|
จรวดขวดน้ำ
โพสต์เมื่อ:
16:34 วันที่ 23 ส.ค. 2547 ชมแล้ว:
150,631
ตอบแล้ว:
1,164
Special Rocket Water เป็นชื่อทีมจรวดน้ำ แชมป์ประเทศไทยครั้งที่ 1 เมื่อปี พ.ศ. 2545 ซึ่งตอนนั้น พวกเขาเป็นเด็ก ม. 2
ของโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ ฉะเชิงเทรา เขาได้แชมป์ ถึงสองรายการจากทั้งหมด 3 รายการคือ จรวดแม่น และการนำเสนอผลงานการสร้างจรวด ที่พลาดไปคือจรวดไกล ปีที่แล้ว 2546 ทีมนี้ ตกรอบแรก แต่ปีนี้ พวกเขาอยู่ ม. 4 และพยายามมาทวงตำแหน่งคืน และทำได้สำเร็จในเบื้องต้น คือผ่านรอบคัดเลือกเมื่อวานนี้กลับมาได้ และจะได้เข้าชิงชนะเลิศในวันที่ 23 ตุลาคม 2547 ผมจะเอาเบื้องหลังความสำเร็จของเด็ก ๆ ทีมนี้มาเสนอคร่าว ๆ บางคนอาจมองว่า การเล่นจรวดน้ำเป็นเรื่องไร้สาระ เสียเวลาดูหนังสือ แต่สำหรับพวกเขาแล้ว มันเป็นการฝึกฝนกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่ยอดเยี่ยม นอกจากนั้น ยังเป็นการฝึกการทำงานเป็นหมู่คณะ การฝึกความอดทนรอนานนับปีอย่างไม่ย่อท้อ เท่านี้ ผมก็เห็นว่ามันคุ้มค่ามากกว่าการไปเอาแต่นั่งฝึกทำโจทย์จากโรงเรียนกวดวิชาเป็นไหน ๆ (แต่เด็กเหล่านี้ก็ไปเรียนกวดวิชาเหมือนกัน แต่เพื่อจรวดน้ำ เขาก็โดดกวดวิชามาทำจรวดกัน) จำนวน 1014 ความเห็น, หน้า่ | 1| 2| 3| 4| 5| 6| 7| 8| 9| 10| 11| 12| 13| 14| 15| 16| 17| 18| 19| 20| 21| -22- 23| 24| 25| 26| 27| 28| 29| 30| 31| 32| 33| 34| 35| 36| 37| 38| 39| 40| 41| 42| 43| 44| 45| 46| 47| 48| 49| 50| 51| ความเห็นเพิ่มเติมที่ 440 15 พ.ย. 2548 (18:14) คุณนิรันดร์ที่เคารพ ข้าพเจ้ามีเรื่องอยากจะให้ช่วยคือช่วยหาว่าผ้า พลาสติก ไม้อัดทำมาจากอะไรมีประโยชน์อย่างไรมีลักษณะอย่างไร ... (IP:61.19.168.185,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 441 15 พ.ย. 2548 (22:45) สวัสดีครับ พี่ๆทุกท่าน ผมเสียใจครับที่ไม่ได้ไปที่บ้านช่างวัฒน์ แต่ได้อ่านกระทู้ และได้เห็นเครื่องมือของทีม คู่บุญ แล้ว เป็นการยากครับสำหรับผมที่จะทำจรวดได้แบบทีมคู่บุญ เพราะทุกรายละเอียด ถูกเก็บอย่างดีและแนวความคิดที่สุดยอดมากๆเลย ถ้าทีมคู่บุญ ไม่แนะนำวิธีในการทำจรวด หรือออกมาในรูปสื่อละก็เป็นการยากที่ทีมหลายๆทีมจะตามเทคนิคของทีมคู่บุญได้ทัน และต้องขอขอบคุณ อ.นิรันดร์ ที่เป็นสื่อกลางในการให้ความรู้ ขอขอบคุณ อ.