ชีววิทยา ( มิวเทชัน )

ช่วยบอกประโยชน์และโทษของมิวเทชันด่วนมากๆเลยนะค่ะหนูจำเป็นต้องใช้ด่วนมากๆค่ะ ขอบคุณมากๆนะค่ะที่ช่วยตอบให้



ความคิดเห็นที่ 31


15 ก.ย. 2549 19:50
  1. ขอนอกเรื่องหน่อย
    ไวรัส(virus) ไวรัสไม่มีลักษณะของเซลล์แต่เป็นอนุภาคที่ประกอบด้วยกรดนิวคลีอิกห่อหุ้มด้วยโปรตีนไวรัสมีขนาดเล็กมากประมาณ 20-250 นาโนเมตรเราจึงเห็นได้ด้วยกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนเท่านั้น ไวรัสสามารถเพิ่มจำนวนได้เฉพาะในเซลล์สิ่งมีชีวิตอื่น เมื่อเซลล์ของผู้ถูกอาศัยแตกออกอนุภาคของไวรัสจึงจะกระจายไปที่อื่นได้มีโรคหลายอย่างที่เกิดจากไวรัส เช่น โรคเอดส์ ไข้หวัดใหญ่ โปลิโอ ตับอักเสบ งูสวัด โรคพิษสุนัขบ้า และไข้หวัดนก เป็นต้น สิ่งสำคัญคือยังไม่มียาใดๆที่สามารถกำจัดไวรัสออกจากเซลล์ได้ ผู้ป่วยที่หายจากโรคก็ต่อเมื่อร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันสำหรับไวรัสนั้นโดยเฉพาะ



ความคิดเห็นที่ 25

21 ก.ค. 2549 18:58
  1. มิวเทชันเป็นการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมในระดับยีนหรือโครโมโซม ซึ่งเป็นผมมาจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับดีเอ็นเอ โดยมิวเทชันที่เกิดในเซลล์สืบพันธุ์จะถ่ายทอดไปสู้รุ้นหลานได้ การที่มิวเทชันทำให้สิ่งมีชีวิตมีลักษณะบางอย่างแตกต่างไปจากรุ้นพ่อแม่นั้น เป็นเพราะดีเอ็นเอมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีผลต่อการสังเคราะห์โปรตีนในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต โดยที่โปรตีนบางชนิดทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของเซลล์และเนื้อเยื่อ บางชนิดเป็นเอนไซม์ควบคุมเมแทบอลิซึม การเปลี่ยนแปลงของดีเอ็นเออาจทำให้โปรตีนที่สังเคราะห์ได้ต่างไปจากเดิม ซึ่งส่งผมต่อเมแทบอลิซึมของร่างกาย หรือทำให้โครงสร้างและการทำงานของอวัยวะต่างๆเปลี่ยนแปลงไป จึงทำให้ลักษณะที่ปรากฎเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย



ความคิดเห็นที่ 30

7 ก.ย. 2549 18:36
  1. ที่จริงมิวเทชั่น ไม่ได้เป็นด้านลบเสมอไป แต่นักแปลของไทย ไปเรียกว่าการกลายพันธุ์ เลยทำให้นักเรียนเข้าใจไขว้เขวไปบ้าง ขอความร่วมมือคุณครูช่วยบอกเด็กด้วยนะคะ



ความคิดเห็นที่ 36

15 ก.พ. 2550 15:17
  1. ขอข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องมิวเทชันทุกอย่างเลยคะใช้ด่วนมากๆค่ะ ขอบคุณมากๆนะค่ะที่ช่วยตอบให้



ความคิดเห็นที่ 22

3 มิ.ย. 2549 10:58
  1. อยากรู้จังการเกิดมิวเทชันเกิดอย่างไร



ความคิดเห็นที่ 27

22 ก.ค. 2549 14:22
  1. ถัหากว่าโลกของเราขาดชีววิทยาโลกของเราจะเป็นอย่างไร



ความคิดเห็นที่ 38

18 มิ.ย. 2550 18:53
  1. ขอข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการสังเคราะห์ดีเอ็นเอ , Termination, DNA polymerse
    Genetic Engineering ขอขอบมานะครับที่ให้ข้อมูลผม



