP:203.154.140.12)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 543 3 ก.ค. 2550 (17:12)
ขอบคุงมากกั๊บ
B.M. (IP:125.24.145.149)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 544 4 ก.ค. 2550 (07:59)
ขอบคุนคร้าบบบบบบบบบบบบบบบบบบบบ
ทรานส์ฟอร์เมอร์ 2007 (IP:203.172.149.243)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 545 5 ก.ค. 2550 (19:51)
สาระเยอะจังเลยอ่านไม่ไหว
แคทน่ารักจัง (IP:124.157.211.189)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 546 7 ก.ค. 2550 (18:00)
ช่วยหาบทร้อยแก้วหน่อยซิจะส่งแล้วยังไม่ได้เลย
nikky_kikunark@hotmail.com (IP:58.8.193.187)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 547 7 ก.ค. 2550 (18:02)
อยากได้บทร้อยแก้วช่วยหาหน่อยซิ
nook_kikumon@hotmail.com (IP:58.8.193.187)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 548 8 ก.ค. 2550 (07:05)
เนื้อเรื่องเริ่มตอนที่สุนทรภู่บวชเป็นพระภิกษุและออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ทางเรือเมื่อเดือนสิบเอ็ด หลังจากรับกฐินแล้ว โดยเดินทางไปกับหนูพัดบุตรชาย ซึ่งเกิดจากนางจัน เพื่อไปนมัสการพระเจดีย์ภูเขาทอง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกเดินทางจากวัดราชบูรณะ ผ่านพระบรมมหาราชวัง สุนทรภู่รำพันถึงความหลังเมื่อครั้งตนเองได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยที่ทรงชุบเลี้ยงไว้ในราชสำนักผ่านท่าแพ (ท่าราชวรดิษฐ์) วัดประโคนปัก โรงเหล้า บางจาก บางพลู บางพลัด บางโพ บ้านญวน วัดเขมาภิรตาราม ตลาดแก้ว และที่ตลาดแก้วนี้สุนทรภู่ครวญถึงแม่จันซึ่งเป็นภรรยาเคยให้ผ้าห่มแพรดำแก่

สุนทรภู่ก่อนไปเมืองแกลง ผ่านตลาดขวัญ บางธรณี บ้านมอญ บางพูด บ้านใหม่ บางเดื่อ บางหลวง เชิงราก สามโคก ที่สามโคกนี้สุนทรภู่รำพันถึงพระบาทสมเด็จพระพุทะเลิศหล้านภาลัยซึ่งประทานนามสามโคกว่าเมืองปทุมธานีและให้เป็นหัวเมืองชั้นตรี สุนทรภู่เดินทางผ่านบ้านงิ้วถึงเกาะราชครามในตอนเย็น จึงหยุดพักค้างแรม

วันรุ่งขึ้นตอนเช้าออกเดินทางต่อไปถึงกรุงเก่า ขณะนั้นพระนายไวยซึ่งเคยเป็นกวีในราชสำนักมาก่อน และคุ้นเคยกับสุนทรภู่ได้เป็นเจ้าเมือง (คือพระยาไชยวิชิต (เผือก))สุนทรภู่ตกยากจึงไม่กล้าแวะเข้าไปหาเพระเกรงว่าท่านเจ้าเมืองจะไม่รู้จักแล้วจะขายหน้าสุนทรภู่จึงผ่านจวนเจ้าเมืองไปพักค้างคืนที่หน้าวัดพระเมรุขณะจำวัดในเรือถูกโจรเข้ามาขโมยของในเรือ แต่สุนทรภู่รู้ตัวเสียก่อน จึงนำของออกไปไม่ได้

ครั้นรุ่งเช้าเป็นวันอุโบสถ สุนทรภู่จึงไปนมัสการพระเจดีย์ภูเขาทอง ได้พบพระบรมธาตุสถิตในเกสรดอกบัว จึงได้อัญเชิญมาด้วย แต่รุ่งเช้าก็อันตรธานไปสุนทร ภู่พักค้างคืนที่วัดภูเขาทองคืนหนึ่งจึงได้ล่องเรือกลับกรุงเทพมหานคร มาจำพรรษาที่วัดอรุณราชวรารามตอนท้ายของนิราศ สุนทรภู่กล่าวว่า นิราศเรื่องนี้กล่าวถึงความรักไว้บ้าง ใช่ว่าจะมีความรักจริงๆก็หาไม่ ที่กล่าวไว้บ้างก็เป็นเพียงพริกไทยใบผักชีโรยหน้าอาหารให้เกิดความเอร็ดอร่อยเท่านั้นเอง
knotnam@yahoo.co.th (IP:58.9.138.36)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 549 8 ก.ค. 2550 (07:08)
เนื้อเรื่องเริ่มตอนที่สุนทรภู่บวชเป็นพระภิกษุและออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ทางเรือเมื่อเดือนสิบเอ็ด หลังจากรับกฐินแล้ว โดยเดินทางไปกับหนูพัดบุตรชาย ซึ่งเกิดจากนางจัน เพื่อไปนมัสการพระเจดีย์ภูเขาทอง ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ออกเดินทางจากวัดราชบูรณะ ผ่านพระบรมมหาราชวัง สุนทรภู่รำพันถึงความหลังเมื่อครั้งตนเองได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยที่ทรงชุบเลี้ยงไว้ในราชสำนักผ่านท่าแพ (ท่าราชวรดิษฐ์) วัดประโคนปัก โรงเหล้า บางจาก บางพลู บางพลัด บางโพ บ้านญวน วัดเขมาภิรตาราม ตลาดแก้ว และที่ตลาดแก้วนี้สุนทรภู่ครวญถึงแม่จันซึ่งเป็นภรรยาเคยให้ผ้าห่มแพรดำแก่

สุนทรภู่ก่อนไปเมืองแกลง ผ่านตลาดขวัญ บางธรณี บ้านมอญ บางพูด บ้านใหม่ บางเดื่อ บางหลวง เชิงราก สามโคก ที่สามโคกนี้สุนทรภู่รำพันถึงพระบาทสมเด็จพระพุทะเลิศหล้านภาลัยซึ่งประทานนามสามโคกว่าเมืองปทุมธานีและให้เป็นหัวเมืองชั้นตรี สุนทรภู่เดินทางผ่านบ้านงิ้วถึงเกาะราชครามในตอนเย็น จึงหยุดพักค้างแรม

วันรุ่งขึ้นตอนเช้าออกเดินทางต่อไปถึงกรุงเก่า ขณะนั้นพระนายไวยซึ่งเคยเป็นกวีในราชสำนักมาก่อน และคุ้นเคยกับสุนทรภู่ได้เป็นเจ้าเมือง (คือพระยาไชยวิชิต (เผือก))สุนทรภู่ตกยากจึงไม่กล้าแวะเข้าไปหาเพระเกรงว่าท่านเจ้าเมืองจะไม่รู้จักแล้วจะขายหน้าสุนทรภู่จึงผ่านจวนเจ้าเมืองไปพักค้างคืนที่หน้าวัดพระเมรุขณะจำวัดในเรือถูกโจรเข้ามาขโมยของในเรือ แต่สุนทรภู่รู้ตัวเสียก่อน จึงนำของออกไปไม่ได้

ครั้นรุ่งเช้าเป็นวันอุโบสถ สุนทรภู่จึงไปนมัสการพระเจดีย์ภูเขาทอง ได้พบพระบรมธาตุสถิตในเกสรดอกบัว จึงได้อัญเชิญมาด้วย แต่รุ่งเช้าก็อันตรธานไปสุนทร ภู่พักค้างคืนที่วัดภูเขาทองคืนหนึ่งจึงได้ล่องเรือกลับกรุงเทพมหานคร มาจำพรรษาที่วัดอรุณราชวรารามตอนท้ายของนิราศ สุนทรภู่กล่าวว่า นิราศเรื่องนี้กล่าวถึงความรักไว้บ้าง ใช่ว่าจะมีความรักจริงๆก็หาไม่ ที่กล่าวไว้บ้างก็เป็นเพียงพริกไทยใบผักชีโรยหน้าอาหารให้เกิดความเอร็ดอร่อยเท่านั้นเอง
knotnam@yahoo.co.th (IP:58.9.138.36)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 550 8 ก.ค. 2550 (15:41)
ถึงถ้ำหนึ่งชื่อถ้ำกินนรนั้น สะพรั่งพรรณพฤกษาป่าระหง
วารุณี (IP:124.157.197.134)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 551 8 ก.ค. 2550 (17:50)
ช่วยถอดคำประพันเรื่อง นิราศพระบาทให้หน่อยคับ อยากได้ทั้งหมดเลย
ชาย spy_manber@hotmail.com (IP:203.113.44.10)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 552 8 ก.ค. 2550 (18:57)
ขอขอบคุณผู้แปลมากครับ
pram_vie_pong@hotmail.com (IP:61.19.65.225)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 553 8 ก.ค. 2550 (20:51)
ขอบคุณมากๆค่า