สุวรรณ ที่แนะนำความรู้และเทคนิคต่างๆผ่านเวบบอร์ด ทำให้หลายๆทีมได้รับความรู้มากๆ และขอบคุณ คุณนิวัฒน์ เป็นอย่างยิ่งที่แนะนำอุปกรณ์ต่างๆผ่านมายังเวบบอร์ด ทำให้เกิดความคิดในการใช้สร้างเครื่องมือใหม่ และอาจารย์สุมาอี้ที่แนะนำการสร้างจรวดในแบบดีๆอีแบบหนึ่ง และผมว่าแต่ละทีมก็ยังมีอะไรดีๆเกี่ยวกับจรวดอีกมากที่อาจจะเป็นเทคนิคหรือความสามารถของแต่ละทีมที่ไม่สามารถจะบอกได้ด้วยวาจาหรือรูปภาพ หรืออาจจะไม่รู้จะบอกได้อย่างไร ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละทีม (ต้องมีพรสวรรค์) ด้วยครับ ผมชอบนำจรวดไปให้คนอื่นช่วยติ ไม่เว้นแม้แต่เด็กๆเพราะความคิดของเด็กเป็นความคิดที่ใสซื่อ แต่ให้ประโยชน์ เพราะเด็กจะพูดในสิ่งที่เราๆมองข้ามกันไป ถ้าทีมไหนหยุดคิดทีมนั้นจะตามหลังทีมอื่นๆอีกหลายก้าว***ขอบคุณครับ เจี๊ยบ*** บ้านเชื้อชาติทีม (เจี๊ยบ) (IP:202.5.81.20,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 442 16 พ.ย. 2548 (07:59) อย่าลือคุณตี๋อีกคนครับ รายนี้ท่าจะยังมีอยู่เยอะ วันไหนว่างจะชวนไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือ แล้วขอให้เล็คเชอร์ให้ฟังหน่อยครับ ว่าอย่างไรครับคุณตี๋ ฮาโหลๆๆ คู่บุญ (IP:203.155.28.10,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 443 16 พ.ย. 2548 (11:02) คุณ ... เข้าผิดห้องหรือเปล่าครับ แต่เข้ามาแล้ว ผมก็จะลองตอบดูนะครับ ผ้า ทำมาจากการนำเส้นใย(อาจเป็นใยธรรมชาติเช่นฝ้ายหรือไหม หรือเป็นไยสังเคราะห์เช่นไนลอน) เอามาถักทอให้เป็นผืนผ้าครับ พลาสติก ทำมาจาก petrolium gas ผ่านกระบวนการ Polymerize ไม้อัด ชื่อมันก็บอกตรง ๆ อยู่แล้วครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 444 16 พ.ย. 2548 (11:31) คุณเจี๊ยบครับ ผมมีอาชีพครู เข้ามาเป็นครูด้วยความตั้งใจที่จะเป็นครูที่ดีเท่าที่ตัวเองจะทำได้ ถึงแม้อาชีพครูจะไม่ได้เป็นอาชีพสร้างรายได้มากมาย แต่เป็นอาชีพที่สร้างทรัพยากรที่มีคุณค่าให้ประเทศ และผมเป็นครูวิทยาศาสตร์ ผมมองเห็นว่า รูปแบบการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ของไทยนั้น มาผิดทางโดยตลอด ส่วนใหญ่จะเน้นที่การทำโจทย์ข้อสอบที่ซับซ้อนโดยไม่ได้มองว่าโลกของความเป็นจริงเป็นอย่างไร การทดลองใดที่ครู นักเรียนทำแล้ว ผลไม่ตรงตามทฤษฎี จะถูกแบนและสอนกันแต่บนกระดาน โดยอ้างกันแต่ว่า"การทดลองผิดพลาด และเครื่องมือไม่ได้มาตรฐาน" เมื่อมีการแข่งขันจรวดขวดน้ำ บรรยากาศก็เปลี่ยนไปในหลายโรงเรียน ผมเองก็เคยคิดผิดเกี่ยวกับจรวดฯและฐานยิงฯ คิดว่า แค่ต่อหัว ติดหาง อัดลมเข้าไป ปล่อย มันก็ขึ้นไปบนฟ้าได้ แต่พอต้องมาแข่ง ก็เริ่มเห็นปัญหา เริ่มเห็นว่า ฟิสิกส์ที่เรียนมา ต้องเอามาใช้อย่างไร ทฤษฎีต่าง ๆ ไม่ได้เรียนและใช้ทีละเรื่องแบบในบทเรียน แต่จะต้องบูรณาการทุกเรื่องเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน การเรียนรู้ด้วยตนเองและการหาความรู้นอกห้องเรียนเริ่มเป็นรูปธรรมชัดเจน เด็กแข่งจรวดอาจสอบไม่ได้คะแนนดีกว่าเดิม แต่เด็กแข่งจรวดสามารถรู้ว่าเรื่องที่เรียนเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่แค่สอบทำคะแนน การระดมสมอง การทำงานเป็นหมู่คณะ 2คน ขึ้นไปเป็นสิบคน ทำให้ความคิดเรื่อง 1 man show ลดน้อยลง ยังมีอีกหลายอย่างที่ได้จากการแข่งจรวดที่ผมอาจมองข้าม หรือมองเห็นแต่ไม่ได้กล่าวถึง อยากให้ท่านทั้งหลาย ช่วยกันไปแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติ่มที่นี่นะครับ http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Cid=129&Pid=39930 ความเห็นเพิ่มเติมที่ 445 16 พ.ย. 2548 (21:13) ผมเห็นด้วยกับ อ.นิรันดร์ครับ ผมสอนคณิตศาสตร์ แต่ก็เรียนฟิสิกส์มาบ้าง ไม่ค่อยรู้เรื่องเลยครับ คงเป็นเพราะไม่ค่อยมีกิจกรรมแบบจรวด พอทำจรวด ทำฐานยิง ก็ เข้าใจฟิสิกส์ดีขึ้นครับ เคยเห็นโจทย์บางข้อบอกว่า ปาก้อนหินด้วยความเร็ว 10 เมตร ต่อวินาที จากหน้าผาสูง 50 เมตร อยากทราบว่าก้อนหินจะตกถึงพื้นในเวลากี่วินาที ผมเพียงแต่สงสัยว่า ในความเป็นจริง เราจะปาก้อนหินให้ได้ความเร็วตามที่โจทย์บอกได้อย่างไรครับ ผมว่าน่าทำหลักสูตรวิทยาศาสตร์กันใหม่นะครับ รวมทั้งคณิตศาสตร์ด้วย เพราะปรากฏว่าเด็กๆ สมัยนี้ขาดเหตุผล และก็ขาดคุณธรรมด้วยครับ เด็กเป็นผ้าขาว สมัยก่อน ครูกับพ่อแม่จะเป็นคนแต้มระบายสีให้ ตอนนี้ สื่อมีบทบาทมาก ทำให้เด็กเห็นตัวอย่างอื่นที่ไกลตัวมากขึ้น คนใกล้ตัวเด็ก ถ้าไม่ชี้ถูกชี้ผิดให้ เด็กก็จะกลายพันธุ์ได้ คุยเรื่องเด็ก ผมว่าคงต้องไปเปิดกระทู้ใหม่ คุยเรื่องจรวดต่อดีกว่านะครับ ผมสอนฟิสิกส์มาก็หลายสิบปี แทบไม่เคยเอาความรู้มาใช้ทำงานจริงเลย ได้แต่สอนเด็กบนกระดาน ส่วนใหญ่ก็ใช้คณิตศาสตร์ตอนทอนเงินเท่านั้น พอมาทำจรวดฯทำฐานยิง ก็ต้องมาคิดถึงอัตราไหลของน้ำ จะทำใหเกิดแรงขับได้เท่าไร ทอร์กของแรงขับมีผลต่อการเคลื่อนไหวของฐานอย่างไร ไม่ถึงกับต้องคิดเลขละเอียดแบบสอบเอาคะแนน แต่กฎที่เรียนมาก็ได้เอามาใช้เป็นแนวทาง และทำให้ซึ่งกับบทเรียน(สอน)มากขึ้นแยะครับ ผมว่า นะจะเอาจรวดขวดน้ำ ใส่ในหลักสูตรฟิสิกส์ไปเลย โลด ความเห็นเพิ่มเติมที่ 447 17 พ.