ความคิดเห็นที่ 29

thawankesmala
20 ส.ค. 2549 17:28
  1. Mutation คือการกลายพันธุ์หรือการผ่าเหล่า ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงในระดับดีเอนเอ (สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่มีสารพันะกรรมเป็นดีเอนเอ)

    เกิดขึ้นโดย
    1. ธรรมชาติ ซึ่งการจำลองดีเอนเอผิดพลาด ทำให้ได้ดีเอนเอใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม
    2. เกิดจากการกระตุ้นของสารก่อกลายพันธุ์
    3. เกิดจากการได้รับรังสี
    3. เกิดจากการเร่งการแบ่งเซลมาเกินไป เข่นการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ

    ผลของการกลายพันธุ์
    1. ทำให้เกิดลักษณะใหม่ ๆ ซึ่งเอื้ออำนวยให้มีการคัดเลือก (อาจจะดีหรือเลวกว่าเดิม)
    2. เพิ่มความแปรปรวนพันธุกรรม
    3. ทำให้เกิดวิวัฒนาการ



ความคิดเห็นที่ 37

17 พ.ค. 2550 14:27
  1. ประโยชน์และโทษของมิเทชันคือไรอ่ะปอกหน่อยดิจะทำรายงานส่งจารอ่ะ ขอบคุณล่วงหน้า



ความคิดเห็นที่ 11

8 พ.ย. 2547 18:42
  1. ช่วยหาการย่อยสลายสารอินทรีย์ภายนอกเซลล์มีผลต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ และสิ่งแวดล้อมอย่างไรคะ
    บอกทั้งประโยชน์และโทษ



ความคิดเห็นที่ 15

22 พ.ย. 2548 11:39
  1. มิวเทชันคืออะไร



ความคิดเห็นที่ 12

13 ก.ย. 2548 14:42
  1. ขอบคุณนะคะที่ให้ความรู้เรื่องมิวเทชัน



ความคิดเห็นที่ 41

Chitaro
29 มิ.ย. 2550 13:25
  1. ข้อดีของการที่มีการมิวเทชันก็อย่างที่ความเห็นข้างบนว่าไว้นั่นแหละว่าทำให้เกิดการวิวัฒนาการลองนึกดูว่าจากเดิมที่เรามีรูปร่างลักษณะคล้ายลิงแล้วต่อมาอีกเป็นล้านๆๆๆปีเราก็กลายเป็นมนุษย์ที่นั่งอ่านและพิมพ์คอมอยู่นี่ได้ก็เกิดมาจากกลายพันธุ์นี่แหละซึ่งในการกลายแต่ถ้าเป็นการกลายพันธุ์ที่ไม่ดีก็ไม่สามารถอยู่รอดได้ในธรรมชาติ ถ้าจะให้นึกถึงการกลายพันธุ์ที่ไม่ดีในปัจจุบันที่เห็นๆก็คือโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมนี่แหละซึ่งมักเกิดจากการที่ลำดับเบสในสาย DNA ของร่างกายเรามีการผิดปกติไปหรือที่จะเรียกว่ามันกลายพันธุ์ไปนี่แหละจะเหนว่าบางโรคที่เด็กเป้นแล้วไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ต้องเสียชีวิตตั้งแต่เด็กหรือไม่ก็ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา หรือถ้าจะให้เห็นชัดๆอีกอย่างก็คือการกลายพันธุ์ของเชื้อโรคทำให้ยาที่ใช้ในปัจจุบันไม่ได้ผลหรือได้ผลลดลงเมื่อใช้เป็นเวลานานนั่นก็เกิดจากการกลายพันธุ์ของเชื้อเองทำให้ต้องเปลี่ยนยาไปใช้ยาที่รุนแรงขึ้น
    ถ้าอยากรู้เกี่ยวกับการกลายพันธุ์ลองตามลิงค์นี้ไปดูนะน่าจะมีข้อมูลให้เข้าใจได้ http://www.thirawat.com/ge/mutation.html
    http://en.wikipedia.org/wiki/Genetic_disorder



ความคิดเห็นที่ 32

17 ก.ย. 2549 11:50
  1. การเกิดมิวเทชัน คือ การผ่าเหล่านั่นเอง ถ้าแสดงออดในมนุษย์หรือสัตว์จะไม่ดี
    แต่ถ้าแสดงออดในพืชจะเป็นการดีเพราะส่าจะได้พันธุ์ใหม่เกิดขึ้น