เรียน ม.4 เหมือนกัน



กำลังกลุ้มใจอยู่เลย
nwes_sano@hotmail.com (IP:222.123.48.135)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 554 9 ก.ค. 2550 (18:16)
คัยถอดคำประพันธ์นิราศพระบาทช่ายส่งมาให้ด้วยนะคะจะไม่ลืมพระคุณเลย

gbt_9239@hotmail.com

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
ส้มเปรี้ยวค่ะ (IP:203.113.57.132)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 555 11 ก.ค. 2550 (15:33)
ขอบคุณมากสำหรับคำประพันธ์
อาทิตย์ (IP:203.172.179.220)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 556 6 พ.ย. 2551 (21:27)

^ ขอบคุณมาก ๆ เลยนะค่ะ !

: )


' เฉาก๊วย <
ร่วมแบ่งปัน4 ครั้ง - ดาว 49 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 557 19 พ.ย. 2551 (11:55)

อยากได้บทร้อยแก้ว นิราศภูเขาทอง กับ นิราศเมืองแกลง ค่ะ...หรือคำแปล ของทั้งสองเรื่องนี่อ่ะค่ะ..ช่วยด้วยนะค่ะ...ขอบคุณค่ะ..

รบกวนส่งเมลล์ให้ด้วยค่ะ..gle_narak@hotmail.com


ggllee
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 558 27 พ.ค. 2552 (21:45)

อนิจจาธานินสิ้นกษัตริย์ เหงาสงัดเงียบไปดังไพรสณฑ์
แม้กรุงยังพรั่งพร้อมประชาชน จะสับสนแซ่เสียงทั้งเวียงวัง
มโหรีปี่กลองจะก้องกึก จะโครมครึกเซ็งแซ่ด้วยแตรสังข์
ดูพาราน่าคิดอนิจจัง ยังได้ฟังแต่เสียงสกุณา
ทั้งสองฝั่งแฝกแขมแอร่มรก ชะตาตกสูญสิ้นพระชันษา
แต่ปู่ย่ายายเราท่านเล่ามา เมื่อแรกศรีอยุธยายังเจริญ
กษัตริย์สืบสุริย์วงศ์ดำรงโลก ระงับโศกสุขสุดจะสรรเสริญ
เราเห็นยับยังแต่รอยก็พลอยเพลิน เสียดายเกิดมาเมื่อเกินน่าน้อยใจ
กำแพงรอบขอบคูก็ดูลึก ไม่น่าศึกอ้ายพม่าจะมาได้
ยังให้มันข้ามเข้าเอาเวียงชัย โอ้อย่างไรเหมือนบุรีไม่มีชาย
หรือธานินสิ้นเกณฑ์จึงเกิดยุค ไพรีรุกรบได้ดังใจหมาย
เหมือนทุกวันแล้วไม่คัณนาตาย ให้ใจหายหวั่นหวั่นถึงจันทร์ดวง

๏ พี่ดูใจค่ายนอกออกหนักแน่น ดังเขตแคว้นคูขอบนครหลวง
ไม่เห็นจริงใจนางในกลางทรวง ชายทะลวงเข้ามาบ้างจะอย่างไร
ขอเทเวศร์เขตสวรรค์ชั้นดุสิต ดลใจมิตรอย่าให้เหมือนกับกรุงใหญ่
ให้เหมือนกรุงเราทุกวันไม่พรั่นใคร นั่นแลใจเห็นจะครองกับน้องนาน
ถอดคำประพันธ์
เมืองที่สิ้นกษัตริย์เงียบดังป่า เมื่อครั้งที่กรุงเต็มไปด้วยผู้คน คงมีเสียงเซ็งแซ่ทั้งเมือง เสียงมโหรี แตร สังข์ แต่ครั้งนี้มีแต่เสียงนก ทั้งสองฝั่งเต็มไปด้วยต้นแฝกและแขม ปู่ยาตายายเล่าถึงเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาเจริญ กษัตริย์ทรงทำนุบำรุงบ้านเมืองดับทุกข์โศกของประชาชน น่าสรรเสริญยิ่ง เสียดายที่เราเกิดมาไม่ทันเห็น มีกำแพงเมือง คูเมืองก็ลึก ข้าศึกไม่น่าเข้ามายึดได้ เหมือนกับไม่มีผู้ชาย คงเป็นเพราะเมืองสิ้นชะตา จึงทำให้ข้าศึกยึดได้ ทุกวันนี้พี่ไม่กลัวตาย คิดถึงแต่แม่จัน ขอให้เทวดาในสรวงสรรค์ชั้นดุสิต ดลใจให้น้องอย่าเป็นเหมือนกรุงเก่า ขอให้เป็นเหมือนกรุงของเราที่ไม่พรั่นใคร จะได้อยู่เคียงคู่กับพี่ตลอดไป
ช่วยถอด 2 บทให้หน่อยค่ะ


