คุณยังไม่ได้ Log in | สมัครสมาชิก ฟรี
กลับหน้าแรก วิชาการ.คอม
Hawking เปลี่ยนความคิดใหม่ เกี่ยวกับทฤษฎีหลุมดำ
โพสต์เมื่อ: 00:07 วันที่ 22 ก.ค. 2547         ชมแล้ว: 47,272 ตอบแล้ว: 31
12279
Stephen Hawking นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก กล่าวว่า สิ่งที่เขาอธิบายมาตลอดเกือบ 30ปีที่ผ่านมา เกี่ยวกับพฤติกรรมของ หลุมดำ ที่จะดูดกลืนทุกสิ่งที่ตกลงไปข้างใน นั้น ไม่ถูกต้อง และการพูดเช่นนี้ ทำให้เขาต้องแพ้เดิมพัน ที่เป็นที่กล่าวถึงมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติวงการวิทยาศาสตร์
ผู้แต่งหนังสือ ประวัติย่อของกาลเวลา (A Brief History of Time) ซึ่งขายดีไปทั่วโลกนี้ กล่าวว่า เขาและนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ คิดผิดมาตลอด Prof. Hawking จะบรรยายการค้นพบใหม่ในงาน 17th International Conference on General Relativity and Gravitation ซึ่งจัดที่ไอร์แลนด์ในวันนี้ (21/7/47) เพื่อ แก้ไข สิ่งที่เขาเคยอธิบายไว้ว่า หลุมดำทำลายทุกสิ่งที่หลุดเข้าไปข้างใน เนื่องจาก อันที่จริงแล้ว หลุมดำอาจจะยอมให้มีข้อมูลหลุดรอดออกมาได้
การค้นพบนี้ อาจช่วยไขความขัดแย้งเกี่ยวกับ ปริศนาข้อมูลของหลุมดำ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของ modern physics ได้

นักวิทยาศาสตร์ ได้งุนงงมานานแล้ว ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในหลุมดำ ซึ่งเป็นบริเวณในอวกาศที่สสารถูกกดอัดอย่างแรง จนแม้แต่แสง ก็ไม่สามารถ เอาชนะแรงดึงดูดขนาดมหาศาลนี้ ออกมาข้างนอกได้ หลุมดำเกิดขึ้นเมื่อ ดาวฤกษ์ขนาดใหญ่ เผาไหม้เชื้อเพลิงนิวเคลียร์ของตัวเอง และแรงโน้มถ่วงก็ดึงให้มันพังทลายลงบนตัวของมันเอง น้ำหนักขนาดมหึมาของ ชั้นนอกของดาว ที่พังลงนี้ส่งผลให้ แกนกลางของดาวระเบิดอยู่ข้างใน พลังกดอัดของแรงโน้มถ่วงนี้ ส่งผลให้แสงเกือบทั้งหมดไม่สามารถออกมาได้ และเราก็ไม่สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในได้ด้วย ดาวดวงนั้นก็จะหายจากเอกภพไปสู่จุดที่มีความหนาแน่นไม่มีที่สิ้นสุด ที่ที่ กฎสัมพัทธภาพทั่วไป ที่ใช้อธิบายเรื่อง กาล-อวกาศ ใช้ไม่ได้อีกต่อไป