ย. 2548 (23:24) เห็นด้วยครับ ผมลองร่างหลักสูตรฟิสิกส์ฉบับที่เป็นไปได้ยาก ม.4 ยิงธนู ยิงปืน ปาลูกดอก ปาลูกโปร่ง(แบบงานวัด) โยนเส้น แข่งจักรยาน ม.5 จรวดน้ำ ฐานยิงจรวด เครื่องร่อน รถกระป๋อง เรือบังคับวิทยุ ม.6 เครื่องบินเล็ก ไอพ่นเล็ก เฮลิคอปเตอร์ พารามอเตอร์ คนเหาะ โดดร่ม ก่อนจบ ม.6 ต้องมีสิ่งประดิษฐ์ คนละ 1 ชนิด ผมไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร การศึกษาของเราดูเหมือนถอยหลังไปเรื่อยๆ ผมว่าน่ากลัวนะครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 448 18 พ.ย. 2548 (13:00) อย่างนี้ ต้องเรียกว่าโรงเรียนอัจฉริยะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 449 18 พ.ย. 2548 (17:06) จะเรียกอะไรก็ยอมทั้งนั้น ขอให้ฝันเป็นจริง ก็พอแล้ว ความเห็นเพิ่มเติมที่ 450 18 พ.ย. 2548 (18:00) อาจารย์นิรันดร์คะอย่าลืมเข้าไปอ่านความเห็นของหนูใน Z-1 Club นะคะ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 451 19 พ.ย. 2548 (13:39) หวัดดีครับอ.สุวรรณ ขอบคุณมากนะครับที่จะเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวเรือ ผมชอบทานมากเลยครับ วันนั้นที่บ้านอ.สนุกไหมครับแต่ผมเห็นถาพแล้วคงสนุกมากเลยครับแต่หน้าเสียดายนะครับ ไว้โอกาสหน้าอย่าลืมชวนผมด้วยนะครับขอบคุณมากครับ . อ. นิรันดร์ครับผมคงไม่ไปลงแข่งเหรอครับเพราะคงสู้น้องๆและอ.ไม่ได้เพราะเก่งๆกันทั้งนั้นเลยและผมไม่ว่างด้วยครับ ขอบคุณมากนะครับ narongsak_nsm (IP:210.4.144.188,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 452 30 พ.ย. 2548 (14:06) เก่งมากเด็กไทยเก่งอยู่แล้วเป็นกำลังใจให้นะสู้ต่อไปเพื่ออนาคตของชาติ วันวิสา สุขล้ำ (IP:203.172.190.165,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 453 9 ธ.ค. 2548 (16:03) การติดฟินสำหรับจรวดยิงแม่นจะติดฟินเอียงกี่องศาดีครับ ระพี (IP:203.113.81.138,,) 90 องศากับตัวขวดครับ ความเห็นเพิ่มเติมที่ 455 13 ธ.