mint1910
ร่วมแบ่งปัน1 ครั้ง - ดาว 50 ดวง

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 559 27 มิ.ย. 2553 (10:34)
ชอบมากเลย
อมิตา (IP:125.25.48.239)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 560 28 มิ.ย. 2553 (17:55)
 dddd
very good
you is smart.
thank you

lilisanggo (IP:58.11.28.42)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 562 4 ก.ย. 2553 (06:56)
may-love_112@hotmail.com คัยรู้เรื่องเกี่ยวกับรามเกียรติ์อย่าลืมแอ็ดมานะ ^^
may-love_112@hotmail.com (IP:124.120.124.80)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 563 6 ก.ย. 2553 (17:34)
ช่วยหาเนื้อเรื่องแบบร้อยแก้วของนิราศนรินทร์หน่อยค่ะ
หามาทุกที่แล้ว
ไม่เคยเจอ
น้าคร่ะ..
~~~
poppy_plb@hotmail.co.th (IP:203.107.196.69)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 564 4 ต.ค. 2553 (20:42)
ประสานสองหัตถ์ประนังตั้งประนม น้อมบังคมเทวารักษาวัง

ขอฝากน้องสองชนกช่วยปกเกศ อย่ามีเหตุอันตรายเมื่อภายหลัง

ใครปองชิงขอให้ตายด้วยรายชัง เทพทั้งชั้นฟ้าได้ปรานี

ถอดคำประพันธ์

ถึงคลองขวาง บางจาก คิดถึงอุปสรรคที่มาขัดขวาง และการจากคนรักมา ขออธิษฐานให้เทพที่รักษาวังช่วยปกป้องคนรักและพ่อ ใครคิดร้ายขอให้ตาย



๏ ถึงสามเสนแจ้งความตามสำเหนียก เมื่อแรกเรียกสามแสนทั้งกรุงศรี

ประชุมฉุดพุทธรูปในวารี ไม่เคลื่อนที่ชลธารบาดาลดิน

จึงสาปนามสามแสนเป็นชื่อคุ้ง เออชาวกรุงกลับเรียกสามเสนสิ้น

นี่หรือรักจะมิน่าเป็นราคิน แต่ชื่อดินเจียวยังกลายเป็นหลายคำ

ขอใจนุชที่ฉันสุจริตรัก ให้แน่นหนักเหมือนพุทธรูปเลขาขำ

ถึงแสนคนจะมาวอนชะอ้อนนำ สักแสนคำอย่าให้เคลื่อนจงเหมือนใจ

ถอดคำประพันธ์

ถึงสามเสน เมื่อก่อนเรียกสามแสน เพราะมีการฉุดพระพุทธรูปขึ้นจากน้ำ ใช้คนมากมาย พระพุทธรูปก็ไม่เคลื่อนที่ จึงเรียกที่นี้ว่า สามแสน แต่ชาวกรุงเรียกเป็น สามเสน นับประสาอะไรกับความรัก ก็คงต้องมัวหมอง เช่นเดียวกับชื่อของสามแสนที่ต้องเปลี่ยนแปลงไป ขอให้ใจของแม่จันทร์แน่นหนักเหมือนพระพุทธรูป แม้ชายแสนคน มาอ้อนด้วยคำหวานแสนคำ ก็อย่าได้หวั่น



๏ ถึงบางพลัดยิ่งอนัตอนาถจิต นิ่งพินิจนึกน่าน้ำตาไหล

พี่พลัดนางร้างรักมาแรมไกล ประเดี๋ยวใจพบบางริมทางจร

ถึงบางซื่อชื่อบางนี้สุจริต เหมือนซื่อจิตที่พี่ตรงจำนงสมร

มิตรจิตขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อบาง

ถึงบางซ่อนเหมือนเขาซ่อนสมรพี่ ซ่อนไว้นี่ดอกกระมังเห็นกว้างขวาง

เจ้าเยี่ยมหน้าออกมาหกพี่หน่อยนาง จะลาร้างแรมไกลเจ้าไปแล้วฯ

ถอดคำประพันธ์

ถึงบางพลัด รู้สึกอนาถใจที่ต้องพลัดพลาดจากคนรักมา