Hawking ได้อุทิศเวลาส่วนใหญ่ของชีวิตศึกษาเรื่องนี้ และงานของเขาเองก็มีส่วนในการเกิดปัญหา ปริศนาข้อมูลของหลุมดำ
เริ่มแรก นักวิทยาศาสตร์ที่ศึกษาเรื่องเอกภพ เชื่อว่า หลุมดำเป็นเหมือนเครื่องดูดฝุ่น ที่ดูดทุกๆสิ่งรอบๆตัว ถ้าอะไรหลุดเข้าไปข้างในแล้ว มันก็จะหายไปตลอดกาล ข้อมูลเดียวที่หลงเหลืออยู่คือมวลและ ค่า spin ของสิ่งนั้นเท่านั้น
Hawking ได้ปฏิวัติการศึกษาเรื่องหลุมดำ เมื่อเขาได้แสดงให้เห็นในปี 1976 ว่า เมื่อหลุมดำก่อตัวขึ้น มันจะแผ่พลังงานออกมาก และเริ่มสูญเสียมวลไปในกระบวนการนี้ ภายใต้ทฤษฎีนี้ หลุมดำ ไม่ได้ดำสนิทเสียทีเดียว เพราะการดูดอัดของดาวที่ระเบิดออกนี้ มีสสารและพลังงานหลุดออกมาในรูปของ photons, neutrinos, และอนุภาคเล็กๆอื่นๆ สิ่งที่ถูกปล่อยออกมาเหล่านี้ถูกเรียกว่า Hawking Radiation ซึ่งมันจะทำให้หลุมดำสูญเสียมวลไปเรื่อยๆ และ ระเหย หายไปในที่สุด Hawking Radiation นี้ดูเหมือนจะเกิดขึ้นแบบสุ่มและไม่มีลักษณะเฉพาะแน่นอน นอกจากนี้ อนุภาคที่ถูกปล่อยออกมาก็ไม่ได้ให้ข้อมูลเกียวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในหลุมดำ หรือว่า หลุมดำเกิดขึ้นได้อย่างไร ดังนั้นไม่ว่าข้อมูลใดหลุดเข้าไปในหลุมดำ มันก็เท่ากับหายไปตลอดกาล
ความเชื่อเกี่ยวกับหลุมดำในแง่นี้ ไม่เป็นไปตามกฎควอนตัมฟิสิกส์ ที่อธิบายพฤติกรรมของเอกภพในระดับที่เล็กที่สุด ซึ่งกล่าวว่า ข้อมูลทั้งหลายไม่มีทางที่จะหายสาบสูญไปจนหมดได้
ถ้าข้อมูลหายไปได้จริงๆ มันก็มีผลที่สำคัญทั้งในทางปฏิบัติและในแง่ปรัชญา นั่นคือเราจะไม่สามารถแน่ใจในสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต หรือทำนายอนาคตได้เลย ดังนั้นคนจึงต้องการที่จะเชื่อว่า มีข้อมูลหลุดรอดออกมาจากหลุมดำได้ แต่พวกเขาก็ไม่ทราบว่ามันจะออกมาได้ยังไง

และหลังจากที่นักฟิสิกส์ได้เชื่อกันมานานว่า สนามแรงโน้มถ่วงอันมหาศาลของหลุมดำ ได้ล้มล้างกฎควอนตัมฟิสิกส์ ตอนนี้ Hawking ก็เลิกคิดเช่นนี้แล้ว
“ผมได้พิจารณาปัญหานี้มาตลอด 30ปี และตอนนี้ ผมก็เชื่อว่าผมพบคำตอบแล้ว หลุมดำเพียงแต่ดูเหมือนว่าก่อตัวขึ้น มันไม่เคยทำลายทุกๆอย่างที่ถูกดูดเข้าไปหมดเสียทีเดียว ภายหลังมันจะเปิดออก และปล่อยข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ตกไปข้างในออกมา ดังนั้น เราจึงมั่นใจในอดีตได้ว่าอะไรเกิดขึ้นแน่ และสามารถทำนายอนาคตได้”

ถึงแม้ว่า Hawking จะยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดการคำนวณทางคณิตศาสตร์ที่ใช้อธิบายทฤษฎีใหม่นี้ แต่บางประเด็นก็เป็นที่กล่างถึงแล้วจากงานสัมมนาที่เขาพูดไว้ที่ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ Gary Gibbons นักฟิสิกส์ที่เข้าฟังสัมมนาให้ความเห็นว่า สิ่งที่ Hawking คิดนั้นอาจตอบคำถามเรื่องหลุมดำได้จริง แต่เรื่องนี้ก็ยังต้องรอการพิสูจน์อยู่

ถ้า Hawking สามารถแก้ไขปริศนาหลุมดำได้จริง เขาและ Kip Thorne นักฟิสิกส์จาก Caltech ก็จะแพ้เดิมพัน กับJohn Preskill จาก Caltechเช่นกัน ซึ่ง พนันไว้ว่า ‘ทฤษฎีที่ว่า ข้อมูลที่หลุดเข้าไปในหลุมดำจะถูกซ่อนอยู่ตลอดไปและไม่มีทางรู้ได้เลย’ไม่เป็นจริง ของที่ใช้เดิมพันคือ encyclopaedia 1 ชุด