ความคิดเห็นที่ 35

25 พ.ย. 2549 16:43
  1. มิวเทชัน

    การกลายพันธุ์ หรือ มิวเทชัน (mutation) หมายถึง การเปลี่ยนแปลงสภาพของสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเปลี่ยนแปลงของยีน ทำให้สิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นมาใหม่มีลักษณะแตกต่างจากกลุ่มปกติ

    มิวเทชันเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสิ่งมีชีวิต 2 ระดับ คือ ระดับโครโมโซม (chromosomal mutation) และระดับยีนหรือโมเลกุล ดีเอ็นเอ (DNA gene mutation)
    การเปลี่ยนแปลงระดับโครโมโซม
    แบ่งเป็น 2 ประเภทคือ
    1. การเปลี่ยนแปลงรูปร่างโครงสร้างภายในของแต่ละโครโมโซม เป็นผลให้เกิดการสับเปลี่ยนตำแหน่งของยีนที่อยู่ในโครโมโซมนั้น ซึ่งอาจเกิดขึ้นเนื่องจาก
    2. การขาดหายไป (deletion หรือ deficiency) ของส่วนใดส่วนหนึ่งของโครโมโซม ทำให้ยีนขาดหายไปด้วย เช่น กรณีการเกิดโรคของกลุ่มอาการคริดูชาต์ โดยโครโมโซมคู่ที่ 5 เส้นหนึ่ง มีบางส่วนขาดหายไป
    1. การเพิ่มขึ้นมา (duplication) โดยมีส่วนใดส่วนหนึ่งของโครโมโซม เพิ่มขึ้นมามากกว่าที่มีอยู่ปกติ
    2. การเปลี่ยนตำแหน่งทิศทาง (inversion) โดยเกิดการสับเปลี่ยนตำแหน่งของยีนภายในโครโมโซมเดียวกัน เนื่องจากเกิดรอยขาด 2 แห่งบนโครโมโซมนั้น และส่วนที่ขาดนั้นไม่หลุดหายไป แต่กลับต่อเข้ามาใหม่ในโครโมโซมเดิมโดยสลับที่กัน
    3. การเปลี่ยนสลับที่ (translocation) เกิดจากการแลกเปลี่ยนส่วนของโครโมโซมระหว่างโครโมโซมที่ไม่เป็นโฮโมโลกัสกัน
    2. การเปลี่ยนแปลงจำนวนโครโมโซม โดยอาจมีจำนวนโครโมโซมเพิ่มมากขึ้นหรือลดน้อยลงไปจากจำนวนปกติ (ดิปลอยด์ หรือ 2n) เกิดได้ 2 ลักษณะ คือ
    1. แอนยูพลอยดี (aneuploidy) เป็นการเพิ่มหรือลดจำนวนของโครโมโซมเพียงไม่กี่เส้นจากจำนวนปกติ เช่น อาจเป็น 2n ± 1 หรือ n ± 2 การเปลี่ยนแปลงของโครโมโซมแบบนี้ มีความสำคัญทางการแพทย์เป็นอย่างมาก โดยทั่วไปเกิดจากความผิดปกติของคู่โครโมโซมที่ไม่ยอมแยกตัวออกจากกันในระหว่างการแบ่งเซลล์แบบไมโอซิส เรียกปรากฏการณ์ที่โครโมโซมไม่แยกออกจากกันนี้ว่า นอนดิสจังชัน (nondisjunction) ความผิดปกติของการมีแอนยูพลอยดีที่เกิดขึ้นในคน เช่น กลุ่มอาการดาวน์ ซึ่งมีโครโมโซม 47 เส้น โดยโครโมโซมคู่ที่ 21 เกินมา 1 เส้น กลุ่มอาการไคลน์เฟลเตอร์ (Klinefelter’s Syndrome) มีโครโมโซม 47 เส้น โดยโครโมโซมคู่ที่ 23 มีโครโมโซม X เกินมา 1 เส้น (44 + XXY)
    2. ยูพลอยดี (euploidy) เป็นการเพิ่มหรือลดจำนวนชุดของโครโมโซม (2n ± n หรือ 2n ± 2n) ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดเท่าที่พบ เกิดขึ้นในพวกพืช และมีประโยชน์ในทางการเกษตรในแง่การเพิ่มผลผลิต และเป็นกลไกที่จะทำให้เกิดวิวัฒนาการในพืช สำหรับสัตว์เมื่อเกิดแล้วมักจะทำให้เป็นหมัน หรือผลิตเซลล์สืบพันธุ์ที่ไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ
    มิวเทชันของยีน