ค. 2548 (12:33) เขาใจผิดแล้วครับ ผมหมายความว่าฟินจะเอียงซ้ายหรือเอียงขวากี่องศาในขณะที่ติดฟินบนตัวขวด ที่จะทำให้ตัวจรวดนั้นหมุนรอบตัวเองในขณะที่ปล่อยตัวจรวดออกจากฐาน เพราะช่างวัฒน์บอกว่าตัวจรวดที่ยิงออกไปนั้นจะต้องหมุนรอบตัวเองต่างจากจรวดยิงไกล ระพี (IP:203.113.81.138,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 456 13 ธ.ค. 2548 (12:41) บูสเตอร์คืออะไรครับ ระพี (IP:203.113.81.138,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 457 13 ธ.ค. 2548 (14:11) เรื่องความเอียงของ fin เท่าที่เคยทำมายังไม่เห็นความแตกต่างมากนะครับ เนื่องจากหากทำจรวดได้เนียนมาก ความเฉในการวิ่งก็จะไม่มาก แต่ตามหลักจรวดทุกลูกมักมีความเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งเล็กน้อย หากให้จรวดหมุนพอสมควรก็จะได้เฉลี่ยความเอียงไปรอบแกนหมุน จรวดก็จะมีวิธีโดยรวมตรงกว่า ที่เคยทำมา จรวดยิงไกลเอียงไม่เกิน 2 องศา จรวดแม่น อาจถึง 5 องศา แต่หากหมุนมากๆเจอลมจรวดก็เอียงได้เหมือนกัน บูสเตอร์เป็นการจรวดขับดันช่วงที่หนึ่งของการยิงจรวดแบบสองตอน การยิงแบบสองตอนจะมีจรวดสองลูกต่อกันเป็นลูกเดียว เมื่อยิงจรวดออกจากฐานไประยะหนึ่งแล้วจรวดตอนที่หนึ่ง(บูสเตอร์)ที่อยู่ด้านท้ายจะหมดกำลังลง ที่จรวดจะมีกลไกปล่อยจรวดตอนที่สองที่ยังมีแรงดันอยู่ออกวิ่งต่อไป ส่วนบูสเตอร์ที่ไม่มีแรงดันแล้วก็จะตกลงมาก่อนเพื่อไม่ให้เป็นภาระกับจรวดท่อนหัวที่ยังมีแรงวิ่งได้ต่อไป หากสงสัยหน้าตาเป็นอย่างไรให้ไปดูกระทู้หน้าแรกที่มีภาพการยิงจรวดสองตอนให้ดู และมีภาพถ่ายชัดๆในกระทู้ภาพการแข่งที่อพวช ครับ สุวรรณ (IP:203.155.28.9,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 458 13 ธ.ค. 2548 (22:32) คำว่า บูสเตอร์เดิมทีผมก็สงสัยเหมือนกันครับว่าคืออะไร คำนี้เป็นคำที่ใช้เราขณะที่ ยานอวกาศมีการปลดถังเชื้อเพลิงที่หมดแล้วออกไปครับ (อ่านการ์ตูนเรื่องดอกเตอร์ K ) สุมาอี้ (IP:203.118.73.226,,) ความเห็นเพิ่มเติมที่ 459 14 ธ.ค. 2548 (16:22) ผมไปแข่งที่แก่งหางแมวยิงได้ 300 เมตรด้วยความดัน 80คิดว่าดีหรือยังครับ ระพี (IP:58.147.21.94,,) หากจะโพสต์คำตอบสำหรับกระทู้ในห้องนี้ ล๊อกอินก่อนนะคะ สมัครสมาชิก ฟรี ตลอดชีพ ที่ http://www.vcharkarn.com/my ค่ะ |
ขอบคุณผู้สนับสนุนHot Links |
Copyright© 2000-2007, Vcharkarn.Com. All rights reserved.
|
คลิ๊กเพื่อดูสถิติ รับรองและสนับสนุนโดย |
![]() สสวท. |
![]() มูลนิธิ พสวท. |
![]() พสวท. |