คาดว่ารายละเอียดเกี่ยวกับการค้นพบนี้จะถูกตีพิมพ์ในเดือนหน้า

ข้อมูลจาก
-Hawking backs down on black holes
http://news.bbc.co.uk/2/hi/science/nature/3913145.stm
-Black hole paradox, The Bangkok Post 18 July 2004

ข้อมูลเพิ่มเติม
-ถามตอบเกียวกับ หลุมดำ และ Hawking
http://news.bbc.co.uk/2/hi/science/nature/3914165.stm
-ข้อมูลเกียวกับหลุมดำ
http://www.bbc.co.uk/science/space/deepspace/blackholes/index.shtml


ณัฏฐิณี เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 131 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 164 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

จำนวน 23 ความเห็น, หน้า่ | 1| -2-
ความเห็นเพิ่มเติมที่ 4 25 ก.ค. 2547 (20:26)
อืม.. น่าสนใจ.. แต่ว่านะ ทำไมเขาไม่ถ่ายรูปมันมาให้ดูซะเลยล่ะ? แล้วเขารู้ได้ยังไง ว่ามีอะไรแบบนี้อยู่ในอวกาศ.. ถ้ายังงั้นก็น่าจะผลิตกล้องไปถ่าย ไว้เลยไม่ดีกว่าเหรอ.. เป็นหลักฐานให้คนที่อ่านน่ะ...
คนช่างวิจารณ์(อ่ะ) (IP:203.118.122.153,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 5 2 ส.ค. 2547 (18:23)
การที่จะทราบได้ว่ามีหลุมดำนั้น ก็เกิดจากการใช้ทฤษฎี สัมพัทธภาพทั่วไป น่ะครับ ส่วนรายละเอียดนั้น ผมขอไม่กล่าวถึงนะครับ เพราะค่อนข้างยาว แต่ตอนนี้ก็สามารถเชื่อได้100 % ล่ะครับ ว่ามีหลุมดำอยู่จริง สามารถหาดูภาพถ่ายได้จาก web เกี่ยวกับอวกาศครับ
กระบี่ไร้เทียมทาน เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 77 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 6 7 ก.ย. 2547 (18:54)
kip และ stephen รู้ว่าหลุมดำยอมให้มีnaked singularity นานแล้วแต่ยังไม่แน่ใจเท่านั้นเองครับแต่หลังๆแน่ใจเลยก็เลยยอมรับครับผม แสดงว่า cosmic censorship conjection ก็ผิดน่ะซิ oh godness อ่านแทบตายสุดท้ายกลับผิดซะนี่
jod (IP:202.29.20.21,203.154.86.193,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 7 7 ก.ย. 2547 (19:01)
แสดงว่าบทความของ penrose ใน phys.rev.lett.14,57 จะผิดด้วยหรือเปล่าใครทราบบอกผมด้วยครับ
่jod (IP:202.29.20.21,203.154.86.193,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 8 28 ก.ย. 2547 (17:54)
Comment ของ PAUL GINSPARG เกี่ยวกับ Information paradox ที่ลงใน New York Time