ถึงบางซื่อ ชื่อบางเหมือนกับความสัตย์ของพี่ ขอให้น้องซื่อตรงกับพี่เหมือนชื่อบาง

ถึงบางซ่อน เหมือนมีคนมาซ่อนน้อง หรือจะซ่อนน้องไว้ที่นี่ ได้โปรดเยี่ยมหน้าออกมาให้พี่เห็นสักหน่อย









๏ ถึงน้ำวนชลสายที่ท้ายย่าน เขาเรียกบ้านวัดโบสถ์ตลาดแก้ว

จะเหลียวกลับลับวังมาลิบแล้ว พี่ลับแก้วลับบ้านมาย่านบาง

พฤกษาสวนล้วนได้ฤดูดอก ตระหง่านงอกริมกระแสแลสล้าง

กล้วยระกำอัมพาพฤกษาปราง ต้องน้ำค้างช่อชุ่มเป็นพุ่มพวง

เห็นจันทน์สุกลูกเหลืองตลบกลิ่น แมงภู่บินร่อนร้องประคองหวง

พฤกษาพ้องต้องนามกานดาดวง พี่ยลพวงผลจันทน์ให้หวั่นใจ

แมงภู่เชยเหมือนพี่เคยประคองชิด นิ่งพินิจนึกน่าน้ำตาไหล

เห็นรักร่วงผลิผลัดสลัดใบ เหมือนรักใจขวัญเมืองที่เคืองเรา

พี่เวียนเตือนเหมือนอย่างน้ำค้างย้อย ให้แช่มช้อยชื่อช่อเช่นกอเก่า

โอ้รักต้นหรือมาต้องกับสองเรา จึงใจเจ้าโกรธไปไม่ได้นาน

ถอดคำประพันธ์

ถึงบ้านวัดโบสถ์ตลาดแก้ว มีน้ำวน มีต้นไม้มากมาย เห็นแมลงภู่ตอมลูกจันทร์ เหมือนพี่ที่เคล้าเคลียน้อง
SAKURA (IP:182.52.57.95)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 565 9 ธ.ค. 2553 (21:45)
ช่วยหาบทละครนอกเรื่องอะไรก็ได้ สักสี่บทพร้อมถอดความและบอกว่ามีตัวละครอะไรอยู่ในบทนั้นบ้าง ได้ไหมค่ะ

ตอนนี้จนปัญญาจริงๆ ช่วยด้วยนะค่ะ T-T
well-doer@hotmail.com (IP:61.90.102.105)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 566 31 ธ.ค. 2553 (12:25)
ช่วยหาเรื่องย่อนิราศสุพรรณหน่อยได้ไหมคับผมทำไม่ทันเลยคับหาได้แค่ครึ่งเดียวเองถ้าทำไม่ได้อะคับผมได้ซ้ำชั้นแน่เลยคับช่วยหน่อยนะคับตอนทีผมหาได้นะคับถึงแค่หาแร่ปรอทไม่เจอแล้วกลับมาลงเรือที่บ้านสองพี่น้องคับ
alasse_mithandir@hotmail.com (IP:223.206.141.149)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 567 7 ก.ย. 2554 (18:45)
T————T_______T
purimoltol@hotmail.com (IP:49.49.103.174)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 568 25 ม.ค. 2555 (19:16)
ช่วยถอดคำปะพันธ์นิราศพระบาท ให้หน่อยน่ะครับ
anuwat634@hotmail.com (IP:49.49.98.100)

จำไว้ตลอด

ความเห็นเพิ่มเติม วิชาการ.คอม
ชื่อ / email:
ข้อความ

กรุณาล๊อกอินก่อน เพื่อโพสต์รูปภาพ และ ใช้ LaTex ค่ะ สมัครสมาชิกฟรีตลอดชีพที่นี่
กรอกตัวอักษรตามภาพ
ตัวช่วย 1: CafeCode วิธีการใช้
ตัวช่วย 2: VSmilies วิธีการใช้
ตัวช่วย 3: พจนานุกรมไทย ออนไลน์ ฉบับราชบัณฑิต
ตัวช่วย 4 : dictionary ไทย<=>อังกฤษ ออนไลน์ จาก NECTEC
ตัวช่วย 5 : ดาวน์โหลด โปรแกรมช่วยพิมพ์ Latex เพื่อแสดงสมการบนวิชาการ.คอม