    มิวเทชันของยีน การเปลี่ยนแปลงในระดับยีนนี้ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเบส (A, T, C, G) หรือการเปลี่ยนตำแหน่งของลำดับการเรียงตัวของเบสในโมเลกุลของ DNA ซึ่งจะส่งผลสะท้อนไปถึงตำแหน่งการเรียงตัวของกรดอะมิโน ในสายพอลิเปปไทด์ในโมเลกุลของโปรตีนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของยีนนั้นด้วย การเปลี่ยนแปลงของเบสในโมเลกุล DNA ดังกล่าวอาจทำให้ไม่มีการสร้างโปรตีน หรือโปรตีนที่สร้างขึ้นมานั้นเปลี่ยนสมบัติทางเคมีไปจากเดิม หรือหมดสภาพการทำงานไป
    การเปลี่ยนแปลงของยีนนั้นมีพื้นฐานมาจากการเปลี่ยนแปลงใน 3 ประการคือ
    1. การขาดหายไป หรือการเพิ่มขึ้นมาของคู่สารประกอบไนโตรจีนัลเบส คือเพียวรินไพริมิดีนในสายของ DNA ทำให้การเรียงลำดับของเบสเปลี่ยนไปจากเดิม และผลที่ติดตามมาคือ รหัสพันธุกรรมผิด หรือคลาดเคลื่อนไป
    2. การเปลี่ยนคู่ของเพียวรินไพริมิดีนในโมเลกุลของ DNA ที่เกิดขึ้นในระหว่างมีการสร้าง DNA ในระยะอินเตอร์เฟส ซึ่งเกิดจากการที่สารเคมีบางชนิดที่มีโครงสร้างคล้ายกับเบสตัวหนึ่งแต่มีสมบัติทางเคมีในเชิงการจับคู่ต่างไปจากเบสตัวนั้น
    3. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในโมเลกุลของเบสเอง ทำให้สมบัติทางเคมีในเชิงจับคู่ของมันเปลี่ยนไป เช่น เบสอะดีนีน (A) เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นรูปใหม่แล้วก็จะไปจับคู่กับเบสไซโตซีน (C) รูปปกติ แทนที่อะดีนีนจะจับคู่กับไทมีน (T) ตามปกติของมัน
    ปัจจัยที่ทำให้เกิดมิวเทชัน
    ตัวกระตุ้นหรือชักนำให้เกิดมิวเทชัน จะเรียกว่าสิ่งก่อกลายพันธุ์ (mutagen) เช่น
    1. รังสี (radiation) รังสีที่กระตุ้นให้เกิดมิวเทชันมี 2 ชนิดคือ
    1. Ionizing Radiation เช่น รังสีบีต้า, รังสีแกมมา, รังสีเอกซ์
    2. Non-Ionizing Radiation เช่น รังสีอุลตร้าไวโอเลต
    2. สารเคมี เช่น สารโคลซิซิน (colchicine) มีผลทำให้มีการเพิ่มจำนวนชุดของโครโมโซม ผลดังกล่าวนี้ทำให้ผลผลิตพืชเพิ่มขึ้น สารไดคลอวอส (dichlovos) ที่ใช้กำจัดแมลงและพาราควอต (paraquat) ที่ใช้กำจัดวัชพืช ก็สามารถทำให้เกิดการผิดปกติของโครโมโซมในคนและสัตว์ได้ สิ่งก่อกลายพันธุ์หรือมิวทาเจนหลายชนิดเป็นสารก่อมะเร็ง (carcinogen) เช่น สารอะฟลาทอกซิน (aflatoxins) จากเชื้อราบางชนิดทำให้เกิดมะเร็งที่ตับ เป็นต้น
    3. การจัดเรียงเบสในกระบวนการสังเคราะห์ดีเอ็นเอ(DNA replication)ผิดพลาด มีผลทำให้เกิดการเพิ่มหรือลดจำนวนเบสในคู่สาย และทำให้เกิดการเลื่อน (shift) ของสายDNA
    ประเภทของมิวเทชัน
    มิวเทชันเกิดกับเซลล์ในร่างกาย 2 ลักษณะ คือ
    1. เซลล์ร่างกาย (Somatic cell) เซลล์ชนิดนี้เมื่อเกิดมิวเทชันแล้ว จะไม่ถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อไป
    2. เซลล์สืบพันธุ์ (Sex cell) เซลล์เหล่านี้เมื่อเกิดมิวเทชันแล้ว จะถ่ายทอดไปยังรุ่นต่อไปได้ ซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสปีชีส์ของสิ่งมีชีวิตมากที่สุด และส่งผลต่อวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตด้วย