http://cn.arxiv.org/html/physics/0408033
จ้อ เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 1407 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 239 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 9 30 ก.ย. 2547 (18:39)
ขอบคุณนะคะ
เพียงตะวัน (IP:203.148.252.234,210.203.179.212,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 10 30 ก.ย. 2547 (23:10)
ผมว่า...มันยังไม่ใช่ทฤษฎีที่ถูกต้องทั้งสองฝ่ายนะครับ
นายกระจอก (IP:203.150.217.114,203.113.60.75,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 11 1 ต.ค. 2547 (20:15)
คิดว่าหลุมดำน่าจะอยู่ที่หลุม1กับหลุม6
รู้น้อย (IP:203.150.217.117,203.113.67.39,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 12 19 พ.ย. 2547 (23:32)
ผมว่าต้องศึกษาอีกให้มากๆ มีข้อมูลอีกมากๆ ถึงจะ get เอกภพ และ รวมทฤษฎีเป็นหนึ่งเดียวได้
9k (IP:158.108.2.2,158.108.130.228,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 13 20 พ.ย. 2547 (04:01)
หลุมดำ คงไม่ได้หมายถึงหลุมบนโต๊ะ snooker แล้วแทงลูกดำลงหลุมนะ อิอิ
ชิงดำ (IP:203.150.217.118,203.113.34.12,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 14 21 เม.ย. 2548 (17:07)
มีแบล็กโฮลแล้วไม่มีไวท์โฮลเลย-เศร้าใจ...(หรือว่ามี...)
ข้อมูลที่ถูกดูดเข้าไปก็น่าจะเท่ากับมวลที่เสียไปนา...
แสงเป็นพลังงานไม่ใช่หรือแบล็กโฮลก็เป็นพลังงาน...
คิอได้แค่เนี่ย...
สงสัยว่ามันมีจริงหรือ...
animejanai (IP:61.91.102.227,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 15 22 เม.ย. 2548 (08:38)
หลุมดำที่ท่านได้กล่าวมานั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เเละคุณสามารถพิสูจน์ได้มากน้อยเพียงไร
แหม่ม (IP:203.156.40.41,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 16 28 เม.ย. 2548 (13:43)
ผมว่าหลุมดำที่ว่านี้มันอาจจะเป็น ดาวฤกษ์ ดวงนึงแน่เลย แต่เปล่งแสงสีดำออกมา หรือมันอาจเป็นกลุ่มแก๊ส สีดำก็ได้ มันอาจจะเป็นแผ่นฟิล์ม แผ่นนึงก็ได้ด้านหลังนั้นไม่มีอะไรให้พิศวงเลยก็เป็นได้ เพราะเรามองผ่านกล้องดู​มันเราอาจเห็นแค่าระนาบเดียวก็ได้ ที่จริงมันอาจจะเป็นอะไรที่ขี้ผงมากๆก็เป็นได้
เอ้อ (IP:203.144.215.58,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 17 22 พ.ค. 2548 (17:23)
อยากให้มีการหาคำตอบของเรื่องนี้ได้เร็วๆ เพราะคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจมั่กๆ
sunny (IP:203.188.15.181,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 18 8 มิ.ย. 2548 (22:38)
อาจจะเป็นหลุมที่ดูดกลืนดวงดาวไปอีกเอกภพหนึ่งก็ได้เพราะพอถูกหลุมดำนี่ดูดกลืนแล้วจะไม่สามารถออกมาได้อีกใช่ไหมล่ะ
ป่อป้อ (IP:203.151.140.118,203.113.45.36,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 19 15 ก.ย. 2548 (17:59)
สีและแสงของดาวฤกษ์
ann. (IP:203.156.72.236,,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 20 17 ก.ย. 2548 (21:13)
ดูว่ามีหลุมดำไหม ก็ดูแสงของดาวก็ได้นี่ครับ เพราะพลังของหลุมดำมันมากพอจาดูแสงเข้าไปได้ เพราะฉนัน แสงของดาวปกติมันกลม ผ่านหลุมดำมันก็ต้องมีส่วนเว้าเพราะโดนดูดไป
Megas (IP:158.108.2.8,158.108.200.192,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 21 5 ต.ค. 2548 (17:50)
เชื่อว่าหลุมดำมีจริงแน่ค่ะ ถ้าเข้าใจเรื่องมวล ลองคิดดูว่า มีมวล มีแรงดึงดูดระหว่างมวล มวลใหญ่ ก็ยุบตัวและให้พลังงานอย่างดางอาทิตย์ แล้วถ้ามวลมากกว่านั้น ...แล้วถ้ามวลมากๆ ๆ ๆ จะเปนยังไง คำตอบสุดท้ายก้อคือ หลุมดำ
akie (IP:203.121.141.147,172.16.24.193,)

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 22 25 มิ.ย. 2549 (23:13)
มันจะเกี่ยวข้องไหมกับ "สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา"
20412

airautumn เก็บเข้า Contact List ส่ง vSMS
ร่วมแบ่งปันความรู้และความเห็นแล้ว 3 ครั้ง - ได้รับดาวแล้ว 152 ดวง - โหวตเพิ่มดาว

ความเห็นเพิ่มเติมที่ 23 2 มี.ค. 2550 (00:53)
เอ่อ ขอโทษนะครับ ผมก็ไม่ได้ฉลาดอะไรมาก หรือ เก่งกาจอะไรอย่างพวกคุณนะครับ แต่ผมมีความคิดเห็นที่จะแสดงออกว่า