ความคิดเห็นที่ 10

31 ต.ค. 2547 20:54
  1. หลงทางมาอ่าน ได้ความรู้ดีแฮะ เราอยู่ม.4อ่า ><"



ความคิดเห็นที่ 13

14 ก.ย. 2548 23:51
  1. ++..........การ ผ่าเหล่า..........++ โอ ป่ะ.....



ความคิดเห็นที่ 18

19 ธ.ค. 2548 15:56
  1. มิวเทชันนั้นหรือ



ความคิดเห็นที่ 9

14 ต.ค. 2547 14:23
  1. Mutation อาจกล่าวง่ายๆว่าเป็นการกลายพันธุื ... ซึ่งอาจจะดีหรือไม่ดี ธรรมชาติจะเป็นผู้ตัดสิน ถ้าสิ่งมีชีวิตนั้นอยู่รอดได้ก็แสดงว่าการเกิดมิวเตชันนั้นดี และนำไปสู่สิ่งมีชีวิตชนิดหรือสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเป็นการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพให้แก่สิ่งแวดล้อม ส่วนความหลากหลายทางชีวภาพนั้น เป็นการที่มีสิ่งมีชีวิตมากมายหลายชนิด เน้นที่ชนิดนะไม่ใช่จำนวน (ถ้าพื้นที่ 1มีสัตว์ 1 ชนิด 1000 ตัว กับพื้นที่ 2 มีสัตว์ 20 ชนิดรวมกันทะ้งหมด 500 ตัว พื้นที่ที่ 2 จะมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงกว่าพื้นที่ที่ 1 )
    ตัวอย่างแนวคิด Mutation กับความความหลากหลายทางชีวภาพนะ ถ้าพืชต้นกลุ่มหนึ่งโดนรังสี ซึ่งความเข้มต่างกัน แล้ว ทำให้ สีของดอกเปลี่ยนไปเป็นสีแดง (จากเดิมขาว)ถ้า
    กรณีที่ 1 นะ ดอกแดงนี้ไม่มีกลิ่มไม่ล่อแมลง หรือ เกสรเจริญไม่ดีกลีบดอกกันระหว่างเกศรตัวผู้และเมีย ลักษณะนี้ไม่ดี ทำให้พืชขยายพันธุ์ไม่ได้ ในที่สุดพืชที่กลายพันธุ์เป็นดอกแดงก็จะหายไป ... (ธรรมชาติไม่คัดเลือกไว้)
    กรณีที่ 2 พืชนี้เกิดมีเกสรปกติ (ผสมกันได้ปกติ) ทำให้ประชากรนี้ ได้พืชเพิ่มมาอีก 1 พันธุ์คือดอกสีแดง หากดอกแดงและขาวผสมกันได้ก็จะเกิดเป็นดอกสีชมพู(กรณีข่มไม่สมบูรณ์น๊ะ) ดังนั้น ประชากรพืชบริเวณนี้ก็เพิ่มมาอีกจากเดิมมีขาว ก็เป็ย ขาว แดง ชมพุ เป็นการเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพขึ้นมา ...
    พอเข้าใจไหมครับ . . . ผิดพลาดไงก็ขออภัยด้วยนะ (



ความคิดเห็นที่ 28

19 ส.ค. 2549 18:29
  1. มิวเทชันหมายถึงอะไร

แสดงความคิดเห็น

กรุณา Login ก่อนแสดงความคิดเห็น