จากที่ผมดูพวกคุณ ( บางคน )ตอบกระทู้เนี่ยนะ ดูแล้วพูดแบบไม่มีกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เลยนะ พูดอะไร ดะๆ ขอไปที ทิ้งๆขว้างๆ เห็นแล้วผมละเหี่ยใจจริงๆ
ผมกำลังศึกษาอยู่ม 4 ที่ รร แห่งหนึ่ง ผมก็มีความสนใจและศึกษา พยายามนั่งคิด และหาเหตุผลมาอธิบาย แน่นอนว่าก่อนอื่น เราต้องศึกษา สิ่ง ที่มนุษย์เรารู้เกี่ยวกับมันในตอนนี้ทั้งหมด ดูงานวิจัย ดูผลจากการสังเกต แล้วมาพิจารณาว่าเชื่อไม่เชื่อ จากนั้นก็คิดต่อยอดเอง ลองผิดลองถูก แล้วลองเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ได้จากการสังเกต
ผมเชื่อ ศาสตราจารย์ Hawking และก็คิดว่า ตามเบรน ของการดำรงอยู่ของสสาร อาจตรวจวัดไม่ได้จริง หมายถึงตามหลัก ดีเทอมินิสซึม (คิดว่าทุกคนคงรู้นะ) เราไม่สามารถที่จะรับทราบข้อมูลของที่เป็นอยู่ได้โดยสมบูรณ์ หมายความว่าเราอาจจะเห็นหลุมดำดูดอนุภาคเข้าไป และไม่ยินยอมให้เกิดการข้ามขอบฟ้าเหตุการณ์ของอนุภาคภายใต้แรงอันตรกิริยาโน้มถ่วงนั้น ในความเป็นจริงแล้ว อาจจะมีสิ่งอื่นอีก
ดังเช่นจะขออธิบายให้พวกที่ไม่ค่อยมีความรู้ด้านนี้ ( คนไหนรู้อยู่แล้ว ผมไม่ได้ว่า ) เราเห็นอากาศ ไม่มีสี แต่สัมผัส ได้ มีแรงกดดัน เราจะไม่มีทางเห็นคลื่นโฟตอน มิวออน
เลย ถ้าเราไม่มีการใช้วิธีการตรวจจับที่ถูกต้อง เช่นกันกับหลุมดำ เราไม่มีอะไรที่จะมายืนยันได้เลยว่า ไม่มีอะไรหลุดรอดไปจากการตรวจจับของมนุษย์ เป็นไปได้ว่าอาจจะความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไมถึง ขีดจำกัดของกฎเกณฑ์ฟิสิกส์ และการดำรงอยู่ของอนุภาค - พลังงานบนอวกาศและเวลา หรือ อาจจะเป็นปัญหาเกี่ยวกับ เวลา (ไม่ใช่เวลาสัมบูรณ์นะ)
ดังนั้นเราจึงไม่สามารถสรุปได้ ผมจะพยายามต่อไป และเอาใจช่วยนักวิทยาศาสตร์ทุกๆท่าน โดยส่วนตัวแล้วผมเป็นคนรังเกียจเข้ากระดูกดำเลย เมื่อเห็นคนที่ไม่รู้จิงอะไรแล้วชอบมามั่วๆพูด โชว์ความฉลาดให้คนอื่นเห็น
ก็ดังเช่นที่ Albert Einstein เคยกล่าวไว้ มีสองสิ่งที่ไม่สามารถหยั่งวัดได้ คือ จักรวาลและความโง่เขลาของมนุษย์ ระลึกเสมอว่า ไม่ว่าจะใครบนโลกนี้ หากคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว รู้มากแล้ว คนนั้นคือคนที่ โง่เขลา ที่สุดบนโลก

darkblaze_demon@hotmail.com
The stupid one (IP:124.120.171.87)

หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ
สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ
วิชาการ.คอม

บทความแนะนำ

Blog แนะนำ

Hot Links

ขอบคุณผู้สนับสนุน

Google
 
ติดต่อลงโฆษณา :   คุณอันนา 081 4965363
สำนักงาน :   02 2015735
อีเมล์ :   
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ
รับรองและสนับสนุนโดย

สสวท.

มูลนิธิ พสวท.

พสวท.